วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เกลี้ยงแผงไต้หวัน!เปิดตัวหนังสือ'ธรรมราชา' สุดล้ำทำแอพพลิเคชั่นแผ่ธรรมผ่านมือถือ


เกลี้ยงแผงไต้หวัน!เปิดตัวหนังสือ'ธรรมราชา' สุดล้ำทำแอพพลิเคชั่นแผ่ธรรมผ่านมือถือ : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน 

              ระหว่างวันที่ 11 - 15 กรกฎาคม พ.ศ.2558 ที่ผ่านมา พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และพระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางไปยังเมืองเกาสง สาธารณรัฐจีน ไต้หวัน นอกจากเพื่อร่วมพิธีประสาทปริญญาแก่นิสิตมหาวิทยาลัยสงฆ์ จิ้งเจวี๋ย ไต้หวัน และประชุมคณะกรรมการสถาบันสมทบมหาวิทยาบัยมหาจุฬาลงกรณราวิทยาลัยแล้ว

              พระพรหมบัณฑิตยังได้แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ "ธรรมราชา" ภาคภาษาจีน ณ ศูนย์หนังสือเมืองไทเป โดยมีพระธรรมาจารย์จิ้งสิน จากวัดกวงเต๋อเมืองเกาสง วิทยาลัยสงฆ์จิ้งเจวี๋ย สถาบันสมทบ มจร ท่านชิมิงยี่ และผู้ร่วมดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือร่วมในการแถลงข่าวดังกล่าว

              ทั้งนี้ายสมหมาย สุภาษิต รอง ผอ.สำนักงานบริหารสำนักส่งเสริมพระพุทธ ศาสนาและบริการสังคม  มจร ได้เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวไต้หวันอย่างยิ่งต่างนำหนังสือให้พระพรหมบัณฑิตลงนามเป็นที่ระลึก เมื่อเดินสำรวจในแผงวางจำหน่ายปรากฏหมดในช่วงระยะเวลาอันสั้น ฝ่ายจัดจำหน่ายจึงได้นำมาวางในแผงเพิ่มเติมทันที

              ไม่ใช่เพียงเท่านั้น มจร ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงฆ์ จิ้งเจวี๋ย ไต้หวัน พัฒนาเว็บไซต์เผยแพร่กิจกรรมระหว่างสถานการศึกษาทั้งสองแห่งอย่างเช่นเนื้อหาของกิจกรรมครั้งนี้ รวมถึงข้อมูลภายในหนังสือ"ธรรมราชา" พร้อมกันนี้ยังได้มีการจัดทำแอพพลิเคชั่นสามารถดูได้ผ่านทางมือถือระบบต่างๆ

              สำหรับเนื้อหาในหนังสือเรื่อง "ธรรมราชา"  นั้นเป็นบทบรรยายของพระพรหมบัณฑิตในหลายๆสถานการณ์ล่าสุดบรรยายในการประชุมวิชาการสถานบันพระปกเกล้าครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 7-8 เมื่อปี 2557 โดยระบุว่า ประเทศไทยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเอาแต่พระราชอำนาจมาแต่ไม่ได้ "ธรรมราช" มาปฏิบัติด้วย

              และในงานเดียวกันนั้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีปัจจุบัน กล่าวในการปาฐกถาเรื่อง "ธรรมราชา คุณธรรมผู้ปกครองกับสังคมไทย" ในการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 15 ความว่า ตนไม่เคยเห็นว่าผู้นำใดถ้าทำให้ผู้ตามหรือประชาชนไม่พอใจแล้วอยู่ต่อไปไม่ได้เลย และจากเดิมที่เป็น "ราชะ" ก็เหลือเพียง "รา" เท่านั้น  ดังนั้นคำว่า "ความพอใจ" กับ "ราชะ" จึงมีความหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นลัทธิศาสนาใดก็มีความพยายามทำให้นักปกครองปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดความพึงพอใจแก่ผู้ตามตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทำให้ผู้ตามหรือประชาชนอยู่อย่างมีความสุข

              ในการปกครองของไทยนั้น คติ "ธรรมราชา" ปรากฏชัดในยุคสุโขทัย แต่มาในยุคกรุงศรีอยุทธยานิยมของนอกคือ "ขอม" จึงมีคติ "รามาธิบดี" แม้นจะรู้ว่าแบบสุโขทัยมีของดีก็ตามและทำให้คตินี้ตกมาถึงไทยในปัจจุบัน  คติธรรมราชาพื้นกลับมาในยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยุครัตนโกสินทร์ก็ถือคตินี้ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เป็นต้นมา

              "คำว่า "ธรรมราชา" นี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี ข้าราชการ หรือแม้กระทั้งลุงกำนันจะต้องมี แต่ที่แปลกก็คือว่า สังคมไทยมักเลือกปฏิบัติที่่จะนำหลักธรรมบ้างข้อมาใช้  เช่น  พรหมวิหาร 4 ชอบที่จะนำ เมตตา กรุณา มาใช้แต่ละเลย มุทิตา และอุเปกขา หรือแม้นแต่การให้ทาน ก็นิยมการให้วัตถุทาน ไม่นิยมที่จะให้ "อภัยทาน" หรือ "ธรรมทาน"  เป็นต้น  จึงทำให้คุณธรรมบกพร่องในสังคมไทย" นายวิษณุ กล่าวและว่า

              ถ้าจะฟื้นให้สังคมไทยมีความสงบสุขกลับคืนมา จะต้องนำ "ธรรมราชา" มาใช้ในปริบทใหม่ และเมื่อสหประชาชาติยกย่องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นบุคคลสำคัญของโลก ก็ต้องมาดูว่าเขายกย่องเพราะอะไร อย่างเช่น ในช่วงการเปลียนแปลงการปกครองพระองค์มี 2 ทางเลือกคือ สู้กับหนีแต่พระองค์ทรงใช้ทางเลือกที่ 3 คือ "ยอมแพ้" ทำให้พระองค์เป็นบุรุษผู้ใฝ่สันติโดยแท้  จึงควรที่จะนำพระจริยาวัตรของพระองค์มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์บ้านเมืองไทยปัจจุบันนี้

"ชัชชาติ" เข้ากราบ"เจ้าคณะกทม." ร่วมมือแนวถวายการอุปถัมภ์กิจการพระพุทธศาสนา

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2565   เพจพระอาจารย์ พระธรรมวชิรมุนี วิ. โอวาทธรรมและศาสนกิจ ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 22:04 น.  ...