วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563

กองทุนสื่อจับมือ "WBTV" ขับเคลื่อนงานพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์



วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา มอบหมายพระราชพรหมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระศรีวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในพิธีเปิดโครงการสถานีโทรทัศน์พระพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนาการผลิตและเผยแพร่สื่อสร้างสรรค์ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนา เฉลิมพระเกียรติฯ WBTV วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร

โครงการดังกล่าว เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ นำเสนอเครือข่ายพลังบวร ผ่านรายการโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น มรดกวัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา เชื่อมเครือข่ายคณะสงฆ์และหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านสถานีพระพุทธศาสนา และสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างช่องทางการนำเสนองานเครือข่ายพลังบวร ผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลสถานีโทรทัศน์พระพุทธศาสนา และทางสื่อสังคมออนไลน์ 2) เพื่อผลิตรายการเรื่องเล่าของท้องถิ่น มรดกวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา มาถ่ายทอดในรูปแบบที่น่าสนใจ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่ประชาชนในวงกว้าง เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเข้าร่วมสัมผัสวิถีวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา และ 3) เพื่อเชื่อมเครือข่ายคณะสงฆ์และหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมสร้างสรรค์ พัฒนา ผลิตรายการสื่อสร้างสรรค์พลังศรัทธาและกิจกรรมของคณะสงฆ์ ซึ่งมุ่งประสงค์ให้เกิดช่องทางการนำเสนองานเผยแพร่วิถีใหม่ด้านพระพุทศาสนา และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านความร่วมมือของคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและเผยแพร่สื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ในสังคม

สามารถติดตามรายการละเอียด "สถานีพระพุทธศาสนา" ได้ทาง WBTV สถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนา เฉลิมพระเกียรติฯ https://www.facebook.com/WBTVwatyannawa หรือ https://www.youtube.com/c/WBTVwatyannawa

 

รอหน่อยนะ! "อนุทิน" แจ้ง ก.พ.นี้ ไทยเริ่มรับวัคซีนโควิด 2 ล้านชุด



วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(30ธค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้สั่งการให้ตน เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนทุกรายที่ผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว เพื่อให้ได้วัคซีนมาใช้ในช่วงที่มีการระบาดขณะนี้  ผลของความพยายามและเจรจากับผู้ผลิตวัคซีน สรุปได้ว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2564 วัคซีนจะถูกส่งมาถึงประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 2 ล้านชุดก่อน

โดยตนได้นำเรียนผลการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนทุกราย ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ ทั้งงบประมาณ และ ได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อเร่งรัดกระบวนการจัดหาวัคซีนมาให้ถึงประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยเร็วที่สุด 

วันนี้ จะมีการเจรจากันต่อ เพื่อให้ได้วัคซีน มาให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทยซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล

"จับกัง1" เผยมีผลใช้บังคับแล้ว! เผยกฎกระทรวงเยียวยาแรงงานว่างงานเหตุสุดวิสัย50%


 

"จับกัง1" เผยกฎกระทรวงเยียวยาแรงงานว่างงานเหตุสุดวิสัย50% มีผลใช้บังคับแล้ว  ลั่น รัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนจากพิษโควิดเต็มที่

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ กฎกระทรวง การได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่าง เนื่องจากจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563  ซึ่งบัดนี้มีผลใช้บังคับแล้ว และมีผลย้อนหลังคุ้มครองนับตั้งแต่ 19 ธ.ค. เป็นต้นมา





นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้ รัฐบาล โดยการนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้คำนึงถึงและเล็งถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่จะมีผล กระทบในการขาดรายได้และความเป็นอยู่  และเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาชดเชยให้ลูกจ้างผู้ใช้แรงงาน  ผู้ประกันตน ที่ต้องหยุดงานสืบเนื่อง จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  

ทั้งนี้สาระสำคัญ คือพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้กำกับดูแลกระทรวงแรงงานได้สั่งการ เป็นนโยบายให้ ตนในฐานะรมว.แรงงาน  เร่งหามาตราการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง  เพื่อเตรียมการรองรับ โดยให้ จ่ายชดเชยให้ผู้ประกันตน  50%  ของค่าจ้างรายวันหรือในเงินเดือนไม่เกิน15,000บาท โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลา ที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาดของโรค หรือทางจังหวัดนั้นๆ ได้มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว แล้วแต่กรณี แต่รวมกันไม่เกิน90วัน  

"รัฐบาลต้องการดูและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและผู้ใช้แรงงาน ในยามสถานการณ์แบบนี้อย่างเต็มที่  ผมในนามรัฐบาลขอให้กำลังใจทุกท่าน เชื่อว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นภาวะปกติในเร็วๆนี้ เหมือนอย่างที่ผ่านมา และขอให้เชื่อมั่นและให้กำลังใจกันและกัน" รมว.แรงงานกล่าว

"ชาญกฤช" เปิด 3 ชุด สคบ.ของขวัญปีใหม่ โค้ดส่วนลด "shopee และ Lazada" ลดแล้ว-ลดอีก!


 
"ชาญกฤช" เปิด 3 ชุด สคบ.ของขวัญปีใหม่ โค้ดส่วนลด "shopee และ Lazada" ลดแล้ว-ลดอีก!! พร้อมบริการตรวจเช็ครถยนต์ฟรีกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ หวังลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง 

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้มอบหมายให้ สคบ.ประสาน 2  บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ จัดส่วนลดและแจกคูปอง เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2564 ให้กับพี่น้องประชาชน ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อซื้อสินค้าครบ 300 บาทขึ้นไป รับส่วนลด 15% หรือส่วนลดสูงสุด 100 บาท ซึ่งจะใช้ได้ระหว่างวันที่ 1-31 มกราคม 2564 โดยมีเงื่อนไขต้องกดรับโค้ดผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น shopee ก่อนซื้อสินค้า ซึ่งสงวนสิทธิ์เฉพาะร้านค้าใน shopee Mall เท่านั้น  และบริษัท ลาซาด้า  จำกัด ซึ่งมอบส่วนลด 10% สำหรับซื้อสินค้าขั้นต่ำ 500 บาท พร้อมแจกคูปองกว่า 10,000 โค้ด เพื่อเลือกซื้อสินค้าใน Lazmall ได้ทุกประเภท ระหว่างวันที่ 1-5 มกราคม 2564 ที่น่าสนใจ สามารถนำส่วนลดที่ได้รับ ไปเลือกซื้อสินค้าซึ่งลาซาด้ามีโปรโมชั่นอยู่แล้ว เพื่อใช้สิทธิ์รับส่วนลดเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ทั้งนี้มั่นใจว่า นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้ด้วย



นายชาญกฤช กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ นายอนุชา ยังได้มอบหมายให้ สคบ.ประสานสมาคมผู้ประกอบการบริการซ่อมยานยนต์ ให้บริการตรวจเช็คสภาพความผิดปกติของรถยนต์เบื้องต้นนอกสถานที่ได้จากอู่ในเครือของสมาคมกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งกรณีเกิดเหตุรถเสียในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 081-665-4444 และ 081-206-6600 ส่วนกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 081-970-0654 ทั้งนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนด้วย

“หมอระวี” ฉะ “รบ.-อนุทิน”ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า



 “หมอระวี” ฉะ “รบ.-อนุทิน”ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า  ย้ำภายในเดือน มีค.นี้ คนไทยต้องได้วัคซีน หวั่น ศก.พังยับ จี้ รบ.ต้องทุ่มเงินซื้อวัคซีนโดยด่วน 

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2563  นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงเรื่องวัคซีนโควิดว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 6000 ล้านบาท สำหรับการจองวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยคาดว่าจะได้ฉีดประมาณปลายปี 64 แต่ปรากฏว่าในต้นปี 64 นี้ วัคซีนจากหลายค่าย เช่น ไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า จีน รัสเซีย ได้รับการรับรองแบบฉุกเฉินและเริ่มฉีดกับประชาชนในหลายประเทศแล้ว เช่น อเมริกา อังกฤษสิงคโปร์ รัสเซีย จีนและอื่นๆ 

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า การฟื้นเศรษฐกิจของโลกตอนนี้ต้องพึ่งพาการฉีดวัคซีนเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นอเมริกาและอังกฤษ ที่คาดว่าจะฉีดวัคซีนครอบคลุมพอเพียงในประเทศ ในกลางปี 64 ระบบเศรษฐกิจของประเทศก็จะเริ่มฟื้นได้ทันที ซึ่งประเทศไทยขณะนี้ความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าน่าจะเป็นล้านๆ บาทแล้วการใช้งบเพียง 6,000 ล้าน กับการเริ่มฉีดวัคซีนปลายปี 64 เป็นการวางแผนงานที่ผิดพลาดมาก

“ประเทศไทยควรทุ่มเทการเจรจาให้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้ได้ภายในเดือนมีนาคม 64 และควรจะฉีดได้ครบทั่วประเทศภายใน 6 เดือน จะใช้งบประมาณเท่าใด รัฐบาลก็ต้องทุ่มงบประมาณ สมมุติว่า ถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนได้ภายในมีนาคม 64 หลังจากนี้เพียง 1 เดือนประเทศไทยจะสามารถรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ไม่ว่าเขาจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ระบบเศรษฐกิจไทยก็จะเริ่มฟื้นทันที ตรงกันข้ามถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนช้าไปสัก 6 เดือน ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการฟื้นตัวช้าไป 6 เดือน จะแตกต่างกันหลาล้านบาท และธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชนจะตายสนิทก่อน ไม่สามารถฟื้นตัวได้” นพ.ระวี กล่าว 

นพ.ระวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้รัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ต้องเร่งดำเนินการติดต่อสั่งวัคซีนมาโดยเร่งด่วน เช่นเดียวกับเป็นประเทศสิงค์โปร์และอินโดนิเซียที่จะเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว

ศบค.รับมอบหน้ากากอนามัย CP 3 หมื่นชิ้น แจกแรงงานต่างด้าว-กลุ่มเปราะบาง พื้นที่ระบาด



 ศบค.รับมอบหน้ากากอนามัย CP 3 หมื่นชิ้น แจกแรงงานต่างด้าว-กลุ่มเปราะบาง พื้นที่ระบาด “หมอทวีศิลป์” แนะการบริโภคข่าวอย่างระมัดระวัง ตรวจแหล่งข่าวให้ชัดเจน ขณะที่ “ซีพี” ยันกุ้งปลอดภัย ไร้โควิด เลี้ยงด้วยนวัตกรรม 3 สะอาด

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วยนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รับมอบหน้ากากอนามัย CP เพื่อนำไปมอบให้แรงงานต่างด้าวและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รุนแรง จำนวน 30,000 ชิ้น และผลิตภัณฑ์กุ้งซีพี แปซิฟิก จากโครงการ "CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19 มั่นใจ กุ้งซีพีแปซิฟิก” จากนายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ และทีมบริหาร ศบค.

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า ในยามที่มีวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจะต้องช่วยกัน พลังเพียงคนใดคนหนึ่งไม่สามารถจะผ่านวิกฤติการณ์นี้ได้ การรวมพลังจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะศึกนี้ใหญ่มากๆ ไม่ใช่แค่ระดับประเทศ แต่เป็นระดับโลก การที่ได้เห็นน้ำจิตน้ำใจกัน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ขนาดกลาง หรือใหญ่โต แต่ก็ก่อร่างสร้างตัวจากตัวบุคคลขึ้นมาก่อน และสามารถที่จะขยายใหญ่ขึ้นไประดับประเทศได้ ทั้งนี้ ขอบคุณ ซีพีเอฟ ที่นำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนคนทั่วไปที่มีความเสี่ยง และคนที่ดูแลผู้ป่วย มีความจำเป็นต้องใช้

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ เพราะมี 45 จังหวัดของประเทศไทยที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อ รวมทั้งกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุด การเคลื่อนที่ เคลื่อนย้าย การพบปะจะเกิดขึ้น มีการสังสรรค์กันในรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการลักลอบเล่นการพนัน ปาร์ตี้ยาเสพติด ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งสิ้น คงต้องนึกย้อนกลับไปช่วงที่เราร่วมมือกันอย่างเข้มข้น และมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนมีนาคม ทุกคนให้ความร่วมมือกันอย่างดี และสามมารถคุมสถานการณ์ได้ ฉะนั้นตอนนี้จะคล้ายๆ กับช่วงเดือนมีนาคม ที่เรามองว่าเป็นช่วงวิกฤต ก็ไม่อยากให้กลับไปล็อคดาวน์กันอีกรอบ ดังนั้น เรามีบทเรียนกันมาแล้วรวมปี ฉะนั้นการจัดการแค่อนามัยส่วนบุคคลพวกเราให้ได้อย่างดี ทุกคนรับผิดชอบตัวเอง ครอบครัว สังคมจะดีขึ้นทันที”โฆษก ศบค. กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายคนมีความกังวลเรื่องการบริโภคอาหารทะเลนั้น เรื่องการติดเชื้อทางเดินหายใจ หลักการดูแลของโรค สิ่งที่สัมผัส หรือสิ่งที่จะเข้าสู่ร่างกายส่วนใหญ่จะผ่านทางด้านทางเดินหายใจ มีเพียงเล็กน้อยที่เข้าทางด้านทางเดินอาหาร แต่หากมีการดูแลความสะอาด กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือบ่อยๆ สามารถจัดการกับโรคโควิด-19 ได้ ฉะนั้นอย่าไปกังวลเรื่องการบริโภคอาหาร ซึ่งเชื่อมโยงไปกับพื้นที่บางพื้นที่ เพราะขณะนี้เกือบค่อนประเทศ มีอาหารต่างๆ มากมายที่โยงไปกับหลายจังหวัด จึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องที่เราจะต้องมาตื่นตระหนก ทุกอย่างต้องเดินไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ทั้งอุตสาหกรรมพื้นบ้าน พื้นที่เกษตร หรือจังหวัด ต้องเดินไป เพราะเรายังต้องบริโภค และใช้อยู่ทุกวัน สิ่งต่างๆ ที่จะเข้าตัวเราเท่านั้น ต้องดูแลให้สะอาด ก็จะปลอดภัย ซึ่งเป็นหลักการดูแลโรค ฉะนั้นเรื่องกุ้ง อาหาร มีข้อสรุปแล้วสามารถบริโภคได้ 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการแชร์ข้อมูลผ่านโชเชียลต่างๆ เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะนี้มากมาย จนสร้างความตื่นตระหนกนั้น ทุกภาวะวิกฤตมีความตื่นตระหนก และนำมาสู่การหิวข่าว มีการบริโภคข่าวมากมาย พอมีความสนใจตรงนี้มากขึ้น กลุ่มคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือกลุ่มคนที่มีความตั้งใจ ก็จะมีการแชร์ข่าว หรือผลิตข่าวที่ไม่เป็นความจริงออกมา ทั้งด้วยความคึกคะนอง หรือความเข้าใจผิด ก็ทำให้ความตื่นตระหนกเหล่านั้นเกิดมากขึ้นอีก ดังนั้นควรระมัดระวังการบริโภคข่าว ถ้าไม่มั่นใจต้องทวนสอบ และดูต้นทางของแหล่งข่าว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่นายกรัฐมนตรี  ในฐานะผอ.ศบค. จึงต้องให้มีการแถลงข่าวประจำวันทุกวัน 

ด้านนายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า กระบวนการเลี้ยงกุ้งของเรา มีมาตรการในการป้องกันโควิด-19 ตั้งแต่การระบาดรอบแรก มีการใช้แรงงานที่ถูกกฎหมาย ตรวจปัองกันโควิด-19 เป็นอย่างดี และเป็นการเลี้ยงด้วยระบบไบโอซีเคียวริตี้ (Biosecurity) และนวัตกรรม 3 สะอาด ควบคู่ไปกับมาตรการ GAP โดยบริษัทฯ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงสัตว์น้ำตามหลักวิชาการให้กับเกษตรกร เพื่อช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ปลอดภัย ปราศจากโรค และการปนเปื้อน ส่งตรงจากฟาร์มสู่โรงงานแปรรูปในพื้นที่ด้วยระบบขนส่งห้องเย็นที่ทันสมัย ลดการสัมผัสมือคน ทำให้กุ้งสด สะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโควิด ผู้บริโภคสามารถนำไปปรุงสุกด้วยความร้อนและรับประทานได้อย่างปลอดภัย

 

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เจ้าคุณประสารโอด!ถูกจับโยงการเมือง ชนพระผู้ใหญ่


เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2563 พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวข้องกับอาตมาที่ปรากฎทางสื่อซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากความจริงได้ เช่น เกี่ยวกับการเมือง นักการเมือง หรือการออกมาพยากรณ์เหตุการณ์บ้านเมืองโต้พระเถระผู้ใหญ่ เป็นต้น           

ข้อเท็จจริงนั้นอาตมาอยากบอกทุกท่านผ่านทางสื่อว่าหลายปีที่ผ่านมานั้นอาตมาเลือกใช้วิธีเงียบ สงบ และปฎิบัติศาสนกิจในทางพระพุทธศาสนา โดยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆในทางการเมือง ซึ่งงานในทุกวันนี้นั้นได้เน้นงานบริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์ งานสอนหนังสือ ตรวจวิทยานิพนธ์พระนิสิต เป็นต้น        

ในส่วนกิจการงานพระพุทธศาสนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปลายด้ามขวานของไทยนั้นได้มีการหารือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น พระธรรมกิตติเมธี ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พระครูปลัดกวีวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ และพระครูโฆสิตสุตาภรณ์ (ท่านขาว) เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในฐานะฝ่ายวางแผนศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศสพ.จชต.) ว่าเห็นควรให้อาตมาได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบริหาร การดำเนินงานของ ศสพ.จชต.เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนงานกิจการพระพุทธศาสนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย        

บัดนี้ พล.อ.มณี  จันทร์ทิพย์  ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กลุ่มภารกิจเสริมสร้างความร่วมมือ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค4 สน. และเลขาธิการศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนถาคใต้(ศสพ.จชต.) พระครูโฆสิตสุตาภรณ์ (ท่านขาว) ได้มีหนังสือจาก ศสพ.จชต. โดยท่านทั้งสองได้นิมนต์อาตมาให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศสพ.จชต.) ซึ่งอาตมาก็ยินดี เต็มใจและตอบรับในตำแหน่งดังกล่าวเพื่อลงไปช่วยงานพระพุทธศาสนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้         

ขณะนี้อาตมามีภารกิจด้านงานพระพุทธศาสนาอยู่มากพอสมควร การใดๆที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและอื่นๆจึงไม่มีเวลาและไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆในส่วนนั้น

"อนุทิน"โชว์เวิร์คฟอร์มโฮม! กักตัวหลังผู้ว่าฯสมุทรสาครติดโควิด ประชุมออนไลน์ร่วมผู้บริหารสธ.



เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2563 ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. สาธารณสุข กักตัวเฝ้าระวังตัวเองเป็นเวลา 14วัน ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา แม้ผลตรวจจะออกมาเป็นลบ หลังเดินทางประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 27  ธ.ค. ที่ผ่านมา

นายอนุทิน ได้กักตัวที่บ้านพักส่วนตัว และทำงานที่บ้าน หรือ เวิร์คฟอร์มโฮม โดยร่วมประชุมผ่านระบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. กับ คณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ฯ (COVID-19) ครั้งที่ 2/2564  และประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์​และสาธารณสุข กรณี โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข

ลูกสาว"บิ๊กแนต"นั่งบอร์ดฟลอร์บอลโลก คนแรกในรอบ​ 32​ ปีของชาติอช.



"น้องน่าน" ภักดิ์กมล​ ศิริวัฒน์​ ลูกสาวคนโตของ​ "บิ๊กแนต" ชัยภักดิ์​ ศิริวัฒน์​ ประธานฟลอร์บอลเอเชีย​ ผงาดยึดเก้าอี้บอร์ดสหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติเป็น​คนแรกของเอเชียในรอบ​ 32​ ปี​ โดยได้รับความไง้วางใจจากชาติสมาชิก​ ในขณะที่​ โธมัส​ อีริคสัน​ ได้รับเลือกนั่งประธานต่ออีกสมัยดำรงค์ตำแหน่งถึงปี​ 2024 

จาการที่คณะกรรมการบริหารของสหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติ​ หรือ IFF​ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่หลังจากนั่งครบวาระ​ 4​ ปีเป็นที่เรียบร้อย​ โดยการประชุมครั้งนี้มีชาติสมาชิก​ 43​ ประเทศ​เข้าร่วมประชุมผ่านซูมคอนเฟอร์เร้นท์​ ในตัวแทนของประเทศ​ไทยมีนายชัยภัก​ดิ์​ ศิริวัฒน์​ นายกสมาคมกีฬา​ฮอกกี้แห่งประเทศไทยและประธานฟลอร์บอลเอเชียเข้าร่วมประชุมพร้อมกับ​ นางสาวภักดิ์กมล​ ศิริวัฒน์​ ในฐานะกรรมการของฟลอร์บอลเมืองไทย​

เมื่อถึงวาระของการเลือกตั้งในที่ประชุมได้มีการพูดคุยอย่างกว้างถึงกับชาติสมาชิกในฝั่งของโซนเอเชีย-โอเชียเนีย​ ที่ต้องการเพิ่มสมาชิกอีก​ 1​ เก้าอี้จากเดิมมีแค่​ 1​ ตำแหน่งจากฝั่งโอเชียเนียเท่านั้น​ และเพิ่มฝั่งโซนอเมริกาเพิ่มอีก​ 1​ ที่​ หลังจากคณะกรรมการบริหารสหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติเดิมมีเพียงแค่​ 12​ คนมาเป็น​ 14​ คนโดยที่ประชุมเห็นดีด้วยเพื่อการพีฒนากีฬาฟลอร์บอลให้ขยายมากขึ้นในทุกโซนเพื่อหวังผลักดันกีฬาฟลอร์บอลเข้าสู่เกมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ต่อไปในอนาคต

สำหรับคณะกรรมการบริหารสหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติ​ ทุกชาติสมาชิกยังมั่นใจให้​ มิสเตอร์​โธมัส​ อีริคสัน​ ชาวสวีเดน​ นั่งตำแหน่งประธานต่อไปอีก​ 4​ ปี​ ส่วนตำแหน่งกรรมการบริหารคนอื่นๆมีดังนี้​ รองประธานนายฟิลิป​ ซูมาน​ จากสาธารณรัฐเช็ก, เลขาธิการ​ นายจอห์น​ ลิลเจลุนด์ จากฟินแลนด์, เหรัญญิก​ โมนิกา​ เบอร์ดัน​ จากนอร์เวย์, กรรม​การ​บอร์ด​ นายจอร์จ เบียร์ จากสวิตเซอร์แลนด์, นายทามุซ​ ฮิดีร์​ จากยูเครน, นายสตีน​ เฮาแมน​ จากเดนมาร์ก, นายสตีเฟ่น​ คิง​ จากออสเตรเลีย, นายมาร์ติน​ คลาเบเร่จากสวีเดน, นายคาร์ลอส​ โลเปซ​ จากสเปน, นางสาวภักดิ์กมล​ ศิริวัฒน์จากประเทศไทย, นางคาร์ริน่า​ วูโอรี่ จากฟินแลนด์, นายแคลลี่ คาร์ลสัน​ จากสหรัฐ​อเมริกา​ และนางอกาตา​ เพลชาน​ จากโปแลนด์

จากการประกาศคณะกรรมการ​บริหาร​สหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติ​ ซึ่งจะดำรงค์ตำแหน่ง​ 4​ ปีนั้น​ การที่นางสาวภัก​ดิ์​กมล​ ศิริวัฒน์​ กรรมการบริหารฟลอร์บอลไทย  ได้ก้าวมานั่งในตำแหน่งบอร์ด​บริหารของฟลอร์บอลโลกถือว่าเป็นประวัติศาสตร์​ของชาติเอเชียที่ได้เข้าไปนั่งบริหารองค์กรระดับโลกในรอบ​ 32​ ปี​ ของการก่อตั้งสหพันธ์​ฟลอร์บอลนานาชาติขึ้นมา​ สำหรับการประชุมครั้งต่อไปของบอร์ดบริหารชุดใหม่จะมีขึ้นในวันที่​ 24​ มกราคมปี 2564​ ต่อไป

 

 

"เศรษฐพงค์" แนะศึกษารูปแบบกฎหมายให้ Google - Facebook จ่ายเงินให้สำนักข่าว



เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2563 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า ออสเตรเลียกำลังจะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการออกกฎหมายบังคับให้ Google และ Facebook จ่ายเงินให้สำนักข่าวต่างๆ โดยนาย Rod Sims ประธานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าและคุ้มครองผู้บริโภคบอกว่าออสเตรเลียกำลังจะสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและสร้างความอยู่รอดที่สำคัญให้ธุรกิจสื่อกระแสหลักที่สำคัญ แต่ตัวแทนกูเกิลก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ร่างของกฎหมายนี้ที่เปิดเผยในต้นเดือนที่ผ่านมาว่าไม่สามารถทำได้จริง รวมทั้งสมาคมสื่อก็ยังไม่พอใจในเรื่อง "two-way value exchange” เพื่อให้องค์กรสื่อควรจะมีการประมาณรายได้ตามความเป็นจริงจากผู้อ่าน ผู้ชมที่รับคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มของ Google และ Facebook

พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า แต่ประธานฯ คิดว่ามูลค่าของคอนเทนต์เองก็ใช่ว่าจะเรียกเก็บจากแพทลฟอร์ม Google และ Facebook ฝ่ายเดียว เพราะส่วนหนึ่งมูลค่าของคอนเทนต์สามารถเกิดขึ้นบนเวปไซด์ขอสื่อเองด้วย ถึงแม้ไม่มี Google และ Facebook ดังนั้นเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับแพลตฟอร์มควรจะมีการกำหนดสัดส่วนให้ยุติธรรม ในมุมมองต่อการดำเนินการของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าฯ น่าจะเป็นสิ่งที่ควรทำและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าเกิดการล่มสลายของธุรกิจสื่อที่ผลิตคอนเทนต์ที่เชื่อถือได้ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศนั้นได้ๆ จะเกิดการระบาดของ Fake News โดยไม่มีข้อมูลแห่งความเป็นจริงที่จะไปงัดค้างได้ รวมทั้งการรับจ้างปั้นข่าวจะมีการเติบโตขึ้นอย่างน่าใจหาย ดังนั้นความอยู่รอดขององค์กรสื่อมืออาชีพที่สร้างคอนเทนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ(Trust) ต่อสังคมนั้นด้วย

"ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญในประเทศไทยเองก็ต้องมีการตื่นตัวในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพราะที่ผ่านเราจะเห็นว่ามี Fake News เกิดขึ้นมากมาย ส่งผลกระทบต่อหลายอย่างในประเทศ ดังนั้นเราควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบ้านเรา ซึ่งน่าจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมาก"พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"อนุทิน"ทราบแล้ว! ผู้ว่าฯสมุทรสาครติดโควิด เร่งตรวจคนใกล้ชิด-กลุ่มเสี่ยง



เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ ทำให้มีผู้ติดเชื้อพถ่งทะยานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพร่ระบาดมาจาก จ.สมุทรสาคร ที่ตลาดกลางกุ้ง และตลาดอาหารทะล แล้วลามไปทั่วประเทศรวมถึงที่จังหวัดระยองมีแนวโน้มจะระบาดลักษณะเดียวกับจังหวัดสมุทรสาคร

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด-19  ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแพทย์เตรียมแถลงความชัดเจนอีกครั้ง 

พร้อมกันนี้เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2563ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย รวมถึงนายวีระศักดิ์  ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อร่วมประชุมรับฟังความคืบหน้าของการรักษาผู้ป่วยโควิด-19

"อนุทิน"ได้รับรายงานแล้วพรุ่งนี้ไม่เข้าประชุมครม. 

ด้านคนใกล้ชิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และยืนยันผลการตรวจดังกล่าวว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งนายอนุทินเองก็ได้รับการตรวจ ทั้งการ ตรวจหาเชื้อจากโพรงจมูกและคอหรือ SWAB (สวอป)แล้วและผล ออกมาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ธันวาคมนี้พบว่าเป็นลบ  แต่อย่างไรก็ตาม นายอนุทินจะเข้ากักตัวเป็นเวลา 14 วันตามมาตรการของด้านสาธารณสุข ดังนั้นในวันอังคารที่ 29 ธันวาคมนี้นายอนุทินจะไม่ได้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด

ทั้งนี้นายอนุทินได้ผ่านการตรวจสอบหาเชื้อ โควิด-19 มาหลายหนแล้ว และดำเนินการมาโดยตลอด โดยเฉพาะ ได้ตรวจทุกครั้งที่ลงตรวจเยี่ยมในพื้นที่เสี่ยง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ซึ่งผลออกมาก็เป็นลบ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข และอีก5วันหลังจากนี้ จะไปตรวจซ้ำอีกรอบ

ส่วนทีมเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขที่ได้ ร่วมคณะเดินทางไปที่จังหวัดสมุทรสาครเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ก็ได้ผ่านการตรวจสวอปแล้วเช่นกัน โดยทางนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกศบค. จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด  

สภาฯเข้มคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 22 คน ร่วมถกอนุกมธ.พนันออนไลน์หาเชื้อโควิด

ส่วนที่รัฐสภามีชาวระยองได้เดินทางเข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับการพนันออนไลน์และมีการตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดนั้น เมื่อเวลา 07.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ที่บริเวณชั้น B 1 อาคารรัฐสภา ฝั่ง ส.ส. ทางสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา ได้ตั้งโต๊ะตรวจคัดกรองเจ้าหน้าที่ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน 22 คน ซักประวัติเบื้องต้น เป็นไข้ตัวร้อน ที่อยู่ในห้องประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งเจ้าหน้าที่ พนักงานเสิร์ฟ ตำรวจรักษาความปลอดภัย หน้าห้องประชุมอนุกมธ.ฯ โดยไม่ให้เข้าไปภายในในอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นการคัดกรองเบื้องตน เพื่อที่จะนำตัวส่งตรวจหาเชื้อติดโควิด ที่รพ.เกษมราษฎร์ ทั้งนี้เนื่องจากบุคคลเหล่านี้อยู่ในห้องประชุมอนุกมธ.ฯดังกล่าว ภายหลังพบมีชายอายุ 26 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดตามอนุ กมธ. ชี้แจงเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.เชื้อโควิด อย่างไรก็ตามหลังคัดกรองเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ได้นำทั้งหมดขึ้นรถตู้ไปตรวจหาเชื้อโควิด ที่รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

สื่อทำเนียบฯตั้งฉายารัฐบาล "Veryกู้" "ตู่ไม่รู้ล้ม-ป้อมไม่รู้โรย"

สื่อทำเนียบฯ ตั้ง "ฉายารัฐบาล" "Veryกู้" ส่วน "บิ๊กตู่" ได้ "ตู่ไม่รู้ล้ม" ประวิตร "ป้อมไม่รู้โรย" วิษณุ "ไฮเตอร์เซอร์วิส" อนุทิน "ทินเนอร์" จุรินทร์ "เช้าสายบ่ายเคลม"          

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติสืบต่อกันมา สะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานรัฐบาล โดยปราศจากอคติ โดย พร้อมมีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และ วาทะแห่งปี ประจำปี 2563 ร่วมกันดังนี้

          ฉายารัฐบาล : VERY "กู้"

          เปรียบเปรยการทำงานของรัฐบาล ที่ต้องกอบกู้วิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 กู้ชีวิตคนไทยให้อยู่รอดปลอดภัย แม้จะยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่ก็ยังดีกว่าหลายประเทศ แม้จะไม่ถึงขั้น very good ก็ตาม ขณะเดียวกัน ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องคนไทยที่ต้องแบกรับภาระหนี้สิน และ ภาวะตกงาน บางคนต้องจากโลกนี้ไปด้วยไม่อาจรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ มาบรรเทาปัญหา

          ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) : ตู่ไม่รู้ล้ม

          เป็นการล้อคำ "โด่ไม่รู้ล้ม" ชื่อยาดองชนิดหนึ่ง สรรพคุณคึกคัก กระปี้กระเปร่า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สะท้อนถึงการทำงาน ของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะประสบปัญหา อุปสรรคการเมือง หรือ ชุมนุมขับไล่ถาโถม ก็ยังยืนหยัดฝ่าฟันอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไป

          พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี : ป้อมไม่รู้โรย

          ล้อจากคำว่า บานไม่รู้โรย ด้วยภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่ 3 ป. ในวัย 75 ปี ยังคงทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีเคียงข้างน้องๆ ได้ แถมยังแผ่บารมีควบเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล เหมือนกับดอกไม้ แม้จะบานนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้โรย ประกอบกับ วลีติดปากที่มักจะตอบคำถามสื่อมวลชน แทบทุกครั้งว่า ไม่รู้ ๆ อยู่เสมอ

          นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี : ไฮเตอร์ เซอร์วิส

          เป็นการยกคุณสมบัติเด่น ของนายวิษณุ ที่สามารถหาทางออก ปัญหาหนักอกของคนในรัฐบาลโดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายได้อย่างเชี่ยวชาญ และ มักถูกวิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรก ให้ขาวสะอาดหมดจดได้ แต่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ขาดความสวยงาม คล้ายกับชื่อเสียงของรัฐบาลที่สึกกร่อนตามไปด้วย

          นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข : ทินเนอร์

          ด้วยชื่อ อนุทิน ซึ่งพ้องกับสาระเหยที่มี ทั้งคุณและโทษ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากสูดเดาเข้าไปมาก อาจทำลายระบบประสาท กระทบกระเทือนความรู้สึกนึกคิด คล้ายพฤติกรรมการใช้คำพูดที่ขาดความยั้งคิด ส่งผลลบต่อตัวเอง และ รัฐบาลโดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ จนเป็นประเด็นลดความน่าเชื่อถือของตนเอง เช่น โควิด..กระจอก ไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับประเทศหรือ ตอบโต้กับบุคลากรทางการแพทย์ จนเกิดกระแสต่อต้านหลายครั้ง

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ : เช้าสายบ่ายเคลม

          สะท้อนการทำงานที่เห็นได้บ่อยครั้ง ว่ามักไม่ตรงต่อเวลา เข้าร่วมประชุมสายสม่ำเสมอ ส่วนในแง่การทำงานมักนิ่งเงียบเมื่อมีประเด็นที่ส่งผลลบต่อตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยมก็จะรีบเคลมผลงานดังกล่าวทันที

          นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง : ค้างคลัง

          ยังคงไปไม่ถึงดวงดาว โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เปลี่ยนตัวว่าการไปถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนนอกสายตา ถูกรั้งให้อยู่ได้แค่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น ทั้งที่ทุ่มเทให้กับพรรคอย่างมาก อีกทั้งยังออกตัวแรง แสดงออกชัดเจน ว่า"พร้อมมาก"ที่จะทำหน้าที่นี้ก็ตาม

          นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม : ศักดิ์สบายสายเขียว

          ลือลั่นมากกับปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว และ อีกหลายโครงการ ที่ขัดแย้งกับหลายหน่วยงานแต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากนายกรัฐมนตรี โดยระยะหลังเรียกได้ว่า "ขึ้นหม้อ"ตามติดนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด ส่วนการทำงานในพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่อย่างไร้ความกังวลเพราะมีพี่ชายที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบ คอยดูแลปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆ ให้

          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : พังPORN

          สะท้อนการทำงานที่ล้มเหลว ในฐานะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนำมาใช้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก แม้จะเปิดศูนย์ anti-fake news แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และ ล่าสุดเกิดดราม่า หลังสั่งปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ปลุกใจเสือป่าชื่อดัง จนเกิดกระแสต่อต้านลุกลามบานปลาย

          นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ : หวีดดับ

          ภาพลักษณ์แกนนำ กปปส. ยังคงเป็นภาพจำ ที่ไม่อาจลบเลือนได้ เช่นเดียวกับนกหวีดที่ถูกยกมาใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรย ได้กำกับดูแลงานกระทรวงเกรดเอ แต่กลับไม่มีผลงานโดดเด่นปรากฎให้เห็น มีเพียงข่าวกระแสต่อต้านรายวัน หนักหน่วงที่สุด คือ ถูกกลุ่มนักเรียนนักศึกษา รวมตัวขับไล่

          นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน : แชมป์ไตรกีฬา

          ไตรกีฬา ประกอบด้วย กีฬา 3 ชนิด คือ วิ่ง วายน้ำ และ ปั่นจักรยาน สะท้อนภาพลักษณ์ได้ครบถ้วนชัดเจน ในบุคลิกที่สื่อมวลชนประจักษ์ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรี และ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่มีทั้งการวิ่งเต้น การเข้าหาผู้ใหญ่ และ การปลุกปั่นกระแส แม้จะถูกกล่าวหาว่า ลืมบุญคุณผู้ชักนำเข้าสู่การเมือง แต่ก็ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ เดินหน้าจนสามารถคว้าตำแหน่งที่ต้องการได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นนักการเมือง และ สส.สมัยแรกเท่านั้น

          วาทะแห่งปี

          "ไม่ออก.. แล้วผมทำผิดอะไรหรือ"

          เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอบข้อสักถามสื่อมวลชน พร้อมกับบรรดาคณะรัฐมนตรีที่ยืนเรียงหน้าประกาศความเหนียวแน่น เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มผู้ชุมนุม ยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง 

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"อนุทิน" ควง "สสจ.เชียงราย" กินกุ้งโชว์ ย้ำอาหารทะเลทานได้แต่ต้องสุก



 "เฉลิมชัย" เร่งช่วยชาวประมงจากผลกระทบโควิด19ระลอกใหม่ ลุยตลาดออนไลน์ออฟไลน์พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูและพัฒนาประมงสร้างความเข้มแข็งทุกมิติ

วันที่ 26 ธันวาคม 2563 ที่ตลาดล้านเมือง อ.เมือง จ.เชียงราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากส่วนกลาง, นายแพทย์ ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และคณะแพทย์ในพื้นที่ ได้ตรวจเยี่ยมมาตการควบคุมโควิด-19 ระหว่างนั้น นายอนุทิน และคณะผู้บริหาร ได้รับประทานประทานกุ้งและอาหารทะเล เพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชน 

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ได้ลงมาตรวจเยี่ยมมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่ ซึ่งทางผู้ประกอบการได้เข้ามาหารือเรื่องผลกระทบด้านการประกอบอาชีพ อันเกิดจากประชาชนหวั่นวิตกว่าอาหารทะเลจะมีเชื้อโควิด-19 

อย่างไรก็ตาม ทางทีมแพทย์ยืนยันว่าอาหารทะเล หากปรุงสุก เชื้อโควิด-19 ก็ตายแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ประชาชน เกิดความมั่นใจ จึงได้ร่วมกับคณะแพทย์ รับประทานอาหารทะเลปรุงสุก  ผู้ปรุง ผู้เสิร์ฟ ต่างใส่หน้ากากอนามัย อย่างไร ก็ตาม ประชาชน คนไทยทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง เพราะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันโควิด-19

สำหรับสถานการณ์ที่จังหวัดสมุทรสาคร จะลงพื้นที่ไปในวันที่ 26 ธันวาคม เพื่อตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนาม และติดตามความคืบหน้าในการคุมสถานการณ์ ผลการตรวจเชื้อเชิงรุก และรับทราบแนวทางในการควบคุมโรค ขอย้ำว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องของการรักษา ได้เตรียมการอยู่ตลอด การระบาดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นนั้น ต่างจากการระบาดรอบแรก วันนี้ ประเทศไทย มีการเตรียมตัว มีความรู้ และมีประสบการณ์ แล้ว และกำลังนำทุกสิ่งทุกอย่างมาบูรณาการเพื่อจัดการกับโรค

ด้านนายแพทย์ ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตลาดล้านเมืองเป็นตลาดที่ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุข มีการดูแลเรื่องความสะอาดอย่างเคร่งครัด ล่าสุด ได้ตรวจหาเชื้อกับพนักงานไปแล้วประมาณ 250 คน ผลไม่พบเชื้อ สุดท้าย ขอย้ำว่า เชื้อโควิด-19 ตายได้ ด้วยอุณหภูมิสูงมากๆ ดังนััน อาหารจะปลอดเชื้อโควิด-19 เมื่อผ่านการปรุงสุกมาแล้ว

"เฉลิมชัย"เร่งช่วยชาวประมงจากผลกระทบโควิด19ระลอกใหม่ 


นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย พร้อมด้วย นายอรุณชัย พุทธเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวิทย์ คชสิงห์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง ตัวแทนสมาคมประมง ชาวประมง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมง ครั้งที่ 11/2563 

ทั้งนี้นายอลงกรณ์เปิดเผยว่าที่ประชุมพิจารณาวาระสำคัญ และวาระเร่งด่วนในหลายประเด็นที่เป็นวาระเร่งด่วนโดยมีการผลสรุปการประชุมมีดังนี้1.การสำรวจทรัพยากรประมงทะเลลึกในบริเวณทะเลอันดามันร่วมภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ จะดำเนินการสำรวจในบริเวณที่ไม่เคยทำประมงมาก่อน ร่วมกันระหว่างภาครัฐโดยกรมประมง และภาคเอกชน โดยสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนการปฏิบัติงาน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการฯ เพื่อแหล่งประมงใหม่ของประเทศไทย

2.การช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำโขง จากผลกระทบการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขง นั้น ขณะนี้กรมประมงได้รวบรวมข้อมูลและส่งเรื่องถึงกระทรวง ก่อนนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือ ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC) เพื่อหาทางออกสำหรับปัญหานี้

3.การแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าประมงไปสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรายชื่อสัตว์น้ำจำนวน 23 ชนิด และได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เสนอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ต่อไป

4.การจัดทำแผนการส่งเสริมด้านการตลาดปลาสวยงามตลอดสายการผลิต ซึ่งขณะนี้แผนงานเสร็จแล้วและและนำเสนอร่างแผนการส่งเสริมด้านการตลาดปลาสวยงามตลอดสายการผลิตให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อพิจารณานำไปสู่การปฏิบัติต่อไป

5.การแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ทั้งการแก้ไขปัญหาขี้ขาวในกุ้งทะเลที่ได้มีงานวิจัยและแผนในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป โครงการเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง (ลดต้นทุนพลังงาน และปรับปรุงระบบฟาร์ม) โดยได้เสนอโครงการไปยังกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรพิจารณาจัดสรรเงินดำเนินงาน โครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งทะเลขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนนำเสนอเข้า คณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป

5.โครงการปรับปรุงการทำประมง (Fishery Improvement Project: FIP) เพื่อเข้าสู่มาตรฐานประมงยั่งยืนสากล ขณะนี้กรมประมงเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ยื่นเสนอขอรับทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ภายในธันวาคม 2563 เพื่อข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว 

นอกจากนี้กรมประมงและสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา ร่วมกันระหว่าง ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) สมาคมประมงอวนล้อมจับประเทศไทย ผู้ประกอบการ ชาวประมงที่เกี่ยวข้อง และบริษัท Key Traceability ซึ่งเป็นผู้ประเมินตามมาตรฐาน MSC ผลการสัมมนาเป็นไปในทิศทางที่ดี ผู้ประกอบการและชาวประมงให้การยอมรับ และคาดว่าจะนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำประมงอย่างมีความรับผิดชอบ และเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวเข้าสู่มาตรฐานประมงยั่งยืนต่อไป

6.โครงการ Fisherman Village Resort โดยขณะนี้มีหมู่บ้านชุมชนชาวประมงชายฝั่ง เพิ่มเติมรวมจำนวน 7 แห่ง 6 จังหวัด ได้แก่ ไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวนจังหวัดละ 1 แห่ง จังหวัดกระบี่และพังงา จำนวน 3 แห่ง เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยวิถีชุมชน เพื่อต่อยอดให้ชุมชนมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลาย ๆ ด้าน บูรณาการร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม หรือ AIC ในแต่ละพื้นที่ 

7.โครงการส่งเสริมพัฒนาการกระจายสินค้าประมงจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคกำหนด (Kick/off) ณ สถานีบริการน้ำมัน PTT Staion โดยในงานได้เชิญผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล (Influencer) เช่น บังฮาซันอาหารทะเล และเชฟญี่ปุ่นครัวการบินไทย ช่วยประชาสัมพันธ์ต่อไป

8.ความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. .... ขณะนี้กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล และร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ. .... ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลงนามในหนังสือนำเรียนรองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

9.ความก้าวหน้าโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง โดยขณะนี้มีผู้ได้รับอนุมัติโครงการสินเชื่อจำนวน 388 ราย วงเงินกว่า 339 ล้านบาท

10.ความก้าวหน้าโครงการนำเรือออกนอกระบบ ขณะนี้โครงการระยะที่ ๑ (ระยะเร่งด่วน) ได้เสร็จสิ้นแล้ว เข้าสู่การพิจารณาช่วยเหลือในกลุ่มต่อไป

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษครและสหกรณ์ห่วงใยพี่น้องชาวประมงและได้ฝากให้กรมประมงและทุกภาคีภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาประมงรวมทั้งการรับมือกับปัญหา COVID-19 ที่เกิดการระบาดรอบใหม่ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวประมงและภาคอุตสาหกรรมประมงไทยโดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและขอให้คณะกรรมการอนุกรรมการทุกคณะและกรมประมงช่วยกันจำหน่ายสินค้าประมงทั้งตลาดออฟไลน์และออนไลน์โดยร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดด้วย


 

 

“ธนกร”ฟุ้ง”บิ๊กตู่”ผลงานเพียบ ตั้งใจทำงาน หลังโพลยกผลงานเข้าตาประชาชน




วันที่ 26 ธันวาคม 2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สำนักวิจัยซุปเปอร์โพลนำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง รัฐมนตรีผลงานเด่นทำงานเข้าตาประชาชนในปี63 ผลปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดจากประชาชนคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  โดยระบุว่า เด่นความเป็นผู้นำ แก้ปัญหาหนักๆ ของประเทศ เป็นคนดี ไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ทำบ้านเมืองเจริญ รถไฟฟ้าหลายเส้น แก้โควิด-19 โครงการคนละครึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฯลฯ ว่า สะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานให้กับประชาชนจริงๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานอกจากการแก้ปัญหาโควิด-19แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทำให้มีผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเปิดรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกเส้นทางการคมนาคมต่างๆ    

นายธนกร กล่าวอีกว่า ในส่วนการแก้ปัญหาโควิด-19 นั้น ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีสร้างเฟคนิวส์เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 สร้างความสับสนให้กับประชาชน ตนขอเตือนให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว เพราะจะทำให้ประชาชนหวาดวิตก เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากศบค.เท่านั้น และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แล้วเราจะผ่านสถานการณ์ไปได้อย่างแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นในพล.อ.ประยุทธ์และระบบสาธารณสุขของไทย

"ส.ส.กุลวลี"ประสาน จนท.เร่งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามสถานศึกษาหลายแห่ง



วันที่ 26 ธันวาคม 2563 น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ  ประสานเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์มาช่วยฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 ตามสถานศึกษาหลายแห่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด -19 สะสมแล้วรวม 5 ราย  ทำให้หลายหน่วยงานเร่งหาแนวทางมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มข้น 

น.ส.กุลวลี กล่าวว่า ตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อโควิด -19 ที่เดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา จำนวน 1 ราย ต่อเนื่องมาจนถึงกรณีที่ จ.สมุทรสาคร ได้ประสานหน่วยงาน อปท.ในพื้นที่ และปศุสัตว์จังหวัดช่วยกันฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ในสถานศึกษาที่มีความหนาแน่นของประชาชน  เช่น เขตเทศบาลเมืองราชบุรี  โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี ตั้งแต่เทศบาล 1-5 ส่วนโรงเรียนทั้งของรัฐบาลและเอกชนหลายแห่ง มีแผนงานในการเข้าไปดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19 น่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเย็นวันนี้ในเขตเทศบาล              

ส่วนพื้นที่ที่มีความแออัดน เช่น กาดวิถีวัดโขลงสุวรรณคีรี ต.คูบัว ตลาดม่อนหินกอง วัดเขากรวดซึ่งมีไอ้ไข่อยู่ รวมทั้งวัดหนองหอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งชุมชน วันนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการเผ้าระวังป้องกันพื้นที่  สิ่งสำคัญตอนนี้อยากให้สวมหน้ากากอนามัยกันทุกคนเพื่อเป็นการป้องกันเชิงรุกที่สามารถดูแลตัวเองได้ พร้อมงดไปในที่ที่แออัด และควรฟังข่าวจากแหล่งข่าวเช่น ประกาศจากจังหวัด คำแถลงจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะบางครั้งการแชร์ข้อมูลที่ผิดพลาดไปมาก               

"ในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชนตอนนี้อยากฝากส่วนราชการในจังหวัดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยทำความเข้าใจและสื่อสารกับประชาชนในเชิงรุก เพราะตอนนี้คนที่วิตกกังวลมาก จึงอยากให้ส่วนราชการอัพเดตข้อมูล ยิ่งช่วงวิกฤตแบบนี้ยิ่งถี่ยิ่งดี วันหนึ่งควรจะอัพเดทข้อมูล สักประมาณ  1-2 ครั้งที่จะต้องบอกประชาชนให้เข้าใจข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง"น.ส.กุลวลีระบุ

"นภาพร"ชี้โควิดระบาดรอบ 2 คือผลงานชิ้นโบว์ดำแห่งปีของ"บิ๊กตู่"



วันที่ 26 ธันวาคม 2563 น.ส.นภาพร  เพชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโควิดรอบ 2 ในหลายจังหวัด จนสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนทั้งประเทศอยู่ในขณะนี้ว่าเกิดจากความหละหลวมและการ์ดตกของรัฐบาลเองที่ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวนำเชื้อโควิดเล็ดลอดผ่านชายแดนเข้ามาได้ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนรู้เห็นเป็นใจกับขบวนการขนแรงงานเถื่อนข้ามชาติในครั้งนี้

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้เตือนรัฐบาลให้เฝ้าระวังบริเวณชายแดนให้ดี นับตั้งแต่มีโควิดกลับมาระบาดอีกครั้งในพม่า แต่ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์จะมัวหลงใหลภูมิใจกับเสียงชื่นชมเรื่องไทยมีตัวเลขโควิดเป็นศูนย์ จึงไม่กระตืนรือล้นเท่าที่ควรในการหามาตรการป้องกันแรงงานต่างด้าว แม้ตัวเองจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควบคุมการแพร่ระบาด แต่เราก็ไม่เคยได้ยินว่าผู้รับผิดชอบบริเวณชายแดนตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะออกมาพูดหรือแอ๊คชั่นอะไรอย่างเป็นเรื่องเป็นราวบ้าง

“จนกระทั่งมีแรงงานต่างด้าวติดเชื้อที่สมุทรสาคร จึงให้โฆษกกองทัพออกมาชี้แจงว่า ที่แรงงานต่างด้าวบางส่วนเล็ดลอดเข้ามาได้ เป็นเพราะชายแดนมีแนวยาว เจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งสร้างความมึนงงให้กับคนไทยเป็นอย่างมากกับเหตุผลดังกล่าว เพราะตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถสั่งทหารทั้งประเทศให้มาตรึงชายแดนได้ เหมือนกับตอนรัฐประหารที่สามารถเรียกทหารทุกหน่วยมายึดอำนาจในกรุงเทพได้ แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับตายใจทำการ์ดตกเสียเอง จนโควิดกลับมาระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้” น.ส.นภาพรกล่าว

น.ส.นภาพรกล่าวด้วยว่าผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในครั้งนี้ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่เคยติดตามผล กับผู้นำกองทัพที่รับผิดชอบเรื่องการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน ไม่ใช่มาโยนความผิดให้เฉพาะแรงงานเถื่อน และที่สำคัญ เรื่องนี้ต้องถือเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่ผ่านมาท่านได้อ้างเรื่องโควิดเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงมาโดยตลอด โดยสั่งให้ประชาชนห้ามการ์ดตกอย่างเด็ดขาด แต่ในเมื่อรัฐบาลทำการ์ดตกเสียเอง ท่านก็ไม่ควรอ้างเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563

รัฐบาลเตรียมผลักดันประเทศเป็นครัวฮาลาลโลก หนุนส่งออกปีหน้าโตตามเป้า 4%



วันที่ 26 ธันวาคม 2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไดกำหนดนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารและผลผลิตเกษตรมาตรฐานฮาลาลสู่ตลาดโลกตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล โดยในปี 2563 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลทั่วโลกมีมูลค่า 1,533,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 48,004,350 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะเพิ่มมูลค่าสูงถึง 2,285,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 71,545,354 ล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองฮาลาลประมาณ 150,000 รายการ          

โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำวิสัยทัศน์และนโยบายการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลเกษตรมาตรฐานฮาลาล ประกอบด้วย 1.นโยบายเพิ่มศักยภาพหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาล 2.นโยบายยกระดับความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรและอาหาร 3.นโยบายเสริมสร้างองค์ความรู้ในการผลิตและการบริหารจัดการ ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้บริโภค 4.นโยบายเพิ่มศักยภาพทางตลาดและโลจิสติกส์ 5.นโยบายยกระดับความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ซึ่ง 5 นโยบายนี้มีแนวทางการดำเนินงานสำคัญๆ อาทิ การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า (Halal Hub) การจัดตั้งสถาบันฮาลาล การส่งเสริมฐานข้อมูลวัตถุดิบฮาลาล (H Number) ระบบศูนย์ข้อมูลกลางการแลกเปลี่ยนทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์ด้านฮาลาล (System Protocol for Halal Electronic Resources Exchange)  วิสัยทัศน์ฮาลาลนี้ถือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ภาคเอกชน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาลอย่างครบวงจร รวมถึงจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค          

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ควบคู่ไปกับการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ มุ่งเป้าสู่การเป็นครัวฮาลาลโลก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำลังขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการผลิตกับการพัฒนาคุณภาพของเนื้อไก่ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของอาหารฮาลาล รวมถึงผลักดันการแปรรูปไก่ฮาลาลเพื่อการส่งออก ทั้งนี้ ศอ.บต.ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการส่งเสริมฟาร์มเลี้ยงไก่ให้กระจายทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงไก่ KKU-1 ที่เป็นผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ไก่พันธุ์นี้ทั้งเลี้ยงง่าย และดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคด้วย เพราะมีกรดยูริคและโคเลสเตอรอลต่ำ ไขมันน้อย เนื้อเหนียวแน่นและนุ่ม เรื่องนี้จึงถือว่าเป็นสร้างประโยชน์อย่างมากต่อการส่งเสริมมาตรฐานอาหารฮาลาล รวมถึงการสร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้          

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีแผนการผลักดันการส่งออกไทยในปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว 4% หลังจากเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศเริ่มฟื้นตัว และในด้านการต่างประเทศ รัฐบาลได้ผลักดันแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: IMT-GT) ที่กำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมฮาลาลให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยสร้างการยอมรับมาตรฐานฮาลาล และการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในอนุภูมิภาคให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

สมเด็จพระสังฆราชประทานพรปีใหม่ "ความพร้อมเพรียงของหมู่ชน ยังความเจริญให้สำเร็จ"


วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2563 เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์ข้อความว่า 

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2564 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป พร้อมลายพระหัตถ์เชิญธรรมภาษิต เป็นพระคติธรรม ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช 2564 ว่า

"สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา

ความพร้อมเพรียงของหมู่ชน

ยังความเจริญให้สำเร็จ"

"สมศักดิ์"เชื่อกม.ปลดล็อกกระท่อมผ่านสภาได้ต้นปีหน้า



เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อมว่า การพิจารณาอยู่ในวาระที่สอง ซึ่งเป็นขั้นการพิจารณาของกรรมาธิการ โดยที่ประชุมเลือกตนเป็นประธานกมธ.ชุดดังกล่าว เนื่องจากคงเห็นว่าตนมีความตั้งใจที่จะทำกฎหมายฉบับนี้เพื่อชาวบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านบ่อยครั้งว่าอยากให้กฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจบางชนิดต้องจริงจัง ถ้าไม่จริงจังจะจบได้ยากมาก โดยสัปดาห์นี้เราได้เริ่มประชุมไปแล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทำให้เราต้องยกเลิกการประชุมไปก่อน โดยเบื้องต้นนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. ซึ่งช่วงนี้ตนได้ขอให้ กมธ. ทุกท่านสรรหาและเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาพูดคุยกันเมื่อมีการประชุมได้ทันที นำมาปรึกษาหารือกันว่ามีอะไรติดขัดหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า กมธ.ทุกท่านน่าจะมีทิศทางที่ตรงกัน

 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ฉบับนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ดำเนินการยกร่าง แล้วนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งทาง ป.ป.ส.ได้พิจารณาหาข้อมูลในการทำกฎหมายอย่างละเอียด การทำกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาจะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน เพราะบางหมู่บ้านมีต้นกระท่อมให้ใช้ประโยชน์อยู่แล้วหากทำเป็นเรื่องอุตสาหกรรมด้วยจะเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งในหลายประเทศมีการปลูกเพื่ออุตสาหกรรม ข้อมูลตรงนี้เราจะต้องมีการรวบรวมและศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ตนเชื่อว่าแม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด แต่ในชั้นการพิจารณาของ กมธ.น่าจะใช้เวลาไม่เกินกรอบเวลา และน่าจะบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ภายในการประชุมสมัยนี้หรือภายในต้นปี 2564

 "ตอนนี้ผมต้องย้ำกับประชาชนอีกครั้งว่าเรายังไม่ได้มีการปลดล็อกพืชกระท่อม ดังนั้นขณะนี้อย่างพึ่งทำอะไรที่เกินเลยข้อกำหนด และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และขอขอบคุณชาวบ้านที่ไว้ใจให้ผมและรัฐบาลให้ได้ดำเนินการเรื่องนี้ เราจะพยายามทำกฎหมายออกมาให้ดีเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด"นายสมศักดิ์ กล่าว

"ตั๊น จิตภัสร์" กมธ. ตำรวจ ร่วมงาน สถาปนา 98 ปี บชน.



เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 น.ส. จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 98 ปี กองบัญชาการตํารวจนครบาล(บช.น.) และวางพานพุ่มสักการะพระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาลพระองค์แรก ต้นราชสกุล กฤดากร โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ให้การต้อนรับ

ที้งนี้ ในอดีตพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ ทรงปรับปรุงและจัดระเบียบกิจการตำรวจกรมกองตระเวน ตามแบบอย่างของสิงคโปร์ หลังจากได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาส ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นกิจการตำรวจไท

น.ส จิตภัสร์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฏร และในนามของราชสกุล กฤดากร มาร่วมงานในวันนี้ ซึ่งกมธ. ตำรวจ สภาฯ และทาง บชน. จะทำงานร่วมกันตามแผนการปฏิบัติงานเชิงรุก ถือเป็นความร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง ส.ส.ในฐานะผู้แทนของประชาชนกับตำรวจนครบาล อีกทั้งจะต่อยอดและสานต่อโครงการ "ชุมชนสีขาว ต้านยาเสพติด" และโครงการครู D.A.R.E เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยร้ายจากยาเสพติด ให้แก่เด็กและเยาวชนไทยในชุมชนต่อไป

'แรมโบ้'เดือดพลั่ก!ตบปาก'คนผมน้อย'ขี้แพ้ ยัน'บิ๊กตู่'สุดยอดนายกฯ



“แรมโบ้” ซัด “พิชัย” ปากเสียแม้แต่ในพรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งนายกอบจ.ยังกัดพวกเดียวกัน ย้ำ “บิ๊กตู่” คือสุดยอดนายกฯแล้ว มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาได้ดี จนเป็นที่ยอมรับ

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ ระบุว่าหากมีการล็อกดาวน์จะทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดหนัก และถือเป็นความล้มเหลวของฝ่ายมั่นคงที่คุมโควิดไม่อยู่ ว่า การพิจารณามาตรการในด้านต่างๆ นายกฯและศบค.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของความเป็นจริง ที่จะต้องรักษาสุขภาพของประชาชน และไม่ให้มีการระบาดของเชื้อ ไปมากกว่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ขณะเดียวกันตนเองมั่นใจว่า

นอกจากนายกฯจะพิจารณามาตรการต่างๆที่จะไม่ให้เชื้อโควิด-19 มีการแพร่ระบาดแล้ว ยังจะพิจารณามาตรการทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย          

นายสุภรณ์ กล่าวว่านายกฯ เข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงขอให้นายพิชัยและสมาชิกพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นในตัวนายกฯ เพราะได้เคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วในครั้งที่ผ่านมาที่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาด และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจอีกด้วย โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง และเที่ยวด้วยกัน แม้ว่านายพิชัย จะมองว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่ตนเองมองว่าช่วยประชาชนได้ดี จนมีเสียงชื่นชมมาอย่างมากมาย ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจในมาตรการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้การช่วยเหลือประชาชนในระยะยาวนายกฯ รัฐบาล ก็ไม่เคยหยุดคิดที่จะหามาตรการต่างๆออกมาช่วยเหลือเยียวยา          

ส่วนที่นายพิชัย มองว่าสาเหตุการระบาดเชื้อโควิด-19 ฝ่ายความมั่นคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบที่ปล่อยให้มีการลักลอบของแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเข้ามานั้น  นายสุภรณ์ ระบุว่านายพิชัยอย่ามองเพียงด้านเดียวของผู้ที่ทำผิดกฎหมายหมาย แต่ขอให้มองถึงการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล ที่กำชับหน่วยงานมั่นคง คุมเข้มตามแนวชายแดนอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างหนักในการเฝ้าระวังชายแดน และนายกฯย้ำเสมอที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่นำแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเข้ามา ซึ่งไม่ใช่ว่านายกฯปล่อยปละละเลย          

“ยืนยันว่า สถานการณ์ประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีแต่พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นที่จะช่วยประเทศชาติได้ เพราะเป็นบุคคลที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาให้ประเทศ ซึ่งนายกฯย้ำเสมอว่าคนในชาติจะต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ซึ่งผมเองก็มองว่าพรรคฝ่ายค้านก็ควรร่วมมือกับรัฐบาลเช่นเดียวกัน โดยขอให้คิดทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนบ้าง และนายพิชัยก็ควรถามตัวเองด้วยว่า ปัญหาความแตกแยกในพรรคเพื่อไทยทุกวันนี้เป็นเพราะนายพิชัย มีนิสัยพฤติกรรมปากเสียและสมองอาจมีปัญหาหรือไม่ สังเกตุได้ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังมีปัญหาวุ่นวายอย่างหนักทะเลาะกันเองทุกวัน โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นนายกอบจ.เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้ไม่ได้ตามเป้าหมาย โดยนายพิชัยกล่าวหาว่า จังหวัดไหนที่คุณหญิงสุดารัตน์ไปทำให้พ่ายแพ้เป็นการดูหมิ่นดูแคลนคุณหญิงหน่อย จนกระทั่งส.ส.ในพรรคเพื่อไทยต้องออกมาโวยวายอัดกลับนายพิชัย ในลักษณะปากไม่ค่อยดี          

นายสุภรณ์ กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจ ว่าทำไมมีคนพูดถึงนายพิชัย ว่าปัญญานิ่ม พูดหรือคิดอะไรที่ฉลาดกว่านี้ไม่เป็น ตนจึงตอบไปว่า อย่าไปถือสาหาความกับคนประเภทนี้เลย แม้แต่ภายในพรรคเพื่อไทยเองยังมีปัญหากับทุกคนไปทั่ว ไปพูดดูถูกเหยียดหยามคนพวกเดียวกัน เที่ยวไล่ฟัดไล่กัดพวกเดียวกัน จนพรรคเพื่อไทยแทบจะพัง คนในพรรคอยากจะลาออกกันหมดแล้ว

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"มจร"ปิดโครงการปฎิบัติธรรม ป้องกันระบาดไวรัสโควิด



เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชปริยัติกวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งปิดโครงการปฏิบัติธรรมประจำปีของนิสิตแล้ว สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 



ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2563 ระหว่างวันที่ 16 – 27 ธันวาคม 2563  ในปีการศึกษา 2563 นี้มหาวิทยาลัยฯได้กำหนดให้ทุกวิทยาเขต วิทยาลัย โครงการขยายห้องเรียนฯ และหน่วยวิทยบริการ จัดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามสถานที่ที่วิทยาเขต วิทยาลัย โครงการขยายห้องเรียน หน่วยวิทยบริการนั้น ๆ โดยมีจำนวนนิสิตทั่วประเทศที่เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน จำนวนทั้งสิ้น 12,413 รูป/คน 

สำหรับส่วนกลาง กำหนดให้นิสิตระดับปริญญาตรี ทุกคณะ ทุกชั้นปี เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีนิสิตที่ยื่นคำร้องขอปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,085 รูป/คน 

1. นิสิตคณะพุทธศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 150 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ สวนเวฬุวัน ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 

2. คณะครุศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 179 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

3. คณะมนุษศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 258 รูป เข้าภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

4. คณะสังคมศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 303 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

5. คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ (บรรพชิต) จำนวน 34 รูป เข้าฝึกปฏิบัติวิปัสสนา

กัมมัฏฐาน ณ วัดพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำมอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

6. คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชานิติศาสตร์ (ภาคบัณฑิต) จำนวน 75 รูป/คน ณ มจร วิทยาเขตนครสวรรค์ ตำบลนครสรรค์ออก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

7. นิสิตคฤหัสถ์ จากคณะพุทธศาสตร์ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์ จำนวน196 คน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การดำเนินโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ครั้งนี้ ได้กำหนดให้นิสิตทุกคณะเข้าฝึกภาคปฏิบัติตามตาราง ดังนี้ ภาคเช้า เวลา 04.00 – 12.00 น. ทำวัตรเช้า ปฏิบัติ และฉันภัตตาหารเช้า –เพล/รับประทานอาหารเช้า-กลางวัน

ภาคบ่าย เวลา 13.00 – 17.00 น. แยกกลุ่มปฏิบัติ  สอบอารมณ์กัมมัฏฐาน

ภาคเย็น เวลา 18.00 – 21.00 น. ทำวัตรเย็น/ปฏิบัติ/ฟังบรรยาย จากพระวิปัสสนาจารย์


 

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

วัดพระธรรมกายชวนสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์แบบ New Normal



วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร กล่าวว่า จากสถานการณ์ติดเชื้อรอบใหม่ของโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาครรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง วัดพระธรรมกายจึงจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีแบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้สร้างบุญเสริมสิริมงคลรับศักราชใหม่ 2564 แบบ New Normal ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด โดยสามารถร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เริ่มเวลา 21.30 น. เป็นต้นไป ทาง www.gbnus.com  , www.dmc.tv สอบถามรายละเอียดโทร.02-831-1000

“ขอเจริญพรถึงพี่น้องประชาชนที่เดินมาทำบุญและปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ด้วยการวัดอุณหภูมิและลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมพิธี สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างร่วมกิจกรรม ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์70เปอร์เซ็นต์ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 2 เมตร โดยทางวัดมีทีมแพทย์พยาบาลและอาสาสมัครจิตศรัทธาคอยดูแลสุขภาพท่านตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้อาศัยในจังหวัดสมุทรสาครและใกล้เคียงสามารถร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรม นั่งสมาธิออนไลน์กับทางวัดได้” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

เจ้าคุณประสารมอง! การเลือกตั้งนายก อบจ.กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา



วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2563 เฟซบุ๊กพระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร ได้โพสต์ข้อความว่า  

การเลือกตั้งนายกอบจ.กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา         

ประเทศไทยว่างเว้นจากการเลือกตั้งท้องถิ่นมานานกว่าทศวรรษแล้ว คณะทหารได้เข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและอ้างเหตุความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศล๊อคดาวน์ประชาธิปไตย แช่แข็งประชามติของประชาชนไว้เป็นเวลานาน       

20 ธันวาคม 2563 รัฐบาลได้เปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นทั่วประเทศนัยว่าเป็นการโยนหินถามทางนั่นคือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ)และสมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) แต่ยังไม่ยอมเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเทศบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)และเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา (สุขาภิบาล กฎหมายปี2542 ให้ยกขึ้นเป็นเทศบาลแล้วทั่วประเทศ) ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ต่างมีสุขเพราะไม่ต้องอยู่ในวาระคราวละ 4 ปีตามกฎหมายกำหนด แต่ให้เป็นเป็นไปตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)บางคนบางตำแหน่งหัวหน้าคสช.แต่งตั้งขึ้นมาเองโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งของประชาชน เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา เป็นต้น               

การปกครองท้องถิ่น (Local Government)นั้นเกิดจากแนวคิดของรัฐบาลประชาธิปไตยที่มุ่งหวังให้ชุมชนเข้มแข็ง มีตัวแทนเป็นของตัวเอง มีงบประมาณเฉพาะชุมชน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ          

การปกครองในรูปแบบนี้ก็เพราะต้องการจำลองภาพใหญ่ของประเทศคือรัฐบาลกลางที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนลงมาสู่ท้องถิ่นในระดับจังหวัด อำเภอและตำบล เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆได้ดูแลปกครองกันเอง ภาษีก็คืนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาท้องถิ่น และที่สำคัญคือสังคมจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาและประคับประครองระบอบประชาธิปไตยให้เจริญงอกงามโดยฐานเแรกนั้นให้ทุกคนได้รู้จักฟังเสียงของประชาชนเสียก่อน            

การแต่งตั้งผู้นำท้องถิ่นจากปลายปากกาของคนๆเดียวจึงไม่ต้องตามเจตนารมย์ของกฎหมายและเจตจำนงค์ของประชาชนทั้งประเทศ          

การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในวันนี้สะท้อนอะไรหลายอย่าง เช่น อำนาจ(ทั้งส่วนตัวและอำนาจรัฐ)​ บารมี พวกพ้องบริวาร ความรัก ความเสียสละ หรือการเงิน เป็นต้น แต่ฐานเลือกจะมาจากใหน อย่างไรก็ตามเราต้องฝึกหัด เรียนรู้และทำความรู้จักเพื่อเคารพประชามติของประชาชน นี่สำคัญ  อย่าหาเหตุ อย่ากล่าวอ้าง อย่าเบี่ยงเบน เพื่อใส่อำนาจอื่นใดที่ไม่ขอบธรรมเข้ามา ทุกฝ่ายจะต้องอดทนและเรียนรู้ประชาธิปไตยไปพร้อมๆกันใ้ห้ได้        

พระพุทธศาสนานั้นพระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความเสียสละ อุทิศตนเพื่อสังคม ประเทศชาติ เห็นประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง พึงละเว้นอกุลศลกรรมทั้งปวงมีทุจริตคอรัปชั่น กินสินบาทคาดสินบน กอบโกยผลประโยชน์  เอารัดเอาเปรียบ เป็นต้น ทรงสอนให้ประพฤติสุจริตทั้ง กายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม เพื่อปกครองดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี มีความสุข           

นายกอบจ.และส.อบจ.ทั้งหลายพึงสังวรระวังบาปทั้งปวงและเดินตามทางแห่งกุศลกรรม          

วันนี้สังคมไทยยังคงมีความแตกแยก ชิงชัง สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การต่อสู้ห้ำหั่นกัน ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว มีความศิวิไลซ์ ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุขล้วนมาจากฐานแห่งสามัคคีธรรมดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้กว่า 2,500 ปีมาแล้วในวัชชีอปริหานิยธรรม        

วันนี้การปกครองท้องถิ่นได้เดินหน้าในระบอบประชาธิปไตยมาบ้างแล้วแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม  หวังว่าภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะรัฐบาล และส่วนงานที่เกี่ยวข้องคงจะได้ยินเสียงอันแท้จริงของคนไนประเทศ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วจะได้ช่วยกันกำหนดทิศทางของประเทศให้เป็นไปตามหลักสามัคคีธรรมและระบอบประชาธิปไตยที่สากลที่ทั่วโลกส่วนใหญ่ปฎิบัติกันอยู่ในเวลานี้


             พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร)

                        21 ธันวาคม 2563

ขอถวายความอาลัย! หลวงพ่อวิริยังค์มรณภาพแล้ว สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 80 พรรษา



วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2563  เพจวัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร ได้โพสต์ข้อความว่า 

ประกาศ แจ้งข่าวการมรณภาพ

เจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม

(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล/ประธานกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา

ได้ถึงแก่การมรณภาพ ในวันอังคาร ที่ ๒๒ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๐๗.๓๒ น. สิริอายุ ๑๐๐ ปี ๑๑ เดือน ๑๕ วัน ๘๐ พรรษา

วัดธรรมมงคลและคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา จึงขอประกาศแจ้งข่าวการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ กำหนดการอื่นๆ ทางวัดจักแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป



ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เว็บไชต์ราชกิจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนา สมณศักดิ์ "พระพรหมมงคลญาณ"(หลวงพ่อวิริยังค์ ) พระนักปฏิบัติชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระญาณวชิโรดม"

โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระพรหมมงคลญาณ เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณ ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม มั่นคงตลอดมา ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และราชอาณาจักรอย่างไพศาล ดังปรากฏในประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นที่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 แล้วนั้น

ครั้นต่อมา พระพรหมมงคลญาณ ได้เจริญยิ่งด้วยอุตสาหวิริยาธิคุณมิได้ท้อถอย ได้ปกครอง ดูแล และให้ความอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในคณะและในอารามอย่างสม่ำเสมอ สนับสนุนและให้ความสำคัญด้านการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนของชาติอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาสมาธิ การฝึกอบรมสมาธิภาวนาจิต เผยแพร่ไปทั่วประเทศ และในต่างประเทศ ก่อให้เกิดการน้อมนำธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบัน

สรรพกรณียกิจที่ พระพรหมมงคลญาณ ได้บาเพ็ญปฏิบัติตลอดมานั้น ย่อมเกิดผลดีทั้งแก่พระพุทธศาสนา ประเทศชาติ และประชาชนทั่วไป นับได้ว่าเป็นผู้มีความอุตสาหวิริยะประกอบด้วยเมตตาธิคุณและกรุณาธิคุณเกื้อกูลต่อพหูชน อุทิศตนแก่พระพุทธศาสนาและสังคมอย่างแท้จริง สมควรที่จะได้ยกย่องให้ดารงสมณฐานันดรที่สมเด็จพระราชาคณะสืบไป

จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา "พระพรหมมงคลญาณ" ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะมีราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพพัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน

เปิดประวัติ "สมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จพระญาณวชิโรดม" หรือ หลวงพ่อวิริยังค์ 

เดิมชื่อ วิริยังค์ บุญฑีย์กุล เป็นบุตรขุนเพ็ญภาษชนารมย์ ซึ่งรับราชการเป็นนายสถานีรถไฟ กับ นางมั่น บุญฑีย์กุล เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2463  ณ สถานีรถไฟปากเพรียว (สถานีสระบุรีในปัจจุบัน ) จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง7 คน  และด้วยบิดาเป็นนายสถานีรถไฟ ชีวิตในวัยเด็กจึงจำเป็นต้องโยกย้ายที่อยู่ไปประจำที่อื่นอยู่บ่อยครั้ง

การบรรพชาอุปสมบท

เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสุปัฏนาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นของจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาย้ายมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา  และเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2478  ได้บรรพชาที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทอง นาดวโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาได้ 10 วัน ก็ออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาเพื่อแสวงหาที่วิเวก และอุปสมบทเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2484  ขณะอายุ  21 ปี ที่วัดทรายงาม อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี โดยพระปัญญาพิศาลเถร(หนู ฐิตปญโญ) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่กงมา จิรปุณโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ 


จากนั้นหลวงพ่อวิริยังค์ ได้เดินธุดงค์ติดตามพระอาจารยกงมาไปในที่ต่างๆ เป็นเวลา 8 ปี วันหนึ่ง พระอาจารย์กงมาพาท่านเดินธุดงค์จากจังหวัดจันทรบุรีไปจังหวัดสกลนคร เพื่อไปพบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงพ่อวิริยังค์ได้รับเลือกให้เป็นอุปัฏฐากอยู่ในพรรษา 4 ปี นอกพรรษา 5 ปี รวมเป็น 9 ปี ได้เดินธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์มั่น เรียนธรรมะอันลึกซึ้ง และจดคำสอนของหลวงปู่มั่นบางตอนไว้ และได้เผยแพร่คำสอนนี้แก่สาธารณชน ในหนังสือที่ชื่อว่า "มุตโตทัย" 


เมื่อปีพ.ศ. 2506 จนถึงปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร มีอายุ 100 ปี พรรษา 79 มีลูกศิษย์ที่ศรัทธาป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2540 ผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ ที่วัดธรรมมงคลถาบุญญนนทวิหาร เพื่อสอนสมาธิสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จนปัจจุบันมีการขยายสาขาสถาบันพลังจิตตานุภาพไปแล้ว 287 สาขาทั่วประเทศ และในต่างประเทศที่แคนาดา 6 แห่ง รวมทั้งที่สหรัฐอเมริกาด้วย


ปริญญากิตติมศักดิ์


พุทธศักราช 2538 ปริญญาพัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ ด้านบริหารการพัฒนา จาก สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)


พุทธศักราช 2545 ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จาก สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา


พุทธศักราช 2545 ปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษานอกระบบ จาก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย


พุทธศักราช 2550 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง


พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จังหวัดเชียงราย


พุทธศักราช 2554 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเพื่อการพัฒนา จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา


พุทธศักราช 2555 ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


พุทธศักราช 2556 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ


พุทธศักราช 2557 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาและเทคโนโลยี จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ


สมณศักดิ์


พุทธศักราช 2507 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูญาณวิริยะ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2510 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิริยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2545 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2554 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมงคลญาณ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


ขอบคุณภาพ-ข้อมูลจาก : วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร,dhammamongkol.com


ชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา ร้อง กมธ.ศาสนาสภาฯ แก้ปมพื้นที่"นสล."ทับที่"วัด"



เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ แก้วอินทร์ ประธานชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา ได้ยื่นหนังสือต่อ นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฏร เรื่องการแก้ไขปัญหาวัดที่สร้างในเขตพื้นที่ นสล. 

ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ กล่าวว่า กรณีวัดสร้างอยู่ในที่สาธารณะประโยชน์ (นสล.) ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันบางกรณีวัดสร้างอยู่ก่อนแต่ออกโฉนด นสล. ภายหลังทับที่วัด บางกรณี นสล. ออกโฉนดก่อนวัดสร้างที่หลัง จึงเกิดข้อพิพาทระหว่างวัดกับหน่วยงานของรัฐ มีคดีความข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บางคดีพิพาทกันถึงศาลฎีกา เป็นเหตุให้พระสงฆ์ ถูกดำเนินคดีศาลพิพากษาสั่งปรับ,สั่งให้พ้นออกจากวัด,จำคุก,วัดถูกศาลสั่งรื้อ เป็นตันด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนาจึงได้ร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมรัฐสภา ได้โปรดพิจารณา

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการฯจะนำเข้าสู่การประชุมในคราวต่อไป โดย ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ กล่าว่า ในประเด็นพื้นที่ นสล. มีประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ในหลายเขตพื้นที่ ทั้งนี้การตีความในแง่กฎหมายมีความเห็นต่าง โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ "ป่าช้า"  ซึ่งวัดหลายๆ แห่งจะเกิดในพื้นที่ป่าช้า และมีการตีความหมายว่า พื้นที่ป่าช้าเป็นพื้นที่ นสล. หรือไม่ ซึ่งแต่ละวัดก็มีระยะเวลาที่ก่อตั้งมานาน การขีดเส้นพื้นที่ นสล. กับ วัด อาจจะนำเข้าพิจารณาและหารือกันในหลายฝ่าย ซึ่งมีกฎหมายในหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณากันอย่างละเอียดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกร่วมกัน

มส.มีมติงดจัดสวดมนต์ข้ามปีที่พุทธมณฑลนครปฐมแล้ว



เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงผลการประชุมว่า จากการที่โรคโควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ที่ประชุม มส.จึงมีมติยกเลิกการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในส่วนกลางซึ่งจะจัดขึ้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนวัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกรุงเทพมหานคร ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) พิจารณาร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการของแต่ละจังหวัด พร้อมกันนี้ มส.ยังเห็นชอบเลื่อนการสอบธรรมสนามหลวงในวันที่ 24 และ 27 ธ.ค. ออกไปก่อน จนกว่าจะมีประกาศจากทางสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงกำหนดวันสอบใหม่ต่อไป และ มส.ยังเห็นชอบให้เลื่อนกำหนดการฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ในเดือน ม.ค. 2564 ออกไปก่อนด้วย          

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ มส.ยังเห็นชอบงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในโอกาสวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งกำหนดจัดทุกวันเสาร์จนถึงสิ้นปี 2563 ที่วัดบวรฯ และงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่กำหนดจัดทุกวันที่ 28 ของทุกเดือนด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนภูมิภาคให้พิจารณาตามมาตรการของแต่ละจังหวัดว่าจะสามารถจัดทั้งสองกิจกรรมดังกล่าวได้หรือไม่


"ยิ่งลักษณ์"ยินดีกับนายก อบจ.ใหม่ทุกคน ขอบคุณคนเจียงใหม่"บ่ลืมเฮาสองปี้น้อง"

 


วันที่ 21 ธันวาคม 2563 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับนายกอบจ.ใหม่ทุกท่านนะคะที่ได้รับเลือกตั้ง หลังถูกยึดอำนาจมานาน โดยเฉพาะนายก อบจ.เจียงใหม่ ก็ต้องขอบคุณปี้น้องจาวเจียงใหม่ที่บ่ลืมเฮาสองปี้น้อง เฮาฮักไผเฮาก็ฮักตวยกั๋น เฮาเชียร์ไผเฮาก็เชียร์ตวยกั๋นเน้อเจ้า

"เพื่อไทย"ปลื้ม!ผลเลือกตั้งนายกอบจ.คว้าชัยชนะ9จังหวัด 

ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พรรคเพื่อไทย ยินดีกับประชาชน เพราะหลังการยึดอำนาจ ประชาชนเรียกร้องสมาชิกสภาท้องถิ่นมาโดยตลอด การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนตื่นตัว ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งนายกอบจ.และสมาชิกอบจ. แม้คะแนนการเลือกตั้ง ยังไม่ปรากฎเป็นทางการ ในนามของพรรคมีความพึงพอใจ ส่งผู้สมัคร 25 จังหวัดทั่วประเทศ ผลการเลือกตั้ง ถือว่าประสบชัยชนะถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ใน 9 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในภาคกลาง ผู้สมัครก็ได้ทำงานเต็มที่ หลายคนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ พรรคส่งผู้สมัครหลายจังหวัดในภาคกลาง แม้จะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่เราก็พึงพอใจ ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี


น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยไม่ชนะทั้งหมด แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเบ่งบานทางประชาธิปไตยได้เกิดขึ้นแล้ว สำหรับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 รอบที่สอง พรรคมีความกังวล ในการคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย พรรคมีความห่วงใย ในการดูแลสถานการณ์ ผอ.ศบค. ไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา ทั้งมิติด้านความมั่นคง และหลักสุขภาพ การมีอยู่ศบค. สะท้อนการรวมศูนย์อำนาจ แต่ยังหาผู้รับผิดชอบจากเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ แรงงานต่างด้าวที่หลบหนี ประเทศเพื่อนบ้าน พม่ามีผู้ติดเชื้อสูงสุด การเฝ้าระวังตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนแรงงานที่หลบหนี ไม่แจ้งลงทะเบียน การติดตาม ตรวจสอบเป็นสิ่งสำคัญ พรรคเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดี ขอให้กำลังใจบุคคลาการทางการแพทย์ อสม. และอยากให้ประชาชนตระหนัก ในมาตรการป้องกัน แม้รัฐบาลจะการ์ดตกไปบ้าง แต่ประชาชนอย่าการ์ดตก ส่วนการล็อกดาวน์ เราเป็นห่วงว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจในไตรมาส4 ควรจำกัดวงในการล็อกดาวน์ เพื่อให้ผลกระทบจากทางเศรษฐกิจเกิดน้อยที่สุด

          

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครในนามพรรคทั้งสิ้น 25 คน ได้รับชัยชนะ 9 คน จาก 2 ภูมิภาค เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จ.เชียงใหม่ นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ์ จ.ลำพูน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ จ.น่าน นส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร จ.ลำปาง นายอนุวัธ วงศ์วรรณ จ.แพร่ นายวิเชียร ขาวขำ จ.อุดรธานี นายกานต์ กัลป์ตินันท์ จ.อุบลราชธานี นายวิเชียร สมวงศ์ จ.ยโสธร พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ จ.มุกดาหาร

          

ในส่วนของจังหวัดปทุมธานีและสกลนคร แม้พรรคจะไม่ได้มีมติส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่อนุญาตให้ผู้สมัครที่ลงในนามกลุ่ม นำโลโก้พรรคไปหาเสียงได้ และหลังทราบผลมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นายชูพงษ์ คำจวง ที่พลิกกลับมาชนะ ได้นัดหมายแถลงขอบคุณ วันที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ห้องประชุมโรงแรมสกลแกรนด์ จ.สกลนคร มีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล นายเสรี สาระนันท์ อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าว

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ม.มหิดลเปิดรับสมัครพระเณรนักเรียน รับทุนเฉลิมราชกุมารี เรียนต่อวิทยาลัยศาสนศึกษา



ม.มหิดล ขยายโอกาสรับสมัครทุนเฉลิมราชกุมารี โครงการเพชรศาสนา ประจำปี 2563 ให้พระภิกษุ/สามเณร และนักเรียนทั่วไปได้มีโอกาสศึกษาต่อที่วิทยาลัยศาสนศึกษา

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยมหิดล โดย วิทยาลัยศาสนศึกษา ร่วมกับ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มอบ “ทุนเฉลิมราชกุมารี” จาก “โครงการเพชรศาสนา” แก่พระภิกษุ/สามเณรจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศที่มีผลการเรียนดีเด่นในระดับ Top 100 เข้าศึกษาต่อ ณ วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยริเริ่มโครงการเมื่อปี 2562 มาในปี 2563 ได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังกลุ่มนักเรียนทั่วไปที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากต่างจังหวัด หรือด้อยโอกาสทางการศึกษาภาคบังคับและปัจจุบัน จากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาอื่นๆ ให้มีโอกาสได้รับทุนเข้ามาศึกษาต่อด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรืออากาศโท ทันตแพทย์ชัชชัย คุณาวิศรุต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และรักษาการแทนคณบดีวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกในยุคดิสรัปชันที่ไร้พรมแดนเช่นปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางการนับถือศาสนา การศึกษาเพื่อการนำพาโลกสู่สันติภาพ ด้วยความเข้าใจในความแตกต่าง และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข จึงมีบทบาทมากกว่าการมุ่งศึกษาเพียงศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ซึ่ง วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบันได้มีการปรับการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยได้จัดให้มีการศึกษาศาสนา-ความเชื่อต่างๆ ในแง่มุมที่หลากหลาย เพื่อความเข้าใจอย่างลึกซึ้งบนพื้นฐานของเหตุและผล ร่วมด้วยทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก



บรรยากาศการเรียนการสอนที่ วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นสากล โดยมีคณาจารย์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และจัดให้นักศึกษาที่เป็นพระภิกษุสามเณร และนักศึกษาทั่วไป ได้เรียนร่วมกัน แต่เป็นไปด้วยความเหมาะสมตามหลักศาสนา ซึ่งโครงการเพชรศาสนา ในส่วนของพระภิกษุ/สามเณร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเป็นฝ่ายรับผิดชอบให้ทุนการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนจบการศึกษาปริญญาตรี ซึ่ง วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น 1 ใน 3 สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดให้พระภิกษุ/สามเณรได้เลือกเรียนในโครงการเพชรศาสนา โดยมีหนึ่งในคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาทุนการศึกษาจากวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของ แพทย์หญิงคุณอรวรรณ คุณวิศาล ประธานมูลนิธิน้ำทอง คุณวิศาล ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

สามเณรกิตติพัชญ์ อุ่นปิง หนึ่งในผู้รับ “ทุนเฉลิมราชกุมารี” จาก “โครงการเพชรศาสนา” ปี 2562 ซึ่งกำลังศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า ท่านเกิดที่จังหวัดสระบุรี สาเหตุที่บวชเรียนเป็นสามเณรตั้งแต่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากโยมพ่อและโยมแม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา สามเณรกิตติพัชญ์ อุ่นปิง ได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่โรงเรียนมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย (วัดชูจิตธรรมาราม) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โดยได้รับทุนจากโครงการเพชรศาสนา ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ท่านได้สมัครเรียนวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยการเสนอแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) ที่แสดงประวัติและผลงานวิชาการและกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งท่านเคยได้ไปร่วมแข่งขันตอบปัญหาวิชาภาษาบาลี และร่วมกิจกรรมจิตอาสาของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 

สามเณรกิตติพัชญ์ อุ่นปิง ได้กล่าวฝากหลักธรรม “วิริยะ มีความเพียรเรียนหนังสือ ขันติ ถือความอดทนจนถึงฝัน สัจจะ จริงพูดสิ่งใดทำสิ่งนั้น กตัญญู สถาบันทุกวันคืน” ด้วยความภาคภูมิใจที่ได้เป็นนักศึกษาวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และมุ่งตามปณิธาน “ปัญญาของแผ่นดิน” ของมหาวิทยาลัยมหิดลต่อไป

ในปี 2563 นี้ “โครงการเพชรศาสนา” ได้จัด “ทุนเฉลิมราชกุมารี” สำหรับพระภิกษุ/สามเณร และนักเรียนทั่วไปที่จะเข้าศึกษาต่อวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 50 ทุน โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้รับทุน ในส่วนของพระภิกษุ/สามเณรให้มีเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) 4 ภาคการศึกษา ≥ 2.50 หรือเป็นผู้ได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ส่วนนักเรียนทั่วไปให้มีเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) 4 ภาคการศึกษา ≥ 3.00 เกณฑ์ขั้นต่ำคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้ (GPA) วิชาภาษาอังกฤษ ≥ 3.00 วิชาภาษาไทย ≥ 3.00 วิชาสังคม ≥ 3.00 

เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเวลา 12.00 น.ของวันที่ 25 ธันวาคม 2563 ที่ https://tcas.mahidol.ac.th/index.html ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการศึกษา วิทยาลัยศาสนศึกษา ม.มหิดล โทร. 0-2800-2633 www.crs.mahidol.ac.th

"อุตตม" เผย "สร้างอนาคตไทย" เนื้อหอม คนแห่ร่วมพรรคเพียบ รอเวลาเหมาะสมเปิดตัว

  เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 นายอุตตม​ สาวนายน แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย​ โพสต์เฟซบุ๊กว่า​ สวัสดีครับ หลังจากเปิดตัวพรรคเสร้างอนาคตไทย ไปเ...