วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

หวั่น"พระปรางค์วัดอรัญญิกกาวาส-โบสถ์็เก่าวัดคุ้งกระถิน" ซ้ำรอย"บอมเบย์เบอร์มา"



วันที่ 1 สิงหาคม 2563  น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.เขต 1 ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ, นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยนางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจดูการบูรณะซ่อมแซมพระปรางค์และระเบียงคด วัดอรัญญิกาวาส ต.เจดีย์หัก อ.เมือง สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2030 - 2035 มีอายุกว่า 500 ปี และวัดคุ้งกระถิน ต.คุ้งน้ำวน อ.เมือง บริเวณประตูอุโบสถระบุก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2469 

น.ส.กุลวลี เปิดเผยว่า เมื่อครั้งมี ครม.สัญจรของนายกรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2562 จังหวัดได้นำเสนอโครงการเกี่ยวกับบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่าแก่ โดยในปี 63 ได้รับงบประมาณผ่านทางกรมศิลปากรได้แก่ วัดอรัญญิกาวาสและวัดคุ้งกระถิน อ.เมือง ราชบุรี ซึ่งที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญที่โบราณสถานบอมเบย์เบอร์ม่าที่ จ.แพร่ ได้รับความเสียหายจากการบูรณะที่ผิดวิธี และล่าสุดที่วัดหมื่นล้าน จ.เชียงใหม่ ทำให้มีความกังวลใจ จึงได้ประสานรองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 มาร่วมรับฟังกับเจ้าอาวาส, กรรมการวัด และชาวบ้านในพื้นที่ถึงแนวทางของกรมศิลป์ ว่าจะทำการบูรณะอย่างไรบ้าง เพื่อความสบายใจว่าโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดราชบุรีจะไม่ถูกทำลายไป

วันเกิด 71 ปี "ประภัตร" คึกคัก! "วราวุธ"นำอวยพรยกเป็นหางเสือ"ชทพ."




วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บ้านทรงไทย อ.ศรีประจันต์ จ. สุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา จัดพิธีทำบุญอาหารเลี้ยงพระเช้า แด่พระสงฆ์ 32 รูป เนื่องในโอกาสวันคล้ายเกิดครบรอบ 71 ปี ด้วยสโลแกน"เราไม่เคยลืมกัน" 1 สิงหาคม 2563 โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส. )ในฐานะ ประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมอวยพรแต่เวลา 07.30 น.บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

นายวราวุธ กล่าวว่า "วันเกิดอาประภัตร หลานไม่มาไม่ได้ แต่ที่ต้องรีบมาแต่เช้าเพราะต้องเดินทางไปราชการทางภาคเหนือต่อ อาเป็นหนุ่มขึ้นอีกหนึ่งปี และเป็นเสาหลักให้กับคนสุพรรณและพรรคชาติไทยพัฒนาเพิ่มอีกหนึ่งปี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้เห็นแล้วว่าการทำงานของอาและผมในรัฐบาล นั้น เป็นรัฐมนตรีที่เรียกได้ว่าทำงานหนักที่สุดในรัฐบาล และเป็นการทำงานที่เราไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ชาวสุพรรณบุรีได้เห็นว่าทุกคะแนนที่เลือกพวกเราเข้าไปนั้น ไม่ได้เลือกเขาไปเสียเวลาเปล่า ไม่ได้เอาไปนั่งตบยุง ไม่ได้เอาไปนั่งเล่นการเมือง แต่เข้าไปทำงานเพื่อให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีและคนไทยทั้งประเทศ"

"ผ่านการเลือกตั้งมา ผมได้เห็นแล้วว่า การทำงานผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ กับ คนรุ่นใหญ่ นั้น มีความสำคัญแค่ไหน เพราะบอกได้เลยว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ถ้าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีแม่ทัพใหญ่ที่ชื่อประภัตร โพธสุธน ก็จะไม่มีรัฐมนตรี ที่ชื่อ วราวุธ ศิลปอาชาในวันนี้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็แล้วแต่ เวลาที่ผมเจออาตั้งแต่เด็กจนโตขนาดนี้ ตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ที่พูดกันไว้ตั้งแต่วันแรก คือตำแหน่งอาของหลาน และ ขุนพลคู่ใจของคนชื่อบรรหาร ศิลปอาชา ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับนายบรรหารมานับ สิบๆปี วันนี้ยังมาเป็นหางเสือสำคัญ เป็นเข็มทิศสำคัญให้กับพรรคชาติไทยพัฒนา และให้กับผม ซึ่งยามใดที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรีแล้วมองไปเห็นคนชื่อประภัตร โพธสุธนนั้น ทำให้ผมมีกำลังใจมีความอุ่นใจว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองสุพรรณ ผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นกุนซือใหญ่คอยให้คำแนะนำ ให้คำสอนอีกมากมาย ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงต้องมาให้กำลังใจ ขอให้อาแข็งแรงตีปิ๊บดังไปเรื่อยๆทุกปีๆ"

"สิ่งใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้อามีกำลังวังชา มีเรี่ยวแรง ทำงานต่อไปให้กับคนสุพรรณได้ ต้องขอให้ทุกคนร่วมกันเป็นกำลังใจและส่งแรงใจให้กับอา  ผมเองก็ไม่รู้จะมอบอะไรให้กับอาผู้ที่มีทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว จึงขอมอบตัวและหัวใจให้กับอา และปวารณาตัวเสมอว่าตราบใดที่มีคนชื่อ ประภัตร โพธสุธน คู่กับพรรคชาติไทยพัฒนา ตราบนั้น ครอบครัวศิลปอาชา ก็จะยืนเคียงข้างกับคนสุพรรณบุรีตลอดไป ขอให้อามีสุขภาพกาย สุขภาพใจแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นหางเสือ เป็นเข็มทิศ ให้กับชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ให้กับพรรคชาติไทยพัฒนาต่อไป" นายวราวุธ กล่าว

ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ถวายความรู้เครือข่ายพระสงฆ์เฝ้าระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา




วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการเครือข่ายพระสงฆ์เฝ้าระวังสื่อชวนเชื่อทางศาสนา หลักสูตร "พระสงฆ์ผู้นำขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5"  และ บรรยายพิเศษ  เรื่อง "บทบาทพระสงฆ์กับการสร้างสังคมปลอดสื่อปลอม"  ณ อาคารราชวิริยาลังการ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม

ในการนี้ ผจก. กองทุนได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนในการส่งเสริมการผลิตสื่อสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมของประชาชน  เน้นการผลิตเนื้อหาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้หลักธรรมมาใช้ในภาวะวิกฤติ การรู้เท่าทันสื่อไม่สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ  พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะสงฆ์ในการใช้สื่อขับเคลื่อนสังคมภายใต้แนวคิด บ้าน วัด โรงเรียน หรือ บวร ที่กระทรวงวัฒนธรรมกำลังดำเนินการ

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"มจร"ร่วมประชุมเชิงปฎิบัติการยุทธศาสตร์ชาติ เตรียมจัดทำแผน 13 รองรับพุทธโลก



วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563 ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดการประชุมเชิงปฎิบัติการการจัดทำโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ที่มีผลต่อการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในกำกับและสังกัด เพื่อระดมความคิดเห็นและจัดทำแผนปฎิบัติด้านต่างๆเพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้เป็นแม่บทอาทิ การจัดทำโครงการสำคัญ หลักเกณฑ์การพิจารณาความเกี่ยวข้องกับเป้าหมายแผนแม่บทย่อย เป็นต้น 
      
ในการประชุมสัมมนาเชิงปฎิบัติการในครั่งนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ส่ง รศ.ดร.ธีรยุทธ พึ่งเฑียร ผศ.ดร.ธวัชชัย สมอเนื้อ ดร.ทักษิณ ประชามอญ นายเสน่ห์ แซวรัมย์ นายธนิศ มีซื่อ นายสุพันธ์ แสนสี และนายกฤตภาส บุญภิโย จากกองแผนงาน เข้าร่วมประชุม
         
พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มจร เปิดเผยว่า การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่สำคัญระดับชาติ ขณะนี้มหาจุฬาฯกำลังทบทวนแผน 12 ที่ใกล้จะสิ้นสุดลงในอีกหนึ่งปีข้างหน้าว่ามีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร และได้เริ่มจัดทำแผน 13 ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและตอบโจทย์ของทุกฝ่ายบนฐานของความจริงทั้งฝ่ายบ้านเมือง คณะสงฆ์และพุทธบริษัทในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ โดยมองย้อนหลังและเตรียมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในทิศทางที่เหมาะสมถูกต้องและจะได้นำเอาแนวทางในการสัมมนาในวันนี้มาใช้งานจริงในการจัดทำแผน 13 เพื่อบรรลุเป้าหมายให้มากที่สุดเพื่อประโยชน์ของชาวพุทธทั่วโลก 

"ทักษิณ"เดือดสบถ"เลวมาก"! คนปล่อยข่าวส่ง"สุดารัตน์" ลงผู้ว่าฯกทม.


  
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563   เวลา13.05น. ที่ห้องประชุม309 อาคารรัฐสภา  นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วยคณะส.ส.เพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวชี้แจงถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับมอบหมายจากทางพรรคให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.

นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศที่กำลังจะมาถึง ถือว่ามีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกทม. พรรคมีส.ส.กทม.9คน ขอยืนยันว่า พรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน และพรรคมีฉันทานุมัติให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เนื่องจากมีความเข้าใจปัญหาของกรุงเทพฯเป็นอย่างดี เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานให้ชาวกทม.มายาวนาน  จึงมอบหมายให้เข้ามาคัดสรรผู้สมัครฯผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัครระดับท้องถิ่นกทม. เพื่อให้พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในทุกด้าน ส่วนกรณีกระแสข่าวการบีบ คุณหญิงสุดารัตน์ ให้ลดบทบาทภายในพรรค ก็ไม่เป็นความจริง ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยทุกคนยังมีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมกันทำงานตามอุดมการณ์และเป้าหมายของพรรค โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง คุณหญิงสุดารัตน์ ถือเป็นกำลังหลักของพรรคในการลงพื้นที่พบปะประชาชนและสะท้อนปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า มี3เหตุผลที่จะต้องส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. 1.พรรคไทยรักไทยมาถึงพรรคเพื่อไทย ได้ผลักดันการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น เพราะเท่ากับเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน อีกทั้งการเลือกตั้งท้องถิ่นว่างเว้นมานานกว่า 6ปี ขาดความเชื่อมโยงไปถึงประชาชน 2.กทม.เป็นเมืองหลวง เป็นหัวใจของประเทศ เมื่อประเทศประสบวิกฤติเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องอาศัยเมืองหลวง ในการสนับสนุน ดึงดูดนักลงทุน เพื่อให้มาลงทุน 3.พรรคมีทีมงานส.ส. อดีตส.ส. สก. สข. มากกว่า200คน แม้ไม่มีตำแหน่งยังทำหน้าที่เข้มแข็ง ดูแลประชาชน ไม่ได้ทิ้งพื้นที่ เราจึงต้องการสร้างทีมกทม.ที่เข้มแข็ง เพื่อตอบโจทย์ในการแก้ปัญหา 

ในฐานะประธานคัดสรรผู้สมัครทั้งผู้ว่ากทม. ส.ก. ส่วน ส.ข.แม้คสช.จะยกเลิกไป แต่ทางพรรคก็กำลังต่อสู้ให้มีการเลือกตั้งสข. ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และท้องถิ่นในกทม. เราจะทำแคมเปญ โดยจะหาผู้ร่วมอุดมการณ์ ที่มีคุณสมบัติมาร่วมทำงานเพื่อคนกทม. คนแรกที่เราจะไปเชิญคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ อดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เคยทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย เราเห็นคุณค่าและความสามารถ จึงอยากไปเชิญ ให้มาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย รวมทั้งจะไปเชิญผู้บริหารเอกชนที่มีความรู้ความสามารถ  ขณะเดียวกันขอประกาศเชิญชวนผู้ที่ขันอาสาอยากจะเปลี่ยนโครงสร้างกทม.ให้มาทำงานร่วมกับเรา  

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยหาคนเหมาะสมไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ จะมาลงสมัครผู้ว่ากทม.หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ตนมีหน้าที่สรรหา ได้ทำหน้าที่มาหลายครั้งแล้ว และมั่นใจจะสรรหาบุคคลที่เหมาะสมมาลงสมัครให้กับพรรคเพื่อไทยได้ 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ เป็นผู้เคาะให้คุณหญิงสุดารัตน์ มาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. นายสมพงษ์กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ข่าวที่ปล่อยออกมา เป็นผู้ที่ไม่หวังดีกับพรรค เราเคารพ นับถือ นายทักษิณ ซึ่งเป็นแม่บททางประชาธิปไตย แต่ในวันนี้ท่านไม่เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว คนอยู่ทางไกลจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร 
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยต้องพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อนจะส่งผู้สมัครผู้ว่ากทม.หรือไม่ นายสมพงษ์กล่าวว่า โดยมารยาทแล้ว จำเป็นจะต้องคุยกัน พรรคอื่นๆก็พร้อมจะส่งผู้สมัครเหมือนกัน แต่ถ้าแข่งกัน อาจจะพลาดทั้งคู่   

นายสุทินกล่าวว่า คำถามที่ถามว่าหากพรรคเพื่อไทย หาผู้สมัครที่เหมาะสมไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ จะลงสมัครเองหรือไม่ คิดว่าถึงวันนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ก่อนตัดสินใจ ก็ต้องฟังเสียงส.ส.พรรคเพื่อไทยก่อน     

ทั้งนี้มีรายงานว่า ภายหลังจากมีกระแสข่าวแพร่สะพัด นายทักษิณ เป็นผู้ส่งสัญญาณมาให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ได้มีส.ส.อีสานคนหนึ่ง ส่งข้อความทางไลน์ไปถามนายทักษิณว่า จริงหรือไม่ ที่สนับสนุนให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัครผู้ว่ากทม. โดยนายทักษิณ ตอบกลับมาว่า ไม่ทราบเรื่องเลย คนที่ปล่อยข่าวมาเช่นนี้ แย่มาก เลวมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวนายสมพงษ์ และคณะส.ส.ที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ร่วมมอบกุหลาบสีชมพู เพื่อร่วมแสดงความยินดีหลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"ลดาวัลลิ์"นำคณะยื่นจดตั้งพรรคเสมอภาค หวังพลิกการเมืองให้ขาวสะอาด



เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563   นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานพร้อมด้วย ดร.นิติธร สีเขียว คณะร่วมจดตั้งพรรคและทีมเสมอภาค ได้เดินทางไปยื่นแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคเสมอภาค ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารB)  โดยมีประชาชนหลายกลุ่มมาให้กำลังใจ อาทิ ชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย นักธุรกิจสตรี ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา ตัวแทนนักธุรกิจรุ่นใหม่ (Startup) กลุ่ม SME นายธนธรณ์ ทองหอม อดีตผู้อำนวยการสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และพลตรีถิรเดช ทรัพย์เขื่อนขันธ์ ประธานโครงการสุขภาพผู้สูงวัย สภาครูแพทย์แผนไทย นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่าการมายื่นแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคเสมอภาค ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)วันนี้เป็นขั้นตอนแรกในการก่อตั้งพรรคเสมอภาค จะเป็นการพลิกโฉมหน้าการเมืองไทยไปสู่การเมืองในมิติใหม่ที่ประชาชนธรรมดารวมตัวกันจัดตั้งพรรคการเมืองให้เป็นพรรคของประชาชนบริหารจัดการโดยประชาชนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ประชาชนทุกสาขาอาชีพจะมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนจะเป็นผู้อุปถัมภ์พรรคให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง 

พรรคเสมอภาคเมื่อดำเนินการก่อตั้งครบทุกขั้นตอนแล้วจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับประชาชนที่ไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่ชอบความอยุติธรรม ไม่ชอบการเลือกปฏิบัติ ไม่ชอบการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ชอบความเหลื่อมล้ำรวยกระจุกจนกระจาย ประชาชนที่อยากให้เศรษฐกิจฟื้น อยากให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจนหนี้สินล้นพ้นตัว อยากให้คนไทยมีสุขภาพดีมีเงินใช้จากการประกอบอาชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ว่าที่พรรคเสมอภาคพร้อมรับมอบอำนาจหน้าที่จากประชาชนไปบริหารประเทศให้ฟื้นกลับมาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถยืนอยู่ในระดับแถวหน้าในอาเซียนและในภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง  หลังจากวันนี้เป็นต้นไปก็จะเตรียมการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ภายใน 180 วัน โดยจะต้องมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งจำนวน 500 คนและทุกคนต้องบริจาคสนับสนุนให้พรรคคนละ 1,000-50,000 บาทตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดไว้ ดิฉันจึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจอยากมีส่วนร่วมสร้างการเมืองแนวใหม่ ที่มุ่งทำงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้มีความเสมอภาคในทุกด้าน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนมีส่วนก่อตั้งพรรคด้วยตัวเอง บริจาคช่วยพรรคด้วยความเต็มใจ ร่วมคิดนโยบายดีๆ และมีส่วนร่วมสร้างนักการเมืองที่เป็นคนเก่งและเป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริตไปทำหน้าที่ในรัฐสภา และไปบริหารประเทศ วันนี้ประชาชนที่รักประเทศชาติต้องมาร่วมมือกับว่าที่พรรคเสมอภาคเปลี่ยนการเมืองให้ขาวสะอาดปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงซึ่งเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอรัปชั่น โดยเรามีโครงการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้อย่างมั่นคงให้แก่ประชาชนและสมาชิกพรรคในระดับหมู่บ้าน ระดับตำบลทั่วประเทศ 

 นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า ทีมเสมอภาคได้ร่างนโยบายสำคัญไว้เสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญเพื่ออนุมัติให้เป็นนโยบายพรรคเสมอภาคหลายเรื่อง เช่น การพึ่งตนเองพัฒนาตนเองให้อยู่รอดได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยมีนโยบายฟื้นเศรษฐกิจของประเทศจากเศรษฐกิจฐานรากขึ้นมาถึงระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เรามีแนวทางที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศไทยมีความมั่งคั่งร่ำรวย มีเงินใช้หนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลในปัจจุบันนี้ได้โดยใช้เวลาไม่นาน เรามีแนวทางส่งเสริมศักยภาพของนักธุรกิจนักลงทุน ผู้ประกอบการภาคเอกชนให้เข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี  เรามีนโยบายที่จะตั้งกระทรวงสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยจะสามารถสร้างสุขภาพที่ดีให้คนไทยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา จะช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยอย่างมหาศาล สมุนไพรไทยจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยารักษาโรค อาหารปลอดภัย อาหารเป็นยาและเวชสำอางรายใหญ่ของโลก ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และจะเป็นศูนย์กลางบริการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมหรือ Wellness Center  ของชาวโลก ด้วยประสิทธิภาพของการแพทย์แผนไทยคู่ขนานไปกับการแพทย์แผนตะวันตก

 นางลดาวัลลิ์กล่าวถึงนโยบายด้านคมนาคมขนส่งของว่าที่พรรคเสมอภาคว่าจะสนับสนุนการพัฒนาคลองไทยให้เป็นศูนย์กลางพาณิชย์นาวีแห่งใหม่ของโลก ซึ่งหลายองค์กรได้ศึกษาความเป็นไปได้พอสมควรแล้วสามารถดำเนินโครงการได้ทันทีเมื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลซึ่งจะเกิดธุรกิจการลงทุน การค้าขาย ธุรกิจบริการเชื่อมโยงต่อเนื่องอย่างกว้างขวาง จะช่วยแก้ไขปัญหาการตกงานว่างงานได้อย่างเป็นรูปธรรม จะสามารถยกระดับรายได้ของประเทศให้มั่งคั่ง ยั่งยืน 

ส่วนนโยบายด้านสังคม และการเมืองการปกครองนั้นนางลดาวัลลิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ว่าที่พรรคเสมอภาคมีเป้าหมายจะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมอุดมธรรม สังคมอุดมปัญญา สังคมแห่งความดีงาม วัดคุณค่าของคนด้วยความดีมีคุณธรรมจริยธรรม ละอายเกรงกลัวต่อการทำความชั่ว และเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันด้วยเมตตาธรรม ส่งเสริมสนับสนุนสิทธิของประชาชนทุกเพศทุกวัยทั้งเด็ก เยาวชน บุรุษ สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างเสมอภาค เราจะปรับปรุงแก้ไขอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นการกระจายอำนาจการปกครองอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนบริหารจัดการตนเองได้ตามกฎหมาย จะให้มีกองทุนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาในหมู่บ้าน ในชุมชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 นางลดาวัลลิ์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามความคิดเห็นต่อกรณีคดี "บอส อยู่วิทยา" และกรณีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนทั่วประเทศว่า ทั้งสองกรณีดังกล่าวก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวแสดงออกทางสังคมในวงกว้าง ตนรู้สึกเป็นห่วงจะเกิดความรุนแรง มีการใช้กำลังและอาวุธสลายการชุมนุม เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการลงทุน ความเชื่อมั่นของประเทศ เหมือนเหตุการณ์รุนแรงหลายๆครั้งในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความเห็นที่ขัดแย้งกันของกลุ่มคนสองฝ่าย แต่กลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางไม่เห็นด้วยกับทั้งสองฝ่ายก็พลอยได้รับผลกระทบที่เสียหายทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองไปด้วย และวันนี้คนไทยเราก็กำลังเผชิญกับมหาวิกฤตของโลกทั้งเศรษฐกิจทรุด และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19คร่าชีวิตชาวโลกไปนับล้านคน ต้องปิดเมืองปิดประเทศ เรากำลังยากลำบากกันทุกหย่อมหญ้า ตนไม่อยากให้เกิดวิกฤติมาซ้ำเติมสังคมไทยให้ย่ำแย่ยิ่งไปกว่านี้อีก อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน หาทางออกร่วมกันให้ได้ โดยยึดความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นหลัก เคารพสิทธิและหน้าที่ของกันและกัน 

"ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในสองกรณีดังกล่าวนี้ ควรดับอารมณ์ แล้วเปิดอารมณ์ใหม่ภายใต้กรอบธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง หลักธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอมตะไม่เคยเปลี่ยนแปร เป็นเนื้อแท้ธรรมชาติของมนุษย์ ประกอบด้วย ความรัก ความเอ็นดู เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มากกว่าการทำลายล้าง เข่นฆ่า   ส่วนกฎหมายนั้น เปลี่ยนแปรไปตามอำนาจของผู้มีอำนาจแต่ละยุคสมัย หรือกฎหมาย คือชัยชนะของเสียงข้างมากซึ่งอาจไม่ยุติธรรมเสมอไป  เพราะฉะนั้นในทุกภาคส่วน ทุกวงการ ทุกสายงาน ในประเทศไทยต้องยึดหลักธรรมเป็นสำคัญ ส่วนกฎหมายก็ต้องสร้างให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุดให้ได้" นางลดาวัลลิ์กล่าว

"ปิยบุตร"ยื่น 3 ร่างแก้ รธน. โละทิ้ง 250 ส.ว.ลดกระแสม็อบนศ.



เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่รัฐสภา (เกียกกาย) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนญนั้น สามารถทำได้ อย่างน้อยเป็นการแสดงออกว่าสถาบันทางการเมือง ตอบข้อสนองกับการชุมนุม และหากมีการเสนอญัตติ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเข้าที่ประชุมรัฐสภา ก็คิดว่าเป็นได้ที่จะพิจารณาได้ทันในสมัยประชุมนี้ โดยตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมนั้น มีเรื่องยกเลิกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีเรื่องทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งทั้งหลายกรณีนี้สามารถทำพร้อมๆ กันได้ โดยอาจแยกเป็น 3 ฉบับ ได้แก่  ฉบับ 1 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิกมาตรา 279 ซึ่งเป็นมาตราสุดท้ายของรัฐธรรนูญที่ให้ความคุ้มครอง รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบรรดาประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งหมด หากยกเลิกไป หมายความว่าบุคคลทั้งหลาย อาจโต้แย้งได้ว่าประกาศคำสั่งทั้งหลายนั้นก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญได้

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ฉบับที่  2 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อยกเลิก 4 มาตราคือ 269 -272 ที่ว่าด้วยเรื่อง ส.ว. ตามบทเฉพาะกาล โดย ส.ว.250 คน ถ้ายกเลิกไปก็หมายความว่าทั้งหมดนี้จะพ้นจากตำแหน่ง และกลับไปใช้วุฒิสภาตามระบบปกติของรัฐธรรมนูญที่มาจากสรรหาตามกลุ่มอาชีพ ซึ่งอำนาจของ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลก็จะหมดไปด้วย กรณี 5 ปี ให้ ส.ว. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี รวมถึงร่วมออกแบบกฎหมายปฏิรูปต่างๆ อำนาจนี้จะสิ้นสุดลงทันที  และฉบับที่ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อปรับวิธีการแก้ รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ง่ายขึ้น คือใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา พร้อมกันนั้นก็เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้วให้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

"ร่างทั้ง 3 ฉบับ สามารถเสนอได้ในสมัยประชุมนี้ โดยเฉพาะ 2 กรณีแรก ที่ไม่ต้องไปออกเสียงประชามติ เพราะเป็นการแก้ไขในหมวดว่าด้วยบทเฉพาะกาล ส่วนกรณีสุดท้าย ที่แก้วิธีการแก้และแก้ให้มี สสร. นั้น ต้องออกเสียงประชามติ โดย 2 เรื่องแรกให้ทำก่อน เพราะระหว่างเลือก สสร. อาจใช้เวลานาน แต่อย่างน้อย 2 ฉบับแรกถ้าผ่าน หมายความว่า ส.ว. ได้หายไปแล้ว บทบัญญัติคุ้มครองรัฐประหารได้หายไปแล้ว การเมืองกลับสู่ระบอบปกติ ซึ่งผมคิดว่าวิธีการแบบนี้จะเป็นการแสดงออกให้เห็นว่า สถาบันทางการเมืองในระบบทั้งหลายนั้น ได้แสดงความรับผิดชอบต่อข้อเรียกร้องนิสิตนักศึกษาที่ชุมนุมกันอยู่ทั่วประเทศ" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ทุกท่านทราบดีว่า การออกเสียงประชามติที่ผ่านมามีปัญหา ฝ่ายรณรงค์ไม่รับไม่มีโอกาสได้รณรงค์เต็มที่ หลายคนก็ถูกดำเนินคดี แต่หากยอมรับว่าผ่านประชามติแล้ว ในบทบัญญัติว่าด้วยการแก้รับธรรมนูญทั้งหมดก็อยู่ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ เรากำลังใช้วิธีการแก้ตามที่รัฐธรรมนูญซึ่งผ่านประชามติบอก ซึ่งใน 2 ฉบับแรกไม่ต้องทำประชามติ  ตัวรัฐธรรมนูญ 2560 บอกไว้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องไปจบที่การทำประชามติ เฉพาะเรื่องศาล เรื่องของหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 และเรื่ององค์กรอิสระ รวมถึงเรื่องวิธีการแก้ แต่ในส่วนบทเฉพาะกาลไม่ได้เขียนไว้ ดังนั้น เรื่องนี้ทำได้ทันที และไม่น่าจะมีข้ออ้างใดๆ หลงเหลือ หากอ้างจะว่าคณะรัฐประหารจำเป็นต้องคุ้มกันกันอยู่ ก็มองว่าไม่จำเป็นแล้ว คุณสู่ระบบปกติแล้ว หรือหากจะอ้างว่าจำเป็นต้องใช้ ส.ว. 250 คนต่อไป ก็เห็นชัดเจนว่าท่านได้เลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว และตอนนี้เสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรก็ทิ้งขาดไปแล้ว ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นการมีอยู่ของ ส.ว.250 คน ซึ่งถ้าท่านใดอยากเป็นต่อ ก็ไปลงสมัครในระบบปกติ ในกลุ่มความหลากหลายวิชาชีพได้ ทั้งนี้ การคงไว้ของ ส.ว. 250 เหมือนเป็นหนามที่ทิ่้มแทงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นหนามที่ทิ่มแทงรัฐบาลเองด้วยซ้ำว่าคุณได้มาเพราะมี ส.ว. 250 คนคอยประคับประคอง

"เรามักบอกว่า นักการเมืองแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเอง ครั้งนี้ หาก ส.ว. ขวางไม่ให้มีการแก้ก็ชัดเจนว่าเพื่อประโยชน์ตัว ส.ว.เอง สมมติร่างแก้ไขเข้าสู่การประชุมร่วมในการอภิปราย ส.ส. อภิปรายสนับสนุนให้มีการยกเลิก ส.ว. ขณะที่ ส.ว.อภิปรายสนับสนุนตัวเองให้อยู่ต่อ ลองคิดว่าภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร ขณะที่เสียงพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมทั่วประเทศอยากให้ ส.ว.พ้นไป ดังนั้น ส.ว.ต้องพึงพิจารณาเรื่องนี้ ผมเข้าใจดีว่าหลายท่านมีความรู้ความสามารถ แต่ก็มีวิธีอื่นคือไปสมัครตามระบบปกติ ดังนั้น อยากให้ ส.ส.มาช่วยกัน  ผมยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เอาไปใช้ได้เลย  เอาไปผลักดันได้เลย ยังมีเวลา 2 เดือนในสมัยประชุมนี้ เราสามารถพูดคุยกันเรื่องนี้ได้ ส.ส. ควรทำหน้าที่นี้ หรือถ้ารัฐบาลทำก็ยิ่งดี ยิ่งเข้าสู่การพิจารณาเร็วขึ้น" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวทิ้งท้ายว่า การชุมนุมใดๆ ก็ตาม เกิดขึ้นก็เพราะว่าสถาบันการเมืองในระบบไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง และคล้ายๆ ว่าเขาประเมินว่าสถาบันทางการเมืองในรัฐธรรมนูญนี้ถึงทางตันแล้ว เลยออกมาเรียกร้อง ถ้าหากเราอยากดับไฟนี้ไม่ให้บานปลาย จำเป็นต้องมีการกระทำอะไรบางอย่างที่ตอบสนองข้อเรียกร้องบ้าง เพราะถ้านิ่งเฉยไม่ทำเลย หรือตั้งกรรมาธิการยื้อเวลาไปเรื่อยๆ จะทำให้ข้างนอกยิ่งเดือด ตนเห็นว่า วิธีการที่จะให้การชุมนุมบรรเทาเบาลง ไม่ใช่มาบอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่มาบอกว่าให้ใครสั่งให้หยุดชุมนุม แต่วิธีการ คือ การแก้รัฐธรรนูญ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าอย่างน้อยรัฐบาล รัฐสภา ได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ ส่วนที่มีคนบอกว่าให้ยุบสภาก่อนแก้รัฐธรรมนูญนั้น ตนเห็นว่า  2 เรื่องแรก เราทำได้เลย และถ้าทำเสร็จในเดือนกันยายน คือในสมัยประชุมนี้ การยุบสภาก็เกิดขึ้นได้เลย เพราะที่ผ่านมาหลายคนกังวลไม่อยากให้ยุบ เพราะยังมี ส.ว. 250 คนอยู่ แต่ถ้าเอาออกไปก่อน เงื่อนไขในการยุบสภาก็เปิดกว้างมากขึ้น

"คุณหญิงสุดารัตน์"ลั่นอย่าเชื่อข่าวปล่อย! "ทักษิณ" ส่งลงผู้ว่าฯกทม.



เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับไฟเขียวจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครในนามพรรคเพื่อไทยว่า กระแสข่าวดังกล่าวอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เป็นกระแสข่าวที่อันตรายมาก จึงขออย่าไปหลงเชื่อกระแสข่าวที่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นใคร แต่อยากเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในซีกประชาธิปไตย ให้มาช่วยกัน 

ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเปิดเผยด้วยว่า เรื่องดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับ หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯมีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคลำดับต้นๆที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การปกครอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและเป็นโอกาสที่คนตัวเล็กจะเข้าถึงทรัพยากร และสามารถลืมตาอ้าปากได้ จึงได้หารือว่า ตลอดหกปีที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น  ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการของประชาชนคนกรุงเทพฯไม่ได้รับการดูแล เช่นเดียวกับเรื่องสุขอนามัย จะเห็นได้ว่าปัญหาไข้เลือดออก ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มสูงขึ้น 

นั่นเป็นเพราะไม่มีตัวแทนของประชาชนเข้าไปดูแล ซึ่งคนมาจากการแต่งตั้งไม่เข้าใจหัวอก ของประชาชน ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดโอกาสที่คนเป็นตัวแทนประชาชน คนที่เข้าอกเข้าใจคนกรุงเทพฯได้เข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะเข้าใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯได้อย่างไร 

พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับรวมถึงกรุงเทพฯ จะมติส่งการเมืองท้องถิ่น ทั่วประเทศโดยเฉพาะจังหวัด ที่พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม ซึ่งตนเองจะทำหน้าที่คัดสรรผู้สมัคร ทั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขต ซึ่งพรรคเพื่อไทยกำลังต่อสู้ให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาเขตด้วย พร้อมย้ำว่าตนเองจะเป็นทีมงานในการคัดสรร เพื่อนำบุคลากรคนคุณภาพมาแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันจะเสนอแผนในการปรับเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กรุงเทพฯตอบสนอง ตอบโจทย์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ได้ 

"พี่ทำหน้าที่คล้ายเป็นหัวหน้าทีมในการแสวงหาคนที่มีความสามารถ ขอเปิดรับสมัครคนที่อยากทำงานเพื่อคนกรุงเทพไม่ว่าจะระดับส.ก.ส.ข. หรือผู้ว่ากทม. มาร่วมทีม ได้มาแสดงฝีมือร่วมกัน" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าบุคคลที่มีคุณสมบัติ การเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯสำหรับพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องเข้าใจโลกใหม่ กล้าตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรุงเทพฯเพื่อให้กรุงเทพฯเอื้ออำนวยต่อประชาชนในการอยู่อาศัยอย่างมีคุณภาพ ให้โครงสร้างของกรุงเทพฯอำนวยต่อการทำมาหากินของคน ไม่ใช่ตั้งกฎเกณฑ์ จนเป็นช่องทางหาผลประโยชน์เหมือนปัจจุบัน 

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐออกแถลงการณ์แจง พระธรรมทูตไทยติดโควิดมรณภาพ



เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563  พระวิเทศรัตนาภรณ์ เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  Drhandy Inthisan ความว่า  แถลงการณ์สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กรณีพระธรรมทูตติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (Covid-19)

เนื่องจากสำนักงานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาได้รับแจ้งข่าวการมรณภาพของพระครูวิจิตรบุญสาร ปุญฺญสาโร (เรืองฤทธิ์) อายุ 78  ปี อดีตประธานสงฆ์วัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส รัฐเนวาดา เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563  ด้วยโรคชราและภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ(ไม่ใช่โควิด-19) ซึ่งทางสมัชชาสงฆ์ไทยฯ และคณะกรรมการวัดได้ดำเนินการที่จะทำฌาปนกิจศพ วันที่ 5 สิงหาคม 2563 ก่อนที่จะนำอัฐิมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



อนึ่ง กรณีพระธรรมทูตอาพาธเพราะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากวัดไทยลาสเวกัส จำนวน 3 รูป ในจำนวนพระสงฆ์จำพรรษา 5 รูป พระสงฆ์ที่อาพาธได้รับเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 13  กรกฎาคม 2563  พบว่าติดเชื้อไวรัส 3 รูป ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 รูป และอีกหนึ่งรูปอาการไม่หนักให้รักษาตัวอยู่ที่วัดไทยลาสเวกัส โดยกักบริเวณเฉพาะตามกฏเกณฑ์

ส่วนเจ้าอาวาสวัดไทยลาสเวกัส คือ พระมหานรินทร์ นรินฺโท และพระลูกวัดอีก 1 รูป รับการตรวจเชื้อไวรัส ยังไม่พบอาการจึงได้กักตัวให้อยู่ในที่เฉพาะเพื่อเฝ้าดูอาการตามกฎเกณฑ์ต่อไป

ส่วนสาเหตุการติดเชื้อไวรัสยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอนว่าติดจากไหน เพราะตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัส วัดทางไม่ได้รับกิจนิมนต์ไม่ทราบสาเหตุการติดเชื้อดังกล่าว
สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศเตือนไปยังวัดสมาชิกตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2563 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19  และให้ทุกวัดปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และระเบียบของรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

จึงแถลงการณ์ให้รับทราบโดยทั่วกัน 26 กรกฎาคม 2563

"อนุดิษฐ์" แย้ม "หญิงหน่อย" เล็งลง "ผู้ว่าฯกทม."


  
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สนับสนุนให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคเพื่อไทยว่า เท่าที่ทราบมีเพียงพรรคจะตั้งคณะทำงานเพื่อวางยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น กทม. ซึ่งแน่นอนว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯ หรืออาจรับเป็นประธานฯของคณะนี้ก็เป็นได้
          
"ข่าวลักษณะที่ดึงท่านทักษิณมาเกี่ยวข้อง ถือเป็นการปล่อยข่าวที่ไม่เป็นผลดีกับพรรค เพราะตามรัฐธรรมนูญ บุคคลภายนอกพรรคไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้ และมักจะเป็นแหล่งข่าวไม่มีตัวตนออกมาทุกครั้ง จึงไม่เข้าใจผู้ที่ให้ข่าวเช่นนี้มีเจตนาอย่างไร" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
          
เลขาฯเพื่อไทย กล่าวถึงโอกาสที่คุณหญิงสุดารัตน์จะลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคเพื่อไทยด้วยว่า ในนาม ส.ส.กทม. เห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์เป็นคนทำงานให้กับภาค กทม.มาโดยตลอด ในฐานะประธาน หรือที่ปรึกษาภาค กทม. จากการพูดคุย ส.ส.กทม.ของพรรคเพื่อไทยทุกคนก็พร้อมสนับสนุนให้คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ว่าในส่วนของการเมืองระดับชาติ หรือหากคุณหญิงสุดารัตน์ยินยอมที่จะมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามของพรรคเพื่อไทย ก็ตาม
          
"ส.ส.กทม. และนักการเมืองท้องถิ่นภาค กทม. เห็นว่า พรรคฯควรมีผู้สมัครในนามของพรรคเราเอง หรือจะเป็นในนาม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ยังจะดีกว่าการที่จะให้เราไปสนับสนุนผู้สมัครอิสระที่ไหน แต่วันนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย เป็นงานระดับชาติที่มีขอบเขตงานกว้างขวางกว่าการเป็นผู้ว่าฯกทม. เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องสอบถามคุณหญิงสุดารัตน์ก่อนว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว


"สุดารัตน์"เดินประตูน้ำให้กำลังใจผู้ค้าระบุยอดขายหายร้อยละ90 ทยอยปิดกิจการ 



ขณะเดียวกันคุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมด้วย นายอนุสรณ์เอี่ยมสะอาดโฆษกพรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีตผู้สมัครส.ส. พรรคเพื่อไทย อาทินายสุรชาติเทียนทอง นางสาวลีลาวดี วัชโรบล นายประพนธ์เนตรรังษี เดินเยี่ยมชมตลาดค้าส่งย่านประตูน้ำ เพื่อรับฟังปัญหาและความทุกข์ยาก พบผู้ประกอบการได้ผลกระทบอย่างหนัก ยอดขายตกลงกว่าร้อยละ 90 ขณะที่บางร้านค้าไร้ยอดเปิดบิล ผู้ค้าจึงทยอยปิดกิจการไม่สามารถแบกรับภาระหนี้สิน โดยเฉพาะต้นทุนของสินค้า และค่าเช่า กระทบแรงงานในระบบที่ทยอยตกงาน ผลกระทบเช่นนี้ อาจรักษากิจการได้อีกไม่เกินสามเดือน

ซึ่งสามารถสังเกตได้จากบรรยากาศที่แตกต่างไปจากในอดีตที่จะมีพี่น้องประชาชนพ่อค้าแม่ขายมาเดินเลือกหาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันบรรยากาศการค้า เงียบเหงาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้แต่ร้านค้าที่อยู่บริเวณริมถนน ซึ่งจะมีพ่อค้า และรถรับส่งสินค้าในลักษณะค้าส่งเข้าออกเป็นประจำก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน เสียงจากผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆยังระบุด้วยว่า นอกจากพื้นที่ย่านประตูน้ำซึ่งได้รับผลกระทบแล้ว ห้างสรรพสินค้าอย่าง Platinum ห้างสรรพสินค้าอย่างมาบุญครอง ย่านการค้าที่สำเพ็งและพาหุรัด ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน 

ผู้ค้าระบุ กับคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยว่า ยอดจองสินค้าจากต่างประเทศหายไปทั้งหมด ขณะที่ยอดขายให้กับผู้ค้าในประเทศ และรับไปขายต่อแบบออนไลน์ก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน พ่อค้าที่เคยรับสินค้าไปขายต่อในพื้นที่ต่างจังหวัด ลดจำนวนการสั่งลงหรือบางรายยุติการสั่งซื้อเนื่องจาก ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ซึ่งมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ามาซ้ำเติม

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าความหวังเดียวที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้ คืออมาตรการ กระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในโดยเฉพาะ เงินกู้ของรัฐบาลสี่แสนล้านบาท ต้องเข้าไปให้ถูกที่ถูกทางยิงให้ตรงจุดให้ถูกที่ แต่เมื่อพิจารณาจากโครงการที่พ่อค้าเขียน ไม่พบว่างบจะลงมาถึงคนตัวเล็ก คนรากหญ้า ที่จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ใหม่ งบดังกล่าวจึงเป็นเสมือนงบที่ถูกนำมาแบ่งกันระหว่างพ่อค้าและข้าราชการ จึงขอให้เร่งแก้ไข หรือรื้อใหม่ทั้งระบบ

คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี 2563 และงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 รวมกับเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ถือเป็นเงินกู้มหาศาล หากรัฐบาลไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ภายใน 3 เดือน คนตัวเล็กตัวน้อยจะเผชิญกับวิกฤต เศรษฐกิจของประเทศอาจพังลงได้
ดังนั้นนายกฯต้องลงมารับฟังปัญหาเพื่อบอกว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร  

คุณหญิงสุดารัตน์เห็นว่าในส่วนของเงินกู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เช่นแพ็คเกจการท่องเที่ยว ซึ่งกำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 3,000 บาท โดยรัฐจะช่วยร้อยละ 40 นั้นเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือได้เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น เพราะเงื่อนไขดังกล่าวจะทำให้คนเลือกเข้าพักกับผู้ประกอบการรายใหญ่  จึงเห็นได้ว่ามาตรการที่รัฐออกมาในหลายมาตรการนั้น เข้าไปที่ผู้ค้ารายใหญ่ทั้งหมด 

พรรคเพื่อไทยจึงเสนอว่าในการกระตุ้นการท่องเที่ยวควรจัดเป็นพื้นที่ ขณะที่การดูแล sems ต้องช่วยไม่ให้ผู้ประกอบการเลิกการจ้างงาน โดยเชิญชวนให้ผู้ประกอบการ smes เข้าระบบ และช่วยเหลือค่าจ้างแรงงานผ่านร้านค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยดูแลไม่ให้ผู้ค้าเลิกจ้างงานได้ ซึ่งเชื่อว่าร้านค้าต่างๆยินดีปฏิบัติตามเงื่อนไข 

ส่วนการแจกคูปองการกระตุ้นเศรษฐกิจขอให้แจกตรง ซึ่งมีหลากหลาย Application ที่ไม่มีความยุ่งยาก รวมถึงการ กระตุ้นในลักษณะพื้นที่ เช่นที่ประตูน้ำ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า จะช่วยประชาสัมพันธ์ในลักษณะกิจกรรมเชิญชวน ให้เกิดการซื้อในลักษณะ มหกรรมลดครั้งใหญ่ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการซื้อขาย

"วราวุธ"โชว์ผลงาน 1 ปี 4 ไตรมาส ผ่านคลิปรวดเดียวครบจบใน 4 นาที

  

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา โพสต์วิดีโอความยาว 4.57 นาที ผ่านเฟซบุ้คเพจ TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา บอกเล่าผลงานในโอกาส ครบรอบวาระ 1 ปี ที่เข้าทำงานในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยใวิดีโอ ได้กล่าวถึงการทำงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง 22 กรกฏาคม 2562 จนถึง 22 กรกฎาคม 2563 ทั้งในด้าน การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม การยกเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดขยะพลาสติกและขยะทะเล การแก้ปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย นโยบายด้านการคุ้มครองสัตว์ป่าและผืนป่า เป็นต้น



นายวราวุธ กล่าวในวิดีโอว่า "สวัสดีครับ ผม ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา กับเพจ Top Varawut วันนี้ เป็นเวลา 1 ปี พอดีแล้วนะครับ ที่ผมได้เข้ามาทำงานในตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและดูแลสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของประเทศไทย ทีมงานได้ขอให้ผมทำ Challenge โดยการมาเล่าผลงานตลอด 1 ปีที่ผ่านมาให้กับแฟนเพจทุกคนฟัง ภายใต้โจทย์ 1 ปี 4 ไตรมาส เล่าผลงานให้ครบ จบใน 4 นาที เพื่อเป็นบรีฟสั้นๆให้สำหรับพี่น้องประชาชน ที่เพิ่งเข้ามาติดตามกันได้ไม่นาน ให้ได้ทราบว่า พวกเราชาวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำงานอะไรกันไปบ้างในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมานะครับ  พร้อมแล้ว เริ่มกันเลยครับ

ปีที่ผ่านมา ผมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจทั้งหมด 42 จังหวัด ตรวจเยี่ยม อุทยานแห่งชาติ 21 แห่ง เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า 4 แห่ง รวมระยะทางทั้งหมด 108,500 กิโลเมตร

เราผลักดัน “มาเรียมโปรเจคท์” เป็นมาสเตอร์แพลนเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการสำคัญที่เราตั้งใจมาก ก็คือโครงการ Everyday Say No To Plastic Bags  รณรงค์ยกเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนหันมาพกถุงผ้า แทนการรับถุงพลาสติก สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกไป 25,200 ล้านใบ น้ำหนักรวม 228,300 ตัน เราผลักดันยกร่างกฏหมาย แบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง 4 ชนิด ให้หายไปจากเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟม หลอดพลาสติก แล้วก็แก้วน้ำพลาสติก ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีหน้า

เราดำเนินการจัดเก็บขยะทะเล ร่วมกับเครือข่ายประชาชนชายฝั่ง  48 พื้นที่ 24 จังหวัด เก็บขยะทะเลไปได้กว่า 1,900,000 น้ำหนักรวม 91 ตัน ทำให้สามารถลดอันดับประเทศไทย ที่เป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงทะเลมากที่สุด อันดับที่ 6 ของโลก ลดลง มาเหลือ อันดับที่ 10 

เราช่วยเหลือชีวิตเต่าทะเลเกยตื้น ได้ 165 ตัว โลมาและวาฬ 11 ตัว เราปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ 36 ชนิด 6,500 ตัว เพาะพันธุ์สัตว์ป่าอีก 27 ชนิด 4,300 ตัว

เราดำเนินคดีบุกรุกป่า ไปแล้ว 2,200 คดี คดีค้าไม้อีก 1,000 คดี ศาลตัดสิน ถึงที่สิ้นสุดแล้ว 652 คดี ตรวจยึดพื้นที่ป่าคืนรัฐได้ทั้งหมด 76,500 ไร่

สำหรับพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ยึดคืนได้  เราปลูกฟื้นฟูไปแล้ว 126,000  ไร่ จัดเตรียมกล้าไม้ 100 ล้านกล้า รณรงค์ให้ประชาชนปลูกป่าไป 17,350,000 ต้น  ส่วนตัวผม ตลอดปีที่ผ่านมาปลูกไปทั้งหมด 65 ต้น เฉลี่ยเดือนละ 5 ต้น

เราสนับสนุนประชาชนให้มีส่วนร่วมดูแลป่า ด้วยการจัดตั้งป่าชุมชนไป 11,300 แห่ง พื้นที่รวม 6,300,000 ไร่ จัดที่ดินทำกินในเขตป่าให้ประชาชน 52,000 ราย เนื้อที่ 687,000 ไร่ ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าไปแล้ว 56,200 ไร่ เพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจอีกเกือบ 27 ล้านไร่

ด้านปัญหาภัยแล้ง เราช่วยเหลือเร่งด่วน ด้วยการสูบน้ำ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้พื้นที่เกษตรกรรม 200,000 ไร่ 400,000 ครัวเรือน และส่งน้ำสะอาดเพื่ออุปโภค-บริโภคอีก 31 ล้านลิตร ให้กับ 800,000 ครัวเรือน

ในระยะยาว เราพัฒนาแหล่งน้ำผิวดิน นอกเขตชลประทาน 600 แห่ง ปริมาณน้ำเก็บเพิ่มขึ้น 242 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มอีก 500,000 ไร่ เพื่อประชาชน 155,000 ครัวเรือน

เราเจาะบ่อบาดาล 2,000 แห่ง ในพื้นที่ภัยแล้ง ได้น้ำ 130 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยประชาชนได้ 180,000 ครัวเรือน

เราเตรียมรับมือหน้าฝนปีนี้ ด้วยการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ 145 แห่ง เพื่อเก็บน้ำฝนปีนี้ ไว้ใช้ในปีถัดไป ซึ่งจะเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บได้อีก 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรอีก 186,000 ไร่ ประชาชนได้ประโยชน์เพิ่มอีก 70,000 ครัวเรือน

ในช่วงนำ้ท่วมปี 62 จากพายุโพดุล เราจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือใน 28 จังหวัด ช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยง หมา แมว ที่ติดอยู่ในพื้นที่ ให้ได้มาพบเจ้าของหลังน้ำลด เราสูบน้ำออกจากพื้นที่นำ้ท่วมไป 16 ล้าน ลูกบาศก์เมตร แจกจ่ายน้ำสะอาดให้ผู้ประสบภัย 5 ล้านลิตร

เรานำหลักการ Universal Design มาเพื่อพัฒนาพื้นที่อุทยานแห่งชาติเป็นครั้งแรก เพื่อให้คนชรา คนพิการ ที่ต้องใช้รถเข็น สามารถเที่ยวชมธรรมชาติได้เหมือนคนทั่วไป เราปรับปรุงไปแล้ว 2 ที่ คือ น้ำตกเจ็ดสาวน้อย และ เขาใหญ่ และกำลังจะทำเพิ่มอีกในหลายแห่ง

เรานำแนวคิดเรื่องการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว มาใช้เป็นกฏระเบียบ นำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการจองล่วงหน้า ผ่านแอพ QueQ สำหรับการท่องเที่ยวอุทยาน เพื่อควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยว ไม่ให้ล้นเกินกว่าที่อุทยานจะรับไหว ที่สำคัญต่อไปนี้เราจะปิดอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง เฉลี่ยปีละ 3 เดือน ให้ธรรมชาติได้พักฟื้นฟูตัวเอง

สืบเนื่องจาก Covid-19 เราเปิดโครงการจ้างงานให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งหมด 16,500 คน งบประมาณ 445 ล้านบาท เพื่อมาช่วยงานด้านการฟื้นฟูป่าและแหล่งน้ำทั่วประเทศ

ด้านการแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ เราจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ระดมกำลังเข้าพื้นที่ 5,000 นาย จัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือประชาชน 805 เครือข่าย สามารถลดปริมาณ Hot Spot ลง ร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เรื่องปัญหา Climate Change ประเทศไทยเรา ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 58 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ลดลง 16 % เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไป 1 เท่าตัว ในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้เรายังเร่งรัดการออกกฏหมายลูก 244 ฉบับ เพื่อรองรับและขับเคลื่อน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม 

เราได้พัฒนาฐานข้อมูล Big Data ทั้งเรื่องพื้นที่สีเขียวของประเทศ สถานการณ์ PM2.5 ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และศักยภาพทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภัยแล้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนดำเนินงานในปีถัดไป ให้สามารถดำเนินงานแต่ละโครงการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่างบประมาณจากภาษีประชาชน ที่ลงทุนไปให้ได้มากที่สุดครับ"


https://www.facebook.com/TOPVarawut/

https://web.facebook.com/TOPVarawut/videos/642663156344340/?notif_id=1596013227731898&notif_t=page_post_reaction

"ชวน"แนะปชป.ทำงานการเมือง นึกถึง "ชาติ-ปชช."เป็นสำคัญ



"ชวน"แนะปชป.ทำงานการเมือง นึกถึง "ชาติ-ปชช."เป็นสำคัญ  โอกาส "จุรินทร์" นำคณะ ส.ส.ปชป. อวยพรวันเกิด 82 ปี   

วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 14:00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  นำคณะ ส.ส. และ สมาชิกพรรค เข้ามอบแจกันดอกไม้อวยพร เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 82 ปี วันที่ 28 กรกฎาคม ของนายชวน  หลีกภัย  อดีตหัวหน้าพรรค และ ประธานรัฐสภา  

นายจุรินทร์ กล่าวอวยพรว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของท่านประธาน ชวน หลีกภัย  เวียนมาบรรจบ พวกเราในนามของคณะรัฐมนตรี ส.ส. และ สมาชิกพรรคจากทั่วประเทศ  ขอถือโอกาสนี้ อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านประธานเคารพนับถือ ได้โปรดประทานพรให้ท่านประธาน มีสุขภาพแข็งแรง เพื่อที่จะได้ปฏิบัติภารกิจทั้งหลาย ทั้งปวง ให้สำเร็จลุล่วงตามปณิธานที่ท่านได้ตั้งไว้  และที่สำคัญเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับนักการเมืองรุ่นหลังและรุ่นต่อ ๆ ไปไม่มีที่สิ้นสุด  เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนคนไทย รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

พร้อมกันนี้ นายจุรินทร์ ได้กล่าวขอพรจาก นายชวน หลีกภัย ด้วย 



นายชวน กล่าวให้พรว่า "ขอขอบคุณท่านหัวหน้าจุรินทร์และคณะที่มาอวยพร วันเวลาก็เวียนมาบรรจบและเวียนต่อไปเรื่อย ๆ  แต่อย่างไรก็ขอให้กำลังใจทุกคน ผมอาจจะเป็นข้ออ้างว่าแม้จะอายุมากแล้วก็ยังสามารถทำงานได้  ดังนั้นอย่าไปคิดว่าเราอายุมากแล้วทำงานไม่ได้  เพราะฉะนั้นคนที่ยังอายุน้อยอยู่ก็สามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้เยอะ  ขออย่างเดียวให้ตั้งใจทำและยึดมั่นในจุดประสงค์ที่มาเป็นนักการเมือง อันดับแรกต้องมองเรื่องของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ตรงนี้จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราไม่ท้อแท้ เวลาเกิดปัญหาขึ้นก็ไม่วอกแวก และไม่หวั่นไหวตามกระแสที่วนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา และขอให้ทุกคนได้หนักแน่นมั่นคง เมื่อตัดสินใจมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ทุกข์ยากอย่างไรก็ต้องอยู่อย่าทิ้งกันง่ายๆ

ขอขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคจุรินทร์ และทุกคน ขอให้ท่านประสบผลสำเร็จในภารกิจงานที่ตั้งใจทำ และในการทำงานที่จะยึดประโยชน์ของประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาได้จนถึงวันนี้" 

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"บิ๊กตู่"ตั้ง "วิชา มหาคุณ" นำสอบปมอัยการสั่งไม่ฟ้อง"บอส อยู่วิทยา"



"บิ๊กตู่" ลงนามตั้ง "วิชา มหาคุณ" นั่งประธานกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมาย คดี "บอส อยู่วิทยา"  อำนาจเชิญ-ขอข้อมูลเอกสาร ให้รายงานนายกฯภายใน 30 วัน

วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 เรื่อง แต่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยคำสั่งระบุว่า ตามที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จนเป็นหตุให้เสียชีวิต เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ.2555 พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาหลายข้อหาและผู้ต้องหาหลบหนีการดำเนินคดี ต่อมาคดีบางข้อหาได้ขาดอายุความ ในส่วนข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องและฝ่ายตำรวจไม่มีความเห็นแย้ง คำสั่งไม่ฟ้องจึงมีผลเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายซึ่งรวมถึงบุพการี บุตรและคู่สมรสที่จะฟ้องคดีเอง 

และขอทราบสรุปพยานหลักฐานพร้อมทั้งความเห็นในการสั่งคดี หรืออาจขอดำเนิดดีใหม่เมื่อได้พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี หรือขอความเป็นธรรมและความช่วยเหลือจากรัฐ โดยที่คดีนี้อยู่ในความรับรู้และสนใจของประชาชนต่อเนื่องมาโดยตลอดนับแต่เกิดเหตุเมื่อ พ.ศ.2555 เมื่อปรากฎผลการสั่งคดีอันเป็นขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นก่อนมีคำพิพากษาของศาลเช่นนี้ จึงเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อและสังคมทั่วไปอย่างกว้างขวาง ถือเป็นความอ่อนไหว กระทบกระเทือนตวามเชื่อในองค์กร เจ้าหน้าที่ และกระบวนการยุติธรรม แม้ในส่วนของการใช้ดุลยพินิจ และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการย่อมมีอิสระในการสั่งคดีตามรัฐรรมนูญและกฎหมายโดยไม่อยู่ในการบังคับบัญชาของฝ่ายบริหาร และพนักงานสอบสวนจะอยู่ใการตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตาม แต่กรณีนี้มีเหตุพิเศษที่สังคมควรมีโอกาสทราบในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตลอดจนพฤติการณ์และบุคลเกี่ยวข้องเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งหากมีส่วนใดที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้การบังคับใช้กฏหมายและการพัฒนากระบวนการยุติธรรมมีประสิทธิภาพ เป็นธรม และไม่เลือกปฏิบัติ จะได้นำมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปโดยเร่งด่วนต่อไป

อาศัยอำนาตามความในมาตรา 11 (6) แห่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประขาชน ประกอบด้วย 1.นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการ 2.ปลัดกระทรวงยุติธรรม 3.เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา 4.ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย 5.ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม  6.นายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย 7.คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8.คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 9.คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นกรรมการ และ10.ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ กรรมการตามข้อ 4 และ 5 อาจมอบหมายกรรมการในคณะกรมกรปฏิรูปประเทศด้านนั้น ๆ ซึ่งไม่มีส่วนได้เสียในคดีเข้าร่วมประชุมแทนได้ และให้ประธานกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้มีจำนวนไม่เกินห้าคน

ข้อ 2 คดีอาญาที่อยู่ใความสนใจของประชาชนตามคำสั่งนี้ หมายถึงคดีตามข้อเท็จจริงที่กล่าวถึงข้างต้น ข้อ 3 คณะกรรมการตามข้อ 1 มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบข้อเท็จริงและข้อกฎหมายในคดีตามข้อ 2 และเสนอแนะแนวทางเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ การปฏิบัติหน้าที่ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนเสนอข้อแนะนำอื่นใดโดยไม่ก้าวล่วงหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าว แล้วรายงานนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ แต่หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าข้อเสนอแนะในการปฏิรูปยังไม่แล้วเสร็จ อาจให้ขยายระยะเวลาอีกได้ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการรายงานเบื้องต้นต่อนายกรัฐมนตรีเป็นระยะทุกสิบวัน

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการมีอำนาจเชิญหรือประสานขอความร่วมมือหรือขอเอกสารต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ สอบถาม หรือขอความเห็น และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการ นอกจากนี้ คณะกรรมการอาจรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ และพิจารณาเรื่องร้องเรียนในคดีนี้จากประชาชนได้

ขณะที่ ข้อ 4 ให้คณะกรรมการตามข้อ 1 และผู้ช่วยเลขานุการได้รับเบี้ยประชุมตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อพิจารณาศึกษาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ โดยให้คณะทำงานได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยเบี้ยประชุมตามวรรคหนึ่งและค่าตอบแทนตามวรรคสอง ให้เบิกจ่ายจากสำนักงาน ป.ย.ป. ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2563 เป็นต้นไป







วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

กงสุลใหญ่สหรัฐเข้าช่วยเหลือ พระธรรมทูตไทยติดโควิดแล้ว


  
วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2563  พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า  ตามที่มีข่าวสารปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์กรณีพระสงฆ์และคนไทยในนครลาสเวกัสติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นจำนวนมาก และมีคนไทยเสียชีวิตจากเชื้อดังกล่าว  ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้แจ้งดังนี้

พระสงฆ์ที่อาพาธเป็นพระสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส 3 รูป จากพระสงฆ์ที่จำพรรษาทั้งสิ้น 5 รูป  พระสงฆ์ที่อาพาธ เข้ารับการตรวจเชื้อโควิด 19 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 พบพระสงฆ์ 3 รูป ติดเชื้อ โดยพระสงฆ์ 2 รูป รักษาตัวในโรงพยาบาล อีก 1 รูป อาการไม่รุนแรงจึงกักตัวที่วัดในบริเวณเฉพาะ   เจ้าอาวาส (พระมหานรินทร์ นรินฺโท) และพระลูกวัดอีก 1 รูป ไม่พบอาการติดเชื้อแต่ได้แยกกักตัวในพื้นที่เฉพาะแล้วเช่นกัน  ตั้งแต่การแพร่ระบาดฯ ทางวัดไม่ได้รับกิจนิมนต์ จึงไม่ทราบสาเหตุการติดเชื้อ

สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้จัดส่งชุดอุปกรณ์ป้องกันตนจากการติดเชื้อไวรัสฯ ให้กับพระสงฆ์วัดไทยลาสเวกัสแล้ว และติดตามอาการอาพาธอย่างใกล้ชิด

กรณีพระสงฆ์มรณภาพ เป็นกรณีพระครูวิจิตรบุญสาร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธภาวนา นครลาสเวกัส (วัดที่ถูกลอบวางเพลิง เมื่อปลายปี 2562) ท่านมรณภาพด้วยโรคชราและภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 

กรณีคนไทยติดเชื้อฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ทราบข่าวจากชุมชนไทยในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกรกฎาคม  2563 ว่ามีการติดและแพร่กระจายเชื้อฯ ในกลุ่มพนักงานร้านอาหารไทยและคนไทยในชุมชน ถึงขั้นป่วยรุนแรงและเสียชีวิต แต่เมื่อตรวจสอบก็ไม่ปรากฏข้อมูลข่าวสารที่ยืนยันการติดเชื้อ เสียชีวิตของคนไทยได้ (เป็นสิทธิผู้ป่วยที่จะไม่เปิดเผย) ยกเว้นคนไทยที่เปิดเผยว่าติดเชื้อฯ จำนวน 4 คน ซึ่งขณะนี้มีอาการดีขึ้นแล้ว และกักตัวอยู่ในที่พัก

"สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ประสานและย้ำประชาสัมพันธ์การดูแลรักษาสุขภาพให้กับชุมชนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะการสวมหน้าการอนามัย หลีกเลี่ยงที่ชุมนุมของคนจำนวนมาก ฯลฯ และได้จัดส่งชุดอุปกรณ์ป้องกันตนให้กับคนไทยที่ติดเชื้อไวรัสฯ ทั้ง 4 คน แล้ว" พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว

สหรัฐโควิดยังระบาดหนัก! วัดไทยติดป้ายปิดหลายแห่ง เจ้าของเว็บอะลิตเติลบุดดาปลีกวิเวกบนภูเขา


 วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2563 เนื่องจากพิษโควิด-19 ยังระบาดอย่างหนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวันนี้(28ก.ค.) พบผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้น  4,384,779 ราย โดยเฉพาะวันนี้ตรวจพบคนติดเชื้อกว่า 56,075 ราย  เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 150,068 ราย โดยเฉพาะวันนี้เสียชีวิต 1,068 ราย 

จำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าวมีพระธรรทูตไทยที่วัดไทยลาสเวกัส รัฐลาสเวกัส ติดทั้งวัดขณะนี้ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยเหลือเฝ้าวัดเพียงรูปเดียว ขณะที่เจ้าอาวาสคือพระมหานรินทร์ นรินโท เจ้าของเว็บไซต์ alittlebuddha.com ได้ปลีกวิเวกบนภูเขาไม่มีเน็ตอัพเดตการเคลื่อนไหว ส่งผลให้หลายวัดไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องปิดวัดเขียนป้ายแขวนไว้ที่ประตู โดยคนในห้ามออก คนนอก ห้ามเข้า  เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ อย่างเช่นที่วัดศรีเจริญธรรม รัฐลาสเวกัส


สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระดำรัสถวายพระพร วันเฉลิมพระชนมพรรษา ‘ในหลวง ร.๑๐’



วันที่ ๒๗  กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์ข้อความว่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสถวายพระพร ความว่า



“อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว อาตมภาพในนามคณะสงฆ์ ขอตั้งกัลยาณจิตร่วมกับปวงชนชาวไทย สำแดงความโสมนัสและถวายพระพรชัยมงคล

อันว่า ‘ชัยมงคล’ สำหรับพระมหากษัตริย์ ตามที่โบราณบัณฑิตฝ่ายอาณาจักร ยกย่องสรรเสริญไว้ ย่อมได้แก่การที่พระมหากษัตริย์ สามารถเสด็จสถิตในที่พระเจ้าราชาธิราช มีชัยเหนือกว่าผู้ปกครองอาณาจักรน้อยใหญ่ทั่วปฐพีดล ชนะหมู่ชนผู้เป็นราชปัจจามิตร ด้วยฤทธิอำนาจแห่งพระราชศัสตราบ้าง ด้วยกำลังแห่งพยุหเสนาทวยหาญบ้าง ด้วยการเบียดเบียนตอบโต้ผู้รุกรานบ้าง ตามประเพณีขัตติยราชชาตินักรบ

อย่างไรก็ดี อันว่าวิธีประสบ ‘ชัยมงคล’ สำหรับบุคคลผู้เป็นสัตบุรุษพุทธาทิบัณฑิต ตามอนุศาสนีฝ่ายพุทธจักร ย่อมพึงอนุวัตตามพระบรมพุทโธวาท ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระมหากรุณาประทานไว้ว่า ‘พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้, พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี, พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ และพึงชนะคนพูดปด ด้วยคำจริง’

สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า สืบมามิขาดสาย จึงทรงมุ่งมั่นดำเนินพระบรมราโชบายด้วยโกศลวิธี ทั้งฝ่ายอาณาจักรและฝ่ายพุทธจักร เพื่อพิทักษ์รักษาพสกนิกร ให้ประสบความสุขสโมสรร่มเย็น เช่น ทรงพระมหากรุณาพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์และพระบรมราชูปถัมภ์ เผื่อแผ่เอื้ออารีแก่มหาชนทั่วหน้า ทรงแกล้วกล้าด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ ยังให้ทรงสำเร็จพระราชกรณียกิจด้วยดี ทรงพระขันติคุณหนักแน่นต่อโลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ที่อาจจรเข้ามาพ้องพาน โดยมิได้ทรงโต้แย้งเบียดเบียนสนองตอบ และทรงตั้งพระราชสัตยาธิษฐานโดยชอบ ที่จะทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป

ณ อุดมสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา จึงขออัญเชิญนิพนธคาถา แห่งสุขาภิยาจนคาถา มากล่าวอ้างเป็นสัจจวาจา ว่า

มาตา ปิตา จ อตฺรชํ นิจฺจํ รกฺขนฺติ ปุตฺตกํ
เอวํ ธมฺเมน ราชาโน ปชํ รกฺขนฺตุ สพฺพทา ฯ

ความว่า ‘มารดาและบิดาย่อมถนอมบุตรน้อยอันบังเกิดในตนเป็นนิตย์ฉันใด พระราชาจงทรงรักษาประชาราษฎร์โดยชอบในกาลทั้งปวงฉันนั้น’

ด้วยเดชะแห่งสัจจวาจานี้ ขอประชาราษฎร์ทั้งปวง จงสมัครสมานสามัคคี ประพฤติปฏิบัติตนเป็นเสมือนลูกที่ดี พร้อมเพรียงกันทำนุบำรุงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้วัฒนาสถาพร เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่น ในอันที่จะทรงรักษาประชาราษฎร์โดยชอบดุจดั่งบิดรมารดา จักได้ทรงเบิกบานพระราชหฤทัย ทรงบริบูรณ์ด้วยพระกำลังที่จะทรงยังราชอาณาจักรไทย ให้ร่มเย็นเป็นสุข ด้วยเดชะพระบารมี

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา จงอภิบาลรักษา สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เสด็จสถิตเป็นมิ่งขวัญหลักชัยแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ.”

"ชวลิต"ขึ้นธรรมมาสน์เทศน์สอน"บิ๊กตู่" ผู้นำต้องมีคุณธรรม มีเมตตา รู้จักให้อภัย




วันที่ 27 ก.ค.2563   นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเคยให้ความเห็นแนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อคิดเรียนผูก ก็ต้องเรียนแก้ ไปเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อมีปัญหาเพิ่มเติม ซับซ้อนขึ้น จึงขอให้ความเห็นถึงแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง กล่าวคือ ในการรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.57 เหตผลสำคัญประการหนึ่งก็คือ สร้างความปรองดองของคนในชาติ หลังจากนั้นก็มีกระบวนการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หมวดปฎิรูปประเทศ มาตรา 257 และในยุทธศาสตร์ชาติ แต่ที่ผ่านมา นับแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในด้านการสร้างปรองดองของคนในชาติแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญยิ่งต่อการรวมพลังสร้างชาติ ไม่แน่ใจว่า ท่านเพลินกับอำนาจ หรือไม่ จนละเลยเรื่องสำคัญ ดังกล่าว เพราะการสร้างความปรองดองของคนในชาตินับเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการรวมพลังทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาชาติ บ้านเมือง ดังกล่าว ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ปัญหาสะสมมากขึ้น ๆ ถึงอย่างไรก็ไม่พ้นความรับผิดชอบของท่านในฐานะผู้นำด้านการบริหารประเทศ เมื่อท่านคิดเรียนผูก ก็ต้องคิดเรียนแก้ แก้ทีละปม กล่าวคือ ปมแรก ควรแก้รัฐธรรมนูญที่วางกติกาไว้เพื่อการสืบทอดอำนาจ ปมนี้ตรงกับข้อเรียกร้องทั้งของประชาชนทั่วไป และนักเรียน นิสิต นักศึกษา นับเป็นปัญหาพื้นฐานสำคัญยิ่งที่ต้องแก้ทันที นายกรัฐมนตรีต้องชัดเจนถึง time line ของกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ไปจนถึงห้วงเวลาเสียสละละวางอำนาจ เมื่อรัฐธรรมนูญแก้ไขแล้วเสร็จ ก็ควรยุบสภาทันที แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใต้กติกาใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม  โปรดอย่าเชื่อผู้ที่เสนอแนะให้ยื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญให้นานที่สุด เพราะท่ามกลางความขัดแย้ง และแก้ไขปัญหาใด ๆ ไม่ได้ ยิ่งอยู่นาน ประเทศยิ่งเสียหาย โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจซึ่งหนักหนาสาหัส ปมที่สอง ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมาแต่ในอดีต ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา 
รัฐบาลได้ปัดฝุ่นประชุมคณะกรรมการ ปยป.ครั้งแรกในปีนี้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา อย่างน้อยนับเป็นจุดเริ่มต้นทึ่ได้เห็นการเตรียมการตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อสาธารณะ ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา ทบทวน ปฏิรูปกฎหมาย ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้อาสาเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษา เสนอแนะแนวทางสร้างความปรองดองของคนในชาติ ด้วยความสนใจงานด้านนี้มาช้านาน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างดำเนินการศึกษา ฯ ซึ่งเมื่อดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ ก็จะได้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ตามขั้นตอน จากนั้นเมื่อคณะกรรมาธิการ ฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก็จะได้เสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ฯ เพื่อส่งไปยังรัฐบาลรับไปพิจารณาตามที่เห็นสมควรต่อไป ทั้งนี้  เมื่องานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ของสภาผู้แทนราษฎรกับฝ่ายบริหารในคณะกรรมการ ปยป.มาประสานสอดคล้องกัน ก็จะเป็นความชอบธรรมในการอธิบายต่อสังคมในการสร้างความปรองดองของคนในชาติที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 15 ปี สำเร็จไปได้เปลาะหนึ่ง 

ปมที่สาม ปัญหาการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในปัจจุบันซึ่งกระจายไปทั่วประเทศ โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ นั้น ในการแก้ปัญหาที่ละเอียดอ่อน ขอให้ใช้หลักสันติวิธี ทุกฝ่ายควรอดทน และระมัดระวังอย่างยิ่งที่อาจมีการสร้างสถานการณ์แทรกซ้อนจากผู้ไม่หวังดีขึ้นได้ ปัญหานี้ควรจบโดยเร็ว ที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ควรลงมาพบกับผู้ร้องด้วยตนเอง อย่างผู้ปกครองพบลูก หลาน ด้วยหลักเมตตาธรรม  และประเด็นที่สามารถแก้ไขได้ในทันที คือ การให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม (ตั้ง ส.ส.ร.) โดยกำหนด time line ให้ชัดเจนดังกล่าวข้างต้น ก็จะเป็นการแสดงความจริงใจกับประชาชนในการคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนอย่างแท้จริง ในกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่กล่าวมาดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ควรน้อมนำคุณธรรมขั้นสูง คือ เมตตาและอภัย เป็นหลักคิดในการแก้ปัญหา 

"เมื่อท่านมีเมตตาและอภัยต่อผู้อื่น ท่านย่อมได้รับเมตตาและอภัยกลับคืนเป็นการตอบแทน สังคมก็จะสงบสุข ร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจ และพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าสืบไป" นายชวลิต กล่าว 

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"เสรีพิศุทธ์"เยี่ยมดร.มั่น พัธโนทัย ฝ่าสายฝนหาเสียงเลือกซ่อมส.ส.ปากน้ำ



วันที่ 27 ก.ค.2563 พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมดร.มั่น พัธโนทัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่บ้านบางปู พร้อมสนทนาทิศทางทางการเมืองกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนจะเดินทางไปช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2  โดยหาเสียงที่ตลาดกิ่งแก้ว ตลาดสดเคหะบางพลี 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ได้พูดหาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนในตลาดเกี่ยวกับการคณะรัฐมนตรีและการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา  แม้ว่าฝนตกต่อเนื่องอย่างหนักก็ไม่หยุดเดินหาเสียง

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 9 ส.ค.นี้  ซึ่งทางพรรคเสรีรวมไทย ได้ส่งนายมานะ บุญนาค ลงแข่งขันโดยมีคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ เป็นแชมป์เก่า   แต่เชื่อว่าประชาชนเข้าใจการเมืองมากขึ้นและคิดเป็นว่าจะเลือกอย่างไรเพื่อสังคมส่วนใหญ่ของตน


"จุรินทร์"จับมือ"ภูเก็ต" ลุยอบรม อี-คอมเมอร์ซ นำพาปรับตัว สู้ 3 วิกฤติโลก



วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดการอบรม E-Commerce “เศรษฐกิจทันสมัย การค้าก้าวไกลไปกับดิจิทัล” ณ ห้องประชุมโรงแรมภูเก็ตเมอร์ลินโดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (อดีต ส.ส.ภูเก็ต) นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วม 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไปอบรมลักษณะมาหลายจังหวัดนี้มีผู้สนใจมากและส่วนใหญ่เราตั้งเป้าว่าจะอบรมไม่เกิน 300 คนต่อรุ่นเพื่อให้หวังผลทางการปฏิบัติและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปคือการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ที่กระเทือนทั้งโลก เราเผชิญมาเป็นปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไป และสถานการณ์โควิด ซึ่งเป็นสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น ที่กระทบกับพวกเราทุกคน สถานการณ์โควิดกระทบหมดทั้งโลกไม่ใช่เฉพาะจีน อเมริกา ยุโรป เอเชีย อาเซียนประเทศไทยก็ไม่เว้น แม้แต่ภูเก็ต พังงา ทุกท่านทราบดี เพราะอยู่กับสถานการณ์ 

"เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยน จะอยากหรือไม่อยาก เราก็กำลังโดนเปลี่ยน สิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องเตรียมการสำหรับการรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอลที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดำรงชีวิตหรือในเรื่องของการประกอบธุรกิจการค้า และไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าในประเทศหรือการค้าระหว่างประเทศ เราก็ต้องเจอกับมันและต้องพร้อมที่จะปรับตัว การค้าเมื่อก่อนแบบออฟไลน์ คือเราผลิตอะไรได้เราก็แบกไปขายที่ตลาดนัด ตลาดสด ห้างโมเดิร์นเทรด ศูนย์การค้า เป็นต้น แต่พอโลกเปลี่ยน เราทำแบบเดิมไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าหยุดทำการค้าแบบออฟไลน์ ซึ่งยังมีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศหรือตลาดระหว่างประเทศแต่สิ่งที่ต้องเติมเข้ามาคืออีคอมเมิร์ซ ที่เป็นการค้าผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์หรือการค้าออนไลน์

ไม่ว่าจะเป็นการค้าภาคธุรกิจ ภาคผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ยิ่งจังหวัดภูเก็ตยิ่งเห็นชัด agoda หรือ bnb รวมทั้งเว็บไซต์ต่างๆเพื่อการจองโรงแรมด้วยระบบออนไลน์ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ นี่คืออีคอมเมิร์ซในภาคบริการ แต่ภาคผลิตภัณฑ์ ไมโครเอสเอ็มอี โอท้อป หรือพวกเรา การค้าออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์โควิด ที่คนออกจากบ้านไม่ได้ เดินมาซื้อของไม่ได้ หรือเราไปเดินขายเค้าก็ไม่กล้าซื้อ ระบบการค้าออนไลน์จึงมีความจำเป็น ถ้าคนเข้าใจก็ง่าย แต่ถ้าไม่เข้าใจก็จะยากมาก

กระทรวงพาณิชย์จึงต้องสร้างองค์ความรู้และให้ความรู้กับทุกคนที่สนใจและต้องการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคนิวนอร์มอล การอบรมเรื่องการค้าออนไลน์จึงเกิดขึ้นและมีคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้าเราแล้วมากมาย ไม่กี่วันมานี้ผมไปอบรมที่จังหวัดสงขลา เอาบังฮาซันไป ได้ผลดีมาก บังฮาซันขายปลาแห้ง กุ้งแห้ง ออนไลน์และเป็นพรีเซนเตอร์เอง วันนั้นมาทดลองเปิดไลฟ์สดขายออนไลน์สินค้าตัวเองประมาณ 10 - 20 นาทีขายได้ 200,000 กว่าบาท " นายจุรินทร์ กล่าว 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า  เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการค้าออนไลน์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นทุกวัน แม้แต่การค้าระหว่างประเทศ ผมได้ปรับบทบาททูตพาณิชย์เป็นเซลล์แมนประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเซลล์แมนประเทศ พาณิชย์จังหวัดต้องเป็นเซลล์แมนจังหวัด ระบบออนไลน์มีความจำเป็น เมื่อก่อนเวลาเราจัดแสดงสินค้าขายของต่างประเทศเราต้องไปเชิญบริษัทห้างร้านมาออกบูธและเชิญผู้นำเข้าจากต่างประเทศนั่งเครื่องบินมาแล้วมาเดินดูและเซ็นสัญญาสั่งซื้อ แต่เดี๋ยวนี้ระบบนี้ยังจำเป็นอยู่แต่ทำไม่ได้แล้ว เพราะผู้นำเข้าเดินทางผ่านประเทศต้องถูกกัดตัว 14 วัน ไม่มีใครมาและถ้าเราไปจัดก็ไม่รู้ว่าใครจะซื้อ ยกเว้นต้องปรับเป็นระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 18 - 19 ที่ผ่านมาลำไยมีปัญหามาก เพราะตรงจีนข้ามแดนมาซื้อไม่ได้ เพราะติดเรื่องการกักตัว 14 วัน เราเลยต้องปรับรูปแบบเป็นการค้าออนไลน์ ผมไปเป็นประธานเปิด 2 วัน ตั้งเป้าว่าจะขายลำไยให้เกษตรกรให้ได้ 11,000 ตัน โดยเชิญลูกค้าจากทั้งหมด 8 ประเทศผ่านจอให้นั่งเทรดกันที่ประเทศเขา แล้วพวกเรา 40-50 บริษัทไปนั่งที่หน้าจอ ตั้งเป้ายอดขาย 11,000 ตัน มูลค่า 550 ล้านบาทปรากฏว่าพอสองวันจบจากเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะขายลำไย 11,000 ตัน กลายเป็น 32,000 ตัน จาก 550 ล้านบาทเทรดได้ 2,100 ล้านบาท

ก่อนหน้ายุคโควิด ตนไปเซ็นสัญญากับ T Mall ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ สังกัดอาลีบาบาที่เซี่ยงไฮ้ เซ็นเสร็จเราสามารถโพสต์สินค้าของเราขึ้นไปไว้บนหน้าจอของ T Mall ได้ มีห้องไทยโดยเฉพาะ เราเริ่มเทรดผลไม้ พอเข้ายุคโควิด เราขนผลไม้ไปขายได้ แต่ติดปัญหาอุปสรรคเยอะสุดท้ายต้องปรับเป็นรูปแบบออนไลน์ ทดลองทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์ขายผลไม้ให้ประเทศไทยทำหน้าที่หัวหน้าเซลล์มาประเทศปรากฏว่า 15-20 นาทีที่ผมทำโปรโมชั่นขายผลไม้ไทยร่วมกับพิธีกรจากประเทศจีนภายใน 20 นาทีมีคนจีนเข้ามาดูถึง 16 ล้านคน และทำยอดขายได้มหาศาล การค้าออนไลน์จึงเข้ามามีอิทธิพลกับเรามากขึ้นทุกวัน 

"วันนี้ถือเป็นโอกาสทองของทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ภายใต้การบริหารจัดการและการอำนวยการของกระทรวงพาณิชย์ที่ผมกำหนดให้เป็นนโยบายว่าเราจะต้องถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้กับทุกคนทั่วประเทศที่สนใจเพื่อให้เราฟ้าวิกฤตโควิดนี้ไปได้และหลังสถานการณ์โควิด การค้าออนไลน์ก็จะสำคัญขึ้นไม่มีวันจบสิ้น ถ้าท่านไม่ทำอีคอมเมิร์ซท่านจะตกยุค และจะแข่งสู้คนอื่นในโลกไม่ได้ นี่คือทำไมกระทรวงพาณิชย์ต้องมาจัดอบรมวันนี้ให้กับพวกเราและที่สำคัญเรามีวิทยากรที่มีประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญจากลาซาด้า ได้แก่คุณกรณษา ปานสุวรรณ และ คุณศันสนีย์ เรืองเกต แม่ค้าออนไลน์ที่ปรับตัวจนประสบความสำเร็จในยุคโควิด ที่ขายสู้กับบังฮาซัน จะมาให้ความรู้กับพวกเราทุกคน และมีคุณสรยุทธ อังคณานุกิจ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอีคอมเมิร์ซและการตลาดออนไลน์ มาเป็นผู้ดำเนินรายการ ผมดีใจที่ผมและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างน้อยก็ได้มีส่วนร่วมในการทำให้ท่านมีอนาคตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงแข็งแรงขึ้นต่อไป ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องอีคอมเมิร์ซและการค้าออนไลน์ และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ " นายจุรินทร์กล่าว 



ทางด้าน นายวุฒิไกร กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจ SME เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยสถานการณ์โควิดส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคและผู้ประกอบการเปลี่ยนไปอย่างมาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตระหนักถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการเป็นไปตามนโยบายของท่านรองนายกฯ ที่ได้มอบไว้ตั้งแต่วันแรก ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการมีการปรับเปลี่ยนและช่วยกันพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งยั่งยืนงานเศรษฐกิจทันสมัย โดยทางกรมได้จัดมาแล้ว 4 ครั้ง และมีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้นรวม 6,000 ราย ในจจังหวัดสุโขทัย อุดรธานี พัทลุง สงขลา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมในวันนี้มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นมากกว่า 600 ท่าน มาจากกลุ่มนักศึกษาที่มีความสนใจต้องการประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ผู้ประกอบการสินค้าชุมชน โอทอปและสมาร์ทฟาร์มเมอร์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับเกียรติจากวิทยากรซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเกินกว่าอายุหรือเรียกว่านักธุรกิจอายุน้อยร้อยล้านจากลาซาด้าและแม่ค้าออนไลน์มะม่วงหิมพานต์ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"ทักษิณ"โพสต์วันเกิด71ปี คิดถึงไทยจากมา14ปี ขอผ่านพ้นโควิด



วันที่ 26 ก.ค.2563  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thaksin Shinawatra” ว่าวันนี้อายุครบ 71 ปีแล้ว ต้องกราบขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่ได้อวยพรมาทั้งทางตรง และผ่านทางเมืองไทย บางคณะก็ได้ไปทำบุญให้ผมด้วย บอกได้อย่างเดียวว่ารู้สึกซาบซึ้ง และคิดถึง ทั้งที่ผมจากเมืองไทยมาเกือบ 14 ปีแล้ว แต่ก็มีสิ่งดีๆ เข้ามาทำให้ผมมีกำลังใจ วันเกิดปีนี้ผมได้รับของขวัญพิเศษ ผมกำลังจะมีหลานอีกคนจากน้องอิ๊งค์ ลูกรักคนเล็กของผม คงจะคลอดปลายมกราคม หรือต้นกุมภาพันธ์ปีหน้า
          
ช่วงลำบากของทุกๆ คน จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยากจะฝากคลิปของฝรั่งอันนี้ไว้ให้ทุกคนไปชม ผมได้รับมาจากเพื่อนต่างชาติ ผมฟังแล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นกำลังใจที่ดีให้ทุกคนในยามนี้ ผมดูแล้วชอบมากเลยส่งมาให้ลูกๆ ก็เลยขอแชร์ให้กับคนไทยทุกคนได้เป็นกำลังใจครับ

‘สุดารัตน์’ผุดแคมเปญ 4 ระยะ ดันไทยเที่ยวไทยปลอดภัย



วันที่ 26 ก.ค.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังปัญหาภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า จากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่ดี แต่ปฏิบัติไม่ได้จริง ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น โครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ โรงแรมขนาดเล็กเข้าไม่ถึง เพราะหลายโรงแรมอยู่ระหว่างการรอจดทะเบียนถูกกฎหมายก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ในโปรโมชั่นหรือส่วนลดต่างๆ นี้ นอกจากนี้โรงแรมในพื้นที่ขนาดใหญ่ก็จะวงเงินเกิน ขณะเดียวกันโครงการ ‘กำลังใจเพื่อ อสม.’ ใช้งานจริงไม่ได้เลย เพราะเงื่อนไขมากทำให้ปฏิบัติจริงค่อนข้างลำบาก เช่น  จำนวนเงินคนละ 2,000 บาทและเที่ยวได้ไม่เกิน 2 วัน 1 คืน และต้องข้ามจังหวัดเท่านั้น รวมไปถึงอาชีพบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงแรมก็ยังสมัครเข้าร่วมโครงการไม่ได้ จากการมารับฟังเสียงของผู้ประกอบการเกือบ 100%ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ คุณหญิงสุดารัตน์มองว่าสาเหตุของปัญหามี 2 ประการ คือ หลักคิด และการปฏิบัติแบบรัฐราชการ ที่ไม่ได้มองข้อเท็จจริง และมีมุมมองความคิดที่แคบ คิดแบบราชการคือรัฐเป็นเข้าภาพออกงบประมาณให้แล้ว ถ้าทำไม่ได้ก็ปัดออกไป 



อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลทุ่มเททรัพย์สินทกอย่างไปกับการควบคุมโรคจนเป็นที่ยอมรับระดับโลก ดังนั้นต้องเอาความโดดเด่นด้านสาธารณสุขมาต่อยอดสร้างโอกาสให้กับประเทศไทย รัฐบาลต้องประกาศว่าเป็นประเทศปลอดโควิด หรือถ้ามาแล้วติดเชื้อก็มีเครื่องมือที่พร้อมดูแลพร้อมเงินประกันอีกหนึ่งล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เสนอแผนการท่องเที่ยวไทยอย่างปลอดภัย 4 ระยะ โดยแต่ระยะจะมีการเตรียมตัวเองและโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อม ได้แก่ 1. ‘ไทยเที่ยวไทย’ ออกคูปองส่วนลดคนมาเที่ยวภูเก็ต ทั้ง เครื่องบิน โรงแรม และค่าใช้จ่ายให้คนไทยเที่ยวในประเทศ 2. ’Staycation’ ให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนที่ภูเก็ต 14 วันในโรงแรมที่มีกิจกรรมสันทนาการให้พวกเขา และพนักงานก็ต้องทำงานอยู่ภายในโรงแรม มีระบบการป้องกันที่ดี ตรงนี้เป็นเหมือนการกักตัว แต่ปรับวิธีคิดวิธีบริการใหม่ ให้เหมือนกันท่องเที่ยว วันนี้ท่องเที่ยวต้องมากับความเชื่อมั่น เรามีของที่ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างอะไรใหม่ แต่ต้องสร้างความมั่นใจ 3. ‘เทศเที่ยวไทยปลอดภัย’ เปิดเมืองภูเก็ตให้เป็นที่เที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีตรวจโรคและคัดกรองก่อนเข้าจังหวัดอย่างเข้มข้น ปิดทุกจุดเข้าออกจังหวัดเพื่อให้ท่องเที่ยวในจังหวัดเท่านั้น และให้ง่ายต่อการควบคุมพื้นที่หากมีการระบาดโดยจำกัดปริมาณคนที่จะเข้ามาให้ยังสามารถควบคุมโรคได้ 4.ทำหลุมหลบภัยจากคนที่กลัวโควิดทั่วโลก และมาทำงาน Work From Home ที่ภูเก็ต โดยจ่ายเงินค่าอยู่อาศัยเป็นแพ็คเก็จที่ภูเก็ตว่าอยู่นานแค่ไหน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ทันก่อนหลายประเทศจะเริ่มเปิดให้มีการท่องเที่ยวหลังโควิด

"วันนี้รัฐต้องสร้างความมั่นใจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องยกเลิกอะไรที่ไม่สร้างความมั่นใจต้องเอาออกและต้องกล้าประกาศว่าประเทศไทยปลอดโรคและที่สำคัญคือต้องห้ามเอาเชื้อเข้ามาในประเทศเพิ่ม ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ VIP ที่เป็นทูตหรือทหาร แต่แรงงานยังหลุดเข้ามาตามชายแดนทุกๆ วันถ้าตราบใดที่ชายแดนอย่างรั่วขนาดนี้เราจะเปิดประเทศไม่ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐต้องเปลี่ยน"

นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ชวนคนไทยติดแฮชแท็ก #รีวิวกันหน่อย เวลาไปกินหรือเที่ยวที่ไหน เพื่อที่จะให้คนบนโลกออนไลน์ได้รู้และไปเที่ยวตาม เพื่อเป็นการช่วยเหลือคนตัวเล็ก พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการ ไปรีวิวของทุกคนจะช่วยผู้คนได้อีกมากมาย หนึ่งรีวิวของจะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจวิกฤติ  

"ธนาธร"ลั่นหมดเวลาการเมืองระดับชาติผูกขาดท้องถิ่น



 "คณะก้าวหน้า" ร่วมเวที กมธ.พัฒนาการเมืองฯ  "ธนาธร" ลั่นหมดเวลาสำหรับการเมืองผูกขาด ชี้ต้องปลดล็อกกฎหมาย - ปชช.มีส่วนร่วม "ชำนาญ" ปลุกทวงอำนาจคืนกลับท้องถิ่น 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563   ที่ห้องหยาดเพชร โรงแรมเรือนแพ รอยัลปาร์ค จังหวัดพิษณุโลก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การพัฒนาการเมืองภาคประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น" โดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่องปัญหาและทางออกของการกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นเวทีที่จัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมี ผศ.ชาญณวุฒ ไชยรักษา นักวิชาการด้านการปกครองท้องถิ่น ร่วมเป็นวิทยากร ขณะที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นายธนาธร กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง 103 แห่งในจังหวัดพิษณุโลก หากเอารายได้มารวมกันจะมีงบประมาณ 7,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยถ้าเอาเงินตรงนี้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งอำนาจที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของงบประมาณ ทุกคนตื่นมาก็ต้องจ่ายค่าภาษี ได้เงินเดือนมาก็เสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา ซึ่งในชีวิตประจำวันเราล้วนมีค่าภาษีทั้งสิ้น แต่ภาษีทั้งหมดถูกบริหารโดยรัฐส่วนกลาง ซึ่งโครงสร้างที่ผ่านมา ส.ส.ต่างก็เข้าไปของบประมาณเพื่อมาพัฒนาในพื้นที่ของตน ต่อรองเอางบประมาณมาสร้างผลงานให้ประชาชนในพื้นที่ได้เห็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้างที่บิดเบี้ยว เพราะ ส.ส. มีหน้าที่ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร มีหน้าที่ในทางนิติบัญญัติในการร่วมออกกฎหมายขึ้นมา ซึ่งไม่มีอำนาจหรือกฎหมายข้อไหนที่ ส.ส.จะมีอำนาจในการจัดการงบประมาณ หากแต่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารในหน่วยยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้นๆ



นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในรอบ 4 ปี หากไม่มีการรัฐประหาร ในฐานะประชาชนคนไทยเราจะมีสิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งได้ 5 ครั้ง นั่นคือ เลือกตั้งระดับประเทศ, เลือกนายก อบจ., เลือกสภาจังหวัด, เลือกนายก อปท. และเลือกสภา อปท. แต่ละระดับการบริหารมีเกียรติมีศักดิ์ศรีเท่ากัน เพราะเป็นอาชีพที่ได้รับการเลือกจากประชาขน  แต่แบ่งงานกันทำตามภาระหน้าที่ แต่สิ่งผมกล่าวมาทั้งหมดนี้ถูกบิดเบือนไป กลุ่มอภิสิทธิ์ชนเขาไม่ต้องการเห็นประชาชนเข้มแข็ง ไม่ต้องการเห็นท้องถิ่นเข้มแข็ง เขาต้องการทำให้ประชาชนไม่ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง งบประมาณจึงถูกเก็บไว้ที่ส่วนกลาง นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่นี่คือความจงใจของกลุ่มอภิสิทธิ์ชน ที่จงใจเอาประชาชนออกจากสมการทางการเมือง เอาประชาชนออกจากอำนาจอธิปไตย ซึ่งการปลดปล่อยศักยภาพของประเทศไทย คือการคืนอำนาจในการจัดสรรงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น ยุติรัฐราชการรวมศูนย์

"การยุติรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจกลับสู่ท้องถิ่น เราต้องทำจากบนลงล่างและล่างขึ้นบนไปพร้อมๆกัน ซึ่งความหมายจากบนลงล่างนั้น จำเป็นที่จะต้องปลดล็อก เอาอำนาจ งบประมาณ และความเป็นอิสระ คืนสู่ท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ท้องถิ่นทำเองไม่ได้ ต้องอาศัยสภาผู้แทนราษฎรและคนที่หนักแน่นที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นจริงๆ ต้องแก้ไขกฎหมายตามกระทรวง กรมต่างๆ ต้องแก้การเมืองระดับชาติรวมถึงต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของการกระจายอำนาจแต่ในขณะเดียวกัน จากล่างขึ้นบนคือต้องเริ่มที่ท้องถิ่นด้วย เราต้องสร้างการเมืองท้องถิ่นที่ดี เพราะการเมืองท้องถิ่นหลายที่ถูกครอบงำด้วยบ้านใหญ่ และทำให้เราอาจเคยได้ยินวลีที่ว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก นั่นเพราะเราไม่เข้าไปยุ่งกับการเมือง ถึงทำให้อำนาจทางการเมืองถูกผูกขาด การเมืองคือเรื่องของ 7,600 ล้านที่เป็นงบประมาณของ อปท. พิษณุโลก ถ้าคุณไม่ยุ่งกับการเมือง คือการอนุญาตให้คนต่างๆ เหล่านั้นเอาเงินซึ่งเป็นภาษีของเราไปใช้ตามใจชอบ ไม่ต้องถามว่าทำไมถนนหน้าบ้านไม่ดีขึ้น ไม่ต้องถามว่าทำไมโรงเรียนของลูกเราไม่ดีขึ้น ไม่ต้องทำว่าทำไมเราไม่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี เพราะคุณไม่สนใจการเมือง การเมืองเป็นเรื่องสร้างสรรค์ ที่จะทำให้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะมาเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่น แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการกระจายอำนาจ และประชาชนต้องสนใจการเมืองท้องถิ่น และกลับมาเชื่อมั่นว่าการเมืองคือเรื่องสร้างสรร การเมืองคือเรื่องของอนาคตของลูกหลานของเรา"  นายธนาธร กล่าว

ด้าน นายชำนาญ กล่าวว่า คำว่ากระจายอำนาจ แท้จริงแล้วต้องใช้คำว่าคืนอำนาจ เนื่องจากอำนาจแต่เดิมนั้นท้องถิ่นมีอยู่แล้ว แต่ถูกดึงกลับเข้าไปส่วนกลาง ซึ่งการปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องมี นิติบุคล ต้องมีงบประมาณเป็นของตัวเอง ต้องมีผู้บริหารเป็นของตัวเอง ต้องมีสภาท้องถิ่งที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกสิ่งนี้เป็นส่วนประกอบของการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสิ้น ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความรู้เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นน้อยมาก หลายๆ คนไม่รู้ว่า อบต. อบจ. ทำหน้าที่อะไรบ้าง นั่นเพราะถูกรวบอำนาจไปไว้ที่ส่วนกลาง นอกจากนี้ปัญหารัฐส่วนกลางกับท้องถิ่นนั้น รัฐธรรมนูญมาตราเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นการกำกับดูแล ซึ่งไม่ใช่บังคับสั่งการ แต่การที่ภาษีถูกเก็บไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้ อปท. กลายเป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณแต่ไม่สามารถพัฒนาอะไรได้ ทุกครั้งที่เกิดการรัฐประหารเมื่อไร อปท.สะดุดเมื่อนั้น เพราะจะเกิดการแต่งตั้งมากกว่าเลือตั้ง ซึ่งความสำคัญของท้องถิ่นนั้นมีบทบาทมากในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน ไม่มีประเทศไหนในโลก ที่มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็งแล้วการปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เข้มแข็ง เราเกิดมาอยู่กับท้องถิ่น แต่มีความรู้เรื่องท้องถิ่นน้อยมาก หลายๆ คนเกิดมายังไม่เคยเลือกตั้งท้องถิ่นเลยสักครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของกิจกรรม ได้มีการแบ่งกลุ่ม workshop สัมมนาในรูปแบบการแบ่งกลุ่มภาคปฎิบัติ 10 กลุ่ม ของประชาชนที่มาร่วมรับฟัง โดยมีวิทยากรในงานคอยให้คำปรึกษา รวมถึงมีการนำเสนอผลงาน ที่จะนำไปต่อยอดนโยบายเพื่อพัฒนาท้องถิ่นต่อไปอีกด้วย ขณะที่ในช่วงเวลา 17.00 น. นายธนาธร พร้อมทีมงานคณะก้าวหน้าจะเดินทางไปยังตลาดวังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อปราศรัยเปิดตัวทีมผู้สมัคร อบจ.คณะก้าวหน้าจังหวัดพิษณุโลก

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พระราชธรรมวาทีแนะ พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาส รู้จักวิเคราะห์คนสื่อธรรม


  
พระธรรมรัตนาภรณ์ย้ำพระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสต้องปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ตามกฎหมายบ้านเมือง กฎมหาเถรสมาคม และพระธรรมวินัย ขณะที่พระราชธรรมวาทีแนะต้องรู้จักแยกแยะวิเคราะห์ผู้คนเพื่อให้การแนะนำเผยแผ่ธรรมะนั้นเกิดประโยชน์ต่อผู้รับมากที่สุด

เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมโถงช้าง วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี บรรยายพิเศษแก่คณะพระสังฆาธิการ ในที่ประชุมตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 32/2539 มติที่ 414/2539 ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี ภาค 1 จำนวน 400 รูป   ถึงความสำคัญของบทบาท หน้าที่พระอุปัชฌาย์ต่อพระพุทธศาสนา  มีใจความสำคัญว่า  พระอุปัชฌาย์ต้องทำหน้าที่เป็นประธานในการบรรพชาอุปสมบทให้เป็นไปตามกฎระเบียบด้วยดี ตลอดทั้งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการรับคนเข้ามาบวช เช่น เจ้าอาวาสต้องทำหน้าที่ช่วยพระอุปัชฌาย์ให้ทุกขั้นตอนของการบวชเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคัดกรองผู้เข้ามาบวชว่ามีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและพระธรรมวินัยกำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งพระอุปัชฌาย์ หรือเจ้าอาวาส ต้องทำหน้าที่ในการ "พบ และ สอบสวน"   ผู้มาขอบวชด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้บวชว่าเป็นผู้มีความประพฤติดี  ไม่ใช่ผู้มีลักษณะต้องห้าม เช่น เป็นผู้มีความคิดเห็นผิดๆ มีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นผู้มีความผิดหรือหลบหนีอาญาแผ่นดิน หลบหนีราชการ เป็นผู้ต้องหาในคดีต่างๆ   เป็นผู้ถูกจำคุกในฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก เป็นผู้ทุพพลภาพ หรือผู้มีโรคติดต่อร้ายแรง เป็นต้น

ทั้งนี้ ความสำคัญของการคัดกรองผู้เข้ามาบวช เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อความสงบสุขของหมู่สงฆ์ และความมั่งคงของพระพุทธศาสนา อันจะนำไปสู่ประโยชน์ของสังคมส่วนรวมหากพระอุปัชฌาย์ หรือเจ้าอาวาส ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกฎระเบียบของการบรรพชาอุปสมบท อนุญาตให้ผู้ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาบวช  อาจเป็นเหตุแห่งความความเสียหายต่อคณะสงฆ์ ต่อพระพุทธศาสนา และสังคมส่วนรวมได้ เหมือนอย่างเช่นที่เห็นปรากฏเป็นข่าวในปัจจุบัน

"พระอุปัชฌาย์และเจ้าอาวาสต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายแผ่นดิน กฎของมหาเถรสมาคม และพระธรรมวินัย ก็จะสามารถช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อส่วนรวมได้" พระธรรมรัตนาภรณ์กล่าว


ด้านพระราชธรรมวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ได้บรรยายและให้โอวาทแก่คณะพระสังฆาธิการถึงการปฏิบัติหน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ ความโดยย่อว่า งานพระพุทธศาสนาเป็นงานทำดีเพื่อดี  ทำดีโดยสุจริตใจ  เป็นงานทำดีเพื่อส่วนรวม  พระภิกษุสงฆ์ คือ ผู้มีหน้าที่พิทักษ์ความถูกต้องเป็นธรรม มีหน้าที่แนะและนำ ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี การทำงานพระศาสนาเป็นงานที่ต้องทำด้วยความเสียสละและศรัทธา ในการทำงานต้องรู้จักแยกแยะวิเคราะห์ผู้คนเพื่อให้การแนะนำเผยแผ่ธรรมะนั้นเกิดประโยชน์ต่อผู้รับมากที่สุด

"คณะสงฆ์นางรองบุรีรัมย์" สานพลัง "บวร" ทอดผ้าป่าส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และผู้สูงอายุ

  "คณะสงฆ์นางรองบุรีรัมย์" สานพลัง "บวร" ทอดผ้าป่าส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธพระสงฆ์และผู้สูงอายุแบบบูรณาการ ส...