แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นโยบายหาเสียง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นโยบายหาเสียง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

เปิด 10 นโยบายเร่งด่วน ที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลชุดใหม่

 เปิด 10 นโยบายเร่งด่วน ที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลชุดใหม่

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยในงานสัมมนา โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง 66 ดีเบตนโยบายเศรษฐกิจ กับ 9 พรรคการเมือง จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่าจากการสำรวจความคิดเห็น ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 โดยจากการสุ่มตัวอย่าง 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่ามี 10 นโยบายเร่งด่วนที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลชุดใหม่ ได้แก่


1. ลดค่าครองชีพของประชาชนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม


2. เพิ่มสวัสดิการในด้านต่างๆ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลและเบี้ยผู้สูงอายุ


3. เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน


4. แก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาหนี้สิน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย


5. สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว


6. ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน


7. พัฒนาภาคเกษตรกรรมและแก้ไขปัญหาที่ดิน


8. เร่งฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติผ่านนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ


9. ลดข้อจำกัดและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการ SME


10. ปรับปรุงระบบการศึกษาให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและสอดคล้องเหมาะสมกับโลกยุคใหม่


นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง โดยเป็นการสำรวจนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุดในแต่ละด้าน แบ่งเป็น 8 นโยบาย ได้แก่


นโยบายที่ 1 นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 2.ขึ้นอัตราเงินเดือน 3.เพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ สำหรับนโยบายที่ประชาชนมองว่ามีความสำคัญน้อยที่สุดคือ โครงการธนาคารหมู่บ้าน


นโยบายที่ 2 นโยบายแรงงาน/การจ้างงาน โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.สร้างตำแหน่งงานใหม่สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 2.นำผู้ประกอบอาชีพอิสระ เข้าระบบประกันสังคม 3.เบิกเงินผู้ประกันตน 30% มาใช้ก่อนได้ สำหรับนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือ ขยายเกณฑ์อายุของผู้เกษียณออกไปเป็น 63-65 ปี


นโยบายที่ 3 นโยบายลดค่าครองชีพ โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.ลดค่าไฟฟ้า 2.ลดราคาน้ำมัน และ 3.ลดราคาแก๊สหุงต้ม ส่วนนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 20 บาทตลอดสาย


นโยบายที่ 4 นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน โดย 3 นโยบายแรกที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอก คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท 2.ปลดล็อคให้สมาชิก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)และสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถนำเงินสมทบส่วนหนึ่ง เช่น ไม่เกิน 30% ออกมาซื้อบ้าน/ลดหนี้บ้านได้ 3.ยกเลิกหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)


นโยบายที่ 5 นโยบายสวัสดิการ โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.ตรวจสุขภาพฟรี 2.รักษาฟรีทุกโรค บัตรทอง 30 บาทพลัส 3.ให้เงินอุดหนุนค่าปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุ ส่วนนโยบายที่ให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือ ให้เงินรับขวัญเด็กแรกเกิด


นโยบายที่ 6 นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.จัดสรรเงินสนับสนุนการปรับปรุง/พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 2.จัดสรรเงินสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยว 3.พัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวสัญชาติไทย ส่วนนโยบายที่ให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือพัฒนาแพลตฟอร์มขายของออนไลน์สัญชาติไทย


นโยบายที่ 7 นโยบายเกษตร โดยพบว่า 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.สร้างเกษตรรุ่นใหม่ 2.ประกันรายได้ จ่ายเงินส่วนต่าง 3.ให้เงินอุดหนุนกลุ่มเกษตรกร ส่วนนโยบายที่ให้ความสำคัญน้อยที่สุด เกษตรกรขายคาร์บอนเครดิตได้


นโยบายที่ 8 นโยบายช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี โดย 3 นโยบายแรก ที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือ 1.SME เข้าถึงทุน 2.ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อเดือน (ชำระดอกเบี้ยภายใน 6 เดือนถึง 3 ปี) 3.หวย SME (ซื้อสินค้า SME แถมหวย) ส่วนนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญน้อยที่สุดคือปลดล็อกเครดิตบูโร


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566

นักวิชาการชี้นโยบายพรรคการเมืองยังไม่มุ่งแก้เชิงโครงสร้าง

 5 เม.ย. 2566 - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โดยสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาวิชาการเนื่องในวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2566 หัวข้อ “อ่านเกมเลือกตั้ง’ 66 นโยบายใครปัง ใครพัง” เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2566 ณ มธ. ศูนย์รังสิต โดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

ดร.กิรติพงศ์ แนวมาลี หัวหน้าทีมการปฏิรูปกฎหมาย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)  กล่าวว่า ขณะนี้พรรคการเมืองได้มีการนำเสนอนโยบายหาเสียงประชานิยมจำนวนมาก แต่ยังไม่มีใครเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง   

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดีพนมยงค์ กล่าวระหว่างเสวนาว่า แม้ว่านโยบายต่างๆ จะเป็นประโยชน์  โดยเฉพาะนโยบายประชานิยม ที่จำเป็นจะต้องมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก 3 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 1 เท่าของงบที่ใช้อยู่  

อย่างไรก็ตามนโยบายที่ พรรคการเมือง ทั้งหมดยังไม่ได้แก้ในเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย  นอกจากนี้นโยบายที่สอดคล้องกับ SDGs(Sustainable Development Goals) หรือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ เป็นสิ่งที่หลายประเทศให้สัญญาว่าจะทำ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำ  ขณะนี้ยังไม่มีใครเริ่มต้นที่จะพูดถึง  ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระจายอำนาจเท่านั้นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับฐานราก


เพื่อไทยเขากล้าคิดการใหญ่

ประชาธิปัตย์อจินไตยในฝัน

ภูมิใจพูดแล้วทำอีกอย่างดูกัน

รวมไทยสร้างชาติขอทำต่อคอยก่อการ


พลังประชารัฐวางฐานโครงสร้างมั่น

ดังสนั่นสายมูพาชาติพัฒนากล้า

จะพาไทยสร้างไทยไปทางไหนละหว่า

คิดพูดทำกันไร้ฐานแล้วไทยจะก้าวไกลไทยว้าวอย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

ชาติไทยพัฒนา ชูวิสัยทัศน์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ความยากจน-หนี้สิน

31 มีนาคม 2566 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และทีมเศรษฐกิจของพรรคเปิดเผยว่า กลุ่มฐานรากและผู้มีรายได้น้อยจะต้องสร้างความรู้ สร้างอาชีพ สร้างตลาดออนไลน์ ควบคู่ระบบขนส่งสินค้า และตลาดออฟไลน์ ส่วนการแก้ปัญหาหนี้สินจะต้องเจาะลึกไปทุกกลุ่มเป้าหมาย ต้องมีคลินิกให้คำปรึกษาการจัดการหนี้แห่งชาติ การตั้งศูนย์รวมหนี้เพื่อบริหารจัดการนำเงินมาไกล่เกลี่ยให้เจ้าหนี้ ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยหนี้ระหว่างฟ้อง การตั้ง AMC สินเชื่อบุคคลแห่งชาติรับซื้อหนี้จากสถาบันการเงิน โดยมีการ Hair Cut เงินต้นบางส่วน เป็นต้น และควรมีออกมาตรการปลอดต้น ปลอดดอก เพิ่ม 1 ปี สำหรับกลุ่มไม่มีความสามารถชำระหนี้ มาตรการชำระต้นก่อน ดอกทีหลัง เป็นเวลา 2 ปี สำหรับกลุ่มที่มีความสามารถชำระบางส่วน การออกมาตรการขยายระยะเวลากู้ออกไป เป็นระยะยาวเช่น 30 ปี และออกมาตราการลดดอกเบี้ย เบี้ยปรับให้เป็นธรรม เป็นต้น


ส่วนนโยบายด้านการเกษตร นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เกษตรกรจะต่อยอดการใช้ทรัพยากรน้ำใต้ดิน ให้มีน้ำบาดาลขนาดใหญ่ เพื่อการเกษตรในทุกตำบล ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกวิธี เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภค ในทุกหมู่บ้าน

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566

เปิดนโยบายเด่น "พรรคภูมิใจไทย"

พรรคภูมิใจไทย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มาพร้อมคติพรรค "พูดแล้วทำ" ที่ประกาศลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ตัดสินใจส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง (350 เขต) และแบบบัญชีรายชื่อ (150 คน) รวมส่งผู้สมัครทั้งสิ้น 500 คน ผลการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 39 คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน ซึ่งเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทย เป็นอีกหนึ่งพรรคตัวเต็ง

โดยนโยบายเด่นของพรรคภูมิใจไทย มีดังนี้

พักหนี้ 3 ปี

เพื่อลดปัญหาหนี้สินให้ประชาชน โดยไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3ปี และดอกเบี้ยจะไม่มาต้นทบดอก หนี้ที่พักได้ ได้แก่ หนี้ในระบบที่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับ เจ้าหนี้ที่รัฐบาลรับรองให้ปล่อยเงินกู้ได้ ได้แก่ ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ กยศ. กองทุนหมู่บ้าน บัตรเครดิต ไฟแนนซ์ ลีซซิ่ง

นโยบายพลังงานสะอาด

1. ฟรี โซล่าเซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาทต่อเดือน และส่งกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ ขายให้แก่รัฐบาลผ่านระบบของการไฟฟ้า ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับส่วนลดค่ากระแสไฟฟ้า และ เครดิตพลังงาน เป็นเวลา 25 ปี ตามอายุโครงการความร่วมมือผลิตกระแสไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน

2. รับสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าประชาชน ทุกคนที่นำบ้าน ที่พักอาศัย เข้าร่วมโครงการติดตั้งโซล่าเซลล์ จะได้รับสิทธิซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าบ้านละ 1คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน

นโยบายสาธารณสุข

1. ติดตั้งเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ให้โรงพยาบาลทุกจังหวัด จังหวัดละ 1 เครื่อง เป็นอย่างน้อย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 22 จังหวัด ต้องมีให้ครบทุกจังหวัด ภายใน 4 ปี และต้องรักษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว

2. ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ โดยจัดตั้งศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ ภายใน 4 ปีเพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตทุกคน เข้าถึงการรักษาได้เร็วและทั่วถึง

นโยบายเกษตรร่ำรวย

นโยบาย เกษตรร่ำรวย ด้วย Contract Farming จะนำมาใช้กับ 4 ชนิด ที่มีการกำหนดราคารับซื้อล่วงหน้าในตลาดโลก ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และ ปาล์มน้ำมัน และจะขยายไปสู่พืชหรือ ผลผลิตการเกษตรชนิดอื่นต่อไป เช่น ข้าวโพด มะพร้าว ลำไย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจ ของประเทศไทย เพื่อให้เกษตรกรทุกราย มีสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าเป็นหลักประกัน

นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

1. เพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวสู่ 80 ล้านคน เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว สู่ 6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570พร้อมสร้างงาน 10 ล้านตําแหน่ง เพิ่มอัตราการจ้างงาน สร้างแรงจูงใจ พัฒนาศักยภาพแรงงานกองทุนท่องเที่ยว ชุมชนดี แหล่งท่องเที่ยวดี และผู้ประกอบการดี ด้วยกองทุนท่องเที่ยว

(1) เงินทุนสนับสนุนการปรับปรุง - พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถ ดึงดูด และรองรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ตลอดจนการวางระบบ บริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน สร้างรายได้สู่ประชาชนเจ้าของแหล่งในระยะยาว

(2) เงินทุนสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวสู่มาตรฐานระดับ สากล เพิ่มขีดความสามารถในการกระตุ้นจํานวนวันพัก และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นตามอัตลักษณ์ของชุมชน สร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

(3) เงินทุนสําหรับผู้ประกอบการในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างความมั่นคงในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ ตลอดจนการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรที่มีแนวปฏิบัติอย่างยั่งยืนเพื่อลดต้นทุน เพิ่มกําไร และสร้างการยอมรับในระดับโลก

2. เพิ่มรายได้ในภาคการท่องเที่ยว โดยการเพิ่มระยะเวลาการพํานัก จํานวนการใช้จ่ายต่อคน และ เพิ่มจํานวนนักท่องเที่ยวกลุ่มใช้จ่ายสูง โดยการ

(1) กระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดใหม่ เน้นนักท่องเที่ยวกําลังใช้จ่ายสูง เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ กลุ่มทํางานจากประเทศไทย กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

(2) เพิ่มและขยายศักยภาพการข้ามแดนทั้งทางบก น้ำ อากาศ โดยการ ขยายสนามบิน การท่องเที่ยวเรือสําราญ การจัดทําจุดผ่านแดน อัจฉริยะ

(3) สร้างเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล ผ่านงาน Event การประชุมนิทรรศกาล การแข่งขันกีฬารายการระดับโลก งานเทศกาลระดับโลก

(4) ปั้น Soft Power ไทยสู่การสร้างมูลค่าสูง เพื่อมุ่งสู่เป้าการเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวคุณภาพสูง พร้อมรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว

3. 365 วัน เที่ยวทุกที่ เที่ยวทั้งปี รายได้ดี ไม่มีวันหยุด โดยกําจัด Low Season แก้ปัญหาการกระจุกตัวของ นักท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย โดยใช้ Event รูปแบบต่าง ๆ ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ ดึงดูดการเดินทางท่องเที่ยวให้กระจายตัวไปยังเมืองต่าง ๆโดยเฉพาะในช่วง Low Season จํานวนไม่น้อยกว่า 300 กิจกรรม

4. Wellness Resort of the World รักษา เมืองหลัก พักฟื้น เมืองรอง จุดหมายแห่งการรักษา พักผ่อน และ ฟื้นฟู ร่างกายและจิตใจ ของประชากรโลก

5. Low Carbon Destination มุ่งสู่การท่องเที่ยวสมัยใหม่ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และชุมชน

วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

“พ.ต.อ.ทวี” ลงพื้นที่เทพาสงขลาประกาศนโยบาย 5 อ. ไม่เอา 1 อ.

 


วันศุกร์ที่ 17 มี.ค.2566 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ลงพื้นที่ ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา กล่าววว่า  พรรคเคยมีสโลแกน 5 อ. ไม่เอา 1 อ. โดย อ.ที่ 1 คือคนต้องมีอาหารกิน คนต้องไม่ยากจน อ.ที่ 2 คนต้องมีอาชีพ เราต้องมีที่ดิน ถ้าเรามีที่ดิน 20 ไร่ เรามีความสุขได้ เราปลูกอะไรเราไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีมาก ถ้าเราไปเช่าที่ดินคนอื่น เราต้องใช้ปุ๋ยเคมี เพราะต้องเร่งผลผลิต ไม่อย่างนั้นเดี่ยวจะขาดทุน”


“อ.ที่ 3 ต้องมีอนามัย นโยบายด้านสาธารณสุขของพรรคประชาชาติ ต้องต่อยอด 30 บาทรักษาทุกโรคภาค 2 ต้องรักษาไตได้ ต้องเปลี่ยนไตได้ อ.ที่ 4 โอกาส ผมไปเยี่ยมบ้านคนตาบอดและไม่ได้ยิน เขาไม่ต้องการความสงสาร เขาไม่ต้องการการสงเคราะห์ เขาต้องการโอกาส โอกาสที่เห็นเขาเป็นคน ว่าเขาสามารถทำได้ไม่แม้เขาจะพิการ การมีโอกาส การศึกษาคือการเปลี่ยนสถานะคน คือโอกาสอย่างหนึ่ง และ อ.ที่ 5 ที่เป็นเหตุการณ์ความไม่สงบทั่วโลก รวมทั้งภาคใต้ คือ อัตลักษณ์ คือการเคารพในความแตกต่าง การเคารพในความเชื่อทางศาสนา การเคารพในอุดมการณ์ เราต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ทำให้คนเท่ากับคน และ อ.ที่พรรคประชาชาติจะไม่ให้มีเด็ดขาด คือ ความอยุติธรรม”

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566

การแก้จนตามแนวปรัชญาพอเพียงศึกษาวิเคราะนโยบายของพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งปี 2566

 ความเป็นมาและสภาพปัญหา

วัตถุประสงค์

นิยามความหมาย

แนวคิดทฤษฎี

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แก้จน สร้างรายได้
บทวรรณกรรม

วิธีการดำเนินการ

ระยะเวลาเก็บข้อมูล 1 มี.ค.2566 

ศึกษาจาก

สโลแกน
นโยบาย
ของแต่ละพรรค

กรอบความคิด

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

นวัตกรรมออกแบบเรือท้องแบน PVC 10 ฟุต รับมือน้ำท่วม เน้นโครงสร้างเบา-ลอยตัวด้วยโฟม

แนวคิดการประดิษฐ์เรือท้องแบนสำหรับใช้งานในช่วงเกิดอุทกภัยได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้วัสดุหาได้ง่ายและสามารถประกอบได้ในต้นทุนท...