แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขัดแย้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขัดแย้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"พ.อ.บุนยัง"ชมลาว-กัมพูชาใช้สันติวิธีแก้เขตแดน

 "พ.อ.บุนยัง"ชมลาว-กัมพูชาใช้สันติวิธีแก้เขตแดน เชื่อเป็นแบบอย่างของอาเซียน

 วันที่ 12 ส.ค.2560 ตามที่มีรายงานว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา  กล่าวระหว่างการบรรยายว่า ประเทศลาวจะต้องถอนทหารออกจากชายแดนด้านจังหวัดสตึงแตรงภายในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เนื่องจากมีทหารลาวหลายสิบนายรุกล้ำ ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งทหาระส่งทหารไปขับไล่ และช่วงเช้าของวันนี้ทางกัมพูชาได้เคลื่อนทหารประมาณ 5 พันนายจากตัวจังหวัดสตึงแตรงเข้าประจำการตามแนวชายแดนที่อยู่ตรงกันข้ามกับจังหวัดอัตตะบือ ติดกับจังหว้ดศรีสะเกษของประเทศ  ขณะที่ทางประเทศลาวก็ได้มีทหารสังเกตการณ์ 30 นาย


ขณะเดียวกันทางด้านนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชาได้เดินทางไปประเทศลาวเพื่อเจรจากับนายทองลุน   สีสุลิด  นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว อย่างกระทันหันเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทเรื่องชายแดน สุดท้ายสองฝ่ายตกลงเป็นเอกภาพโดยจะไม่มีข้อพิพาทและใช้ความรุนแรงใดๆ โดยจะมีการถอนกำลังแล้วดำเนินการสำรวจปักเขตแดนให้แล้วเสร็จ โดยนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้แถลงข่าวร่วมกัน ซึ่งตอนท้ายนายทองลุนได้ขอร้องให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามความเป็นจริงเพื่อไม่ให้ประชาชนทั้งสองประเทศเข้าใจผิด หลังจากนั้นผู้นำทั้งสองประเทศได้รับประธานอาหารร่วมกัน





พ.อ.บุนยัง วอละจิต วัย 79 ปี เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว หรือประธานประเทศลาว ได้แสดงความเห็นว่า ขอชมเชยรัฐบาลทั้งสองประเทศที่สามารถแก้ไขปัญญาอย่างสันติวิธี อันเป็นความปรารถนาและเป็นแบบอย่างของอาเซียน


-------------------
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Support Prime Minister Thongloun Sisoulith)




วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ยุติแล้ว!"ลาว-กัมพูชา"ขัดแย้งเขตแดนที่สตึงแตรง



 ยุติแล้ว!"ลาว-กัมพูชา"ขัดแย้งเขตแดนที่สตึงแตรง สองฝ่ายตกลงเป็นเอกภาพจะไม่มีข้อพิพาทและใช้ความรุนแรงใดๆ



วันที่ 12 ส.ค.2560 ตามที่มีรายงานว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา  กล่าวระหว่างการบรรยายว่า ประเทศลาวจะต้องถอนทหารออกจากชายแดนด้านจังหวัดสตึงแตรงภายในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เนื่องจากมีทหารลาวหลายสิบนายรุกล้ำ ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งทหาระส่งทหารไปขับไล่นั้น


และช่วงเช้าของวันนี้ทางกัมพูชาได้เคลื่อนทหารประมาณ 5 พันนายจากตัวจังหวัดสตึงแตรงเข้าประจำการตามแนวชายแดนที่อยู่ตรงกันข้ามกับจังหวัดอัตตะบือ ติดกับจังหว้ดศรีสะเกษของประเทศ  ขณะที่ทางประเทศลาวก็ได้มีทหารสังเกตการณ์ 30 นาย


ขณะเดียวกันทางด้านนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชาได้เดินทางไปประเทศลาวเพื่อเจรจากับนายทองลุน   สีสุลิด  นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว อย่างกระทันหันเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทเรื่องชายแดน สุดท้ายสองฝ่ายตกลงเป็นเอกภาพโดยจะไม่มีข้อพิพาทและใช้ความรุนแรงใดๆ โดยจะมีการถอนกำลังแล้วดำเนินการสำรวจปักเขตแดนให้แล้วเสร็จ

.....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กໂຕະຂ່າວກາເຟ)


ฮุนเซนเสริมทหารกัมพูชา5พันประชิดแดนลาวเตรียมพร้อม



ทหารกัมพูชา5พันประชิดแดนลาวเตรียมพร้อม ชาวลาววิพากษ์วิจารณ์ถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากเกิดสงคราม


วันที่ 12 ส.ค.2560 ตามที่มีรายงานว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา  กล่าวระหว่างการบรรยายว่า ประเทศลาวจะต้องถอนทหารออกจากชายแดนด้านจังหวัดสตึงแตรงภายในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เนื่องจากมีทหารลาวหลายสิบนายรุกล้ำ ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งทหาระส่งทหารไปขับไล่


ช่วงเช้าของวันนี้ทางกัมพูชาได้เคลื่อนทหารประมาณ 5 พันนายจากตัวจังหวัดสตึงแตรงเข้าประจำการตามแนวชายแดนที่อยู่ตรงกันข้ามกับจังหวัดอัตตะบือ ติดกับจังหว้ดศรีสะเกษของประเทศ  ขณะที่ทางประเทศลาวก็ได้มีทหารสังเกตการณ์ 30 นาย


ขณะที่ประชาชนชาวลาวได้ทราบกระแสข่าวดังกล่าวแล้วต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากเกิดสงคราม


โดยเฟซบุ๊ก Support Prime Minister Thongloun Sisoulith ของนายทองลุน   สีสุลิด  นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว ได้รายงานว่า  รัฐบาลทั้งสองประเทศพร้อมติดต่อประสานกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ในขณะที่ฝ่ายลาวเรียกร้องให้ทางกัมพูชาหยุดการก่อสร้างเส้นทางและถมดินเข้ามาในอาณาเขตของลาว ส่วนทางการกัมพูชายื่นคำขาดให้ทางลาวถอนทหารนั้น ฝ่ายลาวยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากฝ่ายลาว ถ้ามีการเคลื่อนไหวใดๆ  ทุกฝ่ายที่ปกป้องแผ่นดินลาวจงช่วยรายงานให้เพจพวกเราด้วย  เพราะปัญหานี้ได้แก้มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว อย่างไรก็ตามทางประเทศลาวได้ยืนอยู่บนความถูกต้องมาโดยตลอด


อย่างไรก็ตามสำนักข่าวแขมร์ไทมส์ (Khmer Times) ได้รายงานเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สนับสนุนเขื่อนดอนสะโฮงที่กำลังก่อสร้างทางภาคใต้ของลาวห่างจากชายแดนกัมพูชา 2 กิโลเมตร ขณะที่ภาคประชาสังคมพยายามเรียกร้องให้ชะลอการสร้างเขื่อนออกไป สำนักข่าวกัมพูชารายงานว่ามีโพสต์บนเฟสบุคส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเมื่อวานนี้ ที่ระบุว่าหลังจากที่ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนในระหว่าง การเยือนของประธานสภาแห่งชาติลาวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งกัมพูชาสนับสนุนเขื่อนดอนสะโฮงของลาว และยินดีให้ลาวใช้ถนนและท่าเรือเพื่อขนส่งสินค้าเนื่องจากลาวไม่มีชายแดนติดทะเล


โพสต์ดังกล่าวระบุถึงข้อตกลงและเริ่มการค้าทวิภาคี และระบุว่าประธานสภาแห่งชาติลาวเห็นด้วยที่จะขายไฟฟ้าจากเขื่อนให้แก่กัมพูชาในราคาที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการพัฒนาในพื้นที่ชายแดน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายฮุนเซนได้พบกับผู้นำของลาวและเวียดนาม และได้มีการพูดคุยถึงการพัฒนาในจังหวัดของทั้งสามประเทศที่อยู่ใกล้เขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งปัจจุบันยังขาดการพัฒนา


นายสู จันพาล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเปรียรอมเกล ตำบลบาราวัต จังหวัดสตรีงเตรง ให้สัมภาษณ์แขมร์ไทมส์ ว่าเขื่อนดอนสะโฮงกำลังทำลายการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลมาอิรวดี หรือโลมาหัวบาตรแม่น้ำโขงที่กำลังอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ และความสวยงามทางธรรมชาติของแม่น้ำโขง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยังแสดงความวิตกต่อการปนเปื้อนของน้ำที่เกิดจากการระเบิดหินอันเกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง และเรียกร้องให้ทั้งสองรัฐบาลทบทวนการสร้างเขื่อน “ผมคิดว่า ถ้าถึงเวลาที่เขื่อนเริ่มผลิตไฟฟ้า พวกเราอาจจะตายก่อนโลมา (ที่เหลืออยู่ไม่กี่ตัว) เพราะว่าโลมาเริ่มที่จะอพยพหนีไปแล้ว เขื่อนดอนสะโฮง มีความสูง 30 เมตร ยาว 7 กิโลเมตร มีกำลังผลิตติดตั้ง 260 เมกะวัตต์ ตามข้อมูลของบริษัทเมกะเฟริสต์ จากการสำรวจของบริษัทชี้ว่าไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่น


กลุ่มผู้คัดค้านกล่าวว่ามีประชาชนชาวกัมพูชากว่า 6 ล้านคนที่พึ่งพิงทรัพยากรปลาจากแม่น้ำโขงจะได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักพัฒนาองค์กรเอกชนภูมิภาค กว่า 90 คน ได้พบกับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อพูดคุยถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาบนแม่น้ำโขง


นายชุมอาต นักเคลื่อนไหวเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มเยาวชนเพื่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสังคม กัมพูชา ระบุว่าก่อนหน้านี่นายกรัฐมนตรีฮุนเซน เคยส่งจดหมายประท้วงและเรียกร้องให้รัฐบาลลาวทำการศึกษาผลกระทบให้รอบด้าน แต่หลังจากที่นายกกลับมาจากการเยือนจีน ก็กลับเปลี่ยนความคิดเพราะว่ารัฐบาลจีนกล่าวว่า อาจจะมาลงทุนการสร้างเขื่อนไฟฟ้าบนแม่น้ำโขง อนึ่ง โครงการเขื่อนดอนสะโฮงได้มีการว่าจ้างให้บริษัทไซโนไฮโดร หรือพาวเวอร์ไชน่า จากประเทศจีน ทำสัญญาดำเนินการก่อสร้าง (EPC)

.....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ,  ຂ່າວລາວ khaolao  )

"ฮุน เซน"เสริมทัพเข้าสตึงแตรงประชิดลาวแล้ว

"ฮุน เซน"เสริมทัพเข้าสตึงแตรงประชิดลาวแล้ว  หลังยื่นคำขาดให้ลาวถอนทหารออกภายใน 17ส.ค.นี้  ขณะที่ลาววอนกัมพูชายุติการเคลื่อนไหว เหตุปัญหาชายแดนมีอยู่หลายจุดคณะกรรมาธิการเขตยังไม่ได้ข้อยุติ



ตามที่มีรายงานว่า นายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา  กล่าวระหว่างการบรรยายว่า ประเทศลาวจะต้องถอนทหารออกจากชายแดนด้านจังหวัดสตึงแตรงภายในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เนื่องจากมีทหารลาวหลายสิบนายรุกล้ำ ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งทหาระส่งทหารไปขับไล่ และต่อมามีรายงานว่าทางกัมพูชาได้เคลื่อนทหารไปยังจังหวัดสตึงแตรงแล้ว


ขณะที่แหล่งข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า ทั้งสองประเทศยังมีปัญหาเขตแดนกันอยู่หลายจุด ประกอบกับคณะกรรมาธิการชายแดนก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้นทางการกัมพูชาไม่ควรที่จะมีการเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งปัญหาเขตแดนนี้ไม่ใช่ว่ากัมพูชาจะมีปัญหาเฉพาะกับประเทศลาวแม้แต่ไทยก็ยังมีปัญหาเช่นกัน


ทั้งนี้เฟซบุ๊ก Support Prime Minister Thongloun Sisoulith ของนายทองลุน   สีสุลิด  นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว ได้รายงานว่า  รัฐบาลทั้งสองประเทศพร้อมติดต่อประสานกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ในขณะที่ฝ่ายลาวเรียกร้องให้ทางกัมพูชาหยุดการก่อสร้างเส้นทางและถมดินเข้ามาในอาณาเขตของลาว ส่วนทางการกัมพูชายื่นคำขาดให้ทางลาวถอนทหารนั้น ฝ่ายลาวยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากฝ่ายลาว ถ้ามีการเคลื่อนไหวใดๆ  ทุกฝ่ายที่ปกป้องแผ่นดินลาวจงช่วยรายงานให้เพจพวกเราด้วย  เพราะปัญหานี้ได้แก้มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว อย่างไรก็ตามทางประเทศลาวได้ยืนอยู่บนความถูกต้องมาโดยตลอด

.....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กរដ្ឋបាលរាជធានីភ្នំពេញและ Songphon Phoukert )

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

เปิดมิติใหม่ผู้นำศาสนาอาเซียนร่วมแก้ขัดแย้ง

              กระแสความขัดแย้งระหว่างศาสนานับวันจะยิ่งทวีความรุ่นแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีชาวมุสลิมทั่วโลกได้ลุกฮือขึ้นประท้วงหนังหมิ่นศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกันก็มีความกระทบกระทั้งกันระหว่างชาวมุสลิมกับพุทธอย่างเช่นที่ พม่า อินเดีย และมาเลเซีย หรือชาวพุทธกับคริสต์ หากผู้นำแต่ละศาสนาไม่จับมือกับดับไฟเสียแต่ต้นลมแล้ว ก็ยิ่งจะเกิดผลเสียกับชาวโลก

             นับเป็นมิติหมายอันดีที่ผู้นำศาสนาในภูมิภาคอาเซียนได้มีการประชุมปรึกษา หารือกันระหว่างวันที่ 17-19 ก.ย.ที่ผ่านมา ในการสัมมนานานาชาติ เรื่อง "ศาสนากับกระบวนการสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน"  ซึ่งจัดโดยศาสนาสันนิบาตโลกมุสลิม สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ณ โรงแรมเดอะสุโกศลหรือโรงแรมสยามซิตี้เดิม  อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งโครงการนี้ยังเป็นการรองรับการก้าวสู่ "ประชาคมอาเซียน" หรือ ASEAN Community ในปี พ.ศ.2558 (ค.ศ.2015) อีกด้วย

              งานนี้มีวิทยากรสำคัญที่เข้าร่วมการสัมมนา อาทิ นายอับดุลเลาะห์ บิน อับดุลมุหชิน อัล ตุรกี เลขาธิการสันนิบาตโลกมุสลิม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พระราชวราจารย์ ประธานร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย (RfP - IRC Thailand) สมเด็จพระสังฆราช Tep Vong (กัมพูชา) ประธานร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ

               Mr. Myint Swe จากมูลนิธิรัตนเมตตา สหภาพพม่า อัครสังฆราช Fernando Capalla จากฟิลิปปินส์ สังฆราชแห่งมินดาเนาและประธานกิจการระหว่างศาสนาและระหว่างชาวคริสต์ของ สหพันธ์สภาสังฆราชแห่งเอเชีย Dr.Nyoman Udayana Sangging กรรมการบริหารของสมาคมฮินดูแห่งอินโดนีเซีย พระอาจารย์ภูสวรรค์ รองประธานพุทธศาสนสัมพันธ์ประเทศลาว Sadsr V. Harcharan Singh ประธานสภา Gurdwards แห่งมาเลเซีย Prof. Dr. Philip K Widjaja รองเลขาธิการพุทธสมาคมแห่งอินโดนีเซีย Huji Mohamad Idris ประธานชุมชนอิสลามในกรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม Dr. Yabit Alas คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยบรูไนดารุสซาลาม Sister Maria Law ประธานองค์กรระหว่างศาสนาแห่งสิงคโปร์ เป็นต้น

              สำหรับฝ่ายไทยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีวิทยาลัยอิสลามยะลา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ผศ.สุกรี หลังปูเต๊ะ คณบดีคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ร่วมในการสัมมนาและให้การต้อนรับคณะวิทยากรจากต่างประเทศ
  
           ทั้งนี้สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้นำศาสนาในพื้นที่ 5 ศาสนา คือ อิสลาม พุทธ คริสต์ ซิกข์ และฮินดู เพื่อเป็นเวทีและสะพานเชื่อมระหว่างผู้นำศาสนารวมทั้งประชาชนทั่วไปในการนำ หลักการทางศาสนาที่ถูกต้องมาใช้ในกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้แต่ละศาสนาในพื้นที่เสนอทางออกในมิติของการอยู่ร่วมกันอย่าง สมานฉันท์และสันติสุข

              แนวแนวคิดจัดการสัมมนานานาชาติระดับอาเซียนในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และนำตัวอย่างอันดีตลอดจนประสบการณ์ในการจัดการความขัดแย้งทางศาสนาหรือความ ขัดแย้งอื่นๆ ที่สามารถใช้หลักการและกระบวนการทางศาสนาเข้าไปเยียวยาไปใช้แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งในแต่ละพื้นที่ของอาเซียน รวมทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยต่อไป

              งานสัมมนาเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 17 ก.ย. โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดแทนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวว่า ศาสนาถือเป็นกระบวนการสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางสังคม  ตนคิดว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เกิด จากศาสนาและเกิดจากการเมืองมากกว่า เพราะไทยเปิดโอกาสให้ทุกคนในทุกศาสนิกมีโอกาสเท่ากันในการเข้ามาบริหาร ประเทศ ที่ผ่านมามีผู้บริหารระดับประเทศที่เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และรมว.มหาดไทย  นอกจากนี้ยังมีผู้ว่าฯที่เป็นมุสลิมก็มี จึงขอยืนยันว่าปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ใช่ความขัดแย้งทางด้านศาสนา แต่เป็นปัญหาความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ และ ความรู้สึก
 
            วันอังคารที่ 18 ก.ย.เป็นการเสวนาเรื่องการเสริมสร้างความร่วมมือและการสานเสวนาระหว่างศาสนา เพื่อแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งและสร้างสันติภาพในประเทศอาเซียน, การสร้างเครือข่ายศาสนาเพื่อสันติภาพในอาเซียน และการประชุมกลุ่มย่อยซึ่งมีหัวข้อน่าสนใจ เช่น แบ่งปันความสำเร็จในการจัดการความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับศาสนา, ความเป็นสมัยใหม่และความสมานฉันท์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ศาสนา และความขัดแย้งและบทบาทของศาสนา: กรณีศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น

              หลังจากนั้นวันพุธที่ 19 ก.ย.คณะผู้นำศาสนาเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงเช้าร่วมสัมมนาที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา มีวงประชุมร่วมกับคนในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งและการใช้หลักศาสนา ในการจัดการความขัดแย้ง โดยจะมีการร่วมแถลงข่าวของผู้นำศาสนาในประเทศอาเซียนด้วย

              เชื่อแนวทางแนวทางการปรึกษาหารือกันพูดคุยกันนี้จะสามารถสร้างสันติภาพให้ เกิดขึ้นในโลกได้ มากกว่าการโพทนาด่าท่อกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานสัมมนาลักษณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

 (หมายเหตุ  : ขอบคุณข้อมูลจาก thaipbs.or.th และศูนย์ข่าวภาคใต้สำนักข่าวอิศรา isranews.org/south-news)

สำราญ สมพงษ์รายงาน 

เพลง: น้ำท่วมเดือนเก้า

เพลง: น้ำท่วมเดือนเก้า  [เกริ่น – เสียงกีตาร์โปร่ง] โอ้...เดือนเก้าเอ๋ย เดือนเก้าปีนี้ ฟ้าร้องอีกที พี่ใจไม่ดีเลยหนา ฝนตกทีไร น้ำตาพี่ไหลอ...