แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565

"ม.มหิดล"เนรมิต "สวนผักลอยฟ้า" สู้วิกฤติเศรษฐกิจ - มลพิษกลางกรุง

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้ดาดฟ้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ติดตั้งจานดาวเทียม แต่สามารถประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และอาจเนรมิตให้กลายเป็น "แปลงเกษตรของคนเมือง" ได้ดั่งใจฝัน 


รองศาสตราจารย์ ดร.มณฑา เก่งการพานิช หัวหน้าภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการ "แม่บ้านสร้างสุขด้วยสองมือเรา" หรือ "สวนผักแม่บ้านสร้างสุข" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหิดลกับสังคม ได้พิสูจน์แล้วว่าดาดฟ้าที่ปล่อยว่าง สามารถนำมาสร้างสรรค์ให้เป็น "ดาดฟ้ากินได้" พื้นที่สีเขียวลดโลกร้อนและพื้นที่เรียนรู้ให้แก่นักศึกษา จากการรวมพลังของเหล่าแม่บ้านทำความสะอาด ซึ่งเป็น "ฟันเฟืองหลัก" ของโครงการฯ


จากดินนับตันที่คำนวณน้ำหนักแล้วว่าปลอดภัยต่อตัวอาคารทะยอยส่ง "มือต่อมือ" ขึ้นสู่ดาดฟ้า  จากชั้น 1 ขึ้นไปยังชั้น 7 เพื่อร่วมเนรมิตความฝันที่จะร่วมสร้างแปลงปลูกผักตาม"ศาสตร์พระราชา" ที่ว่าด้วย "เกษตรอินทรีย์" เพื่อส่งเสริม"เศรษฐกิจพอเพียง" ของชาวคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล บนดาดฟ้าให้กลายเป็นจริง


ทำให้ทุกวันนี้ชาวคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งนับเป็น "ด่านหน้า" แห่งการวางรากฐานของการป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะของไทย ได้มี "ต้นแบบ" ของการสร้างสุขภาพดีกันถ้วนหน้า จากการมี "แหล่งอาหารปลอดภัย" และช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดียิ่งให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย นับตั้งแต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ จากสถานการณ์COVID-19 ที่ผ่านมา


จากดาดฟ้าที่ปล่อยร้าง กับจานดาวเทียมที่หลงยุคสมัย ณตึกแห่งหนึ่งของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ปัจจุบันเรียงรายไปด้วยพืชผักสวนครัวที่เติบโตในแปลง ถุงปุ๋ย และ กระถางกว่า 10 ชนิด  โดยไม่ต้องไปซื้อหา


ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่บรรดาพืชที่สามารถนำเอาไปทำเป็นผักจิ้มผักแนม และประกอบอาหารไทยยอดนิยมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเปราะ มะเขือม่วง มะเขือยาวมะเขือเทศ แตงร้าน บวบ ตำลึง ถั่วฝักยาว เห็ดนางฟ้า ชะอมแค คะน้า สะเดา กวางตุ้ง กะเพรา โหระพา พริกหยวก มะกรูดมะนาว ตะไคร้ สะระแหน่ ฯลฯ หรือแม้แต่พืชยอดฮิตอย่างต้นมะละกอกินใบ หรือ "ผักไชยา" ที่สามารถใช้แทนผงชูรส


"ดาดฟ้ากินได้" นี้ ไม่เพียงสามารถสร้างสุขจากการช่วยประหยัด "ค่ากับข้าว" ให้กับชาวคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล แต่ยังกลายเป็น "ที่พักผ่อนหย่อนใจ" สำหรับทุกชีวิตในอาคารให้สามารถหลีกหนีมลพิษของกรุงเทพฯ ขึ้นไปสูดโอโซนจากพืชผักที่ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์สดชื่น


รวมทั้งให้ประโยชน์ทางการศึกษา ให้นักศึกษาโภชนวิทยาของคณะฯ สามารถเรียนรู้ผักชนิดต่างๆ และนักศึกษาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับพื้นที่สีเขียว การลดโลกร้อน เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังเป็นเหมือน "ห้องเรียนทางการเกษตร" สำหรับผู้รักการปลูกพืชให้ได้ทดลองทำ "ปุ๋ยหมักจากธรรมชาติ" ที่รวบรวมเอาเศษไม้ใบหญ้าจากภายในคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาหมักแบบ "พลิกกลับกอง" เพื่อนำไปใช้บำรุง "สวนผักแม่บ้านสร้างสุข" ให้เจริญงอกงาม และเกิดความยั่งยืน โดยมีชาวคณะฯ ร่วมแรงร่วมใจกันรดน้ำ พรวนดิน ดูแลด้วยสองมือและแรงใจ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีทางการเกษตรใดๆ อีกด้วย


ซึ่งความสุขที่ได้ ไม่ใช่เพียงการได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องชาวคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำ"กิจกรรมสีเขียว" ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ยังได้ชื่นชมกับผลผลิตจาก "สวนผักแม่บ้านสร้างสุข" ที่เจริญงอกงามร่วมกัน


หากแต่อีกหนึ่งคุณค่า คือ การส่งต่อแนวคิด "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่เปรียบเหมือน "สมบัติอันล้ำค่า" จากล้นเกล้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) ปวงพสกนิกรชาวมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งปณิธานที่จะบำรุง"ต้นไม้ของพ่อ" ให้งอกงาม แตกขยายกิ่งก้านสาขาผลิดอกออกใบต่อไปยังทุกดวงใจและสายโลหิตแห่งปวงชนชาวสยาม


ที่มา: มหาวิทยาลัยมหิดล


วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม ชุมชนเมืองสุขภาพดี

 มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม   ชุมชนเมืองสุขภาพดี 

 

มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและพื้นที่แห่งการแบ่งปันและเผยแพร่เพื่อสื่อสารความตั้งใจในการส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้ของคนในสังคมทุกมิติ จึงจัดงานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม MU Social Engagement Forum 2022 (MUSEF 2022) ในหัวข้อ “Healthy Together ชุมชนเมืองสุขภาพดี” ผ่านการพูดคุยถึงสถานการณ์ การจัดการ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สร้างการมีส่วนร่วมในการต่อยอดความรู้แขนงต่าง ๆ ระหว่างนักวิจัย บุคลากรภาคสังคม ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายและบุคคลทั่วไป ให้สามารถร่วมกันสร้างผลกระทบทางสังคม (Social Impact) ให้ขยายออกไปในวงกว้าง และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเกิดงานเสวนาขึ้นในวันอังคารที่ 27 กันยายน 2565 ณ มหิดลสิทธาคาร และศูนย์ประชุมและอาคารจอดรถมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา


ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลจัดงานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม หรือ Mahidol University Social Engagement Forum ที่เรียกชื่อย่อว่า MUSEF ขึ้น ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย ประชาชนที่สนใจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย สนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิชาการหรือผลงานวิจัยจากอาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยไปสู่การเป็นนโยบายชี้นำสังคม รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการผลักดันกระบวนการเชิง Policy Advocacy ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ประเด็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ชุมชน เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุ ตลอดจนประเด็นอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม


งานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคมครั้งนี้เป็นการจัดครั้งที่ 2 ซึ่งปีนี้สถานการณ์โควิดคลี่คลายลง จึงเป็นโอกาสดีมากที่นักวิชาการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบาย ภาคประชาสังคม รวมถึงประชาชนทั่วไปจะได้เข้ามาร่วมงานและชมกิจกรรมในพื้นที่ได้ ซึ่งงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ โดยหวังว่างานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคมจะเป็นการสานต่อผลงานวิชาการจากมหาวิทยาลัยที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชน สังคมและประเทศให้ได้มากที่สุด ตลอดจนเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนงานวิชาการที่จะไปนำไปสู่การเป็นนโยบายที่จะช่วยแก้ปัญหาประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย”


อีกทั้งยังมี รองศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรสมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพและบริการวิชาการ, รองศาสตราจารย์ ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพมหานคร (ศสม.) และอดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์ ภาควิชาทันตกรรมเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ก.บ.ศุภลักษณ์ เข็มทอง สาขาวิชากิจกรรมบำบัด คณะกายภาพบำบัด กล่าวถึงรายละเอียดและกิจกรรมที่น่าสนใจในงานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม โดยภายในงานจะได้พบกับการเสวนาจากเหล่าผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ


การบรรยายพิเศษเรื่อง “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม: Local Actions for Global Impact” โดย คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ กรรมการสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล

การเสวนาเรื่อง “สุขภาพเมือง: ความท้าทายและแนวทางการแก้ปัญหา” (Urban Health: Challenges and Potential Solutions) โดยมี 1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2) ศาสตราจารย์ นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ 3) รองศาสตราจารย์ ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพมหานคร (ศสม.) และอดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์

การเสวนาประเด็นสุขภาวะคนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัยและคนทำงานภาคสังคม โดยมีหัวข้อดังนี้ 1) “ดูแลสุขภาพปากและฟันของลูกรัก” 2) “ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคฮิตคนทำงาน: office syndrome” 3) “ยุงร้าย : ภัยคนเมือง” และ 4) “Urban citizenship for inclusive & sustainable cities: เมืองสำหรับทุกคน”

และกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมเวิร์คช็อปติดอาวุธผ่านเครื่องมือและแนวคิดใหม่ ๆ รวมไปถึงการรับแรงบันดาลใจจากโครงการวิจัยที่ถูกนำไปพัฒนาต่อยอดกับพื้นที่ต่าง ๆ จนเกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่นำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบทางสังคมได้


งานมหกรรมมหิดลเพื่อสังคม MU Social Engagement Forum 2022 (MUSEF 2022) ในหัวข้อ “Healthy Together ชุมชนเมืองสุขภาพดี” จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 27 กันยายน 2565 ณ มหิดลสิทธาคาร และศูนย์ประชุมและอาคารจอดรถมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม


https://mgronline.com/qol/detail/9650000084190

นวัตกรรมออกแบบเรือท้องแบน PVC 10 ฟุต รับมือน้ำท่วม เน้นโครงสร้างเบา-ลอยตัวด้วยโฟม

แนวคิดการประดิษฐ์เรือท้องแบนสำหรับใช้งานในช่วงเกิดอุทกภัยได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้วัสดุหาได้ง่ายและสามารถประกอบได้ในต้นทุนท...