แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรรคก้าวไกล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พรรคก้าวไกล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

"พิธา” นำทัพ “ก้าวไกล” เปิดตัว 9 ผู้สมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ ชูนโยบาย “กระดุม 5 เม็ด”


เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2566 ที่หน้าตลาดสดเทศบาลตำบลปรางค์กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำพรรค ร่วมเปิดเวทีปราศรัยแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่อีสานใต้ โดยเริ่มจาก จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับเปิดรายละเอียดนโยบายด้านการเกษตรของพรรคก้าวไกล ตามแนวคิด “กระดุม 5 เม็ด” ที่เคยใช้ในการอภิปรายเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังของการเกษตรกรทั้งระบบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดนโยบายเกษตรของพรรคก้าวไกลแบ่งออกเป็น “กระดุม 5 เม็ด” ดังต่อไปนี้


เม็ด 1 คือที่ดิน โดยจะปฏิรูปที่ดิน คืนที่ดินประชาชน 10 ล้านไร่


1. กองทุนพิสูจน์สิทธิ 10,000 ล้านบาท ยุติข้อพิพาท-ออกเอกสารสิทธิ์ให้เกษตรกร


2. ออกโฉนด ส.ป.ก. – นิคมสหกรณ์


3. ตั้งธนาคารที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินให้ประชาชน


4. เปลี่ยนระบบภาษีที่ดิน กระจายที่ดินออกจากมือนายทุน


เม็ด 2 คือหนี้สิน โดยจะปลดหนี้เกษตรกร


5. ปลดหนี้ ธ.ก.ส. เกษตรกรสูงวัย จ่ายหนี้ถึงครึ่ง รัฐยกอีกครึ่งให้ทันที


6. ต้นไม้ปลดหนี้ เช่าที่เกษตรกรปลูกไม้มีค่า


7. หลังคาปลดหนี้ เช่าหลังคาบ้าน ติดแผงโซลาร์ ขายไฟฟ้าปลดหนี้


8. หมดยุคหาเงินจ่ายดอก ทุกบาทที่จ่ายหนี้ต้องลดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย


เม็ด 3 คือต้นทุน โดยจะลดต้นทุน น้ำ-ปุ๋ย-เครื่องจักร


9. เพิ่มงบพัฒนาแหล่งน้ำให้ท้องถิ่น 25,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตชลประทาน 90 ล้านไร่


10. ปุ๋ยสั่งตัด แม่ปุ๋ยราคาถูก ผ่านสหกรณ์-กลุ่มเกษตร-วิสาหกิจชุมชน


11. สนับสนุนการเลี้ยงสัตว์ ลดต้นทุน เพิ่มเงินทุน ขยายตลาด


12. ดอกเบี้ย 0% ผ่อนโดรน รถไถ รถดำนา เครื่องจักรการเกษตร


เม็ด 4 คือนวัตกรรม โดยจะสร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า


13. สุราก้าวหน้า เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร


14. พัฒนาสินค้าชุมชน 1 ท้องถิ่น 1 โรงงานสินค้าแปรรูป


15. อาหารโรงเรียนจากชุมชน ตัดวงจรสินค้าเกษตร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง


16. เปิดตลาดโลก สร้างโอกาสเกษตรกรไทย


เม็ด 5 คือต่อยอด โดยจะหารายได้ต่อยอด เพื่อเกษตรกรไทยก้าวหน้า


17. ฟรี! รับรองมาตรฐาน GAP-GMP-เกษตรอินทรีย์ ส่งสินค้าเกษตรคุณภาพดีไปทั่วโลก


18. ปลดล็อกฟาร์มสเตย์ เปลี่ยนไร่นาเป็นรายได้ สร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร


19. จ้างเกษตรกรรุ่นใหม่ สอนเกษตรกรวัยเก๋าใช้เทคโนโลยี

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2565

"ปลัดมท." โพสต์โต้ "ก้าวไกล" ยัน "โคก หนอง นา โมเดล" ไม่ล้มเหลว กระแสตอบรับดีได้ประโยชน์เกินคุ้มกับงบฯ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ Suttipong Juljarern ชี้แจงโครงการโคกหนองนาโมเดล หลังจากว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.จากพรรคก้าวไกลออกมาเปิดเผยข้อมูล โครงการโคกหนองนา ล้มเหลวความว่า


"ผมยืนยันว่าการนำงบประมาณมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของรัฐบาลนั้นไม่ได้ล้มเหลว เราดำเนินการทั้งสิ้น 7 กิจกรรม ในโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคกหนองนา จำนวน 25,179 โครงการ ทั่วประเทศ นั้นได้ประโยชน์เกินคุ้มกับงบประมาณที่ลงไป"


ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการพึงพอใจอย่างมาก (ดังรายละเอียดของงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทำให้ Grisda) ที่ผมส่งให้มาพร้อมนี้


การนำเสนอของหน่วยตรวจสอบอย่าง สตง. ท่านตรวจสอบบางโครงการ บางพื้นที่ จนกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กลายเป็นผู้ร้าย ซึ่งยังน้อยกว่าการด่วนสรุป ทำลายล้างโครงการ ที่มีการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่โคกหนองนา ว่าล้มเหลว


อ่านบทสรุปของผู้บริหารที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำไว้ 15 หน้าก็ได้ครับ


อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565 "นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ" หรือ "จ่าตา" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล จ.มหาสารคาม ได้ออกมาเปิดรายงานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถึงผลการตรวจสอบโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ "โคก หนอง นา โมเดล" ของกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งจากรายงานพบว่าโครงการแทบไม่เดิน ทำจริงไม่ได้ ยังไม่เกิดผลทางปฏิบัติ


"นายอดิศักดิ์"  อ้างว่า สตง. เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า โครงการมีปัญหา 3 เรื่อง ที่ทำให้โคก หนอง นาเป็นโครงการส่อล้มเหลว


1. โครงการล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ กรมพัฒนาชุมชนทำเสร็จเพียง 1 จาก 6 กิจกรรม ทำให้ต้องขอขยายเวลากว่า 2 รอบ ถึงจะปิดโครงการได้


2. พื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบทำไม่ได้จริง ส่วนใหญ่ยังทำไม่ได้ตามแบบ บางที่ยังสร้างไม่เสร็จ บางที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง ส่วนที่สร้างเสร็จแล้วยังไม่มีการจัดเตรียมความพร้อมด้านสื่อการเรียนรู้ วัสดุ อุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับการสาธิตและ ฝึกปฏิบัติประจำฐานเพื่อการเรียนรู้


3. ครุภัณฑ์อุปกรณ์ต่างๆ ในวันที่ สตง. ลงไปตรวจสอบ ยังถูกใช้ไม่ครบ ซึ่งมีทั้งบางที่ยังไม่ได้ใช้อุปกรณ์เลยแม้แต่รายการเดียว บางที่ใช้ไปแค่บางส่วน หรือก็คือ งบอุปกรณ์ที่จัดซื้อลงไปถูกเอาไปวางทิ้งไว้เฉยๆ


"ตามศูนย์อบรมที่โคก หนอง นา ให้เกษตรกร ยังแทบจะไม่มีการอบรมให้เกษตรกรเอาไปใช้จริงเลย" ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ก้าวไกล กล่าว






















วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

พรรคก้าวไกลเย้ย! นี้นอกระบบ ปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลไม่มีปัญญาแก้

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2565   เพจพรรคก้าวไกล - Move Forward Party ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า  หนี้นอกระบบ ปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลไม่มีปัญญาแก้   

ปัญหาหนี้นอกระบบของประเทศไทยในขณะนี้ รุนแรง ลุมลาม หยั่งลึก ทำลายชีวิต ทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน ครอบครัวจำนวนมหาศาล

 

การบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลทหารและสืบทอดอำนาจกว่า 8 ปี ทำให้เกิดความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจขึ้นภายในประเทศอย่างรุนแรง ซ้ำประเทศไทยยังถูกซ้ำเติมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสถานการณ์วิกฤตพลังงานจากสงคราม ทำให้คนไทยจำนวนมากจึงต้องเข้าสู่วงจรของหนี้นอกระบบ

 

ความพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลที่ผ่านมาถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เห็นได้การอนุมัติสินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของธนาคารออมสินตามนโยบายรัฐบาล ในปี 2564 มีการอนุมัติสินเชื่อช่วยประชาชนปลดหนี้เพียง 70 ล้านบาท จากก้อนเงินปัญหาหนี้นอกระบบทั้งประเทศที่ประมาณการเอาไว้ว่ามีถึง 85,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 0.08%

 

สาเหตุที่การให้สินเชื่อตามนโยบายรัฐมีน้อย เพราะยุ่งยากในการขอสินเชื่อ เช่น การขอให้ลูกหนี้ส่งข้อมูลของเจ้าหนี้นอกระบบ (เช่น สำเนาบัตรประชาชน) ให้กับธนาคาร ซึ่งแน่นอนว่าลูกหนี้คงทำตามได้ยาก

 

สำหรับวิธีการแก้ปัญหา พรรคก้าวไกลเราได้เสนอทางออกทั้งในระยะสั้น และเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ต้นตอของปัญหาด้วยนโยบายระยะยาว เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาวนซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น


รัฐบาลนำโดยตำรวจและกรมสรรพากรจะต้องช่วยลูกหนี้เจรจากับเจ้าหนี้นอกระบบ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นธรรมตามกฎหมาย เจรจากับหนี้นอกระบบให้หักลบดอกเบี้ยและค่าปรับที่จ่ายเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไปหักกับเงินต้น

เร่งผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ล้มละลาย ฉบับก้าวไกล จากเดิมที่รองรับการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้สินเฉพาะธุรกิจให้ขยายรวมถึงบุคคลธรรมดา และจำนวนมูลหนี้จากเดิมที่กำหนดว่าต้อง 1 ล้านบาทขึ้นไปถึงจะเจรจาได้ เปลี่ยนเป็นไม่มีเพดานขั้นต่ำในการให้ลูกหนี้ขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้

เพิ่มช่องทางให้ประชาชนธรรมดาเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น ซึ่งมาตรการที่เราอาจทำได้ เช่น

- วงเงินรีไฟแนนซ์ สินเชื่อในระบบ 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน

- วงเงินฉุกเฉิน ในแอพเป๋าตังค์ 10,000 บาท/ราย ได้เงินทันที ติดเครดิตบูโรก็กู้ได้

- หวย SMEs ซื้อสินค้า/บริการ SMEs สะสมครบ 500 บาท ผ่านแอพเป๋าตัง ได้สลากฯ 1 ใบ ข้อมูลรายได้จากแอพเป๋าตัง สามารถใช้แสดงเป็นรายได้ยื่นขอกู้สถาบันการเงินได้

- จัดทำกฎหมายปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กมาก (Pico finanace) เพื่อจูงใจให้เจ้าหนี้นอกระบบ ขึ้นบนดิน เป็นเจ้าหนี้ในระบบที่คิดดอกเบี้ยกับประชาชนต่ำลง 

ปัญหาหนี้นอกระบบ รัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ก็รู้สถานการณ์ความรุนแรงดี แต่ทำไมยังมีแก๊งเงินกู้อยู่ทั่วไปอย่างเปิดเผย ลอยนวลอยู่ได้ บางเวลาก็จับ ทลายออกข่าวใหญ่โต บางเวลาก็ไม่มีการดำเนินการใด ทำไมมีบางรายโดนจับ บางรายไม่โดนจับ จะทำการอุกอาจแบบนั้นได้ ก็ต้องมีทหาร ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการระดับสูงอยู่เบื้องหลัง พวกเราหว่งว่ารัฐบาลในอนาคตจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้มีใครมาขูดเลือดขูดเนื้อ แสวงหาผลประโยชน์ ทำนาบนหลังประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้อีกต่อไป

 

#ก้าวไกล #หนี้นอกระบบ



 


"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...