แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงยุติธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กระทรวงยุติธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กาฬสินธุ์ เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2565  ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน (ศกช.) ต.หนองแวง อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ นายอดิศร วิทูรศิลป์ นายอำเภอสมเด็จ พร้อมด้วย นายประหยัด ไม้แพ ยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ภูสยาม ลารังสิต ผกก.สภ.สมเด็จ นายนิยม โยหาสิทธ์ นายก อบต.หนองแวง ร.ต.จรูญ ฉายประดิษฐ์ ประธาน ศกช.ต.หนองแวง นายทวี ขาวผ่อง ผู้ไกล่เกลี่ย (ศกช.) ต.นามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ และตัวแทนภาคประชาชน ร่วมพิธีเปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ตามโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 ประจำปีงบประมาณ 2565

 


https://siamrath.co.th/n/377259

ยุติธรรมศรีสะเกษเปิดป้ายและขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนอำเภอน้ำเกลี้ยง

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565 ว่าที่ร้อยโทสิทธิ์ธนัตถ์ สิทธิบัวศรี ยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนตำบลน้ำเกลี้ยง จัดกิจกรรม เปิดป้ายและขับเคลื่อนศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน   ณ วัดสว่างวารีรัตนาราม ตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยงจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับเกียรติจากนายอดุลย์ หมื่นลึก นายอำเภอน้ำเกลี้ยง เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชนตำบลน้ำเกลี้ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ภารกิจศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน และคณะทำงานบริหารประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ภาคประชาชน ให้เป็นที่รู้จักในพื้นที่ รับรู้ รับทราบ และให้ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ได้อย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐาน ประชาชนในพื้นที่ ตระหนักรู้ และเลือกใช้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในการยุติข้อพิพาททางแพ่ง และข้อพิพาททางอาญา ประชาชนมีความสมานฉันท์ในชุมชน


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826194309585

รองผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ปิดโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565   นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (หลักสูตร 5 เดือน) ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งจัดโดยเรือนจำชั่วคราวแค น้อยสังกัดเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ อาคารศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เรือนจำชั่วคราวแคน้อย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นางละออง อยู่ยั่งยืน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางแก้วใจ สังข์แสง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนา 2 และกำกับดูแลเรือนจำชั่วคราวแคน้อย, นางสาวปัทมา ประสิทธิ์เขตกิจ หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวแคน้อย และหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ, พร้อมบุคคลากรเรือนจำฯ รวมทั้งสมาชิกผู้ต้องขัง ร่วมกิจกรรม

การอบรมโครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 14 นี้ มีผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 112 คน มาจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ 35 คน/ทัณฑสถานหญิงกลาง 26 คน/ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก 20 คน และทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ 31 คน

โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งเจ้าหน้าที่เป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ ได้แก่ มูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยากสภากาชาดไทย บริษัทเงินติดล้อ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เพชรบูรณ์ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ สถานีพัฒนาที่ดินเพชรบูรณ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอเมืองเพชรบูรณ์

โดยภารกิจหลักของกรมราชทัณฑ์ นอกจากจะมีหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขัง ให้เป็นไปตามคำพิพากษาแล้ว หน้าที่ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี นับเป็นภารกิจหลักอีกประการหนึ่ง ซึ่งเรือนจำ/ ทัณฑสถานในสังกัด กรมราชทัณฑ์ต่างมุ่งมั่นที่จะตอบสนองภารกิจของกรมราชทัณฑ์


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826175710555


วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"บสย." ชวนลูกหนี้ 28,000 ราย ร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ทั่วไทย 8-11 ก.ย.นี้ที่เมืองทองธานี

วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565 นายจตุฤทธิ์ จันทรกานต์ รองผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สายงานปฎิบัติการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ตามที่ บสย. ได้เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ถึงวันที่ 11 กันยายน 2565 โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานโครงการนั้น พบว่า ได้รับการตอบรับจากลูกหนี้ บสย. เข้าเจรจาประนอมหนี้ เพราะไม่ต้องการถูกฟ้องดำเนินคดี และต้องการเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งโครงการนี้เปิดโอกาสให้ “ลูกหนี้” ที่ยังไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ได้มีโอกาสเข้ามาเจรจาและไกล่เกลี่ยหนี้ โดย เชิญลูกหนี้ บสย. ร่วมกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้กว่า 28,000 ราย โดยมีฝ่ายบริหารหนี้ ฝ่ายบริหารงานคดี ฝ่ายกิจการสาขา 1-2 สำนักงานเขตต่าง ๆ ทั่วประเทศ และ ทีม “บสย. F.A. Center สาขา" เป็นพี่เลี้ยง และทำหน้าที่ประสานการทำงานร่วมกับ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ทั้งนี้การออกบูธของสำนักงานสาขาและทีมงาน “บสย. F.A. Center สาขา" นั้น เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของ บสย. ที่ต้องการช่วยเหลือลูกหนี้ ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับผู้ที่กำลังประสบปัญหา ซึ่งสอดคล้องและขานรับนโยบายของรัฐในปี 2565 นี้เป็นปีแห่งการแก้หนี้ อีกทั้ง บสย. ช่วยให้คำปรึกษาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้อง ด้วยกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ภายใต้พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562


“เราพบว่า การเข้ามาปรึกษาของลูกหนี้ เขาต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ต้องการทั้งบริหารจัดการหนี้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โครงการไกล่เกลี่ยหนี้ มีประโยชน์ต่อลูกหนี้มาก ช่วยให้ลูกหนี้ไม่ต้อง ถูกฟ้องร้องและถูกดำเนินคดี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการหนี้ให้กับองค์กร และที่ผ่านมา บสย. ได้ร่วมออกบูธไปแล้ว 23 จังหวัด จากทั้งหมด 24 จังหวัด โดยครั้งสุดท้ายเป็นการจัดงานที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 8-11 ก.ย. 2565 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และหลังจากนั้น บสย. จะเข้าร่วมงานไกล่เกลี่ยหนี้ จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป” ผู้บริหาร กล่าว


นายจตุฤทธิ์ กล่าวต่อว่า มาตรการที่ บสย. ช่วยลูกหนี้คือ มาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” เน้นความยืดหยุ่นการชำระหนี้ 3 ระดับ ตามความสามารถในการชำระ คือ 1. ยืดหยุ่น โดยตัดเงินต้น 20% และตัดดอกเบี้ย 80% ระยะผ่อนชำระ 5 ปี 2. ผ่อนน้อย เบาแรง หนี้ลดหมดแน่นอน โดยเริ่มต้นชำระครั้งแรกเพียง 1% ของยอดหนี้ โดยนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด ส่วนวงเงินที่เหลือ ระยะผ่อนชำระ 5 ปี 3. ดอกเบี้ย 0% โดยชำระครั้งแรก 10% ซึ่งจะนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด ระยะผ่อนชำระ 7 ปี

 

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...