แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิสาขบูชา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิสาขบูชา แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
สังคมอินเดียเปลี่ยนทัศนะพุทธยุคใหม่ต้องกล้ายกจัดวิสาขะมัทราส
วันที่ 28 พ.ค.2561 เฟซบุ๊ก บรรพต แคไธสง ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า เป็นเรื่องยากมากในสมัยก่อนที่สังคมฮินดูในประเทศอินเดียจะยอมรับให้ชาวพุทธประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา อีกอย่างชาวพุทธเองก็ไม่กล้าเปิดเผยตนเองหรือรวมกลุ่มประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เพราะถูกสังคมมองว่าชาวพุทธส่วนใหญ่เป็นคนที่มาจากวรรณะต่ำของสังคม เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาชาวพุทธในอินเดียจึงไม่กล้าแสดงตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ
แต่ในระยะหลังปัญญาชนของอินเดียหันมาสมาทานพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น จึงทำให้สังคมอินเดียปรับเปลี่ยนทัศนะท่าทีที่มีต่อพระพุทธศาสนาใหม่ หันมาให้ความสำคัญ เคารพ ยกย่องพระพุทธศาสนา ดังนั้นชาวพุทธยุคใหม่จึงกล้าที่แสดงตัวและรวมกลุ่มประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนามากขึ้นดังกรณีการจัดงานวิสาขบูชาของชาวพุทธเมืองมัทราส ประเทศอินเดีย
......................
(หมายเหตุ : ผู้ที่ติดตามข่าวสารจากบล็อกนี้เห็นว่ามีประโยชน์ควรที่จะพัฒนาเป็นเว็บไซต์หรือทุนในการทำหน้าที่สามารถสนับสนุนได้ที่เลขที่บัญชีนายสำราญ สมพงษ์ เลขที่บัญชี 3331036904 กรุงศรีอยุธยา)
ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกเวียนเทียนรอบพระศรีศากยะทศพลญาณ
วันที่ 27 พ.ค.2561 หลังจากพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และประธานคณะกรรมการสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก เป็นประธานในมีพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน และมีการกล่าวและอ่านสุนทรพจน์ของผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกและตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมเรียบร้อยแล้ว และได้อ่านปฏิญญาวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร
ต่อจากนั้นพระพรหมบัณฑิตได้นำผู้นำชาวพุทธทั่วโลกเดินทางไปที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อเวียนเทียนรอบพระศรีศากยะทศพลญาณ
ชาวพุทธทั่วโลก ออกปฏิญญากทม.วันวิสาขบูชาโลกครั้งที่15 ชื่นชมอย่างยิ่ง ต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ในหลวงร.9"
ชาวพุทธทั่วโลก ออกปฏิญญากรุงเทพมหานครวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่15 ชื่นชมอย่างยิ่งต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"ในหลวงร.9" มุ่งส่งเสริมการเคารพซึ่งกันและกัน สร้างเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม
วันที่ 27 พ.ค.2561 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร หลังจากพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และประธานคณะกรรมการสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก เป็นประธานในมีพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ซึ่งมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน และมีการกล่าวและอ่านสุนทรพจน์ของผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกและตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมเรียบร้อยแล้ว
พระพรหมบัณฑิตได้อ่านปฏิญญาวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ความว่า
ปฏิญญากรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี
วันวิสาขบูชานานาชาติ แห่งองค์การสหประชาชาติ
วันที่ 25-27 พฤษภาคม 2018 (2561)
ณ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย อยุธยา
และ ห้องประชุมขององค์การสหประชาชาติ กรุงเทพ ประเทศไทย
ในวันที่ 15 ธันวาคม 1999 (2542) ผู้แทนจาก 34 ประเทศ เสนอสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาขาติ ให้วันพระจันทร์เต็มดวงของเดือนพฤษภาคม เป็นวันวิสาขบูชานานาชาติ แห่งองค์การสหประชาชาติ สำนักงานใหญ่ และสำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติได้แก้ไข (วาระการประชุม 174 มาตรา54) และ ดังนั้นวันวิสาขบูชานานาชาติ แห่งองค์การสหประชาชาติจึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2000 (2543) เป็นต้นมา ดังนั้นจึงมีผู้เข้าร่วมจาก 85 ประเทศทั่วโลก มาประชุมร่วมกันในวันที่ 25-27 พ.ค. 2018ซึ่งในปีแรก การฉลองวันวิสาขบูชานานาชาติฯ ได้จัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาลไทย และคณะสงฆ์ไทย โดยมีสมเด็จพระสังฆราชอริยวงศาคตญาณเป็นประธานในพิธี และมีพลเอกบัณฑิต มลายอริศูนย์ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นผู้เปิดงาน
โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เซอริ่ง ต๊อบเกย์ แห่งราชอาณาจักรภูฏานผู้กล่าวปาฐกถา
ในหัวข้อ คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนามนุษย์เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันและการร่วมมือกันระหว่างองค์กรและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
ในช่วงสรุปของการเฉลิมฉลองและการประชุมอย่างประสบความสำเร็จ ได้มีข้อตกลงร่วมกัน ดังนี้
1. เพื่อยืนยันว่า มุมมองของในโลกของพระพุทธศาสนามีความสอดคล้องกับพันธกิจที่จะทำงานอย่างอุตสาหะ เพื่อที่จะให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติในปี ค.ศ. 2023 (2573)เราได้อุทิศร่วมกันเพื่อให้บรรลุข้อตกลงดังกล่าว
2. เพื่อที่จะแสดงการขอบคุณต่อการจัดงานวันวิสาขบูชานานาชาติฯ ครั้งที่ 14 ที่ประสบความความสำเร็จ ณ เมืองโคลัมโบ และแคนดี้ ประเทศศรีลังกา ในปี ค.ศ. 2017 (2560)
3. เพื่อชื่นชมการตีพิมพ์พระไตรปิฎกสากล ฉบับภาษาอังกฤษ พิมพ์ครั้งที่ 2 และฉบับแปลภาษาไทย พิมพ์ครั้งที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
4. เพื่อแสดงยินดีต่อข้อตกลงที่เป็นทางการที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในนามแปลพระไตรปิฎกฉบับสากลฯ ให้เป็นภาษาจีน ฮังการี อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น โปรตุเกส สเปน และเวียดนาม ที่ได้รับมอบหมายในระหว่างการเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชานานาชาติ
5. เพื่อที่จะได้ทราบถึงความก้าวหน้าในการเผยแพร่บัญชีรายชื่อของพระไตรปิฎกที่จะใช้แทนพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีออนไลน์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยเพิ่มวัตถุประสงค์ของพระไตรปิฎกฉบับอื่นๆให้ครอบคลุมมากขึ้น
6. เพื่อที่จะแสดงความชื่นชมอย่างยิ่งต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ แห่งประเทศไทย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากมรรค 8 มีองค์ประกอบด้วย 8 ส่วนคือ พอเพียง มีเหตุมีผล ภูมิคุ้มกัน
7. เพื่อที่จะแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ต่อแนวคิดของความสุขประชาชาติมวลรวม ที่ทราบกันเป็นอย่างดี ของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยวัดจากความเป็นอยู่ที่ดีทางด้านจิตใจ ความผาสุกของชุมชน ความหลากหลายทางนิเวศวิทยาและวัฒนธรรม ภูมิคุ้มกัน สุขภาพ การศึกษา หลักธรรมภิบาล และคุณภาพชีวิตที่ดี
8. เพื่อส่งเสริมการพัฒนามนุษย์บนพื้นฐานของข้อมูลเชิงลึกและนำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่ถูกจัดเป็น 4 หัวข้อตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง:
ชุดรูปแบบส่วนกลางสำหรับการนำเสนอของหัวข้อ คือความจำเป็นในการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการพัฒนาด้านจิตวิทยาและจิตวิญญาณ ซึ่งไม่สามารถลดได้เพื่อให้ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในการพึ่งพาทางร่างกายได้ ดังนั้นวิธีปกติในสังคมที่พัฒนาทางเศรษฐกิจ และพัฒนามนุษย์เพียงอย่างเดียว ในแง่ของการปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพการดูแลสุขภาพและการศึกษาซึ่งไม่เพียงพอ แต่ต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่จำเป็น เพื่อให้มีการสนับสนุน มิติทางนิเวศวิทยาสังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพและความยืดหยุ่นและพัฒนาชุมชนและการเชื่อมต่อที่เห็นอกเห็นใจกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์รุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้เยาวชนมีโอกาสในการหาวิธีการนำธรรมะในการดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในการมีชีวิตอยู่ในธรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
8.1 หัวข้อที่1. คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนามนุษย์
เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกันของการพัฒนาภายในและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก เพื่อกระตุ้นให้ผู้นำทางศาสนาและชุมชนของตนให้มีพันธสัญญาต่อกันความมุ่งมั่นในการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อสร้างชุมชนให้มีความกรุณาต่อกันที่มีเมตตาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อตัดวงจรของความไม่เท่าเทียมกันในสังคมและความเหลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งผู้มีสิทธิพิเศษและผู้ด้อยโอกาสใช้หลักพุทธศาสนาและการปฏิบัติทางจิตใจเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและจิตวิญญาณอย่างสร้างสรรค์ เช่น พุทธศาสตร์สงเคราะห์
8.2 Panel 2. การเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนผ่านการศึกษาทางพุทธศาสนา
ใช้คำสอนทางพุทธศาสนา เช่นการดำรงชีวิตอย่างมีน้ำใจ ความเอื้ออาทร ความรู้ของมนุษย์และโลกมีความไว้วางใจในความดีงามและภูมิปัญญาของมนุษย์ในการแก้ปัญหาความท้าทายที่เยาวชนเผชิญเพื่อยืนยันว่าการศึกษาทางพุทธศาสนาที่ดีที่สุดคือ การมีชีวิตอยู่ในธรรม เราสามารถช่วยให้เยาวชนสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนพวกเขาได้ดีที่สุดเพื่อหาแนวทางที่สร้างสรรค์ในการบูรณาการธรรมในชีวิตของตนเองเพื่อส่งเสริมให้สติในเด็กและเยาวชน ยุวพุทธ ให้เป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์สำหรับสังคมที่สงบสุข
8.3 Panel 3. พุทธศาสนาเพื่อสวัสดิการสังคม
เพื่อปรับหลักการของพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับสังคมให้เข้ากับปัญหาทางสังคมในปัจจุบันและในบริบททางโลก เช่นการให้คำปรึกษาและจิตบำบัดการรักษายาเสพติดและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพื่อเปลี่ยนความรุนแรงให้กลายเป็นความไม่รุนแรง ความโลภ กลายเป็นความพึงพอใจ ความสับสนไปสู่ความเข้าใจ
8.4 Panel 4. รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมต่อกัน
เพื่อส่งเสริมการเคารพซึ่งกันและกันระหว่างตัวตนทางวัฒนธรรม เราจะส่งเสริมวัฒนธรรมของความรู้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และการเข้าใจซึ่งขึ้นอยู่กับคุณค่าสากลและความเข้าใจในกฎหมายของการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในเรื่องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับการปฎิรูปของบุคคลและการเปลี่ยนแปลงตัวตนส่วนบุคคล และส่วนรวมที่ส่งเสริมความสามัคคีภายในด้วยความหลากหลายทางอัตลักษณ์
เป็นปฏิญญากรุงเทพในการฉลองครบรอบครั้งที่ 15 วันวิสาขบูชาแห่งสหประชาชาติวันอังคารที่ 2018 (บีอี. 256)
29พ.ค.!วัดพระธรรมกายนัดสาขาทั่วโลกจัดใหญ่ฉลองวันวิสาขบูชา
วันที่ 27 พ.ค.2561 พระมหานพพร ปุญฺญชโย รองผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่า เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชา องค์การสหประชาชาติมีมติให้เป็นวันสำคัญของโลก เพื่อระลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปีนี้วัดพระธรรมกายจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ภาคเช้าเป็นการทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญของโลกและเป็นอายุของพระศาสนา ภาคสายปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ภาคบ่ายมีพิธีอุปสมบทอุทิศชีวิตของสามเณรเปรียญธรรม 7 รูป ภาคค่ำจุดวิสาขประทีป ถวายเป็นพุทธบูชา และสวด ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรให้ครบ 515,151,515 จบ
ด้านศูนย์สาขาต่างประเทศของวัดพระธรรมกายทั่วโลกทั้ง 101 แห่งร่วมกับองค์กรพุทธ จัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชานานาชาติเช่นกัน อาทิ วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกา วัดพระธรรมกายลอนดอน ประเทศอังกฤษ วัดพระธรรมกายบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน วัดพระธรรมกายซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย วัดภาวนามองโกเลีย ประเทศมองโกเลีย วัดพระธรรมกายสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ ศูนย์ปฏิบัติธรรมกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
โดยก่อนหน้านี้วัดภาวนากรุงโซล ร่วมกับวัดโชเกซา และมหาวิทยาลัยดงกุก ประเทศเกาหลีใต้ จัดงาน Lotus Lantern Festival 2018 รวมถึงวัดพระธรรมกายเนเธอร์แลนด์ จัดงานฉลองครบ 1 ปี และงานวิสาขบูชานานาชาติมีคณะสงฆ์ และสาธุชนทั้งชาวไทยและชาวท้องถิ่นร่วมงานกว่า 200 คน
........................ (หมายเหตุ : ผู้ที่ติดตามข่าวสารจากบล็อกนี้เห็นว่ามีประโยชน์ควรที่จะพัฒนาเป็นเว็บไซต์หรือทุนในการทำหน้าที่สามารถสนับสนุนได้ที่เลขที่บัญชีนายสำราญ สมพงษ์ เลขที่บัญชี 3331036904 กรุงศรีอยุธยา)
สาร"บิ๊กตู่"ฉลองวิสาขบูชาโลก ยก"ไม่เบียดเบียนกัน" แนวสร้างสันติภาพโลก
"บิ๊กตู่"มอบ"สุวพันธุ์"อ่านสารพิธีฉลองวันวิสาขบูชาโลก ที่ยูเอ็นกทม. ผู้นำชาวพุทธ 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คนเข้าร่วม ยกโอวาทปาฏิโมกข์ การไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน เป็นแนวทางสร้างสันติภาพโลก
วันที่ 27 พ.ค.2561 ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และประธานคณะกรรมการสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก เป็นประธานในมีพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ประจำปี 2561 ซึ่งมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน
ภายในพิธีมีการกล่าวและอ่านสุนทรพจน์ผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลก รวมถึงนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อ่านสารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยได้ยกหลักคุณธรรมจริยธรรมในพระพุทธศาสนาคือโอวาทปาฏิโมกข์ในส่วนที่เป็นอุดาการณ์สำคัญคือการไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ในการดำเนินชีวิต นับเป็นแนวทางสันติวิธีส่งเสริมให้โลกมีสันติภาพอย่างแท้จริง
สารจากเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ
H.E.Antonio Guterres
H.E.Antonio Guterres
"คำสอนของพระพุทธองค์จะเน้นเรื่องเมตตากรุณาที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษย์มาก ขณะที่โลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ จากปัญหาต่อสภาพอากาศที่ เปลี่ยนแปลง ความลำเอียงอคติ และความไม่เท่าเทียมกัน เป็นเหตุให้มนุษย์ขาดความสามัคคี เป็นปีกแผ่น ดังนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้คนทั้งโลกมีความสามัคคีปรองดองกัน จุดสำคัญของพระพุทธศาสนาในเรื่องความเท่าเทียมกันในเกียรติศักดศรี ของความเป็นมนุษย์นั้นพบว่าจำเป็นและสำคัญยิ่งในวาระการประชุมที่ 2030 เกี่ยวกับการ พัฒนามนุษย์อย่างยั่งยืน
คำสอนพุทธศาสนาที่เป็นสากลช่วยชี้แนะพวกเราให้คนพบและเข้าใจตัวเองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ไม่ใช่ผู้ครองโลก ทั้งนี้พุทธศาสนายังเน้นเรื่องอหิงสาซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการ สร้างสันติสุขจาก เรื่องสันติสุข สภาพสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป และสิทธิมนุษยชน พระพุทธศาสนานั้นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมากกับภารกิจหลักขององค์การสหประซาชาติในปัจจุบัน เป็นเหตุผลสำคัญที่สังคมพุทธทั่วโลก และทุกคนของพวกเราได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับคำสอนของ พระพุทธเจ้าในเรื่องขันติ ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และความเป็นมนุษย์ เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชาครั้งนี้ ขอให้พวกเรามีจิตมุ่งมั่นในประสานเชื่อมต่อความแตกต่าง ให้เป็นหนึ่ง ใส่ใจดูแลผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และน่าพาทุกคนไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น"
สารจาก H.E.Audrey Azoulay
ผู้อำนวยการยูเนสโก
ผู้อำนวยการยูเนสโก
"องค์การสหประชาชาติมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมนั้นจะต้องเริ่มจากเยาวชนในสังคมที่เคารพในความแตกต่างและสิทธิเสรีภาพ ความเป็นพลเมืองโลก และการใส่ใจดูแลทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ผ่านการพูดคุยสื่อสารและทำความเข้าใจร่วมกัน หลายศตวรรษที่ผ่านมาพระพุทธศาสนาเป็นดั่งยานพาหนะที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้มีโอกาสในการพูดคุยพบปะกันและทำความเข้าใจร่วมกัน ดังเห็นได้ชัดจากสถานที่ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ในประเทศต่างๆ อัฟกานิสถาน ญี่ป่น อินเดีย เนปาลและประเทศไทย มีความเชื่อมโยงต่อกันทำให้ได้มาพบปะกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำความเข้าใจร่วมกัน"
สารเลขาธิการกระทรวงพระพุทธศาลนาประเทศศรีลังกา
"ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพุทธคาสนิกชนโลกได้มาประชุมร่วมกัน พูดคุยถกเถียงป้ญหาต่างๆ และทำงานร่วมกันเพื่อปกป้อง คุ้มครอง และเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้มีความยั่งยืนสืบไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยร่วมกับรัฐบาลไทยได้ร่วมจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาฃบูชาโลกครั้งที่ 15 ซึ่งได้จัดมาตลอดหลายปี จึงสมควรที่จะได้รับคำชื่นซมและเคารพจากชาวพุทธทั้งมวล"
สารจากพุทธคาสนิกซนแห่งสาธารณรัฐอาร์มิเนีย
Artashes K. Ghazaryan,Ph.D.
"หลักธรรมสำคัญของพระพุทธเจ้า คือ ปฏิจจสมุปบาท ถือเป็นเครื่องมือสำหรับการชี้นำมนุษยชาติให้เข้าใจถึงการเชื่องโยงถึงสรรพสิ่งที่มีชีวิต ธรรมชาติ และโลกของเรา ความเมตตากรุณาช่วยทำให้มนุษย์เข้าใจความทุกข์ของผู้อื่นที่รับผลกระทบจากการกระทำความรุนแรง เช่น การกระทำความรุ่นแรงต่อ สิ่งมิชีวิต การเกิดสงคราม และการทำลายระบบนิเวศ เป็นต้น รวมถึงคำสอนสำคัญของพระพุทธเจ้าคือ อริยสัจ 4 และมรรค 8 หากมนุษย์เข้าใจและตระหนักในธรรมเหล่านี้ การเกิดสงคราม มทันตภัยร้าย วิกฤตโลก และทุกสิ่งที่ทำให้สังคมล้าหลังและด้อยพัฒนา จะค่อยๆหมดไป"
สารจากสภาสงฆ์โลก
Yen. ChaoKun Seik Hui Siong
"โลกปัจจุบันมนุษย์เต็มไปด้วยตัณหา ถ้าละเลยตัวตัณหาก็จะนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่ชอบ หากขาดปัญญาแล้ว พวกเราอาจจะถูกครอบงำโดยความวิตกกังวล และความโลภ สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้น จากความทุกข์ทั้งปวงได้คือ ความเข้าใจหลักเหตุและผล (ปฏิจจสมุปบาท) และประกอบด้วยเจตคติที่ดี"
ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้พวกเราเข้าสู่ยุคดิจิตอล แต่สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นแต่ในเรื่องความสะดวกและรวดเร็วนั้นก่อให้เกิดความไม่มั่นคงด้านจิตใจ และไม่สามารถบรรลุนิพพานได้เป็นเหตุนำมาซึ่งอาชญากรรมและความรุ่นแรงทางสังคม เช่น ความรุ่นแรงและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับครอบครัวซึ่งมา จากการที่พ่อแม่ที่ไม่สามารถดูแลลูกๆได้อย่างเต็มที่ แน่นอนว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นช่วยสร้างความสะดวกสบายแก่มนุษย์ แต่เป็นตัวขัดขวางอิสรภาพทางสังคมทางอ้อม เพื่อปกป้องคุ้มครองการพัฒนาเทคโนโลยี เราจำเป็นต้องเรียนรู้และควบคุมให้เหมาะกับทรัพยากรมนุษย์ เพื่อประโยซน้แก่เยาวชนรุ่นหลัง โดยความศรัทธาและตระหนักในการควบคุมเทคโนโลยี เราสามารถจะ จำกัดความต้องการของเราและช่วยป้องกันการพัฒนาเทคโนโลยีแบบไม่จำเป็นได้ และยังสืบต่อถึงป้จจุบันเพื่อเป็นตัวสร้างโลกแห่งสันติ และความเป็นอยู่ ของมนุษย์'ที่ดี'ขึ้น การศรัทธาในพุทธศาสนาสามารถนำพวกเราสู่ตินแดนสันติสุขได้"
สาส์นจากนายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย
"ชาวพุทธออสเตรเลียได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา พวกเราโชคดีที่ได้อยู่ในประเทศซาติที่มีความอิสระในการแสดงความคิดเห็นและความเชื่อที่แตกต่าง ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกันและกลายเป็นจุดแข็งในซาติ ความร่วมมือร่วมใจและความรับผิดซอบต่อหน้าที่ชาวพุทธของออสเตรเลียนั้นนำมาซึ่งมิตรไมตรี สามัคคี และสันติสุข ซึ่ง เป็นหัวใจของความสำเร็จในทุกอย่าง"
สารจากพุทธสมาคมประเทศออสเตรเลีย
"พิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขโลกของชาวออสเตรเลียนั้นได้ถูกจัดขึ้นตั้งแต่ ปี 2007 โดยการร่วมมือและสนับสบุนของพุทธสมาคม องค์การปกครองส่วนห้องถิ่น และรัฐบาล แห่งชาติออสเตรเลีย ขอให้คุณงามความดีที่ทำร่วมกันส่งผลให้การประชุมครั้งนี้ได้ถูกนำไปเผยแพร่ และนำไปสู่การ ร่วมมือ ความสามัคคี และความเป็นปีกแผ่นของสังคมพุทธนานาชาติทั่วโลกในปีต่อๆไป ข้างหน้า"
สารจากสมเด็จพระอภิสิริสุคนธามหาสังฆราชาธิบดี
ฝ่ายธรรมยุติกนิกายแห่งประเทศกัมพูชา
ฝ่ายธรรมยุติกนิกายแห่งประเทศกัมพูชา
"เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าการจัดงานวิสาขโลกครั้งนี้จะช่วยสร้างความสันติสุขให้แก่ผู้นำชาวพุทธ และส่งเสริมความสามัคคี ความเป็นมิตรไมตรี ความเข้าอกเข้าใจ ขันติ และความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ และถือเป็นโอกาสที่ดีต่อตัวแทนชาวพุทธทั่วโลกในการสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า"
วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์“วันวิสาขบูชา 2561”เสริมสิริมงคลด้วยพระธาตุประจำปีเกิด
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดตัวตราไปรษณียากร “วันวิสาขบูชา 2561” ในโอกาสวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 อันประกอบไปด้วย ตราไปรษณียากร 4 ดวง เริ่มจาก ปีจอ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี (วัดเกตการาม) จังหวัดเชียงใหม่ ปีกุน พระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย ปีชวด พระธาตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ และปีฉลู พระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง
ทั้งนี้ มาจากคติความเชื่อของชาวล้านนาแต่โบราณ ในการบูชาพระบรมธาตุเจดีย์และสิ่งสำคัญทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยตราไปรษณียากร พระธาตุประจำปีเกิดตามรอบนักษัตร มีกำหนดออกติดต่อกัน 3 ปี ราคาชุดละ 12 บาท ประกอบด้วยชนิดราคา 3 บาท จำนวน 4 ดวง แผ่นชีทที่ระลึกราคา 20 บาท ซองวันแรกจำหน่ายราคา 23 บาท
ผู้สนใจสามารถซื้อแสตมป์ชุดดังกล่าว ได้ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ฝ่ายการบริหารลูกค้า โทร. 02-831-3722 หรือ THP Contact Center 1545
"TED TALK"วิสาขบูชาโลก ประจำปี 2561 ที่ "มจร" หนุ่มสาวตั้งโจทย์!พุทธต้องไม่น่าเบื่อ-ฝึกกรรมฐานทางมือถือได้
วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่่าวรายงานว่า การประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2561 และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีการจัดรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างจากการจัดงานที่ผ่านที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และช่วงที่นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานมานำเสนอในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ แบบ "TED TALK" โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 4 กลุ่ม คือ
(1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare)
ทั้งนี้พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร ได้ถอดความถ่ายทอดทางเฟซบุ๊ก Pramote OD Pantapat ความว่า ได้ ร่วมฟังการศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชนในงานของพระอาจารย์หรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มจร ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชนโดยยกการพัฒนาสามเณรช่อสะอาดความว่า ไม่มีอื่นใดยิ่งไปกว่าความสงบสุข เราต้องกระตุ้นให้เยาวชนเราพัฒนาภายในใจ ซึ่งวิศวกรสร้างวัตถุมีเยอะแต่เราไม่มีการสร้างวิศวกรสันติภาพด้วยการเยาวชนช่อสะอาด จึงมีโอกาสไปลงพื้นที่ด้วยการพัฒนากาย พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิตใจ และพัฒนาปัญญา ตามแนวทางภาวนา ๔ ด้วยการสร้างสติให้เยาวชน ด้านทางกาย เป็นการพัฒนาสติ ด้วยเครื่องมือในการส่งเสริมสติ ฝึกให้เยาวชนวางตัวให้เหมาะสม และฝึกการเดินธุดงค์ด้วยการฝึกความอดทน เมื่อเด็กผ่านการพัฒนาทำให้แม่ได้ของขวัญชิ้นใหม่ในชีวิต การทำงานครั้งนี้ถือว่าฉันเกิดมาเพื่อรับใช้มนุษยชาติ เพื่ออุทิศชีวิตให้พระพุทธศาสนา เราจึงต้องไม่มีตัวตัวในการทำงาน ทำเพื่อให้คนอื่น การพัฒนาสติถือเป็นการพัฒนาเยาวชนผ่านกระบวนการพระพุทธศาสนาที่ดีที่สุด
เยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ในยุคปัจจุบัน การใช้เวลากับเทคโนโลยีเพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง เราจึงไม่ควรมองเยาวชนในแง่ลบ แต่เราสร้างความเข้าใจและสนับสนับสนุนในความต้องการเหมือนพระพุทธเจ้าให้พลังกับโลกใบนี้เราจะทำอย่างไรให้เยาวชนของเราเป็นคนทีมีความสุขและและประสบความสำเร็จเช่นสติปจ๊อป เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้เราจะช่วยให้เยาวชนบรรลุความฝันได้อย่างไร? ด้วยการให้เยาวชนลงทำด้วยตัวของเขาเอง ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่าเขาควรกตัญญูกับสังคมสิ่งแวดล้อม เราจึงให้เยาวชนมีค่ายการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสร้างความเป็นผู้นำการมีสติ สติจึงเป็นเครื่องมือสำหรับเยาวชนเราจึงสร้างminsetให้เยาวชนของเราให้ใช้มิติพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิต เราจึงควรสนับสนุนมิใช่ไปบังคับเยาวชน
เราจะทำให้เยาวชนมีพลังในการศึกษาอย่างไร? เพราะปัจจุบันมีสิ่งยั่วยวนมากมาย เราต้องใช้คำสอนพระพุทธเจ้าไปบูรณาการทุกกิจกรรมให้เยาวชนตระหนัก เราจึงต้องมีโครงการสร้างสรรค์เยาวชนผ่านพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะเยาวชนที่มีปัญหาเราต้องดึงเขาขึ้นมาเป็นเยาวชนที่ดี ส่วนเยาวชนที่ดีเราก็สนับสนุนเสริมสร้างให้เขาเป็นคนมีแรงบันดาลใจเครื่องป้องกันเยาวชนคือการตระหนักในศีล ๕ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เราจึงต้องทำให้พระพุทธศาสนาเป็นวิถีชีวิต มีเยาวชนคนหนึ่งเดินทางไปรอบโลกเพื่อเรียนรู้โลก ไปขอพักจากบ้านต่างๆ ทำให้ได้รับฟังบุคคลต่างๆ เครื่องมือคือการฟังคนอื่น แต่ละคนมีเรื่องราวมากมายเราต้องที่จะฝึกคนอื่น ทำให้เรียนรู้ชีวิตผ่านการฟัง ทั่วโลกเปิดประตูต้อนรับเราเสมอตอบโจทย์ การสอนเยาวชนต้องให้เขาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ เป็นการฝึกความอ่อนน้อมของตนเอง ด้วยผ่านการล้างจาน
เยาวชนมีความฝันผมพูดในนามเยาวชนทั่วโลกว่าเยาวชนมีพลังมีแรงบันดาลใจ ผมเป็นเยาวชนพระพุทธศาสนา ที่ใช้คำสอนพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ คนในสังคมมองเยาวชนว่าติดเทคโนโลยี หรือ EQ ต่ำ พระพุทธศาสนาพุทธพัฒนาเยาวชนได้ดีที่สุด ศาสนาพุทธมิใช่สำหรับคนแก่แต่ความจริงไม่ใช่ ศาสนาพุทธเหมาะสำหรับเยาวชน แต่กระบวนการวิธีการนำเสนอให้เหมาะสมกับเยาวชน เราต้องให้เยาวชนมีวิธีคิดเองมิใช่การขู่บังคับหรือการลงโทษทางศาสนา เราต้องเข้าใจเยาวชน เราต้องสร้างพื้นที่ให้เยาวชนเขาเติบโตเราจะดีคนเดียวไม่ได้แต่เราต้องมีพื้นที่ร่วมกัน เราต้องฝึกสมาธิในรูปแบบต่างๆ มิใช่เพียงนั่งสมาธิเท่านั้น เราต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน เราต้องสร้างความเป็นภายในจิตใจเยาวชน ให้เยาวชนมาทำกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง " เยาวชนต้องการที่ยืนในสังคม "
จากนั้น พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดี มจร กล่าวสรุปว่า อะไรคือสิ่งที่เยาวชนต้องการ เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสนใจแต่โลกของตนเองเท่านั้น ทำให้เกิดการเชื่อมั่นในตนเองสูง จึงตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งต่างจากเยาวชนสมัยก่อน เยาวชนปัจจุบันมองว่าตนเองรู้มีความรู้มาก เพราะเข้าถึงสื่ออย่างรวดเร็ว ทำให้พระพุทธศาสนาเสนอทางออกปัญหาของเยาวชนจึงทำให้เรายกให้การศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบ เรายกเยาวชนให้โรงเรียนแต่โรงเรียนสอนได้เพียง IQ เท่านั้น แต่พระพุทธศาสนาสอนด้านEQ ในการควบคุมความรู้สึกตนเอง เยาวชนจึงต้องศึกษาด้านพระพุทธศาสนา แม้แต่นายกภูฏานยังขอวิธีการสอนพระพุทธศาสนาของประเทศไทยว่าเรามีกระบวนการสอนอย่างไร ? ทำไมเยาวชนจึงต้องเข้ามาหาพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาต้องสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเด็กเยาวชนกำลังแสวงหาพระพุทธศาสนาแสวงหาคำตอบด้วยการมีวิธีต่างๆในการสอนเยาวชนด้วยวิธีการและกระบวนการฝึกสติถือว่ามีความน่าสนใจมากมีเด็กเยาวชนคนหนึ่งไปอ่านหนังสือเห็นพระทิเบตกราบไปตามถนน จึงมีแรงบันดาลใจปั่นจักรยานไปทั่วโลก ค่ำไหนนอนที่นั่น ซึ่งขอนอนบ้านคนอื่นไปเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาทำคือการรับฟังเจ้าของบ้าน พร้อมล้างจานให้เจ้าของบ้าน เป็นการทำให้คนอื่น จากเด็กที่มีฐานะแต่มาเรียนรู้ชีวิตจริงทำให้เขาเปลี่ยนแปลงพ่อของตนเอง
สุดท้ายเยาวชนมาจากยุโรป สะท้อนว่า พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องของคนแก่ไม่เหมาะกับคนหนุ่มสาว เราจะทำอย่างไรให้พระพุทธศาสนาเรียนรู้แบบมีความสุข อย่าทำให้พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องน่าเบื่อ เราควรมีการฝึกกรรมฐานผ่านโทรศัพท์พระพุทธศาสนาต้องสนุกสนาน มีกิจกรรมการเรียนรู้อย่าเน้นขู่บังคับ เราจึงควรเชื่อมโยงหลักคำสอนพระพุทธศาสนา โดยผู้นำเสนอมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน
ค่ายทหาร"ฟอร์ท คาร์สัน"สหรัฐฯจัดงานวันวิสาขบูชาโลก
วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่่าวรายงานว่า การประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2561 และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีการจัดรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างจากการจัดงานที่ผ่านที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และช่วงที่นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานมานำเสนอในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย 4 กลุ่ม คือ
(1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare)
อย่างไรก็ตามการเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลกมีการจัดขึ้นทั่วโลกในประเทศที่มีประชาชนนับถือหรือเห็นความสำคัญหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอย่างเช่นวันที่ 26 พ.ค.นี้ ที่ ค่ายฟอร์ท คาร์สัน เมืองโคโรลาโด สปริงส์ รัฐโคโรลาโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้จัดและเชิญชวนชาวพุทธไปร่วมงานวันวิสาขบูชาซึ่งจัดเป็นครั้งแรกมีกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ และถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์ ภายใต้การนำของ ร.อ.สมญา มาลาศรี อนุศาสนาจารย์ทหารกองประจำการกองทัพบก ประเทศอเมริกา ซึ่งเดิมบวชเป็นสามเณรและพระศึกษาพระธรรมวินัยภาษาบาลีจนสามารถจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยา(มจร) รุ่นเดียวกับพระมหาสมปอง ตาลปุตโต พระนักเทศน์ชื่อดัง เป็นพระธรรมทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สึกหาลาเพศเป็นทหารที่กองทัพสหรัฐอเมริกา และพัฒนาตัวเองมาโดยตลอดปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก
การที่ ร.อ.สมญา มีตำแหน่งเป็นอนุศาสนาจารย์ครูสอนทหาร โดยผลงานปรากฏทางสื่อมวลชนทั้งในประเทศไทยและสหรัฐอยู่เสนอคือการฝึกทหารในกองทัพสหรัฐฯนั่งสมาธิ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่สนใจของคนตะวันตก โดยเฉพาะที่ธรรมศาลาน้อย ภายในมหาวิหารใหญ่ ที่วิทยาลัยนายเรืออากาศ เมืองโคโลราโด สปริงส์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา นั้นมีสอนสมาธิทุกวันอาทิตย์ และเปิดให้นักศึกษามานั่งสมาธิทุกวัน
ในกองทัพบกนั้นนอกจาก ร.อ.สมญา ดำรงตำแหน่งเป็นอนุศาสนาจารย์แล้วยังมีคนไทยเข้าไปทำหน้าที่นี้ด้วยอีกหลายนายล่าสุดได้เลื่อนตำแหน่ง เป็น Sergeant นอกจากนี้มีชาวพุทธเกาหลีคนแรกที่เป็นอนุศาสนาจารย์ในกองทัพบกด้วย ส่วนที่เป็นทหารอากาศมีคนที่เข้าไปทำหน้าที่ 2 นาย ตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ในกองทัพสหรัฐฯนั้นนอกจากจะทำหน้าที่ประจำแล้วยังคงทำหน้าที่เหมือนทหารทั่วไป
.......................
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กSomya Malasri)
Video Show at VISAK 2018 in Thailand 4.0
วิดีทัศน์พิธีงานวิสาขโลก ครั้งที่ 15 ที่บอกเล่าเรื่องราวภายที่เป็นสาระสำคัญในการจัดงาน ภายใต้หัวข้อหลัก "คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนามนุษย์" ที่เน้นพัฒนาทั้ง 4 ด้าน คือ การพัฒนากาย การพัฒนาพฤติกรรม การพัฒนาจิต และการพัฒนาปัญญา
..........
(หมายเหตุ : ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Hansa Dhammahaso)
เผยโลกยอมรับ"พระพุทธเจ้า-โสคราตีส"ฉลาดที่สุด
พระพรหมบัณฑิตแถลงสรุปการจัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ระบุ โลกยอมรับ"พระพุทธเจ้า-โสคราตีส"ฉลาดที่สุด
วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร.กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และประธานคณะกรรมการสมาคมสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก แถลงการณ์สรุปการจัดงานวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ครั้งที่ 15 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 โดยมีการประชุมวิชาการนานาชาติที่ มจร และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561
โดยเฉพาะที่ มจร นั้น มีการจัดรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างจากการจัดงานที่ผ่านที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และช่วงที่นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย 4 กลุ่ม คือ (1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare)
พระพรหมบัณฑิต ได้ระบุว่า จากผลการกล่าวสุนทรพจน์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานนั้น พบว่า มีการเปรียบเทียบบุคคลในอดีตที่ฉลาดที่สุดในโลกที่เป็นที่ยอมรับอยู่ 2 คนคือทางตะวันออกได้แก่พระพุทธเจ้าส่วนตะวันตกคือโสคราตีส นอกจากนี้มีผู้เสนอเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย พร้ือมกันนี้พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาจุฬาฯ ได้กล่าวถึงมิติในการพัฒนามนุษย์ หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้พระองค์ได้ส่งพระสาวก 60 รูป ออกไปเผยแผ่เพื่อประโยชน์สุขแห่งชาวโลกจะเห็นว่าศาสนาพุทธเกิดขึ้นมาเพื่อพัฒนามนุษย์
"จึงมีถามว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไรคำตอบคือตรัสรู้อริยสัจ 4 เพื่อจัดการความทุกข์ของมนุษย์ ตลอด 45 ปี พระพุทธเจ้าสอนวิธีการสอนด้วยไตรสิกขา มีเป้าหมายของการสอนด้วยการพัฒนามนุษย์ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เดินตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 ด้วยการฝึกสติ เป็นการฝึกจิตผ่านจิตสิกขาและปัญญาสิกขา การพัฒนามนุษย์ต้องศึกษาจากภายในของตนเอง ภายในกายของมนุษย์มีขันธ์ 5 การฝึกจิตที่ได้ผลคือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน แต่ต้องเริ่มจากศีลจากพัฒนาไปสู่ปัญญาทางพระพุทธศาสนาจนถึงอภิญญา สิ่งเดียวจะจัดการความทุกข์ได้ ต้องปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐานและการฝึกสติเป็นวิธีทางเดียวเท่านั้นตามแนวทางพระพุทธศาสนา"
วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ตื่นตา!"TED TALK"บนเวทีฉลองวันวิสาขบูชาโลกที่"มจร"สอดรับไทยแลนด์4.0
การจัดพิธีเฉลิมฉลงวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 15 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 โดยมีการประชุมวิชาการนานาชาติที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 โดยเฉพาะที่ มจร นั้น มีการจัดรูปแบบการจัดกิจกรรมต่างจากการจัดงานที่ผ่านที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการกล่าวสุนทรพจน์และช่วงที่นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานมานำเสนอในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย 4 กลุ่ม คือ
(1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare)
รูปแบบการกล่าวสุนทรพจน์และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกนำเสนอประสบการณ์ทำงานนั้น เป็นไปมาตรฐานสากลเช่นการใช้ 3D presentations ตามรูปแบบที่เฟซบุ๊ก Hansa Dhammahaso ได้เผยแพร่ข้อความเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2561 ว่า ฯพณฯ เชอริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน เสียงแห่งความสุขจากดินแดนแห่งความสุข
ครั้งแรกที่ได้ฟังผู้ชายคนหนึ่งพูดบนเวที TED TALK ตามลิ้งค์ https://youtu.be/eIogHJC3qe0 ในราวเดือนมีนาคม 2559 ยอมรับตามตรงว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าผู้ชายที่กำลังพูดถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม รอยยิ้ม และความสุขของชาวภูฏาน คือ นายเชอริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ปัจจุบันเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยประชาชน จบด้านวิศวกรรมศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วกลับมายังดินแดนมาตุภูมิทำงานรับใช้แผ่นดินบ้านเกิด
หลังจากที่ได้ฟังท่านพูดบนเวที TED TALK เมื่อสองปีก่อน รู้แต่เพียงว่า ผู้ชายคนนี้ สามารถถอดสมการแห่งความสุขออกมาอธิบายขยายความได้อย่างออกรสออกชาติ และเป็นการพูดถึงความสุขที่เป็นธรรมชาติอย่างมาก ชัดแจ้งว่า ความสุขเป็นธรรมชาติที่ลึกซึ้งแต่เรียบง่าย ฉะนั้น การพูดถึงความสุขจึงต้องเป็นอะไรที่เรียบง่าย ไม่มีการปรุงแต่งหรือฉาบทา รวมไปถึงการใส่สีตีไข่ ที่สำคัญยิ่งคือ ความสุขจึงไม่ใช่สิ่งที่จะต้องไปประดิษฐ์ประดอยให้น่าสนใจ เพราะในเนื้อตัวของความสุขมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงนัยในตัวของมันเองอยู่แล้ว
"My country is very poor... ประเทศผมเป็นประเทศยากจน ผมมีชีวิตง่ายๆ การต้อนรับผมในฐานะองค์ปาฐกถาพิเศษในงานวิสาขบูชาโลก ขอให้เป็นไปแบบง่ายๆ" นั่นคือคำกล่าวของบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำทางการเมืองสูงสุดของประเทศภูฏาน แต่ในฐานะสมณทูตของมหาจุฬาฯ ที่พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. อธิการบดี ได้บัญชาให้ถือหนังสือไปเรียนเชิญเจริญพรมาเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษนั้น จึงได้เจริญพรตอบไปว่า "ไม่ใช่หรอก ประเทศของท่านเป็นประเทศที่ร่ำรวยต่างหาก... รวยด้วยความสุข จนคนทั่วโลกเรียกประเทศของท่านว่า Land of Happiness"
ยิ่งได้สนทนาธรรม และแลกเปลี่ยนในช่วงระยะเวลาเกือบ 30 นาที ยิ่งทำให้พบว่า ชาวภูฏานนั้น นอกจากจะโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเอาใจใส่สุขทุกข์จนเป็นที่รักของประชาชนแล้ว ยังมีนายกรัฐมนตรีที่นอกจากจบวิศวกรแล้วได้ใช้ความรู้มาพัฒนาประเทศแล้ว ยังผันตัวเองมาเป็น "วิศวกรสร้างความสุข" ให้แก่ประชาชนชาวภูฏานด้วย แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรราวๆ 700,000 ถึง 1,000,000 คน แต่กลับเป็นประเทศที่มีความสุขอย่างยิ่งใหญ่
คำถามคือ "ประชาชาวไทยจะได้อะไรจากการมาของนายกรัฐมนตรีภูฏานท่านนี้??" คำตอบคือ "พวกเราจะได้ฟังเสียงแห่งความสุขจากบุคคลที่มาจากดินแดนแห่งความสุข" ถามต่อว่า "แล้วประเทศไทยไม่มีความสุขหรืออย่างไร?? จึงต้องมานั่งฟังเสียงแห่งความสุขจากคนอื่น" ใครจะตอบคำถามนี้ได้ ถ้ามิใช่คนไทยทั้งมวล คนไทยที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการเรียกขานว่า "ดินแดนแห่งรอยยิ้ม" ฉะนั้น การที่คนไทยจะใช้เวลาสัก 1 ชั่วโมง เงี่ยหูฟังนายกรัฐมนตรีภูฏาน ฯพณฯ เชอริ่ง ต๊อบเกย์ พูดถึงความสุขของประชาชนในประเทศภูฏาน อาจจะเป็นสะพานชักพาเราให้เข้าถึงความสุข จนเป็นเหตุให้หวนระลึกถึงดินแดนแห่งรอยยิ้ม แล้วเดินกลับไปอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งรอยยิ้มดังเช่นที่เคยมีและปรากฏในสังคมไทย
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส
ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
www.vesak.org
นายกฯภูฏานเผยเตรียมทำหลักสูตรพระพุทธศาสนาในร.ร.ตั้งแต่ป.1-ม.6
วันที่ 25 พ.ค.2561 ที่หอประชุม มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเลียนเชน เชริง โตบเกย์ (H.E. Mr. Lyonchhen Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2561 และเนื่องในโอกาสสดุดีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม ภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์” โดยมีผู้นำชาวพุทธ นักวิชาการ เข้าร่วม 85 ประเทศ กว่า 3,000 รูป/คน
นายกรัฐมนตรีประเทศภูฏาน กล่าวว่า ภูฏานได้ยึดหลักพระพุทธศาสนา รวมทั้งได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาพัฒนาประเทศ ซึ่งผู้ปกครองยึดหลักทศพิธราชธรรม การบริหารประเทศจะเน้นนโยบายให้นำหลักธรรมะไปใช้ในการบริหารทุกระดับ โดยตนเคยอยู่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)มาก่อน จึงมีความสนใจนำพระพุทธศาสนาไปพัฒนาจิตใจของเด็กในโรงเรียน จึงอยากได้หลักสูตรการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาจากประเทศไทย ตั้งแต่ระดับป.1-ม.6 ไปเทียบเคียงเป็นแบบอย่างหลักสูตรวิชาพระพุทธศาสนาในประเทศภูฎาณ
จึงได้สั่งการให้เอกอัครราชทูต ประสานกับมจร ขอหลักสูตร และแบบเรียนวิชาพระพุทธศาสนาไปดำเนินการดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่า การศึกษาวิชาพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำคุณค่าของศาสนาไปถึงจิตใจเด็กและเยาวชน รวมทั้งยังได้ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาจิตใจเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน โดยรัฐบาลภูฏานจะเน้นส่งเสริมให้ประชาชนสวดมนต์อย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที ซึ่งผู้สูงอายุจะสวดมนต์วันละ 2 ชั่วโมง นี่คือแนวทางพัฒนาจิตใจของภุฎาน นอกจากนี้การบริหารประเทศจะเน้นวัดความสุขของประชาชนเป็นหลักโดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยึดหลักธรรมาภิบาล อนุรักษ์วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมด้วย
ยูเอ็นจัดฉลองวันวิสาขบูชาโลกเลขาฯกล่าวสุนทรพจน์
วันที่ 25 พ.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก พุทธศักราช 2561 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักจัดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก วันสำคัญสากลของโลก ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.2561 โดยกำหนดจัดการประชุมวิชาการนานาชาติที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 25 พ.ค.2561 และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พ.ค. 2561นั้น ปรากฏว่า ชาวพุทธทั่วโลกรวมถึงองค์การสหประชาชาติได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเผยแพร่คลิปคำกล่าวสุนทรพจน์ของเลขาธิการงองค์การสหประชาชาติความว่า
ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย
ท่านสุภาพสตรีและท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย
แขกและเพื่อนๆทุกคน
ผมมีความยินดีที่ได้ร่วมฉลองวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวพุทธหลายล้านทั่วโลก ในฐานะที่ผมเป็นประธานในที่ประชุมดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น พวกเราให้ความสำคัญแก่วันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในโอกาสนี้ชาวพุทธทั้งหลายและผู้นับถือความเชื่ออื่นสามารถถ่ายทอดชีวประวัติและสร้างแรงบันดาลใจจากคำสอนพระพุทธองค์ได้
ประสูติเป็นเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ทรงให้ความสำคัญในการช่วยเหลือมนุษยชาติให้พ้นจากความทุกข์มากยิ่งกว่าที่จะทรงสนใจแต่ชีวิตพระองค์เพียงลำพัง คำสอนของพระองค์อยู่บนพื้นฐานของหลักการที่ว่าให้ความกรุณาเป็นหัวใจสำคัญของการตรัสรู้ และเพราะอย่างนั้นนั่นเอง คำสอนของพระองค์จึงให้ความสำคัญในการช่วยเหลือผู้อื่นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งมากกว่าอย่างอื่น
ชาวโลกประสบสิ่งท้าทายมากมาย ทั้งความขัดแย้ง อากาศผันผวน การเพิ่มขึ้นเรื่องความไม่เท่าเทียมในการตัดสินคนอื่นก่อน เราเห็นคนจำนวนมากชีวิตตกต่ำและเห็นปัญหาจากการขาดความเป็นหนึ่งน้ำใจเดียวกัน คำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราเพื่อพัฒนาเป็นประชากรโลกได้ และความมุ่งมั่นนี้ในพุทธศาสนามีคุณค่าถาวรที่ทรงเกียรติเพื่อประกาศก้องในเป้าหมายปี 2030 (2573) เพื่อการพัฒนาแบบยั่งยืน
มุมมองของคำสอนในพุทธศาสนาสอนให้พวกเรามองตนเองในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้และไม่ใช่เพื่อควบคุมโลก และคำสอนยังให้ความสำคัญเรื่อง การมีจุดยืนที่ปราศจากความรุนแรงเพื่อเป็นอำนาจในการเรียกร้องสันติภาพ ทั้งเรื่องสันติภาพ อากาศผันผวน สิทธิมนุษยชน พวกเราได้เห็นมากในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของสหประชาชาติในทุกวันนี้ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ประชาคมชาวพุทธทั้งหลายและพวกเราต้องให้ทุกวันมีความหมายต่อข้อความของพระพุทธองค์ในเรื่อง ความอดทนอดกลั้น(การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น) ความเอื้ออาทรและความเป็นมนุษย์
พวกเราต้องสนันสนุนคนทั้งหลายที่แสวงหาจุดหักมุมเพื่อเรียกร้องความรักในการตะโกนด้วยความเกลียดชัง และในโอกาสวิสาขะนี้ ขอให้พวกเราทบทวนความเชื่อมั่นที่จะลดความแตกต่างทั้งหลาย ให้ความเอ็นดูแก่คนที่เสี่ยงมากที่สุดที่โดนปล่อยทิ้งไว้ข้างหลังด้วยการสร้างแนวทางที่เป็นอนาคตที่ดีกว่าเพื่อทุกคน
ขอบคุณครับ
António Guterres
(UN Secretary-General)
on the Commemoration of the International Day of Vesak 2018
http://webtv.un.org/meetings-events/treaty-bodies/watch/ant%C3%B3nio-guterres-un-secretary-general-on-the-commemoration-of-the-international-day-of-vesak-2018/5779126331001/?term=&sort=popular?lanenglish
https://www.youtube.com/watch?v=UvGBstoV-4s
(หมายเหตุ : ข้อคุณข้อมูลจากไลน์วิโรจโน)
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
พระพรหมบัณฑิตต้อนรับนายกฯภูฏานปาฐกถาพิเศษวันวิสาขะ
เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค.2561 พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้เดินทางไปที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อต้อนรับ นายเลียนเชน เชริง โตบเกย์ (H.E. Mr. Lyonchhen Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ที่เดินทางเพื่อปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิชาการนานาชาติที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 25 พ.ศ.นี้ เนื่องในขณะที่พิธีเฉลิมฉลงวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 15 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ตั้งแต่วันที่ 25-27 พฤษภาคม 2561 โดยมีการประชุมวิชาการนานาชาติที่ มจร อ.วังน้อย ทั้งนี้จะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2561
และในช่วงบ่ายนายเลียนเชน เชริง โตบเกย์ จะเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล
สำหรับการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ ได้มีการประชุมวิชาการนานาชาติแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ (1) พระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์ (Buddhist Contribution to Human Development) (2) การศึกษาเชิงพุทธกับการเสริมสร้างพลังของเยาวชน Empowering youth through Buddhist Education (3) การอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในโลกที่เชื่อมโยงกัน (Preservation Cultural Identity in Inter-Connected World) และ (4) พระพุทธศาสนาเพื่อสร้างสวัสดิการสังคม (Engaged Buddhist for Social Welfare) พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีมติให้เชิญนักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกมานำเสนอประสบการณ์ทำงานมานำเสนอในเวทีของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้สามารถรับชมถ่ายทอดสดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 15 ทางเว็บไซต์หลัก มจร http://www.mcu.ac.th/
พระสังฆราช2นิกายกัมพูชาเข้าเฝ้าพระสังฆราชไทย
วันที่ 24 พ.ค.2561 เวลา 14.30 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายมหานิกาย ประเทศกัมพูชา และสมเด็จพระอภิสิริสุคนธามหาสังฆราชาธิบดี (บัวร์ กรี) สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ประเทศกัมพูชาเช่นกัน ในฐานะคณะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาชาวต่างประเทศ ตามที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการคัดเลือกพระสงฆ์ ที่จะเข้ารับรางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชาวันสำคัญสากลของโลก เข้าเฝ้าถวายสักการะ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกทยอยถึงไทยร่วมฉลองวันวิสาขบูชาโลก
เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก พุทธศักราช 2561 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักจัดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก วันสำคัญสากลของโลก ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.2561 โดยกำหนดจัดการประชุมวิชาการนานาชาติที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 25 พ.ค.2561 และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พ.ค. 2561นั้น
วันที่ 24 พ.ค.2561 ขณะนี้ผู้นำชาวพุทธทั่วโลกที่จะเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ต่างทยอยเดินทางถึงประเทศไทยแล้วอาทิสมเด็จเทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชจากประเทศกัมพูชา ภริยาอดีตประธานาธิบดีประเทศเมียนมา
ใกล้คิกออฟ!เฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่15
พระพรหมบัณฑิตแนะนำศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่นยืน ภายใต้ฐานความรู้ตามมิติพระพุทธศาสนาคือ อริยสัจ 4 พัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์เป็นฐานสร้างสันติภาพโลก
เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก พุทธศักราช 2561 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหลักจัดพิธีเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก วันสำคัญสากลของโลก ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.2561 โดยกำหนดจัดการประชุมวิชาการนานาชาติที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 25 พ.ค.2561 และจะมีการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 พ.ค. 2561นั้น
วันที่ 23 พ.ค.2561ที่ผ่านมา วิทยาลัยพุทธศาสตรนานาชาติ ร่วมกับหลักสูตรสันติศึกษา มจร ได้จัดการนำเสนอบทความวิชาการนานาชาติทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีพระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร เป็นประธานเปิดพร้อมกล่าวว่า เจ้าชายสิทธัตถะก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียนรู้ถึง 18 ศาสตร์ ทำให้พระองค์รู้รอบรู้กว้างรู้ลึกในทุกศาสตร์ที่มีในสมัยนั้น หนึ่งในศาสตร์นั้นพระองค์เรียน "มันตะศาสตร์ ศาสตร์ว่าด้วยเวทมนต์ คาถา เลข ยันต์" ก่อนจะเสด็จออกผนวชได้ตั้งคำถามภายในใจว่า ทำไมคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย จะทำอย่างไร? ถึงจะหลุดพ้นจากการเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ ถือว่าเป็นการตั้งคำถามการวิจัยเพื่อต้องการคำตอบ เป็นคำถามปลายเปิดที่ต้องค้นเพื่อต้องการคำตอบ ทำให้พระองค์ค้นพบศักยภาพค้นพบตัวตนของพระองค์เอง โดยใช้เวลา 6 ปีในการค้นพบตนเอง จนไปถึงเป้าหมายสูงสุด คือ การบรรลุธรรม พ้นจากความทุกข์และนิพพาน
พระราชปริยัติกวี กล่าวด้วยว่า แต่ขณะ 6 ปีมองว่าเจ้าชายสิทธัตถะได้ใช้วิชาความรู้จากศาสตร์ต่างๆ จนสามารถทำให้พระองค์ประสบความสำเร็จ หรือมีความสุขที่แท้จริงได้ พระองค์ทรงแสวงหาศาสตร์ใหม่ๆ จากครูอาจารย์ในสำนักต่างๆ อาจารย์สอนจนหมดความรู้ก็ยังไม่สามารถทำให้พระองค์ประสบความสำเร็จหรือมีความสุขได้ จึงมองว่าพระองค์ได้ตกผลึกทุกศาสตร์ที่เรียนมานำมาปรับนำมาประยุกต์ ทำให้พระองค์ได้เห็นความจริงของชีวิต ผ่านการฝึกปฏิบัติผ่านการวิจัยเชิงทดลองเช่น การทรมานร่างกาย การอดอาหารแต่ก็ไม่ใช่หนทางให้พ้นจากความทุกข์ พระองค์จึงเดินทางสายกลางตามอริยมรรคมีองค์ 8 ทำให้พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าในที่สุด เพราะพระองค์ใช้กระบวนการที่เหมาะสมนั่นเอง
ช่วงบ่ายพระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บรรยายเรื่อง "Buddhist Contribution for Human Development"ภาคภาษาอังกฤษ ระบุว่า การจัดงานวิสาขบูชาโลกเป็นโอกาสของนักปราชญ์จากทั่วโลกจะมาพบกัน สิ่งพิเศษที่สุดในงานวิสาขบูชาโลกในครั้งนี้ คือ พระไตรปิฎกฉบับสากล ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
การจัดงานวิสาขบูชาโลกครั้งนี้มีหัวข้อหลักเรื่อง“คุณูปการพระพุทธศาสนากับการพัฒนามนุษย์”เพื่อต้องการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเวทีระดับโลกให้ปรารภซึ่งพระองค์ทรงได้รับรางวัลจากองค์การสหประชาติ เป็นรางวัลอันสูงสุดของพระองค์ ในด้านการพัฒนามนุษย์ เมื่อปี 2549 โดยนายโคฟี่ อนันต์ เลขาธิการสหประชาชาติ ได้นำรางวัลมาถวาย พร้อมกล่าวสดุดีในนามสหประชาชาติ ตอนหนึ่งว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาเพราะทรงถือเอามนุษย์เป็นศูนย์ของการพัฒนา”หัวใจของการพัฒนาอยู่ที่มนุษย์ ซึ่งสอดคล้องนโยบายขององค์กรสหประชาชาติที่ประกาศว่า "มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา" ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีการพัฒนามนุษย์ทำให้สอดคล้องกับสหประชาชาติคือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตามที่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนมี 17 ประการเริ่มต้นปัญหาความยากจน เป็นต้น
การจะประยุกต์ใช้ในการพัฒนาที่ยั่งยืนเราจะต้องทราบมิติทางพระพุทธศาสนาคือ อริยสัจ คือ ทุกข์ หมายถึงปัญหา ซึ่งความอดอยากความยากจนถือว่าเป็นความทุกข์ สรุปง่ายๆ ทุกข์คืออะไร สาเหตุของทุกข์คืออะไร วิธีการดับทุกข์ควรทำอย่างไร อะไรคือหนทางแห่งการดับทุกข์ ทุกข์ของมนุษย์ทั้งพระพุทธเจ้าค้นพบตามแนวทางอริยสัจ 4 องค์การสหประชาชาติให้ความหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน เรียกว่า SDG หมายถึง Sustainable Development Goals แปลว่าเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน มีคำกล่าวว่า “พัฒนาชาติเริ่มที่ประชาชน พัฒนาคนเริ่มที่จิตใจ จะพัฒนาอะไรพัฒนาที่ตัวเราก่อน”
"คนจึงเป็นหัวใจของการพัฒนา พระพุทธศาสนามุ่งเน้นการพัฒนาจิตใจพัฒนาสังคม ทำให้มหาจุฬาฯมุ่งจัดงานวันวิสาขบูชาโลกมุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์ เป็นคุณูปการของพระพุทธศาสนาสู่การพัฒนามนุษย์ ในการจัดงานได้ตั้งองค์กรที่รับผิดชอบเรียกว่า International Council for the Day of Vesak หรือICDV สภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่มหาจุฬา ICDV มีพันธกิจที่สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ 4 ประการ คือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การศึกษา การสร้างสันติภาพ (Peace Building) การพัฒนามนุษย์เป็นการเตรียมความพร้อมให้ทำพันธกิจสำเร็จ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องแปรสู่การปฏิบัติ มหาจุฬาฯใช้เป้าหมายที่ 17 ในการจัดงานวิสาขบูชาโลก คือ "ความร่วมมือในการแก้ปัญหา"ในฐานะเราเป็นพระพุทธศาสนาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยพุทธวิธี" พระพรหมบัณฑิต กล่าวและว่า
การพัฒนามนุษย์โดยเอามนุษย์เป็นตัวตั้ง มี 4 ด้าน คือ “พัฒนากาย พัฒนาจิตใจ พัฒนาสังคม พัฒนาปัญญา" ถือว่าเป็นการพัฒนาที่สมดุล ถ้าเราพัฒนากายไม่พัฒนาจิตใจเราก็เป็นสุดโต่ง พัฒนากายแต่ไม่พัฒนาปัญญาก็เป็นการสุดโต่ง "เราจึงพัฒนามนุษย์ด้วยทางสายกลาง" สร้างสมดุลทั้งกายและจิตใจ การพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงหมายถึง การพัฒนากายและจิตใจควบคู่กันมีความสุข ไม่มีความโลภ มีความสุขทางจิตใจ พระพุทธศาสนาจึงเรียกว่า พัฒนา 4 ด้าน มนุษย์จึงเป็นตัวตั้งในการพัฒนาเป็นศูนย์การพัฒนา เราจึงต้องอาศัยไตรสิกขาในการฝึกพัฒนา
ต่อจากนั้นเป็นการนำเสนอบทความวิชาการต่อโดยนายสำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษารุ่นที่ 1 มจร ได้เสนอเรื่อง"อริยสัจโมเดลกับการสร้างสันติภาพโลก" โดยบูรณาการเข้ากับแนวคิดและทฤษฎีสันติภาพตามแนวตะวันตก ดังนี้ 1. ทุกข์ ซึ่งพระพุทธองค์ได้กำหนดกิจไว้คือจะต้องกำหนดรู้ คือ ความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงคราม 2.สมุทัย คือสาเหตุทำให้เกิดทุกข์ ความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงคราม ตามแนวคิดตะวันตกอย่างเช่น “จอห์น แมคคอนเนล” และ “คริสโตเฟอร์ มัว” 5 ประเภท คือข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ โครงสร้าง คุณค่าหรือค่านิยม “สมุทัย”นี้พระพุทธองค์กำหนดกิจไว้ว่าจะต้องละ 3. นิโรธ คือความดับทุกข์ (ทุกฺขนิโรธ) เป็นภาวะที่ยุติความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงคราม เป็นบรมสุข เป็นหลักธรรมที่พระพุทธองค์กำหนดกิจไว้ว่าจะต้องทำให้แจ้งหรือให้เกิดขึ้น และ 4. มรรค คือ หนทางแห่งการดับทุกข์เกิดสันติภาพ เทียบได้กับ “สันติวิธี” ซึ่งประมวลได้ 3 สำนักคือ 1. สันติวิธีในฐานะเป็นเครื่องมือจัดการความขัดแย้ง 2. สันติวิธีในฐานะเป็นฐานของการเรียกร้องความต้องการโดยปราศจากความรุนแรง เช่น การเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ความยุติธรรม 3) สันติวิธีในฐานะเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต หรือการสร้างสันติภายในให้เป็นวิถีชีวิตตามหลักวิปัสสนากรรมฐาน หรือสำนักพุทธสันติวิธี
สำหรับการสร้างสันติภาพตามแนวทางอริยสัจโมเดลนั้น สามารถสรุปเป็นโมเดลคือ “4ป.ยกกำลังสองโลกรอดมนุษยชาติรอด” 4ป.ชุดแรกคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ และป้องกัน ดังนี้ 1.ปริยัติ คือการ (ปลูก) ฝัง ด้วยการศึกษา พัฒนาปัญญา 3 ระดับคือ 1.สุตมยปัญญา 2.จินตามยปัญญา 3.ภาวนามยปัญญา คือ สร้างขึ้นเป็นทักษะ ที่เป็นความความรู้รอบและความรู้ลึก ที่สามารถมองเห็นด้านในเห็นความสัมพันธ์เชิงเหตุผล อะไรเป็นเหตุให้เกิดอะไร รู้เป็นระบบ “รู้รอบ” คือ รู้ปฏิจจสมุปบาท รู้ว่าแต่ละสิ่งอาศัยกัน “รู้ลึก” คือ รู้ “ไตรลักษณ์” รู้ว่าไม่มีอะไรโลกนี้เป็นอนัตตา 2.ปฏิบัติ คือการปลุกหรือการ นำทฤษฏีความรู้นำไปปฏิบัติแก้ไข ความขัดแย้ง ความรุนแรง และสงคราม โดยลงมือปฏิบัติการด้วยโมเดล “4ป.” อีกชุดหนึ่งคือ “ปลูก ปลุก ปรับ และเปลี่ยน”“ปลูก” คือการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง “ปลุก” คือกระตุ้นให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยการ “ปรับพื้นนอก” คือ พื้นฐานทางกายภาพและพฤติกรรมให้ตรงกัน และ “ปรับพื้นใน” คือ ปรับอินทรีย์และกำลัง เป็นต้น
พุทธสันติวิธีหรือตำราพุทธพิชัยสงครามตามแนว “อริยสัจโมเดล” ที่บูรณาการกับหมวดธรรมคือปธาน 4 สอดประสานกับหลักสันติวิธีตะวันตก ที่มุ่งเน้นการเน้นการสร้างสันติภายในเริ่มจากการปริยัติหรือสันติศึกษาภายในด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทั้งเกิดสัมมาทิฐิ ว่า “โลกทั้งผองคือพี่น้องกัน” ก็จะทำให้เป็นนักสันติวิธีแบบวิถีชีวิต(Pacifism) สามารถยุติปัญหาความขัดแย้ง รุนแรงและสงครามเกิดสันติภาพภายใยแบบไม่มีความขัดแย้งภายใน ก็จะทำให้เกิดพลังทั้ง 5 คือศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา ในการแก้ปัญหาความขัดแยง รุนแรง และสงครามไร้ตัวตนหรือหลบในของชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลกให้เกิดสันติภาพ ด้วยโมเดลต่างๆ โดยเริ่มจากหลัก “4ป.” ในพื้นที่ “บวร” เพื่อให้เกิด “ภาวนา4” ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือต้องมีหลักการ 2 คือความรู้คู่คุณธรรม เมื่อจะนำความรู้ไปใช้ในการสร้างสันติภาพต้องอยู่บนพื้นฐานของเงื่อนไข 3 คือ ประมาณ เหตุผล และภูมิคุ้มกันความเสี่ยง แบบเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะทำให้นักพุทธสันติวิธีสามารถยุติปัญหาความขัดแย้ง รุนแรงและสงครามได้ระดังหนึ่งแต่การจะทำให้ “อริยสัจโมเดล” คงจะต้องมีการบูรณาการเข้ากับศาสตร์ใหม่ให้ทันกาล
....................
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Pramote OD Pantapatพระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ รายงานวิจัยเรื่อง “ปรัชญาดุริยางค์แห่งอนาคต: การถอดรหัสพันธุกรรมทางธรรมจากสิริ...

















































