แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินทอนวัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินทอนวัด แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
ไม่แน่จริง!"พงศ์พร"ประจันหน้ามส.ยันไม่มีถกเงินทอนวัด
วันที่ 20 เม.ย.2561 พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. แถลงภายหลังการประชุมมหาเถรสมมาคม หรือ มส.ซึ่งใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชม.ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ตนเองมาชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนเพียงสั้น ๆ ว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยหรือสอบถามประเด็นการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 แต่อย่างใด
พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวต่อว่า ขณะนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างการดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยในการร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่และพระ เป็นการกล่าวหาตามหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูล โดยไม่ได้มีอคติ และการร้องทุกข์กล่าวโทษไม่ได้ทำให้ผู้ถูกกล่าวหา ทั้งเจ้าหน้าที่หรือพระ เป็นผู้กระทำผิดในทันที เนื่องจากขณะนี้อยู่ในระหว่างชั้นการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัย อีกทั้งยังไม่มีความเห็นลงมา จึงยังไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้กระทำผิด จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาล
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ทาง ผอ.พศ.จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับอีก 7 วัดที่เหลือวันใด เนื่องจากมีการเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนวานนี้ แต่ ได้เลี่ยงตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงขอบคุณสื่อมวลชนเท่านั้น ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนซักถามแต่อย่างใด และขอให้ไปสอบถามกับหน่วยงานที่ดำเนินการสอบสวนทางกฎหมายทั้ง ปปป.และ ป.ป.ช.
ขณะที่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 3 รูป แม้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นพ.มโน เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า การประชุมมหาเถรสมาคมในช่วงบ่ายของวันนี้ คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น สมเด็จพระสังฆราชอาจมีพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
ผอ.พศ.เลื่อนไม่มีกำหนดพบปปป.ฟ้องพระผู้ใหญ่ เปิดกฎกระทรวงไม่มีระบุหน้าที่ไว้
วันที่ 19 เม.ย.2561 พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดเผยว่าตามที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานพนักงานสอนสวนนัดเข้าให้ข้อมูลทางคดีเพิ่มเติม ยังไม่โทรศัพท์ประสานเข้ามากรณีที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) ส่งสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อต3 ที่มีพระผู้ใหญ่ 5 รูป ที่ถูกผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ร้องทุกข์กล่าวโทษ ไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณา
ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสอบสวนระบุเบื้องต้นว่า พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษออกไป โดยยังไม่สามารถระบุวันเวลาที่ชัดเจนได้เนื่องจากติดภารกิจ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของผู้คนและเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงต้องระมัดระวัง และต้องทำงานอย่างรอบคอบที่สุด ต้องใช้หลักฐานข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พระผู้ใหญ่ 3 รูป ที่เป็นกรรมการมส. และถูกกล่าวหา จะต้องออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องแยกกัน เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป เรื่องคณะสงฆ์ก็อีกเรื่อง ทั้งนี้ เจตนาของทุกคนคืออยากบำรุงพระพุทธศาสนา อะไรที่ทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรืองได้ รัฐบาลก็ไปทางนั้นคณะสงฆ์ก็จะเดินไปทางนั้น
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า พศ.ก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่ ผอ.พศ.ไปร้องทุกข์กล่าวโทษพระผู้ใหญ่และผู้เกี่ยวข้องตามหนังสือของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ส่งมาไม่ดำเนินการก็ไม่ได้ เมื่อเรื่องเข้ากระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตอบได้ดีที่สุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายบอกว่าชอบก็ชอบแล้ว ถ้ากฎหมายบอกไม่ชอบก็ไม่ชอบ สังคมจะได้สบายใจ เรื่องนี้ตนว่าง่ายๆ ไม่ยากเมื่อถามว่า ท่านยังสนับสนุนการทำหน้าที่ตรวจสอบของผอ.พศ.อย่างเต็มที่ใช่หรือไม่
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กรณีพระผู้ใหญ่ออกมาวิพากย์วิจารณ์ผอ.พศ.ว่าการดำเนินการตรวจสอบเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ผมว่าเป็นเรื่องของการสร้างการรับรู้ ทุกฝ่ายก็ทำตามหน้าที่”
อย่างไรก็ตามได้มีการออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ.2546 ดังนี้ (1) ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ กฎหมายว่าด้วยการกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (2) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการและการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ (3) เสนอแนวทางการกำหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา (4) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา (5) ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง (6) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา (7) ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม (8) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ รายงานวิจัยเรื่อง “ปรัชญาดุริยางค์แห่งอนาคต: การถอดรหัสพันธุกรรมทางธรรมจากสิริ...

