แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ไทยสู่เวทีนานาชาติคุณหมิงจีน



ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ไทยสู่เวทีนานาชาติ หวังแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะกับกลุ่มประเทศแถบลุ่มน้ำโขง

วันที่ 3 พ.ย.2561 พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต  มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  คณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่2-3 พ.ย.2561 ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์ คุณหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้แทนคณะทำงานจัดทำและขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เข้าร่วมประชุมนานาชาติว่าด้วยการสาธารณสุขของประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เรื่อง “ความเท่าเทียมทางสุขภาพและคำตอบของวิกฤด้านสุขภาพ” ในงาน The 10 th International Conference on Public Health among GMS Countries(ICPH-GMS ครั้งที่10)

การนี้มีผู้แทนคณะทำงานได้เข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลการดำเนินการจัดทำและขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ผ่านการจัดทำนโยบายสาธารณะระดับชาติ ซึ่งเริ่มจากมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสู่มติมหาเถรสมาคม มติคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์มหาเถรสมาคม กระบวนการยกร่างและเวทีรีบฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนโดยกระบวนการมีส่วนร่วม การประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ และการนำธรรมนูญฯไปขับเคลื่อนเพื่อสร้างพื้นที่รูปธรรมในการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแลรักษาฟื้นฟูภิกษุอาพาธ การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก รวมทั้งส่งเสริมบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำในการดูแลสุขสุขภาพชุมชนและสังคม

การประชุมนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่าย Greater Mekong Sub-region Public Health Academic Network เพื่อส่งเสริมสุขภาพของสมาชิกในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่มีพันธกิจในการเพิ่มขีดความสามารถในระดับภูมิภาค ที่สำคัญยังมีการรับมือกับความท้าทายทางด้านสาธารณสุข โดยใช้การศึกษา การวิจัยและการสนับสนุนนโยบาย ที่จะช่วยให้ประชาชนในภูมิภาคนี้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกประกอบด้วย 12 มหาวิทยาลัย และ 13 สถาบันการอบรมด้านสาธารณสุข จากราชอาณาจักรกัมพูชา,สาธารณรัฐประชาชนจีน, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว,ประเทศเมียนมาร์, ประเทศไทยและประเทศเวียดนาม โดยมีบุคลากรด้านสาธารณสุขในด้านวิชาการและวิจัยจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ด้วย

ผลการเข้าร่วมและนำเสนอผลการจัดทำและขับเคลื่อนธรรมสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติและการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมสู่เวทีนานาชาติในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญเพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินการนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพแบบมีส่วนร่วมผ่านเครื่องมือธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติกับกลุ่มประเทศแถบลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีประชากรนับถือศาสนาพุทธและมีพระภิกษุสงฆ์ เป็นจำนวนมาก จึงกล่าวได้ว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเผยแผ่ผลงานวิชาการแล้วยังถือเป็นการทำนุบำรุง สืบทอดพระศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไปอีกทางหนึ่งด้วย


Cr.Prayoon Chothivaro

วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2561

พระช่วย!ทำCPRจยย.ประสบเหตุชีวิตรอด ผลงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ







จากการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักลงข้างทาง ที่บ้านคลองบง-คลองมะนาว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทั้งคนขี่และคนซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่ข้างทาง ขณะนั้นพระภิกษุจากวัดบุญมีไชยวนาราม ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว  ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงได้ช่วยปั๊มหัวใจหรือเรียกว่าทำ CPR ระหว่างรอหน่วยกู้ภัยจากเทศบาลตำบลศาลเจ้าพ่อ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา

ต่อมาพระภิกษุรูปดังกล่าวได้โพสต์คลิปนาทีชีวิตดังกล่าวลงเฟซบุ๊กวัดบุญมีไชย วนาราม พร้อมกับระบุว่า หลวงพี่ฮีโร่ (เพิ่งจบหลักสูตรปฐมพยาบาลจากทีมวิทยากรมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉิน แห่งชาติ มาถวายความรู้ กำลังเดินทางกลับวัดฯ ผ่านมาเจอเหตุแล้วลงไปช่วยผู้บาดเจ็บ)ฝากโยมทุกท่านถ้าเจออุบัติเหตุช่วยประเมินผู้ป่วยจับชีพจร บาดเจ็บหนักเบาแค่ไหนรีบโทร 1669 ถ้าหมดสติชีพจรไม่เต้นให้รีบปั๊มหัวใจ ด่วน นับ 1-30 อย่าให้ผู้ป่วยขาดอากาศนานเกิน 4 นาที

ผู้ป่วยคนนี้ขาดอากาศนานประมาณ 20 นาที จากคำพูดของชาวบ้านที่มาเจอก่อนอาตมา ซึ่งชาวบ้านคิดว่าผู้ป่วยคงเสียชีวิตแล้วเพราะนอนนิ่งและยืนรอรถฉุกเฉินประมาณ 20 นาทีเนื่องจากอยู่ห่างถนนหลัก304หลายกิโล แต่อาตมาคิดว่าแค่สลบไป จึงลงไปจับชีพจรดูก็ไม่ตอบสนองจึงรีบโทรหาทีมวิทยากรมูลนิธิกาแพทย์ฉุกเฉิน ที่มาถวายความรู้ ให้รีบมาที่เกิดเหตุ ระหว่างที่รอจึงร่วมกันกับพระ4-5รูปปั๊มหัวใจ/ผู้ป่วย2คนมอไซค์หลุดโค้ง จุดเกิดเหตุบ้านคลองบง-คลองมะนาว อำเภอวังน้ำเขียว

การปฏิบัติหน้าที่ของพระภิกษุจากวัดบุญมีไชยวนารามดังกล่าวถือเป็นการให้บริการสังคมตรงกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอัตถจริยาการสงเคราะห์ชาวโลกในสังคหวัตถุ 4 ปัจจุบันนี้คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม(มส.) ภายใต้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเช่น มหาเถรสมาคม (มส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และมหาวิทยาลัยสงฆ์ได้สนับสนุนกระบวนการพัฒนาการทำงานบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทยเพื่อให้พระสงฆ์ดูแลด้านสุขภาพกันเองและสามารถบริการสังคมได้ด้วย จนกระทั้งสามารถกำหนดเป็นธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติและผ่านการเห็นชอบจาก มส.และทำการขับเคลื่อนไปทั่วประเทศ

อย่างเช่นเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2561 ที่ห้องประชุม 401 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชวรมุนี,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร และรองเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานการประชุมหารือร่วมหารือแนวทางสนับสนุนกระบวนการพัฒนาการทำงานบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทย จัดโดยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ(สสส.)

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนคณะสงฆ์และผู้บริหาร มจร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พระเทพสุวรรณเมธี รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระมงคลวชิรากร เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม พระสุธีรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่ สสส.ประกอบด้วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุมเช่นศาสตราจารย์นายแพทย์ วิจารณ์ พานิช นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์ ดร.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายแพทย์ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น 

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561

งดงามหมู่สงฆ์!ลูกศิษย์ดูแลอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์


          


เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 คณะทำงานธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติได้สาธิตการที่สัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกดูอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์และอาจารย์ตามกรณีตัวอย่างที่พระที่จังหวัดยโสธร และพระอุดมธีรคุณ หัวหน้าศูนย์ศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) จังหวัดนครราชสีมา ผู้ประสานพลังหลัก ทีมขับเคลื่อนธรรมนูญสงฆ์ธรรมยุตไปเยี่ยมสงฆ์อาพาธคือพระราชสุทธาจารย์ (หลวงตาบวร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดยโสธร (ธ) พระอุปัชฌาย์เจ้าคุณพระอุดมธีรคุณ เมื่อครั้งบรรพชาสามเณร



ทั้งนี้การดูแลตนเองและกันเองตามพระธรรมวินัย หนึ่งในหลายรูปแบบที่มีเป็นการทั่วไปที่พระธรรมวินัยกำหนดไว้ มีคำ 2 คำ คือ คำว่า “สัทธิวิหาริก” กับ “อันเตวาสิก” นั้น ผู้ที่เคยผ่านการบวชเรียนมาแล้วคงจะคุ้นเคยกับสองคำนี้มากกว่าคนทั่วๆ ไป



“สัทธิวิหาริก” แปลว่า ผู้อยู่ด้วย เป็นคำเรียกผู้ที่ได้รับอุปสมบท คือ ถ้าอุปสมบทต่อพระอุปัชฌาย์รูปใด ก็เป็นสัทธิวิหาริกของพระอุปัชฌาย์รูปนั้น ที่เรียกว่า สัทธิวิหาริก นั้น เพราะพระวินัยกำหนดไว้ว่า ภิกษุผู้บวชใหม่จะต้องถือนิสสัยโดยอยู่กับพระอุปัชฌาย์อย่างน้อย 5 ปี เพื่อให้พระอุปัชฌาย์อบรมแนะนำสั่งสอนเหมือนบิดาสอนบุตร ภิกษุผู้มีพรรษาพ้น 5 แล้ว ไม่ต้องถือนิสสัยต่อไป เรียกภิกษุนั้นว่า นิสสัยมุตตกะ (ผู้พ้นนิสสัยแล้ว)



ธรรมเนียมหรือข้อปฏิบัติ ที่สัทธิวิหาริกพึงกระทำต่อพระอุปัชฌาย์ของตนโดยย่อ คือ เอาใจใส่ ปรนนิบัติรับใช้ คอยศึกษาเล่าเรียนจากท่าน ขวนขวายป้องกันหรือระงับความเสื่อมเสีย เช่น ความคิดจะสึก ความเห็นผิด เป็นต้น รักษาน้ำใจของท่าน มีความเคารพ จะไปไหนก็บอกลา ไม่เที่ยวตามอำเภอใจ และเอาใจใส่พยาบาลเมื่อท่านอาพาธ เรียกข้อปฏิบัติเหล่านี้ว่า “อุปัชฌายวัตร”



ส่วนหน้าที่หรือข้อควรปฏิบัติอันพระอุปัชฌาย์จะพึงกระทำแก่สัทธิวิหาริก คือ (1) เอาธุระในการศึกษา (2) สงเคราะห์ด้วยบาตร จีวร และบริขารอื่นๆ (3)ขวนขวาย ป้องกัน หรือระงับความเสื่อมเสีย เช่น ระงับความคิดจะสึก เปลื้องความเห็นผิด ฯลฯ (4) พยาบาลเมื่ออาพาธ เรียกข้อปฏิบัติเหล่านี้ว่า “สัทธิวิหาริกวัตร”



สำหรับ “อันเตวาสิก” แปลว่า ผู้อยู่ภายใน ใช้เรียกภิกษุผู้อาศัยอยู่กับอาจารย์ หรือภิกษุผู้มิใช่พระอุปัชฌาย์ของตน เช่น บวชจากวัดนี้ไปอาศัยอยู่กับอาจารย์อีกวัดหนึ่งเพื่อเล่าเรียน ดังนี้เรียกว่าเป็นอันเตวาสิกของวัดนั้น อันเตวาสิก มี 4 ประเภท คือ(1)ปัพพชันเตวาสิก คือ อันเตวาสิกในบรรพชา  (2) อุปสัมปทันเตวาสิก คือ อันเตวาสิกในอุปสมบท (3) นิสสยันเตวาสิก คือ อันเตวาสิกผู้ถือนิสสัย (4) ธัมมันเตวาสิก คือ อันเตวาสิกผู้เรียนธรรม ดังนั้น “สัทธิวิหาริก” จึงคู่กับ “อุปัชฌาย์” ส่วน “อันเตวาสิก” คู่กับ “อาจารย์”



นับได้ว่า ลูกศิษย์ต้องดูแลอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ คือ ความงดงามของหมู่สงฆ์


.............

(หมายตเหตุ ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ)  





'หมอประเวศ'หารือ'มจร'ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย หนุนบทบาทพระสงฆ์พัฒนาสุขภาวะไทย





'หมอประเวศ' หารือ 'มจร' ผนึกกำลัง 'คณะสงฆ์-สสส.-สช.-สปสช.- หาแนวทางสนับสนุนบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทย  แนะเทคโนโลยีการสื่อสาร สุขภาพออนไลน์เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเป็นองค์รวม  

วันที่ 2 ต.ค.2561 ที่ห้องประชุม 401 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระราชวรมุนี,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร และรองเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานการประชุมหารือร่วมหารือแนวทางสนับสนุนกระบวนการพัฒนาการทำงานบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทย จัดโดยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะ(สสส.) 

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนคณะสงฆ์และผู้บริหาร มจร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พระเทพสุวรรณเมธี รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระมงคลวชิรากร เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม พระสุธีรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ เป็นต้น ขณะที่ สสส.ประกอบด้วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมประชุมเช่นศาสตราจารย์นายแพทย์ วิจารณ์ พานิช นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์ ดร.วีระศักดิ์ พุทธาศรี รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายแพทย์ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น  

พระราชวรมุนี กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุมว่า ช่วงนี้คณะสงฆ์มีการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาโดยจัดทำแผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (พ.ศ.2560-2564)  ขณะเดียวกัน มจร มีพันธกิจ 4 ด้าน คือ ผลิตบัณฑิต วิจัยและพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 
แนวทางการสนับสนุนกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตามกรอบแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา บนฐานของปัญญา ความรู้ และความสมานฉันท์ มีการจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การมีข้อเสนอเชิงนโยบายและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตได้

หลังจากนั้น พระเทพสุวรรณเมธีได้กล่าวถึงการทำงานของคณะสงฆ์และคิลานธรรม พระมงคลวชิรากร กล่าวถึงการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พระสุธีรัตนบัณฑิต ได้กล่าวถึงกระบวนการวิจัยเพื่อการพัฒนาสุขภาวะตามแนวพระพุทธศาสนา ซึ่งทำให้เห็นภาพหรือบทบาทของพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะในปัจจุบันทีมีการขับเคลื่อนทั่วสังฆมณฑลในปัจจุบันภายใต้การสนับสนุนขององค์กรภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีการสนับสนุนการทำงานของพระสงฆ์มานานโดยลำดับ

หัวใจสำคัญในการหารือครั้งนี้ คือ การบรรยายพิเศษของศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส หัวข้อ  “สุขภาพพิเศษ –สุขภาพองค์รวม สู่ประโยชน์แห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการหาแนวทางการสนับสนุนกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมถึงบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทยในวันนี้ 

มีสาระสำคัญโดยสรุปว่า พระพุทธศาสนากับระบบสุขภาพ พระพุทธศาสนามีความเกี่ยวข้องกันกับชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย สุขภาพถ้วนหน้า (Health For All) คือ ประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม  การที่สุขภาพของคนทั้งมวล หรือประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม จะเป็นไปได้ต้องคิดถึงระบบสุขภาพแบบบูรณาการหรือสุขภาพองค์รวม (Holistic Health) นิยามสุขภาพเดิม คือการไม่มีโรค แต่หากพูดถึงสุขภาพบูรณาการหรือสุขภาพองค์รวม (Holistic health) เราจะใช้อะไรเป็นนิยามสุขภาวะ เพราะนิยามแบบเก่าไม่คลอบคลุม นิยามใหม่ สุขภาพ คือดุลยภาพ ถ้ากายใจมีดุลยภาพ ก็มีความเป็นปรกติ หรือสุขภาพดีและอายุยืน ความไม่สบายหรือสุขภาพไม่ดีทุกชนิด คือการเสียสมดุล 

จะเห็นได้ว่า สุขภาพคือทั้งหมด (Health is the whole และสุขภาพองค์รวม (Holistic health) นึกถึงการฟังเพราะสวดพระอภิธรรม อวิชชาปัจจยา สังขารา สังขารปัจจยา วิญญาณัง วิญญาณปัจจยา นามรูปัง นามรูปปัจจยา ฯลฯ ถ้าใครฟังออกแล้วรู้ความหมายจะเห็นความเชื่อมโยง หรือบทสวดโพชฌงคปริตร หรือคิริมานนท์หายป่วยเมื่อได้ฟังสัญญา 10 ประการที่พระพุทธองค์ประทานให้พระอานนท์ไปสาธยายให้ฟัง สัญญา 10 ประการนี้ ต่อมารู้จักกันในชื่อ คิริมานนทสูตร ทั้งหมดมีในพระพุทธศาสนา สุขภาวะเกิดจากความบรรสานสอดคล้อง (harmony) สมดุลของชีวิตที่ประกอบด้วยกายและใจ 4 มติ คือ กาย จิต สังคม ปัญญา

"การปฏิบัติการและการสนับสนุนระบบสุขภาพบูรณาการ เป็น 3 วง วงในสุด สุขภาพบูรณาการ กาย –จิต-สังคม –ปัญญา วงที่ สอง การปฏิบัติ/ผู้ปฏิบัติ ประกอบด้วย การดูแลตนเอง ระบบสุขภาพชุมชน พยาบาลชุมชน และผู้ช่วยพยาบาลชุมชน ศูนย์การแพทย์แผนไทย โรงพยาบาล องค์กร เทคโนโลยีการสื่อสาร-สุขภาพออนไลน์ และวงที่ 3 คืองานหรือองค์กรที่จะสนับสนุนสุขภาพบูรณาการ สุขภาพจิตที่ดีสำหรับคนทั้งมวล  องค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องและเห็นความสำคัญของสุขภาพบูรณาการ ควรรวมตัวกันเป็นภาคีเพื่อขับเคลื่อนสุขภาพองค์รวม โดยที่ความต่อเนื่องของภาคีเพื่อสุขภาพบูรณาการ คือปัจจัยของความสำเร็จ"นายแพทย์ประเวศกล่าวสรุปในตอนท้าย

หลังจากนั้นได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นถึงแนวทางผลักดันบทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะผ่านประสบการณ์การทำงานของภาคีเครือข่าย ดำเนินรายการโดย นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ โดยผู้แทนคณะทำงาน เช่น การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ การลดปัจจัยเสี่ยง สังฆพัฒนาวิชาชาลัย นิสิตธรรมทายาท คิลานธรรม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นโยบายสาธารณะด้านสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครื่องมือที่เหมาะสม เช่น สมัชชาสุขภาพ 

และก่อนประธานจะกล่าวสรุปศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ได้สรุป 3 ประเด็นสำคัญ คือ (1) ทำงานต้องโฟกัส จึงจะเป็นการทำงานที่มีพลัง โดยให้น้ำหนักและความสำคัญไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน การวางพื้นฐานจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญ (2)  การสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันด้านวิชาการ พัฒนาเครื่องมือและนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ประเด็นวิจัยเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์พระกับคฤหัสถ์หรือโยม ชาวบ้านไปวัดเพื่ออะไร และวัดสนองอะไรชาวบ้าน สนองชาตินี้หรือ ชาติหน้า (3) ใช้ ICT เพื่อการสื่อสารงานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อปฏิสัมพันธ์ 2 ทาง ส่งเสริมสุขภาพออนไลน์ทุกมิติทุกเรื่อง

บทบาทพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะประเทศไทย การใช้กรอบ “แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เป็นแนวทางโดยใช้กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครื่องมือที่เหมาะสม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างหลากหลายและกว้างขวางบนฐานของปัญญา ความรู้ และความสมานฉันท์ โดยมีการจัดกระบวนการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การมีข้อเสนอเชิงนโยบายและการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต  เพื่อสุขภาพถ้วนหน้า คือ ประโยชน์สุขแห่งมหาชน

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เปิดนิทรรศการ"วัด ประชา รัฐ สร้างสุขฯ"แนวพุทธที่พุทธมณฑล




วันที่ 16 พ.ค.2561  ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม  พระพรหมมุนี  กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการ พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย  พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) 

และพระสุธีรัตนบัณฑิต รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มจร มอบหมายให้คณะทำงาน โดยพระมหาชุติภัค อภินฺนโท ร่วมในพิธีเปิดนิทรรศการในงาน"วัด ประชา รัฐ สร้างสุขฯ" ภายใต้โครงการพัฒนาสุขภาวะและการเรียนรู้ตามแนวพระพุทธศาสนา (สรพ.)  










วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561

คณะสงฆ์โคราชเตรียมจัดทำกุฏิสงฆ์อาพาธ




ยึด"โคราชโมเดล"ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์สายธรรมยุต เตรียมจัดทำกุฏิสงฆ์อาพาธประจำวัดตำบล อำเภอและจังหวัด เสริมความรู้โรงเรียนพระปริยัติธรรม



เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2561 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ วัดสุทธจินดา อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พระมงคลธรรมวิธาน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร) คณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เป็นประธานประชุมคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต เพื่อปรึกษาหารือแนวทางในการขับเคลื่อนสุขภาวะพระสงฆ์ ตามกรอบธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ



พระมงคลธรรมวิธาน กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพระสงฆ์แห่งชาติ มี 3 เป้าหมาย คือ พระสงฆ์กับการดูแลกันเองตามพระธรรมวินัย ชุมชนสังคมได้ทำหน้าที่ในการอุปัฏฐากพระสงฆ์ตามพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะเพื่อชุมชนสังคม เป็นที่น่ายินดีในการขับเคลื่อนได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติที่ประกาศใช้ไปเมื่อปลายปี 2561 เพื่อช่วยดูสุขภาพพระสงฆ์ให้เกิดสุขภาวะทั้งทางกาย จิต สังคมและปัญญา ซึ่งก็จะส่งผลที่ดีต่อพระสงฆ์ ชุมชนและสังคมด้วย ถือเป็นการช่วยกันธำรงพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ



การขับเคลื่อนในส่วนของคณะสงฆ์ธรรมยุตระดับจังหวัด ได้กำหนดให้จังหวัดนครราชสีมาจังหวัดนำร่อง หรือโคราชโมเดล ส่วนระดับอำเภอคืออำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระดับตำบลหรือแขวงคือแขวงบางพลัดและแขวงกัลยา กรุงเทพมหานคร ในการหารือมีประเด็นต่างๆที่น่าสนใจเช่นการจัดทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระภิกษุสามเณรอย่างทั่วถึง จัดทำกุฏิสงฆ์อาพาธ ประจำวัดตำบล อำเภอ จังหวัด การจัดทำธรรมนูญโรงเรียนพระปริยัติธรรม การจัดอบรมพระคิลานุปัฏฐาก  การประชุมครั้งนี้มีพระอุดมธีรคุณผู้อำนวยการมหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ศูนย์การศึกษาโคราช มมร เป็นผู้แทนจังหวัด และเป็นแม่งาน พร้อมทีมงานเข้าร่วมประชุมด้วย

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

คณะสงฆ์บุรีรัมย์ได้ฤกษ์คิกออฟธรรมนูญสุขภาพ





คณะสงฆ์บุรีรัมย์ได้ฤกษ์คิกออฟขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ดึงทุกภาคส่วนมีส่วนบูรณการตามพระธรรมวินัย





วันที่ 2 มีนาคม 2561  ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดสระบัว พระครูปทุมสราภรณ์ เจ้าคณะตำบลบ้านแวง เจ้าอาวาสวัดสระบัว ตำบลบ้านแวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์   ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลบ้างแวง ได้เป็นประธานประชุมเพื่อขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 สู่การปฏิบัติในระดับตำบล โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)หวังสร้างสุขภาวะพระสงฆ์ตามพระธรรมวินัย โดยการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมหนุนกลไกพื้นที่ขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมาย



โดยเน้นการให้ความรู้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อเข้าถึงการรักษา หวังสร้างพระนิสิตจิตอาสาเป็นพระคิลานุปัฎฐากเพื่อสาธารณสุขตามนัยแห่งพระไตรปิฎก โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสทุกวัดทั้ง 7  วัดและเชิญ สาธารณสุขอำเภอพุทไธสง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้บริหารโรงเรียน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 13  หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลบ้านแวง รวมทั้งคณาจารย์จากสาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เข้าร่วมประชุม



พระครูปทุมสราภรณ์  กล่าวว่า  ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าอาวาสและอนุโมทนาทุกหน่วยงานและทุกท่านที่มีใจอันเป็นกุศลเข้ามาร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญพระสงฆ์แห่งชาติสู่การปฏิบัติเพื่อสุขภาวะที่ดีของพระสงฆ์ให้พระสงฆ์ได้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม การจะสำเร็จได้ก็ด้วยอาศัยทุกฝ่ายช่วยกัน จึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติในระดับตำบล ซึ่งอาจจะเริ่มจากการสำรวจวัดทุกแห่ง หาปัญหา จุดอ่อน จุดแข็ง ของแต่ละวัดในพื้นที่



"และกำหนดแผนปฏิบัติการโดยต้องบูรณาการช่วยเหลือกันในทุกฝ่ายทั้งคณะสงฆ์ สสส.  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีงบสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกองทุนสุขภาพตำบลที่เป็นความร่วมมือระหว่าง สปสช.และ อบต.หรือเทศบาลที่มีศักยภาพสามารถดำเนินการได้ในระดับพื้นที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพในพื้นที่ต้องมาช่วยกัน" พระครูปทุมสราภรณ์  กล่าวและว่า



อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาวะของพระสงฆ์ ทั้งการที่พระสงฆ์ดูแลกันเองตามพระธรรมวินัย ชุมชนสังคมเข้ามาดูแลอุปัฏฐากท่านตามพระธรรมวินัย บทบาทการเป็นผู้นำของพระสงฆ์ในการดูแลสุขภาวะของชุมชนสังคม โดยเฉพาะสุขภาวะด้านปัญญา จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนทุกท่านต้องช่วยกันเพื่อให้พระสงฆ์มีสุขภาวะที่ดีทั้งทางด้านกาย ใจ สามารถปฏิบัติธรรม และเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณสามารถเผยแพร่หลักธรรมคำสอน ให้กับพุทธศาสนิกชนได้อย่างยั่งยืน ต่อไป 

สงฆ์แพร่มีปัญหาสุขภาพอื้อ!เร่งธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์



วันที่ 2 มี.ค.2561 ที่วัดปางมะโอ หมู่ 12 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีการประชุมวางแผนขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสำหรับคณะสงฆ์ของอำเภอวังชิ้น ตามที่สนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีพระสงฆ์ระดับพระสังฆาธิการทุกวัดในอำเภอวังชิ้นเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางปฏิบัติให้ธรรมนูญสงฆ์ที่ประกาศไปแล้วได้ถูกนำมาใช้อย่างจริงจัง


พระครูวิจิตรธรรมสาธก เจ้าอาวาสวัดสัมฤทธิบุญ เจ้าคณะอำเภอวังชิ้น กล่าวว่า ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติในอำเภอวังชิ้นให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากในปัจจุบันพระสงฆ์มีปัญหาสุขภาพมากมาย ถ้าหากได้ร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ตามมติของมหาเถรสมาคมเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง



"คณะสงฆ์ในอำเภอวังชิ้นจะยึดหลักการบูรณาการบ้านวัดโรงเรียน หรือ บ้านวัดราชการ ถ้าทำได้จะเกิดผลดีกับสุขภาพของผู้คนในชุมชนและพระสงฆ์ไปพร้อมๆ กัน ปัจจุบันเราพบว่ามีการรักษาโรคหรือซ่อมสุขภาพมากกว่าสร้างสุขภาพ ต้องเปลี่ยนมาช่วยกันสร้างสุขภาพให้ทุกคนไม่เจ็บป่วย เมื่อพระสงฆ์มีสุขภาพดี ก็จะทำให้การสืบทอดพระศาสนามีความมั่นคงสืบไป" เจ้าคณะอำเภอวังชิ้น กล่าว


พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทฺโธ อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ในฐานะผู้ริเริ่มจัดทำแผนธรรมนูญสงฆ์ กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพนี้ถือเป็นข้อตกลงไม่ใช่กฎหมาย ในการดูแลสุขภาพร่วมกันระหว่าง ฆราวาสกับพระสงฆ์มีความรู้ร่วมกันในการดูแลสุขภาพ แนวทางปฏิบัติก็คือ การดูแลสุขภาพตามธรรมวินัย และการทำวัดให้เป็นผู้นำทางสังคมในด้านสุขภาพตามธรรมวินัยให้ได้ เมื่อพระสงฆ์เจ็บป่วยท่านทั้งหลายจะต้องดูแลกัน โดยมี พระคิลานุปัฏฐาน คือพระที่ดูแลคณะสงฆ์ด้วยกันเอง เป็นหลักในธรรมวินัยอยู่แล้วธรรมนูญสงฆ์จึงเป็นข้อตกลงให้หันมาให้ความสำคัญกับพระธรรมวินัยเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์และชุมชนรอบๆ วัด


........

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจาก WBTV สถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนา เฉลิมพระเกียรติฯ วัดยานนาวา)

วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ชวน"อปท.-คณะสงฆ์"ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์



สปสช.เขต 3 นครสวรรค์ นำร่องหนุน"ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์" ชวน อปท.และคณะสงฆ์ ใช้ "กองทุนสุขภาพท้องถิ่น"  ขับเคลื่อนสุขภาวะ




เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2561 พระครูวชิรปัญญากร เจ้าคณะอำเภอเมืองกำแพงเพชร เจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการเข้าถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ในกลุ่มพระสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดพิจิตร ที่ห้องประชุมหน่วยวิทยบริการ วัดบรมธาตุ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ วัดบรมธาตุ ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ตามที่  สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 3 นครสวรรค์  (สปสช.เขต 3 นครสวรรค์) ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดพิจิตร เพื่อขับเคลื่อน“ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์” สร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีให้กับพระสงฆ์



พระครูวชิรปัญญากร กล่าวว่า ต้องอนุโมทนา สปสช. เขต 3 นครสวรรค์ ที่นำร่องหนุนขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ จัดประชุมหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ในกลุ่มพระสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดพิจิตรในวันนี้ นอกจากจะเป็นเวทีถวายความรู้ความเข้าใจให้กับพระสงฆ์ในการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิเชิงรุกที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต เพื่อให้พระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดพิจิตรสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


"และที่สำคัญการที่ สปสช. ได้สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ อีกทั้งธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ได้มีประกาศใช้เมื่อปี 2560 ภายหลังที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบ เพื่อมุ่งให้ทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของพระสงฆ์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่ดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดูแลประชาชนทั่วประเทศให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลและสาธารณสุข จึงมีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาตินี้ ในฐานะผู้แทนองค์กรสงฆ์จึงขออนุโมทนา และเห็นเป็นโอกาสดีที่ชุมชน สังคม และคณะสงฆ์จะได้เข้ามาช่วยดูแลสุขภาวะของพระสงฆ์"   เจ้าคณะอำเภอเมืองกำแพงเพชร กล่าว



พระมหาประยูร โชติวโร ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มจร คณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติมีการดำเนินการภายใต้มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติคือพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ การแต่งตั้งคณะทำงานติดตามมติและปี2559 มีการแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติมีพระราชวรมุนี,ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร และรองเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานคณะทำงาน  ได้มีการจัดเสทีรับฟังความเห็น ผ่านการเห็นชอบคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์โดยมีพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม(มจร) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กทม. เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2561 และมหาเถรสมาคมมติเห็นชอบให้อยู่ในแผนงานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์และให้ประกาศใช้ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่10 เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2559 ในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ สสส. ได้สนับสนุนพื้นที่นำร่อง 20 พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในระดับตำบล ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดตามประเด็นหมวดในธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เช่น พระคิลานุปัฏฐาก กุฏิสงฆ์อาพาธ วัดส่งเสริมสุขภาพ สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของพระสงฆ์ เป็นต้น



นายพนมศักดิ์ เอมอยู่ ให้ข้อมูลเกี่ยว สปสช.ว่า วันนี้ สปสช. ได้สนับสนุนให้ อปท. เข้ามามีส่วนในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสมรรภาพทางการแพพทย์ ภายใต้สิทธิประโยขน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามกลไก “กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่” เพื่อร่วมขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ กองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 ตามมาตรา 47 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มุ่งเน้นให้ อปท. มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเกิดความตระหนักต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์กรภาคีต่างๆ ในพื้นที่ ให้เข้ามาบริหารจัดการระบบสุขภาพร่วมกันอย่างแข็งขัน เกิดระบบสุขภาพชุมชน



นายวิสุทธิ์ บุญญะโสภิต รองผู้อำนวยการ สปสช. เขต 3 นครสวรรค์  กล่าวถึงสถานะสุขภาพของพระสงฆ์ 2559 เรียง 5 ลำดับแรกจากจำนวน 122,000 รูป พบว่า อันดับแรกโรคไขมันในเลือดสูง 9,609 ราย โรคความดันโลหิตสูง 8,520 ราย โรคเบาหวาน 6,320 ราย โรคไตวายเรื้อรัง 4,320 โรคข้อเข่าเสื่อม 2,600 ราย พระสงฆ์เจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรค NCDs อ้วน & โรคเรื้อรัง ร้อยละ46 ทั้งหมดนี้ชวนฝ่ายกองทุนฯ พระสงฆ์ และองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพมาเจอกัน ชวนทุกท่านพิจารณาดูว่าสามารถทำโครงการอะไรได้บ้างเพื่อช่วยดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ และดูหลักเกณฑ์การจ่ายเงินกองทุนท้องถิ่นตามวัตถุประสงค์ (ข้อ7)



การเข้ามามีส่วนร่วมของ สปสช.ในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการงานคณะสงฆ์ด้านสาธารณสงเคราะห์ เป็นการทำงานเชิงบูรณาการที่เห็นเป็นรูปธรรม ระหว่างคณะสงฆ์และภาคีเครือข่าย โดยยึดหลัก "ทางธรรม นำทางโลก" เพื่อ "พระสงฆ์แข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข" สืบไป

วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

สุโขทัยเตรียมสร้าง"พระอสม."ส่งเสริมสุขภาพ




ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ตามสุโขทัยโมเดลยกสอง เตรียมสร้างพระอสม.ส่งเสริมสุขภาพคุม 367วัดทั่วจังหวัด




เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ห้องประชุม ชั้น 3  ตึกหลวงน้าเสน่ห์ สิริวฑฺฒโน ประชาร่วมใจ 2555  โรงพยาบาลสวรรคโลก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย พระราชวิมลเมธี เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย  เป็นประธานการประชุมคณะสงฆ์พระสังฆาธิการทุกระดับภายในจังหวัดประกอบด้วยรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และเลขาเจ้าคณะทุกระดับทุกแห่งกว่า 100 รูป  เพื่อขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์(ระดับจังหวัด) ประจำภาคเหนือเป็นครั้งที่ 2  เพื่อกำหนดกรอบแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 และวัดส่งเสริมสุขภาพ ตามสุโขทัยโมเดล ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพในเขตพื้นที่ ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุโขทัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย โรงพยาบาลสวรรคโลก และองค์กรภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ พร้อมปวารณาตัวอุปัฏฐากรับใช้คณะสงฆ์





การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขพระสงฆ์ครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงบูรณาการกับแผนยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติ ตามมติมหาเถรสมาคมที่ 191/2560 และมติที่ 695/2560 ที่กำหนดให้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติอยู่ในแผนงานของคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ มีพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมความมือของภาคีเครือข่ายและโครงการสาธารณะสงเคราะห์เพื่อสังคม



งานตามแผนของคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ มีแนวทางการดำเนินการ ดังนี้ (1)สร้างความมั่นคงด้านพระพุทธศาสนา โดยการปลูกฝังศรัทธาให้เข้มแข็ง ผ่านกิจกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ได้รับความเดือดร้อนไร้ที่พึ่ง (2) ยกระดับกระบวนการบริหารจัดการภายใน ด้วยการพัฒนาระบบธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน พัฒนาระบบสารสนเทศให้ทันสมัย พัฒนาหลักสูตรเชิงพุทธและนวัตกรรมวิชาการให้ทันสมัย เช่น หลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก (พระอสม.) หลักสูตรพระนักพัฒนา หลักสูตรสัมมาชีพ หลักสูตรสาธารณสงเคราะห์เชิงพุทธ เป็นต้น (3) พัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้เชิงพุทธ ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของศาสนบุคคล เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็ง (4) มีทรัพยากรเพียงพอในการขับเคลื่อนกิจการพระพุทธศาสนา ด้วยการจัดหาแหล่งงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน และการจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ



การดำเนินงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์และวัดส่งเสริมสุขภาพ ได้มี (1) การดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ และวัดส่งเสริมสุขภาพ (2) แนวทางการขับเคลื่อนงาน (3) กำหนดวันเวลาในการประชุมขับเคลื่อนธรรมนูญฯโดยจัดให้มีกิจกรรมการชี้แจงทำความเข้าใจปรัชญาและแนวคิดการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ การอบรมพระคิลานุปัฏฐาก รวมถึงการดำเนินงานวัดส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งมีมติให้มีการจัดประชุมดังกล่าวในวันที่ 23 มีนาคม2561 โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยพระ วัดละ 1 รูป จำนวน 367 วัด ทั่วทุกแห่งในจังหวัดสุโขทัย จึงเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและโครงการสาธารณะสงเคราะห์เพื่อสังคมของคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ มหาเถรสมาคม


.............

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพและข่าวจาก...สสจ สุโขทัย)

Song: The Light Within The First Chapter of the Khuddaka Nikaya, Itivuttaka

[Verse 1] When desire comes to rule the mind, Take a breath and look inside. What we have may be enough, We don't need a world of stuff....