แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พช. แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พช. แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

"พช." เฟ้นหา "พัฒนกร" รุ่นใหม่ ต้องเป็นคนมีคุณธรรมพอเพียง พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากแก้จน

วันที่ 12 กันยายน 2565 นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ในตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (พัฒนากร) ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน และตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน โดยมี นายนพรัตน์ ธำรงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ และคณะทำงานกองการเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมฯ ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร


นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ในตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (พัฒนากร) ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน และตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 จำนวนทั้งสิ้น 1,255 คน ซึ่งประกอบไปด้วย 1) ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ (พัฒนากร) จำนวน 1,167 คน 2) ตำแหน่งนายช่างโยธาปฏิบัติงาน จำนวน 2 คน 3) ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน จำนวน 70 คน และ 4) ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน จำนวน 16 คน 


บัดนี้ กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สอบสัมภาษณ์) โดยแบ่งการสอบสัมภาษณ์ออกเป็น 2 วัน โดยก่อนเริ่มการสอบสัมภาษณ์ นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประธานกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งฯ ได้เดินตรวจความเรียบร้อยของกระบวนการสอบสัมภาษณ์ และให้กำลังใจกับผู้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ฯ อีกด้วย


ด้าน นายนพรัตน์ ธำรงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมการพัฒนาชุมชน ได้มีทิศทางการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนตามวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน "เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" มุ่งเน้นการทำงานครบทุกมิติ ในกระบวนการ "งาน งบ ระบบ คน" เพื่อมุ่งสู่ชุมชนเข้มแข็ง (ตำบลเข้มแข็ง) "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ มีเศรษฐกิจฐานราก และมีความสุขมวลรวม ผ่านโครงการต่างๆ ของกรมการพัฒนาชุมชน อาทิ การพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง (เดิม) ขยายผลหมู่บ้านใหม่ ขับเคลื่อนและต่อยอดพื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน ด้วยหลัก 5 P ยกระดับศูนย์เรียนรู้ชุมชน ศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนธรรมาภิบาล และงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในด้านเศรษฐกิจฐานราก มีการกระตุ้นส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ทั้งผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาผ้าไทย และช่องทางการตลาด ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยเครือข่ายภาคี โดยมีตัวชี้วัดงบประมาณ คือ 1. ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายมีความสุขมวลรวม (GVH) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 85 2. มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนจะได้คัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถ มีทัศนคติและมีความพร้อมมาร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจงานดังกล่าวในพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มุ่งไปสู่ชุมชนเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป


ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนจะประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ทางเว็บไซต์กองการเจ้าหน้าที่ กรมการพัฒนาชุมชน www.personnel.cdd.go.th หรือเว็บไซต์ https://cdd.thaijobjob.com และขอให้ผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขันฯ อย่าได้หลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้เข้าสอบสัมภาษณ์โดยวิธีการต่างๆ เพราะในการดำเนินการสอบของกรมการพัฒนาชุมชน ได้มีมาตรการป้องกันทุจริตอย่างเข้มงวดและเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้คนดีมีความรู้คู่คุณธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และขอแจ้งเตือนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันดังกล่าว ซึ่งมีทั้งโทษตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดฐานเป็นตัวการ ความผิดฐานเป็นผู้ใช้ และความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน รวมถึงความรับผิดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีเกิดความเสียหายจากการทุจริต ตลอดจนความผิดทางปกครอง หรือกรณีผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งจะต้องรับโทษทางวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ระดับโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ ดังนั้นหากพบเห็นหรือทราบพฤติการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 02-1416047 และ 02-1438905-7 หรือทางระบบ Online : ดำรงธรรม พช. Online เว็บไซต์ http://cddata.cdd.go.th/apps/crm/ โดยกรมการพัฒนาชุมชนจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป


วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565

มท.1 อัญเชิญโล่รางวัลพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตำบล-หมู่บ้านเข้มแข็งตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

มท.1 อัญเชิญโล่รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข”


วันที่ 5 กันยายน 2565   เวลา 10.00 น. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอัญเชิญโล่รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมและรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานกรมการพัฒนาชุม และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมพิธี


พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโล่รางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง "อยู่เย็น เป็นสุข" ในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงมหาดไทย และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชนในแต่ละตำบลทุกท่านที่ล้วนเป็นกำลังสำคัญในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการพัฒนาหมู่บ้าน /ชุมชนและตำบลให้เข้มแข็งต่อเนื่อง อันเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้มีความยั่งยืนสืบไป 

     

"ผลของการทุ่มเททำงาน ด้วยแรงกาย แรงใจ และความเสียสละเวลาส่วนตนเพื่อส่วนรวมของผู้นำทุกท่านนับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาชุมชนและสังคม อันเป็นต้นแบบที่จะขยายผลไปยังหมู่บ้าน/ชุมชนและตำบลข้างเคียงอื่น ๆ ให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศชาติและประชาชนในชาติมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ยิ่ง ๆ ขึ้นไป" พลเอก อนุพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ


ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการขับเคลื่อนการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน ตั้งแต่ปี 2549 เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้กับชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกระบวนการสร้างและพัฒนาผู้นำชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติตนเป็นวิถีชีวิตของประชาชน และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานโล่รางวัลให้กับหมู่บ้านที่มีการพัฒนาตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการคัดเลือกหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง"อยู่เย็น เป็นสุข" ที่ชนะเลิศระดับจังหวัดเพื่อยกย่องเชิดชูและเผยแพร่ผลงานแก่สาธารณชนเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันมีหมู่บ้านที่เข้ารับรางวัลแล้วจำนวน 1,375 หมู่บ้าน 


ด้าน นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในปี 2565 กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกตำบลที่มีการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใช้พลังชุมชนของเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาตำบล ให้สามารถพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่รางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศรางวัลตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศระดับจังหวัด สร้างความภูมิใจให้แก่ประชาชนในตำบลและตระหนักถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการร่วมมือการสืบสานปณิธานของชุมชน ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เศรษฐกิจพอเพียง ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีผู้นำที่เข้ารับโล่รางวัลพระราชทานฯ จำนวน 151 รางวัล ได้แก่  1. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง"อยู่เย็นเป็นสุข"ดีเด่นระดับจังหวัดจำนวน 76 หมู่บ้าน และ 2. ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดีเลิศระดับจังหวัดจำนวน 75 ตำบล


วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

ผู้ตรวจพช.เขต13เยี่ยมโคก หนอง นาหนองกี่บุรีรัมย์

วันที่ 1 กันยายน 2565 นางสงวน มะเสนา ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขตตรวจราชการที่ 13 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ติดตามภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 มอบนโยบายและติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีนายอร่าม พลชุมแสง ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอหนองกี่ ผู้บริหารท้องที่ ผู้บริหารท้องถิ่น ให้การต้อนรับ


โดยจุดแรก คณะได้ลงพื้นที่ บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 3 ตำบลโคกสูง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามโครงการสัมมาชีพชุมชน กลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีด โดยกลุ่มมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำพริกจิ้งหรีด ข้าวเกรียบจิ้งหรีด จิ้งหรีดนึ่ง ส่งจำหน่ายที่อำเภอลำลูกกาและอำเภอหนองกี่ โดยกลุ่มกำลังดำเนินการปรับปรุงโรงเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อให้ได้มาตรฐาน GMP


นอกจากนี้ได้มีการลงพื้นที่ บ้านคูขาด หมู่ที่ 2 ตำโคกสูง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามกลุ่มทอผ้าไหมบ้านคูขาด ที่กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเพื่อไปทอผ้าไหม โดยเน้นให้กลุ่มวิเคราะห์ต้นทุน วิเคราะห์การตลาด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนลงพื้นที่ ศูนย์เรียนรู้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา แปลง ของนายบุญน้อม กลางสวัสดิ์ บ้านตะกรุมทอง หมู่ที่ 3 ตำบลโคกสว่าง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ในพื้นที่ 3 ไร่ โดยดำเนินการ ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ทั้งปลูกไม้ 5 ระดับ ผักสวนครัว ปลูกอ้อยคั้นน้ำ เลี้ยงปลา เพาะกล้าไม้จำหน่ายจนสามารถเลี้ยงสมาชิกในครัวเรือน นำไปจำหน่าย สร้างรายได้ เดือนละ 10,000 บาท โดยสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ได้ชื่นชมและให้กำลังใจครัวเรือนในการพัฒนาพื้นที่แปลง โคก หนอง นา จนเป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นต้นแบบให้แก่คนในชุมชน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายโคก หนอง นา ระดับอำเภอต่อไป


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220901224018402


วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"อธิบดีพช." กระตุ้นสร้างความพร้อมทีมงาน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันพุธที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุม 3001 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) นายสมคิด จันทมฤกอธิบดี พช. เป็นประธานการประชุม Morning Brief เพื่อหารือข้อราชการประจำสัปดาห์ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีคณะผู้บริหาร พช. เข้าร่วมการประชุม โดยกล่าวว่า ทิศทางการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน ประจำปี 2566 ตามวิสัยทัศน์ พช. “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” 

มุ่งเน้นการทำงานครบทุกมิติ ในกระบวนการ “งาน งบ ระบบ คน” เพื่อมุ่งสู่ชุมชนเข้มแข็ง (ตำบลเข้มแข็ง) “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ มีเศรษฐกิจฐานรากและมีความสุขมวลรวม ผ่านโครงการต่างๆ ของ พช. ในด้านของการบริหารจัดการชุมชน ส่งเสริมและพัฒนา สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน มีการรักษาระดับการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง (เดิม) ขยายผลหมู่บ้านใหม่ ขับเคลื่อนและต่อยอดพื้นที่ต้นแบบ โคก หนองนา พัฒนาชุมชน ด้วยหลัก 5 P ยกระดับศูนย์เรียนรู้ชุมชน ศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน และศูนย์สารภี เสริมสร้างความเข้มแข็งกองทุนแม่ของแผ่นดิน ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนธรรมาภิบาล และงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในด้านเศรษฐกิจฐานราก มีการกระตุ้นส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ทั้งผู้ประกอบการ ผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาผ้าไทย และช่องทางการตลาด ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยเครือข่ายภาคี

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ด้านเสริมขีดความสามารถทุนชุมชนธรรมาภิบาล ผ่านกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ส่งเสริมศูนย์จัดการกองทุนชุมชน รวมถึงการสืบสานรักษาและต่อยอด ผ่านโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) หมู่บ้านคนรักษ์ช้าง และผ้าไทยใส่ให้สนุก มีการพัฒนากลไกการพัฒนาชุมชน ตามโครงการประสานแผนและบูรณาการแผนตำบล บริหารจัดการฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาชุมชน/สารสนเทศตำบล ส่งเสริมและพัฒนากลุ่ม/องค์กรและเครือข่าย พัฒนาผู้นำชุมชน ผู้นำการเปลี่ยนแปลง พัฒนาคุณภาพชีวิต/ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความยากจน สัมมาชีพชุมชน ส่งเสริมการออมฯ วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีตัวชี้วัดงบประมาณ คือ 1. ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมายมีความสุขมวลรวม(GVH) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 85 2. มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน เพิ่มขึ้นร้อยละ 60

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ให้มีระบบการพัฒนาระบบฐานข้อมูล Big Data เพื่อการตัดสินใจ ระบบพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ระบบการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ สร้างภาพลักษณ์กรมฯ และสื่อสารความเข้าใจสังคมเชิงรุก เน้นการพัฒนาคน โดยการพัฒนา Mindset & Skillsets (ทักษะเชิงยุทธศาสตร์ ทักษะตามสายงาน ทักษะด้านดิจิทัล ทักษะด้านภาวะผู้นำ มีการส่งเสริมค่านิยมองค์การ (ABCDE S&P) พัฒนาเส้นทางความก้าวหน้า ยกระดับสู่องค์กรธรรมาภิบาล ทันสมัย และมีความสุขร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2566 ให้บรรลุวิสัยทัศน์ไปด้วยกัน 

https://www.banmuang.co.th/news/politic/294320


วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565

พช. กระตุ้นเศรษฐกิจ ชวนเที่ยวไทยวิถีใหม่ กับสุดยอด ๑๐๐ ชุมชน OTOP นวัตวิถี

กรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้ดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ภายใต้ชื่องาน “โอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน” ณ : ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ


นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มีกรอบแนวคิด ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการผลิตและบริการให้สามารถแข่งขันได้ เกิดความยั่งยืน ประชาชน มีคุณภาพชีวิต และมีรายได้ที่ดีขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ และพันธกิจกระทรวงมหาดไทย ข้อ 4. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนภารกิจอำนาจหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชน


กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ในการพัฒนาอาชีพ และสร้างอาชีพในชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้เป็นเครือข่ายและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่สร้างความเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่นอันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นในระยะยาว โดยมีกระบวนการขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาบุคลากรด้าน


การท่องเที่ยว 2.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก 3.การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว 4.การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น และ 5 .การส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยวและมีการจัดประเภทชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ออกเป็น 4 ประเภท ได้ ประเภท A (ชุมชนท่องเที่ยวดาวเด่น) ประเภท B (ชุมชนท่องเที่ยวดาวรุ่ง) ประเภท C(ชุมชนโดดเด่นเฉพาะ) ประเภท D (ชุมชนสินค้า OTOP) โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จำนวน 3,680 หมู่บ้าน ทั่วประเทศไทย


โดยในปีงบประมาณ 2565 กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดดำเนินการโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในชื่อโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้


กิจกรรมแรก ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยว ลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ซึ่งมีรายละเอียดกิจกรรมย่อย 5 กิจกรรม ได้แก่


1.การพัฒนาศักยภาพการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE)


2.การค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ผลิตภัณฑ์เด่นและการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์


3.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE)


4.การยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว


5.ประเมินผลการดำเนินงานแบบเสริมพลัง (Empowerment Evaulation : EE)


กิจกรรมที่สอง ผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์แหล่งชุมชนท่องเที่ยว


กิจกรรมที่สาม จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยว


โครงการฯดังกล่าวมีกระบวนการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถี ในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านพัฒนาคน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มช่องทางการตลาด โดยกิจกรรมที่สามซึ่งเป็นกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น จึงเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความสำเร็จของการดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมนั่นเอง


กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้งานโอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประชาสัมพันธ์โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) และ


เพิ่มช่องทางการเข้าถึงชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศอีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดเชิงบูรณาการ โดยในปีนี้กรมการพัฒนาชุมชน คัดเลือกชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่ผ่านการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน


ท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ปี 2565 จำนวน 100 ชุมชน เช่น บ้านศรีดอนมูล จังหวัดลำปาง ที่มีความโดดเด่นเรื่องแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ,บ้านหนองบัวชุม จังหวัดกาฬสินธุ์ ชุมชนใกล้เขื่อนลำปาว มีกิจกกรมล่องแพ เมนูเด็ดปลาส้มที่ทำจากปลานิลสดๆจากเขื่อนลำปาว ,บ้านพุแค จังหวัดสระบุรี ชุมชนเมืองสมุนไพรใกล้กรุงเทพมหานคร และบ้านทุ่งหยีเพ็ง ชุมชนประมงบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่สามารถเที่ยวชมธนาคารปูได้อีกด้วย


งานโอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชนกำหนดดำเนินการ ระหว่างวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม – วันศุกร์ 2 กันยายน 2565 ระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยรูปแบบการจัดงานประกอบไปด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่


1. กิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านการพัฒนาตามกิจกรรมที่ 1.4 การยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว จำนวน 200 ผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยว 100 ชุมชน อีกมากมาย


2.กิจกรรมสาธิตโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) จาก 100 ชุมชน การทดลองทำลูกประคบ จังหวัดลำพูน ทำตุ๊กตาไทลื้อ ปิ้งข้าวแค้ป (ข้าวเกรียบ) จังหวัดพะเยา การระบายสีหัวโขนจากจังหวัดอ่างทอง และยาดมสมุนไพรจากไม้หอม จังหวัดปัตตานี เป็นต้น


3. กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เป็นการเชิญหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เช่น บริษัททัวร์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พาโกด้า วิว จังหวัดเชียงใหม่ ,บริษัท โค แวน เคสเซ่ล บางกอก ทัวร์ จำกัด กรุงเทพฯ ,รายการบันทึกท่องเที่ยว ,นิตยสารเที่ยวกันเถอะเรา รวมถึงนักวิชาการที่จะมาเสริมความด้านการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นต้น โดยกรมการพัฒนาชุมขนกำหนดจัดกิจกรรม 5 วันตลอด


การจัดงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีได้มีการจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว


4. กิจกรรมการประกวดคลิปวีดิโอ ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีภายใต้แนวคิด “ชุมชนนวัตวิถี มีดีเกินร้อย” เป็นกิจกรรมที่จุดประกายให้คนในชุมชนหันมาประชาสัมพันธ์ชุมชนของตนเองถ่ายทอดผ่านคลิปวีดิโอสั้นๆ 5 นาที อีกทั้งกรมฯ ยังมีการมอบเงินรางวัล จำนวน 3 รางวัล สำหรับผู้ชนะการประกวดคลิปในงานนี้อีกด้วย


5. กิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังเวลา 16.30 น. ทุกวันตลอดการงาน เช่น เต๋า ภูศิลป์ พั้นซ์ วรกานต์ ตรี ชัยณรงค์ เป็นต้น


6.กิจกรรมชิงโชค เมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบ 500 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นทองคำรูปพรรณ มูลค่า 20,000 บาท


7. กิจกรรมการแสดงศิลปะพื้นบ้านจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทย


ซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมคือการที่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีมีพลังในการขับเคลื่อนชุมชนของตนเอง มีทักษะความรู้ด้านการบริหารการท่องเที่ยว มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Decentralized Hands – On Program Exhibition : D – HOPE) จนเกิดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน และการประชาสัมพันธ์ชุมชนของตนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักในวงกว้างขึ้นอีก ด้วยตัวของคนในชุมชนเอง รวมทั้งการสร้างช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต่อไปหากสนใจติดตามชุมชน ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สามารถเข้าไปท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.OTOPTRAVEL.net


ขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมงานโอทอปนวัตวิถีดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน ระหว่างวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม – วันศุกร์ 2 กันยายน 2565 ระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 


https://www.innnews.co.th/news/news-general/news_400504/

 


 

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

พช.ปทุมธานี “ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการขจัดความยากจน ครั้งที่ 3/2565

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ณ ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มอบนายเอกวิทย์ มีเพียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปทุมธานี (ศจพ.จ.) ครั้งที่ 3/2565 โดยมีนายดรณ์ สมิตะเกษตริน ปลัดจังหวัดปทุมธานี ,นายคมสัน ญานวัฒนา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดปทุมธานี

นายพงษ์เทพ รุ่งเรือง พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี เลขานุการคณะทำงานขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปทุมธานี (ศจพ.จ.) ,นางสาวพัชราภรณ์ สิริวรเวชยางกูล สถิติจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าคณะทำงานติดตามและประเมินผล ,นางสาวกมลวรรณ อิ่มสุวรรณ แรงงานจังหวัดปทุมธานี ,นายสุทัศน์ คงแย้ม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี ,นางธนินท์พรรณ ภววัฒนานุสรณ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี และคณะทำงานขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปทุมธานีเข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อรับรองรายงานผลการดำเนินงารการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปทุมธานี ดังนี้

1.) ครัวเรือนเป้าหมายในระบบ TPMAP Logbook จำนวน 2,713 ครัวเรือน  2.) มีกิจกรรมให้ความช่วยเหลือแล้วทุกครัวเรือน 100 %  3.) การบรรลุเป้าหมายของโครงการ (อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน) เบื้องต้น  มีครัวเรือน “อยู่รอด” จำนวน 129 ครัวเรือน  มีครัวเรือน “พอเพียง” จำนวน 1,017 ครัวเรือน มีครัวเรือน “ยั่งยืน” จำนวน 1,439 ครัวเรือน


4.) การเตรียมความพร้อมในการรายงานผลการดำเนินงานต่อ คณะกรรมการอำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปทุมธานี (คจพ.จ.ปทุมธานี)


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220827074406708

พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ ระดมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565   ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายอดุลย์ ดีอ้อม พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬประธานการประชุมคณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ประมงจังหวัด หอการค้าจังหวัด ประธานเครือข่ายโอทอปจังหวัดบึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีรายย่อย ในจังหวัดบึงกาฬให้เข้มแข็งสร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายแก่สินค้าชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ในการนี้พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬได้มอบแนวทางการทำงานให้บูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในจังหวัด โดยมีสินค้าผลิตภัณฑ์เด่นที่คัดเลือกทั้ง 3 ด้านคือ ด้านการเกษตร จำนวน 5 กลุ่ม กลุ่มกล้วยหอมทอง หมู่ 10 ตำบลหนองหัวช้าง อ.พรเจริญ กลุ่มแปรรูปยางพาราศรีแก้ว หมู่ 101 ตำบลเหล่าทอง อ.โซ่พิสัย ด้านการแปรรูป 2กลุ่ม? คือกลุ่มทอผ้าแม่บ้านสามหนอง หมู่9 ต.โซ่พิสัย กลุ่มทอผ้าย้อมศรีธรรมชาติบ้านท่าเชียงเครือ หมู่ 2 ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา และด้านการท่องเที่ยวงมีชุมชนบ้านดงสว่าง? เป็นต้น


ข้อมูลข่าวและที่มา- https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826212006638


พช.พะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดอาหารเกษตรอินทรีย์

วันที่ 26 สิงหาคม 2565 นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมช่องทางการตลาดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ภายใต้ชื่องาน “ประชารัฐร่วมใจพัฒนาอาหารปลอดภัย สร้างรายได้สู่ชุมชน” ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยาจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ลานโปรโมชั่นห้างสรรพสินค้า ท็อปส์พลาซ่าพะเยา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้สูงขึ้นและสามารถพัฒนาต่อยอดโครงสร้างธุรกิจการเกษตรอินทรีย์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มเน้นเกษตรคุณภาพสูง โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยกลไกประชารัฐจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นางอาภัสรา ธงพิทักษ์ พัฒนาการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ทั้งในระดับนโยบาย และระดับพื้นที่ โดยดำเนินงานใน 3 กลุ่มงาน ได้แก่ การเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชนในรูปแบบประชารัฐ ภายใต้แนวคิดวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อให้ได้รับการพัฒนา และสร้างประสิทธิภาพตลอดต้นทาง กลางทาง ปลายทาง อีกทั้งแผนพัฒนาภาคเหนือ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับเป็นฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง โดยมีแนวทางการพัฒนาให้สนับสนุนการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์

ดังนั้น จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยาจึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู่ช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย รวมถึงเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน มีรายได้ลดลงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการผลิต การจ้างงาน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทั้งระบบ สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้าผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรและอาหารปลอดภัย นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย จังหวัดพะเยา รวมจำนวน 20 บูธ, การมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดพะเยา ที่มีผลงานเด่น (Best Practice) รางวัล “PRACHARAT PHAYAO AWARD 2022” ประจำปี 2565 , เวทีเสวนา “แนวทางการพัฒนาเครือข่ายอาหารปลอดภัย และอาหารปลอดภัยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ”, การเจรจาธุรกิจ (Business Matching ) ระหว่างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย ระหว่างบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพะเยา (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และผู้ประกอบการ 4 ร. (โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม และร้านอาหาร) การประกวดการจัดกระเช้าของฝากของที่ระลึกจากผลผลิตเกษตรอินทรีย์และสินค้าแปรรูปอาหารปลอดภัย จังหวัดพะเยา และการไลฟ์สด/ฝึกปฏิบัติขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย

ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826204537617


วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"พช.ยะลา" ขับเคลื่อน "โคก หนอง นา" บูรณาการสู่ "บวต."



วันจันทร์ที่ 22 ส.ค.2565 เวลา 13.30 -16.00 น. นายพีร ฤทธิ์เดช พัฒนาการจังหวัดยะลา มอบหมายให้ น.ส.รัตนา ไมสัน ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ดำเนินการขับเคลื่อน "โคก หนอง นา" โดยบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ และประชาชน ในพื้นที่ตามแผนปฎิบัติการ บวต. (บ้าน วัด ตำรวจ) โดยมี  พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เป็นประธานฯ  

เพลง: หนึ่งทัพพีแห่งศรัทธา หลักธรรมจากขุททกนิกาย อปทาน ภิกขทายิวรรค ภิกขทายกเถราปทาน

เพลง: หนึ่งทัพพีแห่งศรัทธา หลักธรรมจากขุททกนิกาย อปทาน ภิกขทายิวรรค ภิกขทายกเถราปทาน [เกริ่นนำ] หนึ่งทัพพีที่มอบให้ จากหัวใจที่ศรัทธา แม้เพี...