[Verse 1]
Do not abandon the path of good,
Hold on to virtue as you should.
When life is difficult and the road is long,
Keep your heart in the place where goodness belongs.
[Verse 2]
Let good words rise and fill the air,
Words of kindness, words of care.
A single word can heal a heart,
And help two distant souls to start again.
[Chorus]
Do not abandon yourself,
Do not turn away from good.
Let every word you speak
Bring kindness as it should.
Think before you speak,
Let mindfulness be your guide.
Release the words of goodness,
But let harmful words subside.
[Verse 3]
Gentle words can change the world,
Hateful words can leave a wound.
When anger rises in the heart,
Pause with wisdom before you start.
[Chorus]
Do not abandon yourself,
Do not turn away from good.
Let every word you speak
Bring kindness as it should.
Think before you speak,
Let mindfulness be your guide.
Release the words of goodness,
But let harmful words subside.
[Bridge]
Words can build a bridge,
Words can build a wall.
Choose the words that bring us close,
Choose the words that help us all.
[Final Chorus]
Do not abandon yourself,
Keep the Dharma in your heart.
Let wholesome words be freely shared,
And let harmful words depart.
May every word bring peace,
May every heart be free.
Through mindful speech and goodness,
May the world live peacefully.
The Kāma Sutta: Do Not Abandon Yourself, Let Good Speech Be Spoken
Kāma Sutta, Discourse No. 8
The Sutta Piṭaka, Saṃyutta Nikāya, Sagāthāvagga
The deity asked the Blessed One:
“What should a good person who seeks his own welfare not give away?
What should one not abandon?
What should be released when it is good and wholesome,
while what is harmful and unwholesome should not be released?”
The Blessed One answered:
“One should not give oneself away.
One should not abandon oneself.
Good speech should be expressed,
but evil and harmful speech should not be released.”
The teaching emphasizes two important principles: preserving oneself through wholesome conduct and using speech wisely.
The instruction not to give away or abandon oneself can be understood as a reminder not to neglect one's own moral and spiritual development. A person should not abandon the path of goodness merely because of difficulties, pressure, or worldly temptation.
The teaching on speech is equally important. Good and beneficial words should be spoken, because kind and constructive speech can encourage others, strengthen relationships, and reduce conflict.
On the other hand, harmful, cruel, abusive, or destructive words should not be released. Once spoken, words may cause wounds that are difficult to repair. In the modern digital age, this teaching is especially relevant because a single message or post can spread rapidly to thousands or even millions of people.
The Kāma Sutta therefore offers a practical principle for everyday life:
Do not abandon yourself.
Speak words that bring benefit.
Stop words that cause harm.
When people learn to preserve themselves through virtue and discipline their speech through mindfulness, communication can become a force for understanding, compassion, and peace.
เพลง: “อย่าสละตน อย่าปล่อยคำร้าย”
แนวเพลง: เพลงธรรมะร่วมสมัยเพื่อสันติภาพ
บทที่ 1
อย่าสละตนจากทางความดี
อย่าหนีจากธรรมเมื่อใจหวั่นไหว
แม้โลกจะหนัก แม้ทางยาวไกล
จงรักษาหัวใจ ให้มั่นในความดี
บทที่ 2
ถ้อยคำที่ดี จงพูดออกไป
เป็นกำลังใจให้คนทุกคน
คำหนึ่งคำ อาจเปลี่ยนใจคน
จากความทุกข์หมองหม่น สู่ความเข้าใจ
ท่อนฮุก
อย่าสละตน อย่าทิ้งความดี
จงรักษาชีวีด้วยธรรมในใจ
วาจาที่ดี จงพูดออกไป
แต่วาจาร้ายร้าย อย่าปล่อยให้ใครต้องเจ็บ
ก่อนพูดจงคิด ก่อนคิดจงมีสติ
ถ้อยคำที่ดีสร้างไมตรีไม่สิ้นสุด
หยุดคำทำร้าย หยุดคำที่ทำให้สะดุด
ให้ทุกคำที่พูด เป็นสะพานแห่งสันติ
บทที่ 3
คำพูดอ่อนโยน เปลี่ยนโลกได้
คำพูดทำร้าย อาจสร้างน้ำตา
เมื่อความโกรธเข้ามาบังดวงตา
จงหยุดวาจา แล้วกลับมาดูใจ
ท่อนฮุก
อย่าสละตน อย่าทิ้งความดี
จงรักษาชีวีด้วยธรรมในใจ
วาจาที่ดี จงพูดออกไป
แต่วาจาร้ายร้าย อย่าปล่อยให้ใครต้องเจ็บ
บทจบ
รักษาตน รักษาคำ
รักษาธรรมไว้ในหัวใจ
พูดสิ่งดีเพื่อสร้างความเข้าใจ
ให้โลกสดใส ด้วยวาจาแห่งธรรม
กามสูตรชี้หลักดำเนินชีวิต “อย่าสละตน” แต่ควรปล่อยวาจาดี พร้อมละวาจาลามก สร้างสังคมด้วยคำพูดที่มีคุณธรรม
หลักธรรมจากกามสูตรที่ ๘ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นำเสนอหลักคิดเกี่ยวกับการรักษาตนเองและการใช้วาจา โดยพระผู้มีพระภาคทรงตอบคำถามของเทวดาเกี่ยวกับสิ่งที่บุคคลผู้ปรารถนาประโยชน์ไม่ควรให้ ไม่ควรสละ และสิ่งใดควรปล่อยหรือไม่ควรปล่อย
ในพระสูตร เทวดาทูลถามว่า “กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ไม่ควรให้สิ่งอะไร คนไม่ควรสละอะไร อะไรหนอที่เป็นส่วนดีงามควรปล่อย แต่ที่เป็นส่วนลามกไม่ควรปล่อย”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน ไม่พึงสละซึ่งตน วาจาที่ดีควรปล่อย แต่วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย”
หลักธรรมดังกล่าวสามารถพิจารณาได้ในมิติของการ รักษาตนและรักษาวาจา โดยคำว่า “ไม่พึงให้ซึ่งตน ไม่พึงสละซึ่งตน” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการไม่ทอดทิ้งตนเอง ไม่ทำลายคุณค่าของชีวิต และไม่ยอมให้ตนตกไปอยู่ในทางที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน
การรักษาตนในทางธรรมจึงมิได้หมายถึงการยึดมั่นในตัวตน แต่หมายถึงการไม่ละทิ้งหน้าที่ในการฝึกฝนตนเอง รักษาความประพฤติ และพัฒนาจิตใจให้ดำเนินไปในทางที่เป็นประโยชน์
ขณะที่ประเด็นเรื่อง “วาจาที่ดีควรปล่อย แต่วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย” เป็นหลักธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะคำพูดสามารถสร้างทั้งมิตรภาพและความขัดแย้งได้
“วาจาที่ดี” สามารถหมายถึงคำพูดที่เป็นประโยชน์ สุภาพ จริงใจ และเกื้อกูลต่อผู้อื่น เมื่อมีโอกาสกล่าวถ้อยคำเช่นนี้จึงควรกล่าวออกไป ไม่ควรเก็บความดีไว้เพียงในใจ เพราะคำพูดที่ดีสามารถสร้างกำลังใจ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ในทางตรงกันข้าม “วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย” สามารถตีความในเชิงหลักปฏิบัติว่า คำพูดที่ชั่วร้าย หยาบคาย ทำร้ายผู้อื่น หรือก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ควรถูกปล่อยออกจากปาก เพราะเมื่อถ้อยคำถูกพูดออกไปแล้วอาจสร้างบาดแผลทางใจและขยายความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น
หลักธรรมจากกามสูตรจึงสามารถนำมาประยุกต์กับสังคมยุคดิจิทัลได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในยุคที่การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทำให้คำพูดสามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนโพสต์ ก่อนแชร์ หรือก่อนพูด จึงควรถามตนเองว่า ถ้อยคำนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ เป็นความจริงหรือไม่ และจะสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือไม่ หากเป็นวาจาที่ดี ก็ควรกล่าวด้วยสติ แต่หากเป็นถ้อยคำที่เกิดจากความโกรธ ความเกลียดชัง หรือมุ่งทำร้ายผู้อื่น ก็ควรหยุดและไม่ปล่อยให้ถ้อยคำนั้นออกไป
สาระสำคัญของกามสูตรจึงอยู่ที่การ “รักษาตนด้วยธรรม และรักษาวาจาด้วยสติ” เพราะการดูแลตนเองไม่ใช่เพียงการรักษาชีวิต แต่รวมถึงการรักษาความคิด การกระทำ และคำพูดให้เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์
เมื่อแต่ละคนรู้จักไม่ทอดทิ้งตนเอง และรู้จักปล่อยวาจาที่ดีออกไป พร้อมหยุดวาจาที่เป็นโทษ สังคมย่อมมีโอกาสลดความขัดแย้ง เพิ่มความเข้าใจ และสร้างบรรยากาศแห่งความเมตตาและสันติภาพได้มากขึ้น
กามสูตรจึงฝากข้อคิดสำคัญว่า “อย่าสละตนจากความดี และอย่าปล่อยวาจาที่เป็นโทษ แต่จงปล่อยวาจาที่ดีให้เป็นประโยชน์แก่โลก”
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
กามสูตรที่ ๘ [๒๑๓] เทวดาทูลถามว่า กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ไม่ควรให้สิ่งอะไร คนไม่ควรสละ อะไร อะไรหนอที่เป็นส่วนดีงามควรปล่อย แต่ที่เป็นส่วน ลามกไม่ควรปล่อย ฯ [๒๑๔] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตน ไม่พึงสละซึ่งตน วาจาที่ดีควรปล่อย แต่วาจาที่ลามกไม่ควรปล่อย