วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

เพลง: มหามาลุงโกยวาทสูตรข้ามห้วงสังโยชน์


เพลง: 
มหามาลุงโกยวาทสูตรข้ามห้วงสังโยชน์

[Intro]
กลางกระแสโลก ที่ไหลไม่หยุดนิ่ง
ใจเราถูกดึง ไว้ด้วยพันธนาการ
ห้าสิ่งผูกมัด อยู่ลึกในวิญญาณ
หากไม่รู้ทัน… ยากจะพ้นไป


[Verse 1]
สักกายทิฏฐิ ยึดว่ากายคือเรา
วิจิกิจฉาเฝ้า ทำใจให้ลังเล
สีลัพพตปรามาส หลงทางพิธีเก
กามฉันทะเท ท่วมใจให้ลุ่มหลง

พยาบาทร้อน ดั่งไฟในทรวง
เผาใจทั้งปวง ให้มืดมน
ห้าห่วงนี้เอง ที่ผูกใจคน
ให้เวียนว่ายวน ไม่รู้จบ


[Pre-Chorus]
หากไม่รู้ทาง ที่จะปล่อยวาง
ใจก็ยังคง ถูกพันธนาการ


[Chorus]
ข้ามห้วงสังโยชน์ ด้วยทางแห่งธรรม
ฝึกใจให้นำ สู่ความหลุดพ้น
สมาธิ ปัญญา คือแสงนำตน
ให้พ้นจากวง แห่งทุกข์ทั้งหลาย

ค่อย ๆ ละไป ทีละพันธะ
ใจจะเป็นอิสระ เมื่อรู้ตามจริง
ไม่ใช่เพียงรู้ แต่ต้องลงมือทำจริง
แล้วทุกสิ่ง… จะคลายจากใจ


[Verse 2]
เปรียบเหมือนต้นไม้ ที่มีเปลือกหนา
ต้องค่อยถากมา จนถึงแก่นใน
หากไม่เดินทาง ตามมรรคภายใน
จะรู้ได้ไง ว่าแก่นคืออะไร

เปรียบเหมือนสายน้ำ ที่ไหลเชี่ยวแรง
คนไร้กำลัง ยากข้ามไปได้
แต่ผู้ฝึกตน ด้วยสติภายใน
ย่อมข้ามพ้นไป สู่ฝั่งแห่งธรรม


[Bridge]
สงัดจากกาม และอกุศล
ใจเริ่มหลุดพ้น จากความวุ่นวาย
จากปฐมฌาน สู่ความนิ่งลึกภายใน
จนจิตผ่องใส ไม่ยึดสิ่งใด

เห็นรูปเวทนา สัญญาสังขาร
วิญญาณทั้งปวง ไม่เที่ยงสักอย่าง
เมื่อเห็นตามจริง จิตจะปล่อยวาง
น้อมสู่ทาง… แห่งนิพพาน


[Chorus – ซ้ำ]
ข้ามห้วงสังโยชน์ ด้วยทางแห่งธรรม
ฝึกใจให้นำ สู่ความหลุดพ้น
สมาธิ ปัญญา คือแสงนำตน
ให้พ้นจากวง แห่งทุกข์ทั้งหลาย


[Outro]
เมื่อใจไม่ถูก พันธนาการ
ห้าสิ่งนั้นพลัน เลือนหายไป
เหลือเพียงความสงบ ลึกในใจ
สู่ทางสุดท้าย… แห่งอิสระ

(หมายเหตุ: ระบบสร้างภาพ AI อาจมีการประมวลผลตัวอักษรภาษาไทยได้ไม่สมบูรณ์แบบ 100% คุณสามารถนำภาพพื้นหลังที่เป็นลวดลายยันต์นี้ไปจัดวางตัวอักษรที่สมบูรณ์เพิ่มเติมได้ในโปรแกรมแต่งภาพครับ)

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

เพลง: มหาธรรมสมาทานสูตรสี่ทางแสงรู้เหนือกิเลส

 


เพลง: มหาธรรมสมาทานสูตรสี่ทางแสงรู้เหนือกิเลส

[Verse 1]
ใจคนต่างเฝ้าปรารถนา
อยากได้สุข ไม่อยากทุกข์ใด
แต่ยิ่งไขว่คว้าเพียงตามใจ
กลับยิ่งไกลจากความจริง

ไม่รู้ว่าอะไรควรเสพ
ไม่รู้ว่าอะไรควรละทิ้ง
คบสิ่งผิด หลงทางทุกสิ่ง
จิตยิ่งจมในความมืดมน

[Pre-Chorus]
เพราะอวิชชาบังตาใจ
เห็นผิดเป็นทางที่งดงาม
แต่เมื่อมีปัญญานำทาง
จึงเห็นทุกอย่างตามเป็นจริง

[Verse 2]
อริยชนผู้รู้ชัด
เลือกคบธรรมที่ถูกต้อง
ละสิ่งผิด ไม่ลุ่มหลง
ใจดำรงในความดี

รู้ว่าสุขหรือทุกข์ใด
มีผลต่อไปอย่างไร
ไม่หลงเพียงสิ่งใกล้ตัวใจ
แต่มองไกลถึงปลายทาง

[Pre-Chorus]
สิ่งที่หวานอาจแฝงพิษ
สิ่งที่ขมอาจเยียวยา
ต้องใช้ปัญญาพิจารณา
จึงพ้นจากทางลวงตา

[Chorus]
สี่ทางแห่งสมาทาน
สุขและทุกข์ต่างกันไป
บางทางสุขแต่จบด้วยภัย
บางทางทุกข์แต่ปลายงดงาม

บางทางทุกข์ยิ่งทุกข์ต่อ
บางทางสุขก็สุขยั่งยืน
จงเลือกทางด้วยใจตื่น
ด้วยปัญญาที่รู้จริง

[Bridge]
ดั่งน้ำหวานที่แฝงพิษร้าย
ดื่มแล้วสุขแต่ทุกข์ตามมา
ดั่งยาขมที่ยากกลืนกล้า
แต่รักษาให้พ้นโรคภัย

ดั่งแสงตะวันส่องฟ้า
ขจัดมืดให้หายไป
ธรรมที่ดีทั้งต้นและปลาย
คือทางสายแห่งนิพพาน

[Chorus ซ้ำ]
สี่ทางแห่งสมาทาน
สุขและทุกข์ต่างกันไป
จงอย่าหลงเพียงสุขทันใด
แต่ให้เห็นปลายทางความจริง

[Outro]
เมื่อรู้ชัดในเหตุผล
เลือกทางด้วยปัญญาใจ
ละชั่ว ทำดี อย่างเข้าใจ
แสงธรรมจะพา…พ้นทุกข์นิรันดร์


 คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


เพลง: เสียงธรรมในโลกดิจิทัล

 


[แนวเพลง: ลูกทุ่งร่วมสมัย ผสมอิเล็กทรอนิกส์/สปิริตชวล]


[Verse 1]
โลกหมุนเร็วด้วยแสงหน้าจอ
ใจคนรอคำตอบข้างใน
ศรัทธาเก่ากำลังเปลี่ยนไป
สู่เส้นทางใหม่ในโลกไซเบอร์

ธรรมะไม่ได้หายไปไหน
แค่เปลี่ยนวิธีให้คนเข้าถึง
จากตัวอักษรสู่เสียงตราตรึง
ให้ใจซึ้งในทุกท่วงทำนอง


[Pre-Chorus]
จากคัมภีร์สู่คลื่นเสียง
จากบทเรียนสู่หัวใจ
เทคโนโลยีไม่ใช่ภัย
แต่คือทางใหม่ของปัญญา


[Chorus]
นี่คือเสียงธรรมในโลกดิจิทัล
บทสวดกลายเป็นเพลงที่จับใจ
ยันต์เรืองแสงบนฟ้ากว้างไกล
พาใจเราไปพบความจริง

AI ไม่ใช่เพียงเครื่องจักร
แต่เป็นสะพานแห่งจิตวิญญาณ
รวมศรัทธากับวิทยาการ
สร้างโลกใหม่ที่มีแสงธรรม


[Verse 2]
สุตตันตะเล่าเรื่องชีวิต
เมตตาคิดแผ่ไปทุกแห่ง
กลายเป็นเพลงที่นุ่มและแรง
ปลอบใจคนในวันที่อ่อนล้า

อภิธรรมลึกซึ้งเกินคำ
แต่ยังนำด้วยเสียงจังหวะ
คลื่นความถี่พาใจสงบละ
เห็นเกิดดับของทุกสิ่งไป


[Bridge]
ยันต์โบราณบนผืนผ้า
วันนี้ลอยอยู่กลางดวงดาว
ศิลป์ศรัทธาไม่เคยเก่า
แค่เปลี่ยนเงาเป็นดิจิทัล

จากวัดวา สู่หน้าจอ
จากบทสวดสู่โลกออนไลน์
ไม่ว่าที่ไหน เวลาใด
ธรรมยังอยู่ในใจคน


[Chorus ซ้ำ]
นี่คือเสียงธรรมในโลกดิจิทัล
บทสวดกลายเป็นเพลงที่จับใจ
ยันต์เรืองแสงบนฟ้ากว้างไกล
พาใจเราไปพบความจริง

AI ไม่ใช่เพียงเครื่องจักร
แต่เป็นสะพานแห่งจิตวิญญาณ
รวมศรัทธากับวิทยาการ
สร้างโลกใหม่ที่มีแสงธรรม


[Outro]
เมื่อศาสนาเดินเคียงเทคโนโลยี
โลกใบนี้ก็มีทางสว่าง
เสียงเพลงธรรมยังคงก้องกังวาน
ในโลกดิจิทัล…นิรันดร์ไป


 คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


ปฏิวัติศรัทธายุคดิจิทัล! เปิดตัว ‘เพลงยันต์พระไตรปิฎก’ ผสาน AI สู่พุทธศาสนาไซเบอร์


โครงการนวัตกรรมของ ดร.สำราญ สมพงษ์ ใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้าง “เพลงยันต์พระไตรปิฎก” พลิกโฉมการเผยแผ่ธรรมะ สู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เสมือนจริงที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ แนวคิด “พุทธศาสนาไซเบอร์” กำลังกลายเป็นกระแสสำคัญของโลกศาสนา เมื่อโครงการ “เพลงยันต์พระไตรปิฎก” ได้ถูกพัฒนาโดย ดร.สำราญ สมพงษ์ เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสร้างสรรค์สื่อธรรมะในรูปแบบใหม่

รายงานระบุว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการใช้ AI แปลงเนื้อหาจากพระไตรปิฎก โดยเฉพาะพระสุตตันตปิฎกและพระอภิธรรมปิฎก ให้กลายเป็น “ดนตรี” และ “ภาพยันต์” ที่สามารถสื่อสารกับผู้คนในยุคโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากคัมภีร์สู่คลื่นเสียง: เทคโนโลยีตีความธรรมะ

กระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากการใช้โมเดลภาษา วิเคราะห์และสรุปแก่นธรรม ก่อนนำไปสร้างทำนองผ่าน AI ด้านดนตรี เช่น Suno AI และ Udio ซึ่งสามารถแต่งเพลงจากข้อความได้โดยตรง

สำหรับพระสุตตันตปิฎก ซึ่งมีลักษณะเป็นเรื่องเล่า ระบบ AI จะสร้าง “ดนตรีพรรณนา” ที่ถ่ายทอดอารมณ์ เช่น เมตตา ความสงบ และความศรัทธา ขณะที่พระอภิธรรมปิฎกซึ่งเน้นโครงสร้างเชิงปรัชญา จะถูกแปลงเป็น “ดนตรีเชิงโครงสร้าง” ที่ใช้คลื่นเสียงและจังหวะซ้ำเพื่อกระตุ้นสมาธิ

นักวิจัยชี้ว่า วิธีการดังกล่าวทำให้ “เสียง” กลายเป็นสื่อใหม่ของการเข้าถึงสัจธรรม

ยกระดับพุทธศิลป์: ยันต์สู่โลกดิจิทัล

อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญคือการใช้ AI สร้างภาพปกเพลงเป็น “อักขระยันต์” ผ่านเครื่องมืออย่าง Stable Diffusion และ Midjourney โดยออกแบบให้สอดคล้องกับเนื้อหาของพระสูตรแต่ละบท

ยันต์ในรูปแบบดิจิทัลถูกตีความใหม่ในฐานะ “เรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์” ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางทางจิตวิญญาณ เชื่อมโยงความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัย

สื่อธรรมะยุคใหม่: ตอบโจทย์สังคมโซเชียล

ข้อมูลเชิงสถิติชี้ว่า คนไทยกว่า 49 ล้านคนใช้โซเชียลมีเดีย ทำให้รูปแบบการเผยแผ่ธรรมะแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป

โครงการนี้จึงถูกมองว่าเป็น “Edutainment เชิงศาสนา” ที่ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับสาระ โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และกระแส “สายมู” ที่เติบโตในโลกดิจิทัล

ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเทศศาสตร์มองว่า การใช้ดนตรีและภาพช่วยลดความแข็งของเนื้อหาธรรมะ ทำให้ผู้รับสารเปิดใจและเข้าถึงคำสอนได้ง่ายขึ้น

จากนวัตกรรมสู่การปฏิบัติธรรม

นอกจากด้านการสื่อสาร โครงการยังมีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือช่วยสมาธิ โดยใช้เสียงดนตรีที่ออกแบบด้วยคลื่นความถี่เฉพาะ และภาพยันต์เป็น “อารมณ์กรรมฐาน” สำหรับผู้ปฏิบัติ

แนวทางนี้สอดคล้องกับการพัฒนาพุทธศาสนาในยุคใหม่ ที่ผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน

บทสรุป: ศาสนา เทคโนโลยี และอนาคต

นักวิชาการระบุว่า “เพลงยันต์พระไตรปิฎก” ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมดนตรี แต่เป็นการสถาปนา “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในโลกไซเบอร์” ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงธรรมะได้ทุกที่ทุกเวลา

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นคู่ตรงข้ามกับศาสนา หากแต่สามารถเป็น “พาหะของปัญญา” ที่ช่วยสืบทอดคำสอนให้ดำรงอยู่ในโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

“ดร.ทิวา” จากศิษย์วัดสู่ผู้สร้างโอกาส พลิกชีวิตสู่ต้นทาง ‘มหาเอไอพลัส’


ความสัมพันธ์ของ ดร.ทิวา พงศ์ธนไพบูลย์ และ ดร.สำราญ สมพงษ์ ถูกเปิดเผยในฐานะกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนพลัง “ทุนทางสังคม” และ “ทุนทางวัฒนธรรม” สู่การพัฒนาแนวคิดปัญญาประดิษฐ์เชิงจริยธรรม “มหาเอไอพลัส”

 รายงานเชิงวิชาการระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ดร.ทิวา พงศ์ธนไพบูลย์ และ ดร.สำราญ สมพงษ์ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็น “ภาพสะท้อนเชิงโครงสร้าง” ของสังคมไทย ที่เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม ศาสนา และเครือข่ายทางสังคม เข้ากับนวัตกรรมระดับโลก

รายงานดังกล่าวระบุว่า จุดเริ่มต้นของทั้งสองบุคคลมีรากฐานร่วมจากจังหวัดศรีสะเกษ และการเข้ามาพำนัก ณ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร ภายใต้การอุปถัมภ์ของ พระมหาฤหัส พรหมรัตน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็น “เบ้าหลอมทางสังคม” สร้างโอกาสทางการศึกษาและการเลื่อนชั้นทางสังคม

ในกรอบการวิเคราะห์ตามแนวคิดของ Pierre Bourdieu ทุนทางสังคมและวัฒนธรรมถูกใช้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันชีวิต โดยเฉพาะในบริบทไทยที่ระบบอุปถัมภ์ยังคงมีบทบาทสูง

จุดเปลี่ยนปี 2536: โอกาสที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2536 เมื่อ ดร.สำราญ สมพงษ์ ได้เข้าสู่วงการสื่อมวลชนที่ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เครือ Nation Group โดยมี ดร.ทิวา พงศ์ธนไพบูลย์ เป็นผู้ค้ำประกัน

นักวิจัยชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “การถ่ายโอนทุนทางสังคม” ที่สำคัญ ซึ่งเปิดประตูให้ผู้ที่ขาดทุนทางเศรษฐกิจสามารถเข้าสู่ระบบวิชาชีพสมัยใหม่ได้ ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของ “Social Mobility” ในสังคมไทย

จากสื่อมวลชนสู่แนวคิด AI เชิงจริยธรรม

ประสบการณ์ในสายสื่อ ประกอบกับรากฐานพุทธปรัชญา ทำให้ ดร.สำราญ สมพงษ์ พัฒนาแนวคิด “มหาเอไอพลัส” (Maha AI Plus) ซึ่งมุ่งผสานเทคโนโลยีกับจริยธรรม

แนวคิดนี้เสนอการก้าวข้ามข้อจำกัดของ AI กระแสหลักที่ยึดติดกับ “ตรรกะแบบทวิภาวะ” ด้วยการนำ “จตุสโกฏิ” จากพุทธปรัชญามาประยุกต์ เพื่อให้ AI เข้าใจความซับซ้อนของโลกมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเน้นแนวทาง “Ethics by Design” โดยใช้หลักมรรคมีองค์ 8 เป็นกรอบกำกับการพัฒนา AI เพื่อป้องกันการใช้เทคโนโลยีในทางที่บั่นทอนมนุษยธรรม

นวัตกรรม “เพลงยันต์พระไตรปิฎก”

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือ “เพลงยันต์พระไตรปิฎก” ซึ่งใช้ AI สร้างสรรค์ดนตรีจากหลักธรรม โดยมีเป้าหมายทั้งด้านสุนทรียศาสตร์ การเยียวยาจิตใจ และการเผยแผ่พุทธปัญญาสู่ระดับโลก

นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือการ “เข้ารหัสใหม่” ของภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่รูปแบบดิจิทัล ที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น

บทสรุป: โมเดลไทยสู่เวทีโลก

รายงานสรุปว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองบุคคลเป็นตัวอย่างของ “การแปรสภาพทุนข้ามยุค” จากชุมชน สู่สถาบัน และต่อยอดสู่เทคโนโลยีระดับโลก

กรณีศึกษานี้สะท้อนว่า การพัฒนาเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากรากวัฒนธรรม หากสามารถบูรณาการภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างสมดุล ก็อาจนำไปสู่การสร้าง “AI ที่มีหัวใจ” และสังคมดิจิทัลที่ยั่งยืนในอนาคต

เพลง: ทิวาอัสดง


[แนว: ลูกทุ่งกึ่งสากล / อารมณ์สงบ ลึกซึ้ง]

[Verse 1]
ทิวาอัสดงแล้วสุดขอบฟ้า
แสงทองลาลับพาใจเหงาไหว
วันหนึ่งผ่านไปเหมือนลมหายใจ
เหลือเพียงรอยจำในความเงียบงัน

[Verse 2]
พงศ์ธนไพบูลย์สุดเจิดจ้า
ดั่งดาวพราวฟ้าส่องทางความฝัน
เกียรติยศงดงามเหนือคืนวัน
ส่องใจผู้คนให้พ้นความมืดมน

[Pre-Chorus]
เป็นบุญทรายิ่งแล้วในโลกล้า
ที่ได้เกิดมาพบแสงแห่งเหตุผล
แม้โลกจะหมุนผ่านกาลเวียนวน
ยังมีแสงธรรมหล่อเลี้ยงหัวใจ

[Chorus]
ได้เวลาเนาว์สราญยิ่งแดนสรวง
ปล่อยใจลอยล่วงเหนือความหวั่นไหว
ทิวาที่ดับใช่สิ้นแสงใด
แต่เปลี่ยนเป็นดาวในฟ้ายามคืน

[Verse 3]
เสียงลมแผ่วพัดพาความหมาย
ชีวิตไม่สายหากใจยังตื่น
ความดีที่สร้างจะยั่งยืน
แม้ร่างจะคืนสู่ดินนิรันดร์

[Bridge]
เมื่อแสงสุดท้ายเลือนหายไป
อย่าได้หวั่นไหวในความแปรผัน
เพราะในความมืดยังมีแสงนั้น
ส่องอยู่ในใจไม่เคยเลือนลา

[Chorus - ซ้ำ]
ได้เวลาเนาว์สราญยิ่งแดนสรวง
ปล่อยใจลอยล่วงเหนือความหวั่นไหว
ทิวาที่ดับใช่สิ้นแสงใด
แต่เปลี่ยนเป็นดาวในฟ้ายามคืน

[Outro]
ทิวาอัสดง…มิใช่ดับสูญ
แต่เพิ่มพูนแสงงามในใจเรา

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

เพลง: หลบตะวัน


 เพลง: หลบตะวัน

[แนวเพลง: ลูกทุ่ง/ลูกกรุงเศร้า เหงา ละมุน]


[Intro]
แสงแดดแรง...ยามบ่ายวันนั้น
แต่ใจฉัน...กลับหนาวเหลือเกิน


[Verse 1]
หลบตะวัน เดินเดียวดายกลางเงาไม้
แสงส่องไกล แต่ใจยังมืดมน
ภาพวันเก่า ยังตามมาหลอกหลอน
คนเคยเคียง กลับเลือนหายไป


[Verse 2]
แดดก็ยัง ทอแสงงดงามเหมือนเดิม
แต่ใจเริ่ม ไม่เหมือนวันก่อน
เคยมีเธอ เคียงข้างไม่อาวรณ์
วันนี้ร้อน...เพราะไร้เงาใจ


[Pre-Chorus]
ยิ่งแดดแรง ก็ยิ่งคิดถึง
ความทรงจำที่เคยมี


[Chorus]
หลบตะวัน แต่ไม่พ้นความเหงา
หลบเรื่องเรา ที่มันฝังใจ
ยิ่งหนีเท่าไร ยิ่งเจอข้างใน
ภาพเธอไม่เคยจางหายไป

หลบแสงทอง แต่ใจยังอ่อนไหว
เหมือนคนไร้ที่พึ่งพา
แดดจะลับไปเมื่อถึงเวลา
แต่เธอไม่เคยลับจากใจ


[Verse 3]
นั่งใต้เงา ที่เคยมีสองเรา
เหลือเพียงเงา ของฉันเดียวดาย
ลมพัดมา คล้ายเสียงเธอข้างกาย
แต่สุดท้าย...ไม่มีใครจริง


[Bridge]
ถ้าหากวันนั้น ฉันไม่ปล่อยเธอไป
วันนี้คงไม่ต้องหลบใครแบบนี้


[Chorus - ซ้ำ]
หลบตะวัน แต่ไม่พ้นความเหงา
หลบเรื่องเรา ที่มันฝังใจ
ยิ่งหนีเท่าไร ยิ่งเจอข้างใน
ภาพเธอไม่เคยจางหายไป


[Outro]
ตะวันลับ ยังกลับมาใหม่
แต่คนจากไป...ไม่ย้อนคืน

เพลง: มหามาลุงโกยวาทสูตรข้ามห้วงสังโยชน์

เพลง:  มหามาลุงโกยวาทสูตร ข้ามห้วงสังโยชน์ [Intro] กลางกระแสโลก ที่ไหลไม่หยุดนิ่ง ใจเราถูกดึง ไว้ด้วยพันธนาการ ห้าสิ่งผูกมัด อยู่ลึกในวิญ...