วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

"ผอ.สันติศึกษาป.โท มจร" ถอดบทเรียนวัดปากน้ำมิชิแกน จากโบสถ์คริสต์สู่วัดไทยในสหรัฐอเมริกา

 


วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. โค้ชสันติ ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ถอดบทเรียนและเยี่ยมชม Buddhist Meditation Center Wat Paknam Michigan รัฐมิชิแกน โดยท่านอาจารย์เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล วิมโล ป.ธ.๙) เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน ซึ่งท่านเจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศได้ซื้อโบสถ์คริสต์ ปรับพื้นที่ภายในเป็นอุโบสถพร้อมทั้งผูกพัทธสีมา แล้วสามารถปรับพื้นที่เป็นสถานปฏิบัติกรรมฐานของชาวไทยและอเมริกา ซึ่งมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องด้านการพัฒนาสติสมาธิแบบเชิงรุกและเชิงรับ  ถือว่าเดินตามแนวทางนโยบายของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนของพระพุทธเจ้าซึ่งถอดบทเรียนไว้โดยหลวงพ่อพระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. ภายใต้ คำว่า ตกปลานอกบ้าน ประสานสิบทิศ  ผูกมิตรทั่วหล้า  บริหารจิตเจริญปัญญา  สาลิกาป้อนเหยื่อ  อันประกอบด้วย  

๑) #ตกปลานอกบ้าน

เป็นการจาริกออกไปสอนธรรมนอกวัด ออกไปนอกประเทศเพื่อดึงคนเข้าหาพระพุทธศาสนา และการใช้สื่อต่างๆส่งธรรมออกไปถึงคนทั่วโลก โดยใช้ AI มาบูรณาการสอนธรรมะซึ่ง AI สามารถจดจำความต้องการของผู้คนได้ เป็นการวิเคราะห์ผู้ฟัง เพื่อการสื่อสารธรรมะให้ตรงประเด็นตามความต้องการ  

๒) #ประสานสิบทิศ 

เป็นการรวบรวมคนดีมีฝีมือนอกวัดมาช่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่จัดขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด เพราะสุดยอดของคนเก่งคือการใช้งานคนเก่งบริหารคนเก่งมาช่วยงาน จึงต้องเป็นนักประสานสิบทิศ 

๓) #ผูกมิตรทั่วหล้า 

เป็นการยื่นไมตรีจิตมิตรภาพให้กับคนทุกคน แม้กระทั่งเพื่อนร่วมโลกที่นับถือศาสนาอื่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ผ่านการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านการรู้เขารู้เขา เพราะโลกเป็นสังคมความพหุวัฒนธรรม จะต้องหากิจกรรมทำร่วมกันที่ไม่ใช่เรื่องศาสนา เช่น ขจัดความยากจน ยิ่งเราไปอยู่ในสังคมที่มีเสียงข้างน้อยจะต้องเน้นเรื่องโลกัตถจริยา เป็นการสงเคราะห์ชาวโลก ออกไปช่วยเหลือชาวโลก

๔) #บริหารปัญญา 

เป็นการศึกษาหาความรู้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการสร้างเครือข่ายแห่งปัญญาเพื่อใช้เป็นที่ปรึกษาและแหล่งอ้างอิง ซึ่งเราไม่ได้เก่งทุกเรื่อง "ทำเองก็ได้ จัดการให้คนอื่นก็ได้" อะไรที่เราไม่เชี่ยวชาญจะต้องใช้ปัญญาของคนอื่นมาช่วยเรียกว่า "ใช้ปัญญาผู้เชี่ยวชาญ" แต่เราต้องเตรียมปัญญาตนเอง โดยวิธีการบริหารปัญญา ๒ ประการ ประกอบด้วย ๑)เตรียมหาปัญญาใส่ตัวเอาไว้ใช้ในภายหน้า เป็นการหาความรู้ที่ถูกต้องเอาไว้ใช้งาน  ๒)เตรียมอาศัยปัญญาของคนอื่นในยามอับจน ซึ่งการใช้ล่ามไม่ต้องอาย เรื่องนี้จะปรึกษาใคร ถ้าจะฝึกอบรมจะเชิญท่านใดมาเป็นวิทยากรซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ 

๕) #สาลิกาป้อนเหยื่อ 

การไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยลีลาการสอนธรรมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย จะต้องวิเคราะห์ผู้ฟังเขาต้องการแนวทางคำสอนพระพุทธศาสนาแบบใด ซึ่งมี ๓ ประการ ประกอบด้วย ๑)คันถะธุระสอนแบบวิชาการมีงานวิจัยอ้างอิงสอนจากพระไตรปิฎก  ๒)วิปัสสนาธุระสอนแบบฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในรูปแบบต่างๆ  ๓)สังคหธุระสอนแบบการช่วยเหลือชุมชนสังคมผ่านงานจิตอาสาเป็นกิจกรรม  โดยสอนตามความเหมาะสม 

โดยพระสารีบุตรมีปัญญามากย่อมแสดงธรรมโดยย่อก็ได้ แสดงโดยพิสดารก็ได้ ตามสติปัญญาของผู้เรียน เสียงของพระสารีบุตรไพเราะกังวานเหมือนเสียงนกสาลิกา โดยลีลาสาลิกาป้อนเหยื่อ มุ่ง ๑)ผู้ฟังคือจุดเด่นเป็นศูนย์กลาง ๒)ยึดแนวทางพุทธเทศนา ๓)แทรกนิทานสาธกยกภาษิต ๔)แถมวิจิตรอลังการด้านภาษา ๕)อ้างคำคมปวงปราชญ์ศาสดา 

โดยมุมส่วนตัววิเคราะห์และมองว่าการเผยแผ่ธรรมในต่างแดนยิ่งดินแดนที่มีความหลากหลายจะต้องมีฐานของขันติธรรมทางศาสนาโดยมีองค์ประกอบของขันติธรรมทางศาสนาประกอบด้วย ๑)การอนุญาต (Permission) ๒)การอยู่ร่วม (Coexistence) ๓)การเคารพ (Respect)  และ ๔)การยอมรับ (Appreciation/Acceptance)” ในความแตกต่างหลากหลาก แม้แตกต่างกันจะต้องมีฐานแห่งการเคารพกัน สันติภาพจึงเป็นฐานสำคัญในการทำงานในต่างแดนที่มีเสรีภาพ 


บึงกาฬเตรียมเสนอ “บึงโขงหลงและย่านชุมชนเก่า” เป็นมรดกจังหวัด ส่งเสริมคุณค่าและเศรษฐกิจในพื้นที่ 


 

เมื่อวันที่  20 กุมภาพันธ์ 2567   เพจสวท.บึงกาฬ กรมประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า จังหวัดบึงกาฬ เตรียมเสนอ “บึงโขงหลงและย่านชุมชนเก่า” เป็นมรดกจังหวัด ส่งเสริมคุณค่า และเศรษฐกิจในพื้นที่ 

ที่ ศาลาขัตติยานุสรณ์ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการประกาศบึงโขงหลง และย่านชุมชนเก่า เป็นมรดกจังหวัด โดยมีนางสาวกนกกาญจน์ โกติรัมย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานจัดการสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำเสนอความเป็นมาของมรดกจังหวัด การดำเนินงานที่ผ่านมา และการเสนอบึงโขงหลง และย่านชุมชนเก่าเป็นมรดกจังหวัด และมีการเปิดพื้นที่ให้มีการแสดงความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนชุมชน อาทิ นายสายชล เหล่าภักดี ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ, นายถิ่น แดวขุนทด ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบึงโขงหลง ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และศิลปกรรมประจำจังหวัดบึงกาฬ, นางอมรรัตน์ วังสะพันธ์ หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดบึงกาฬ, นายนพดล บัวโรย หัวหน้าฝ่ายป้องกันฯ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง, ตัวแทนชุมชน, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ครู และนักเรียนโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬ มีแหล่งธรรมชาติ และแหล่งศิลปกรรมที่สำคัญ โดยเฉพาะบึงโขงหลงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชุมชนในสมัยก่อนมีการตั้งถิ่นฐานและมีการขยับขยายพื้นที่ของชุมชนมาอยู่อาศัยในพื้นที่มากขึ้น รวมทั้ง ความเชื่อและความศรัทธาของชุมชนต่อ "เจ้าปู่อือลือนาคราช" ซึ่งเป็นเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพื้นที่แห่งนี้ จึงทำให้พื้นที่บึงโขงหลง และย่านชุมชนเก่ามีต้นทุนสำคัญที่จะนำไปสู่การต่อยอดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม จากคุณค่าและความสำคัญของพื้นที่บึงโขงหลง และย่านชุมชนเก่า ทำให้เกิดความคิดว่าต่อไปจะรักษาคุณค่าและความสำคัญ รวมทั้ง วัฒนธรรมของพื้นที่แห่งนี้ โดยให้บึงโขงหลงยังคงความอุดมสมบูรณ์ และรักษารากเหง้าอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อส่งเป็นมรดกให้กับรุ่นลูกและรุ่นหลานต่อไปได้อย่างไร ซึ่งการเสนอบึงโขงหลง และย่านชุมชนเก่า เป็นมรดกจังหวัดบึงกาฬ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ และชุมชนในพื้นที่บึงโขงหลง 

สำหรับมรดกจังหวัด คือ มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัด และท้องถิ่นที่มีคุณค่าความสำคัญในระดับจังหวัด และได้รับการประกาศเป็นมรดกจังหวัด เพื่อประกาศให้ทราบถึงคุณค่า ความสำคัญของพื้นที่ ส่งเสริมความภาคภูมิใจของชุมชนในความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ตลอดจนเป็นการสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม ด้วย ซึ่งการประกาศพื้นที่แหล่งธรรมชาติ และย่านชุมชนเก่าเป็นมรดกจังหวัด ไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด หากแต่ขึ้นอยู่กับระเบียบ กฎ ข้อบังคับ ข้อเทศบัญญัติ และข้อกฎหมายของพื้นที่นั้น ๆ 

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ยังได้รับฟังการนำเสนอโครงงานจากนักเรียนโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปุ๋ยหมักจากจอกหูหนูยักษ์ จากปัญหาจอกหูหนูยักษ์ที่บึงโขงหลง พร้อมร่วมถ่ายภาพกับครู และนักเรียน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ร่วมรับฟัง/ แสดงความคิดเห็นทุกคน

 

เรียบเรียง : สวท.บึงกาฬ กรมประชาสัมพันธ์

ภาพข่าว : สวท.บึงกาฬ กรมประชาสัมพันธ์


 


พระไทยทึ่ง!ชาวสยามมาเลเซีย จัดมหกรรม Festival สอบนักธรรม เห็นพลังบวรชัดรักษ์ป่าไม่กินป่า



เมื่อวันที่  20 กุมภาพันธ์ 2567      เฟซบุ๊กศรีธรรมภาณี โกวิโล ความว่า การไปในถิ่นที่ไม่เคยไปแต่ละครั้งของข้าพเจ้า จะมีคำตอบที่ข้าพเจ้าอยากจะรู้หลายประด็นโดย ทุกบทสนทนาจะเกิดข้อคำถามที่คู่สนทนาจะให้คำตอบโดยธรมชาติหรือท่านอยากจะเล่าอะไรให้ฟัง เราก็จะจับความเอา

ไปมาเลเซีย 15-19 กพ.67 สังเกตการณ์การสอบนักธรรมและธรรมศึกษาประจำปี 2566 อยู่ที่วัดนิโครธาราม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 16-17 ก.พ.67 อยู่ที่นี้ 2 วัน ได้เห็นผู้ปกครอง นักเรียนที่มาสอบธรรมศึกษา และพระภิกษุ เดินทางมาจากรัฐต่างๆ มาพักค้างเพื่อสอบนักธรรมและธรรมศึกษา ทั้งฝ่ายสนับสนุนและผู้สอบ มารวมตัวกันเต็มวัด ประมาณ 1,500 รูป/คน ในเทศกาลนี้จัดเป็นงานมหกรรม Festival ที่เห็นพลัง บ ว ร ของชาวสยามในมาเลเซีย รวมตัวกันเป็นปึก เป็นแผ่น แน่นแฟ้น คำถามว่า 78 ครั้ง 78 ปี ยังมีการสืบสาน รักษา ยั่งยืน มีอะไรเป็นแรงฟลักดัน คำตอบคือ

ชาวพุทธสยาม ที่นี้ (เขาเรียกตนเองว่า สยาม SIAM) เห็นความสำคัญในรากเง่าของบรรพบุรุษ ที่มีอัตลักษณ์ทางประเพณีวัฒนธรรมวิถีพุทธ ภาษา อาหาร กิริยาที่ยังเป็นสยาม SIAM  มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาเขียน ผู้ปกครองจะให้ความสำคัญ วัดในชุมชนโดยเฉพาะคณะสงฆ์ทุกรัฐ ได้เห็นความสำคัญเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษไทยให้เด็กสยามได้เข้ามาเรียนและต่อพ่วงไปถีงการเรียนธรรมศึกษาและมีการเข้าสอบในสนามสอบธรรมสนามหลวง โดยเฉพาะสอบธรรมศึกษาได้จะได้ใบประกาศนียบัตร ทางมาเลเซียให้ความสำคัญว่า ประกาศนียบัตรธรรมศึกษา เป็น SERTIFICATE แสดงถึงจบหลักสูตรภาษาไทยขั้นสูง กาลต่อไปในอนาคต สามารถเป็นใบเบิกทางด้านความรู้เรื่องภาษาไทยในการสมัครเข้าทำงาน เมื่อได้ทำงานจะได้เงินเดือนเพิ่มพิเศษ มากกว่าคนอื่น

สอบเสร็จประกาศผบสอบทันที ผู้ปกครองและเด็กรอลุ้นผลสอบกันคับคั่ง เพราะเป็นความหวังในสายเลือดสยาม เพราะเด็กจะได้ธรรมะและ SERTIFICATE แสดงฐานะการเป็นคนสยาม

เมื่อสอบเสร็จได้เดินทางไปเยี่ยมคณะสงฆ์ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ ระยะทางประมาณ พิษณุโลกวิ่งเข้ากรุงเทพ โดยเส้นทางมอเตอร์เวย์ รถติดมากอันเนื่องจากกลับจากตรุษจีน คล้ายๆกับรถติดเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทย ใช้เวลา 8 ช.ม.จนถึงเป้าหมายคือวัดไทยเชตวัน 

ในระหว่างทางสองข้างทางเขียวขจีไปด้วยป่าไม้ข้างทางสลับกับสวนปาล์ม บรรกาศแบบนี้ในเมืองไทยไม่มีแบบนี้ โล่ง ราบ เตียน ทุกที่ 

จากบทสนทนาได้ความรู้ว่า มาเลเซียให้ความสำคัญกับต้นไม้ใบหญ้า พื้นดินทุกที่ต้องมีสีเขียว แม้กระทั้งปลูกตึกอาคาร บ้านที่พัก ต้องมีพื้นที่ปลูกต้นไม้ 10 เปอร์เซ็น ปรากฎอยู่ในแบบก่อสร้าง ไม่เหมือนบ้านเรา หน่วยงานราชการทะเลาะกันเพราะอยากกินต้นไม้ อยากกินป่า อยากตัดต้นไม้ ทำไร่ล้มลุก เข้าไปปลุูกบ้านหลังงามๆ อยู่กลางป่า

ในเชิงวัฒนธรรมสังคม มาเลเซีย เป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ปกครองกันด้วยกฎหมาย แต่ละศาสนาไม่ก้าวก่ายกัน ไม่โจมตี ไม่บีฑากัน หากมีเรื่องกันเอง หากขึ้นศาล ศาลจะเมตตาเป็นคนกลางให้คู่กรณีไปเจรจาหากทางออกกันเอง ยกเว้นทำผิดกฎหมายบ้านเมือง แม้วัดไทย รัฐบาลก็เข้ามาสนับสนุนกิจการให้ความช่วยเหลือด้วยดี

มาเลย์ เป้นเมื่องที่น่าอยู่ อีกเมืองหนึ่ง  ตรงกันข้ามกับความคิดที่เราเสพจากสื่อ

พอสรุปได้เท่านี้ เอวํ


วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

รัฐบาลจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.30 น. รัฐบาลจัดแถลงข่าวพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  H.E. Mr. Nagesh Singh เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย และนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 พร้อมนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เข้าร่วมงาน ณ ห้องแกลอรี่ 5 หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 



นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า รัฐบาลไทยร่วมกับรัฐบาลสาธารณรัฐอินเดีย ดำเนินงานโครงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ตามโครงการธรรมยาตราพระบรมสารีริกธาตุจากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนืองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  ในระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึง 19 มีนาคม 2567 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงกรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี และกระบี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ศาสนิกชนชาวไทย

และประเทศเพื่อนบ้านจะได้ร่วมสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่เป็นองค์ดั้งเดิม ที่ค้นพบในสถูปโบราณ เมืองกบิลพัสดุ์ และเมืองสาญจี จากสาธารณรัฐอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  



จึงขอเชิญชวนศาสนิกชนร่วมรับขบวนการอัญเชิญมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในส่วนกลาง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 16.00 น. กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดริ้วขบวนอัญเชิญอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยจัดเป็นขบวนโคม ขบวนการแสดง 4 ภาค การแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ การแสดงจากอินเดีย ขบวนธงชาติไทย ธงชาติอินเดีย ธงธรรมจักร และธงฉัพพรรณรังสี ขบวนโคมประทีปและโคมดอกบัว ขบวนรถมาฆบูชาประดิษฐานพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ รถบุปผชาติประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ  ขบวนเฉลิมพระเกียรติ และขบวนจิตอาสา เป็นต้น  และในเวลา 17.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในมีพิธีเปิดงาน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นเปิดให้ประชาชนเข้าสักการบูชา ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. ในส่วนภูมิภาค อัญเชิญไปประดิษฐานในส่วนภูมิภาคใน 3 จังหวัด ให้ประชาชนได้เข้าสักการบูชา ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 5 - 8 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 10 - 13 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 15 - 18 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ โดยในทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป จะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลให้กับศาสนิกชนที่เข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ โดยแต่ละพื้นที่จะมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ตามอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างยิ่งใหญ่ 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ “การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อหลอมรวมพลังศรัทธาของศาสนิกชนชาวไทยทั่วโลก ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนา บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แบ่งเป็นส่วนการจัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของพระบรมสารีริกธาตุ / การค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองปิปราห์วา รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย / สังเวชนียสถาน 4 ตำบล / การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต วัดสระเกศ และข้อมูลเกี่ยวกับพระธาตุที่นำมาจัดแสดงในประเทศไทย รวมถึงนิทรรศการเกี่ยวกับพุทธประวัติจากประเทศอินเดีย และส่วนของการจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา พุทธศักราช 2567  ระหว่างวันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2567 รวมถึงมีการเปิดศูนย์สร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ชมสาธิตการบรรยายธรรม กิจกรรมธรรมะบันเทิง โดยพระธรรมวิทยากรเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี การสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณธรรม ชมสินค้าของดีเขตกรุงเทพมหานคร สวดเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงภาพยนตร์ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมอีกด้วย” นายเสริมศักดิ์กล่าว



H.E. Mr. Nagesh Singh เอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลไทย มีคำขอต่อรัฐบาลอินเดีย ในการขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและพระอัครสาวกสองพระองค์ คือพระสารีบุตรและมหาโมคัลลานะ ระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึง 19 มีนาคม 2567 โดยพระธาตุศักดิ์สิทธิ์จะเสด็จมายังประเทศไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสอันน่ายินดีที่สุดนี้ ในนามของประชาชน รัฐบาลอินเดีย ขอแสดงความนับถือและความปรารถนาดีอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระชนม์ชีพที่ยืนยาว ทรงมีพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และทรงพระเกษมสำราญ ซึ่งการมาเยือนขององค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ ไม่บ่อยนักที่จะนำออกนอกประเทศ รัฐบาลอินเดียนำโดยนายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมที ได้ตกลงที่จะส่งพระบรมสารีริกธาตุมายังประเทศไทย โดยคำนึงถึงความสำคัญสูงสุดในการเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดดั่งญาติมิตรของระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศได้กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในการมีส่วนร่วมในทางธุรกิจ การเมือง การศึกษา และวัฒนธรรม Soft power ของประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าจะเป็นจุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์ทวิภาคีอินเดีย-ไทย



ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า งานมหามงคลนี้เกิดขึ้นจากสามัคคีธรรมของทุกฝ่าย ในการเชื่อมต่อพลังศรัทธาประชาชน 2 ภูมิภาคจากลุ่มแม่น้ำคงคา คือ สาธารณรัฐอินเดีย ถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนา สู่ลุ่มแม่น้ำโขง คือ ไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม  ซึ่งเป็นดินแดนพระพุทธศาสนาประดิษฐานอยู่อย่างมั่นคง โดยมีต้นทางคือสถาบันโพธิคยาฯ จัดโครงการธรรมยาตราพระบรมสารีริกธาตุ มหานทีคงคา ลุ่มน้ำโขง ขึ้น มีรัฐบาลไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรม กรมการศาสนา เป็นผู้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมพระอรหันตธาตุพระอัครสาวก พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ มีผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาลอินเดียเป็นผู้อัญเชิญมา ด้วยการประสานงานจากสถานทูตอินเดียประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด จึงควรถือโอกาสนี้นำธรรมวิชัยจากแดนพุทธภูมิมาสร้างศาสนาธรรมให้ปักหลักมั่นคง ด้วยการนำคำสอนขององค์พระศาสดาซึ่งคือปริยัติธรรม นำมาปฏิบัติ เพื่อให้เกิดปฏิเวธธรรม มีความเข้าใจและเข้าถึงธรรมะได้จนสามารถยกระดับจิตใจให้ทุกคนในแผ่นดินลุ่มน้ำโขงได้มีความสุขกับการใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่เบียดเบียนกัน รู้จักคำว่าอภัยและรับรู้ลมหายใจให้มากที่สุด เพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธรรมะให้เกิดขึ้นเพื่อสืบทอดความรัก ความสามัคคี และสร้างสันติสุขโดยธรรมให้เกิดขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการศาสนา www. Dra.go.th และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

"ยูกิ" สุดปลื่ม! แฟนคลับร่วมทำบุญ คอนเสิร์ตการกุศล "ยูกิ เลิฟยู เลิฟแคร์ ดูแลน้อง"



 "ยูกิ" สุดปลื่ม! แฟนคลับร่วมทำบุญ คอนเสิร์ตการกุศล "ยูกิ เลิฟยู เลิฟแคร์ ดูแลน้อง"  ระดมทุนช่วยเหลือให้คำปรึกษาเด็ก-เยาวชน  

 จบไปแล้วกับคอนเสิร์ตการกุศล "ยูกิ เลิฟยู เลิฟแคร์ ดูแลน้อง” ระดมทุนช่วยเหลือ เว็บไซต์ให้คำปรึกษา "เลิฟแคร์สเตชั่น" ภายใต้มูลนิธิ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ บริการช่วยเหลือให้คำปรึกษาเด็ก-เยาวชน โดยรายได้ทั้งหมดในครั้งนี้ เข้าสนับสนุนโครงการ "เลิฟแคร์สเตชั่น" ทั้งหมด ยูกิ ไหทองคำ กล่าวว่า ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ "เลิฟแคร์สเตชั่น" ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตการกุลศลครั้งแรกของเธอ เป็นการร่วมทำบุญ และได้มอบความสุขให้แฟน ๆ อีกด้วย ขอขอบคุณทาง มูลนิธิแพธทูเฮลท์ ที่ได้ให้โอกาสเข้ามาร่วมทำสิ่งดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่เด็ก เยาวชนและวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ต้องการที่พึ่งทางใจ ให้คำปรึกษาในด้านต่าง ๆ เพราะสาวยูกิเอง ก็เป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่เข้าใจปัญหาในช่วงอายุนี้ และดีใจที่มีโครงการดีๆ ที่เห็นความสำคัญของวัยรุ่น นอกจากนี้ยังขอบคุณแฟนคลับรู้สึกปลื้มใจที่ทุกคนมาร่วมทำบุญทั้งออนไซต์ และออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย 



พรนุช สถาผลสวัสดิ์ ผู้จัดการโครงการเลิฟแคร์ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ ยูกิ ไหทองคำ มารว่มเป็นศิลปินในคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ ในส่วนของโครงการเลิฟแคร์เป็นโครงการให้คำปรึกษากับวัยรุ่น และยูกิเองก็เป็นวัยรุ่นเหมือนกัน ก็มาช่วยทำให้วัยรุ่นเข้าถึงบริการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาท้องไม่พร้อม เพศสัมพันธ์ สุขภาพจิต การถูกรังแก ซึ่งเด็ก ๆ วัยรุ่น หรือคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกหลานวัยรุ่น ก็สามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่เว็บไซต์ บนเว็บไซต์ Lovecarestation.com ซึ่งเป็นบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะแก่วัยรุ่นในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องที่พวกเขาอาจไม่สามารถปรึกษาคนรอบตัวได้ โดยมีจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ให้คำปรึกษาฟรีตั้งแต่เวลา 16.00-00.00 น.ทุกวัน 

ทั้งนี้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "เลิฟแคร์สเตชั่น"  สามารถบริจาคได้ที่ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ ธนาคารกรุงไทย สาขาราชเทวี เลขที่บัญชี 030-6-06192-9


บึงกาฬประกาศปิดอุทยานแห่งชาติภูลังกา ประจำปี พ.ศ. 2567

 


เมื่อวันที่  20 กุมภาพันธ์ 2567  เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ ได้โพสต์ข้อความว่า  ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติภูลังกา ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อให้การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ธรรมชาติได้ฟื้นฟู ควบคู่ไปกับการปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทาง และเป็นการส่งเสริมฐานเศรษฐกิจด้านธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดบึงกาฬ จึงมีกำหนดการปิดอุทยานแห่งชาติภูลังกาแบบปิดสลับแหล่ง ดังนี้

แหล่งท่องเที่ยว ถ้ำนาคา น้ำตกตาดวิมานทิพย์  น้ำตกตาดขาม ปิดช่วงวันที่ 1-31 พฤษภาคม  แหล่งท่องเที่ยว ถ้ำนาคี น้ำตกตาดโพธิ์ ลานกางเต็นท์ภูลังกา น้ำตกกินรี ปิดช่วงวันที่ 1-30 มิถุนายน  แหล่งท่องเที่ยว เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ ปิดช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน  ขอขอบคุณนักท่องเที่ยวทุกท่านที่เข้ามาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของเรา

#อุทยานแห่งชาติภูลังกา #ถ้ำนาคา #ถ้ำนาคี #เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ 

‘รมว.ดีอี - สส.โคราช’ หารือร่วมกับ ‘ผบ.ทอ.’ เปิดใช้พื้นที่ท่าอากาศยานกองบิน 1 นครราชสีมาเชิงพาณิชย์


 

‘รมว.ดีอี - สส.โคราช’ หารือร่วมกับ ‘ผบ.ทอ.’ เปิดใช้พื้นที่ท่าอากาศยานกองบิน 1 นครราชสีมาเชิงพาณิชย์ อำนวยความสะดวกประชาชน กระตุ้นท่องเที่ยว สร้างความเติบโตเศรษฐกิจโคราชและภาคอีสาน 

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล  ผู้บัญชาการทหารอาการ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  นายพงศ์พัฒน์ เทียนศิริ  รองผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือแห่งประเทศไทย  คุณอุบลรัตน์ บุญประสาทสุข รองประธานสภาอุตสาหกรรม  คุณวัชรี ปรัชญานุสรณ์  ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา นำโดย นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล นายโกศล ปัทมะ นางสาวปิยะนุช ยินดีสุข นายนิกร โสมกลาง นายอภิชา เลิศพชรกมล นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล นายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล นายพชร จันทรรวงทอง นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นายรชตะ ด่านกุล และนายพรเทพ ศิริโรจนกุล ได้ร่วมกันหารือและให้ข้อคิดเห็นในการขอใช้พื้นที่ท่าอากาศยานกองบิน 1 นครราชสีมา ในเชิงพาณิชย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 โดยสรุปที่ประชุมเห็นว่า 1. กองทัพอากาศไม่ขัดข้อง พร้อมดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และ 2. สถาบันการบินพลเรือนไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการ ทั้งนี้เป็นไปตามแผนแม่บทสนามบิน ซึ่งปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยที่ประชุมมีความเห็นว่าระยะเวลาดำเนินการ 18 เดือน เป็นระยะเวลาที่นานไป ซึ่งสถาบันการบินฯ จะนำไปพิจารณา 

 3.เพื่อให้การดำเนินการมีความคล่องตัว จึงให้มีการทดลองบินพาณิชย์นำร่อง  โดยเป็นการทดลองบินชั่วคราวเพื่อนำข้อมูลความต้องการมาใช้ในการพัฒนาสนามบิน ทั้งนี้ โครงการสำคัญลำดับถัดไป คือ การสร้างศูนย์การประชุมนานาชาติ และ 4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นหลักในการดำเนินการ

 นายประเสริฐ กล่าวว่า การขอใช้พื้นที่ท่าอากาศยานกองบิน 1 นครราชสีมา ในเชิงพาณิชย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี อีกทั้งเรื่องนี้ก็เป็นข้อเสนอของพี่น้องประชาชนและภาคเอกชนนครราชสีมาที่ได้ฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทยในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าหากมีการเปิดใช้ท่าอากาศยานกองบิน 1 นครราชสีมาในเชิงพาณิชย์ จะเป็นการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้การเกิดการเติบโตของเศรษฐกิจจังหวัดนครราชสีมารวมถึงพื้นที่ภาคอีสานด้วย

 

"ผอ.สันติศึกษาป.โท มจร" ถอดบทเรียนวัดปากน้ำมิชิแกน จากโบสถ์คริสต์สู่วัดไทยในสหรัฐอเมริกา

  วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. โค้ชสันติ ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยา...