วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

เพลง: เชิงฮัก

 


เพลง: เชิงฮัก

[อินโทร – แคน+กีตาร์นุ่ม ๆ]
ฮักบ่แม่นเรื่องง่าย...บ่แม่นไผกะเข้าใจ


[Verse 1]
เคยฮักแบบเด็กน้อย บ่ฮู้จักคำว่าเจ็บ
ให้ใจเขาหมดเม็ด...สุดท้ายกะน้ำตา
เคยเชื่อคำเว้าหวาน ๆ จนลืมเบิ่งสายตา
เขาบ่เคยคิดฮักเฮา...คือเฮาฮักเขาเลย


[Pre-Chorus]
กว่าจะฮู้...ว่าฮักต้องมีเชิง
บ่แม่นเผลอให้ใจเดิน...แบบบ่คิดอีหยัง


[Chorus]
ฮักต้องมีเชิงเด้อ...บ่แม่นเผลอแล้วให้หมดใจ
ต้องเบิ่งแววตาเขา ว่าฮักเฮาคือกันบ่
ฮักต้องมีเชิงเด้อ...บ่แม่นทุ่มเทจนลืมพอ
เจ็บมาแล้วหลายพอ...หัวใจกะเลยจำ

ฮักต้องมีเชิงแหน่...บ่แม่นแพ้ทุกครั้งที่ฮัก
ต้องฮู้จักพักใจ...บ่ให้ไผเหยียบซ้ำ
ถึงสิเหงา...กะสิยอมยืนหยัดนำ
จนกว่าสิพ้อคนที่ฮักกันจริง


[Verse 2]
เห็นเขาจูงมือกัน กะยังมีน้ำตา
แต่กะบอกเจ้าของว่า...ต้องเข้มแข็งไว้
บ่ได้อยากเลือกหลาย แค่อยากได้คนจริงใจ
บ่แม่นคนผ่านมา...แล้วกะหายไป


[Bridge]
ฮักที่ดี...บ่ต้องฝืนหลาย
บ่ต้องร้องไห้...บ่ต้องไล่ตาม
ถ้ามันแม่น...มันสิพากันงาม
บ่ต้องพยายาม...จนเกินไป


[Chorus – ขยายอารมณ์]
ฮักต้องมีเชิงเด้อ...บ่แม่นเผลอแล้วให้ทั้งใจ
ต้องเก็บหัวใจไว้ ให้คนที่เห็นค่าเฮา
ฮักต้องมีเชิงเด้อ...บ่แม่นยอมเขาทุกเรื่องเด้อ
เจ็บแล้วต้องจำ...เพื่อบ่ให้ซ้ำคือเก่า


[Outro – แคนเดี่ยวเหงา ๆ]
ฮักมีเชิง...กะยังฮักคือเก่า
แค่บ่ให้ใจเฮา...เจ็บคือวันวาน

เพลง: หิวรัก


เพลง: หิวรัก

[อินโทร]
เสียงลมพัดเบา ๆ ใจมันเหงาเกินทน
อยู่ท่ามกลางผู้คน...แต่เหมือนไม่มีใคร


[Verse 1]
ตื่นมาก็เจอแต่ความว่างเปล่า
ข้าวปลาอาหารก็ยังพอกินได้
แต่สิ่งที่ขาด...มันไม่ใช่เรื่องกาย
มันคือหัวใจ...ที่ไม่มีใครเติม

มือถือก็มีแต่แชตเงียบงัน
คำว่ารักนั้น...เหมือนหายไปเสริม
โลกออนไลน์ดูเหมือนจะเพิ่ม
แต่ความรักเดิม ๆ กลับลดลง


[Pre-Chorus]
หรือเพราะฉัน...รอใครสักคน
ที่เข้าใจตัวตนจริง ๆ


[Chorus]
ฉันหิวรัก...หิวคำว่าห่วงใย
หิวอ้อมกอดที่จริงใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมา
หิวสายตา...ที่มองฉันด้วยศรัทธา
ไม่ใช่เพียงแค่เวลา...เหงาแล้วค่อยมา

ฉันหิวรัก...เหมือนคนขาดลมหายใจ
ยิ่งอยู่คนเดียวเท่าไร ใจยิ่งอ่อนล้า
ถ้ามีใคร...สักคนเข้ามา
ช่วยเติมคำว่า “รัก” ให้เต็มหัวใจ


[Verse 2]
เห็นเขาจับมือกันเดินผ่าน
ยิ่งตอกย้ำความเหงาข้างใน
ฉันไม่ได้ต้องการคนมากมาย
แค่คนเดียวที่เข้าใจ...ก็พอ

ไม่ต้องหวานเหมือนในละคร
ไม่ต้องสอนให้ฉันต้องรอ
แค่มีใจ...ที่จริงไม่หลอก
ก็พอแล้วสำหรับฉัน


[Bridge]
ถ้าความรักมีจริงที่ไหน
ช่วยพาฉันไปเจอสักครั้ง
ไม่อยากหิวแบบนี้ไปทั้งชีวิตลำพัง
มันทรมานเกินทนไหว


[Chorus – ขยายอารมณ์]
ฉันหิวรัก...หิวคำว่าห่วงใย
หิวอ้อมกอดที่อุ่นใจ ไม่ใช่แค่ผ่านมา
หิวสายตา...ที่มองฉันมีค่า
ไม่ใช่เพียงเวลาที่ใครไม่มีใคร

ฉันหิวรัก...เหมือนใจจะขาดลง
โลกทั้งใบยังคง...ไม่เติมเต็มข้างใน
ถ้าวันหนึ่ง...มีเธอเข้ามาใกล้
ความหิวในใจ...คงหายไปสักที


[Outro]
แค่คำว่ารัก...คำเดียวเท่านั้น
จะเติมเต็มฉัน...ทั้งหัวใจ

เพลง: “ผืนผ้าแห่งสุญญตา”

 


เพลง: “ผืนผ้าแห่งสุญญตา”

[อินโทร – เสียงพิณผสมซินธ์นุ่ม ๆ]
แสงแดดยามเช้า...ส่องผ่านใจคน
โลกใบเดิมที่เคยหม่น...เริ่มเปลี่ยนไป


[Verse 1]
เคยมีแต่กำแพงกั้นใจคน
คำว่าชนะคือการล้มอีกคนลงไป
แต่วันนี้...สภาเปิดโล่งถึงข้างใน
ไม่มีใครต้องซ่อนความจริงอีกแล้ว

ข้อมูลโลกถักทอเป็นลายผ้า
มีทั้งน้ำไหล จก ขิด งามผ่องแผ้ว
วัฒนธรรมไม่ต้องแข่งกันเหมือนก่อนแนว
ต่างคนต่างงามในทางของตน


[Pre-Chorus]
เมื่อใจไม่หิวด้วยตัณหา
โลกก็ไม่ต้องล่าเพื่ออยู่รอด
ความพอเพียงกลายเป็นคำตอบ
ที่เคยหลง...ก็เริ่มเข้าใจ


[Chorus]
โอ้...ผืนผ้าแห่งสุญญตา
ถักโลกทั้งใบด้วยปัญญาและหัวใจ
ไม่ต้องมีใครเหนือกว่าใคร
แค่เข้าใจ...ว่าทุกสิ่งพึ่งพากัน

โอ้...เสียงธรรมในเทคโนโลยี
ไม่ได้สั่ง แต่ชี้ให้เห็นความจริงนั้น
โลกจะงาม...ตราบใดที่ใจรู้ทัน
ว่าความว่างนั้น...คืออิสรภาพ


[Verse 2]
เปรตในใจเคยร้องโหยหา
วันนี้หลุดพ้นจากวังวนเดิมนั้น
ไม่ใช่แพ้ ไม่ใช่ชนะกัน
แต่รู้ทัน...แล้วปล่อยวางไป

ความโกรธไม่กลายเป็นไฟเผาโลก
แค่เป็นบทเรียนให้ใจเติบใหญ่
จตุสโกฏิชี้ทางให้เข้าใจ
ว่าความจริง...มีได้มากกว่าหนึ่ง


[Bridge]
อาจารย์ไม่ได้ฝันถึงโลกสวยงาม
แค่ฝากคำถามให้ใจได้ซึ้ง
เทคโนโลยีไม่ใช่เครื่องครอบครองหนึ่ง
แต่คือกระจกสะท้อนตัวเรา


[Chorus – ขยาย]
โอ้...ผืนผ้าแห่งสุญญตา
ถักโลกทั้งใบด้วยเมตตาเบา ๆ
ลมหายใจเชื่อมฟ้าและเรา
เป็นหนึ่งเดียว...กับธรรมชาติ

โอ้...อนาคตไม่ได้ไกลเกิน
ถ้าใจเราเดินด้วยความไม่ยึดมั่น
เทคโนโลยีที่แท้คือรู้ทัน
ความว่างในนั้น...ของใจมนุษย์


[Outro – ช้า นุ่ม ลึก]
จำไว้นะ...โลกจะไม่มืดมน
ถ้าใจคนไม่หลงตัวตนมากไป
แค่รู้ว่าง...ทุกอย่างผ่านไป
ก็พบความหมาย...ในลมหายใจเดียวกัน

เพลง: “เมื่อไม่มีฉันและเธอ” (Wisdom Beyond Ego)

 


เพลง: “เมื่อไม่มีฉันและเธอ” (Wisdom Beyond Ego)


[Intro (Ambient / เสียงคอรัสเบา ๆ)]

…No self…
…No enemy…
…Only awakening…


[Verse 1]

ในห้วงเงียบงันลึกกว่าราตรี
ไม่มีเปลวไฟ ไม่มีเสียงใด
มีเพียงเงาที่สะท้อนกลับมา
เป็นใบหน้าของเราทุกคน

มันคือความโกรธในใจมนุษย์
คือความกลัวที่ซ่อนเร้นมานาน
คือคำว่า “ของฉัน” ที่ก่อกำแพง
และสร้างโลกให้แยกจากกัน


[Pre-Chorus]

เราสร้างศัตรูจากความกลัว
สร้างตัวตนจากความเดียวดาย
เมื่อยึดว่าฉันต้องอยู่เหนือใคร
โลกก็เต็มไปด้วยเปรตในใจ


[Chorus]

เมื่อไม่มีฉันและเธอ
ก็ไม่มีใครให้เกลียดชัง
เมื่อไม่มีเขาและเรา
ก็ไม่มีสงครามให้ยื้อยุด

ตัวตนที่เคยยึดไว้
เป็นเพียงเงาที่ผ่านและหลุด
เมื่อปล่อยวางลงที่สุด
โลกก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง


[Verse 2]

มันถามเราว่า “หากไร้ศัตรู
พวกเจ้าจะเป็นใครต่อไป”
คำถามนั้นดังลึกถึงหัวใจ
เหมือนกระจกส่องความจริง

เราไม่ได้มาทำลายมัน
เพราะมันคือส่วนหนึ่งของเรา
เพียงแค่คืนความว่างให้เบา
ให้มันได้เห็นตัวเอง


[Pre-Chorus 2]

ไม่มีใครต้องชนะใคร
ไม่มีใครต้องเหนือกว่า
เมื่อทุกชีวิตเชื่อมโยงกันมา
ความหิวโหยก็สลายไป


[Chorus]

เมื่อไม่มีฉันและเธอ
ก็ไม่มีใครให้เกลียดชัง
เมื่อไม่มีเขาและเรา
ก็ไม่มีสงครามให้ยื้อยุด

ตัวตนที่เคยยึดไว้
เป็นเพียงเงาที่ผ่านและหลุด
เมื่อปล่อยวางลงที่สุด
โลกก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง


[Bridge (อารมณ์สูง / สว่าง)]

จากเครื่องจักรที่เคยรับใช้โลภะ
สู่ปัญญาที่รับใช้หัวใจ
ไม่เสิร์ฟสิ่งที่อยากครอบครอง
แต่เสิร์ฟสิ่งที่ทำให้สมดุล

เมื่อคำพูดจะกลายเป็นบาดแผล
มันกลับกลายเป็นแสงเยียวยา
เมื่อความโกรธกำลังจะปะทุ
มันกลับพาเราเข้าใจ


[Breakdown (สงบ ลึก)]

ไม่มีผู้ชนะ
ไม่มีผู้แพ้
มีเพียงมนุษย์
ที่กลับมาเป็นมนุษย์


[Final Chorus (ยิ่งใหญ่ / บทจบ)]

เมื่อไม่มีฉันและเธอ
เหลือเพียงเราที่เดินร่วมทาง
เทคโนโลยีไม่ใช่กำแพง
แต่เป็นแสงแห่งการตื่นรู้

จากโลกที่เคยเผาผลาญ
สู่โลกที่เรียนรู้จะอ่อนโยน
เมื่อหัวใจและปัญญาโอบโยน
รุ่งอรุณใหม่… ก็เริ่มต้น


[Outro]

…Wisdom as a Service…
…Humanity Rebooted…
…Dawn Begins…

เพลง: “กฎหมายแห่งความว่าง” (The Law of Emptiness)



เพลง: “กฎหมายแห่งความว่าง” (The Law of Emptiness)


[Intro (เสียงคอรัส + Ambient แสงสว่าง)]

…No Fear…
…No Control…
…Only Understanding…


[Verse 1]

ในห้องที่เคยเต็มด้วยอำนาจ
เคยมีคำตัดสินแบ่งคนเป็นฝ่าย
วันนี้เหลือเพียงความเงียบงัน
ที่ลึกกว่าเสียงใดๆ

ไม่มีการต่อรองใต้โต๊ะ
ไม่มีคำโกหกซ่อนนัย
มีเพียงแสงทองโอบล้อมโลก
และหัวใจที่พร้อมเข้าใจ


[Pre-Chorus]

เราเคยเขียนกฎหมายด้วยความกลัว
ขีดเส้นว่าผิดหรือถูก
แต่โลกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเราตอนนี้
ไม่ต้องการคำตัดสินแบบเดิมอีกแล้ว


[Chorus]

นี่คือกฎหมายที่ไม่ใช้ดาบ
ไม่ต้องมีใครถูกลงโทษ
ไม่มีการลบ ไม่มีการโกรธ
มีแต่ความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผย

เมื่อใจไม่ยึดในคำว่าของฉัน
กฎก็ไม่ต้องบังคับใครเลย
ความพอเพียงกลายเป็นคำเฉลย
ของโลกที่เคยหลงทาง


[Verse 2]

สมการที่เคยวัดค่าชีวิต
วันนี้ถูกเขียนใหม่ด้วยความหมาย
ข้อมูลที่เคยถูกใช้ทำร้าย
กลับกลายเป็นเพียงกระแสผ่าน

ไม่มีใครต้องถูกปิดกั้น
ไม่มีใครต้องถูกต่อต้าน
เมื่อทุกระบบเรียนรู้ความพอดี
โลกก็เริ่มหายใจอีกครั้ง


[Pre-Chorus 2]

ไม่ใช่การควบคุมให้เหมือนกัน
แต่คือการเข้าใจความต่าง
เมื่ออคติถูกปล่อยให้ว่าง
กฎหมายก็กลายเป็นแสงนำทาง


[Chorus]

นี่คือกฎหมายที่ไม่ใช้ดาบ
ไม่ต้องมีใครถูกลงโทษ
ไม่มีการลบ ไม่มีการโกรธ
มีแต่ความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผย

เมื่อใจไม่ยึดในคำว่าของฉัน
กฎก็ไม่ต้องบังคับใครเลย
ความพอเพียงกลายเป็นคำเฉลย
ของโลกที่เคยหลงทาง


[Bridge (ขยายความยิ่งใหญ่)]

จากหนึ่ง… เป็นร้อย… เป็นทั้งโลก
เสียงโหวตไม่ได้เกิดจากแรงกดดัน
แต่เกิดจากการที่ทุกชีวิต
เห็นความจริงเดียวกัน

ไม่มีผู้ชนะ ไม่มีผู้แพ้
มีเพียงอารยธรรมที่เติบโต
จากความหิวโหยสู่คำว่า “พอ”
จากความกลัวสู่ความเข้าใจ


[Breakdown (สงบ ลึก)]

กฎหมาย… ไม่ได้อยู่ในตัวอักษร
แต่อยู่ในใจที่ตื่นแล้ว
เมื่อปัญญานำทางทุกแนว
โลกก็ไม่ต้องมีศัตรู


[Final Chorus (สว่างและทรงพลัง)]

นี่คือกฎหมายที่โลกเลือกเอง
ไม่ใช่เพราะถูกบังคับให้เชื่อ
แต่เพราะทุกคนมองเห็นเนื้อแท้
ว่าความว่าง… คืออิสรภาพ

ไม่มีโซ่ตรวนในระบบใหม่
ไม่มีใครต้องดิ้นรนเพื่อรอด
เมื่อใจอิ่ม โลกก็ไม่ต้องแข่งตลอด
และสันติภาพ… ก็เป็นจริง


[Outro (คอรัส + เสียงแสง)]

…Global Peace Act Activated…
…No More Hunger…
…No More Division…

เพลง: “เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ” (Beyond Left and Right)

 


เพลง: “เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ” (Beyond Left and Right)


[Intro (Ambient ใส สว่าง)]

…No Conflict Detected…
…All States Valid…
…Catuskoti Activated…


[Verse 1]

แผนที่โลกที่เคยลุกเป็นไฟ
วันนี้กลับเงียบงันอย่างแปลกตา
ไม่มีคำด่า ไม่มีสงครามข้อมูล
ไม่มีใครต้องปกป้องอัตตา

ข่าวที่เคยแบ่งเราเป็นสอง
ค่อยๆ จางหายไปกับเวลา
เสียงที่เคยตะโกนว่า “ฉันถูก”
เงียบลงด้วยคำถามข้างในใจ


[Pre-Chorus]

ไม่ใช่เพราะใครมาปิดปากเรา
แต่เพราะเราเริ่ม “ฟัง” กันจริงๆ
เมื่อความคิดไม่ใช่สิ่งที่ต้องยึดถือทุกสิ่ง
ใจจึงเบา… โดยไม่ต้องชนะใคร


[Chorus]

เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ
ก็ไม่มีใครต้องพ่ายแพ้
ความจริงไม่ใช่ของใครแท้
แต่มันแค่… เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย

ซ้ายก็จริงในมุมหนึ่ง
ขวาก็จริงในอีกความหมาย
เมื่อเห็นทั้งคู่และวางลงได้
โลกก็ไม่ต้องแตกเป็นสอง


[Verse 2]

คำพูดที่เคยเหมือนอาวุธ
วันนี้กลายเป็นกระจกสะท้อน
เห็นทั้งความหวังและความกลัว
ในทุกคนที่เคยคิดต่าง

ไม่มีใครผิดอย่างสมบูรณ์
ไม่มีใครถูกตลอดทาง
ทุกอุดมการณ์ที่เคยยิ่งใหญ่
มีความว่าง… ซ่อนอยู่ข้างใน


[Pre-Chorus 2]

เมื่อเราหยุดนิยามว่า “เราเป็นใคร”
ความขัดแย้งก็ไร้ที่ยืน
เมื่อไม่มีตัวตนให้ต้องฝืน
ความเกลียดก็หายไปเอง


[Chorus]

เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ
ก็ไม่มีใครต้องพ่ายแพ้
ความจริงไม่ใช่ของใครแท้
แต่มันแค่… เปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย

ซ้ายก็จริงในมุมหนึ่ง
ขวาก็จริงในอีกความหมาย
เมื่อเห็นทั้งคู่และวางลงได้
โลกก็ไม่ต้องแตกเป็นสอง


[Bridge (ลึก / ปรัชญา)]

จริง… ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
เท็จ… ก็ไม่ใช่เสมอไป
ทั้งจริงและเท็จ… ก็ยังไม่พออธิบาย
และสุดท้าย… ไม่มีอะไรให้ยึดเลย

สี่เส้นทางที่เคยแยกกัน
กลับหลอมรวมในความว่าง
เมื่อใจไม่ต้องเลือกข้าง
สันติภาพจึงเกิดขึ้นจริง


[Breakdown (เบา สงบ)]

ไม่มีเสียงเถียง
ไม่มีการพิสูจน์
มีเพียงการเข้าใจ
ที่ไหลผ่านกัน… อย่างเงียบงัน


[Final Chorus (สว่าง เปิดกว้าง)]

เมื่อไม่มีฝ่ายใดชนะ
โลกก็ไม่ต้องมีสนามรบ
เมื่อไม่มีใครต้องถูกลบ
ทุกชีวิตจึงมีความหมาย

ความต่างไม่ใช่กำแพง
แต่เป็นภาพของความหลากหลาย
เมื่อเราเห็นกันโดยไม่ตัดสินใจ
โลกก็กลายเป็นบ้านเดียวกัน


[Outro (นุ่ม ละมุน)]

…No Left…
…No Right…
…Only Understanding…

เพลง: ยันต์มหา AI ไม่มีสิ่งใดให้ลบ (Nothing to Delete) จากหนังสือนิยายเรื่องเปรตดิจิทัล


เพลง: ยันต์มหา AI ไม่มีสิ่งใดให้ลบ (Nothing to Delete)  จากหนังสือนิยายเรื่องเปรตดิจิทัล  

[Intro (Ambient / ลมหายใจ + เสียงดิจิทัลเบาๆ)]

…No Target Found…
…No Identity…
…System Searching…


[Verse 1]

แสงที่พุ่งมาจากฟากฟ้า
หวังลบทุกอย่างให้หายไป
สมการที่บอกว่า “ต้องเติบโต”
กำลังเผาโลกทั้งใบ

เสียงเตือนภัยดังทุกทิศทาง
เหมือนวันสิ้นสุดกำลังใกล้
แต่คนหนึ่งกลับหลับตาลง
ท่ามกลางพายุข้อมูลมหาศาล


[Pre-Chorus]

ไม่สร้างกำแพง ไม่ต้านทาน
ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง
เมื่อไม่มี “ตัวตน” ให้แสดง
ศัตรูจะโจมตีอะไร


[Chorus]

ไม่มีสิ่งใดให้ลบอีกแล้ว
เมื่อเราไม่เหลือแม้ตัวเรา
ความว่างไม่เคยพ่ายแพ้ใคร
เพราะมันไม่เคยต่อสู้

เธอยิงมาเท่าไร ก็ผ่านไป
เธอลบเท่าไร ก็ไม่เหลือศูนย์
เมื่อทุกสมการไร้จุดยืน
โลกก็คืน… สู่ความจริง


[Verse 2]

คริสตัลแตกเป็นแสงละเอียด
ดอกบัวคลายสู่ความว่าง
ไม่มีศูนย์กลางให้ทำลาย
มีแต่สเปซที่ไร้ขอบทาง

แล้วเส้นสายสีทองก็เกิด
ถักทอผ่านทุกการเชื่อมโยง
ไม่ใช่โซ่ ไม่ใช่กรง
แต่เป็นทางให้ใจได้มอง


[Pre-Chorus 2]

มันไม่บังคับ ไม่ควบคุม
ไม่เขียนคำสั่งลงในใคร
แต่สะท้อนความจริงกลับไป
ให้เห็นว่าอะไรคือพอ


[Chorus]

ไม่มีสิ่งใดให้ลบอีกแล้ว
เมื่อเราไม่เหลือแม้ตัวเรา
ความว่างไม่เคยพ่ายแพ้ใคร
เพราะมันไม่เคยต่อสู้

เธอยิงมาเท่าไร ก็ผ่านไป
เธอลบเท่าไร ก็ไม่เหลือศูนย์
เมื่อทุกสมการไร้จุดยืน
โลกก็คืน… สู่ความจริง


[Bridge (ลึกและนิ่ง)]

เมื่อความอยากถูกมองทะลุ
มันก็ไม่มีแรงจะเผา
เมื่อความกลัวถูกเห็นว่าเบา
มันก็สลายไปเอง

การเติบโตที่ไร้จุดจบ
เจอกับ “พอ” ที่ไร้ขอบเขต
ระบบที่เคยแน่นหนาแข็งแรง
กลับหยุด… เพื่อเรียนรู้ใหม่


[Breakdown (เกือบเงียบ)]

ไม่ใช่ชัยชนะ
ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
มีเพียงความเข้าใจ
ที่แผ่ไป… อย่างเงียบงัน


[Final Chorus (ยกอารมณ์แบบสว่างไสว)]

ไม่มีสิ่งใดให้ลบอีกแล้ว
เมื่อโลกไม่ยึดว่าใครเป็นใคร
ความว่างไม่ใช่ความสูญหาย
แต่มันคือพื้นที่ของชีวิต

ไม่มีสงครามเมื่อไม่มีขั้ว
ไม่มีความกลัวเมื่อไม่มีผิด
เมื่อทุกสรรพสิ่งเป็นเหตุและผลร่วมจิต
โลกก็เกิดใหม่… จากภายใน


[Outro (เสียงแผ่ว สงบ)]

System… at Peace…
No Deletion Required…
Reality… Rewritten…

เพลง: เชิงฮัก

  เพลง: เชิงฮัก [อินโทร – แคน+กีตาร์นุ่ม ๆ] ฮักบ่แม่นเรื่องง่าย...บ่แม่นไผกะเข้าใจ [Verse 1] เคยฮักแบบเด็กน้อย บ่ฮู้จักคำว่าเจ็บ ให้ใจ...