วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

"อุตตม" เผย "สร้างอนาคตไทย" เนื้อหอม คนแห่ร่วมพรรคเพียบ รอเวลาเหมาะสมเปิดตัว

 


เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 นายอุตตม​ สาวนายน แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย​ โพสต์เฟซบุ๊กว่า​ สวัสดีครับ หลังจากเปิดตัวพรรคเสร้างอนาคตไทย ไปเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา มีหลายท่านได้มาแสดงความยินดีย้อนหลัง ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง และก็มีบางท่านถามไถ่ถึงกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งพรรคด้วยความแปลกใจ ว่า ทำไมคนเหล่านี้ถึงยอมมาร่วมตั้งพรรคการเมือง เพราะหลายคนเท่าที่รู้จักไม่เคยมีท่าทีว่า จะสนใจทำงานการเมืองมาก่อนเลย

ผมได้อธิบายท่านเหล่านั้นไปว่า จริงอยู่ที่หลายคนไม่เคยสนใจงานการเมืองมาก่อน แต่พวกเขาก็ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง พร้อมๆ กับทำหน้าที่ของพวกเอง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ นักธุรกิจ กลุ่มเครือข่ายภาคสังคม หรืออื่นๆ แต่เมื่อวันหนึ่งเรามีโอกาสได้พบปะพูดคุยกัน จนตกผลึกว่า คงไม่สามารถปล่อยให้บ้านเมืองตกในภาวการณ์ที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันได้อีกต่อไป จึงเกิดฉันทามติมาร่วมกันทำงานเพื่อบ้านเมืองด้วยกัน

การเมืองที่พวกเราจะทำ จะต้องเป็นการเมืองใหม่ ที่ว่าใหม่นั้น ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน แต่เป็นการเมืองที่อาจเคยมีความคิด ความพยายามทำมาแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ หรือไม่เกิดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

การทำงานเมืองของพวกเรา คือต้องฟังเสียงทุกคนทุกกลุ่ม แล้วกลั่นกรองร่วมกันว่า อะไรดีที่สุดสำหรับประชาชน สำหรับประเทศ จึงเป็นที่มาของผู้ร่วมก่อตั้งที่มีความหลากหลายจากทุกกลุ่มทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง อดีตข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เกษตรกร ฯลฯ ซึ่งทุกคนล้วนได้รับการยอมรับในสาขาอาชีพที่ตนเองทำงานอยู่

ยกตัวอย่างเช่น ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ท่านเป็นอดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เป็นตัวแทนนักวิชาการนักปฏิบัติ ที่จะช่วยเราคิดช่วยทำนโยบายให้เป็นรูปธรรม โดยมีตัวแทนกลุ่มอื่นๆ นำประสบการณ์ตรงมาร่วมคิดในแต่ละด้าน เช่น กลุ่มภาคประชาสังคม ก็มี คุณแก้ว สังข์ชู ปราชญ์ชาวบ้านจากจ.พัทลุง นำเสนอแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนฐานราก ได้ประโยชน์จากนโยบายสูงสุดอย่างแท้จริง มีตัวแทนจากกลุ่ม SME อย่าง คุณณพพงศ์ ธีระวร อดีตประธานสภาเอสเอ็มอี มีคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อย่าง น้องบอม โอฬาร วีระนนท์ เป็นตัวแทน มีตัวแทนจากกลุ่มผู้บริหารนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างคุณนริศ เชยกลิ่น เป็นต้น

หากเราต้องการให้อนาคตประเทศ ก้าวไปข้างหน้า การเมืองก็ต้องก้าวไปข้างหน้าด้วย ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน แล้วนำมาปฏิบัติอย่างแท้จริง และอยากบอกกับทุกท่านเพิ่มเติมว่า เรายังมีผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลายคน ทั้งที่เริ่มต้นทำงานกับพวกเราแล้ว และแสดงเจตจำนงเข้ามา แต่ท่านเหล่านั้นยังไม่ขอเปิดตัวในวันนี้ เพราะยังติดภารกิจบางอย่างจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

วันนี้ เราได้เริ่มทำงานกันอย่างเข้มข้นแล้ว ทั้งระดมความคิดเห็น เดินหน้าออกรับฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำมาประกอบเป็นแนวนโยบาย เป็นยุทธศาสตร์สร้างอนาคตประเทศไทย ส่วนวิถีทางงานด้านการเมือง ผมคิดว่าวันนี้เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามครรลองที่เห็นๆ กันอยู่ เพราะพรรคอนาคตไทยมีจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหรือซ้ำเติมความขัดแย้งที่เป็นอยู่

สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือ เร่งสร้างยุทธศาสตร์เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้ จากนี้ไปจะเห็นพรรคสร้างอนาคตไทย ทำงานอย่างเต็มที่เต็มกำลังครับ

"หมอระวี" ย้ำจุดยืนหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯต่อ ไม่ได้คิดหาแต่กล้วย



 "หมอระวี" ย้ำจุดยืนหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯต่อ มั่นใจกลุ่มพรรคเล็กหลายคนยังอยู่กับ รบ. ไม่ได้คิดหาแต่กล้วย เชื่อ ยุบสภาหลัง  


เมื่อเวลา 10.30 น.วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565  นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ แถลงข่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคเล็กจะย้ายไปร่วมงานกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ว่า เมื่อวานนี้ (20 ม.ค.)มีคนปล่อยข่าวกับสื่อมวลชนว่า กลุ่มพรรคเล็ก 9 ส.ส.มีแนวโน้ม จะตาม ร.อ.ธรรมนัสไป ยกเว้นตนนั้น การปล่อยข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายกับกลุ่มพรรคเล็ก จากข่าวนี้สื่อหลายสำนักนำไปขยายความต่อว่า ศึกครั้งนี้กล้วยที่พรรคเล็กจะได้รับ จะได้กันแบบยกทั้งเครือ ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง แน่นอนว่าถ้าพรรคเล็ก 9 ส.ส.ไปร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส จริงจะสร้างอำนาจต่อรองอย่างแรงต่อนายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯไม่ยอมอาจถึงขั้นยุบสภาได้ 


นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เป็นความขัดแย้งภายในของพรรคพลังประชารัฐพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆรวมทั้งกลุ่มพรรคเล็กไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ตนจึงขอเตือนไปยัง ส.ส.คนใดที่ปล่อยข่าวแบบนี้ เป็นการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ในยามโควิดระบาดและข้าวยากหมากแพงในขณะนี้ ประเทศและประชาชนต้องการนักการเมืองที่คิดหาทางช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ไม่ใช่คิดแต่จะเล่นเกมการเมือง เพื่ออำนาจผลประโยชน์และคิดแต่จะหากล้วยเช่นนี้


" ผมเชื่อว่า ส.ส.พรรคเล็กจำนวนมากจะคงยืนหยัดทำในสิ่งที่ควรจะทำ สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่ได้คิดแต่จะกินกล้วย แต่อาจจะมีบางคน บางพรรคเท่านั้น ที่อาจจะตาม ร.อ.ธรรมนัสไป แต่ถ้ามีก็คงเป็นเพียงส่วนน้อย สำหรับพรรคพลังธรรมใหม่เองที่ถูกปล่อยข่าวว่าเหลือพรรคเดียวที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับบิ๊กตู่นั้น ในความจริงแล้วพรรคเล็กส่วนมากยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่"นพ.ระวี กล่าว


นพ.ระวี ยังกล่าวด้วยว่า พลังธรรมใหม่ไม่ใช่องครักษ์พิทักษ์บิ๊กตู่ แต่ยึดมั่นหลักการที่เราสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 60 รัฐบาลที่คอยปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐบาลที่ซื้อสัตย์ สุจริต ทุ่มเททำเพื่อบ้านเมือง ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาพลังธรร ใหม่ประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ในรัฐบาล รัฐบาลมีจุดอ่อนจุดใด พลังธรรมใหม่ก็จะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปรับปรุงอย่างจริงจังดังนั้นในขณะนี้ในภาวะวิกฤตโควิดที่รุนแรงไปทั่วโลก รัฐบาลก็ย่อมอาจจะมีจุดอ่อนจากการบริหารอยู่บ้าง มีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่จุดยืนทั้ง 3 ประการ รัฐบาลยังมีอยู่ครบ พลังธรรมใหม่จึงยังคงยืนหยัดรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้บริหารประเทศต่อไป


เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองช่วงนี้อย่างไร เพราะเสียงของรัฐบาลที่หายไปอาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาล นพ.ระวี กล่าวว่า ส่งผลต่อเสถียรภาพแน่นอน แต่ในส่วนตัวพรรคพลังธรรมใหม่วิเคราะห์แล้วว่าต่อให้ 21 เสียงไปอยู่กับฝ่ายค้าน หรือต่อให้กลุ่มพรรคเล็กบางส่วนตามร.อ.ธรรมนัสไปแล้วโหวตให้กับฝ่ายค้าน หรือโหวตคว่ำรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาถึงในสมัยประชุมหน้าช่วงเดือนพ.ค. หรือเมื่อร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เข้าสภาฯ ตนยังเชื่อว่ารัฐบาลก็ยังผ่านพ้นไปได้ เพราะถึงอย่างไรเสียงรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้านเกือบ 7 เสียง  ซึ่งคล้ายกับรัฐบาลในปีแรกที่มีเสียงปริ่มน้ำ และถ้าเป็นการโหวตเรื่องสำคัญ รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.ก็ต้องทิ้งงานและเข้ามาร่วมประชุมสภาฯ แต่ในภาวะเช่นนี้พรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็ต้องเข้าร่วมประชุมสภาฯ  ไม่เช่นนั้นอาจเกิดสภาฯล่มได้ ซึ่งนานๆจะเกิดเหตุการณ์ที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้นับองค์ประชุม 


เมื่อถามว่า มีความคาดหวังหรือไม่ว่ากลุ่มร.อ.ธรรมนัสยังทำงานร่วมกับรัฐบาลต่อไป นพ.ระวี กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบยาก เพราะขึ้นอยู่กับการเจรจา ตนคิดว่าสื่อและประชาชนคงอ่านเกมออก เพราะแปลกที่มีการขับส.ส.ออกจากพรรคถึง 21 คน และน่าแปลกมากที่มติกรรมการบริหารพรรคขับตัวเอง เพราะฉะนั้นต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังก่อไผ่แน่นอน และคงจะต้องมีการต่อรองอะไรกันพอสมควร ซึ่งตนไม่ทราบ และผลจะเป็นอย่างไรอาจจะฝันค้างก็ได้ หรืออาจจะเป็นฝันที่เป็นจริงก็ได้ 


เมื่อถามว่า สรุปแล้วตอนนี้มีพรรคเล็กที่มีเจจจำนงค์ชัดเจนว่าจะไปร่วมงานกับร.อ.ธรรมนัสแล้วกี่พรรค นพ.ระวี กล่าวว่า ขอให้ไปดูการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 64 ว่ามีพรรคเล็กใดบ้างที่อยู่กับรัฐบาลหรือไม่อยู่กับรัฐบาล ทั้งเชื่อว่าพรรคเล็กส่วนมากยังคิดถึงเรื่องบ้านเมืองมากกว่าเรื่องกล้วย หากสถานการณ์ไปไม่ไหวจนนายกฯคิดยุบ ก็ต้องยุบ ส่วนพรรคพลังธรรมใหม่พร้อมเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้เชื่อว่าหากนายกฯจะตัดสินใจยุบสภาฯก็คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้าช่วงเดือนพ.ค.ไปแล้ว


วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565

"คณะสงฆ์นางรองบุรีรัมย์" สานพลัง "บวร" ทอดผ้าป่าส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และผู้สูงอายุ

 


"คณะสงฆ์นางรองบุรีรัมย์" สานพลัง "บวร" ทอดผ้าป่าส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธพระสงฆ์และผู้สูงอายุแบบบูรณาการ สานงานสาธารณสงเคราะห์ให้มั่นคงและยั่งยืน 


เมื่อวันอังคารที่ ๑๘ เดือน มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕  เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุมคณะสงฆ์อำเภอนางรอง วัดสิงห์วงศ์ ตำบลหนองไทร อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีพระสงฆ์ ประกอบด้วย เจ้าคณะ พระสังฆาธิการ ผู้บริหารกิจการคณะสงฆ์อำเภอนางรอง ได้แก่ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลทุกตำบล รองเจ้าคณะตำบล และกองงานเลขานุการคณะสงฆ์อำเภอและเลขานุการเจ้าคณะตำบล  จำนวน  ๑๐๐ กว่ารูป เข้าประชุม      


ในที่ประชุม พระครูปริยัติภัทรคุณ เจ้าคณะอำเภอนางรอง ประธานที่ประชุม ได้ปรารภการขับเคลื่อนศาสนกิจการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ในห้วงระยะเวลา หนึ่งปีที่ผ่านมา จากการปฏิบัติศาสนกิจเยี่ยมเยียนพระสงฆ์  โดยคณะสงฆ์อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาซึ่งมีวัดทั้งหมด 101 วัด จำนวนพระภิกษุ สามเณร รวมทั้งสิ้น ๖๐๔ รูป จำแนกเป็นพระภิกษุ 589 รูป สามเณร 15 รูป  พระสงฆ์ที่มีสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน ๑๔๑  รูป คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๓๔ และมีแนวโน้มเป็นพระผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและพบประชาชนผู้สูงอายุซึ่งถือว่าเป็นหลักชัยของสังคมชุมชนประสบภาวะเป็นผู้ป่วยติดเตียงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน 



ด้วยปรารภสภาวการณ์ดังกล่าวนี้ คณะสงฆ์อำเภอนางรอง จึงได้กำหนดแผนการดำเนินศาสนกิจสาธารณสงเคราะห์ ทั้งระยะยาวและระยะเฉพาะกิจกรณีเร่งด่วน ซึ่งแผนระยะยาวเป็นการดำเนินการส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญา เพื่อสนับสนุนพระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด - อสว.) ให้เข้ารับการศึกษาอบรมตามหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐากวิถีพุทธ สำหรับพัฒนาและส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณร ได้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการดูแลสุขภาพอนามัยตามหลักพระธรรมวินัย สมดังพุทธพจน์ตอนหนึ่งว่า : “โย ภิกฺขเว มํ อุปฏฺฐเหยฺย โส คิลานํ อุปฏฺฐเหยฺย” แปลความว่า" ผู้ใด ปรารถนาจะอุปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้น พึงอุปัฏฐากภิกษุไข้เถิด" ตลอดถึงส่งเสริมให้พระภิกษุ สามเณร มีบทบาทต่อการดูแลสุขภาพตนเอง ชุมชน สังคมและส่งเสริมการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและทางสังคม ตลอดจนให้คำแนะนำ การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขอนามัย โดยก่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน สามารถให้บริการพระสงฆ์อาพาธภายในวัดและเกื้อกูลพุทธศาสนิกชนในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่จัดทำขึ้นภายใต้มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๗/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคมพ.ศ. ๒๕๖๐ มติที่ ๑๙๑/๒๕๖๐ เรื่อง การดำเนินงานพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะที่กำหนดให้ดำเนินการวัดส่งเสริมสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ทั่วประเทศ ตามหลักการของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ และเป้าหมายการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ๓ ประเด็นสำคัญ คือ พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และบทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม โดยยึดหลักการสำคัญ คือการใช้ทางธรรมนำทางโลก และมาตรการสำคัญในการดำเนินการ ๕ ด้าน ได้แก่ ความรู้ ข้อมูล การพัฒนา การบริการสุขภาพ และการวิจัยที่จะนำไปสู่การส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลสุขภาวะพระสงฆ์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางปัญญาและทางสังคม ตลอดจนการจัดสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อสุขภาพโดยก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างวัดกับชุมชน ทำให้พระแข็งแรง วัดมั่นคงชุมชนเป็นสุข 



ส่วนระยะเฉพาะหน้า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบหนุนเสริมศาสนกิจด้านสาธารณสงเคราะห์ เป็นกรณีเฉพาะกิจเร่งด่วน โดยกำหนดทอดผ้าป่าสามัคคี  ณ สวนธรรมรัตนคีรี  (รร สิริภัทรคุณานุสรณ์) ในวันอาทิตย์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. ในโอกาสดังกล่าวนี้เปิดโอกาสให้ทุกท่านที่ประสงค์ร่วมส่งเสริมสนับสนุนทำบุญได้ตามบัญชีบุญงานสาธารณสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอนางรอง บัญชีเลขที่ ๓๗๓-๓-๐๐๙๓๗-๑ (ธ.กรุงไทย) หรือโทรศัพท์ ๐๙๕  ๖๑๓  ๔๑๙๐ /ติดตามข่าวสารในช่องสื่อสารทาง  Facebook : วัด สิงห์วงศ์ เพื่อระดมทุนจัดซื้อรถตู้ กู้ภัย บริการพระภิกษุสามเณร อาพาธและพุทธศาสนิกชนทั่วไป


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปิยวัฒน์ คงทรัพย์ อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาพระพุทธศาสนา วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธของพระสงฆ์ ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ระดับพื้นที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ในเบื้องต้น พบว่า เป็นการพัฒนาที่เป็นรูปแบบการมีส่วนร่วม สานพลัง บวร ส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธพระสงฆ์และผู้สูงอายุแบบบูรณาการ สานงานสาธารณสงเคราะห์คณะสงฆ์ให้มั่นคงและยั่งยืน ที่มีผลการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธ ให้เข้มแข็งต่อไป ตามแนวทางการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ด้านสาธารณสงเคราะห์ โดยสร้างระบบและกลไกเพื่อกํากับดูแลและบริหารภารกิจด้านการสาธารณสงเคราะห์ 



ให้เป็นรูปธรรมโดยสามารถวัดและประเมินผลได้ ส่งเสริมและสนับสนุนพระสงฆ์นักพัฒนาให้ทํางานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมและสนับสนุนวัดซึ่งเป็นองค์กรทางพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาวิชาชีพสำหรับชุมชน รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อการสาธารณะสงเคราะห์และสนับสนุนงานด้านสาธารณสงเคราะห์ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธ ผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งผู้ประสบภัย / ประชาชนผู้ทุกข์ร้อนเบื้องต้น 


คณะสงฆ์อำเภอนางรอง ได้ร่วมกันขับเคลื่อน สนองงานการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ตามแผนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาภายใต้แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา  ที่มหาเถรสมาคมและมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบมอบถวายคณะสงฆ์ดำเนินการทั้งด้านการปกครอง การศึกษา ศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ เช่น การร่วมกันดำเนินการศูนย์พักคอย จากสถานการณ์ โควิด ๑๙ ในช่วงที่ผ่านมาและเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ต่อ รวมทั้งสนับสนุนคณะสงฆ์จังหวัดในการดำเนินการพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดสร้างพุทธมณฑลประจำจังหวัด  ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่มีความสำคัญในอันที่จะกำหนดทิศทางการพัฒนางานคณะสงฆ์อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจและโดยเฉพาะประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ช่วงวัยผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี ครอบคลุมทั้งด้านกาย ใจ สติปัญญาและสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การเสริมสร้างพลังทางสังคม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนเป็นพลัง “บวร”  ในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวม และสนองงานคณะสงฆ์ในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ ในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ ให้พุทธศาสน์สถาพร โลกนิกรนิรทุกข์ สังคมสันติสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนำไปสู่ความมั่นคง ยั่งยืนของพระพุทธศาสนาสืบไป ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน              

 


คณะสงฆ์อำเภอนางรอง อสว.พระคิลานุปัฏฐาก นางรอง ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาครัฐ เขตสุขภาพที่ ๙ สสจ.สสอ. รพ.รพ สต. ในพื้นที่ เหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาด ฝ่ายปกครองส่วนภูมิภาค องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน กู้ภัยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ มีความตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลพระสงฆ์อาพาธและผู้สูงอายุที่ภาวะพึ่งพิง จึงได้ดำเนินการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุและพระสงฆ์แบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดระบบการดูแลผู้สูงอายุและพระสงฆ์อย่างเสมอภาคเท่าเทียม และยั่งยืน อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้พระสงฆ์และวัดมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพ เป็นศูนย์กลางสุขภาพชุมชน และจัดสภาพแวดล้อมที่ดีให้เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ ครอบคลุมการดูแลส่งเสริมสุขภาพพระสงฆ์และผู้สูงอายุ การดูแลพัฒนาทักษะกาย ใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การพัฒนาวัดส่งเสริมสุขภาพและวัดรอบรู้ด้านสุขภาพ การส่งเสริมให้พระสงฆ์และผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยดำเนินงานโครงการการพัฒนาสุขภาวะวิถีพุทธของพระสงฆ์ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระดับพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการดูแลผู้สูงอายุและพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ในชุมชนให้เป็นรูปธรรมต่อเนื่องและยั่งยืนสืบต่อไป


"พปชร."แถลงปมแพแตก! มติขับ 21 สมาชิกพรรคเครือ"ธรรมนัส"เหตุทำผิดร้ายแรง



เมื่อ​วันที่ ​20 ม.ค. 65 เวลา 10.25 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ น.ส.พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 65 ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐมีมติเห็นชอบให้สมาชิกพรรคจำนวน 21 คน ซึ่งเป็นกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และคณะ ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค จากการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส. พรรค ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ สมาชิกพรรคจำนวน 21 คน ซึ่งเป็นกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และคณะ ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เรียกร้องให้หัวหน้าพรรคมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งหัวหน้าพรรคเห็นว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวจะสร้างปัญหา และเกรงจะเกิดความขัดแย้งจึงมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค 


ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องได้ และข้อเสนอดังกล่าวพรรคเห็นว่าเป็นเหตุที่ร้ายแรง ซึ่งตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 ข้อ 54 (5) ว่าด้วยสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อพรรคการเมืองมีมติให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรงอื่น การสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง จึงมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และคณะ เพื่อรักษาหลักการ ให้พรรคมีเอกภาพ รักษาเสถียรภาพ และอุดมการณ์ของพรรค รวมทั้งต้องรักษาสมาชิกส่วนใหญ่ไว้ เพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์ของพรรค ทั้งนี้ พรรคจะดำเนินการจัดเตรียมเอกสารเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป

25ม.ค.! "สป.อว."จัดสัมมนาชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการ พิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งทางวิชาการเฉพาะด้าน



เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม 2565  สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กำหนดจัดประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเฉพาะด้านให้กับคณะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ และคณาจารย์ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการตามประกาศ ก.พ.อ. พ.ศ. 2564 

วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 13.30 – 17.00 น. ผ่านระบบ ZOOM ID : 960 2743 2884 Passcode : 234406 ซึ่งรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ไม่เกิน 500 คน ทั้งนี้ ทาง สป.อว. ได้ทำหนังสือไปยังสถาบันอุดมศึกษาของรัฐทุกแห่งแล้ว

สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน และบุคคลทั่วไปสามารถรับชมได้ 2 ช่องทาง : Facebook Live : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

Youtube : https://youtu.be/DYYR9uVPRAI  สามารถ Download เอกสาร ได้ที่ http://www.basd.mua.go.th/Page/News_Detail.aspx?type=sem&id=M%2fKszA1ij5A%3d

เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา มอบ 100,000 บาท ผู้ว่าฯหมู่ป่า สนับสนุนศูนย์ Call Center โควิดปทุมธานี



พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ร่วมผู้มีจิตศรัทธา มอบเงิน 100,000 บาท ให้ผู้ว่าปทุมฯ สนับสนุนศูนย์ Call Center โควิด-19


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565  เวลา 09.00 น. ณ อาคารเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง และประธานอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ส่วนกลาง) ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดเขียนเขต พระอารามหลวง, คุณสุดาลักษณ์ ชินวิรารัฒน์ ประธานชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล 5 ปทุมธานี ในอุปถัมภ์พระธรรมรัตนาภรณ์ และคุณองอาจ ธรรมนิทา กรรมการเลขานุการชมรมฯ


ร่วมกันมอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้กับคุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนายแพทย์อภิชน จีนเสวก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และคณะ เพื่อสมทบทุนสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังและประสานงานสถานการณ์โควิด-19 ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในโอกาสเดียวกันนี้ คณะฯ ยังได้ร่วมกันมอบชุดอาหารโฮมเมดอิตาเลียนของร้านมาดามอร่อย เรือนรังสิต ศูนย์การค้าตลาดรังสิต เพื่อส่งกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย 


สำหรับการจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังและศูนย์ประสานงานสถานการณ์ COVID-19 ในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โทร. 02-1475622” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดปทุมธานีที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สายพันธุ์โอมิครอน เพื่ออำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ตลอด 24 ชั่วโมง โดยดำเนินงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่าย จำนวน 8 คู่สาย เพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อให้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาโดยเร็ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา

"เจ้าคุณว." แนะบทบาทศาสนา ต้องปรับจูนเข้ากับคนรุ่นใหม่สร้างชาติแบบมีสติ

 


"เจ้าคุณว."เตือนระวังเครื่องมือขยายโกหกบนสื่อออนไลน์สร้างความเกลียดชัง แนะบทบาทศาสนาต้องปรับจูนเข้ากับคนรุ่นใหม่ สร้างสังคมสตินำไปสู่การสร้างชาติแบบสัมมาทิฐิ

 

วันที่ ๑๙  มกราคม  ๒๕๖๕ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. วิทยากรต้นแบบสันติภาพ อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) 

เลขานุการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน  มจร  นักศึกษาหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่น ๑๒  ประธานด้านการประชาสัมพันธ์กลุ่มสโลวาเกีย หลักสูตรนักบริหารระดับสูง เปิดเผยว่า ได้เรียนออนไลน์หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการสร้างชาติ รุ่นที่ ๑๒ โดยสถาบันการสร้างชาติ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่รวมพลังคนดี คนเก่ง คนมีคุณภาพสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมยุทธศาสตร์คุณธรรมเพื่อนำชาติผ่านวิกฤต” 


บรรยายแบบบูรณาการโดย พระเมธีวชิโรดม (อาจารย์ ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย จังหวัดเชียงราย กล่าวประเด็นสำคัญว่า ปัจจุบันเราเผชิญกับความเกลียดชังกัน มีเครื่องมือขยายการโกหกเกิดขึ้นในสื่อออนไลน์ ทำให้คนเกลียดกันง่ายแม้ไม่รู้จักกัน เช่น ประเด็นสีผิว หรือ การเหยียดกันเพื่อการเกลียดชังในสหรัฐอเมริกามีแนวคิดที่สุดโต่งในกรณีเหยียดคนเอเชีย ซึ่งโลกกำลังเผชิญวิกฤตมากมายซึ่งโลกไม่สามารถรับรองวิกฤตได้ เช่น การทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ซึ่งแท้จริงโลกมีการเชื่อมโยงกันเสมอ เราล้วนอยู่ในเครือข่ายแห่งความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันเสมอถือว่าเป็นวิกฤตภูมิอากาศโลก นำไปสู่วิกฤตคุณธรรมของคนในโลกส่งผลต่อวิกฤตเศรษฐกิจเพราะความเหลื่อมล้ำที่มีความขัดเจน ประเทศไทยคือสวนย่อยของโลกจะต้องเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ต่อไปทุกคนสามารถเขย่าโลกนี้ได้ระบบของโลกมีการเปลี่ยนแปลง เด็กอายุ ๑๕ ปีในสวีเดน ออกมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมวิกฤตทำให้เด็กเป็นผู้มีอำนาจในโลก 


โลกเชื่อมโยงกันจากสถานการณ์ของโควิดเชื่อมหากัน จึงต้องหาทางออกผ่านการมองแบบแยกส่วนไปสู่องค์รวม เพราะทุกอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้มนุษย์ไม่มององค์รวมแต่มักจะมองแยกส่วน เหมือนม้าลำปาง มองเฉพาะจุดเดียว จึงต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ว่าทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยง ซึ่งอย่างเป็นองค์รวม จึงนำไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคมระดับโลก ต้องมีความรับผิดชอบทางจริยธรรมระดับโลก “ไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทั้งโลกจะปลอดภัย” ซึ่งชะตากรรมของคนทั้งโลกเชื่อมโยงกัน สรรพสิ่งจะอิงอาศัยกันทั้งโลกจึงต้องตระหนัก “สติของคนจะส่งผลต่อสันติของคนทั้งโลก การขาดสติของคนหนึ่งจะส่งผลต่อคนทั้งโลก” สอดรับกับแนวครูกับศิษย์ในการแสดงกายกรรมว่า“ไม่ต้องระวังใคร แต่ต่างกันต่างดูแลตนเองให้มีสติเป็นฐาน” เป็นทฤษฎีสติเพื่อสังคมนำไปสู่การสร้างชาติ 


โดยแหล่งอ้างอิงเดิมจริยธรรมในทางศาสนาเริ่มหมดไป จึงต้องอ้างอิงเหตุผลมากขึ้นผ่านสังคมประชาธิปไตย ให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีเหตุมีผล ในยุคใหม่จึงไม่ใช่ศาสนาแต่เป็นเหตุผล จึงต้องให้คนในชาติมีคุณธรรมเพียงอาศัยพระสงฆ์อย่างเดียวไม่ได้ จะต้องพัฒนาผลิตปัญญาให้ทันกับปัญหา คนไทยจะต้องสานเสวนาพูดคุยด้วยเหตุผลอย่างมีมิตรไมตรี จะต้องแก้ที่วิธีคิดปรับทิฐิของคน สังคม โลก ปัญหาคือมองโลกแบบแยกส่วน จึงต้องมองโลกแบบองค์รวมเป็นสัมมาทิฐิ จึงต้องทำให้คนในสังคมมีสติ “คนหนึ่งคนที่มีสติจะสวมหน้ากากก่อนออกจากบ้าน” จึงต้องแก้จากทิฐิผ่านการพัฒนาสติ คนหนึ่งคนที่มีสติกำลังดูแลโลกทั้งใบ จะต้องมีการตื่นรู้ร่วมกันของคนในสังคม 


บทบาทของศาสนาจะต้องปรับตัว จะต้องศึกษาคำสอนของศาสนาตนเองอย่างลึกซึ้ง เข้าใจศาสตร์สมัยใหม่เพื่อสื่อสารง่าย และใจกว้างเพื่อการแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งพระพุทธศาสนาที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์จะต้องเป็นแบบพระพุทธเจ้าเท่านั้นแบบดั้งเดิม แต่ปัจจุบันมีพระพุทธศาสนาแบบประเพณี พิธีกรรมที่ทำสืบๆ กันมาเป็นความเชื่อเท่านั้นถือว่าเนื้องอกพระพุทธศาสนา การที่บอกว่าพระพุทธศาสนาเป็นวิทยาศาสตร์เพราะเป็นความจริง สามารถพิสูจน์ได้จะต้องลงไปสู่การพิสูจน์ ทดลองด้วยตนเอง ตั้งคำถามและท้าทาย โดยบริษัทชั้นนำอย่างกรูเกิ้ลมีการพัฒนาสติภาวนาของคนในองค์กรอย่างจริงจัง คนรุ่นใหม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอกมาตลอด จึงต้อง “สำนึกเชิงขอบคุณ” ต่อพ่อแม่และครูอาจารย์ เวลาจะกำหนดว่าเราล้วนสำนึกแห่งการพึ่งพา จึงต้องสอนให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ จึงต้องปรับภาษาในการสอนใหม่จึงต้องสร้างคนสำคัญกว่าทุกสิ่ง 


จากนั้น ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) และนักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  กล่าวขอบพระคุณท่านอาจารย์เจ้าคุณ ว.วชิรเมธี    


"อุตตม" เผย "สร้างอนาคตไทย" เนื้อหอม คนแห่ร่วมพรรคเพียบ รอเวลาเหมาะสมเปิดตัว

  เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2565 นายอุตตม​ สาวนายน แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย​ โพสต์เฟซบุ๊กว่า​ สวัสดีครับ หลังจากเปิดตัวพรรคเสร้างอนาคตไทย ไปเ...