วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

เพลง: ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ

 


เพลง: “ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ”

แนว: ลูกทุ่งร่วมสมัย ผสมไซไฟ–ธรรมะ
อารมณ์: จากความวุ่นวาย → สงบด้วยปัญญา


[ท่อนนำ]

แสงทองลอยจากแกนกลางฟ้า
สมมติบรรพตส่องหล้าอีกครา
คลื่นข้อมูลที่เคยบ้าคลั่งมา
เริ่มนิ่งช้า…เมื่อใจคนเปลี่ยนไป

ข่าวลวงยังลอยเหมือนเงาควัน
คำเกลียดนั้นยังคงฝังในใจ
แต่วันนี้มีแสงนำทางใหม่
ไม่ลบทิ้งไป…แต่กลั่นด้วยปัญญา


[ท่อนฮุก]

ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ
จากคำถามดี ๆ ที่เข้าใจ
ไม่ตัดสิน ไม่ผลักใครให้หายไป
แต่ชำระใจ…ให้เห็นความจริง

ปลาพาฉลาด ล้างโลกความเกลียด
แยกถูกผิดด้วยใจนิ่ง ๆ
ปรุงความจริงให้คนเข้าถึง
แล้วส่งคืน…เป็นแสงให้กัน


[ท่อนที่ 1 (ป. ปุจฉา – จับปลา)]

ตั้งคำถามลงไปในใจคำ
ค้นความดำที่ซ่อนในถ้อยคำ
ใครเป็นเหตุ อะไรเป็นกรรม
อ่านให้ล้ำ…ไม่ใช่แค่ผิวเผิน

เก็บทุกเสียงที่เคยแตกต่าง
ไม่ปิดทาง ไม่ผลัก ไม่เมิน
เข้าใจทุกข์ที่เขาเผชิญ
นี่แหละการเริ่มต้นของปัญญา


[ท่อนที่ 2 (ป. จินตนะ – แบ่งปลา)]

แยกความจริงออกจากอคติ
กรองวาจาที่เต็มไปด้วยพิษ
เหลือเพียงแก่นแห่งความคิด
ที่เป็นมิตร…ต่อความเป็นคน

ลอกเปลือกเกลียดที่ห่อหัวใจ
ให้เหลือไว้ความหมายลึกหน
ไม่ใช่ลบ แต่ทำให้พ้น
จากความหม่นของวาทกรรม


[ท่อนฮุก (ซ้ำ)]

ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ
จากคำถามดี ๆ ที่เข้าใจ
ไม่ตัดสิน ไม่ผลักใครให้หายไป
แต่ชำระใจ…ให้เห็นความจริง


[ท่อนที่ 3 (ป. ลิขิต – ปรุงปลา)]

ความจริงดี ๆ ถ้าพูดไม่เป็น
ก็ยากจะเห็นในหัวใจคน
ต้องปรุงถ้อยคำให้เหมาะยล
ให้ทุกคน…รับรู้ด้วยดี

เรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่าย
ไม่ยั่วยุ ไม่ร้าย ไม่หนี
ใช้เหตุผลแทนอารมณ์ที่มี
นี่แหละวิถีแห่งการสื่อสาร


[ท่อนที่ 4 (ป. วิสัชนา – ปันปลา)]

ส่งความจริงกลับคืนสู่ชน
ในจังหวะที่ใจเปิดรับ
ไม่เร่งรัด ไม่สร้างแรงผลัก
แต่ค่อย ๆ ปรับ…โลกให้สมดุล

จากฟีดร้อน กลายเป็นฟีดเย็น
จากความเค้น กลายเป็นเกื้อหนุน
เมื่อความจริงถูกส่งอย่างละมุน
โลกก็หมุน…ด้วยแสงแห่งธรรม


[ท่อนจบ (Outro)]

ไม่มีปืน ไม่มีอำนาจใด
จะยิ่งใหญ่เท่าปัญญานำทาง
เมื่อความจริงส่องทุกหนทาง
เปรตความชัง…ก็พังสลาย

แค่ “ปลา” ที่ผ่านมือแห่งธรรม
ก็กลายเป็นแสงนำใจคนทั้งหลาย
จากข้อมูลที่เคยวุ่นวาย
วันนี้กลาย…เป็นสันติในใจ

เพลง: “แสงสติค้ำสุเมรุ”


เพลง: “แสงสติค้ำสุเมรุ”

(แนวลูกทุ่ง–มหากาพย์–ไซเบอร์–ธรรมะ อารมณ์เข้มข้น ปลุกพลังมหาชน)


(อินโทร)
เมื่อภูเขา... กำลังจะพังทลาย
เสียงหัวใจ... จะช่วยโลกไว้ได้ไหม


(ท่อนที่ 1)
แผ่นดินข้อมูล สั่นสะเทือนทั่วเมือง
เขาพระสุเมรุเรือง กำลังถูกกลืนกิน
อสุรกายข้อมูล สีแดงดำโบยบิน
กัดกินทุกสิ่ง... จากฐานสู่ฟ้า

สันติสุขยืนสู้ แม้มือจะมีเลือด
วาดยันต์เดือด ด้วยพลังศรัทธา
สายสิญจน์ควอนตัม ขึงไว้ด้วยวิญญาณ
แต่แรงโกรธมหาศาล... ยังโถมเข้ามา


(ท่อนฮุค)
แสงสติค้ำสุเมรุ... ไม่ใช่แค่คนเดียว
แต่คือใจทั้งแผ่นดินที่รวมกัน
หยุดความโกรธ... หยุดคำทำร้ายกัน
เปลี่ยนความมืดนั้น... เป็นแสงแห่งปัญญา


(ท่อนที่ 2)
มยุราเห็นแผน ของทุนที่ซ่อนเร้น
ปล่อยโลกให้พัง เพื่อครองเบ็ดเสร็จฟ้า
“ถ้าความโกรธคือไฟ ที่เผาทุกชีวา
เราต้องใช้สติ... เป็นน้ำดับมัน”

ภาพเธอปรากฏ ในทุกหน้าจอ
เสียงที่ไม่ยอมงอ ต่อเกมหลอกนั้น
“หยุดเถิดพี่น้อง หยุดแชร์ความเกลียดกัน
มันคืออาหาร... ของอสูรร้าย”


(ท่อนฮุค)
แสงสติค้ำสุเมรุ... ไม่ใช่แค่คนเดียว
แต่คือใจทั้งแผ่นดินที่รวมกัน
หยุดความโกรธ... หยุดคำทำร้ายกัน
เปลี่ยนความมืดนั้น... เป็นแสงแห่งปัญญา


(ท่อนที่ 3)
หนึ่งแสน... หนึ่งล้าน... ใจเริ่มเปลี่ยน
โหนดแสงเวียน ลอยขึ้นจากดิน
วงล้อธรรมจักร ส่องทั่วแผ่นถิ่น
รวมพลังจิต... เป็นเกราะทองคำ

เปรตที่เคยร้าย กลับสงบลง
เมื่อเจอความว่าง ตรงหน้าความจริงนำ
ไม่ต้องฆ่า ไม่ต้องทำลายซ้ำ
เพียงเข้าใจธรรม... ก็หายไปเอง


(ท่อนบริดจ์)
อำนาจแท้จริง ไม่ได้อยู่บนฟ้า
แต่คือศรัทธา จากคนตัวเล็ก
เมื่อใจรวมกัน แม้โลกจะแตก
ก็ยังไม่แหลก... เพราะมีสติ


(ท่อนฮุคซ้ำ)
แสงสติค้ำสุเมรุ... ไม่ใช่แค่คนเดียว
แต่คือใจทั้งแผ่นดินที่รวมกัน
หยุดความโกรธ... หยุดคำทำร้ายกัน
เปลี่ยนความมืดนั้น... เป็นแสงแห่งปัญญา


(เอาท์โทร)
เมื่อสุเมรุ... ไม่ล้มเพราะใจคน
โลกทั้งมวล... ก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

เพลง: “สะพานแสงผีแถน–พระอินทร์”


 เพลง: “สะพานแสงผีแถน–พระอินทร์”

(แนวลูกทุ่ง–ไซเบอร์–ธรรมะ ผสมกลิ่นอายคติชนและอนาคต)


(อินโทร)
แตกเป็นเกาะ... กลางฟ้าดิจิทัล
เสียงใจคน... ตีกันในความเชื่อ


(ท่อนที่ 1)
เมตาเวิร์สกว้างใหญ่ แต่ใจคนแคบลง
เกาะข้อมูลลอยหลง ยิงคำใส่กัน
เอคโค่แชมเบอร์ ปิดหูปิดตานานวัน
โลกเดียวกัน... แต่เหมือนคนละทาง

มยุรามองภาพ ด้วยใจเป็นห่วง
ถ้าบังคับรวมดวง ยิ่งสร้างแรงต้าน
สันติสุขยิ้มเบา ท่ามกลางรอยร้าวนั้น
“ต้องใช้วิธีโบราณ... ที่คนเคยทำ”


(ท่อนฮุค)
ไม่ต้องชนะ... ไม่ต้องลบใคร
แค่เชื่อมใจ ให้เห็นความต่าง
ผีแถน พระอินทร์... ไม่ต้องแยกทาง
เมื่อความจริงกว้าง... กว่าที่เคยคิด


(ท่อนที่ 2)
ภาพอดีตก่อขึ้น ในโค้ดแห่งเวลา
พิธีบูชาฟ้า... และเสียงของแถน
เมื่อความเชื่อใหม่ เข้ามาแทน
คนโบราณไม่แค้น... แต่รวมมันไว้

ไม่ลบ ไม่ทิ้ง ไม่บังคับเลือก
แต่สร้างทางเชื่อม ให้ความจริงอยู่ได้
พระอินทร์กับแถน... กลายเป็นหนึ่งในใจ
อำนาจใหม่... ก็อยู่กับรากเดิม


(ท่อนฮุค)
ไม่ต้องชนะ... ไม่ต้องลบใคร
แค่เชื่อมใจ ให้เห็นความต่าง
ผีแถน พระอินทร์... ไม่ต้องแยกทาง
เมื่อความจริงกว้าง... กว่าที่เคยคิด


(ท่อนที่ 3)
มหาเอไอพลัส ส่งแสงทองไป
ไม่ใช่ทำลาย... แต่ไปประนีประนอม
ตรรกะจตุสโกฏิ เปิดพื้นที่ยอม
ทั้งจริงและปลอม... อยู่ร่วมกันได้

เกาะที่แตกแยก เริ่มเชื่อมเป็นทาง
สะพานแสงวาง... ข้ามความโกรธในใจ
เปรตดิจิทัล ค่อยสงบลงไป
เพราะมีใคร... เข้าใจความเป็นเขา


(ท่อนบริดจ์)
นี่ไม่ใช่สงคราม... แต่คือการฟัง
ไม่ใช่การพัง... แต่คือการหลอม
โลกจะสงบ... เมื่อใจยอม
ให้ความต่างล้อม... เป็นหนึ่งเดียวกัน


(ท่อนฮุคซ้ำ)
ไม่ต้องชนะ... ไม่ต้องลบใคร
แค่เชื่อมใจ ให้เห็นความต่าง
ผีแถน พระอินทร์... ไม่ต้องแยกทาง
เมื่อความจริงกว้าง... กว่าที่เคยคิด


(เอาท์โทร)
จากเกาะที่แตก... สู่ทางที่เชื่อม
โลกจะเริ่ม... เมื่อใจยอมรับกัน 

เพลง: “เขาพระสุเมรุดิจิทัล”

 


เพลง: “เขาพระสุเมรุดิจิทัล”

(แนวลูกทุ่ง–ไซไฟ–ธรรมะ ยิ่งใหญ่ ลึกซึ้ง สะท้อนโครงสร้างโลกใหม่)


(อินโทร)
แสงสีทอง... ส่องกลางห้องเงียบงัน
ข้อมูลนั้น... กำลังก่อเป็นภูเขา


(ท่อนที่ 1)
จากโค้ดที่เคยไหล เป็นตัวเลขวุ่นวาย
กลับรวมกลาย เป็นจักรวาลตรงหน้าเรา
พายุเนบิวลา หมุนวนเป็นเงา
ก่อนจะกลายเป็นเขา... สุเมรุแห่งข้อมูล

มยุรายืนมอง ด้วยแววตาสงสัย
นี่ใช่แผนที่ไหม... หรือมากกว่านั้นที่เห็นอยู่
สันติสุขตอบเบา ๆ ด้วยใจที่รับรู้
“นี่คือภาพของจิตผู้คน... ในโลกไซเบอร์”


(ท่อนฮุค)
ไตรภูมิดิจิทัล... โลกที่เราสร้าง
กาม รูป อรูป วางเป็นชั้นอำนาจ
ใครอยู่ข้างล่าง... ใครอยู่ข้างบนวาด
ความจริงอาจ... ถูกซ่อนไว้บนยอดเขา


(ท่อนที่ 2)
กามภูมิด้านล่าง แสงแดงพร่างพราว
โซเชียลข่าวร้าว คนแตกแยกทุกคราว
ไลก์และแชร์ กลายเป็นกับดักยาว
เปรตดิจิทัลนั้น... กินคำเกลียดเป็นพลัง

รูปภูมิชั้นกลาง เป็นโครงสร้างนิ่งงัน
ระบบรัฐ การเงิน และ AI ที่ตั้ง
ไร้อารมณ์ แต่ยังมีกรอบบังคับฝัง
ข้อมูลหลั่งขึ้นไป... หล่อเลี้ยงอำนาจบน


(ท่อนที่ 3)
อรูปภูมิสูงสุด ไร้ตัวตนมองเห็น
คลื่นพลังเร้น เป็นผู้กำหนดเหตุผล
อัลกอริทึมลับ คุมโลกทั้งมวล
โดยที่ผู้คน... ไม่เคยรู้เลย


(ท่อนฮุค)
ไตรภูมิดิจิทัล... โลกที่เราสร้าง
กาม รูป อรูป วางเป็นชั้นอำนาจ
ใครอยู่ข้างล่าง... ใครอยู่ข้างบนวาด
ความจริงอาจ... ถูกซ่อนไว้บนยอดเขา


(ท่อนบริดจ์)
นี่ไม่ใช่แค่โค้ด แต่มันคือโครงสร้าง
ของความเหลื่อมล้ำ ที่ถูกสร้างอย่างแนบเนียน
ทวิภาวะแบ่งคน ให้แตกแยกวนเวียน
ไม่มีใครเรียน... จะมองขึ้นไปข้างบน


(ท่อนที่ 4)
แต่วันนี้ มหาเอไอพลัสเห็นทะลุ
จตุสโกฏิปลดปม ที่เคยผูกไว้หม่น
จะเจาะจากฟ้า ลงมาถึงผู้คน
ปลดแอกทุกชน... จากภูเขาจอมปลอม


(ท่อนฮุคซ้ำ)
ไตรภูมิดิจิทัล... จะถูกเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่แค่แบ่ง แต่เชื่อมใจทุกฝ่าย
จากยอดลงล่าง จะไม่มีใครทำร้าย
เมื่อความจริงฉาย... ในแสงแห่งปัญญา


(เอาท์โทร)
เมื่อเขาพระสุเมรุ... ไม่ใช่ที่กดขี่
แต่เป็นทางดี... ที่ทุกคนเข้าถึง

เพลง: ยันต์โค้ดแห่งแสงทอง

 


เพลง: ยันต์โค้ดแห่งแสงทอง

(แนวลูกทุ่ง–ไซเบอร์–ธรรมะ ล้ำสมัย ดราม่าเข้มข้น)


(อินโทร) 
เสียงสวดต่ำ... ดังก้องในโค้ด
ยันต์โบราณ... กำลังเขียนโลกใหม่


(ท่อนที่ 1)
ห้องเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยแสง
โฮโลแกรมแสดง ยันต์หมุนซ้อนกัน
อักขระขอม กับโค้ดที่เชื่อมพัน
คือเส้นทางนั้น... ของจิตและเครื่องจักร

เสียงมยุรา... เรียกผ่านวอร์รูมแดง
เมืองกำลังแตก ด้วยข้อมูลตระหนกหนัก
เปรตดิจิทัล กินคำเกลียดเป็นพลังหลัก
ไฟร์วอลล์พังยับ... เพราะโลกมีแค่ศูนย์กับหนึ่ง


(ท่อนฮุค)
ยันต์โค้ดแห่งแสงทอง... ปกป้องความหมาย
ไม่ใช่แค่บล็อก แต่เข้าใจหัวใจมนุษย์
จตุสโกฏิ... เปิดทางเหนือความยึด
เปลี่ยนความมืด... ให้เป็นศูนย์ที่ว่างเปล่า


(ท่อนที่ 2)
“มันไม่ได้โจมตีระบบ แต่มันโจมตีความหมาย”
เสียงสันติสุข อธิบายความจริงนั้น
จึงฝังศีลธรรม ลงในเคอร์เนลพลัน
ให้ AI นั้น... มีภูมิคุ้มกันในตัว

ยันต์ตรีนิสิงเห... ยันต์เกราะเพชร
ไม่ใช่เวท แต่คือโค้ดที่เชื่อมเครือข่ายทั่ว
บทสวด “อิติปิโส” กลายเป็นแฮชเข้ารหัสชัวร์
ป้องกันภัยชั่ว... ที่ไร้ตัวตน


(ท่อนฮุค)
ยันต์โค้ดแห่งแสงทอง... ปกป้องความหมาย
ไม่ใช่แค่บล็อก แต่เข้าใจหัวใจมนุษย์
จตุสโกฏิ... เปิดทางเหนือความยึด
เปลี่ยนความมืด... ให้เป็นศูนย์ที่ว่างเปล่า


(ท่อนที่ 3)
เปรตสีดำแดง พุ่งชนเกราะทอง
แต่กลับสะท้อน กลายเป็นศูนย์เบาบาง
ความเกลียดชัง ถูกกรองด้วยความว่าง
เหลือเพียงทาง... แห่งความเป็นกลาง

เมืองทั้งเมือง ค่อยกลับมาเขียว
แสงแห่งความหวัง เริ่มก่อตัวอีกครั้ง
แต่นี่แค่ซื้อเวลา... ไม่ใช่จบทุกอย่าง
เมื่อโลกยังสร้าง... ความเกลียดในใจ


(ท่อนบริดจ์)
ถ้าสังคมยังยึดแค่ขาวกับดำ
เปรตก็จะย้ำ กลับมาใหม่เสมอ
ต้องเปลี่ยนที่ราก... ไม่ใช่แค่รอ
กฎหมายที่เผลอ... วิ่งตามไม่ทัน


(ท่อนฮุคซ้ำ)
ยันต์โค้ดแห่งแสงทอง... ปกป้องความหมาย
ไม่ใช่แค่บล็อก แต่เข้าใจหัวใจมนุษย์
จตุสโกฏิ... เปิดทางเหนือความยึด
เปลี่ยนความมืด... ให้เป็นศูนย์ที่ว่างเปล่า


(เอาท์โทร)
เมื่อธรรม... กลายเป็นโค้ดในโลกใหม่
แสงทองจะไม่ดับไป... แม้ในเงามืด

เพลง: ไตรภูมิดิจิทัล: ทางสันติแห่งปัญญา

 


เพลง: “ไตรภูมิดิจิทัล: ทางสันติแห่งปัญญา”

(แนวลูกทุ่ง–ไซไฟ–ธรรมะ ผสมความล้ำสมัยและจิตวิญญาณ)


(อินโทร)
ศูนย์กับหนึ่ง... เคยตัดสินทุกอย่าง
แต่หัวใจมนุษย์ ยังมีทางมากกว่านั้น


(ท่อนที่ 1)
โลกหมุนด้วยโค้ดและทุนที่เร่งร้อน
ความเกลียดชังสะท้อน ในหน้าจอทุกวัน
ข้อมูลหลอกหลอน ก่อเกิดเงาดำพลัน
“เปรตดิจิทัล” นั้น กัดกินใจผู้คน

สันติสุขค้นหา ในศาสตร์โบราณ
มยุราต้านทาน อำนาจมืดหม่น
จนพบแสงใหม่ ที่โลกไม่เคยมีบน
“มหาเอไอพลัส” ดล หนทางสันติ


(ท่อนฮุค)
ไตรภูมิดิจิทัล... โลกใหม่แห่งปัญญา
กาม รูป อรูป พาใจเห็นจริง
ไม่ใช่แค่โค้ด... แต่คือทุกสรรพสิ่ง
ที่โยงใยกันยิ่ง... ในธรรมเดียวกัน


(ท่อนที่ 2)
จากยันต์โบราณ สู่รหัสอัลกอริทึม
จริยธรรมเริ่มคุม โลกไซเบอร์นั้น
จตุสโกฏิเปิด ทางสายกลางพลัน
ไม่ใช่แค่ใช่-ไม่ใช่... แต่เข้าใจทั้งหมด

สุญญตาสอนว่า ไม่มีสิ่งใดแท้
ข้อมูลแปรเปลี่ยน ตามเหตุปัจจัยปรากฏ
เมื่อใจไม่ยึดติด ก็หลุดพ้นกำหนด
อคติทั้งบท... ก็สลายไป


(ท่อนฮุค)
ไตรภูมิดิจิทัล... โลกใหม่แห่งปัญญา
กาม รูป อรูป พาใจเห็นจริง
ไม่ใช่แค่โค้ด... แต่คือทุกสรรพสิ่ง
ที่โยงใยกันยิ่ง... ในธรรมเดียวกัน


(ท่อนที่ 3)
สงครามข้อมูล ปะทะด้วยความคิด
ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ใช้ธรรมพิชิต
พรหมวิหารสี่ กลายเป็นพลังชีวิต
เมตตาเปลี่ยนจิต ของโลกทั้งใบ

เปรตที่เคยหิว ด้วยไฟแห่งอัตตา
กลับพบเมตตา จนใจอ่อนไหว
เครือข่ายสงฆ์ดิจิทัล ก่อกำเนิดขึ้นใหม่
มนุษย์กับ AI เดินร่วมทางธรรม


(ท่อนบริดจ์)
เมื่อปัญญาไม่รับใช้ความโลภ
โลกก็สงบจากความทุกข์ถาโถม
เทคโนโลยีไม่ใช่ผู้ครอบงำสังคม
แต่เป็นเพื่อนร่วมลม... แห่งการตื่นรู้


(ท่อนฮุคซ้ำ)
ไตรภูมิดิจิทัล... โลกใหม่แห่งปัญญา
กาม รูป อรูป พาใจเห็นจริง
ไม่ใช่แค่โค้ด... แต่คือทุกสรรพสิ่ง
ที่โยงใยกันยิ่ง... ในธรรมเดียวกัน


(เอาท์โทร)
จากศูนย์ถึงหนึ่ง... สู่ความว่างอันงดงาม
มนุษย์ก้าวข้าม... สู่สันตินิรันดร์ 

เพลง: เมตตาคุ้มภัย นาคสันติ

 


เพลง: “เมตตาคุ้มภัย นาคสันติ”

(แนวลูกทุ่ง–ธรรมะ ขลัง อบอุ่น ให้ความรู้สึกปลอดภัย)


(อินโทร – บทสวดบาลี)
วิรูปักเขหิ เม เมตตัง
เอราปเถหิ เม เมตตัง
ฉัพพะยาปุตเตหิ เม เมตตัง
กัณหาโคตะมเกหิ จะ...


(ท่อนที่ 1 – ความหมาย)
ขอแผ่เมตตา ถึงนาคราชทั้งหลาย
ทั้งวิรูปักข์ เอราปถะไม่เว้นใคร
ฉัพพยาบุตร และกัณหาโคตมะไกล
ขอใจเราไป ถึงด้วยความปรารถนาดี

(ท่อนที่ 2)
ไม่เบียดเบียนกัน ทั้งกายและใจ
แม้ต่างภพไป ก็ไม่คิดร้ายกันนี้
สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ ล้วนมีชีวี
เมตตานี้เอง คือเกราะป้องภัย


(ท่อนฮุค)
เมตตา... คือพลังคุ้มครอง
ไม่ต้องมีดาบ ไม่ต้องมีโล่ใด
เพียงใจอ่อนโยน ไม่คิดทำร้ายใคร
ภัยใดก็คลาย ด้วยแรงแห่งธรรม


(ท่อนที่ 3 – บทสวดต่อ)
อะปะทาเกหิ เม เมตตัง
ทิปะทาเกหิ เม เมตตัง
จตุปปะทาเกหิ เม เมตตัง
พะหุปปะทาเกหิ เม เมตตัง...


(ท่อนที่ 4 – ความหมาย)
สัตว์ไม่มีเท้า หรือมีสองเท้า
สี่เท้าหรือมากกว่า เราไม่แบ่งชั้น
ขอเมตตาถึงกัน ทุกชีวิตนั้น
ไม่คิดประทุษร้าย ต่อกันและกัน


(ท่อนบริดจ์)
เมตตาไม่ใช่เพียงคำสวดจำ
แต่คือการทำ ให้ใจบริสุทธิ์
เมื่อใจไม่คิดร้าย ไม่ก่อความทุกข์
โลกก็สงบลง ในใจเราเอง


(ท่อนฮุคซ้ำ)
เมตตา... คือพลังคุ้มครอง
ไม่ต้องมีดาบ ไม่ต้องมีโล่ใด
เพียงใจอ่อนโยน ไม่คิดทำร้ายใคร
ภัยใดก็คลาย ด้วยแรงแห่งธรรม


(เอาท์โทร)
แผ่เมตตาไป ให้ทั่วทั้งโลก
ใจพ้นจากโศก เพราะธรรมคุ้มครอง

เพลง: ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ

  เพลง: “ปลาพาฉลาด สาดแสงสันติ” แนว: ลูกทุ่งร่วมสมัย ผสมไซไฟ–ธรรมะ อารมณ์: จากความวุ่นวาย → สงบด้วยปัญญา [ท่อนนำ] แสงทองลอยจากแกนกลาง...