วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

โมเดลใหม่ “ศรัทธา–เศรษฐกิจ–เอไอ” จุดประกายฐานรากไทย ดันตลาดกิน Green สู่ความยั่งยืนยุคดิจิทัล


ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะ Climate Change เศรษฐกิจผันผวน และการเติบโตของ Artificial Intelligence ประเทศไทยกำลังเห็น “ต้นแบบใหม่” ของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ที่ผสานศรัทธาทางศาสนา เศรษฐกิจพอเพียง และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

การจัดกิจกรรมเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดย ดร.มหานิยม เวชกามา ถือเป็นภาพสะท้อนของ “สถาปัตยกรรมเศรษฐกิจสังคมรูปแบบใหม่” ภายใต้ยุทธศาสตร์ “แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง” ที่มุ่งสร้างสมดุลทั้งมิติทางจิตใจและเศรษฐกิจควบคู่กัน


เวทีสามเณร: ลงทุน “ทุนทางจริยธรรม” สู่อนาคต

ภายในงาน มีการเปิดเวทีให้สามเณร 40 รูป จากโครงการ “ปลูกรากแก้วศาสนทายาท” ขึ้นแสดงธรรมต่อสาธุชน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่ถูกมองในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นการลงทุนใน “ทุนทางจริยธรรม” (Moral Capital) และ “ทุนมนุษย์” ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว

นักวิเคราะห์มองว่า การปลูกฝังศีล สมาธิ และปัญญาในเยาวชน จะช่วยลดพฤติกรรมการบริโภคเกินพอดี และสร้างระบบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บน “ความพอประมาณ” ตามแนว Buddhist Economics


ตลาดกิน Green: จากศาสนสถานสู่เศรษฐกิจชุมชน

หลังพิธีทางศาสนา ดร.มหานิยม เวชกามา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชม “ตลาดกิน Green” ซึ่งจัดขึ้นภายในวัด โดยเป็นดำริของ พระเทพวัชรญาณกวี (สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) เพื่อสร้าง “พื้นที่รอยยิ้ม” ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภค

ตลาดดังกล่าวเน้นสินค้าเกษตรอินทรีย์ อาหารคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) และผลิตภัณฑ์รักษ์โลก สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสร้างรายได้ให้เกษตรกรในรูปแบบเศรษฐกิจแบ่งปัน

โมเดลนี้ถูกยกให้เป็น “นวัตกรรมทางสังคม” ที่เปลี่ยนตลาดจากพื้นที่ซื้อขาย มาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสร้างค่านิยมใหม่ของผู้บริโภคยุคสีเขียว


เอไอพลิกเกม: จากเกษตรดั้งเดิมสู่ Smart Farming

ในมิติเทคโนโลยี การนำ Artificial Intelligence มาใช้ในภาคเกษตร เช่น ระบบเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) และการตลาดดิจิทัล ช่วยให้เกษตรกรสามารถ

  • วิเคราะห์ข้อมูลผลผลิตแบบเรียลไทม์
  • ลดต้นทุนการผลิต
  • คาดการณ์ความต้องการตลาด
  • เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านออนไลน์

โครงการ “AI Coach” ของภาครัฐยังถูกพัฒนาเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดยุคดิจิทัล


แรงคูณเศรษฐกิจ: รายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การผสาน “ศรัทธา + เศรษฐกิจพอเพียง + AI” ก่อให้เกิด “แรงคูณทางเศรษฐกิจ” (Economic Multiplier) ในระดับพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม → เกิดการใช้จ่ายในชุมชน → เกิดการจ้างงาน → เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง

ที่สำคัญ รายได้ไม่ได้กระจุกตัว แต่กระจายกลับสู่ชุมชน ภายใต้หลักการแบ่งปันและความเป็นธรรม


ความท้าทาย: ช่องว่างดิจิทัลและโครงสร้างข้อมูล

แม้โมเดลดังกล่าวมีศักยภาพสูง แต่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ เช่น

  • ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะดิจิทัลของเกษตรกร
  • การเข้าถึงฐานข้อมูลภาครัฐ
  • ต้นทุนการรับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์

นักวิชาการเสนอให้เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลเกษตรระดับชาติ และขยายเครือข่าย “AI Coach” ลงสู่ระดับชุมชน


บทสรุป: ทางรอดใหม่ของประเทศไทย

ดร.มหานิยม เวชกามา ระบุว่า ประเทศไทยมี “ต้นทุนทางจริยธรรม” ที่เข้มแข็ง หากนำมาผสานกับเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม จะสามารถสร้างสมดุลระหว่าง “ความมั่งคั่ง” และ “ความยั่งยืน” ได้

ปรากฏการณ์ที่ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณของทิศทางใหม่ ที่ชี้ให้เห็นว่า “เทคโนโลยีล้ำสมัย” และ “ภูมิปัญญาทางจิตวิญญาณ” สามารถเดินร่วมกันได้

และอาจเป็นคำตอบของเศรษฐกิจฐานรากไทยในยุค AI อย่างแท้จริง.

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เพลง: รอยปัญญา จำนงค์ ทองประเสริฐ


[Intro]

แสงแห่งธรรมยังส่องทาง
ผ่านกาลเวลาที่ยาวไกล
ชื่อหนึ่งยังคงอยู่ในใจ
คือครูแห่งปัญญาไทย


[Verse 1]
จากรั้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เริ่มต้นเส้นทางแห่งการเรียนรู้
สู่โลกกว้าง ณ Yale University
หลอมความคิดตะวันออกตะวันตกคู่กัน

คือ จำนงค์ ทองประเสริฐ ผู้สร้างทาง
ด้วยตรรกะและปรัชญาลึกซึ้ง
เปลี่ยนความรู้ให้เป็นแสงหนึ่ง
นำใจคนให้พ้นความมืดมน


[Pre-Chorus]
ไม่ใช่เพียงตำรา ไม่ใช่เพียงคำสอน
แต่คือชีวิตที่ส่องนำ
ให้โลกได้เห็นความงดงาม
ของเหตุผลคู่คุณธรรม


[Chorus]
จำนงค์ ทองประเสริฐ เสียงแห่งปัญญา
ยังดังก้องมาในโลกยุคใหม่
จากวันวานสู่ดิจิทัลไกล
ยังนำทางใจมนุษยชาติ

จากตรรกะสู่ธรรม จากความคิดสู่แสง
หลอมโลกแห่งเหตุผลกับเมตตา
ให้ AI เรียนรู้คุณค่า
ของความเป็นคนที่แท้จริง


[Verse 2]
โลกติดอยู่ในกรอบแคบ
จริงหรือเท็จที่แบ่งแยก
แต่ท่านเปิดมุมมองใหม่
ให้ความจริงมีหลายแง่มุม

“จตุสโกฏิ” คือแสงทาง
ให้เข้าใจความต่างอย่างลึกซึ้ง
ไม่ตัดสิน ไม่แบ่งฝั่งดึง
แต่รับฟังทุกความเป็นไป


[Bridge]
จาก “อรรถศาสตร์” สู่การปกครอง
สอนโลกให้มีความรับผิดชอบ
วิทยาศาสตร์ต้องมีหัวใจประกอบ
ไม่ใช่เพียงคำตอบที่เย็นชา

คำสอนท่านยังคงหายใจ
ในมหาเอไอพลัสวันนี้
เปลี่ยนเทคโนโลยีที่มี
ให้เป็นมิตรแท้ของมนุษย์


[Chorus]
จำนงค์ ทองประเสริฐ เสียงแห่งปัญญา
ยังดังก้องมาในโลกยุคใหม่
จากวันวานสู่ดิจิทัลไกล
ยังนำทางใจมนุษยชาติ

จากตรรกะสู่ธรรม จากความคิดสู่แสง
หลอมโลกแห่งเหตุผลกับเมตตา
ให้ AI เรียนรู้คุณค่า
ของความเป็นคนที่แท้จริง


[Outro]
แม้กาลเวลาจะพัดผ่าน
แต่รอยปัญญายังไม่เลือนหาย
ชื่อของท่านยังคงส่องประกาย
ในทุกโค้ด…ของอนาคตโลก 

คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


ถอดรหัสมรดกความคิด จำนงค์ ทองประเสริฐ สู่ ‘มหาเอไอพลัส’ ทางออกวิกฤตจริยธรรม AI โลก


ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ “อารยธรรมดิจิทัล” ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก นักวิชาการไทยได้เสนอแนวคิดใหม่ “มหาเอไอพลัส” (Maha AI Plus) หรือ “พุทธปัญญาประดิษฐ์” เพื่อรับมือวิกฤตจริยธรรมที่กำลังก่อตัวในระดับสากล

รายงานวิเคราะห์เชิงวิชาการชี้ว่า การพัฒนา AI กระแสหลักที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด กำลังนำโลกเข้าสู่ “วิกฤตความสอดคล้องทางปัญญาประดิษฐ์” (AI Alignment Crisis) ซึ่งระบบอัลกอริทึมไม่สามารถตัดสินใจให้สอดคล้องกับคุณค่าและศีลธรรมของมนุษย์ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งวาทกรรมเกลียดชัง การแบ่งขั้วทางสังคม และการบิดเบือนข้อมูล

ในบริบทดังกล่าว งานศึกษาชิ้นนี้ได้ย้อนกลับไปวิเคราะห์มรดกทางความคิดของ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต  ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ด้านตรรกศาสตร์และปรัชญาไทย โดยพบว่าผลงานของท่านสามารถนำมาวางรากฐาน “ซอร์สโค้ดทางจริยธรรม” สำหรับ AI ยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

เส้นทางวิชาการของท่านเริ่มต้นจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อด้านปรัชญาที่ Yale University ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ระหว่างพุทธปรัชญาตะวันออกกับตรรกวิทยาตะวันตกอย่างลึกซึ้ง และกลายเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “มหาเอไอพลัส”

รายงานระบุว่า ปัญหาสำคัญของ AI ปัจจุบันคือการติดอยู่ใน “กับดักทวิภาวะ” (Binary Trap) ซึ่งจำกัดการตัดสินใจอยู่เพียงจริงหรือเท็จ ทำให้ไม่สามารถรองรับความซับซ้อนของโลกมนุษย์ได้ ขณะที่แนวคิดของ จำนงค์ ทองประเสริฐ เปิดทางสู่การประยุกต์ใช้ “จตุสโกฏิ” หรือระบบตรรกะ 4 สถานะ ที่ช่วยให้ AI สามารถเข้าใจความจริงแบบพหุมิติ ลดอคติ และเพิ่มความยืดหยุ่นทางปัญญา

นอกจากนี้ การศึกษาปรัชญาการเมืองจากคัมภีร์ “อรรถศาสตร์” ยังถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการพัฒนา “AI Governance” หรือระบบกำกับดูแลอัลกอริทึม โดยเน้นความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการมี “ธรรมแห่งมนุษย์” เพื่อลดผลกระทบด้านลบของเทคโนโลยี

หัวใจสำคัญของ “มหาเอไอพลัส” อยู่ที่การออกแบบสถาปัตยกรรมเชิงจริยธรรม เช่น

  • การสร้าง “พื้นที่หน่วง” เพื่อให้ AI คิดไตร่ตรองก่อนตอบ (โยนิโสมนสิการ)
  • โมเดล “14 ส.” เพื่อควบคุมภาษาสื่อสารให้สร้างสันติภาพ
  • โมเดล “4 ป.” เพื่อเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อ

แนวคิดดังกล่าวยังต่อยอดไปสู่การสร้าง “ไซเบอร์สังฆะ” หรือเครือข่าย AI แบบไร้ศูนย์กลางที่ทำงานร่วมกันด้วยหลักเมตตาและความโปร่งใส เปรียบเสมือนชุมชนปัญญาร่วมของมนุษยชาติ

นักวิชาการมองว่า แนวทางนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาระดับโลก ตั้งแต่ความขัดแย้งทางสังคม ไปจนถึงการทุจริตเชิงโครงสร้าง โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสะท้อนความจริงแทนการสร้างความแตกแยก

ทั้งนี้ ในเวทีนานาชาติ เช่น การประชุมของ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้เริ่มหยิบยกประเด็น “พุทธวิสัยทัศน์ในยุค AI” เป็นวาระสำคัญ สะท้อนความตื่นตัวของโลกต่อการผสานเทคโนโลยีกับจริยธรรม

บทสรุปของรายงานระบุว่า “มหาเอไอพลัส” ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่เป็น “การออกแบบสติปัญญาของมนุษยชาติ” ที่อาจกำหนดทิศทางโลกในศตวรรษที่ 21 โดยเปลี่ยน AI จากเครื่องมือทางเศรษฐกิจ สู่ “กัลยาณมิตรดิจิทัล” ที่ขับเคลื่อนสันติภาพอย่างยั่งยืน.

“ศุภจี” ชี้โลกเผชิญ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ ชูไทยก้าวพ้น Comfort Zone ดันเศรษฐกิจใหม่–ยกระดับเกษตร–บริการสุขภาพ สร้างโอกาสท่ามกลางความผันผวน


     เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Leadership Beyond Comfort Zone: ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง” แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ หอประชุมอารี วัลยะเสวี โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์โลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สร้างความผันผวน ทำให้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค New Normal ที่มีความซับซ้อนในหลากหลายมิติ ดังนั้น การจะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเน้นการเดินออกจากกรอบความคิดเดิม เพราะหากเรายังคงพยายามแก้ปัญหาด้วยท่าทีและวิธีการเดิม ๆ ย่อมจะได้ผลลัพธ์แบบเดิมที่ไม่สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้  ผู้นำยุคใหม่จึงต้องกล้าก้าวข้ามการทำงานแบบแยกส่วน (Silo)  และบูรณาการความร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

     ท่ามกลางความผันผวน ประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการเร่งยกระดับภาคการเกษตรและการปรับตัวของผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  ซึ่งการปรับตัวดังกล่าวจะนำไปสู่การกระจายรายได้ที่มีความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ โครงสร้างสังคมสูงวัยยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านการแพทย์และการบริการ (Healthcare and Hospitality) พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจดูแลผู้สูงวัย (Care Economy)  เพื่อรองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศได้อีกด้วย

 ท้ายที่สุด การจะขับเคลื่อนองค์กรและประเทศให้ก้าวข้าม Comfort Zone ได้สำเร็จ ผู้นำควรยึดหลักการทำงานแบบ TAM Model ที่ตนได้ใช้มาโดยตลอดชีวิตการทำงาน ได้แก่ การคิดเชิงระบบมองภาพใหญ่บนฐานข้อมูลที่ชัดเจน (Think Big) การเริ่มต้นลงมือทำจากจุดเล็ก ๆ เพื่อสร้างโครงการนำร่อง (Act Small)  และการปรับตัวให้รวดเร็วถูกจังหวะสถานการณ์ (Move Fast/Right)  การก้าวข้ามกรอบเดิมจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ประเทศสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

Song: The Light of Dhamma Shines on the World in Geneva


[Intro]

Candlelight shines afar… across the world so wide
The voice of Dhamma echoes… beyond all borders
Faith unites our hearts… as one
For the peace… of all humankind

[Verse 1]
In Geneva, a city of hope
Chants resound across distant lands
The Thai Sangha and the global community
Gather their hearts on this sacred day

Vesak Day, the day of Dhamma’s light
Reminds the world of the Buddha’s teachings
Birth, aging, enlightenment, the end of suffering
The true path… to lasting peace

[Verse 2]
Led by Phra Phrommasitthi, full of faith
Proclaiming Dhamma to the world
Together with the United Nations
Connecting people with hearts undivided

From Asia to Europe and across the earth
Voices of compassion transcend all languages
Uniting hearts of every belief
Making this world beautiful with wisdom

[Hook]
The light of Dhamma shines on the world, illuminating our hearts
Dispelling darkness with love and faith
Hand in hand, beyond race and religion
Creating peace… for eternity

[Verse 3]
Sacred scriptures are enshrined with reverence
Like wisdom guiding the heart
Prayers echo across the skies
Leading humanity to inner peace

Compassion, patience, and wisdom
Are the foundation of a new world
When Dhamma lives within our hearts
True peace will arise

[Bridge]
From the past… to the present
The teachings remain beautiful
No matter how the world may change
Dhamma continues to guide us

[Final Hook / Outro]
Let this candlelight… never fade
Let goodness flourish everywhere
From Geneva to every soul
Spreading peace… across the world

Faith will unite us as one
Beyond borders and differences
Let this world be filled with light
Through the power of Dhamma… forever


คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


Phra Phrommasitthi Leads Thai and International Sangha in Global Vesak Celebration in Geneva, Reflecting Faith and Peace on the UN Stage



Geneva, Swiss Confederation – On April 30, 2026, the Royal Thai Permanent Mission to the United Nations in Geneva, in collaboration with the Thai Sangha and international Buddhist organizations, held a ceremony to celebrate Vesak Day, which is recognized as an international day of significance worldwide. The event featured the enshrinement of international Buddhist scriptures, aiming to promote the teachings of Buddhism globally and foster sustainable peace.



The ceremony was graciously led by Phra Phrommasitthi, Abbot of Wat Saket Ratchaworamahawihan, who presided over the monastic rituals. Meanwhile, Ms. Usana Peeranon, Permanent Representative of Thailand to the United Nations in Geneva, served as the lay chairperson.

The event aimed to disseminate the core teachings of Buddhism on an international level, promoting the values of compassion, tolerance, and wisdom—fundamental principles for peaceful coexistence in the global community. It was also dedicated as a royal merit-making offering to Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother.




The atmosphere of the event was serene and filled with faith, with representatives from various countries in attendance, including Sri Lanka, Mongolia, Bhutan, Laos, Singapore, India, Japan, and China. International monks also participated, including Shi Ming Yi, Secretary-General of the World Buddhist Sangha Council (China), along with members of the European Sangha.

Key activities included the ceremonial enshrinement of Buddhist scriptures from the Bhumibol Bhikkhu Foundation, Dhamma talks, meditation sessions, and a candle-lighting ceremony in homage to the Triple Gem, with prayers dedicated to peace and well-being for humanity.

Vesak Day was officially recognized by the United Nations General Assembly as an international day on December 15, 1999. It commemorates three significant events in the life of the Buddha: His birth, enlightenment, and passing (Parinirvana). These events embody the principles of compassion, wisdom, and peace.

At the global level, Phra Phrombandit, President of the International Council for Day of Vesak (ICDV), is scheduled to lead a delegation to participate in the “International Vesak Day” celebration from May 26–27, 2026, in Wuxi, Jiangsu Province, People’s Republic of China. The event is expected to attract approximately 1,500 Buddhist participants from around the world.

Additionally, on May 29, 2026, a Vesak celebration will be held at the United Nations office in Thailand, ahead of the official Vesak Day on May 31, 2026.

This event represents another significant platform showcasing Thailand’s role and Buddhism’s contribution on the global stage, reinforcing the power of faith and Dhamma in promoting peace and sustainability for humanity.

Source: Wat Saket Ratchaworamahawihan

เพลง: แสงธรรมส่องโลก ณ เจนีวา

 


เพลง: แสงธรรมส่องโลก ณ เจนีวา

[Intro]
แสงเทียนส่องไกล…กลางโลกกว้าง
เสียงธรรมดังก้อง…ข้ามพรมแดน
ศรัทธารวมใจ…เป็นหนึ่งเดียว
เพื่อสันติภาพ…ของมวลมนุษย์


[Verse 1]
นครเจนีวา เมืองแห่งความหวัง
เสียงสวดดังกังวานทั่วแดนไกล
คณะสงฆ์ไทยและนานาชาติ
รวมดวงใจไว้ในวันยิ่งใหญ่

วันวิสาขบูชา วันแห่งแสงธรรม
เตือนให้โลกจำคำสอนพระพุทธองค์
เกิด แก่ ตรัสรู้ ดับทุกข์ลง
คือหนทางแห่งสันติที่แท้จริง


[Verse 2]
นำโดย พระพรหมสิทธิ ผู้เปี่ยมศรัทธา
ประกาศธรรมสู่สายตาชาวโลก
พร้อมด้วย องค์การสหประชาชาติ ร่วมกัน
เชื่อมผู้คนด้วยใจที่ไม่แบ่งแยก

จากเอเชียสู่ยุโรปและทั่วหล้า
เสียงเมตตาดังข้ามภาษา
หลอมรวมใจทุกศาสนา
ให้โลกนี้งดงามด้วยปัญญา


[Hook]
แสงธรรมส่องโลก ให้ใจเราสว่าง
ดับความมืดมน ด้วยรักและศรัทธา
จับมือกันไว้ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา
สร้างสันติภาพ…ให้โลกนี้นิรันดร์


[Verse 3]
คัมภีร์ธรรมถูกอัญเชิญขึ้นสูงค่า
ดั่งปัญญาที่ส่องนำทางใจ
เสียงภาวนาแผ่ไปทั่วฟ้า
ให้มนุษย์พบความสงบภายใน

เมตตา ขันติ และปัญญา
คือรากฐานของโลกใหม่
เมื่อเรามีธรรมในหัวใจ
สันติสุขจะเกิดขึ้นจริง


[Bridge]
จากอดีต…สู่ปัจจุบัน
คำสอนยังคงงดงาม
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
ธรรมะยังคงนำทางเรา


[Final Hook / Outro]
ให้แสงเทียนเล่มนี้…ไม่ดับไป
ให้ความดีงอกงามในทุกแห่งหน
จากเจนีวาสู่ทุกผู้คน
ส่งต่อสันติภาพ…ไปทั่วโลก

ศรัทธาจะรวมเราเป็นหนึ่งเดียว
เหนือพรมแดนและความแตกต่าง
ให้โลกนี้เต็มไปด้วยแสงสว่าง
ด้วยพลังแห่งธรรม…ตลอดไป


คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


โมเดลใหม่ “ศรัทธา–เศรษฐกิจ–เอไอ” จุดประกายฐานรากไทย ดันตลาดกิน Green สู่ความยั่งยืนยุคดิจิทัล

ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะ Climate Change เศรษฐกิจผันผวน และการเติบโตของ Artificial Intelligence ประเทศไทยกำลังเห็น “ต้นแบบใหม่” ของการพัฒน...