แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมกาย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ศิษย์ธรรมกายร่วมยินดี48ปีไทยทีวีสีช่อง3




วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2561  นางสาวกรรณิการ์ อยู่ศรี รองโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้แทนเครือข่ายคณะศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก เข้าร่วมแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิดครบรอบ 48 ปี สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ณ อาคารมาลีนนท์ 2 ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ โดยมีคุณสมรักษ์ ณรงค์วิชัย รองกรรมการผู้จัดการ และรักษาการผู้จัดการฝ่ายการผลิตรายการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมด้วยศิลปินนักแสดงจากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ให้การต้อนรับ

พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนฯ ยังได้ร่วมส่งมอบเงินบริจาคเพื่อสมทบทุนสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน)โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา ในวาระอันเป็นสิริมงคลนี้อีกด้วย

..........

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก)

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561

ศาลนัดตรวจพยานโฆษกศิษย์ธรรมกายยุยงปลุกปั่น




วันที่ 21 มี.ค.2561 ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐาน คดีดำ อ.3951/60 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เป็นจำเลย ในความผิดฐานกระทำการใดๆ ให้ประชาชนกระด้างกระเดื่อง

นายองอาจ ระบุว่า เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมตามที่ศาลท่านได้นัดสอบคำให้การฯ และประชุมตรวจหลักฐาน กรณีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเป็นจำเลยในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามมาตรา 116 จากกรณีการแถลงข่าวจุดยืนคณะศิษย์ฯ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559

ทั้งนี้หลังการประชุมคดีและตรวจพยานหลักฐานแล้วศาลฯ นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2562 ต่อไป

นายองอาจ กล่าว่า “ผมให้การปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ โดยจะนำพยานหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่า การแถลงข่าวให้สื่อสื่อมวลชนและสาธารณะชนทราบข้อคิดเห็น ข้อเรียกร้องเพื่อให้ใช้แนวทางสันติ มิให้เกิดความรุนแรงต่อวัดและประชาชนที่เป็นห่วงวัด เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ แสดงความคิดเห็นและติชมโดยสุจริต”

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2561

"ธรรมกาย"ลงท้องถิ่นทำความสะอาดสร้างปรองดองชุมชนบ้านเกิดหลวงพ่อสด


 

วันที่ 15 มี.ค.2561 นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้ประสานงานโครงการธรรมยาตรา เปิดเผยว่า  ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร จำนวน 3 แห่ง จากทั้งหมด 7 แห่งในเส้นทางพระผู้ปราบมาร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตั้งสถานที่สำคัญที่เกี่ยวกับชีวประวัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และยังเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ อีกด้วย ซึ่งบรรดาศิษยานุศิษย์ฯ ได้พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อแสดงถึงความรัก ความเคารพ และความกตัญญูต่อพระคุณอันไม่มีประมาณของท่าน โครงการธรรมยาตราธรรมยาตรา 

โครงการธรรมยาตรานี้ จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 2-31 มีนาคม พ.ศ.2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ในทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของเทศกาลมาฆบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาต่อพระมหาเถระในอดีตที่รักษาพระพุทธศาสนาไว้ โดยทำกิจกรรมภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่ตั้งอยู่ในเส้นทางที่เนื่องด้วยประวัติศาสตร์ชีวิตของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เป็นหลัก 

สำหรับกิจกรรมจัดขึ้นในรูปแบบรักษ์บวร รักษ์ศีล 5 ในพื้นที่ 47 วัด 6 จังหวัด ระหว่างเส้นทางอนุสรณ์สถานพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ได้แก่ สุพรรณบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, ปทุมธานี, นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยมีกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น, สวดธรรมจักร, นั่งสมาธิ, ถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ในพื้นที่, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, มอบทุนการศึกษาเยาวชนในท้องถิ่น, 

ร่วมกับชุมชนดูแลทำความสะอาดวัดและเสนาสนะในท้องถิ่น, ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ตามหลัก บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) และการรณรงค์รักษาศีล 5 ของประชาชน สอดคล้องตามแนวทางโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 สำหรับคณะพระธรรมยาตราฯ จำนวน 1,134 รูปนั้น เดินทางมาจากศูนย์อบรมต่างๆ ทั่วประเทศที่มุ่งฝึกอบรมในหลักสูตรที่สนองตามมติแนวทางของมหาเถรสมาคม พร้อมกับการทำกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม สำหรับการทำกิจกรรมในแต่ละแห่งเคลื่อนที่ด้วยวิธีโดยสารรถบัส และเรือเป็นหลัก ทั้งขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าโครงการธรรมยาตราฯ นี้ เป็นกิจกรรมบุญกุศลในบวรพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด.

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

ธรรมกายจัดปฏิบัติธรรมตามพุทธวิธีบ้านเกิดหลวงพ่อสด




พระธรรมยาตรา ๑,๑๓๔ รูป ศึกษาชีวประวัติ และปฏิบัติธรรม ตามรอยหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ ณ อนุสรณ์สถานบ้านเกิด แผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมสานสัมพันธ์เครือข่ายบ้าน - วัด - โรงเรียน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในท้องถิ่น ด้านคณะศิษย์ฯร่วมกับชุมชนถวายสังฆทานคณะสงฆ์ ๑๐๑ วัด - มอบทุนการศึกษาแก่สถานศึกษา ๑๐ แห่ง


วันอาทิตย์ที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมพระมงคลเทพมุนี อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับอนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ร่วมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินงานฯ กว่า ๒๐ องค์กร และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จัดให้มีงานบุญมหากุศล “มหกรรมเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๑”



โดยภายในงานมีกิจกรรมการถวายมหาสังฆทานแด่คณะสงฆ์ในพื้นที่จำนวน ๑๐๑ วัด และมอบทุนการศึกษาแก่สถานศึกษาในพื้นที่จำนวน ๑๐ แห่ง ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ในการสร้างบุญบำเพ็ญประโยชน์ของโครงการธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖ “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” อีกทั้งยังเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ตามนโยบายของคณะสงฆ์อีกด้วย ภายในงานได้รับความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระราชปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจากคุณมงคล ศิวะนันต์วงษ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมงานบุญพิธีฯ เป็นจำนวนมาก



นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้ประสานงานองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินงานโครงการธรรมยาตราเส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ ๖ “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๑ กล่าวว่า “หลังจากที่คณะสงฆ์ ๑,๑๓๔ รูป จากทั่วประเทศ ได้ธรรมยาตรามาถึงอนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นแผ่นดินรูปดอกบัว สถานที่เกิดด้วยรูปกายเนื้อ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี นับเป็นอนุสรณ์สถานลำดับที่ ๑ ในเส้นทางพระผู้ปราบมาร ที่ใช้กำหนดเป็นเส้นทางที่ใช้ในการธรรมยาตรา โดยมีพุทธศาสนิกชนต่างมาร่วมกันรอคอยถวายการต้อนรับกันอย่างเนืองแน่นเมื่อวันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ ที่ผ่านมาแล้วนั้น



ขณะนี้คณะพระธรรมยาตราฯได้อยู่ปฏิบัติธรรมตามพุทธวิธี และศึกษาชีวประวัติช่วงปฐมวัยของหลวงปู่วัดปากน้ำในดินแดนบ้านเกิด อีกทั้งยังได้ธรรมยาตราออกนอกสถานที่เพื่อดำเนินกิจกรรมในรูปแบบรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ ด้วยการสานสัมพันธ์เครือข่ายบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน) ร่วมกันสานสามัคคีบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม อาทิ รวมศรัทธาทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, ทำกิจกรรมจิตอาสารักษาทำความสะอาดวัดในชุมชน, บำเพ็ญบุญมหากุศล สวดมนต์ฯ รักษาศีล ๕ นั่งสมาธิแผ่เมตตา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษในชุมชน เป็นต้น ซึ่งในช่วงแรกระหว่างวันที่ ๒ – ๑๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ นี้ กำหนดเป้าหมายในการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกับชุมชนจำนวน ๑๑ วัด ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดนครปฐม ก่อนที่คณะพระธรรมยาตราจะเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไป คือ อนุสรณ์สถานวัดสองพี่น้อง (พระอารามหลวง) ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองสองพี่น้อง ตรงข้ามอนุสรณ์สถานบ้านเกิด สถานที่เกิดในเพศสมณะ ต่อด้วยอนุสรณ์สถานวัดโบสถ์บน บางคูเวียง สถานที่เกิดด้วยกายธรรม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมคลองบางกอกน้อย อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สำหรับการเดินทางในระยะไกลนั้น คณะศิษย์ฯ ได้จัดเตรียมรถบัสไว้ถวายการอำนวยความสะดวกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”



นอกจากนี้ ในวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑) เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ บริเวณลานบุญด้านหน้ามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ภายในอนุสรณ์สถานบ้านเกิดฯ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ยังจัดให้มีพิธีจุดประทีปเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ โดยได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนเทวรถรูปทรงบุษบกรูปดอกบัว และอัญเชิญรูปหล่อทองคำของหลวงปู่วัดปากน้ำ มาให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะบูชา ร่วมปฏิบัติธรรม สวดมนต์ รักษาศีล และเจริญสมาธิภาวนา เพื่อสร้างบุญกุศลเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา และเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต



ทั้งนี้ สำหรับพุทธศาสนิกชนที่ทราบข่าวสาร และมีกุศลศรัทธาปรารถนาเข้าร่วมกิจกรรมแห่งสามัคคีบุญโครงการธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖ “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” สามารถเข้าถึงข้อมูลกำหนดการกิจกรรมและสถานที่จัดงานบุญฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.thammayatra.com, www.dmc.tv, www.dhammakaya.net พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพิธีกรรมงานบุญที่จะเกิดขึ้นภายในอนุสรณ์สถานฯ ทั้ง ๖ แห่งตลอดโครงการฯ พร้อมกันทั่วโลกได้ทางเว็บไซต์ www.gbnus.com หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ทาง Call Center โทรศัพท์ ๐๒-๘๓๑-๑๒๓๔




วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561

เริ่มแล้ว!ธรรมยาตราฯปีที่๖เน้นปรองดอง



เริ่มแล้ว!ธรรมยาตราฯปีที่๖มุ่งสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  สร้างบุญบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน



วันที่  ๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ลานบุญพิธีด้านหน้ามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย วัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พุทธศาสนิกชนจำนวนมากต่างเดินทางมาพร้อมเพรียงกันเพื่อร่วมถวายการต้อนรับคณะพระธรรมยาตราที่เดินทางมาจากศูนย์อบรมทั่วประเทศ จำนวน ๑,๑๓๔ รูป ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มต้นกิจกรรมบุญกุศลในบวรพระพุทธศาสนา “โครงการธรรมยาตราเส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ ๖ รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๑” ที่จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ ๒ - ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑



โดยกิจกรรมเริ่มต้นด้วยพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญสร้างความดีเจริญพระพุทธมนต์บทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และเจริญสมาธิภาวนา เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา อีกทั้งยังได้ร่วมกันโปรยกลีบดอกเบญจทรัพย์หลากสีซึ่งเป็นผลอันเกิดจากความศรัทธาสามัคคีที่หมู่มวลพุทธศาสนิกชนต่างได้มาร่วมกันปลูก ดูแล เก็บ ปลิดดอก แล้วนำมาร่วมโปรยต้อนรับพระภิกษุธรรมยาตราในวันนี้ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพุทธประเพณีตามอย่างในพระไตรปิฎกที่ระบุว่าครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระสาวกไปโปรดที่เมืองเวสาลี ชาวเมืองราชคฤห์โปรยส่งด้วยดอกไม้ ๕ สี และชาวเมืองเวสาลีโปรยรับด้วยดอกไม้ ๑๐ สี เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความเคารพในพระรัตนตรัย ภายในงานฯ ยังมีการอัญเชิญเทวรถรูปทรงบุษบกเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และรูปเหมือนทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย จากนั้นคณะพระธรรมยาตรา จำนวน ๑,๑๓๔ รูป ได้เดินทางด้วยรถบัส เพื่อมุ่งตรงไปยังอนุสรณ์สถานแห่งแรกในเส้นทางพระผู้ปราบมาร คือ อนุสรณ์สถานบ้านเกิดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ซึ่งตั้งอยู่ ณ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันปฏิบัติธรรม ศึกษาชีวประวัติของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญที่เกี่ยวเนื่องกับดินแดนบ้านเกิด และทำกิจกรรมตามโครงการฯ ต่อไป



นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้ประสานงานองค์กรภาคีเครือข่ายดำเนินงานโครงการฯ กล่าวว่า “โครงการธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖ รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ ในปีนี้ เกิดขึ้นจากการความร่วมมือกันขององค์การพุทธโลก วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย ชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ ปทุมธานีฯ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ และเครือข่ายองค์กรพุทธกว่า ๒๐ องค์กร โดยการประสานงาน และสนับสนุนของเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเทศกาลมาฆบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาต่อพระมหาเถระในอดีตที่รักษาพระพุทธศาสนาไว้ กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากเป็นหนึ่งในกระบวนการส่งเสริมให้พระภิกษุธรรมยาตราได้ฝึกฝนอบรมตนเองตามหลักสูตรที่สอดคล้องกับแนวทางและมติที่มหาเถรสมาคมกำหนดไว้แล้ว



ยังเป็นกิจกรรมอันเป็นทางมาแห่งบุญกุศลใหญ่ของเหล่าพุทธศาสนิกชนที่จะได้กระทำเป็นสามัคคีบุญร่วมกันตลอดเดือนมีนาคมอีกด้วย ได้แก่ การสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น, สวดธรรมจักร, นั่งสมาธิแผ่เมตตา, ถวายมหาสังฆทานสืบอายุพระพุทธศาสนาแด่คณะสงฆ์ในพื้นที่, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, มอบทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษาและเยาวชนในท้องถิ่น, ร่วมกับชุมชนดูแลทำความสะอาดวัดและเสนาสนะในชุมชน, สานสามัคคีร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ตามหลักบวร (บ้าน-วัด-โรงเรียน), การรณรงค์รักษาศีล ๕ ในหมู่ประชาชน เป็นต้น



รูปแบบกิจกรรมทั้งหมดนี้ สอดคล้องเป็นไปในแนวทางของแผนปฏิรูปคณะสงฆ์ฯ ตามโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล ๕ ในส่วนกิจกรรมงานบุญตลอดโครงการฯ นี้ จะจัดให้มีขึ้นภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ทั้ง ๖ แห่ง และภายในวัดตลอดเส้นทางธรรมยาตราฯ จำนวน ๔๗ วัดในพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี, สุพรรณบุรี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เพื่อให้มีเวลาเพียงพอบรรลุตามวัตถุประสงค์การจัดธรรมยาตราฯ ในรูปแบบกิจกรรมรักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ สร้างบุญบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ในปีนี้จึงกำหนดรูปแบบการเดินทางของคณะพระธรรมยาตราฯ ในเส้นทางระหว่างอนุสรณ์สถานฯ และวัดต่างๆ ที่มีกำหนดจัดกิจกรรม ด้วยการใช้รถบัส และเรือในการเดินทางเป็นหลัก อีกทั้งโครงการฯ ที่จัดขึ้นนี้ เป็นกิจกรรมบุญกุศลทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินการต่อเนื่องเพื่อสืบสานวัฒนธรรมชาวพุทธอันดีงามให้คงอยู่มาขึ้นปีที่ ๖ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น จึงขอเรียนเชิญพุทธศาสนิกชนได้มาร่วมกันสร้างบุญทำความดีเนื่องในเทศกาลมาฆบูชาปีนี้ร่วมกันตลอดเส้นทางธรรมยาตราฯ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑”



ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมงานบุญธรรมยาตราฯ รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕ สามารถเข้าถึงข้อมูลกำหนดการกิจกรรมและสถานที่จัดงานบุญฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.thammayatra.com, www.dmc.tv, www.dhammakaya.net พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพิธีกรรมงานบุญที่จะเกิดขึ้นภายในอนุสรณ์สถานฯ ทั้ง ๖ แห่งตลอดโครงการฯ พร้อมกันทั่วโลกได้ทางเว็บไซต์ www.gbnus.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Call Center ของโครงการฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๘๓๑-๑๒๓๔.

วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"ศิษย์ธรรมกาย"แถลงโต้"พุทธะอิสระ"แจงข้อดี๑๐ธรรมยาตรา"



“องอาจ” แถลง ๑๐ ข้อมูลสำคัญ “ธรรมยาตราฯ ปีที่ ๖” เพื่อความเข้าใจที่ตรงไปตามข้อแท้จริง - เน้นย้ำ! เป็นกิจกรรมบุญกุศลในบวรพระพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง


วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายดำเนินงานโครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ ๖ “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” แถลงชี้แจงโครงการต่อกรณีที่เฟซบุ๊ก"พุทธะอิสระ"โพสต์พาดพิง ความว่า

๑. ชื่อโครงการ : โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ ๖ “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” ถวายเป็นพุทธบูชา และบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช ๒๕๖๑ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒ - ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๑

๒. เพื่อรณรงค์ในทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของเทศกาลมาฆบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และกตัญญูบูชาต่อพระมหาเถระในอดีตที่รักษาพระพุทธศาสนาไว้

๓. ทำกิจกรรมภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ที่ตั้งอยู่ในเส้นทางที่เนื่องด้วยประวัติศาสต์ชีวิตและการสร้างบารมีของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ๖ แห่งเป็นหลัก

๔. ทำกิจกรรม “รักษ์บวร รักษ์ศีล ๕” ในพื้นที่ ๔๘ วัด ๖ จังหวัด ระหว่างเส้นทางอนุสรณ์สถานพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญทั้ง ๖ แห่ง ได้แก่ สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

๕. เน้นกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น, สวดธรรมจักร, นั่งสมาธิ, ถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ในพื้นที่, ทอดผ้าป่าบำรุงวัดในท้องถิ่น, มอบทุนการศึกษาเยาวชนในท้องถิ่น, ร่วมกับชุมชนดูแลทำความสะอาดวัดและเสนาสนะในท้องถิ่น, ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่าง ๆ ตามหลัก “บวร – บ้าน วัด โรงเรียน” และการรณรงค์รักษาศีล ๕ ของประชาชน สอดคล้องตามแนวทางโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” ที่ทางคณะสงฆ์และเหล่าพุทธบริษัทได้ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนี้

๖. คณะพระธรรมยาตรา จำนวน ๑,๑๓๔ รูป ที่เดินทางมาจากศูนย์อบรมต่างๆ ทั่วประเทศนั้น กำลังฝึกอบรมในหลักสูตรที่สนองตามมติแนวทางของมหาเถรสมาคม และร่วมทำกิจกรรมในแต่ละแห่ง โดยเคลื่อนที่ด้วยวิธีโดยสารรถบัส และเรือเป็นหลัก

๗. ดอกเบญจทรัพย์ที่ใช้มนการต้อนรับพระธรรมยาตรา ในลักษณะโปรยหรือวางบนพื้น ณ ภายในพื้นที่อนุสรณ์สถานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญทั้ง ๖ แห่งนั้น เน้นดอกเบญทรัพย์ “หลากสี” เพื่อสืบสานพุทธประเพณีตามอย่างในพระไตรปิฎก ที่ระบุว่า ครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกไปโปรดที่เมืองเวสาลี ชาวเมืองราชคฤห์โปรยส่งด้วยดอกไม้ ๕ สี และชาวเมืองเวสาลี โปรยรับด้วยดอกไม้ ๑๐ สี เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความเคารพนบนอบในพระรัตนตรัย

๘. รูปแบบกิจกรรมในปีนี้ ไม่ใช้คำว่า “เดินธุดงค์” ... ใช้ว่า “ธรรมยาตรา”

๙. เป็นกิจกรรมบุญกุศลในบวรพุทธศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด

๑๐. จัดโดยการประสานงานของเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ร่วมกับ องค์การพุทธโลก (พล) และองค์กรภาคีกว่า ๒๐ องค์กร

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"มูลนิธิธรรมกาย-พล."ร่วมบูรณะพระเจดีย์เมียนมา




วันที่ 24 ก.พ.2561 เฟซบุ๊ก Pornchai Pinyapong ได้รายงานว่า มูลนิธิธรรมกายประกอบด้วยคณะสงฆ์และกัลยาณมิตร ร่วมสมาชิกองค์การพุทธโลก (พล.) หยาดน้ำฉลองพระเจดีย์ ที่บูรณะเขื่อนเสร็จ เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา พร้อมกับมอบถวายกองทุนเพื่อบูรณพระเจดีย์ 4 แห่ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 แก่รัฐมนตรีกระทรวงศาสนาและวัฒนธรรม ณ กรุงเนปิดอว์ จำนวน 4 เจดีย์ที่กำลังจะทรุดลงในแม่น้ำอิรวดี





และวันนี้พระเจดีย์ 1 ใน 4 ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนริมแม่น้ำชินดวย ตำบลเยสโจ เขตมะกวย พุกาม โดยรัฐบาลเมียนมาได้เชิญผู้แทนมูลนิธิฯ , พล. ร่วมหยาดน้ำในเจดีย์แรก ที่บูรณะเขื่อนเสร็จ (ซึ่งได้มอบปัจจัยสำหรับบูรณะพระเจดีย์นี้ 22,500,000 จ๊าด ) และถวายพระบรมสารีริกธาตุเพื่อประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์ ซึ่งการบูรณะพระเจดีย์ในครั้งนี้ ยังถือได้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของชาวพุทธเถรวาทในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย



"พุทธะอิสระ"จี้"มส.-พศ."สั่งธรรมกายระงับจัดอีเว้นท์ดูทรัยพ์





สืบเนื่องจากเทศกาลมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้เวียนมาบรรจบ คณะสงฆ์ ๖ จังหวัดในเส้นทางธรรมยาตรา องค์กรพุทธโลก (พล) สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล 5  ปทุมธานีฯ เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนกว่า 20 องค์กรจึงได้ประสานความร่วมมือกันสานต่อการดำเนินงาน“โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 6  รักษ์บวรรักษ์ศีล 5 เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช 2561 ” ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2561  ณ อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และเส้นทางธรรมยาตราในพื้นที่ 6 จังหวัดได้แก่  สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครนั้น



ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2561 นี้เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า "ลัทธิผีบุญ เตรียมระดมทุนอีกแล้วพี่น้อง"  หลังจากนั้นวันที่  24 ก.พ.2561 เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)ได้โพสต์ข้อความต่อว่า



แม้จะถูกรัฐบาล คสช. บุกล้อมตรวจค้นสำนักแล้ว แต่ลัทธิดูดทรัพย์นี้ก็ยังไม่เลิกวิปริต



วันมาฆบูชาคนพุทธทั่วโลกเขาพากันบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า อันบริสุทธิ์ บริบูรณ์ แต่ลัทธิดูดทรัพย์นี้กลับชวนชาวบ้านให้ออกมาเดินบนกลีบดอกดาวเรือง ที่ลัทธิตั้งชื่อให้วิปลาสตามอำนาจกิเลสในใจของตนว่า ดอกดาวรวย เพื่อบูชาอาจารย์ที่ขนานนามว่า พระปราบมาร ที่จริงมันก็เป็นสิทธิของคนที่เชื่อลัทธินี้ว่าเขาจะทำอะไร บูชาใคร ดูดเงินใคร ก็เป็นเรื่องของพวกเขา ถ้าไม่อ้างพระพุทธเจ้า  แต่ที่เราต้องนำเรื่องนี้มาเขียนมาพูดมาย้ำ ก็เพราะเห็นได้ชัดว่าคนพวกนี้ แค่มาอาศัยพระพุทธศาสนาหาเงิน หาผลประโยชน์ แล้วก็ยกย่องโปรโมทครูอาจารย์ของตนเท่านั้น



เพราะพวกเขาเชื่อมาแต่แรกแล้วว่า ครูอาจารย์ของเขามีสถานะเทียบชั้นพระพุทธเจ้า ดังที่ปรากฏในหลักฐานคำสอน ที่เผยแพร่ในหมู่ของพวกเขา จนกลายเป็นหลักฐานเอาผิด อยู่ในดีเอสไอ หากมหาเถร สำนักพุทธ และเจ้าคณะปกครอง ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่รู้ไม่เห็นความวิปริตของลัทธิดูดทรัพย์นี้ อนาคตพวกเราคงจักได้เห็นศาสนาใหม่ ที่มีศาสดาขาเน่ามุดดินเป็นแน่


อย่างไรก็ตามทางเครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ได้แจงถึง 6 ความตั้งใจดีๆ เกี่ยวกับ “ธรรมยาตราฯ ปีที่ 6”


1. เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา สืบสานพุทธประเพณี

2. เพื่อบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ในเส้นทางพระผู้มาร

3. เพื่อให้พระภิกษุบวชใหม่ได้ฝึกตนตามพุทธวิธี เป็นศาสนทายาทที่ดีแก่พระพุทธศาสนา

4. เพื่อส่งเสริมกิจกรรมสร้างความเข้มแข็งด้านศีลธรรม “รักษ์บวร รักษ์ศีล 5” ตามหลัก “บวร”

5. เพื่อส่งเสริมศีลธรรมให้กับเยาวชน และประชาชน ให้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

6. เสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับประเทศชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"พุทธะอิสระ"ชี้ธรรมกายจัดอีเว้นท์ดูดทรัพย์อีกแล้ว!!



"พุทธะอิสระ"เดือดอัดธรรมกายจัดอีเว้นท์ธรรมยาตราบริการสังคมหวังดูดทรัพย์  จี้ มส. คสช.จัดการ


สืบเนื่องจากเทศกาลมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ได้เวียนมาบรรจบ คณะสงฆ์ ๖ จังหวัดในเส้นทางธรรมยาตรา องค์กรพุทธโลก (พล) สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ชมรมรักษ์บวร รักษ์ศีล 5  ปทุมธานีฯ เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนกว่า 20 องค์กรจึงได้ประสานความร่วมมือกันสานต่อการดำเนินงาน“โครงการธรรมยาตรา เส้นทางพระผู้ปราบมาร ปีที่ 6  รักษ์บวรรักษ์ศีล 5 เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา พุทธศักราช 2561 ” ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2561  ณ อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ และเส้นทางธรรมยาตราในพื้นที่ 6 จังหวัดได้แก่  สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครนั้น



ปรากฏว่าวันที่ 23 ก.พ.2561 นี้เฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้โพสต์ภาพอ้างอิงจากเว็บไซต์ทีนิวส์ พร้อมข้อความว่า



ลัทธิผีบุญ เตรียมระดมทุนอีกแล้วพี่น้อง



ได้ยินข่าวว่า ลัทธิดูดทรัพย์บุญธรรมกายกำลังฟื้นคืนกิจกรรมออกมาขอส่วนบุญนอกวัดอีกแล้ว  ด้วยข้ออ้างสารพัดเหตุผลที่สุดแสนจะสวยหรูว่า “สร้างความสุข และปลื้มใจแก่สาธุชนด้วยบุญสามัคคี ด้วยการตักบาตรพระภิกษุนับพันรูป”  “จัดปฏิบัติธรรมในมหกรรมเจริญพระพุทธมนต์ บำเพ็ญจิตตภาวนา ถวายสังฆทาน เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา”  “การรวมศรัทธา ผู้รักษาให้สร้างสาธารณกุศลมอบทุนการศึกษาให้สถานศึกษาในเส้นทาง” “กิจกรรมสานสามัคคีเครือข่ายบวร ร่วมทำความสะอาดวัด ดูแลรักษาศาสนสถานให้เป็นรมณียสถานศูนย์รวมใจของชุมชน” “งานบุญแห่งความกตัญญูรู้คุณปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ”




ทั้งที่สำนักนี้มีประวัติเสียหายเรื่องเงินๆ ทองๆ และคำสอนมาตลอดจนถึงกับมีคดีความฟ้องร้องกันหลายสิบปี ทำเอาเจ้าลัทธิถึงต้องมุดดินหนีหายไป (เพราะลูกศิษย์บอกว่าเขาเดินไม่ได้ ลิ้มเลือดอาจไปอุดตันเส้นเลือดหัวใจ เลยต้องมุดดินหายไป) การจัดกิจกรรมดูดทรัพย์ครั้งนี้ ผู้จัดพยายามจะโฆษณาให้เห็นว่าทำตามแนวทางของมหาเถรสมาคม ทำตามโครงการหมู่บ้านศีล 5 ที่มหาเถรและรัฐสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหาสังคม หน่ำซ้ำยังยกสารพัดองค์กรที่อยู่ในเครือข่ายของตนที่อุปโลกน์ขึ้น เพื่อฟอกตัวให้ดูขาว จากข่าวฉาวที่มีอยู่ในสำนักนี้ เพื่อให้สาวกได้เห็นความอลังการยิ่งใหญ่ อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของศรัทธาที่ถูกปลูก ถูกกระตุ้นจากกรรมวิธีอีเว้นท์ที่ลัทธินี้ถนัด



ทั้งที่หลักการบูชาในวันมาฆบูชา ท่านปรารภขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงพระพุทธธรรมของพระบรมศาสดา ที่ทรงตรัสสรุปพุทธธรรมทั้ง 84,000 พระธรรมขันธ์เอาไว้แค่ 3  ข้อ คือ สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำกุศล (คือความชาญอย่างถูกต้องงดงาม) ให้ถึงพร้อม สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว แจ่มใส หลัก 3  ข้อ ของพระบรมศาสดานี้จักเห็นได้ว่า ไม่มีคำว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา สิ่งของใดๆ ปรากฏเลย มีแต่สิ่งที่ไม่ควรทำ และสิ่งที่ควรทำ และวิถีแห่งปัญญาล้วนๆ



แต่ลัทธิดูดทรัพย์นี้กลับนำเอาหลักธรรมอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ ขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้า มาจัดอีเว้นท์ เรียกศรัทธาหาตังค์ นี่มันเป็นวิถีของพวกนอกรีต นอกธรรม นอกวินัยชัดเจน  แล้วทำไมมหาเถร สำนักพุทธ รัฐบาล คสช. ถึงได้ปล่อยให้มันย่ำยีพระธรรมวินัยอยู่ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ช่างอย่างหนากันจริงๆ แม้รัฐบาล คสช. จักใช้มาตรา 44  จัดการกับสำนักนี้แล้ว แต่กลับปล่อยให้มีการจัดอีเว้นท์ดูดเงินกันเป็นระยะ



รวมความว่า หลังจากใช้มาตรา 44 ระดมกองกำลังมากมายไปปิดล้อม ตรวจค้นจนทำให้เจ้าลัทธิแสดงฤทธิ์มุดดินหนีไปแล้ว แต่สิ่งที่ได้มา กลับแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตามหลักพระธรรมวินัยเลย  ที่รัฐบาลมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ มีพระประมุของค์ใหม่ของมหาเถรสมาคม มีผู้อำนวยการสำนักพุทธคนใหม่ ที่คนไทยมุ่งหวังไว้ว่า เข้ามาเป็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ให้ชาวพุทธ  แต่สถานภาพของพระธรรมวินัย ก็ยังถูกลัทธิดูดทรัพย์นี้ย่ำยีเหมือนเดิม เป็นความมืดบอดเหมือนเดิม หรือว่าแผ่นดินนี้มันต้องมีกบฏเพิ่มขึ้นอีก ทุกอย่างจึงจะเข้าที่เข้าทาง ชัดเจน ถูกต้อง ซื่อตรง



แล้วที่พุทธะอิสระลงทุนเป็นกบฏ ทำได้แค่ทำให้เจ้าลัทธิไม่มีแผ่นดินอยู่กระนั้นหรือ ทำไมปัญหาที่หมักหมมอยู่ในพระพุทธศาสนา แทบจักไม่ได้รับการแก้ไข ใครกันที่มันคอยขัดขวางการปฏิรูปคณะสงฆ์ กิจการพระพุทธศาสนาและกฎหมายคณะสงฆ์  ใครกันที่มันคอยปกป้องลัทธิดูดทรัพย์นี้อยู่

วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"ธรรมกาย" จัดบรรยาย พระวิทยากรชี้คำ"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"บล็อคสติปัญญาไท



"ธรรมกาย" จัดบรรยายหัวข้อวิจัยเรื่อง "การพัฒนาความเป็นกัลยาณมิตรโดยกระบวนการฝึกทักษะทางสังคมของนักศึกษา"   พระวิทยากรชี้คำ"ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"บล็อคสติปัญญาไทย เปลี่ยนเป็น "ไม่รู้ต้องศึกษา" หัวเราะเรื่องล้มเหลวของตัวเองให้ได้


วันที่ 18 ก.พ.2561 พระปราโมทย์ วาทโกวิโท พระวิทยากรกระบวนธรรมะโอดี เปิดเผยว่า  ได้เป็นพระวิทยากรบรรยายให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย ศูนย์ประเทศไทย ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี ภายใต้หัวข้อการวิจัยของนิสิตปริญญาโท สาขาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว ครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  ในหัวข้อวิจัยเรื่อง "การพัฒนาความเป็นกัลยาณมิตรโดยกระบวนการฝึกทักษะทางสังคมของนักศึกษา" โดยมีพระสงฆ์และนักศึกษาเข้าร่วมการพัฒนาการเป็นกัลยาณมิตร




มีพระอาจารย์ปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ ดร. หัวหน้าจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว มจร เป็นวิทยากรเปิดประเด็นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เพราะสถานการณ์ของชีวิตเมื่อเจอปัญหามนุษย์แก้ปัญหาด้วย 2 วิธี คือ คิดแก้ปัญหาด้วยทางบวก ด้วยกระบวนการใช้สติและโยนิโสมนสิการ และแก้ปัญหาด้วยทางลบ ด้วยกระบวนใช้ความรุนแรง ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียประโยชน์สองฝ่ายต่างฝ่ายต่างพ่ายแพ้ นั่นคือ มนุษย์ เพราะมนุษย์เมื่อเกิดความขัดแย้งหรือความทุกข์บางกลุ่มจะใช้ความรุนแรง จะย่ำไปสู่การสูญเสียความรัก ความสุข โอกาส สุขภาพ เวลา และสูญเสียชีวิต



จึงต้องเรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหาในแนวพระพุทธศาสนา  ทุกชีวิตย่อมเจอความทุกข์หรือปัญหา เมื่อเจอปัญหาเราจะใช้วิธีการสะเดาะเคราะห์หรือคิดเชิงวิเคราะห์ในการแก้ปัญหานั้น ซึ่งพื้นฐานคนไทยมักจะใช้ฐานความเชื่อมากกว่าฐานความรู้หรือปัญญาในการไตร่ตรองเรื่องราวอย่างเป็นระบบ สิ่งหนึ่งที่บล็อคสติปัญญาคือ คำว่า " ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ " ทำให้เราไม่กล้าคิดวิเคราะห์ เพราะจะเป็นการลบหลู่ แต่คนใช้ปัญญา จะใช้คำว่า "ไม่รู้ต้องศึกษา" ศึกษาด้วยการคิดวิเคราะห์นั่นเอง




การก้าวเดินไปข้างหน้า มันไม่ได้อยู่ที่เท้า แต่มันอยู่ที่หัวใจที่เข้มแข็ง เราจึงต้องเยียวยาหัวใจของตนเอง จงฝึกที่จะหัวเราะให้กับชีวิตของเรา แม้จะเป็นเรื่องที่ผิดหวัง ไม่มีคำว่า " ทำไม่ได้ "ในพจนานุกรมสำหรับคนที่ล้มเหลว แต่ไม่เคยล้มเลิก เพราะการเดินตามความฝันของตนเอง มันอาจจะเหนื่อย แต่มันก็เหนื่อยน้อยกว่าการรับใช้ความฝันของคนอื่น คนเราเริ่มจากศูนย์ก็สำเร็จได้ ด้วยการสู้เองสร้างเอง จากคนที่ไม่มีอะไร ทำให้มีอะไร ด้วยการดึงศักยภาพด้านบวกของตนเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ มีคำกล่าวว่า " ล้มก็ล้มคนเดียวสิ คนอื่นต้องล้มด้วยหรือ ตายก็ตายคนเดียวสิ คนอื่นต้องตายด้วยหรือ เข้มแข็งสิ ชีวิตต้องสู้ต่อไป "เรียนรู้จากชีวิตของบุคคลระดับโลก บางคนบอกว่าตนเองไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ชีวิตเราเกิดมาก็ไม่มีอะไรมาเลย มีขนาดนี้ถือว่าสุดยอดแล้ว




"ดังนั้น มนุษย์มีศักยภาพทำได้หลายอย่าง แต่เราทำหลายๆอย่างพร้อมกันไม่ได้ " เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง ปล่อยวางทีละเรื่อง " ถึงเวลาเยียวยาหัวใจของเราเองด้วยความรัก มีคำกล่าวว่า " ในสภาวะจิตหนึ่งทุกคนสามารถฆ่าคนอื่น และฆ่าตนเองได้ " ซึ่งหมายถึง จิตใจนั้นมีความสำคัญมาก จึงควรได้รับการเยียวยาและการบำบัดความรู้สึกด้วยความเข้าอกเข้าใจ ใครที่สามารถหัวเราะเรื่องคนอื่นถือว่าเป็นเรื่องปกติแต่ "ถ้าใครที่สามารถหัวเราะเรื่องของตนเองได้ นับว่าสุดยอดที่สุด" แสดงถึงสุขภาพจิตดี มองปัญหาแค่บททดสอบเท่านั้นเอง" พระปราโมทย์ กล่าวและว่า



ผู้ชายคนหนึ่งที่มีแรงบันดาลใจเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้านดิจิตัลเกิดจากความหงุดหงิดมากจนต้องสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คือการที่โทรศัพท์รุ่นเก่ามีปุ่มกดเยอะมากเกินไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของการคิดค้น iPhone โทรศัพท์ไร้ปุ่มรุ่นแรกของโลกจนพัฒนามาเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีอันทันสมัย เขาชื่อว่าสติฟ จ็อบส์ นั่นเอง ด้วยการใช้หลัก ๓ H to Success คือ Heart = I dream ความฝัน Head= Idea ความคิดสร้างสรรค์ Hand=I do ความขยันลงมือทำ จึงต้องให้นวัตกรรมสำเร็จทำให้โลกต้องจดจำ เพราะอุปสรรคใดๆ ไม่ทำให้เราตายสุดท้ายมันจะทำให้เราโตและยิ่งใหญ่ ซึ่ง "ขนาดของปัญหาจะเพิ่มขึ้นตามขนาดความสำเร็จของเราเสมอ" ระดับยิ่งสูงยิ่งเจอมารตัวใหญ่ เพราะชีวิตมนุษย์ไม่มีวันอยู่อย่างไร้ปัญหา เพราะ " ปัญหาคือนามสกุลของชีวิต " จงคิดวิเคราะห์แบบมีสติและโยนิโสมนสิการพร้อมยึดหลักกาลามสูตรของพระพุทธเจ้า ด้วยคำว่าอย่าเพิ่งเบื่อ ซึ่งหมายถึง ต้องคิดวิเคราะห์ ต้องลงมือปฏิบัติ หรือวิจัยก่อนจะวิจารณ์



พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระอานนท์ว่า " ปัญหาเกิดที่ไหน ต้องให้ปัญหานั้นดับที่นั่นก่อนที่จะไปที่อื่น"แสดงว่าพระองค์ไม่หนีปัญหาแต่จะคิดวิเคราะห์พิจารณาในการแก้ปัญหาด้วยสติ แก้ปัญหาด้วยพุทธสันติวิธี แม้แต่ญาติของพระองค์ทะเลาะกันเรื่องน้ำพระองค์ก็ทรงสอนให้คิดวิเคราะห์ด้วยการตรัสว่า " เลือดกับน้ำ " จะเลือกอะไร เป็นการสอนให้คิดวิเคราะห์จนกลับมามีสติ สติจึงเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา สติจึงเป็นวาระแห่งชีวิต จะเห็นว่าพระพุทธศาสนาจะสอนให้ตระหนักรู้ว่าก่อนที่เราตัดสินอะไร เราควรศึกษาให้ดีอย่างมีสติ ด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยสติปัญญาขั้นสูงในการสื่อสารโดยเฉพาะปัจจุบันเราเห็นการสื่อสารทำร้ายกันมากมาย ในยุค 4.0 จึงต้อง " รู้ทันเทคโนโลยี บริโภคเทคโนโลยีเป็นนาย ลงทุนในตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคมและเพื่อนมนุษย์ "จะสื่อสารอะไรออกไปจึงต้องมีสติวิเคราะห์ให้ดี อย่าไปทำร้ายใครเพราะโลกใบนี้ไม่มีใครควรแก่การเกลียดชังเลย

วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2560

พระเณร40รูปเดินธุดงค์ธรรมชัยผ่านอนุสาวรีย์เนลสัน



พระภิกษุสงฆ์ และสามเณรกว่า 40 รูป เดินธุดงค์ธรรมชัย กลางเมืองพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้​ ผ่านอนุสาวรีย์หุ่นปั้นรูปเนลสัน แมนเดลา



วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 3 แล้วของการเดินธุดงค์ธรรมชัยที่เมืองพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้​  ของพระภิกษุสงฆ์ และสามเณรกว่า 40 รูป จากวัดพระธรรมกายโจฮันเนสเบิร์ก เพื่อเป็นการประกาศธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยผ่านสถานที่ต่างๆ เช่นทำเนียบที่ทำการรัฐบาล และบริเวณถนนสายสำคัญที่มีดอกแจ็คกาแรนด้า บานสะพรั่งบนต้นและบนท้องถนนที่เสมือนคอยต้อนรับพระภิกษุและสามเณรธุดงค์ ใจกลางเมืองพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้  ผ่านอนุสาวรีย์หุ่นปั้นรูปเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดี  นับเป็นการเดินธุดงค์ที่ใหญ่ที่สุดในกลางเมืองหลวงของประเทศแอฟริกาใต้

...........

(หมายเหตุ : Cr. by @ JMC และ จอห์น คาร์สัน)

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

จับตา!จุดจบคดีม.112"พุทธอิสระ-เสี่ยอู๊ด"เหมือนหรือแตกต่าง?

จากกรณีที่ตัวแทนองค์กรส่งเสริมป้องกันคุ้มครองพระพุทธศาสนา เข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการปราบปรามให้ตรวจสอบพระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ปลุกเสกพระเครื่องนาคปรกใช้พระปรมาภิไธยย่อ "สก." โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

พอข่าวนี้กระจายออกไปทางด้านพระพุทธะอิสระได้โพสต์ข้องความทางเฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)"  โดยให้หัวข้อว่า "เล่นไม่เลิก อย่างนั้นก็อย่าเลิกเล่นเลย"  พร้อมระบุว่า "โถ สู้อุตส่าห์ใจกล้า พยายามกัดฟันเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่กองปราบ นำเรื่องพระนาคปรกที่พุทธะอิสระอัญเชิญสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งมาประดิษฐานอยู่ด้านหลังองค์พระ เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล

ตลอดเวลา 2 ปีพุทธะอิสระก็พยายามนิ่งมาตลอด เพราะไม่อยากขยายความ แทนที่คนพวกนี้จะมีสำนึกคิดได้เอง แต่พอเห็นว่าพวกพ้องเผ่าพันธุ์ตนถูกรุกไล่จนหนีหัวซุกหัวซุน แทบจะไม่มีแผ่นดินอยู่ คนพวกนี้จึงคิดมาเอาคืน เมื่ออยากเล่นไม่เลิก เช่นนั้นก็อย่าเลิกเล่นเลย แต่ยังไงความจริงก็คือความจริง หากกระสันอยากพิสูจน์นัก อย่างนี้ก็ต้องไปดูความจริงกันในศาลก็แล้วกัน"

ทำให้มีกระแสวิจารณ์และคาดการณ์ว่าผลของคดีนี้ท้ายที่สุดแล้วจะออกมาอย่างไร โดยนำไปเปรียบเทียบกับคดีของ "เสี่ยอู๊ด"นายสิทธิกร บุญฉิม เซียนพระและนักสร้างพระชื่อดัง ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกฐานผิดมาตรา 112 ลักษณะเดียวกันกับพระสุวิทย์

"เสี่ยอู๊ด" หลังจากติดคุกที่เรือนจำคลองเปรมผ่านไป  5 ปี ได้รับอิสรภาพ แต่แล้วอยู่ๆ เมื่อปี 2558 "เสี่ยอู๊ด"ก็ได้จบชีวิตของตัวเองที่โรงแรมชื่อดังเมืองพิษณุโลก พร้อมกับทิ้งเขียนก่อนตายแฉ 11 องค์กรและบุคคลในลักษณะน้อยใจ

คดีของ "เสี่ยอู๊ด" และตัว "เสี่ยอู๊ด" เอง ได้จบลงไปแล้ว แต่สำหรับคดีของพระสุวิทย์และตัวของพระสุวิทย์เองจะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป
ฮือฮา!เมฆร่มฉัตรลอยเหนือธรรมกายเจดีย์ วันสงกรานต์ลูกศิษย์เป็นปลื้ม


วันที่ 13 เมษายนของทุกปีนับเป็นวันปีใหม่ไทยแบบโบราณ ในหลายพื้นที่พยายามที่จะพื้นประเพณีโบราณให้กลับคืนมี ด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงเตือนสติว่า ห่วงการเล่นน้ำสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ผิดเพี้ยนไปมากเอาแต่สาดน้ำโครมๆ ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์ของดีแบบโบราณเอาไว้ พร้อมกันนี้พระองค์ได้ประทานพรความว่า


"ด้วยอำนาจแห่งกุศลทั้งหลายที่ท่านได้ทำตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน และที่อาตมาภาพได้บำเพ็ญไปแล้วแต่ต้นจนถึงปัจจุบันก็ดีขอน้อมกุศลแห่งความดีที่ได้กระทำมาแล้วอำนวยพรให้เป็นพรปีใหม่แบบไทยๆ โบราณของเราแด่ท่านทั้งหลาย จงประสบแต่ความสุขกายสบายใจ ที่ท่านทั้งหลายประสงค์สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมขอสิ่งนั้นจงเป็นผลสัมฤทธิ์ตามประสงค์ทุกประการ”


แม้นว่าสงกรานต์ปีนี้จะเข้มงวดให้กฏระเบียบต่างๆ นานา แต่บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ตามถนนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนข้าวสาร ข้าวเหนียว ข้าวปุ้น ข้าวโพด บนถนนสุยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา  และที่เมืองกรุงที่ถนนสีลม ถนนผ้าขาวม้าสยามสแควร์ ก็คึกคักตั้งแต่เที่ยงวันที่่ผ่านมา   มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ รอเข้าร่วมจำนวนมาก


ขณะที่บรรกาศภายในวัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี หลักจาก คสช.ประกาศยกเลิกพื้นที่การควบคุมพิเศษ แต่ยังคง ม.44 อยู่นั้นในช่วงเย็นกำหนดมีการเจริญพระพุทธมนต์บทธรรมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทางสามสายคือทางสุดโต่ง ทางวัตถุนิยม และทางพอเพียงคือทางสายกลางที่เป็นสันติวิธีที่จะนำไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์หรือสันติภาพได้


แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ก็คือช่วงบ่าย มีเมฆลักษณะเหมือนร่มฉัตร ลอยเหนือพระมหาธรรมกายเจดีย์ สร้างความปลื้มปีติให้กับรรดาลูกศิษย์ที่ได้พบเห็นและได้แสดงความเห็นว่า "เมฆร่มฉัตร ลอยเหนือพระมหาธรรมกายเจดีย์ ชี้ให้ชาวโลกรู้ว่า ที่ตรงนี้สำคัญมากๆๆ  ใครคนหนึ่ง ย้ำแล้วย้ำอีก  สิ่งศักดิ์สิทธ์ ก็มาแสดง  ให้เห็นแล้ว ตอนนี้ ชีวิตตั้งต้น มาสวดธัมมจักฯ  ที่พระมหาธรรมกายเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ก่อนดีกว่า  แล้วค่อยทำอย่างอื่นวันนี้ ไปหน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ก่อนเลย"

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

อึ้ง!'ธัมมชโย'รวยที่กว่า2หมื่นไร่ วัดสาขาผุดในสหรัฐฯกว่า10แห่ง

               ตามที่มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยเรื่อง "บทบาทในการรักษาพระธรรมวินัยของพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) : ศึกษาเฉพาะกรณีธรรมกาย" เป็นผลงานวิจัย ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (บุญถึง) หรือ "ว.วชิรเมธี" เมื่อครั้งเรียนอยู่ที่ มจร. คณะพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พระพุทธศาสนา) โดยมีคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์  ชิ้นนี้มี 3 ท่าน คือ  พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ นายสนิท ศรีสำแดง และ นาย รังษี สุทนต์

               อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลงานวิจัยชิ้นนี้จะถูกนำเสนอเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2546 หรือเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว แต่ผลงานชิ้นนี้ถูกหยิบขึ้นมาโพสต์และมีการแชร์ต่อผ่านสื่อออนโลน์กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ใน  "www.mcu.ac.th/thesis_file/254620.pdf" มีผู้เข้าชม 12,128 ครั้ง" ในขณะที่ "www.komchadluek.net" มีผู้เข้าชมกว่า 70,000 ครั้ง  ณ วันที่ 13 ก.ย.

               ขณะเดียวกันศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมืองโดย กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล ได้รายงานเรื่อง "ชำแหละที่ดินเมืองไทยวันนี้อยู่ในมือใคร ไม่ใช้ประโยชน์-เสียหายปีละ 1.3 แสนล้าน" เผยแพร่ทางเว็บไซต์ http://www.tcijthai.com/tcijthainews/view.php?ids=3085 เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสรุปจากเวทีสาธารณะที่จัดโดยศูนย์ข่าว TCIJ เรื่อง"ก้าวข้ามความขัดแย้งกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทย"  ความว่า หนึ่งในวิทยากรคือ ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่มองปัญหาความขัดแย้งในสังคมผ่านมิติเศรษฐศาสตร์การเมือง พบว่า ความเหลื่อมล้ำที่ดำรงอยู่อย่างเนิ่นนานและมีแต่จะสูงขึ้น คือต้นตอสำคัญของความขัดแย้ง

               โดย ศ.ดร.ผาสุก ได้ยกข้อมูลทรัพย์สินที่แสดงระดับการผูกขาดที่สูงมาก โดยเฉพาะการถือครองที่ดินที่มีโฉนดในเมืองไทยที่พบว่า คนที่มีโฉนดที่ดินมากที่สุดร้อยละ 10 มีที่ดินรวมกันถึงร้อยละ 62 ของที่ดินที่มีโฉนดทั้งหมดทั่วประเทศ ขณะที่คนระดับล่างที่มีที่ดินร้อยละ 50 มีที่ดินรวมกันเพียงร้อยละ 2 ของโฉนดที่ดินทั่วประเทศเท่านั้น ซ้ำปัจเจกบุคคลและนิติบุคคลเพียง 837 รายมีที่ดินโฉนดมากกว่า 1,000 ไร่ขึ้นไป และในจำนวนนี้ปัจเจกบุคคลคนหนึ่งมีที่ดินมากที่สุดถึง 631,263 ไร่

               แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าศ.ดร.ผาสุกนอกจากได้เปิดเผยที่ดินที่อยู่ในการครอบครองของนักการเมือง เอกชนแล้วยังพบว่า พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย ถือครองที่ดินในชื่อเดิมว่า พระไพบูลย์ สุทธิผล 1,045 ไร่ และถือครองในชื่อร่วมและถือครองในชื่อคนอื่น รวมทั้งสิ้น 27,920 ไร่

               นอกจากนี้ยังพบว่าวัดธรรมกายได้มีการขยายวัดไปยังต่างประเทศในจำนวนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สหรัฐอเมริกามีเกือบ 10 วัดโดยระบุชื่อชัดเจนเช่น วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย รัฐแคลิฟอร์เนีย วัดพระธรรมกายชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ วัดพระธรรมกาย นิว เจอร์ซี่ รัฐนิวเจอร์ซี่  วัดพระธรรมกายซีแอ๊ตเติ้ล รัฐวอชิงตัน วัดพระธรรมกายมินิโซต้า รัฐมินิโซต้า     วัดพระธรรมกายฟลอริด้า รัฐฟลอริด้า  วัดพระธรรมกายบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตช์  วัดพระธรรมกายออเรกอน รัฐออเรกอน  วัดพระธรรมกายซิลิคอนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

...........................

สำราญ สมพงษ์รายงาน(FB-samran sompong)รายงาน




"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...