แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มจร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มจร แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

ประเมินผล"มจร"ร่วมแก้จนตามแนวพอเพียง ประเทศไทยร่ำรวยวัฒนธรรมและนวัตกรรมกำลังจะเกิด

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2565 พระสุธีรัตนบัณฑิต,ดร. (สุทิตย์ อาภากโร) เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suthito Aphakaro ความว่า ประเทศไทยร่ำรวยวัฒนธรรม และนวัตกรรมกำลังจะเกิด U2T@MCU


วันที่ 25 กันยายน 65 เดินทางร่วมงาน U2T for BCG ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์และวิทยาลัยสงฆ์กำแพงเพชร ในฐานะประธานขับเคลื่อนโครงการ U2T ของมหาจุฬาฯ


โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T เป็นโครงการ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดขึ้นเพื่อยกระดับการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมสร้างสรรค์ของ 7000 กว่าตำบลทั่วประเทศโดยให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนนำในการพัฒนาศักยภาพสินค้าและนวัตกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯได้รับการดูแล ลงไปพัฒนาจำนวน 84 ตำบล


ผลของการพัฒนา สามารถยกระดับสินค้าของชุมชนเป็นนวัตกรรมสร้างสรรค์มากกว่า 150 ผลิตภัณฑ์และมีกระบวนการเชิงการท่องเที่ยว การจัดการชุมชน การส่งเสริมการเรียนรู้อีกจำนวนมาก นับว่าเป็นความสำเร็จของคณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯที่สามารถนำพาชุมชนไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นต้นแบบสามารถต่อยอด OTOP ของประเทศได้อย่างดี โดยเฉพาะนครสวรรค์และกำแพงเพชร ต้องขอขอบคุณมาก ทุกวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ที่ร่วมงาน


จากการเดิมชมบูธ นิทรรศการของตำบลต่างๆ พบว่าประชาชนและบัณฑิตที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ U2T สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้ระดับดีมากขึ้น จึงเป็นความหวังว่าในอนาคตทุกทุกตำบลของสังคมไทย สามารถพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ให้มากขึ้นนอกจากความร่ำรวยทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว


การนำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของชุมชน สามารถนำไปสู่การสร้างแบนสินค้าในระดับชาติและนานาชาติได้เหมือนประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศที่ประสบผลสำเร็จจากการเริ่มสร้างนวัตกรรมของชุมชนจนกลายเป็นแบรนด์ ระดับโลก ดังนั้น การที่ประเทศไทยนำแนวคิด BCG มาใช้คือ


B BioEconomy พัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร ยา เวชภัณฑ์ จากความหลากหลายทางชีวภาพที่มีจำนวนมากในประเทศไทย


C Circular Economy การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เช่น การพัฒนาออกแบบสิ่งทอ เครื่องจักรสาน บทเพลง ศิลปะ และการสร้างสรรค์อื่นๆ


G Green Economy การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะพลังงานจากแสงแดดและธรรมชาติที่มีมากมายในสังคมไทยซึ่งจำเป็นต้องใช้ความรู้บนฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


จึงนับว่าเป็นกรอบคิดการพัฒนาประเทศที่ดี


ที่ผ่านแนวคิด BCG เป็นนโยบายสำคัญของหลายรัฐบาลนับตั้งแต่สมัยอดีตนายกทักษิณ ชินวัตรจนมาถึงรัฐบาลปัจจุบันที่มองว่าประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูง มีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในระดับที่ดีมาก มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่สนใจในระดับโลก เพียงแต่เราขาดการสร้างสรรค์นำสิ่งเรานั้นมาเป็นนวัตกรรมให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าในระดับสูงได้


การขับเคลื่อนภายใต้กรอบแนวคิดนี้จึงผลักดันผ่านโครงการ OTOP และโครงการ U2T ในรอบนี้ แต่สิ่งที่ได้เห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมสร้างสรรค์ในสังคมไทยยังขาดปัจจัยอีก 2 ส่วนสำคัญคือวิทยาศาสตร์และระบบการขนส่ง (Science and Logistics )


ดังนั้น หากเราทุ่มเทกับการสร้าง สรรค์ การพัฒนานวัตกรรมภายใต้กรอบคิด BCG จึง ควรเพิ่มความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและระบบการขนส่งโดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงคนและนักท่องเที่ยวไปทั่วประเทศ


BCG + SL (Science and Logistics)


คาดว่า ผู้นำจะคิดและทบทวนเรื่องราวเหล่านี้ ในการพัฒนาประเทศต่อไป


มหาวิทยาลัยมหาจุฬา จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานวัตกรรมและวัฒนธรรมสร้างสรรค์


เราไม่เพียงแต่ร่ำรวยวัฒนธรรม


แต่เราจะพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ให้ดียิ่งขึ้น


เพื่อทุกคนในสังคมไทย


U2T @ MCU We creative to the Future


Based on BCG+ SL


ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรมชุมชน 84 ตำบล


ภายใต้ U2T @ MCU


1. สำรวจสินค้าและภูมิปัญญาชุมชน


2. ชวนคิดและสร้างสรรค์


3. พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์


4. พัฒนามาตรฐานสินค้า


5. พัฒนาระบบและกลไกการตลาด


6. ยกระดับเป็นนวัตกรรมชุมชน


7. ส่งเข้าสู่ Platform online


8. พัฒนาบุคลากรต่อเนื่อง


9. ลงนาม mou กับภาคเอกชน (บริษัท NeemMall) Platform online กับเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศและยกระดับสู่นานาชาติ


10. พัฒนาระบบวิสาหกิจของมหาจุฬา ให้สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างสรรค์ (หลักสูตรผู้ประกอบการวิสาหกิจวิถีพุทธ)

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

"อธิการบดีมจร" หนุนนำโคกหนองนาโมเดลเป็นฐานแก้จน คือเทรนด์การพัฒนาของโลก


วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2565   ในการสัมมนาและงานปฐมนิเทศนิสิตสาขาการพัฒนาสังคม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ประจำปี 2565 พระธรรมวัชรบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) กล่าวว่า พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม ที่จัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาการพัฒนาสังคม ของมหาจุฬา เป็นหนึ่งในศาสตร์สาขาที่สำคัญของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสังคมในระดับโลก ด้วยเหตุว่า 

พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม Engaged Buddhism เป็นหลักการสำคัญของการพัฒนาของโลก ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals ) ของสหประชาชาติ (UN) และการพัฒนาของประเทศไทย ที่เน้นเรื่อง BCG ที่เป็นการพัฒนาบนฐานทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งปรากฏในการพัฒนาของไทย เช่น การพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคกหนองนาโมเดล การพัฒนาเศรษฐกิจฐากรากวิถีพุทธ การเกษตรวิถีพุทธ หรือการพัฒนาเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาความยากจน เป็นต้น ดังนั้น การศึกษาพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

สำหรับการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับสากลนั้น มีรูปแบบการเรียนรู้ใน 3 มิติที่สำคัญ คือ 

1) การเรียนรู้พระพุทธศาสนาแบบวิชาการ (Scholar Buddhism ) ที่เน้นการศึกษาในเชิงคัมภีร์ หลักพุทธธรรม หลักพุทธปรัชญา หรือหลักคำสอนตามสายครูบาอาจารย์ 

2) การศึกษาพระพุทธศาสนาในเชิงปฏิบัติ (Practical Buddhism ) ที่เน้นหลักการทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติธรรม เช่น การศึกษาและปฏิบัติสมาธิ การฝึกจิตใจ เพื่อเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต และการปฏิบัติตามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอน ในสายวิปัสสนาต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ความสุขให้ดับตนเอง

3) พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม (Engaged Buddhism) เป็นการนำหลักการและวิถีปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาไปสู่การพัฒนาสังคม เกื้อกูล สร้างสรรค์ แบ่งปันต่อสังคม ซึ่งสังคมไทย ได้มีแนวปฏิบัติเชิงสังคมจำนวนมาก ไม่ว่า จะเป็น การพัฒนาชุมชนวิถีพุทธ การตั้งธนาคารข้าว กองทุนสงเคราะห์ กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์  โคกหนองนา หรือการรักษาสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นต้น

นอกจากนี้ พระธรรมวัชรบัณฑิต ยังให้คำแนะนำ นิสิตใหม่ว่า ให้หมั่นเรียนรู้เรื่องปรากฎการณ์วิทยา การพัฒนาเชิงพื้นที่ ภูมิศาสตร์การพัฒนา จิตวิทยาเชิงพุทธเพื่อสังคม และการพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาสังคมตามหลักพระพุทธศาสนา อันจะเป็นการยกระดับพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม Engaged Buddhism ของไทยสู่สังคมโลก ต่อไป

ในงานวันดังกล่าว ยังมีการมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นสาขาการพัฒนาพัฒนาสังคมของมหาจุฬา ในโอกาสครบรอบ 10 ของการก่อตั้งสาขาการพัฒนาสังคมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ  ซึ่งปัจจุบันสาขาการพัฒนาสังคมเปิดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาโท-เอก ในส่วนกลางที่มหาจุฬาฯ อำเภอวังน้อย พระนครศรีอยุธยา วิทยาเขตนครศรีธรรมราช เชียงใหม่ เชียงราย นครปฐม พิจิตร จันทบุรี ร่วมกับภาคีการพัฒนาสังคมในประเทศไทย


 


วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

"พช.-มจร ขอนแก่น" เอามื้อสามัคคีปลูกต้นไม้แก้จน ที่แปลง "โคก หนองนา พุทธอารยเกษตร"



เมื่อวันอังคารที่ 19 กรกฎาคม 2565  เวลา 09.30 น. พระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาเขตขอนแก่น, รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น  มอบหมายให้ พระมหาพิสิฐ วิสิฏฺฐปญฺโญ,ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตร พุทธบริหารการศึกษาระดับดุษฐีบัณฑิต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์พิธีเปิดโครงการ "แบกจอบ เสียม หิ้วปิ่นโต ร่วมสารสัมพันธ์ เอามือสามัคคี"  ที่แปลง โคก หนองนา พุทธอารยเกษตร มจร วิทยาเขตขอนแก่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่นกับ มจร วิทยาลัยเขตขอนแก่น 



พร้อมด้วยนายพนม  สิงห์สาย มอบหมายให้นายชัยณรงค์  กาญจะนะกันโห ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยนายประดิษฐ์  นัดทะยาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน  และทีมงานนักวิชาการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่แปลงโคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น เพื่อร่วมกิจกรรมโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา "แบกจอบ เสียม หิ้วปิ่นโต ร่วมสานสัมพันธ์เอามื้อสามัคคี"  โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น โดยมีนายประจวบ  รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสี คณาจารย์ มจร วิทยาเขตขอนแก่น เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองขอนแก่น กำนันตำบลโคกสี ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน เครือข่ายโคก หนอง นา พช. อำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 94 แปลง ประธานศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนทุกตำบล คณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลโคกสี รวมทั้งสิ้น 120 คน

จังหวัดขอนแก่น  มอบหมายให้อำเภอเมืองขอนแก่น โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองขอนแก่น ดำเนินโครงการ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น ดำเนินการใน 4  กิจกรรมหลัก คือ  1) ศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน 2) ศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน และ 3) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กิจกรรมในวันนี้เป็นอีกกิจกรรมที่ดำเนินการในศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน  นั่นคือ กิจกรรม “แบกจอบ เสียม หิ้วปิ่นโต ร่วมสานสัมพันธ์ เอามื้อสามัคคี” ซึ่งได้รับความเมตตาจากพระโสภณพัฒนบัณฑิต รศ.ดร.รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ให้ใช้พื้นที่ แปลง “โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น” 

วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะกับพื้นที่การเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ โคก หนอง นา ผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สอดคล้องกับหลักกสิกรรมธรรมชาติในพื้นที่ให้เกิดความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยใช้พลังเครือข่ายโคก หนอง นา เป็นกลไกในการขับเคลื่อนกิจกรรม อีกทั้งยังเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา


กิจกรรมสำคัญในวันนี้ (19ก.ค.) ประกอบด้วย (1) การปลูกต้นไม้ จำนวน 131  ต้น ซึ่งได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา  (2) ปลูกหญ้าแฝก จำนวน 15,000 ต้น โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดขอนแก่น (3) สร้างฐานการเรียนรู้ ฐานดิน ฐานน้ำ และฐานป่า (4) ก่อสร้างอุโมงค์ไม้ไผ่ และราวสะพาน ซึ่งจะนำไปสู่การก่อเกิดศูนย์เรียนรู้ โคก หนอง นา ต้นแบบของอำเภอเมืองขอนแก่น และของจังหวัดขอนแก่น ภายใต้ชื่อ “ศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น” ที่เกิดขึ้นจากพลังการมีส่วนร่วมของชาวเครือข่ายโคก หนอง นา อำเภอเมืองขอนแก่น และหน่วยงาน/องค์กรภาคีการพัฒนาอย่างแท้จริง และเกิดการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในเชิงพื้นที่อย่างแท้จริง


กระทรวงมหาดไทย มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่พี่น้องประชาชนมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมสิ่งแวดล้อม 

ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อให้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของล้นเกล้ารัชกาลที่ 9  และพระราชปณิธานของล้นเกล้า รัชการที่ 10 “สืบสาน รักษา และต่อยอด” เป็นหลักในการปฏิบัติงานในทุกระดับ 


และในปีนี้ คณะกรรมการอำนวยการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาส สถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 130  ปี ในปี พ.ศ. 2565 มีมติเห็นชอบโครงการ/กิจกรรมของส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการในวาระพิเศษ โดยในส่วนของกรมการพัฒนาชุมชน คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ “130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา” ซึ่งจังหวัดขอนแก่น ได้จัดทำโครงการ “130 ปี กระทรวงมหาดไทย : ความสุขสร้างได้ ด้วยใจอาสา  โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มจร ขอนแก่น” และมอบหมายให้ทุกอำเภอดำเนินการในสามกิจกรรมหลักคือ 1) ศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน 2) ศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน และ 3) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต


นโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่   เพื่อให้เกิดการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้  โดยกระทรวงมหาดไทยร่วมกับฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมและสถาบันพระจอมเกล้า

เจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน  โดยมีเจตจำนงร่วมกันที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในการบูรณาการภาคีเครือข่ายและเชื่อมประสานให้เกิดการพัฒนาในทุกมิติ ส่งเสริมสัมมาชีพ สัมมาปฏิบัติ เสริมสร้างสังคมสุขภาวะ สร้างความสุขสังคมไทยขยายผลไปยังสังคมโลกให้มีความสุขอย่างยั่งยืน ดังนั้น การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการก้าวเดินไปสู่จุดมุ่งหมายดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง นายประจวบ  รักแพทย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าว


ในการนี้ ผศ.ดร.วิทยา ทองดี ผช.ฝ่ายกิจการทั่วไป พร้อมด้วย ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิต ร่วมโครงการ ณ โคก หนอง นา พุทธอารยเกษตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่นตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น


ขอบคุณข้อมูลจากเพจ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น


 


วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

"หญิงหน่อย" นำทีมไทยสร้างไทย กราบดร.หลวงพ่อแดง ชมแหนแดงตลาดพุทธเกษตร


"คุณหญิงสุดารัตน์" นำทีมไทยสร้างไทย สมุทรสงคราม  ถกแผนขับเคลื่อนจังหวัด ชูแม่กลองเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม วัดวาอาราม อาหารการกิน ดึงรายได้มหาศาลพัฒนาจังหวัด 

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2565   ช่วงค่ำวานนี้ (10ก.ค.) ที่วัดอินทาราม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำทีมงานของพรรค และนายนิทรารัตน์ แพทย์วงษ์ ประธานสภาทยานความ จ.สมุทรสงคราม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคไทยสร้างไทย เดินทางไปที่วัดอินทาราม ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา เข้านมัสการพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ (ดร.หลวงพ่อแดง นันทิโย) รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา เจ้าอาวาสวัดอินทาราม เพื่อหารือและรับฟังคำแนะนำต่างๆในการพัฒนาจังหวัดสมุทรสงคราม 

ก่อนจะเข้ากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด เช่น หลวงพ่อโตซำปอกงอายุ 300 ปีภายในโบสถ์มหาอุด พระอรหันต์ 1,650 รูปบริเวณรอบโบสถ์หินอ่อน และกราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งบนเกตุบรรจุผงพระสมเด็จวัดระฆัง นอกจากนี้ยังชมตลาดพุทธเกษตรและให้อาหารปลาตะเพียนในคลองแควอ้อมหน้าวัดและชมหิ่งห้อยบนบกบริเวณท่าน้ำวัดอินทารามอีกด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า จ.สมุทรสงครามเป็นพื้นที่ชุมชนเข้มแข็งทั้งด้านผู้นำ พระสงฆ์ และภาคธุรกิจ รวมมือกันดูแลให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์วัฒนธรรมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม วัดวาอาราม อาหารการกิน เป็นศูนย์รวมสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย จะเป็นตัวแทนเชื่อมโยงทุกภาคส่วนในการทำแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ จ.สมุทรสงครามเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว สร้างรายได้จากวิถีชีวิต จากวัฒนธรรม จากความเป็นอยู่ของประชาชน แบบรักษาธรรมชาติ

คุณหญิงสุดารัตน์ฯ กล่าวอีกว่า พรรคไทยสร้างไทยจะสู้เพื่อคนตัวเล็ก โดยเฉพาะการทำให้แต่ละจังหวัดมีความเข้มแข็ง ส่วนที่ จ.สมุทรสงครามผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นคนตัวเล็กนั้น พรรคจะเข้าไปช่วยเพื่อให้ผู้ประกอบการตัวเล็กๆโตขึ้นและสามารถสร้างให้สมุทรสงครามเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทั้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมต่อไป 


วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

'มจร'ปฏิบัติธรรม-บวชเณรถวาย เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9




วันที่ 13 ต.ค.2561 ที่อาคารวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบ 2 ปี สถาบันวิปัสสนาธุระนำโดย พระอาจารย์เจ้าคุณราชสิทธิมุนี วิ. (บุญชิด), ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิปัสสนาธุระ  ทำพิธีทำบุญตักบาตร สวดมนต์ถวายพระพร และปฏิบัติกรรมฐาน เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ภายใต้ “โครงการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยด้านการปฏิบัติกรรมฐาน” โดยมีพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจำนวน 20 รูป มาร่วมในพิธี 

ทั้งนี้มีสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมกันโดยพิธีเริ่มเวลา 06:30 น. พระสงฆ์ให้ศีล สาธุชนรับศีล ฟังธรรม ถวายสังฆทาน ปฏิบัติกรรมฐาน มีการสงบนิ่งระลึกถึงคุณความดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และมีการทำบุญตักบาตร เพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอีกด้วย




พร้อมกันนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยังได้จัดพิธีบรรพชาสามเณรช่วงปิดภาคการศึกษาถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 , พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9  และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10  ระหว่างวันที่ 13-23 ตุลาคม 2561 อีกด้วย 

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561

จุดแข็ง!มหาจุฬาฯมหาวิทยาลัยต้นแบบคุณธรรม แหล่งส่งออกสู่เวทีโลก

  

วันที่ 8 ต.ค.2561 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษาและวิทยาพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า รศ.ดร.วิทยา เมฆขำ รองธิการบดีฝ่ายวางแผนและประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะวิทยากรที่มาให้ความรู้การประกันคุณภาพ สมศ. ให้แก่ มหาจุฬาฯ ได้เป็นตัวแทนของสังคมมองข้างนอกเข้ามาข้างใน (Outsite in) แล้วสะท้อนจุดแข็ง Streng ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ Identity แล้วจัดวางตำแหน่ง Positioning ให้มหาจุฬาฯ ว่า "เป็นมหาวิทยาลัยด้านคุณธรรม" พร้อมที่จะนำเสนอเครื่องมือสำหรับการสร้างคุณธรรมให้แก่ชีวิตและสังคม ที่จะทำหน้าที่ผลิตคุณธรรม วิจัยด้านคุณธรรม บริการวิชาการด้านคุณธรรม และทำนุบำรุงศิลปะวัฒนาที่มีฐานมาจากคุณธรรม



ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอุมศึกษา 2561 ได้ย้ำเน้นให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้พัฒนาตัวเองตามพันธกิจ 4 ด้าน คือ ผลิตบัณฑิต วิจัย บริการวิชาการ และทะนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม ให้สอดรับกับความเชี่ยวชาญ ศักยภาพ และอัตลักษณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกันคุณภาพของ สมศ รอบต่อไป จึงเป็นการกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยต่างๆ หาตัวเองให้เจอ ประกาศตัวตนออกมา แล้ว สมศ จะประเมินตามทิศทางที่แต่ละแห่งได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคม Social Contract



ยืนยันได้ว่า องค์กรใดที่นำระบบการประกันคุณภาพแบบ EdPEx มาใช้แล้ว จะทำให้ง่ายต่อการกำหนดอัตลักษณ์ จุดแข็ง และสมรรถนะหลัก Core Competency ในการทำงาน เพื่อพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาจุฬาฯ ได้จัดวางวิสัยทัศน์ตัวเองว่า มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาโลก World University of Buddhism การวางสถานะแบบนี้ จะถูกผลักให้ไปอยู่ในกลุ่ม C1 อันหมายถึงการใช้เกณฑ์ สมศ ในระดับที่สูงสุดที่เน้นการมุ่งไปสู่มหาวิทยาลัยระดับโลก ต่างจาก C1 ที่เน้นนานาชาติ และ C3 ที่เน้นระดับชาติ



พระมหาหรรษา กล่าวด้วยว่า บัดนี้ สภาวิชาการ มหาจุฬาฯ มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ได้มีมติให้ฝ่ายวิชาการได้ระดมทีมงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อให้อธิการบดีลงนามแต่งตั้ง เพื่อจักได้ผนึกกำลังกันค้นหาอัตลักษณ์ที่สะท้อนศักยภาพและความเชี่ยวชาญของมหาจุฬาฯ  อันจะส่งผลต่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดต่อไป ถึงกระนั้น มุมมองของ รศ.ดร.วิทยาข้างต้น ก็ไม่ต่างไปจากที่พระพุทธเจ้าเคยชี้เป้าเอาไว้เมื่อ 2600 กว่าปีที่ผ่านมาแล้ว ว่า อะไรคือจุดแข็ง อะไรคือหมุดหมาย อะไรคือความเชี่ยวชาญ และอะไรคือตัวตน และสถานะที่แท้จริง


...........

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Hansa Dhammahaso)

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

มสธ.ถวายโล่ห์รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น"อธิการบดีมจร"




วันที่ 5 ก.ย.2561 พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้รับถวายโล่ห์รางวัล ศิษย์เก่าดีเด่น ปีการศึกษา 2560 ด้านความสำเร็จในอาชีพ บัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นนทบุรี








หลังจากนั้นพระราชปริยัติกวีได้เดินทางกลับมาที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตร และกล่าวปิด ในโอกาสพัฒนาและฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของมหาวิทยาลัยกว่า 150 รูป ทั่วทั้งประเทศ ระหว่าง 4-5 กันยายน 2561 อาคารวิปัสสนาธุระ เพื่อให้เกิดทักษะในการสอนวิปัสสนากรรมฐานแก่พุทธศาสนิกชน อันเป็นการสืบสานปณิธานของหลวงพ่อสมเด็จพุฒาจารย์ (อาจ อาสภะมหาเถระ) 


อธิการบดี มจร ได้ย้ำว่า "ในขณะที่สังคมกำลังเดินหน้าพัฒนาตัวเองไปสู่การพัฒนาวัตถุอย่างสุดโต่งได้ก่อให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างโลกข้างนอกกับข้างใน ยิ่งพัฒนาใจยิ่งกลวงเปล่า จึงเป็นหน้าที่ของพระวิปัสสนาจารย์ในการทำหน้าที่เติมเต็มด้านจิตใจแก่สังคมให้มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อไป"


วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"อธิการบดี มจร"มอบอนุกก.ร่วมป.ป.ช. เดินหน้าป้องทุจริตเชิงพุทธทั่วประเทศ





วันที่ 26 สิงหาคม 2561  รศ.ดร.สุรพล  สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ในฐานะประธานอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับ มจร  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาได้นำคณะอนุกรรมการฯเข้าถวายสักการะพระราชปริยัติกวี,ศ.ดร.อธิการบดี มจร ในโอกาสที่รับตำแหน่งใหม่ โดยได้รับคำแนะให้คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ส่วนราชการ ร่วมกันขับเคลือนตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการรณรงค์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อไป




รศ.ดร.สุรพล กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2556  ป.ป.ช.กับ "มจร" ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการรณรงค์ (MOC) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่าง ป.ป.ช.กับ มจร  ที่ห้องประชุมนนทบุรี 1 สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และพัฒนาองค์ความรู้ ด้านคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม นำสู่การปฏิบัติ  2. เพื่อให้ มจร พัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน ด้านการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  3.เพื่อพัฒนาความร่วมมือและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างยั่งยืน




"ทั้งนี้กิจกรรมภายใต้วัตถุประสงค์ดังกล่าง ป.ป.ช. กับ มจร ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานและกิจกรรมความร่วมมือแล้วดำเนินการที่ผ่านมาดังนี้ 1.  ประสานงานและให้ความร่วมมือในการดำเนินงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2.ร่วมจัดให้ความรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะแนวทางการส่งเสริมด้านคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการเผยแพร่รณรงค์ให้นิสิต นักศึกษา นักเรียน และประชาชนทั่วไป เข้ามา มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" รศ.ดร.สุรพล กล่าวและว่า

๓.สนับสนุนและส่งเสริมให้ส่วนงานของ มจร ทุกแห่งเป็น "เครือข่ายรณรงค์ป้องกันการทุจริต" 4. ส่งเสริมให้ มจร นำเนื้อหาสาระองค์ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต บรรจุไว้ในหลักสูตรและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัย 5. สนับสนุนและส่งเสริมให้ มจร ผลิตสื่อในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในด้านตำราเรียน หนังสือ บทความทางวิชาการ งานวิจัยเชิงพุทธ และสื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  




6.ร่วมกันดำเนินการอื่นใด ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. และ มจร เห็นสมควรร่วมกัน 7. สร้างคู่มือการฝึกอบรมหลักสูตรการป้องกันการทุจริตตามแนวทางพระพุทธศาสนาทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอบรมให้ครูพระสอนศีลธรรม 18,000 เป็นวิทยากรแม่ไก่กระจายไปทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระพรหมบัณฑิตบรรยาย"สถาบันศาสนากับความมั่นคงของชาติ"



วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระพรหมบัณฑิต (ป.ธ.๙,ศ.,ดร.,ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์, อัคคมหาบัณฑิต) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค ๒ เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง"สถาบันศาสนากับความมั่นคงของชาติ" แก่นักศึกษาหลักสูตรเสาหลักเพื่อแผ่นดินเกียรติยศ รุ่นที่ ๔ ณ ห้องประชุมสภา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


..............

(หมายเหตุ : ข้อมูลจากhttps://www.watprayoon.com/main.php?url=news_view&id=1898&cat=B&table=news)

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"มจร-ศน."หารือปธ.สังฆมหานายกเมียนมาร์ร่วมมือเผยแผ่ศาสนา




เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) รับอาราธนานิมนต์จากนายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา ประเทศไทย เดินทางไปร่วมประชุมระหว่างวันที่ 16-20 ส.ค.นี้ เพื่อหารืองานเผยพระพุทธศาสนา กับ ดร.พระอชิน กุมาระภิวังสะ ประธานคณะกรรมการสังฆมหานายกแห่งสหภาพเมียนมาร์ (Most Ven. Dr. Ashin Kumarabhivamsa, Chairman of State Sangh Mahanayaka Committee) พร้อมด้วยสมาชิก และ ดร.คิน ฉ่วย (Dr. Khin Shwe) ประธานพุทธศาสนุเคราะห์ (Chairman of all Buddhasasan Anuggha Association of Myanmar)ณ สำนักงานประจำเมืองกะปะเอ้ (Kabba Aye) กรุงย่างกุ้ง เมียนมาร์ เพื่อทำความร่วมมือในงานพระพุทธศาสนา และงานสวดมนต์ข้ามปีที่ประเทศไทย



..............

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าว : วิทยาลัยพระธรรมทูต www.odc.mcu.ac.th
รายงาน: พระมหาสมาน ชาตวิริโย ดร.
ภาพ : วิทยาลัยพระธรรมทูต )

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"อธิการบดีมจร"รูปใหม่จัดทัพ! เจ้าคุณประสารวางแผนให้พระครูเชี่ยวประชาสัมพันธ์



วันที่ 14 ส.ค.2561 สืบเนื่องจากการที่ได้มีพระบัญชาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แต่งตั้งให้พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2561 และจะมีพิธีรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งในวันที่ 17 ส.ค2561 เวลา 10.00น. ที่อาคาร มวก.48 พรรษา มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา 

และวันนี้(14ส.ค.) พระราชปริยัติกวีได้มีคำสั่งแต่งตั้งรักษาการรองอธิการบดี โดยมีตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเช่นพระเมธีธรรมาจารย์,ดร. (ประสาร จนฺทสาโร) เป็นรักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา และพระครูโสภณพุทธิศาสตร์,ผศ.ดร.(เชี่ยว ชุตินทริโย) รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่เป็นต้น





วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เฉลิมพระเกียรติ"แม่ของแผ่นดิน""ม.สงฆ์มจร"จัดเจริญพระพุทธมนต์





"ม.สงฆ์มจร"จัดเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 และพิธีสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา 






วันที่ 7 สิงหาคม 2561 ที่หอประชุม มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระธรรมปัญญาบดี  เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 และพิธีสามีจิกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา




ในโอกาสนี้พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. รักษาการแทนตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวถึงการสามีจิกรรมว่า เรามาร่วมกันทำสัมมาปฏิบัติด้วยการทำสามีจิกรรมผู้บริหารคณาจารย์ ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามประเพณีของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เรามาเรียนวิชาความรู้ในหลักปริยัติด้านพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นวิชาการ ด้านปริยัติมีคุณูปการในขณะเดียวกันก็อาจเกิดโทษได้ จึงต้องมีสิ่งเกื้อหนุนคือ การมีความเคารพในการศึกษา โดยเฉพาะครูอาจารย์ที่ประสาทด้านวิชาการทางพระพุทธศาสนา 


"สมัยพระพุทธเจ้ามีประเพณีซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์เรียกว่า อุปัฌายวัตรและสัทธิวิหาริกวัตร อาจริยวัตรและอันเตวาสิกวัตร เป็นสายสัมพันธ์ที่เป็นข้อวัตรปฏิบัติ ระหว่างครูบาอาจารย์กับศิษย์จะต้องปฏิบัติต่อกันและกัน เพื่อเป็นเข็มทิศเป็นตัวช่วยประคับประครองให้วิชาความรู้นั้นเดินไปถูกทิศทางไม่ให้เกิด มิจฉาทิฐิในการศึกษาทางด้านปริยัติ" รักษาการแทนตำแหน่งอธิการบดี มจร กล่าวและว่า


ดังนั้น วันนี้พวกเราทั้งหลายมาปฏิบัติตาม "คารโว จ นิวาโต ความเคารพนอบน้อมถ่อมตนต่อคนที่เป็นครูอาจารย์ เพื่ออำนวยให้การศึกษาด้านวิชาการก่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและสังคมเจริญรุ่งเรืองต่อไป ถือว่าเป็นเสน่ห์ของนิสิตมหาจุฬาในการแสดงออกต่อครูอาจารย์ ถึงแม้ในห้องเรียนอาจจะมีการเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเต็มที่ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ แต่ลูกศิษย์ยังมีฐานของควมมอ่อนน้อมถ่อมตนต่อครูอาจารย์ด้วยการแสดงออกซึ่งสามีจิกรรม ถือเป็นประเพณีอันดีงามของพระพุทธศาสนาและของมหาจุฬาฯ

..............

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กPramote OD Pantapat พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท  นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร)

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"มจร"ตั้งกองทุนช่วยอุทกภัยลาวสิ่งของถึงอัตตะปือแล้ว




วันที่ 4 ส.ค.2561 จากสถานการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แตกในแขวงอัตตะปือ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างน้อย 7 แห่งในพื้นที่ท้ายเขื่อน ไทยในฐานะประเทศเพื่อบ้านได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือประชาชนชาวลาวที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของคณะสงฆ์สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาโปรดให้คณะสงฆ์หนตะวันออกทุกจังหวัด รวบรวมกัปปิยภัณฑ์พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยประชาชนใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่กำลังเผชิญกับเหตุภัยพิบัติครั้งใหม่ พร้อมให้ไวยาวัจกรนำส่งกัปปิยภัณฑ์เท่าราคา 1,000,000 บาท เช่นเดียวกับรัฐบาล และหน่วยงานต่างกำลังระดมความช่วยเหลือไปให้กับประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติ
          
ด้านมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งมีนิสิตสงฆ์ลาวเข้ามาศึกษาจำนวนมากได้ระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือเช่นเดียวกัน พระพรหมบัณฑิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สปป.ลาว ขึ้น โดยมอบหมายให้พระโสภณวชิราภรณ์ รักษาการรองอธิการบดี ฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานกรรมการ และดำเนินการระดมความช่วยเหลือทั้งเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคและจัดส่งไปยังเมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 2 – 5 สิงหาคม 2561 โดยจัดส่งผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และชมรมนักศึกษาสงฆ์ลาวซึ่งเรียนที่ มจร เป็นคณะทำงานส่วนล่วงหน้า เดินทางล่วงหน้าเพื่อไปสำรวจพื้นที่และช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมจัดนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และของใช้ที่จำเป็น จากหน้าอาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อยุธยา ไปบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่เมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว และจัดตั้งโรงทานขึ้น
          
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นาย สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และชมรมนักศึกษาลาวในประเทศไทย ที่ได้มีน้ำใจร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ สำนักงานปกครองแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว พร้อมกันนี้คณะทำงานส่วนหน้า มจร ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและคณะแม่ครัว นำข้องกล่อง จำนวน 100 กล่อง แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ศูนย์ผู้ประสบภัยน้ำท่วมโรงเรียนบ้านมิตรสัมพันธ์ ประชาชนชาติพันธุ์กวยหรือส่วย ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ภายในเมืองสนามไซ จำนวน 8 หมู่บ้าน
          
วันที่ 4 สิงหาคม ได้ร่วมมือกับศูนย์ อพส.เมืองสนามไซ และชมรมนักศึกษาลาว มอบเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ผู้แทนพระสงฆ์จำนวน 13 วัด และชาวบ้านผู้ยากไร้ บ้านมิตรสัมพันธ์ จำนวน 21 ครัวเรือน ณ วัดมิตรสัมพันธ์ เมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว
          
ศูนย์ผู้ประสบภัย ในเมืองสนามไซ มีทั้งหมด 3 ศูนย์ มีผู้ประสบภัย ประจำแต่ละศูนย์จำนวน1,500 คน นอกจากนั้นผู้ประสบภัยบางส่วนที่อาศัยอยู่กับญาติๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง ประมาณ 2,000 คน รวมมีผู้ประสบภัย ราว 6,000 กว่า คน ในด้านการรับบริจาคเข้ากองทุนในปัจจุบัน มียอดเงินบริจาคคกว่า 600,000 บาท ซึ่งมหาวิทยาลัยจะได้รวบรวมและส่งมอบต่อไป 

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผลผลิตลูกศิษย์หลวงพ่อปัญญา! พระรัสเซียจับป.เอก"มจร" ลมหายใจพุทธแดนหมีขาว



ผลผลิตลูกศิษย์หลวงพ่อปัญญา! พระรัสเซียจับป.เอก"มจร" ลมหายใจพุทธแดนหมีขาว สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน 

ผ่านไป 1 วันแล้วการปฏิบัติตามพระวินัยบัญญัติที่กำหนดให้พระภิกษุต้องอยู่จำพรรษา เป็นหลักแหล่งที่แน่นอนเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อสังคม เพราะสมัยก่อนนั้นการเดินทางไปตามพื้นที่กันดารอาจจะทำให้ผลิตของเกษตรกรเสียหายได้ แม้ว่าจะโทษจะไม่มากเพียงต้องอาบัติทุกกฎยอมรับสารภาพว่าจะไม่ทำอีกก็ถือว่าไม่ต้องอาบัติแล้ว แต่เมื่อการอยู่จำพรรษากลายเป็นธรรมเนียม หากพระรูปใดไม่อยู่จำพรรษาแล้วอาจจะถูกสังคมตำหนิภาษาพระเรียกว่า"โลกวัชชะ" ชาวโลกติเตียน 

เมื่ออยู่พรรษาครบ 3 เดือนแล้วพระพุทธเจ้าก็จ่ายโบนัสหรือเรียกอานิสงส์   5 อย่าง ตลอด 1 เดือนนับแต่วันออกพรรษาเป็นต้นไป คือ  1. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องบอกลา ตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค ปาจิตตีย์กัณฑ์  2. เที่ยวจาริกไปโดยไม่ต้องถือไตรจีวรไปครบสำรับ  3. ฉันคณะโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้  4. เก็บอติเรกจีวรได้ตามปรารถนา 5. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของพวกเธอ และยังได้โอกาสเพื่อที่จะกราลกฐิน และได้รับอานิสงส์พรรษาทั้ง 5 ขึ้นนั้นเพิ่มออกไปอีก 4 เดือน ในฤดูหนาว  พูดง่ายๆก็คือมีข้อยกเว้นไม่ต้องอาบัติบางข้อนั่นเอง

สำหรับพระไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็ต้องปฏิบัติตามนี้ไม่ปฏิบัติต้องอาบัติทุกกฏ อย่างเช่นพระธรรมทูตที่เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน หากมีเหตุจำเป็นหรือมีศาสนกิจเร่งด่วนก็มีพระวินัยบัญญัติให้เดินทางไปได้เรียกว่า "สัตตาหะ" คือไปแล้วต้องกลับมาให้ทันภายใน  7 วันมาไม่ทันพรรษาขาดไม่ได้อานิสงส์  


อย่างเช่นที่ประเทศรัสเซียก็คือวัดพุทธวิหารวิปัสสนา แห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบอร์กภายใต้การบุกเบิกของลูกศิษย์หลวงพ่อปัญญาคือพระมหาชาตรี เหมพันธ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญาสอนฝึกการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้กับชาวรัสเซียเดียวนี้มีชาวรัสเซียหันมานับถือพระพุทธศาสนามากถึง 2 ล้านคนแล้วอย่างไรก็ตามขณะนี้ทางวัดทางวัดาแบกรับค่าใช้จ่ายภายในวัดและค้างจ่ายซื้อที่ดินขยายวัดจึงได้บอกผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวคือChatree Hemapandha ระบุสามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาห้าแยกปากเกร็ด ชื่อบัญชีวัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปิเตอร์ส้บอร์ก หมายเลข 207-4-17990-0 โดยบอกว่า "ถ้าอยากช่วยพระพุทธศาสนาในรัสเซีย โปรดช่วยอาตมาอีกสักครั้ง"

และได้แจ้งว่า "ปีนี้โชคดีมีพระวิปัสสนาจารย์ใหญ่ พระภาวนาพิศาลเมธี หรือ เจ้าคุณประเสริฐ มันตเสวี แห่ง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มาช่วยสอนกรรมฐาน นอกจากนี้ พระธรรมทูต พระวิทยา สิริสาโร จากวัดศาลาเย็น จังหวัดสุรินทร์ มาช่วยงานสอนกรรมฐานและช่วยดูแลเรื่องสื่อการสอน และ Public Relation ของวัดไทยในรัสเซียอีกรูปส่วนอีกรูปพระฝรั่งลูกศิษย์ชาวรัสเซีย เรียนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รับปริญญาล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 พระ ดร.อเล็กซานเดอร์ เบเรซิน หรือ ฉายา ธัมมาวุโธ ท่านเป็นความหวังของพระพุทธศาสนาในรัสเซีย อาตมาเบาใจขึ้นมาก" 

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

"บิ๊กตู่"เผยเตรียมเยือน"ภูฏาน"มอบคู่มือสอนพระพุทธศาสนาในร.ร.



"บิ๊กตู่"เผยเตรียมเยือน"ภูฏาน"สัปดาห์นี้ มอบคู่มือการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียน ลั่น!ภูมิใจเป็นรัฐบาลทหารต่างประเทศร่วมมือดีมาก          

วันที่ 17 ก.ค.2561 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า สัปดาห์นี้ตนต้องเตรียมการไปเยือนประเทศภูฏาน ตามคำเชิญ ซึ่งมีหลายอย่างที่เป็นความร่วมมือ ทั้งนี้ตนอยากจะบอกว่า วันนี้ความร่วมมือของไทยกับต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ถือว่า ดีมากในระดับที่น่าพึงพอใจ          

"ในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาลแบบนี้ ได้รับการตอบรับในเรื่องการค้า การลงทุน และความร่วมมืออีกหลายอย่าง ถือเป็นสิ่งที่ดี" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรางานว่า การเยือนประเทศภูฏานของพล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้จะมีขึ้นระหว่าง19-20 กรกฎาคม 2561 ตามคำเชิญของนายดาโช เชริง โตบเกย์ (H.E. Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีประเทศภูฏาน ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมร่วมงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 15  ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยปาฐกถาพิเศษที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธ  และเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2561

และในการเยือนประเทศภูฏานของพล.อ.ประยุทธ์ครั้งนี้จะได้มอบคู่มือการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนในประเทศไทยตามความประสงค์ของนายกรัฐมนตรีประเทศภูฏาน ตามที่ได้ปรารภกับ พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  และนายเจษฏา กตเวทิน อธิบดีกรมเอเซียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

หลังจากนั้นกระทรวงการต่างประเทศประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและที่ประชุมได้มีมติขอรับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อจัดเตรียมคู่มือการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนในประเทศไทย เพื่อให้กับพลเอกประยุทธ์มอบแก่นายกฯภูฏานในคราวเดินทางไปเยือนครั้งนี้ 

บัดนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้คัดเลือกคู่มือการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในโรงเรียนในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือหนังสือ "การจัดสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544"  โดย 3 องค์กรร่วมมือกันเรียบเรียงขึ้น คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยโดยการใช้กรอบของพระรัตนตรัยในการเดินเรื่องของหลักสูตร  

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

มูลนิธิต่อต้านการทุจริตจับมือวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช"มจร"เดินหน้าปั้นวัยโจ๋ช่อสะอาดต้านทุจริต



ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2561 ที่วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) จังหวัดพิษณุโลก ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม จริยธรรม รู้เท่าทันการทุจริต “ค่ายเยาวชนช่อสะอาด :พิษณุโลก” รุ่นที่ 2/2561 โดยมีคุณวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ความเป็นมาโครงการ มีคุณวิฑูรย์ วรโชติพงศ์พันธุ์ ผอ.ปปช.ประจำจังหวัดพิษณุโลก พันเอกโสภานันทสุวรรณ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ผู้แทนแม่ทัพภาค3 และคุณครูทั้ง 8 โรงเรียนที่ส่งเยาวชนเข้าอบรม มาร่วมพิธีเปิดในการฝึกอบรมฯ 



ครั้งนี้มีเยาวชนเข้าอบรม 156 คน จากเป้าหมาย 100 คน จาก 8 โรงเรียน ได้แก่ 1. รร.ท่าทองพิทยคม 2. รร.พรหมพิรามวิทยา 3. รร.บ้านกร่างวิทยาคม 4. รร.จ่านกร้อง 5. รร.วัดเนินมะคึก 6. รร.พุทธชินราชพิทยา 7. รร.พิษณุโลกพิทยาคม 8. รร.ประชาสงเคราะห์วิทยา







วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

มีข่าวดีมาบอก!พระมอบทุนการศึกษานศ.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี




วันที่ 19 มิ.ย.2561 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษาและผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปทำหน้าที่เป็นพระวิทยากรอบรมนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถาบันที่ฟูมฝักชีวิตและการทำงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 เพราะเป็นเวทีให้พระหนุ่มได้ฝึกหัดขัดเกลาวิถีแห่งการเป็นพระวิทยากร จนถึงปัจจุบันนี้ก็ทำหน้าที่อยู่  



"พร้อมกันนี้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาจากรุ่นสู่รุ่นไม่เคยว่างเว้น ตอนเป็นพระหนุ่มในวัยของการศึกษา คณาจารย์ได้ร่วมกันมอบทุน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก จนช่วงหลังนี้ ที่มีศักยภาพทางสติปัญญาเพียงพอ จึงได้กลับมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนในรายวิชา "การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า

นางสาวณัณฐิชา แนมใส นักศึกษาปีที่ 3 ที่อาจารย์ประจำชั้นคัดเลือกแล้วว่า มีคุณสมบัติทุกประการที่สมควรจะรับทุนการศึกษา จึงมอบปัจจัยทั้งหมดในการบรรยาย จำนวนร่วม 10,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้แก่เธอ ชีวิตของเด็กสาวที่มีความฝันจะเป็นพยาบาลรักษาปู่ย่า ตายาย และคุณแม่ แต่บัดนี้ ไม่มีท่านเหล่านั้น ให้รักษาแล้ว คงเหลือแต่การมุ่งมั่นที่จะศึกษา แล้วมีลมหายใจเพื่อดูแลเพื่อนมนุษย์ร่วมเกิดแก่เจ็บตายในโลกนี้

"การ Pay Back คือชีวิตในจังหวะที่ต้องจ่ายคืน ทั้งกำลังใจ กำลังสติปัญญา และกำลังทรัพย์ เพื่อใช้หนี้วิทยาลัยพยาบาลแห่งนี้ ผ่านตัวนักศึกษาที่เป็นลมหายใจของวิทยาลัย เพื่อร่วมกันส่งพลังให้เธอได้ออกไปทำงานรับใช้เพื่อนมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิต่อไป" พระมหาหรรษา  กล่าว

.............

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กHansa Dhammahaso)

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

พระพรหมบัณฑิตบรรยายพระไตรปิฏกกับศาสตร์สมัยใหม่ที่สหรัฐ




วันที่ 17 มิ.ย.2561 ที่วัดไทยลอสแองเจลิส วัดแรกที่ก่อตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  บรรยายพิเศษเรื่องพระไตรปิฏกกับศาสตร์สมัยใหม่ ในงานอายุวัฒนมงคล 86 ปี ของพระเทพมงคลวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส นอกจากนี้ยังมีการเปิดสอบบาลีสนามหลวงที่วัดแห่งนี้ด้วย (สามารถฟังเสียงได้ที่ https://www.watprayoon.com/main.php?url=news_view&id=1816&cat=B&table=news)



พร้อมกันนี้พระพรหมบัณฑิต เยี่ยมชมกิจการของวัดไทยลอสแองเจลิส ออกรับบิณฑบาต และตรวจเยี่ยมสนามสอบบาลีสนามหลวงในสหรัฐอเมริกาที่เปิดสอบภายใจวัด   ซึ่งวัดไทยแห่งนี้เป็นศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมและความเป็นไทยไว้เป็นอย่างดี มีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ มีร้านค้าของคนไทยหลากหลาย จึงเป็นศูนย์รวมคนไทยทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน (ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://www.watprayoon.com/main.php?url=news_view&id=1815&cat=B&table=news)















วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

รมช.ศธ.ประชุมคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทยที่"มจร"




วันที่ 15 มิ.ย.2561 ศ.นพ.อุดม คเชนทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารบัณฑิตศึกษาแห่งประเทศไทย (สคบท) ครั้งที่2/2561 คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย 44 สถาบันทั่วประเทศ  ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่าง 14-15 มิ.ย.2561 ซึ่งจัดโดยบัณฑิตวิทยาลัย มจร  ภายใต้การนำของพระราชปริยัติกวี รักษาการรองอธิการบดี มจร 












"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...