แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
"อุ๊งอิ้ง"โพสต์"ทักษิณ"ตรวจสุขภาพแข้งแรงดี
วันที่ 20 พ.ย.2560 เฟซบุ๊ก Ing Shinawatra ของ "อุ๊งอิ้ง" น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความว่า "พาคุณพ่อไปตรวจสุขภาพมาเช้านี้ค่ะ หมอบอกแข็งแรงดีมาก พ่อทำตามหมอแนะนำอย่างเคร่งครัดเสมอ ตรวจดูหัวใจ พอหมอบอกว่า แข็งแรงดี ไม่มีอะไรผิดปกติ พ่อยิ้มแล้วหันมาบอกว่า “my heart is fine, not broken, too old for that” แปลง่ายๆว่า “หัวใจผมแข็งแรงดี ไม่ได้อกหัก มันแก่เกินกว่าจะอกหักแล้ว” ฮาาาาา กันยกแก๊งค์ #อารมณ์ดี ก็เป็นส่วนทำให้แข็งแรงได้จริงๆ พ่อยังมีประโยคทิ้งท้ายอีกว่า “เราต้องทานอาหารเป็นยา ไม่งั้นแก่ตัว ต้องมาทานยาเป็นอาหาร” คมมมม!!! "
วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560
พท.ออกแถลงการณ์"ปู"แจงเมื่อเวลาอันควร
พท.ออกแถลงการณ์"ปู"แจงเมื่อเวลาอันควร ยันดำเนินการทางการเมืองต่อแบบสันติวิธี
วันที่ 29 ส.ค.2560 ได้มีการออกแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่อง “การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในอนาคต” ความว่า
พรรคเพื่อไทยได้ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านมรสุมอย่างหนัก มาหลายครั้งตั้งแต่การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 และ พ. ศ.2557 ทั้งการยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย แต่สมาชิกพรรคทุกคนยังคงยึดมั่นในการรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และยังคงรักษาอุดมการณ์และพันธกิจในการสร้างประโยชน์สุขของประชาชนมาโดยตลอด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรซึ่งเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรคนั้น พรรคเห็นว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคงจะมีคำชี้แจงต่อสาธารณชนเมื่อถึงเวลาอันควรต่อไป
สำหรับพรรคเพื่อไทยนั้น ขอยืนยันว่าพรรคมีภารกิจหน้าที่ที่สำคัญที่สุด ซึ่งจะต้องดำเนินต่อไปอย่างมั่นคง นั่นคือ
ประการแรก การต่อสู้ให้สังคมเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ยอมรับในสิทธิมนุษยชนและสิทธิ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกและตรวจสอบนั้น ต้องได้รับการคุ้มครอง และประชาชนต้องได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยความใส่ใจ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
ประการที่สอง การทำให้พี่น้องประชาชนมีความอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น ประเทศได้รับความยอมรับนับถือและเชื่อมั่นจากนานาอารยประเทศ ยังคงถือเป็นภารกิจสำคัญที่พรรคจะยึดมั่นในการดำเนินการต่อไป
ประการที่สาม การยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และการสร้างความสมานฉันท์ด้วยหลักเมตตาปรารถนาดีต่อกัน
พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่า จากนี้พรรคเพื่อไทยจะยังคงดำรงความเป็นพรรคการเมืองเพื่อประชาชน ที่จะสร้างความเข้มแข็ง และโอกาสในชีวิตให้แก่ประชาชนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
ปัญหาอุปสรรคอันหนักหนาที่พรรคกำลังเผชิญอยู่นั้น ยิ่งทำให้พรรค สมาชิก และผู้สนับสนุนมีความรัก ความสามัคคี และมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ที่จะมุ่งมั่นทำงาน เพื่อให้สังคมไทยมีสันติสุข ประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดี และได้รับประโยชน์สุข ต่อไป
พรรคเพื่อไทยจะยังคงมุ่งมั่นในภารกิจต่างๆ อย่างแน่วแน่ ไม่เปลี่ยนแปลง.
พรรคเพื่อไทย
29 สิงหาคม 2560
วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560
สะพัดจม."ปู"ว่อนแจงเหตุหนี"บิ๊กตู่"ปัดเปิดทาง
นายกฯ ยันไม่มีดีลพา "ยิ่งลักษณ์" หนีต่างแดน คาดไม่ถึงตัดสินใจหนี ยอมรับยากคุม 2 พี่น้อง'ชินวัตร'เคลื่อนไหวต่างแดน ให้คนไทยตัดสิน ใครมีข้อมูลหนีอย่างไรแจ้งมาได้ พร้อมถอนพาสปอร์ตตามขั้นตอน ยันภาพเก่าไปคู่'ยิ่งลักษณ์' เป็นแค่นายกฯ-ผบ.ทบ. ไปกับทุกนายกฯ
ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์(ร.21รอ.) จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีและดีลออกนอกประเทศ ว่า ไม่อยากให้สื่อให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินตรวจสอบต่อไป ว่าออกไปนอกประเทศได้อย่างไร ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงตามดูอยู่ว่าเดินทางออกไปได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็ทราบดีว่า ในเมื่อทุกอย่างยังไม่เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีก็ยากที่จะติดตามไปทุกที่ เพราะเราก็ให้เกียรติเขา ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เพราะวันหน้ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มันยิ่งกว่านี้ แต่ว่าเรื่องการเข้าออกประเทศก็ต้องไปตรวจสอบ
เมื่อถามว่าความคืบหน้าติดตามตัวไปถึงไหนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เพราะการออกนอกประเทศ ก็ต้องขอรายละเอียดจากกระทรวงการต่างประเทศ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ไม่มีก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราก็ต้องหาทาง
ส่วนจะไปประเทศไหนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็ทราบจากสื่อ สื่อก็ทราบดีว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอยู่ไหน เพราะสื่อก็บอกว่าไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ซึ่งทางราชการก็ต้องติดต่อกับต่างประเทศ ดังนั้นใครที่มีข่าวสารข้อมูลก็ขอให้แจ้งมาตนจะช่วยตรวจสอบให้
เมื่อถามว่าจะดำเนินการถอนพาสปอร์ตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูทางกฎหมายก่อน ว่าทำอะไรได้แค่ไหน ตนอยากให้บ้านเมืองสงบ เกิดความปรองดอง และตนก็ไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องเหล่านี้ เพราะตอนนี้กำลังทำอะไรอีกหลายอย่าง โดยวันนี้ก็มางานสถาปนาหน่วย ร.21 รอ. และลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ให้มีรายได้ที่ดีขึ้น ขอให้สื่อสนใจเรื่องแบบนี้ให้มากขึ้น เพราะเรื่องคดีความเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราให้เกียรติคนทุกคนและใช้กฎหมายเดียวกัน ดังนั้นบางเรื่องก็เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ต้องไปดูว่าเขาเข้าออกได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็มาติติงเจ้าหน้าที่ ว่าเวลาตามไปนั่นไปนี่ก็ละเมิดสิทธิมนุษยชน มันก็เลยสุ่นกันไปหมด ส่วนจะมีช่องโหว่ที่ชายแดนหรือไม่ ก็ต้องไปตรวจสอบดูอีกทีอย่างเพิ่งไปโทษคนนั้นคนนี้ เมื่อเขาหายไปแล้วก็ต้องหาทางป้องกัน ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามย้ำว่า คสช.ไม่ได้มีการปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า "เห้ย! ใครจะไปปล่อย จะไปไปล่อยได้ยังไง ทำไมคิดแบบนี้"
ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเคลื่อนไหวต่างแดนตาม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นพี่ชาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร ก็เหมือนอดีตนายกฯอีกคนที่เคลื่อนไหวอยู่ คนไทยต้องแยกแยะและเรียนรู้ และคิดได้แล้ว
เมื่อถามน้ำว่าถ้าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันและรวมกันเคลื่อนไหวตะทำอย่างไรนั้น พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของคนไทย เมื่อถามว่า หน่วยความมั่นคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็วิพากษ์วิจารณ์ลดลงสิ ไม่มีใครเขาบ้าทำหรอก เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี จะคุมน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไรไม่ให้เขาเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ต้องไปนู้นสหประชาชาติมั้ง นั่นที่ต่างประเทศบ้านเรายังคุมไม่ได้เลย เพราะสื่อช่วยกันขยายเรื่องนี้ แต่ผมไม่ได้ทะเลาะกับสื่อ ขอให้สื่อช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ"
เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้มีการนำภาพคู่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ. กลับมาเผยแพร่อีกครั้งทางโซเชียลมิเดีย โดย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า "แล้วตอนนั้น เขาเป็นนายกฯด้วยรึเปล่า แล้วผมเป็นผบ.ทบ. ผมต้องไปกับเขาด้วยรึเปล่า คิดสิว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะผมไปกับทุกนายกรัฐมนตรี"
เมื่อถามว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม เพราะในอดีตเคยทำงานใกล้ชิดกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เพราะคาดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ เพราะตอนเช้ายังคิดว่าเขาจะไปศาลตามกระบวนการ ผมก็ให้เกียรติเขา".
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ และอดีตนายทหารที่รับราชการใน ร.21 รอ.ได้เดินทางมาร่วมงานวันสถาปนาครบรอบ 67 ปีโดย นายกรัฐมนตรีในร่วมพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าและ เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของกำลังพล พร้อมทั้งเดินทางไปดูความคืบหน้าของแปลงเกษตรด้านหลังค่ายนวมินทราราชินี และ สักการะศาล พันโทณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช. ผู้ริเริ่มหลักสูตรทหารเสือราชินี ก่อนเดินทางไปราชการที่จังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ ยังมีอดีตนายทหารที่รับราชการใน ร.21.รอ. ซึ่งเป็นลูกน้องเก่ามารอต้อนรับโดยเฉพาะเหล่าบรรดาแม่บ้านที่มารขอถ่ายรูป กับพลเอกประยุทธ์พร้อมตะโกน"สู้ๆ"ให้กำลังใจ นอกจากนั้น แม่บ้านของกำลังพลได้กระซิบขอหวย พลเอกประยุทธ์ ตอนเดินเข้าไปถ่ายรูปอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ จดหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2560 แจงเหตุที่ต้องหนีศาล ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นจดหมายปลอม ไม่ทราบว่าเจตนาของการเผยแพร่ ขอความกรุณาห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาดเพราะอาจมีความผิดและถูกฟ้องร้องได้
ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์(ร.21รอ.) จ.ชลบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึง กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีและดีลออกนอกประเทศ ว่า ไม่อยากให้สื่อให้ความสนใจกับเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินตรวจสอบต่อไป ว่าออกไปนอกประเทศได้อย่างไร ตอนนี้กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงตามดูอยู่ว่าเดินทางออกไปได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็ทราบดีว่า ในเมื่อทุกอย่างยังไม่เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีก็ยากที่จะติดตามไปทุกที่ เพราะเราก็ให้เกียรติเขา ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เพราะวันหน้ายังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มันยิ่งกว่านี้ แต่ว่าเรื่องการเข้าออกประเทศก็ต้องไปตรวจสอบ
เมื่อถามว่าความคืบหน้าติดตามตัวไปถึงไหนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เพราะการออกนอกประเทศ ก็ต้องขอรายละเอียดจากกระทรวงการต่างประเทศ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ไม่มีก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เราก็ต้องหาทาง
ส่วนจะไปประเทศไหนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็ทราบจากสื่อ สื่อก็ทราบดีว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปอยู่ไหน เพราะสื่อก็บอกว่าไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ซึ่งทางราชการก็ต้องติดต่อกับต่างประเทศ ดังนั้นใครที่มีข่าวสารข้อมูลก็ขอให้แจ้งมาตนจะช่วยตรวจสอบให้
เมื่อถามว่าจะดำเนินการถอนพาสปอร์ตหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูทางกฎหมายก่อน ว่าทำอะไรได้แค่ไหน ตนอยากให้บ้านเมืองสงบ เกิดความปรองดอง และตนก็ไม่อยากอารมณ์เสียกับเรื่องเหล่านี้ เพราะตอนนี้กำลังทำอะไรอีกหลายอย่าง โดยวันนี้ก็มางานสถาปนาหน่วย ร.21 รอ. และลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ให้มีรายได้ที่ดีขึ้น ขอให้สื่อสนใจเรื่องแบบนี้ให้มากขึ้น เพราะเรื่องคดีความเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราให้เกียรติคนทุกคนและใช้กฎหมายเดียวกัน ดังนั้นบางเรื่องก็เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เราก็ต้องไปดูว่าเขาเข้าออกได้อย่างไร ที่ผ่านมาก็มาติติงเจ้าหน้าที่ ว่าเวลาตามไปนั่นไปนี่ก็ละเมิดสิทธิมนุษยชน มันก็เลยสุ่นกันไปหมด ส่วนจะมีช่องโหว่ที่ชายแดนหรือไม่ ก็ต้องไปตรวจสอบดูอีกทีอย่างเพิ่งไปโทษคนนั้นคนนี้ เมื่อเขาหายไปแล้วก็ต้องหาทางป้องกัน ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามย้ำว่า คสช.ไม่ได้มีการปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกนอกประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ ว่า "เห้ย! ใครจะไปปล่อย จะไปไปล่อยได้ยังไง ทำไมคิดแบบนี้"
ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเคลื่อนไหวต่างแดนตาม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นพี่ชาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร ก็เหมือนอดีตนายกฯอีกคนที่เคลื่อนไหวอยู่ คนไทยต้องแยกแยะและเรียนรู้ และคิดได้แล้ว
เมื่อถามน้ำว่าถ้าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันและรวมกันเคลื่อนไหวตะทำอย่างไรนั้น พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของคนไทย เมื่อถามว่า หน่วยความมั่นคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้มเหลว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็วิพากษ์วิจารณ์ลดลงสิ ไม่มีใครเขาบ้าทำหรอก เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี จะคุมน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างไรไม่ให้เขาเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ต้องไปนู้นสหประชาชาติมั้ง นั่นที่ต่างประเทศบ้านเรายังคุมไม่ได้เลย เพราะสื่อช่วยกันขยายเรื่องนี้ แต่ผมไม่ได้ทะเลาะกับสื่อ ขอให้สื่อช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ"
เมื่อถามว่าแต่ตอนนี้มีการนำภาพคู่สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผบ.ทบ. กลับมาเผยแพร่อีกครั้งทางโซเชียลมิเดีย โดย พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า "แล้วตอนนั้น เขาเป็นนายกฯด้วยรึเปล่า แล้วผมเป็นผบ.ทบ. ผมต้องไปกับเขาด้วยรึเปล่า คิดสิว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะผมไปกับทุกนายกรัฐมนตรี"
เมื่อถามว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม เพราะในอดีตเคยทำงานใกล้ชิดกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เพราะคาดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ เพราะตอนเช้ายังคิดว่าเขาจะไปศาลตามกระบวนการ ผมก็ให้เกียรติเขา".
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ และอดีตนายทหารที่รับราชการใน ร.21 รอ.ได้เดินทางมาร่วมงานวันสถาปนาครบรอบ 67 ปีโดย นายกรัฐมนตรีในร่วมพิธีสงฆ์ในช่วงเช้าและ เป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร-ธิดาของกำลังพล พร้อมทั้งเดินทางไปดูความคืบหน้าของแปลงเกษตรด้านหลังค่ายนวมินทราราชินี และ สักการะศาล พันโทณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช. ผู้ริเริ่มหลักสูตรทหารเสือราชินี ก่อนเดินทางไปราชการที่จังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ ยังมีอดีตนายทหารที่รับราชการใน ร.21.รอ. ซึ่งเป็นลูกน้องเก่ามารอต้อนรับโดยเฉพาะเหล่าบรรดาแม่บ้านที่มารขอถ่ายรูป กับพลเอกประยุทธ์พร้อมตะโกน"สู้ๆ"ให้กำลังใจ นอกจากนั้น แม่บ้านของกำลังพลได้กระซิบขอหวย พลเอกประยุทธ์ ตอนเดินเข้าไปถ่ายรูปอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ จดหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2560 แจงเหตุที่ต้องหนีศาล ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า เป็นจดหมายปลอม ไม่ทราบว่าเจตนาของการเผยแพร่ ขอความกรุณาห้ามนำไปเผยแพร่เด็ดขาดเพราะอาจมีความผิดและถูกฟ้องร้องได้
วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560
แพร่คลิป!"ทักษิณ"พร้อมลูกสาวอยู่สิงคโปร์
แพร่คลิป!"ทักษิณ"พร้อมลูกสาวอยู่สิงคโปร์ แนะตำรวจให้ไปดูไบ
วันที่ 26 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ได้เผยแพร่คลิปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับลูกสาวทั้งสองคน โดยระบุว่า "ตอนอยู่ สิงคโปร์ คับ
ถ้าตำรวจชอบจับแพะชนแกะ ก็ไปดูไบ เถอะคับ โดนยึดทรัพย์สิน ยึดบ้าน ยึดหมดตัว เงินพันล้านยึดหมด เค้าไม่เหลืออะไรให้ ยึดแล้วเอาเงินเค้าไปทำอะไรบอกด้วยนะคับ ประชาชนอยากรู้ ยึดเงินเข้ากระเป๋าใครเปล่า แล้วเรื่อง หนีศาล ความจริงคือ ไม่ได้หนีนะคับ #ไปที่ศาลตรงประตูมีกระดาษเขียนคำว่าเลื่อนอยู่ก็เลยกลับเห็นบอกว่าเลื่อน"
วันที่ 26 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก YouLike (คลิปเด็ด) ได้เผยแพร่คลิปนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกับลูกสาวทั้งสองคน โดยระบุว่า "ตอนอยู่ สิงคโปร์ คับ
ถ้าตำรวจชอบจับแพะชนแกะ ก็ไปดูไบ เถอะคับ โดนยึดทรัพย์สิน ยึดบ้าน ยึดหมดตัว เงินพันล้านยึดหมด เค้าไม่เหลืออะไรให้ ยึดแล้วเอาเงินเค้าไปทำอะไรบอกด้วยนะคับ ประชาชนอยากรู้ ยึดเงินเข้ากระเป๋าใครเปล่า แล้วเรื่อง หนีศาล ความจริงคือ ไม่ได้หนีนะคับ #ไปที่ศาลตรงประตูมีกระดาษเขียนคำว่าเลื่อนอยู่ก็เลยกลับเห็นบอกว่าเลื่อน"
วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ซีเอ็นเอ็นตีข่าว"ยิ่งลักษณ์"ถึงดูไบแล้ว
ซีเอ็นเอ็นตีข่าว"ยิ่งลักษณ์"ถึงดูไบแล้ว ก่อนที่ศาลฎีกาการเมืองฯจะพิพากษาคดีจำนำข้าว 2 วัน วันที่ 26 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิจารณาคดีจำนำข้าวที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ได้ออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์เนื่องจากไม่เดินทางไปศาลฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองโดยทนายความยื่นสาเหตุป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์แสดงพร้อมยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 27 ก.ย.2560 เวลา 09.00น. โดยมีรายงานข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อเดินทางต่อไปเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายนั้น
เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค.2560 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานโดยแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางเมืองดูไบแล้ว โดยได้เดินทางออกไป 2 วันก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษา และขณะนี้ได้อยู่อย่างปลอดภัยที่เมืองดูไบ
อย่างไรก็ตามได้มีการเผยแพร่ภาพน.ส.ยิ่งลักษณะโผกอดนายทักษิณทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเฟซบุ๊ก SiamTownUS นำภาพต่างๆมาเปรียบเทียบความว่า ขณะนี้เริ่มมีการฟอร์เวิร์ด ส่งต่อหรือแชร์ภาพที่อ้างว่าเป็นภาพสดๆ จากสิงค์โปร์ ที่เป็นภาพน.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าสวมกอดอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร หลังจากศาลออกหมายจับเพราะไม่มาฟังคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพนั้นคือภาพที่สองคนพบกันที่ปารีส ฝรั่งเศสเมื่อปี 2014
ทางสยามทาวน์ยูเอสจึงนำภาพที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เคยลงเฟสบุ๊คส่วนตัวอวยพรวันเกิดพี่ชายครบรอบ 66 ปี. ซึ่งเป็นภาพการสวมกอดเพื่อให้แฟนเพจได้ดูเปรียบเทียบว่า ภาพที่ท่านได้รับเป็นภาพจริงหรือไม่
วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560
สะพัด!"ปู"เผ่นสิงคโปร์ตร.เตรียมไล่ล่า
สะพัด!"ยิ่งลักษณ์"เผ่นสิงคโปร์ผ่านทางชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นเครื่องที่พนมเปญ ขณะที่ตร.เตรียมไล่ล่า "บิ๊กตู่"เย้ยนึกว่าเป็นคนกล้าหาญ!
วันที่ 25 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิจารณาคดีจำนำข้าวที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ได้ออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์เนื่องจากไม่เดินทางไปศาลฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองโดยทนายความยื่นสาเหตุป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์แสดงพร้อมยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 27 ก.ย.2560 เวลา 09.00น.นั้น
ขณะนี้มีรายงานข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์แล้ว
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านกิจการพิเศษและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เพิ่งทราบข้อมูลจากสื่อมวลชน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถประสานไปยังตำรวจประเทศต่างๆ ซึ่งประเทศไทยมีเครือข่ายประสานงานกับตำรวจประเทศอาเซียนทุกประเทศ มีแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบอยู่แล้ว กรณีนี้หากระบุว่าไปประเทศสิงคโปร์ ก็สามารถสอบถามไปยังตำรวจประเทศสิงคโปร์ได้ ใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบ มีระเบียบขั้นตอนปฏิบัติอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทราบรายละเอียดต้องรอให้มีความชัดเจนจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสียก่อน รวมถึงหมายจับจากศาลดังกล่าว
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เมื่อเช้ายังนึกดีใจอยู่ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนกล้าหาญ มารับการพิจารณา แต่ต่อมาได้รับการแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มา เพราะป่วยปัญหาน้ำในหู ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่ให้ดูอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่พบอะไร ขณะนี้ยังหาตัวอยู่
วันที่ 25 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่พิจารณาคดีจำนำข้าวที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ ปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งปล่อยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ได้ออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์เนื่องจากไม่เดินทางไปศาลฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองโดยทนายความยื่นสาเหตุป่วยน้ำในหูไม่เท่ากันแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์แสดงพร้อมยึดเงินประกัน 30 ล้านบาท และนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 27 ก.ย.2560 เวลา 09.00น.นั้น
ขณะนี้มีรายงานข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์แล้ว
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านกิจการพิเศษและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า เพิ่งทราบข้อมูลจากสื่อมวลชน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถประสานไปยังตำรวจประเทศต่างๆ ซึ่งประเทศไทยมีเครือข่ายประสานงานกับตำรวจประเทศอาเซียนทุกประเทศ มีแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบอยู่แล้ว กรณีนี้หากระบุว่าไปประเทศสิงคโปร์ ก็สามารถสอบถามไปยังตำรวจประเทศสิงคโปร์ได้ ใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบ มีระเบียบขั้นตอนปฏิบัติอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทราบรายละเอียดต้องรอให้มีความชัดเจนจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสียก่อน รวมถึงหมายจับจากศาลดังกล่าว
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เมื่อเช้ายังนึกดีใจอยู่ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคนกล้าหาญ มารับการพิจารณา แต่ต่อมาได้รับการแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มา เพราะป่วยปัญหาน้ำในหู ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่ให้ดูอยู่แล้ว ซึ่งยังไม่พบอะไร ขณะนี้ยังหาตัวอยู่
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558
โผล่แล้วเจ้าของเฟซตัวจริง"Oak Panthongtae Shinawatra"
หลังจากที่ได้ติดตามเฟซบุ๊ก "Oak Panthongtae Shinawatra" ระบุเจ้าของคือ "พานทองแท้ ชินวัตร" บุตรชายของ"ทักษิณ ชินวัตร" วิพากษ์วิจารณ์ การเมือง(ฝั่งตรงกันข้าม) อย่างดุเดือดและมีการโพสต์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2558
ล่าสุดวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2558 "พานทองแท้ ชินวัตร" ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีบุคคลที่ออกมาแสดงความเห็นถูกคุมตัวเพื่อปรับทัศนคติเป็นเวลา 7 วัน โดยระบุเพียงว่า “ไม่อยากที่จะพูดอะไร ในสภาวะเช่นนี้ ขออยู่ข้างนอกดีแล้ว ไม่อยากไปกินข้าวฟรี 7 วัน”
สาเหตุที่นักข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์ก็เนื่อง "พานทองแท้ ชินวัตร" ร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตมูลนิธิไทยคมหลังสำเร็จการศึกษาจากโครงการ ทุนการศึกษามูลนิธิไทยคม มหาวิทยาลัยชินวัตร 50 ทุน 50 ล้านบาท โดยมีบัณฑิตทุน ผู้ปกครอง ผู้บริหารมูลนิธิและมหาวิทยาลัยชินวัตร ที่สกายปาร์ค ตึกชินวัตร ทาวเวอร์ 3 รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตกรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม
ความจริงงานใหญ่โตขนาดนี้น่าจะมีการโพสต์ลงเฟซบุ๊กบ้าง แต่กลับไม่เห็น
ก็ยังนึกถึงเงิน 1 พันล้านบาทที่มีคนประกาศจะบริจาคให้กับมูลนิธิไทยคมเมื่อหลายสิบปีก่อนก็ไม่รู้ว่ามีการบริจาคกันจริงหรือยัง
..............................
(หมายเหตุ : ภาพจาก https://www.facebook.com/oakpanthongtae?fref=ts)
วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555
6ปีรัฐประหาร'ทักษิณ'ผู้เสียสละเทียบชั้น'ปรีดี'?
19กันยายน2555 เป็นวันครบรอบ 6 ปีการทำรัฐประหารยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" หลังจากนั้นเจ้าตัวถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปีจากคดีที่ดินรัชดา มีสภาพเป็นนักโทษหนีคุก เป็นสัมภเวสีเร่ร่อนไปตามหัวเมืองต่างๆ จนเกิดปัญหาทำให้ ป.ป.ช.สอบกระทรางการต่างประเทศกรณีการออกหนังสือเดินทางให้
ตลอดระยะเวลา 6 ปีนี้กลุ่มคนเสื้อแดง และล่าสุด "สมเกียรติ อ่อนวิมล" ก็กวักมือเรียกให้ "ทักษิณ" กลับบ้าน แต่ "ทักษิณ" ทิ้งประโยชน์ส่วนตนมองประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง จึงได้ประกาศไม่เดินทางกลับช่วงที่บ้านมีความขัดแย้งสูง ดังนั้น "ทักษิณ" จึงควรจะได้รับการยกย่องว่า "เป็นผู้เสียสละ" แล้ว
หากจะให้ดีไปกว่านั้น "ทักษิณ" ควรจะประกาศยุติบทบาททางการเมือง ไม่ลวงลูกโผทหาร ไม่ชักใย "น้องสาว" ให้ถูกตราหน้าว่าเป็น "นายกฯหุ่นเชิด" ก็จะทำให้เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น "นารีขี่ม้าขาว" เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็เป็นได้เพียง "นารีถือโพย" เท่านั้น
และจะให้ดีไปกว่านั้น "ทักษิณ" ควรจะประกาศไม่เดินทางกลับประเทศไทยอีก ตามข้อเสนอของ "คณิต ณ นคร" ประธาน คอป. ที่ระบุว่า "ถ้าอยากเป็นรัฐบุรุษ ต้องรู้จักคำว่าเสียสละ แม้ว่าจะไม่กลับประเทศ ก็สามารถเป็นรัฐบุรุษได้เช่นกัน เหมือนนายปรีดี พนมยงค์ ที่ทำงานเพื่อประเทศโดยที่ไม่เคยกลับประเทศ เพียงเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ"
"ทักษิณ" ยอมรับข้อเสนอของ "คณิต" ก็จะกลายสภาพเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" เทียบชั้น "ปรีดี พนมยงค์" ทันที
หาก "ทักษิณ" ไม่ยอมรับและยังดึงดันที่จะเดินทางกลับไทยโดยไร้ความผิดแล้ว อาจจะถูก "แผ่นดินสูบ" ก็เป็นได้ ในที่นี้คือ ถูกสูบจากความดีที่เสียสละมา ความเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" ให้หมดไป
คำว่า "แผ่นดินสูบ" คงจะสามารถตีความได้ในลักษณะเช่นนี้ได้ อย่างเช่น "เสฐียรพงษ์ วรรณปก" เจ้าของคอลัมน์ "รื่นร่ม รมเยศ" ที่มติชน ได้เขียนเรื่อง " เมื่อคนชั่วถูกแผ่นดินสูบ" เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ยกกรณีผู้ที่แผ่นดินสูบเมื่อครั้งพุทธกาลคือ พระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา
กรณีของพระเทวทัตอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ระบุว่า "มีข้อที่น่าสังเกตว่า ทั้งๆ ที่พระเทวทัตถูกประณามว่าเป็นมารร้ายคอยจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า ชาวพุทธฝ่ายจีนเขายังถือว่า พระเทวทัตมีความสำคัญมิใช่น้อย ถึงกับยกย่องให้เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง (ว่ากันอย่างนั้น เท็จจริงอย่างไรผมก็ยังไม่ได้เห็นหลักฐานชัดๆ) เขาอธิบายว่า พระเทวทัตยิ่งเลวร้ายต่อพระพุทธองค์เพียงใด พระพุทธคุณยิ่งเด่นชัดขึ้นในความรู้สึกของประชาชนเพียงนั้น ดุจดังจุดดำช่วยขับให้ผ้าขาวเด่นชัดขึ้นฉันนั้น"
ขอเสริมอาจารย์เสฐียรพงษ์ตรงจุดนี้ก็คือว่า ตามพุทธประวัติแล้วช่วงที่พระเทวทัตจะถูกแผ่นดินสูบนั้นสำนึกผิดขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์(อริยะ)เป็นที่พึ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทำนายว่าด้วยอานิสงส์แห่งการสำนึกผิดนี้ พระเทวทัตหลังจากเสวยกรรมในนรกแล้วจะสั่งสมบารมีและบรรลุพระปัจเจกพุทธเจ้าในที่สุด
ส่วนกรณีของ "นางจิญจมาณวิกา" ที่กล่าวตู่พระพุทธเจ้าทำให้เธอตั้งครรภ์เพราะหวังจะทำลายชื่อเสียงของพระองค์ เมื่อพิสูจน์ความจริงปรากฏจึงถูกประชาทัณฑ์วิ่งหนีออกจากพระอารามและถูกแผ่นดินสูบ
อาจารย์เสฐียรพงษ์ระบุว่า ถ้าไม่ตีความตามตัวอักษรคงจะหมายความว่า "นางคงวิ่งกะเล่อกะล่าหนีฝูงชนจนตกท่อประปา เอ๊ยตกหลุมตกบ่อตาย หรือไม่ก็คงถูกประชาชนรุมกระทืบตายคาเท้านั่นเอง"
หาก "ทักษิณ" ไม่ยอมรับข้อเสนอของ "คณิต" ตามการตีความไม่ตรงตามตัวอักษร อาจจะถูก "แผ่นดินสูบ" พลาดโอกาสการเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" จึงมองไม่เห็นว่าสังคมไทยจะเกิดความปรองดองเมื่อใด
............
(หมายเหตุ : 6ปีรัฐประหาร'ทักษิณ'ผู้เสียสละเทียบชั้น'ปรีดี'? : กระดานความคิดโดยสำราญ สมพงษ์)
ตลอดระยะเวลา 6 ปีนี้กลุ่มคนเสื้อแดง และล่าสุด "สมเกียรติ อ่อนวิมล" ก็กวักมือเรียกให้ "ทักษิณ" กลับบ้าน แต่ "ทักษิณ" ทิ้งประโยชน์ส่วนตนมองประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง จึงได้ประกาศไม่เดินทางกลับช่วงที่บ้านมีความขัดแย้งสูง ดังนั้น "ทักษิณ" จึงควรจะได้รับการยกย่องว่า "เป็นผู้เสียสละ" แล้ว
หากจะให้ดีไปกว่านั้น "ทักษิณ" ควรจะประกาศยุติบทบาททางการเมือง ไม่ลวงลูกโผทหาร ไม่ชักใย "น้องสาว" ให้ถูกตราหน้าว่าเป็น "นายกฯหุ่นเชิด" ก็จะทำให้เธอได้รับการยกย่องว่าเป็น "นารีขี่ม้าขาว" เพราะไม่เช่นนั้นแล้วก็เป็นได้เพียง "นารีถือโพย" เท่านั้น
และจะให้ดีไปกว่านั้น "ทักษิณ" ควรจะประกาศไม่เดินทางกลับประเทศไทยอีก ตามข้อเสนอของ "คณิต ณ นคร" ประธาน คอป. ที่ระบุว่า "ถ้าอยากเป็นรัฐบุรุษ ต้องรู้จักคำว่าเสียสละ แม้ว่าจะไม่กลับประเทศ ก็สามารถเป็นรัฐบุรุษได้เช่นกัน เหมือนนายปรีดี พนมยงค์ ที่ทำงานเพื่อประเทศโดยที่ไม่เคยกลับประเทศ เพียงเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ"
"ทักษิณ" ยอมรับข้อเสนอของ "คณิต" ก็จะกลายสภาพเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" เทียบชั้น "ปรีดี พนมยงค์" ทันที
หาก "ทักษิณ" ไม่ยอมรับและยังดึงดันที่จะเดินทางกลับไทยโดยไร้ความผิดแล้ว อาจจะถูก "แผ่นดินสูบ" ก็เป็นได้ ในที่นี้คือ ถูกสูบจากความดีที่เสียสละมา ความเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" ให้หมดไป
คำว่า "แผ่นดินสูบ" คงจะสามารถตีความได้ในลักษณะเช่นนี้ได้ อย่างเช่น "เสฐียรพงษ์ วรรณปก" เจ้าของคอลัมน์ "รื่นร่ม รมเยศ" ที่มติชน ได้เขียนเรื่อง " เมื่อคนชั่วถูกแผ่นดินสูบ" เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ยกกรณีผู้ที่แผ่นดินสูบเมื่อครั้งพุทธกาลคือ พระเทวทัตและนางจิญจมาณวิกา
กรณีของพระเทวทัตอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ระบุว่า "มีข้อที่น่าสังเกตว่า ทั้งๆ ที่พระเทวทัตถูกประณามว่าเป็นมารร้ายคอยจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า ชาวพุทธฝ่ายจีนเขายังถือว่า พระเทวทัตมีความสำคัญมิใช่น้อย ถึงกับยกย่องให้เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง (ว่ากันอย่างนั้น เท็จจริงอย่างไรผมก็ยังไม่ได้เห็นหลักฐานชัดๆ) เขาอธิบายว่า พระเทวทัตยิ่งเลวร้ายต่อพระพุทธองค์เพียงใด พระพุทธคุณยิ่งเด่นชัดขึ้นในความรู้สึกของประชาชนเพียงนั้น ดุจดังจุดดำช่วยขับให้ผ้าขาวเด่นชัดขึ้นฉันนั้น"
ขอเสริมอาจารย์เสฐียรพงษ์ตรงจุดนี้ก็คือว่า ตามพุทธประวัติแล้วช่วงที่พระเทวทัตจะถูกแผ่นดินสูบนั้นสำนึกผิดขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์(อริยะ)เป็นที่พึ่ง ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทำนายว่าด้วยอานิสงส์แห่งการสำนึกผิดนี้ พระเทวทัตหลังจากเสวยกรรมในนรกแล้วจะสั่งสมบารมีและบรรลุพระปัจเจกพุทธเจ้าในที่สุด
ส่วนกรณีของ "นางจิญจมาณวิกา" ที่กล่าวตู่พระพุทธเจ้าทำให้เธอตั้งครรภ์เพราะหวังจะทำลายชื่อเสียงของพระองค์ เมื่อพิสูจน์ความจริงปรากฏจึงถูกประชาทัณฑ์วิ่งหนีออกจากพระอารามและถูกแผ่นดินสูบ
อาจารย์เสฐียรพงษ์ระบุว่า ถ้าไม่ตีความตามตัวอักษรคงจะหมายความว่า "นางคงวิ่งกะเล่อกะล่าหนีฝูงชนจนตกท่อประปา เอ๊ยตกหลุมตกบ่อตาย หรือไม่ก็คงถูกประชาชนรุมกระทืบตายคาเท้านั่นเอง"
หาก "ทักษิณ" ไม่ยอมรับข้อเสนอของ "คณิต" ตามการตีความไม่ตรงตามตัวอักษร อาจจะถูก "แผ่นดินสูบ" พลาดโอกาสการเป็น "State Man หรือ รัฐบุรุษ" จึงมองไม่เห็นว่าสังคมไทยจะเกิดความปรองดองเมื่อใด
............
(หมายเหตุ : 6ปีรัฐประหาร'ทักษิณ'ผู้เสียสละเทียบชั้น'ปรีดี'? : กระดานความคิดโดยสำราญ สมพงษ์)
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Song: When the Heart Knows Enough Inspired by The Khuddaka Nikaya, Theragatha Vagga, Dukanipata, second Vagga
[Verse 1] Days pass by and never return, Life keeps changing as we learn. We chase our wealth, we chase our name, But nothing stays, nothing...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดรายการ “กู๊ด มันเดย์” (Good Monday) ประจำทุกวันจันทร์ โดยจันทร์นี้ หัวข้อเรื...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...








