แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประชุม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565

"วิสาร" ชี้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังสำคัญแก้จนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

"วิสาร" ร่วมประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชี้เป็นกำลังสำคัญควรผสานความร่วมมือแก้ปัญหาโดยตรงถึงมือ "ปชช."

เมื่อวันศุกร์ ที่ 2 กันยายน 2565 เวลา 9.30 น. ณ หอประชุมอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุม ประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ครั้งที่ 9/2565 โดยจะมีการประชุมทุกเดือนโดยตนจะพยายามมาร่วมประชุม ด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังสำคัญ ที่ผ่านมางบประมาณมีอย่างจำกัด แต่การประสานการทำงานที่เชื่อมกับหน่วยงานรัฐอื่นอย่างบูรณาการ กำนันผู้ใหญ่บ้านมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาตนรับเรื่องร้องเรียนโดยตรงจากกำนันผู้ใหญ่บ้านและสามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้โดยตรง สำหรับในการทำงานของกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขต อำเภอพาน มีรายงานข้อมูลการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในหมู่บ้าน ในระบบ Thai QM อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2565 จำนวนปัญหา 23,494 สามารถแก้ไขแล้วเสร็จจำนวน 20,407 ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาได้โดยตรงกับปัญหาได้อย่างมาก


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ได้มีการมอบหนังสือสำคัญแสดงหลักฐานการเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ประกอบด้วย (1) นายบุญสุข อุทัย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านฮ่องหลง หมู่ที่ 16 ตำบลเมืองพาน (2) นายบัณฑิต วังซ้าย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านป่าแดงงาม หมู่ที่ 8 ตำบลสันมะเค็ด (3) นายสมบูรณ์ ยศถา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านกล้วยใหม่ทรายทอง หมู่ที่ 16 ตำบลสันมะเค็ด 


สำหรับงานอำนวยความเป็นธรรม ได้ดำเนินการไปหลายอย่างเช่น 1. การดำเนินการกำกับดูแลและรับรายงานตัวในชั้นปล่อยชั่วคราวของศาลยุติธรรมโดยกำนันผู้ใหญ่บ้าน 2. การดำเนินโครงการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายแรงงานและกฎหมายอาญาในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์ (ATLAS)


งานทะเบียนและบัตร  1. การขับเคลื่อนการให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามโครงการสำคัญของกรมการปกครองด้านสัญชาติและสถานะบุคคล ตามแนวทางปฏิบัติการให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่กลุ่มเป้าหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564โดยถือปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่มานาน ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564


2. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษสำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว 'เมียนมา และเวียดนาม เพื่อทำงานกับนายจ้างในกิจการประมงทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565


3. การแก้ไขปัญหาทางทะเบียนในกลุ่มคนเปราะบาง และบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการทางทะเบียน อาทิ เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่มีเวชบุคคลที่มีอาการเจ็บป่วยอย่างรุนแรงหรือ ผู้ป่วยที่มีความประสงค์จะเข้ารับสิทธิรักษา


สำหรับงานสำนักงานท้องถิ่นอำเภอพาน  1. ผลการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2565 จังหวัดเชียงรายได้ประกาศผลการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 9 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุขด้านสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และด้านการบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชนเทศบาลตำบลเมืองพาน ได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ด้านสาธารณสุข ชื่อผลงาน โครงการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณสุข และการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน และได้รับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่โดดเด่นมากที่สุด อันดับที่ 1 ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมอบโล่รางวัลหรือเกียรติบัตรให้ต่อไป


2. ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยจังหวัดเชียงรายมี อปท.ที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 85 จำนวน 91 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 53 แห่ง สำหรับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอพาน จำนวน 16 แห่ง ผ่านเกณฑ์ จำนวน 9 แห่ง อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงรายจึงขอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 85 พิจารณาดำเนินการยกระดับผลการประเมินฯในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ให้ผ่านเกณฑ์ (85 คะแนนขึ้นไป) โดยให้


(1) ขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นให้ความสำคัญและเอาใจใส่ รวมทั้งปรับกระบวนการทำงานที่สำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หน่วยงาน ให้ดูแลเอาใจใส่กับการประเมินปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยดำเนินการตามขั้นตอน  (2) ขอให้ผู้บริหารท้องถิ่นกำชับบุคลากรหรือคณะทำงานที่รับผิดชอบการประเมิน ITA ปฏิทินการประเมิน และอย่าให้คะแนนการประเมินต่ำกว่าร้อยละ 85

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ประชาคม พัฒนายั่งยืน

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2565    ที่หอประชุมใหญ่ อาคารไทยบุรี มหาวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ประชาคมจังหวัดนครศรีธรรมราช พบปะหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงาน ความก้าวหน้าในการดำเนินการพัฒนาการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาจังหวัดให้โดดเด่นและยั่งยืน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นายกนพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมฯ


โอกาสนี้ นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “จังหวัดนครศรีธรรมราชนครแห่งอารยธรรม น่าอยู่ น่าเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรมยั่งยืน” โดยใช้แนวคิดการพัฒนา Soft Power ผลักดันให้วิสัยทัศน์จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม มุ่งสู่เป้าหมายใน 5 มิติ (5P) คือ 1) Planet ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2) People ด้านสังคม ความเป็นอยู่ของประชาชน 3) Prosperity ด้านเศรษฐกิจและความมั่งคั่ง 4) Peace สันติภาพ และ 5) Partnership หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา


จากนั้นศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “30 ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ” ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความมุ่งมั่นในการดำเนินภารกิจในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเพื่อรับใช้สังคมในวงกว้าง รวมทั้งงานวิจัยที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศและนานาชาติ ตลอดจนงานบริการวิชาการแก่สังคมที่สนับสนุนการเติบโตของจังหวัด และประเทศอย่างมั่นคง แข็งแรง และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นภารกิจที่เป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220830203952806

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับทุกภาคส่วน"โสภณ ซารัมย์"แก้จนตามแนวพอเพียง

วันที่ 29 สิงหาคม 2565 ที่บ้านสวนฟรุ๊ตการ์เด้นส์ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาการปรับตัวและการรับฟังปัญหาของแรงงานภาคการเกษตร ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมี นายสมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรณ์ เขต 3 จังหวัดบุรีรัมย์, นายดำรง ปลั่งกลาง เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์, นายไพศาล แก้วบุตรดี หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช คณะเจ้าหน้าที่ และเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม


โดยการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม รวมถึง แนวคิดการปรับตัว, การรับทราบถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความมั่นคงตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เพื่อให้สามารถปรับตัวภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคง รวมถึงเป็นการรองรับแรงงานคืนถิ่น หลังจากได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจซบเซาเพราะภาวะโรคโควิด-19 ซึ่งการประกอบอาชีพด้านการเกษตรกลายเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้แรงงานในระบบก้าวออกมาสู่การเป็นแรงงานนอกระบบ เพื่อดำรงชีวิตและประกอบอาชีพตามวิถีปกติใหม่


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220829202458337

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ผู้ว่าฯ บึงกาฬ ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนฯ (ศจพ.จ.บก.) ครั้งที่ 4

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565  นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานเปิดประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดบึงกาฬ (ศจพ.จ.บก.) ครั้งที่ 4/2565 ณ ห้องประชุมภูทอก ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

ม เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826211433632

กทม. ร่วมกับศูนย์วิจัยชุมชนเมือง จัดทำฐานข้อมูลครัวเรือน เดินหน้าแก้จนนำร่อง 3 เขต



เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมเวทีสรุปเครื่องมือการเก็บข้อมูลครัวเรือนยากจนโครงการวิจัย "การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกรุงเทพมหานคร" (พื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระโขนง และเขตคันนายาว) โดยมี ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ หัวหน้าโครงการการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ ผู้บริหารและผู้แทนสำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สำนักงานเขตพระโขนง และสำนักงานเขตคันนายาว ทีมคณะวิจัย และภาคีเครือข่าย ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางปฏิบัติการ

นายศานนท์ กล่าวว่า เรื่องคนจนเมืองเป็นเรื่องซับซ้อนและเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่สามารถแก้ได้ในมิติใดมิติหนึ่ง ซึ่งเครื่องมือที่เป็นหัวใจส่วนหนึ่งคือสวัสดิการรัฐ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนหลุดออกจากความยากจนเบื้องต้น และมีหลายมิติที่ต้องทำพร้อมกันโดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยเป็นประชาสังคมมาก่อนเห็นว่าประชาสังคมมีความสำคัญมาก เพราะทำงานด้วยจุดมุ่งหมายเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีใจที่อยากจะแก้ปัญหาให้ได้ ส่วนนักวิชาการเป็นผู้มีความรู้ ศึกษาวิจัย เข้าใจในปัญหาหยั่งรากลึก เอกชนก็มีกำลังมีความหวังดีต่อเมือง เพราะว่าถ้าเมืองดีเขาก็ดีด้วย ภาครัฐเองต้องห่อหุ้ม 4 แกน ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน มาร่วมกันทำในรูปแบบของคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม

"การเก็บข้อมูลครัวเรือนยากจนเป็นหนึ่งในโครงการที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญและลงลึก เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้ได้ใน 3 เขตนำร่อง ซึ่งปัจจุบันมีหลายนโยบายที่กำลังผลักดันอยู่ เช่น เรื่องย่านสร้างสรรค์ ถนนคนเดิน งานเทศกาลต่าง ๆ เป้าประสงค์จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องนันทนาการ แต่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากที่อยากให้เกิดความเคลื่อนไหวในแต่ละพื้นที่ ซึ่งการทำงานต่อไปจะมี Working Group ของทีมโครงการเพื่อออกแบบระบบที่เชื่อมโยงกับนโยบายที่กรุงเทพมหานครทำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่านสร้างสรรค์ซึ่งเป็นระดับเส้นเลือดฝอย ทำให้กลุ่มชุมชน กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่จริง ๆ เช่น คนในชุมชนที่เขามีปัญหาเฉพาะของเขา มาเจอกับคนที่อยู่คอนโดมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ พื้นที่สีเขียว ฯลฯ ซึ่งกรุงเทพมหานครจะต้องมีโครงสร้างที่เป็นกลไกของพื้นที่ที่แท้จริง มีพลังในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง จะทำให้หลาย ๆ ปัญหาแก้ได้เร็วกว่าการที่รัฐพยายามจะวิ่งลงไปแก้ให้" นายศานนท์กล่าว


นายศานนท์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญและพยายามจะผลักดัน ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2566 นี้ คือ การจัดสรรงบประมาณโดยให้อำนาจประชาชนในการออกแบบโครงการที่ต้องการแก้ปัญหาในชุมชน ซึ่งกรุงเทพฯ มีจำนวนชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เขตเคยเป็นผู้เสนอโครงการให้ชุมชนทำ มาเป็นให้ชุมชนตั้งโครงการขึ้นโดยมีเขตเป็นผู้สนับสนุน แล้วมาดูผลลัพธ์ที่ได้ว่าเรามีกลไกโครงสร้างองค์กรชุมชนเกิดขึ้นเข็มแข็งแค่ไหน เพื่อที่จะหยั่งรากลึกให้กับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเรื่องคนจนในอนาคต


สำหรับโครงการวิจัย "การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกรุงเทพมหานคร" ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยชุมชนเมือง (Urban Studies Lab) ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) มีพื้นที่ศึกษาในกรุงเทพมหานคร 3 เขต ได้แก่ 1. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นตัวแทนของพื้นที่เขตชั้นในของกรุงเทพมหานคร 2. เขตพระโขนง เป็นตัวแทนพื้นที่เขตชั้นกลางหรือพื้นที่กำลังเปลี่ยนผ่าน และ 3. เขตคันนายาว เป็นตัวแทนพื้นที่เขตที่มีการประกอบกิจกรรมทางการเกษตรของเมือง โดยการจัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันนี้เพื่อหารือเรื่องเครื่องมือแบบสอบถามและการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่นำร่อง แลกเปลี่ยนแนวทางการนำข้อมูลไปใช้ และการพัฒนาโมเดลแก้ไขความยากจน (Operating Model : OM) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลครัวเรือนยากจน และรูปแบบการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุของความยากจนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือคนจนเป้าหมายให้กับหน่วยงานระดับพื้นที่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำไปสู่การออกแบบการแก้ปัญหาความยากจนที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ สู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับกรุงเทพมหานครในการจัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กรมการพัฒนาชุมชน เชิญชวนร่วมฟังเสวนาชุมชนนักปฏิบัติ ขจัดความยากจน'ตอนสุดท้าย

เตรียมปิดฉากเรียบร้อยสำหรับเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ กับกิจกรรม "SHOW&SHARE ชุมชนนักปฏิบัติ ขจัดความยากจน" ผ่านรูปแบบออนไลน์ Zoom Cloud Meeting และ Facebook live ซึ่งจัดโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างพื้นที่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ด้านความเหลื่อมล้ำและการแก้ปัญหาขจัดความยากจน พร้อมพัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยได้จัดกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 6ตอน ในทุกวันจันทร์ เวลา 09.00 - 10.00น. ทางกรมการพัฒนาชุมชน Fanpageโดยได้รับการตอบรับและการมีส่วนร่วมสำหรับผู้รับชมเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนำไปขับเคลื่อนงานต่อไป


ในครั้งที่ 6 นี้ เตรียมพบกับ หัวข้อ "โคกหนองนากับการแก้จน" บรรยายโดย นายบัญชา ราศรีมิน หรือ กำนันม่อน จากจังหวัดสกลนคร,นายแสวง ศรีธรรมบุตร หรือลุงแสวงผู้มั่งคั่ง จังหวัดอุดรธานีและ นายธนกร โชคชัดชาญพัฒนา จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ เวลา 9.00-10.00 น.


และปิดท้ายซีรีย์SHOW & SHARE ชุมชนนักปฏิบัติ ขจัดความยากจน ในตอนที่ 7บนเวทีเสวนาใหญ่ พร้อมพูดคุยกับผู้ร่วมเสวนากว่า 10 ชีวิต ที่จะมาเล่าถึงการปฏิบัติการขจัดความยากจนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาพร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนทุกช่วงวัย อย่างไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังพบกันในงานวันพัฒนาชุมชน CD Day 2022 ที่จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน ระหว่างวันที่ 5 - 7 กันยายน 2565และซีรีย์SHOW & SHARE ชุมชนนักปฏิบัติ ขจัดความยากจน ตอนที่ 7 ในวันพุธที่ 7กันยายน 2565เวลา 13.00 - 15.30น. ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ ณ ลานชั้น 2อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กทม.หรือรับชมผ่านทาง Facebook live "กรมการพัฒนาชุมชน Fanpage" และ "สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย" หรือผ่านระบบ Zoom โดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ด้านล่างนี้

ผู้ว่าฯ บึงกาฬ ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนฯ


นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานเปิดประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจน พัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดบึงกาฬ (ศจพ.จ.บก.) ครั้งที่ 4/2565 วันนี้ (25 ส.ค. 65) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมภูทอก ชั้น 2 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ


วิทยาลัยชุมชนยโสธรจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก้จนตามแนวพอเพียง

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2565  นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนในระดับพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยมีนายนำชัย กฤษณาสกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน นายสรวิศ สมพงษ์ นายอำเภอกุดชุม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ภาคเอกชน คณะทีมงานวิจัยแก้จน ร่วมลงนาม ณ โรงแรมเดอะกรีนปาร์คแกรนด์ยโสธร อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร


ทั้งนี้ สถาบันวิทยาลัยชุมชนได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ หรือ บพท. ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดยโสธร ในส่วนของปีที่ 3 นี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการบริหารจัดการปัญหาความยากจนและช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาความยากจน


สำหรับบทบาทหน้าที่ความร่วมมือในหน่วยงานกลุ่มระดับอำเภอจะมีภารกิจสนับสนุนมีส่วนร่วมในกระบวนการสอบทานข้อมูลและเชื่อมโยงระบบข้อมูลครัวเรือนเป้าหมายไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งในระดับท้องที่ ท้องถิ่น และบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาอำเภอและจังหวัดรวมทั้งประสานความร่วมมือและจัดหาทรัพยากรสนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจน กลุ่มระดับตำบลมีภารกิจในการจัดตั้งกลไกระดับตำบลขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนบรรจุแผนงานแก้ไขปัญหาความยากจนในแผนท้องถิ่นและพัฒนาแนวทางความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน กลุ่มองค์กรเกษตรมีภารกิจในการพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานและพัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นฐานเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้ครัวเรือนคนจน กลุ่มภาคธุรกิจมีภารกิจในการพัฒนามาตรฐานการผลิตข้อมูลรวมทั้งพัฒนาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ครัวเรือนคนจน และสุดท้ายกลุ่มภาคีพัฒนามีภารกิจสนับสนุนความร่วมมือความช่วยเหลือครัวเรือนคนจนเป้าหมาย


โดยการลงนามในครั้งนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับหน่วยงานภาคีพัฒนาในพื้นที่ก่อให้เกิดการพัฒนาระบบข้อมูลครัวเรือนคนจนให้ถูกต้องและแม่นยำ เพื่อสร้างหลักประกันให้ครัวเรือนคนจนได้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่พึงได้รับอย่างครบถ้วนครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวมต่อไป


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220825170957078

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565

นายก อบจ.นราธิวาสเคลื่อนที่พบประชาชนส่งเสริมยึดแนวพอเพียง

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2565 นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส (อบจ.นราธิวาส) เปิดโครงการ “อบจ.นราธิวาส เคลื่อนที่พบปะประชาชน” ที่หอประชุมกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอศรีสาครที่ 12 อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส  จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของ อบจ.นราธิวาส เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบ บริการด้านสุขภาพ ที่สำคัญส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนยึดแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้จะมีลงพื้นที่เพื่อจัดโครงการฯ โดยหมุนเวียนไปจัดในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส

สำหรับกิจกรรมตามโครงการฯ ประกอบด้วย การมอบถึงยังชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง/ผู้สูงอายุ 150 ราย (สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส) กิจกรรมการแสดงบนเวที บริการตรวจสุขภาพ แจกพันธุ์กล้าไม้ บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย (สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนราธิวาส) บริการน้ำดื่มสมุนไพร-ขนม (หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่49) บริการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า (สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส) การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดด้วย


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220825104233908

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ฝึกอาชีพผู้พิการ หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่น 1

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. บาทหลวงภัทรพงศ์ ศรีวรกุล ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยว่ากว่า 35 ปี ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานด้านคนพิการ ได้ร่วมกับ You Like Farm เปิดอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 พร้อมเปิดศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรคนพิการนานาชาติ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยจัดตั้งแบรนด์สำหรับการทำการตลาด ขายผลผลิตด้านการเกษตรของผู้พิการในชื่อว่า 20 ไร่ ออร์กานิคฟาร์ม

“โดยมีผู้พิการที่เข้าอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 1 จำนวน 35 คน ระยะเวลาการฝึกอบรม 6 เดือน ซึ่งผู้เข้ารับการการอบรมจะได้เรียนทฤษฎีการเกษตรจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตรอินทรีย์ จากนั้นลงพื้นที่ปฏิบัติจริงในพื้นที่ 20 ไร่ ที่ประกอบไปด้วยแปลงปลูก และเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้จึงอยากขอเชิญชวนให้ภาคเอกชนได้ว่าจ้างงานผู้พิการมาตรา 35 ในการอบรมหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการมีงานทำ มีรายได้สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน” บาทหลวงภัทรพงศ์ กล่าว.


https://www.dailynews.co.th/news/1388535/


ผู้ว่าฯนราธิวาส ประชุมคณะกรรมการแก้จน

วันที่ 22 สิงหาคม 2565 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายทศพล สวัสดิสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หัวหน้าส่วนราชการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ด้วยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานเลขานุการของการยุทธศาสตร์ได้เสนอเรื่อง การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำเสนคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบการมอบหมาย คจพ.ทุกระดับทีมปฏิบัติการฯ หน่วยงานเจ้าภาพหลักตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ตามมติคณะกรรมการขจัดความยากนและพัฒนาคนทุกช่วงวันอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (คจพ.) และแนวทางการดำเนินการในระยะต่อไปอย่างเคร่งครัด ในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรี 


เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 มีสาระสำคัญของการประชุมในประเด็นการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวันอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับระยะเวลาดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศรองรับการจัดเก็บข้อมูลตามแบบสอบถามเพื่อพัฒนาคนทุกช่วงวัยในระดับครัวเรือนและบุคคลตามหลักการของดัชนีการพัฒนาคนหลากหลายมีติจากเดิม เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2565 เป็น ในระยะต่อไป ควรมีการปรับปรุงตัวชี้วัดความยากจนของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ในระบบ TPMAPให้เหมาะสมและสามารถสะท้อนระดับของความยากจนได้อย่างถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเร่งคำเนินการ โดยดำเนินการกลุ่มเป้าหมายในระบบ TPMAP จำนวน 1,025,742 คน เป็นกลุ่มเป้าหมายแรก ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2565

ดังนั้นควรมีการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนที่มีปัญหาหนี้สินครัวเรือน แจ้งความต้องการรับความช่วยเหลือผ่านผู้นำชุมชน เพื่อแจ้งมายัง คจพ.ในระดับต่างๆ ตามลำดับต่อไป รวมถึงควรจัดให้มีช่องทางหรือวิธีการที่คลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงการปรึกษาหารือรูปแบบของการช่วยเหลือที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ด้วยคนเอง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางหรือวิธีการดังกล่าวให้ชัดเจนและทั่วถึงด้วย


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220822183336838


"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...