วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ยังพร่ามัว!กึ๋นนักเลือกตั้ง นโยบายเทคโนโลยีเอไอ


 จากการเปิดผลสำรวจความเห็นของซีอีโอทั่วโลกประจำปี 2562 (PwC”s 22nd Annual Global CEO Survey) จากการเปิดเผยของ “ศิระ อินทรกำธรชัย” ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย (“STEM” ทักษะมนุษย์ยุคดิจิทัล ซีอีโออาเซียนหวังใช้ AI พลิกธุรกิจ-เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ-February 28, 2019-https://www.prachachat.net/ict/news-295758) ความว่า   ซีอีโออาเซียน 87% มองว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ “AI” จะเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญในอีก 5 ปี ทั้ง 51% เชื่อว่า AI จะฉลาดเหมือนมนุษย์ 62% เชื่อว่าจะเข้ามาแทนที่งานมากกว่าสร้างงาน 73% เชื่อว่า AI จะส่งผลดีต่อสังคม และ 90% มีความไว้วางใจในการใช้งาน
          
แต่ธุรกิจอาเซียนกว่า 36% ยังไม่มีการนำ AI เข้ามาใช้ 32% มีแผนจะนำมาใช้ในอีก 3 ปีข้างหน้า 28% ได้นำมาใช้งานบางส่วนแล้ว มีเพียง 1% ที่ใช้งานอย่างกว้างขวางภายในองค์กร และ 3% ที่ใช้ AI เป็นพื้นฐานการทำงาน

“ทักษะแรงงาน” เป็นอุปสรรคในการนำ AI มาใช้ ซึ่งจากผลสำรวจซีอีโออาเซียนพบว่า 58% ไม่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 55% มองว่าค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสูงเกินกว่าที่คาด 55% กระทบต่อคุณภาพมาตรฐานและประสบการณ์ของลูกค้า 58% หมดโอกาสในการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ และ 48% ไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้า
          
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยปิดช่องว่างทางทักษะคือการเพิ่มพูนและเทรนทักษะใหม่ (upskill/reskill) แก่แรงงาน โดยซีอีโออาเซียน 42% เห็นว่าต้องอบรมทักษะเดิมและเพิ่มพูนทักษะใหม่ 22% แย่งตัวจากคู่แข่ง 9% เป็นการสรรหาจากนอกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกอบธุรกิจอยู่ 5% ผสมผสานการจ้างงานแบบถาวรกับชั่วคราว และ 22% สรรหาจากสถาบันการศึกษาโดยตรงที่มีหลักสูตรรองรับทักษะแรงงานที่จำเป็นในยุคดิจิทัลมีทั้งหมด 5 ด้านได้แก่ การสร้างสรรค์, การปรับตัว, เอไอ, การวิเคราะห์ และ คลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งทักษะพื้นฐานของแรงงานยุคดิจิทัลมาจาก “STEM” ความรู้ใน 4 สหวิทยาการ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (science) เทคโนโลยี (technology) วิศวกรรม (engineering) และคณิตศาสตร์ (mathematics) ซึ่งทักษะ STEM ซีอีโอไทย 81% มีความต้องการให้ภาครัฐสร้างแรงงานที่มีทักษะด้านนี้ออกสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น
          
“3 กุญแจสำคัญในการจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จคือ 1.พัฒนาทักษะแรงงานที่มีเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต 2.ใช้ประโยชน์เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของคนและสังคม และ 3.เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าผลประกอบการทางการเงินเพียงอย่างเดียว”


แต่จากการโชว์กึ๋นของนักเลือกตั้งในเวทีเสวนาจิบน้ำชา หัวข้อ เปิดวิสัยทัศน์ “Digital Economy” ชูแนวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่จัดโดย ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITPC)สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีตัวแทนจากพรรคการเมืองไทย ร่วมเสนอวิสัยทัศน์ และนโยบาย ในการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนประเทศ (พรรคการเมืองประกาศยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลในไทย-เว็บไซต์ไทยโพสต์ March 01, 2019-https://www.thaipost.net/main/detail/30222) 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ระบุถึงคนต้องมีความสมาร์ท  (Smart People)สามารถรู้เท่าทันเทคโนโลยี และสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์  
          
นายจุติ ไกรฤกธิ์ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน นายไกลก้อง ไวทยากร พรรคอนาคตใหม่ ระบุถึง สตาร์ทอัพ  AI  และหุ่นยนต์ การพัฒนา digital singles market   5G ขณะที่นายฤภพ ชินวัตร พรรคไทยรักษาชาติ มุ่งที่จะแก้กฎหมายดิจิทัล ทำแอพพลิเคชันและบริการที่ยกระดับเมืองให้เป็นสมาร์ทซิตี้จริงๆ  
          
นายณัฐพงษ์ รอบคอบ พรรคท้องถิ่นไทย  ระถึงความไม่เป็นเอกภาพในการใช้งานเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน  บูรณาการระบบการทำธุรกรรมให้มีเอกภาพ ยุบแอพพลิเคชันภาครัฐทั้งหมดให้เป็นแอพพลิเคชันเดียว หรือ ไทยแลนด์แอพพลิเคชัน ส่งเสริมสตาร์ทอัพให้ไปถึงระดับโลก ใช้งานศูนย์ไอซีทีชุมชนให้เป็นศูนย์โอท็อปและฝึกอาชีพ และบูรณาการ

จากการแสดงความคิดเห็นของนักเลือกตั้งจากพรรคต่างๆ ยังไม่ได้แสดงแผนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง AI อย่างชัดเจนเป็นองค์รวม จึงมีลักษณะของการแยกส่วน พร้อมกันนี้ยังไม่มีการพูดถึงว่าจะเอาอะไรมากำกับ ควบคุม AI นั้นแสดงว่านักเลือกตั้งมองในมุมของการพัฒนาวัตถุ เห็นมีแต่เพียงพรรคแผ่นดินธรรมเท่านั้นที่มีสโลแกน"ศีลธรรม นำชาติ" นั้นก็คือ มีเครื่องมือที่จะกำกับคนที่พัฒนา AI โดยเฉพาะอย่่างยิ่งตัวสติ 











สาธุ!รัสเซียต่ออายุพระธรรมทูตไทยเป็นข้าราชการครู



วันที่ 28 ก.พ.2562 เฟซบุ๊ก Chatree Hemapandha ของศาสตราจารย์ ดร.พระชาตรี เหมพันธ์  เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร เซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก ได้โพสต์ข้อความว่า "กลับมาประเทศรัสเซียสอนหนังสือต่อไป โดยเมื่อวานนี้(27 ก.พ.) ได้รับการต่ออายุเป็นข้าราชการของประเทศรัสเซีย  ครั้งนี้สงสัยต่อยาวเลย

การเป็นครู เหมือนเป็นเรือจ้าง เมื่อเห็นศิษย์ถึงฝั่งก็มีความสุข บางครั้งตึงเกินไปในบทบาทครู  แต่วันหนึ่งเมื่อเขาเหล่านั้นโตขึ้น เขาจะเข้าใจ ชีวิตการเป็นครูต้องอดทน. สอนคนสอนยาก แต่ยากที่สุดคือสอนตน สอนคน สอนตน เคยคาดหวังว่าวันหนึ่งเขาจะสำนึกในบุญคุณความเสียสละ แต่สุดท้าย เราก็ถูกเมิน"

แนะนำ ทักษะ 6 อย่างที่ผู้นำรุ่นใหม่ต้องมี


วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562  เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ได้โพสต์ข้อความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แนะนำ ทักษะ 6 อย่างที่ผู้นำรุ่นใหม่ต้องมี ประกอบด้วย

1. รู้เท่าทันสังคมและโลก : หมั่นติดตามข่าวสารรอบตัวในวงการต่าง ๆ ทั้งที่ใกล้ตัวและจากรอบโลก เพื่อจับสัญญาณความเปลี่ยนแปลง และนำมาบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสให้กับทีมอนาคต

2. มีความรับผิดชอบ : กล้ารับผิดชอบในการตัดสินใจของตัวเองและทีม และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดทุกครั้งก่อนลงมือทำ

3. สื่อสารอย่างสร้างสรรค์และทรงพลัง : รู้จักวิธีสื่อสารกับลูกทีม ลูกค้า และสังคมโดยรวม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางบวกที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

4. มีสุนทรียะในจิตใจ : มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักทำงานด้วยความสุข ส่งเสริมบรรยากาศในองค์กรให้มีความสนุกสนาน เปี่ยมแรงบันดาลใจ

5. มีความเป็นผู้นำทีม : กล้าคิด กล้าทำ กล้าแตกต่าง และสามารถสร้างความศรัทธาในกลุ่มผู้ตามได้

6. มีจิตวิญญาณรับใช้สังคม : มีอุดมการณ์ที่อยากเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีขึ้น

กด Like ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดี ๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ

Cr.เพจ ศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี

แนะบูรณาการปัญญาประดิษฐ์กับปัญญาจากธรรมชาติ



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562  โครงการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ผ่าน Multi Mentoring System โดยสำนักบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการอบรม “แนวทางการขยายและต่อยอดโครงการวิจัย” ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศ. นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นประธานเปิดงาน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ในการบริหารจัดการ การทำวิจัย การสร้างเครือข่าย และการสร้างผลกระทบทางสังคมและใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์แก่นักวิจัยรุ่นใหม่



ขณะที่ ศ. ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. จากคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคปัญญาประดิษฐ์แต่บ้านเรามีปัญญาจากธรรมชาติจำนวนมากที่ประดิษฐ์มาหลายร้อยล้านปีและผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นคำถามวิจัยได้หมด เมื่อเรามีสมบัติชีวภาพมากมายที่จะนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ดังนั้นการเข้าสู่อุตสาหกรรมทำให้เราต้องสร้างความรู้พื้นฐานให้แน่นไว้คนก็จะเข้าหาเราเอง”

 

Cr.เพจ #สกว. 

ตุ๊กตุ๊กยอดฮิต! พาหนะหาเสียงนักเลือกตั้ง4.0


พาหนะหาเสียงเลือกตั้งนับได้ว่ามีความสำคัญ นอกจากรถปิกอัพติดป้ายผู้สมัครวิ่งไปตามพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะเปิดประทุน แต่ระยะหลังนี้รถที่นักเลือกตั้งนำมาใช้คือรถตุ๊กตุ๊ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ 28 ก.พ.2562นี้ ดูเหมือนจะเป็นการนัดกันระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคไทยรักษาชาติระหว่างรอนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรควันที่ 7 มี.ค.2562นี้



พรรคชาติไทยพัฒนาภายใต้การนำของน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ได้เดินทางลงพื้นที่ไปหาเสียงยัง จ.สมุทรสาคร เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคทั้ง 3 เขตหาเสียง ได้แก่ เขต 1 นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ เบอร์ 11, เขต 2 นายอภิชาต โพธิ์ถนอม เบอร์ 2 และ เขต 3 นายปัญญา ชวนบุญ เบอร์4  โดยเริ่มต้นภารกิจในช่วงเช้า เวลา 08.30 น. เข้าแวะสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครและไหว้พระพุทธรูปประจำจังหวัด ซึ่งมีขบวนรถตุ๊กตุ๊กจำนวน 10 คันมารอต้อนรับ

ก่อนหน้านี้นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 6 เขต 1 จ.เพชรบุรี พร้อมภรรยา ได้นั่งรถซาเล้งพ่วงข้างสีชมพู ตระเวนหาเสียงในตัวเมือง จ.เพชรบุรี โดยได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นสีชมพูบานเย็นทั้งขบวน



พรรคไทยรักษาชาติ หาเสียงและปราศรัยที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีนำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรค เดินพบประชาชน ที่ ห้างฮาเบอร์มอลล์ แหลมฉบัง ก่อนขึ้นรถแห่ ทั้งรถโมบายเคลื่อนที่ในส่วนแกนนำกับผู้สมัครและรถสามล้อในส่วนผู้สนับสนุนแห่รอบเมือง เชิญชวนประชาชนไปร่วมฟังการปราศรัยที่สวนสาธารณะเกาะลอย 

นายจาตุรนต์ กล่าวถึงสถานะของพลเอกประยุทธ จัรทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่นั้นว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือศาลรัฐธรรมนูญตามกระบวนการ ที่จะต้องให้ความชัดเจนหรือดำเนินการให้สังคมเกิดความกระจ่างในประเด็นนี้



ทางด้านพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมเปิดนโยบายกรุงเทพมหานครของพรรค  ที่สวนเบญจสิริ วันที่ 12 ก.พ.2562 ที่ผ่านมาก ก็ได้ใช้รถตุ๊กตุ๊กที่พัฒนาเป็นรถไฟฟ้า หรือ EV เพื่อโชว์นโยบายลดฝุ่นพิษ 





'จตุพร'รับพรรคเพื่อชาติจนแทบไม่มีเงินให้ผู้สมัครหาเสียง



วันที่ 28 ก.พ.2562 ที่ห้องแถลงข่าวแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ  แถลงข่าวกรณีการลาออกจากกรรมการบริหารพรรค ของ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ว่า ความไม่พอใจในลำดับบัญชีรายชื่อ ก็มีปัญหากันทุกพรรค พรรคอื่นๆก็มีปัญหาเรื่องนี้  ทั้งนี้ตนกับ พตท.สมชาย ยังมีความนับถือกัน ไม่ได้มีปัญหากันเป็นการส่วนตัว จึงมองการลาออกนั้นเป็นสิทธิ เสรีภาพ 

ส่วนเรื่องการจ่ายเงินซื้อลำดับบัญชีรายชื่อ ตามกระแสข่าวที่ระบุว่า ถ้าอยู่ในลำดับเลขตัวเดียวต้องจ่ายเงิน 15 ล้านบาท นายจตุพรระบุว่า พรรคการเมืองใดถ้าเอาความเป็นพรรคไปเร่ขายเป็นความเลวทรามต่ำช้า  ตนก็เห็นว่า หากพรรคขายตำแหน่ง ส.ส.ตามการกล่าวหาจากแหล่งข่าวที่ไม่ระบุตัวตน หากมีความจริงปรากฎ พรรคนี้ก็ไม่ควรอยู่ในสถานะพรรคการเมืองและต้องถูกดำเนินตามกฎหมาย 

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ในทางปฏิบัติขณะนี้พรรคเพื่อชาติ มีสถานะการเงินแย่มากเป็นเรื่องหน้าอับอาย ซึ่งช่องว่างนี้จึงทำให้มีคนปล่อยข่าว ตนในฐานะผู้ช่วยหาเสียงบอกผู้สมัครพรรคเสมอว่าอย่าแสวงหาหนี้สิน โดยไม่จำเป็นและตนพยายามช่วยหาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะเมื่อพรรคการเมืองเดินถึงจุดหนึ่ง ผู้สมัคร ส.ส. ที่คิดว่าพรรคจะมีงบประมาณ ซึ่งพรรคก็ไม่มีงบประมาณจนทำให้ผู้สมัครใช้จ่ายเกิน จนเป็นหนี้สิน จึงเตือนด้วยความเป็นห่วง เมื่อมองภาพภายนอกพรรคนี้เหมือนมีตัง 

"แต่ไม่ใช่จึงขอให้ยอมรับความเป็นจริง ซึ่งหากไม่ยอมรับความจริงจะเดินต่อไม่ได้และตนเองต้องให้กำลังใจบรรดาผู้สมัครส่วนผู้สมัครที่มีศักยภาพมีสถานะทางเศรษฐกิจก็สู้ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดได้ และบางคนก็มีจิตใจเอื้อเฟื้ออนุเคราะห์ให้กับเพื่อนร่วมเขต ก็มีที่ประจักษ์อยู่ในหลายเขตด้วยกัน จากการลงพื้นที่หลายที่ เห็นว่าการหาเสียงบางครั้งไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่ใช้หัวใจที่เป็นประชาธิปไตยก็เดินถึงเส้นชัยแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากถ้ามีหัวใจที่แน่วแน่และมั่นคง" นายจตุพร กล่าวว่า

สมองประชิดจิตด้วยเอไอ(AI) อยากรอดต้องพัฒนาปัญญ3



วันที่ 28 ก.พ.2562 เฟซบุ๊ก Teerakiat Kerdcharoen ได้โพสต์ข้อความว่า  

ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในเรื่องของสมอง ความคิด จิตใจ จะรุ่งเรื่อง .. ใครอยากรวย ต้องเข้าคลื่นลูกนี้ครับ ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมาก ที่ต้องไปศึกษาเข้าใจ และพัฒนาออกให้เกิดเป็นเทคโนโลยี ยังมีช่องว่างอีกมาก ที่สามารถนำมาแปลงเป็นธุรกิจได้  

- ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า โลกจะเปลี่ยนไปมากกว่าการเปลี่ยนแปลงใน 300 ปีที่ผ่านมา ... นั่นหมายความว่า ถ้าคุณหลับในวันนี้ แล้วตื่นมาอีก 20 ปีข้างหน้า .. ความรู้ความเข้าใจต่างๆ ที่คุณมีในวันนี้ แทบจะไม่อยู่ในบริบทของยุคนั้นเลย   

- กลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าในศาสตร์ทางด้านนี้ จะสามารถพัฒนาเทคโนโลยี Synthetic Intelligence แบบไร้เทียมทาน สามารถก็อปปี้สมองประดิษฐ์ (Artificial Brain) ไปใส่ในจักรกลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ขับเอง เครื่องบิน โรงงาน ฟาร์มและไร่นา สรรพสิ่งต่างๆ ทำให้สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้แทบทุกเรื่อง มีความก้าวหน้าทางด้านผลิตภาพทิ้งห่างประเทศอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น มีความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างสุดโต่ง เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น 🚜✈  

- หลายประเทศจะเข้าสู่ยุค 5.0 ซึ่งเป็นยุคแห่งจิตใจ เป็นยุคที่การผลิตสินค้า มีความเป็นปัจเจกมากขึ้น สินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เราสามารถออกแบบเอง โรงงานผลิตให้ จะ 1 คู่ 2 คู่ ก็ตามที เสร็จแล้ว ก็ส่งมาให้เราที่บ้าน เป็นยุคที่ ความคิดสร้างสรรค์ของปัจเจกบุคคล เข้าไปอยู่ในสินค้าได้

- เป็นยุคที่ปัญญาของมนุษย์ (Human Intelligence) จะทำงานร่วมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ถูกนำไปปฏิบัติด้วยหุ่นยนต์ และ จักรกล

- เป็นยุคที่ จิตใจ (Mind) และ จักรกล (Machine) ถูกหลอมรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียว ข้อมูลจากสมอง จิตใจ จะได้รับการบันทึก นำไปใช้ประโยชน์ ในอนาคตความจำ ความรู้สึก จะถูกถ่ายทอดให้จักรกลได้  

- เป็นยุคที่เกิด Mixed Reality คือความจริงทางกายภาพ (Physical Reality) จะทำงานร่วมกับความจริงเสมือน (Virtual Reality) เกิด Cyber-Physical Interactions ที่มีความละเอียดสูง

- เป็นยุคที่มนุษย์ไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะ มนุษย์ไม่ควรทำงานที่จักรกลทำได้ มนุษย์จะถูกปลดปล่อยจากงานน่าเบื่อ เพื่อไปแสวงหาสิ่งที่เป็นเป้าหมายของชีวิต

- งานต่างๆ จะถูกหุ่นยนต์ทำแทน งานอันตราย งานดูแลผู้สูงวัย เกษตรกรรม ส่งของ ขับรถให้

- เป็นยุคที่การใช้ทรัพยากรต่างๆ จะถูกติดตามอย่างละเอียด Big Data จากเซนเซอร์ในทุกๆ อย่างจะถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์  AI เพื่อนำไปให้ หุ่นยนต์และจักรกล ปฏิบัติ

อยากเอาตัวรอดในยุคต่อไป ต้องเร่งศึกษา ทำความเข้าใจ และพัฒนาตัวเอง ในเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้แล้วเด้อพี่น้อง 

Credit : Many Thanks to ....
- Picture from https://www.japantimes.co.jp/news/2019/02/23/business/tech/robotic-kannon-unveiled-kyoto-temple/?fbclid=IwAR0gIH_lO44GYQVYbZWw3D0EUcUjXLmH8nbqhW_couE9DMdy0-6w-cxda08#.XHc-BMAzaUn
- Picture from https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2233840

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

พระปิดตาพญาวาสุกรีนาคราชเเหวนมงคลพุทธคุณเขาอ้อ

  
พระปิดตาพญาวาสุกรีนาคราชเเหวนมงคลพุทธคุณเขาอ้อ ที่สุดแห่งวัตถุมงคลสายเขาอ้อ อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสจอมขมังเวทย์ ศิษย์ผู้น้องขุนพันธรักษ์ราชเดช

วัดเขาอ้อ เป็นแหล่งวิทยาคมทางไสยศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาแล้ว ตั้งแต่สมัยโบราณพระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ ต่างก็เป็นที่พึ่งที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วไป เช่น พระอาจารย์ทองเฒ่า พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด) พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา พระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ ส่วนฆราวาสที่คนทั่วไปรู้จักกันดีได้แก่ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช และอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ เป็นต้น



"อ.เปลี่ยน หัทยานนท์" ศิษย์พระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม คนสุดท้าย เจ้าพิธีกรรมไสยศาสตร์อาวุโสแห่งสำนักเขาอ้อ อาวุโสสูงสุดในสายฆราวาส ผู้เป็นศิษย์คนสุดท้ายที่ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาจากพระอาจารย์ปาน ปาลธมฺโม 

ทั้งวิชาหุงข้าวเหนียวดำ เสกน้ำมันให้แข็ง แช่ว่านยากินน้ำมัน ปลุกเสกพระเครื่องราง และมีส่วนร่วมในการสร้างพระปิดตาเขาอ้อ พระผงกลีบบัวมหาว่านขาว มหาว่านดำ รุ่นอินโดจีนอันลือลั่นจนได้รับแรงศรัทธาไว้วางใจเป็นเจ้าพิธีกรรมไสยศาสตร์เขาอ้อ...



ชาติกำเนิด อาจารย์เปลี่ยน เป็นคนอ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช บรรพชาเป็นสามเณรที่ อ.ชะอวด จนญัตติกรรมเป็นพระภิกษุที่วัดดอนศาลา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

การศึกษาพุทธาคม นอกจากศึกษาด้านพระปริยัติธรรมแล้ว ได้สนใจในตำรับตำรายาสมุนไพร โดยเฉพาะการรักษาโรคกระดูก ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากพระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม วัดเขาอ้อ ตลอดทั้งพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ทั้งแช่ยา กินเหนียว กินมันงา 

นัยว่านับตั้งแต่วันที่ท่านอาจารย์ปานได้ถ่ายทอดวิชาให้อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ เป็นคนสุดท้ายแล้ว ท่านไม่พูดกับใครเลย จากนั้นเป็นเวลา ๕ ปี ได้ละสังขารอย่างสงบที่วัดเขาอ้อ

สมัยวัยหนุ่มนั้น อ.เปลี่ยน จะรับทำพิธีกรรมสำนักเขาอ้อทุกอย่าง ทั้งแช่ยา กินเหนียว กินมันงา แต่ปัจจุบันสูงวัยอายุ ๗๕ ปีแล้ว ไม่ทำแช่ยาเพราะทุกวันนี้หาเครื่องยาได้ยาก ไม่ครบถ้วน ส่วนการกินเหนียว กินมันงา ยังคงทำอยู่เหมือนเดิม

 ทัศนคติเกี่ยวกับไสยศาสตร์ อาจารย์เปลี่ยน บอกว่า 

“ไสยศาสตร์เป็นเรื่องลี้ลับ เป็นเรื่องของสมาธิจิต การมีสมาธิดี ทำให้เราคิดอะไรดีๆ ได้ ถ้าเราไม่มีสมาธิจิต ทำให้วุ่นวาย คิดอะไรไม่ออก 

เหมือนพิธีกรรมแช่ว่านยา กินเหนียว กินมันงา ทุกคนต้องมีสมาธิ ตั้งใจดี ถ้าคนที่มาเข้าพิธีจิตใจสกปรกจะไม่เกิดผล แช่เท่าไรก็ล้างซวยไม่ได้”

 นอกจากนั้น อาจารย์เปลี่ยนได้ฝากข้อคิดไว้น่าสนใจ

 “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ พิธีกรรมทุกอย่างไม่ใช่หลอกลวงประชาชน แต่เขามาหาเราเองด้วยความศรัทธา 

คนธรรมดา คนใหญ่คนโตในบ้านเมืองมาเพื่อต้องการความสำเร็จ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตามเราช่วยได้ก็ช่วย ทุกอย่างสำคัญที่จิตใจ”

พระปิดตาพญาวาสุกรีนาคราช จัดสร้างขึ้นขึ้นตามเเบบฉบับคตินิยม ซึ่งเป็นปริศนาธรรมอันผ่องผุด ประดุจมงคลสูงค่าเเห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ก็ว่าได้

“จากตำนานโบราณอันเรืองเดชเเห่งพุทธาคม เเละความเข้มขลังของบารมีญาณก็กำเนิดเกิดเป็นพุทธศิลป์ ตามคติความเชื่อของคนเก่าเเก่”

ครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ของสายเขาอ้อ จ.พัทลุง โดยฆราวาสจอมขมังเวทย์ อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ศิษย์ผู้น้องท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

พระปิดตาพญาวาสุกรีนาคราช จัดสร้างตำนานโบราณ ลักษณะพุทธศิลป์มหาอุต มหากัน ปิด ปัด ไม่ให้สิ่งชั่วร้ายหรือของไม่ดี ของสกปรกเข้ามาทำอันใดได้ 

ปิดทวารทั้งเก้า กันสิ่งอุบาทจัญไรมือที่ปิดนั้นมีลักษณะเสมอกัน เปรียบดุจผู้วิเศษหรือเทพจำเเลง ซึ่งประทับอยู่บนพญาวาสุกรีนาคราช พญาเเห่งนาคา หรือเจ้าเเห่งงูทั้งปวง ปรกคลุมปิดตาอันนัยว่าเป็น 

การปัด การเเก้ สิ่งไม่ดี เพราะพญาวาสุกรี ตามตำนานปุระโบราญกล่าวว่าเป็น พญานาคราชผู้มีพิษร้ายแรงที่สุด
กษัตริย์นาคาอันยิ่งใหญ่อีกองค์หนึ่งที่มีชื่อว่า วาสุกรี 

จากคัมภีร์ปุราณะ พญาวาสุกรีนาคราชเป็นบุตรของพระกัศยปมุนีและนางกัทรุ และเป็นพี่น้องกับ พญาอนันตนาคราช พญาวาสุกรีเป็นนาคราชที่พระศิวะใช้เป็นสายธนูในการทำลายล้างเมืองตรีปุระ

 ในตำนานที่พระศิวะปราบตรีปุราสูร มีบางตำนานกล่าวว่างูที่พันรอบพระศอขององค์พระศิวะก็คือวาสุกรีนาคราช ในอินเดียตอนเหนือ มีการนับถือพญาวาสุกรีเป็นอย่างมากในฐานะเทพเจ้าองค์หนึ่ง 

ในพิธีนาคปัญจมีซึ่งเป็นพิธีบูชางูของอินเดีย ก็จะมีการบูชาพญาวาสุกรีร่วมด้วย

นาควาสุกรี เป็น นาคที่เเผ่เศียรถึง ๗ เศียร แต่ตำนานที่ทำให้พญาวาสุกรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ได้แก่

ตำนานกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นตำนานยิ่งใหญ่ที่อยู่ในมหากาพย์มหาภารตะของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นบ่อเกิดเเห่งน้ำอัมฤทธิ์ เเละกำราบปราบมารจนราบคาบ

พระปิดตาพญาวาสุกรีนาคราช กำหนดพิธี พุทธาภิเษก ตามเเบบฉบับการสร้างพระปิดตาโบราญของสำนักเขาอ้อ. 

โดยกำหนดพุทธาภิเษก ณ ถ้ำฉัตรทันต์บรรพต โดยมีเกจิสายเขาอ้อปลุกเสก เเละอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์เป็นเจ้าพิธีกรรม

พุทธคุณ ปิด ปัด กัน เเก้ ครอบจักรวาล ตามสูตรเขาอ้อขนานเเท้ ท่านผู้มีไว้ติดบ้านติดตัว เชื่อว่าจะเเคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี เเละเป็นสิริมงคล บังเกิดลาภ ผล พูลทวี

เเหวนมงคลพุทธคุณเขาอ้อ

จัดสร้างขึ้นขึ้นตามเเบบฉบับคตินิยม ซึ่งเป็นปริศนาธรรมอันผ่องผุด ประดุจมงคลสูงค่าเเห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ก็ว่าได้

“จากตำนานโบราณอันเรืองเดชเเห่งพุทธาคม เเละความเข้มขลังของบารมีญาณก็กำเนิดเกิดเป็นพุทธศิลป์ ตามคติความเชื่อของคนเก่าเเก่”

ครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ของสายเขาอ้อ จ.พัทลุง โดยฆราวาสจอมขมังเวทย์ อาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ ศิษย์ผู้น้องท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

 หากท่านทั้งหลายมองเห็นเเล้ว ก็จะเข้าใจว่าเเหวนนั้นมีลักษณะเก้ายอด เเต่ที่จริงเเล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ 

เเหวนมงคลพุทธคุณเขาอ้อ มีลักษณะ เป็นเเหวน ๑๑ ยอด อันมีนัยยะว่า
ประการหนึ่ง อันเชิญมงคลหัวใจพระพุทธคุณเก้า หรือ ที่รู้จักในนาม นวะหรคุณ อันเป็นมงคลใหญ่เเห่งพุทธคุณครอบด้าน 

ดังพระคาถาที่ว่าไว้ในหัวใจพระพุทธคุณเก้า เป็นการเปรียบเสมือน การอันเชิญคุณอันประเสริฐ ให้มาสถาพรเเก่ผู้ครอบครอง

อีกประการหนึ่ง คือ ๒ ยอด ล้อมหน้า ล้อมหลัง อันประดุจ มงคล ๒ สถานที่เกิดมาเเล้ว จะลืมเสียไม่ได้ คือ 

ยอดมงคลเเห่งพระคุณพ่อ เเละยอดมงคลเเห่งพระคุณเเม่ พระคุณผู้คุ้มครอง เเละเป็นมงคลสูงสุด เเก่การเกิดมาในชาติหนึ่ง ๆ นั้นเอง

ภายใต้ยอดเเห่งมงคลทั้งหลายดังกล่าวได้ลงอักขระมงคล ๑๑ ตัวเอาไว้ เป็นการหนุนยอด ให้ มีความสิริมงคลมากยิ่งขึ้น เป็นนัยว่า 

การทีผู้ใดจักได้ครอบครองเเหวนวงนี้ จะต้องปฏิบัติดีเเละชอบด้วยทำนองครองธรรม เเละจะเกิดมงคลมหาศาลเเก่ผู้ที่พกติดตัว 

เเต่ทว่ามีข้อห้าม ประการสำคัญคัญสำหรับผู้ใช้ คือการห้ามด่าพ่อเเม่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคน หรือเป็นสัตว์ก็ตาม
วิธีการนำไปใช้ 

ก่อนสวมใส่ ให้อารธณาคุณพระ คุณบิดรมารดาโดยตั้งนะโม ๔ จบ เเล้วกล่าวคำบูชาหัวใจพุทธคุณเก้า เเละต่อด้วยการการคุณบิดรมารดา ว่า

“ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ”

ข้าพเจ้าขอคุณเเห่งพระพุทธคุณ พระปัญญาคุณ เเละพระมหากรุณาธิคุณ เเห่งองค์พระสัมมา เเละตลอดไปจนถึงคุณบิดร มารดา

เข้าชมรายละเอียด และ สอบถามได้ที่ เพจ จอมราชันย์ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2707107005995976&id=434182466621786

เหรียญ'ป๋าพยัพ คำพันธุ์'เหรียญแห่งความรัก และความดี ครบ 72 ปี



พ.ต.ท.ระพิน ชาติไทย เลขานุการสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย และ ประธานมูลนิธิศิษย์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล บอกว่า เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 72 ปี ของ ป๋าพยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ในวันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่กำลังจะถึงนี้ ทางพี่น้องชาววงการพระเครื่องที่รักและเคารพป๋า ได้ปรึกษาหารือกันที่จะหาของอะไรสักอย่างหนึ่ง เพื่อให้ป๋าได้มอบให้กับผู้มาร่วมงาน ประกอบกับนักกีฬาฟุตบอลของชมรมพระเครื่องมรดกไทย ก็ขอของแจกจากป๋าเพื่อให้นักกีฬาที่มาร่วมแข่งขันพอดี 

ในโอกาสนี้ มูลนิธิศิษย์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล จึงขออาสาเป็นผู้ดำเนินการจัดทำของแจกให้ป๋าพยัพ แทนพี่น้องชาววงการพระเครื่องที่รักและเคารพ โดยทางมูลนิธิจึงได้ไปกราบขออนุญาตป๋าพยัพและนำเสนอว่าควรจัดทำเหรียญรูปป๋าพยัพ คำพันธุ์ ซึ่งป๋าท่านได้หยุดคิดอยู่สักระยะหนึ่ง เนื่องจากป๋าเกรงว่า การจัดทำรูปตัวเองจะมีคนไปนินทาว่าทำเป็นเชิงการค้า ทั้งๆที่ป๋าต้องการทำแจกฟรีโดยที่ไม่มีมูลค่าแม้แต่บาทเดียว




ทางมูลนิธิจึงเรียนป๋าว่า ที่นำเสนอทำรูปป๋าพยัพนั้น เนื่องจากมีพี่น้องชาววงการพระเครื่องที่ใกล้ชิดเรียกร้องมา ป๋าจึงได้อนุญาตให้ทางมูลนิธิศิษย์หลวงปู่หมุนไปดำเนินการตามที่ขอได้ครับ

โดยป๋าพยัพกล่าวเน้นย้ำว่า ทำเพื่อแจกฟรีเท่านั้น ไม่มีการจัดจำหน่ายหรือเพื่อการค้าใดๆทั้งสิ้น และทุกเหรียญต้องตอกโค๊ดและหมายเลขกำกับให้ชัดเจน และให้ตั้งชื่อเหรียญนี้ว่า

”เหรียญแห่งความรัก และความดี”

สาเหตุที่ตั้งชื่อเหรียญเช่นนี้ หมายความว่า ป๋าพยัพ ต้องการจะแจกเหรียญนี้ต่อบุคคลที่ ป๋าพยัพเห็นว่า เป็นบุคคลที่ทำความดีและทำประโยชน์ต่อวงการพระเครื่อง พุทธศาสนา มาโดยตลอดครับ

สาเหตุที่ทางมูลนิธิฯ นำเสนอให้ทำรูปป๋าพยัพ คำพันธุ์ในเหรียญนั้น เนื่องจากทางมูลนิธิเห็นว่า ป๋าพยัพ คำพันธุ์ เป็นที่รักและเคารพของคนในวงการพระเครื่องทั้งประเทศ ทุกคนต่างยกให้ท่านเป็นผู้นำในวงการพระเครื่อง เพราะท่านเป็นสุภาพบุรุษ ที่เสียสละ ทั้งแรงกาย แรงใจ ในการสร้างมาตรฐานพระเครื่อง เพื่อการศึกษาและสะสม ที่ถูกต้อง ด้วยการก่อตั้งเป็นสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ช่วยเหลือสังคม และงานสาธารณะกุศลต่างๆ




นอกจากนี้ท่านยังทุ่มเทเสียสละเงินส่วนตัว เขียนตำรา แต่งเพลง และสร้างภาพยนต์ ที่ส่วนใหญ่มีเนื้อหาในเชิงเผยแพร่บารมีขององค์เกจิอาจารย์ต่างๆและความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังของพระเครื่องและเครื่องราง เช่น "เพลงหลวงพ่อคูณ" ที่ขับร้องโดย แอ๊ด คาราบาว หรือ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง "400 นักรบขุนรองปลัดชู" ที่มีกำหนดลงฉายสิ้นปี 2560 นี้

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ ทำให้พุทธศาสนิกชนทั่วโลกยอมรับพระเครื่องเป็นสิ่งยึดเหนียวจิตใจ เมื่อมีผู้คนหันมาสนใจพระเครื่องมากๆยิ่งขึ้น จึงเกิดมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน จนปัจจุบันชาวไทยและชาวต่างชาติ ยอมรับพระเครื่องว่าเป็นทรัพย์สินหนึ่งที่มีอัตราการขึ้นลงของราคา เช่นเดียวกับการซื้อทองหรือซื้อที่ดิน พร้อมกับกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า"ดิน-ชิน-ผง ที่แพงที่สุดในโลกอยู่ในเมืองไทย จึงเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน จึงเป็นที่มาของ"อาชีพ" พระเครื่องในปัจจุบันนี้




ดังนั้นป๋าพยัพ คำพันธุ์ จึงเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณ(ทั้งทางตรงและทางอ้อม) กับพี่น้องชาววงการพระเครื่องทุกท่าน ประกอบกับทางมูลนิธิเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีบุคคลธรรมดา ที่จัดสร้างเหรียญรูปตนเอง อย่างเช่น อาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง เป็นต้น เพื่อให้เป็นศิริมงคลแก่ผู้ได้รับแจก ทางมูลนิธิศิษย์หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล จึงได้นำ “เหรียญแห่งความดี” นี้ เข้าร่วมพิธีปลุกเสก ณ พระวิหาร วัดระฆังโฆสิตาราม

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 แรม 1 ค่ำ เดือน 3 เวลา 15.09 นาที โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ น.ธ.เอก ป.ธ.9) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์จุดเทียนชัย พร้อมด้วย พระเกจิคณาจารย์ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต จำนวน 20 รูป

1.พระธรรมธีรราชมหามุนี (หลวงพ่อเที่ยง) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม 2.พระราชประสิทธิวิมล (หลวงพ่อประจวบ) วัดระฆังโฆสิตาราม 3.พระราชสารเวที (เจ้าคุณโกมินทร์) วัดสัมพันธวงศาราม 4.พระพิมลภาวนาพิธาน (หลวงพ่อสวง) วัดระฆังโฆสิตาราม 5.พระบวรรังษี(หลวงพ่อสมชาย) วัดระฆังโฆสิตาราม 6.พระครูสิริธรรมวิภูษิต (หลวงปู่เจิด) วัดระฆังโฆสิตาราม 7.พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) วัดชินวราราม จ.ปทุมธานี 8.พระภาวนาวิสุทธิโสภณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์) วัดประดู่พระอารามหลวง จ.สมุทรสงคราม 9.พระรัตนโมลี (หลวงพ่อไพรินทร์) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก 

10.หลวงพ่อใจ วัดพระยาญาติ จ.สมุทรสงคราม 11.พระครูสังฆภารวิจิตร (พระอาจารย์หม่อง) วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา 12.หลวงปู่เฮง ปภาโส วัดพัฒนาธรรมาราม จ.สุรินทร์ 13.หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์ 14.หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม 15.พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม 16.หลวงพ่อตี๋ วัดหูช้าง จ.นนทบุรี 17.หลวงพ่อปาน วัดศาลเจ้า จ.ปทุมธานี 18.หลวงพ่อแขก วัดวังเรือน จ.พิจิตร 19.หลวงพ่อติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์ จ.ลพบุรี

20.พระอาจารย์แก้ว วัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา 

#สมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย
#ป๋าพยัพคำพันธุ์
#มูลนิธิศิษย์หลวงปู่หมุน
#ชมรมพระเครื่องมรดกไทย
#พระองค์ครู ไตรเทพ ไกรงู

7มี.ค.!ศาลรธน.นัดตัดสินคดียุบ'ทษช.'


วันที่ 27ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ ศาล รธน. พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ กรณีเสนอชื่อแคนดิเนตนายกรัฐมนตรีเข้าข่าย กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขขัดมมตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารเผยแพร่ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณากรณีดังกล่าวแล้ว 

เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหลายรายศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาสั่งในวันนัดพิจารณาต่อไปโดยศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพ. ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพฤหัสที่ 7 มีนาคม เวลา 13.30น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกันเวลา 15.00น. แจ้งวันเวลานัดอ่านคำวินิจฉัยดังกล่าวให้คู่กรณีทราบ 






วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

นักวิชาการแนะชาวพุทธไทย สร้างพระพุทธเจ้าพูดได้ เหมือนญี่ปุ่นสร้างเจ้าแม่กวนอิมเอไอ




วันที่ 27 ก.พ.2562 หลังจากเพจTheMATTERได้เผยแพร่ข่าวที่อ้างอิงจาก https://www.japantimes.co.jp/news/2019/02/23/business/tech/robotic-kannon-unveiled-kyoto-temple/#.XHNfDugzbIV ที่ระบุถึงวัดพุทธแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเริ่มใช้ AI ในวัด เป็นหุ่นยนต์สำหรับการเผยแพร่คำสอนศาสนาด้วย หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า Mindar คือหุ่นยนต์จำลองตามพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่ถูกออกแบบมาเพื่ออธิบายคำสอนของพระพุทธ ในวัด Kodaiji ในเมืองเกียวโต ซึ่งสามารถกล่าวหลักคำสอน Heart Sutra หรือปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร และเรื่องของมนุษชาติ โดยการเสนอเส้นทางเพื่อ "เอาชนะความกลัวทั้งหมด ทำลายการรับรู้ที่ผิดทั้งหมดและตระหนักถึงนิพพานที่สมบูรณ์แบบ"

Mindar ได้กล่าวคำสอนในภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยซับไตเติ้ลภาษาจีนฉายบนผนัง โดยมีดนตรีเป็นแบคกราวน์ของคำสอน โดยมันเป็นหุ่นยนต์ที่มีความสูงประมาณ 195 เซนติเมตรและหนัก 60 กิโลกรัมสร้างขึ้นโดย A-Lab Co. ที่อยู่ในกรุงโตเกียว และลำตัวของหุ่นนี้ทำจากอลูมิเนียม ส่วนใบหน้าและมือเป็นซิลิโคน

Tensho Goto หัวหน้าผู้ดูแลวัดในเขต Higashiyama ของเกียวโต กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวว่า “ถ้าพระพุทธเจ้าพูด คำสอนของพระพุทธศาสนาอาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่านี้” และ “เราต้องการให้คนจำนวนมากมาดูหุ่นยนต์ เพื่อคิดเกี่ยวกับแก่นแท้ของพุทธศาสนา” ทั้งเจ้าหน้าที่วัดคนอื่นๆ ยังหวังว่า หุ่นยนต์จะช่วยให้คนที่มีความสัมพันธ์กับศาสนาพุทธน้อย หันมาสนใจด้วย

ทั้งนี้วัด Kodaijiเปิดแสดงตัวต่อสาธารณะในวันที่ 8 มีนาคม - 6 พฤษภาคมนี้ และก่อนหน้านี้วัดพุทธในประเทศจีนก็มีการสร้างหุ่นยนต์หลวงจีนที่มีความสามารถในลักษณะเดียวกันนั้น 


เฟซบุ๊ก Uthit Siriwan ของ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการด้านศาสนาและการเงิน ได้แสดงความเห็นความว่า 

ผมคิดอะไร?  ยามสาย ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2562 คิดถึง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลง วัดวาอารามในนครเกียวโต ญี่ปุ่น และอนาคตเทคโนโลยี AI อาจเปลี่ยนแปลงวัดวาอาราม ในประเทศไทย

คือห้วงเวลานี้ คนรุ่น Baby Boomer  คนรุ่น Gen X คนรุ่น Gen Y กำลังค่อยๆ หายไปจากสังคมไทย  คนรุ่น Gen Z คนรุ่น Gen C  กำลังรับช่วง  รอยต่อการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกในเวลานี้



เวลาผมสื่อสาร ผมจะคิดอ่าน ถึงคนรุ่น เจน Z เจน C เป็นส่วนมาก  เจนอื่นๆ ผมละไว้ ในฐานที่เข้าใจ https://pantip.com/topic/30807680

ผมเองฟังญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง แต่ก็คาดเดาเนื้อหาได้ ว่าพระหลวงพ่อเกียวโต และคณะกรรมการวัด ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อประโยชน์ ต่อวงการพุทธ อย่างไร ? อยากให้เปิดยูทูบฟังก่อน ฟังจนจบ แล้วค่อยอ่าน ที่ผมเขียน จะได้ "ผสมผสาน" ไปพร้อมๆ กัน

อนาคตอันใกล้ ผมเชื่อว่า "ธัมมเจติยะ" หรือ "ธรรมเจดีย์" คำสอนของพระพุทธเจ้า จะกลับฟื้นคืนชีพ แต่ต้องพึ่งพา และใช้ "เทคโนโลยีสื่อสาร" สนับสนุน และขับเคลื่อน "ธัมมเจดีย์" ทำ "พระพุทธเจ้า" ให้มีชีวิตชีวา

คือทุกวันนี้ มีคนจำนวนมากสนใจคำสอนพุทธ แต่เบื่อหน่าย "พระ" เลยไม่ยอมเข้าวัด ทว่าศึกษาค้นคว้าเรียนรู้พระพุทธศาสนาด้วยตนเอง มีคนแบบนี้จำนวนหลายล้านคน !

ที่ผมเล่าคือ "ความจริง" พระแต่ละวัด จะได้นำไปขบคิด และกำหนด "นโยบายเผยแผ่" ให้ "โดนใจ" คนที่ไกลวัด และห่างวัด !

ขนาดรายการ "ยกวัดมาไว้ซีพี"  ผู้บริหารยังแอบบอกผมว่า คนชอบ "ฟัง" ชาวบ้าน เล่า "ธัมมะ" มากกว่าฟัง "พระ" เทศน์

เป็นประเด็นที่อย่าเดือดดาล บันดาลโทสะ โมโห แต่ควรนำมา "ขบคิด" ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงไกลวัด ห่างวัด และเบื่อหน่ายพระ ?

ผมลองเทียบ "พุทธไทย" กับ "ลังกา" ไทยเรา "ฝืน" ธรรมชาติ  คือ "ศรัทธา" แบบ "ปรุงแต่ง"  ผสมผสาน ระหว่าง พุทธ-ไสย-ผี-วิทยาศาสตร์-ไฮเทค

เทียบกับบางประเทศ ยกตัวอย่างลังกาเป็น "พุทธเถรวาท"  ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้สัมผัส "คนลังกา" ลึกซึ้ง

แต่ภาพที่เห็น คนลังกาเอง  ถูกกระทำย่ำยีจาก "ศาสนาอื่น" ถึง2 ๒ ศาสนา เลือด "รัก" พุทธศาสนา จึงเข้มข้น และเวลาเข้าวัด ก็ "ธรรมชาติ" จะยืน เดิน นั่ง นอน 
ก็ธรรมชาติ เหมือนที่ผมเคยเห็น "คนแก่" เข้าวัด สมัยบวชเณรเมื่อเกือบ 40  ปีก่อน ฟังพระเทศน์ก็ไม่ต้อง "พนมมือ" ให้เมื่อยจะยืนฟัง นั่งฟัง นอนฟัง เดินฟัง 
พระท่านก็เทศน์ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครจับผิดใครว่าไม่สำรวมไม่มีมารยาท

แต่สังเกตจะนุ่งขาว ห่มขาว มาวัดกันแน่นขนัด คือ "ศรัทธาแบบธรรมชาติ"

คนลังกา "ศรัทธา" แบบ "จิตวิญญาณชาวพุทธ" ที่ว่า "พุทธศาสนาจะกลับไปตั้งมั่นในลังกา" เป็นจุดสุดท้าย ตามคัมภีร์พุทธต่างๆ ทำนาย ก็น่าจะเป็นความจริงอยู่ เพราะฆ่าเท่าใด พุทธก็ไม่ตายจากเกาะลังกา ตายสิบ ก็เกิดใหม่ นับหมื่นนับแสน

มองเมืองไทยเรา มีแต่ "เสียงดัง" ทว่า "น้อยราย" ที่มีจิตวิญญาณเพื่อพระพุทธเจ้า เทียบกับ "พม่า" พม่าเป็น "พุทธเถรวาท" ในพม่า คนหนุ่มสาวมาไหว้พระกัน
สบตากัน ปิ๊งกันในวัด  สุดท้ายรักกัน แต่งงานกัน มีลูกมีหลาน ก็ชวนกันเข้าวัด เหมือนรุ่นที่ตนเองเป็นหนุ่มสาว

พม่าก็เคยถูก "อคติ" จากอังกฤษปกครอง คราวหนึ่ง "ผู้นำอังกฤษ" ดำริจะ "สวมรองเท้า" ตามคติ "ผู้ดีอังกฤษ" เยี่ยมชมมหาเจดีย์ชเวดากอง

ประวัติศาสตร์พม่าจารึกบันทึกไว้ว่า ชาวพม่าอัดอั้นตันใจทั้งประเทศ บอกกันปากต่อปาก ด้วยเทคโนโลยี  Word by Word ยกกันมานับหมื่นคน
นอนเต็มลานเจดีย์ชั้นบน ประท้วงเงียบ เพราะจะประท้วงจริงจัง
ก็โดน "ปืน"

โชคดีว่าผู้นำอังกฤษ  แม้จะเป็นคริสต์ แต่ก็มีความเข้าใจ "พลังศรัทธาของศาสนิกศาสนาอื่น" ท่านเห็นอกเห็นใจ ประนีประนอม ถ้อยทีถ้อยอาศัย บอก "คนรายงานเท็จ" ว่าให้ "เลิก" สวมรองเท้า และท่านเองก็ "ถอดรองเท้า" เดินชมมหาเจดีย์ชเวดากอง
เยี่ยงชาวพุทธปกติทั่วไป

ที่ญี่ปุ่น เดือนหน้า 8 มีนาคม ถึง 6  พฤษภาคม 2562 พระพุทธเจ้าจะกลับมากลายเป็น "Living Buddha" ทดสอบทดลอง
ก่อนนำมาใช้เผยแผ่คำสอน "ปรัชญาปารมิตาสูตร" จริง

วัดและผู้ใจบุญทั้งหลายในไทยรับชมให้จบแล้ว อาจเกิดไอเดียนำเสนอ "AI Lord Buddha" พระพุทธเจ้าปัญญาประดิษฐ์ ทรงสอน "ธัมมบท" บ้าง
"อภิธรรม" บ้าง เป็นต้น จาก "พระโอษฐ์"

ทุกวันนี้เมืองไทยเราก็มีแต่ในรูปแบบของ "ต้นไม้พูดได้" ถ้า "พระพุทธเจ้าพูดได้" เหมือน "พระญี่ปุ่น" กล้าลงทุนและนำเสนอ หุ่นยนต์ "ปัญญาประดิษฐ์"
เป็นตัวแทน "พระพุทธเจ้า" จาก "พระเจ้านั่งดิน" เหมือนที่เห็น พระพุทธรูปแถวพะเยา เป็นต้น กลายเป็นพระพุทธเจ้ามีชีวิตชีวา พูดสอน "ปรัชญาปารมิตาสูตร"
สอน "คำคมบ่มชีวิต"

เป้าหมายหลวงพ่อสายมหายานในเกียวโต และคณะกรรมการวัด  ต้องการให้เกิดความฮือฮา และจุดกระแส ให้เด็กรุ่นใหม่สนใจ "คำสอนพุทธศาสนา" ที่เป็นรูปธรรม เพราะเด็กรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นเอง ก็รักและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ลดน้อยถอยลง เสื่อมความนิยมลงตามลำดับ ไม่เข้มแข็งดุจดังแต่เก่าก่อน ถ้าเป็นเมืองไทย อาจถูก "ก่นด่า" ตามเคยของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบเห็น "การเปลี่ยนแปลง"

การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสื่อสาร คำสอนพุทธศาสนา ผ่านเทคโนโลยี AI น่าจะดีกว่า "งานบุญงานบวช" ที่ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ "เมาแล้วซ้อมครู
ซ้อมนักเรียนปางตาย" จน "งานบวช" วัดสิงห์ ย่านฝั่งธน กลายเป็น "คดีใหญ่" ก่ออาชญากรรมระดับอุกฉกรรจ์ ส่งผลกระทบในวงกว้าง วัยรุ่น 20  คนเศษ
ติดคุกติดตะราง ถูกดัดสันดาน ดัดนิสัย เป็นจำนวนมาก

ศาลไม่ยอมให้ประกันตัว ทำให้ "วัดวาอาราม" ในภาพรวม กลายเป็น "เสีย" ภาพลักษณ์ คล้าย "ปลาเน่า" ตัวเดียว แต่เหม็นทั้งข้อง เช็คเรตติ้งในสื่อสังคมออนไลน์ดู

เด็กวัยรุ่นยุคใหม่ ไม่ได้ศึกษา กรรม-กิเลส-วิบาก ก่นด่า เมาธ์มอยส์พระ อ่านแต่ละความคิดอ่านดูแล้ว "นรก" ชัดๆ

กรรมใคร กรรมมัน คนใดก่อกรรม คนนั้น สักวัน ก็รับผลกรรมที่ก่อ ด้วยตนเอง 

สัพเพ สัตตา  สัพเพ ปาณา

ผุดไอเดีย!ตั้งพรรคสติสมาธิ คอยเตือนสังคมไทยยุคดิจิทัล





คณะอนุ กก.ปฏิรูปสอนพุทธใน ร.ร. สังกัด สพฐ. ประชุมยกกรณีมัธยมวัดสิงห์ส่งผลกระทบเหตุสังคมขาดสติอย่างรุนแรง ผุดไอเดียตั้งชมรมครูสอนวิชาพระพุทธศาสนาเพื่อความยั่งยืน พร้อมตั้งพรรคสติสมาธิคอยเตือนสังคมไทยแห่งยุคดิจิทัล 

วันที่ 27 ก.พ.2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ มีการประชุมคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนการสอบพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาของ สพฐ. แต่ละด้านในคณะกรรมการการปฏิรูปการเรียนการสอบพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาของ สพฐ.  ซึ่งจัดโดย สพฐ.ในฐานเลขานุการ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจกรอบคิดการเรียนรู้ที่มีสติสมาธิเป็นฐาน กระบวนการเรียนรู้ที่มีสติสมาธิเป็นฐาน และวางแผนการดำเนินงานปฏิรูปการเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาของ สพฐ. 

ในการนี้พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รศ.ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติและหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ในฐานะรองประธานการปฏิรูปการสอนพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาของ สพฐ. กล่าวว่า กระบวนการเรียนรู้ที่มีสติสมาธิเป็นฐาน Process of Mindfulness & Concentration Based Learning ถือว่าเป็นทางรอดของสังคมไทย เกิดคุณูปการมากในการทำงาน แต่สิ่งสำคัญต้องทำเอาธรรมมิใช่ทำเอาเท่ห์ คณะกรรมทำงานจะต้องเข้าใจ mindset การทำงาน โดยมี #กรอบคิดการเรียนรู้ที่มีสติสมาธิเป็นฐาน :Framework of Mindfulness & Concentration Based Learning โดยมี #สติ #เมตตา #สุจริต #เคารพ #สัจจะ ซึ่งสติเป็นการรู้เท่าทันเป็นธรรมที่เป็นวิถีชีวิต เป็นธรรมที่มีความง่ายมาก สติเป็นของพระพุทธศาสนาที่มีความชัดเจน คำถามเราจะทำให้สติเข้าไปในวิถีชีวิตอย่างไร กรณีเด็กมัธยมวัดสิงห์ถูกกลุ่มบุคคลที่ขาดสติเข้าไปทำร้าย เพราะการขาดสติในการจัดการชีวิต การทำบุญจึงเป็นบาปด้านศาสนพิธีคือ งานบวช รวมถึงกรณีคบซ้อนก็เป็นส่วนหนึ่งของการขาดสติ 

การเรียนรู้สติไม่ใช่การนั่งนิ่งๆ เท่านั้น แต่ควรออกแบบกิจกรรมที่มีส่วนร่วมผ่านการเคลื่อนไหว เช่น การจัดดอกไม้ การวาดภาพ การทำกิจกรรมร่วมกันโดยมีสติและสมาธิเป็นฐาน เพราะจิตของมนุษย์มีความปภัสสรสวยงาม แต่อุปกิเลสเข้ามาจึงทำให้มีความเศร้าหมอง การออกแบบกิจกรรมต้องมีสติเป็นฐาน ส่วนสมาธิเป็นผลของการฝึกสติ โดยเริ่มด้วยขณิกสมาธิ จึงย้ำว่า #วิชาพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมิใช่เรื่องเหตุผล เป็นการค้นพบจากภายใน ธรรมะไม่ได้เกิดจากความจำแต่เกิดจากวิถีชีวิต 

"รวมถึง #ธรรมศึกษาของพระสงฆ์ที่เรียนในปัจจุบันเรายังเน้นเรื่องความจำ เรียนวิชาพระพุทธศาสนาต้องไม่แห้งแล้งจะต้องมีความชุ่มเย็น เราจะต้องออกแบบการสอนให้มีความน่าสนใจ เรียกว่า #เรียนวิชาพระพุทธศาสนา 50 นาทีแห่งความสุข จึงต้องมีเยาวชนมาร่วมประชาสัมพันธ์ สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนพระพุทธศาสนา ด้วยการรับรู้ใหม่ ว่า #วิชาพระพุทธศาสนาเป็นวิชาแห่งความสุข จะต้องสื่อสารให้สังคมได้รับทราบ โดยยกกรณี อิคิวชัง เป็นต้นแบบการฝึกสติสมาธิทำให้เกิดปัญญา จึงต้องการสร้างเยาวชนต้นแบบ ด้านยุวชนสติและสมาธิ มีการมอบรางวัล #ยุวชนด้านสติและสมาธิ เป็นสร้างความเชื่อมั่นว่า วิชาพระพุทธศาสนาเป็นวิชาที่มีความสำคัญต่อชีวิต และสร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาพระพุทธศาสนา จึงมีการผุดไอเดียเรื่อง #การตั้งพรรคสติสมาธิเพื่อเตือนสติสังคมไทย เราจึงต้องสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนาให้สังคมได้รับทราบ" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า 

ต้องมีเพลงสติสมาธิเพื่อเป็นกระตุ้นการเรียนรู้และมีคำปณิธานด้านสติสมาธิ เป็นสัจจะอธิษฐานเพื่อปลูกฝังเข้าสู่จิตใจ โดยการสอนในเด็กมัธยมเรียนรู้การคบซ้อน เราจะสอนอย่างไรให้สัมพันธ์กับสติสมาธิ เบื้องต้นเด็กจะต้องเรียนรู้เรื่องการฟังดังนั้น #กระบวนการเรียนรู้ที่มีสติสมาธิเป็นฐานมี 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1)ขั้นตอนพร้อมเรียนรู้อย่างมีสติและสมาธิ 2)ขั้นปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีสติและสมาธิ 3)ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีสติและสมาธิ 4)ขั้นสรุปการเรียนรู้อย่างมีสติและสมาธิ 5)ขั้นประยุกต์วิถีธรรมสู่วิถีชีวิตอย่างมีสติและสมาธิ 6)ขั้นประเมินผลอย่างมีสติและสมาธิ โดย คณะกรรมการปฏิรูปกาเรียนการสอนพระพุทธศาสนาในสถานศึกษา



พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท ประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์การปฏิรูปการสอนพระพุทธศาสนา ที่เข้าร่วมประชุม เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมยกกรณีการบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ถือว่าเป็นการไม่เคารพสถานที่อันเป็นที่ของราชการ เช่น วัด และ โรงเรียน กำลังสะท้อนถึงการขาดสติขาดความเคารพ แต่มีเรื่องอบายมุขเป็นเหตุให้ขาดสตินำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางคณะกรรมการปฏิรูปการสอนพระพุทธศาสนาให้ความสนใจและตระหนักเป็นอย่างยิ่ง เพื่อออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์สังคมที่มีปัญหาด้านคุณธรรมด้วย โจทย์สำคัญการวัดผลประเมินผลการสอนวิชาพระพุทธศาสนาคือ ผลการปฏิบัติ เพราะความโลภโกรธหลงมาในระดับดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้ ศ.ดร. บรรจบ บรรณรุจิ รองประธานอนุกรรมการด้านหลักสูตร เสนอแนวทางการตั้งชมรมครูสอนวิชาพระพุทธศาสนา ให้เกิดขึ้นเพื่อความยั่งยืน จึงมีการปฏิรูปการสอนพระพุทธศาสนา จากวิถีพุทธสู่วิถีชีวิตเพื่อพัฒนาคุณธรรมอย่างยั่งยืน ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันนี้พรรคการเมืองที่มีสโลแกนชู"ศีลธรรมนำชาติ"คือพรรคแผ่นดินธรรม ที่เสนอศ.ดร. บรรจบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

สื่อรัฐเมียนมาร์เกาะติด! พิธีปิดปฏิบัติวิปัสสนา 7 เดือน นิสิต'มจร'บาฬีพุทธโฆส



สื่อรัฐเมียนมาร์เกาะติดพิธีปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา 7  เดือน ของนิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนา มจร วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม รองเจ้าคณะ กทม. พร้อมสืบสานงานวิปัสสนากรรมฐาน สมเด็จหนกลางขึ้นสู่ระดับนานาชาติ




เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562  ที่ผ่านมา ที่สำนักวิปัสสนามหาสี สาสนเยกต่า กรุงย่างกุ้ง ประเทศสหภาพเมียนมาร์ พระเทพสุวรรณเมธี รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)  วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม ได้รับบัญชามอบหมายจากสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการาม กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนในพิธีปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา ๗ เดือน สำหรับนิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนา  




ในพิธีดังกล่าว มีอุบาสกอุบาสิกาชาวเมียนมาร์ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้รับความสนใจจาก MR TV ซึ่งเป็นช่องทีวีของรัฐบาลเมียนมาร์ สนใจโครงการ ได้ติดตามทำข่าวและขอสัมภาษณ์พระเทพสุวรรณเมธี ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า โครงการนี้ เป็นแนวดำริของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสาขาวิปัสสนาภาวนา เปิดการเรียนสอนมาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีข้อกำหนดว่า หลังจากเรียนจบหน่วยกิตการศึกษาแล้ว นิสิตจะต้องเข้าปฎิบัติกรรมฐานติดต่อกัน 7 เดือน จึงจะมีสิทธิ์ขอเสนอสอบวิทยานิพนธ์ 

รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ พิจารณาเห็นว่า สำนักมหาสีสาสนเยกต่า เป็นสำนักที่มีชื่อเสียงด้านการปฏิบัติ มีสาขาสำนักกระจายอยู่ทั่วโลก 500 กว่าแห่ง ผลงานตำราของท่านมหาสีได้รับการตีพิมพ์หลายภาษา มีความสอดคล้องตรงหลักฐานพระไตรปิฎก อรรถกถา ฎีกา เจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงได้เลือกสำนักวิปัสสนามหาสี เป็นหนึ่งสถานที่ ที่ส่งนิสิตเข้าปฏิบัติเพิ่มพูนประสบการณ์ ถาม ตอบ สอบอารมณ์ ส่งนิสิตมายังสำนักมหาสี ตั้งแต่รุ่นที่ ๓ ปี ๒๕๕๑  ระยะเวลาในการปฏิบัติที่นี่ มีทั้งอยู่ตลอด 7 เดือน 3 เดือน 2 เดือน ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมกับงบประมาณโครงการ 



"ในปีการศึกษา 2562 นี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ได้มอบนโยบายให้เร่งจัดทำและพัฒนาหลักสูตรสาขาวิชาวิปัสสนาภาวนาระดับปริญญาเอก ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาหลักสูตรเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงเสนอบัณฑิตวิทยาลัย สภาวิชาการ และสภามหาวิทยาลัย อนุมัติหลักสูตรและโครงการเปิดการเรียนการสอนเท่านั้น คาดว่า จะสามารถเปิดได้ทันภาคที่ 1 ปีการศึกษานี้ อย่างแน่นอน  และเพื่อให้ปรัชญาในแผนพัฒนาวิทยาเขตว่า “บาลีปริยัติก้าวหน้า พระพุทธศาสนามั่นคง เสริมส่งวิปัสสนาสู่สากล” บรรลุเป้าหมายตามแผน"  พระเทพสุวรรณเมธี กล่าวและว่า 

ขณะนี้ได้จัดทำโครงการภาษาอังกฤษสำหรับพระวิปัสสนาจารย์ เปิดรับวิปัสสนามหาบัณฑิต เข้าฝึกการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานในระดับนานาชาติ เปิดอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดปี เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับหลักสูตรวิปัสสนาระดับปริญญาโท - เอก ภาคภาษาอังกฤษ เผยแผ่วิปัสสนาภาวนาไปทั่วโลก  ในการฝึกวิปัสสนากรรมฐานและฝึกเผยแผ่วิปัสสนาภาคภาษาอังกฤษนี้ วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส มีแผนทำเป็นโครงการ MOU ร่วมมือกับสำนักวิปัสสนามหาสี ส่งมหาบัณฑิตฝึกทักษะการเผยแผ่วิปัสสนากรรมฐานภาคภาษาอังกฤษในสำนักสาขาของวิปัสสนามหาสี ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งนี้เพื่อเสริมส่งวิปัสสนาสู่สากล สมตามเจตนาเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์  

นิเวศน์สื่อใหม่เรื่อง#การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์


วันที่ 26ก.พ.2562 เฟซบุ๊ก Sakulsri Srisaracam  ได้โพสต์ข้อความว่า 
นิเวศน์สื่อใหม่ เรื่อง #การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์


สรุปให้อีกครั้ง (สำหรับท่านที่ไม่ได้มาฟัง และยังไม่ได้อ่านงานศึกษาชุดนี้)

1) สื่อไทยจะออกจากคำถามว่า #เราจะไปต่อยังไง #มีบทบาทอะไร #คุณค่าอะไร #สื่อจะแก้ไขและขับเคลื่อนสังคม ได้ เราจะเป็นมากที่ต้องเร่ง #พัฒนานวัตกรรมสื่อ ในความหมายว่า “ทำสิ่งใหม่ พัฒนาสิ่งเดิม การเปลี่ยนแปลง มีแนวทางที่แตกต่างจากเดิม” ... 

นวัตกรรมสื่อ มีทั้ง #เชิงเนื้อหา (ประเด็น และ 

รูปแบบการเล่าเรื่อง


#เชิงกระบวนการ คิดมุมใหม่ ทำสิ่งใหม่ ปรับการทำงาน พัฒนา prosumer กระบวนการมีส่วนร่วม ระดับปัจเจก องค์กร media startup และพัฒนาคนในกระบวนการ #เชิงเครื่องมือและแพลตฟอร์ม คือการทดลองและ


พัฒนาใช้เทคโนโลยีเชิงรุกเพื่อการสื่อสาร


 พัฒนาช่องทางของคนไทยเอง ... ทั้งหมดนี้ต้องข้ามศาสตร์ ทำแบบผนวกความร่วมมือจากหลายศาสตร์ความรู้ 
2) กระบวนในข้อหนึ่ง เกิดจากการทำวิจัยแบบ R&D ได้ แต่ที่เราพบปรากฎการณ์การ R&D เพื่อหาการไปต่อ 


และสร้างนวัตกรรมสื่อในต่างประเทศ 


คือ การทำ Action Reaserch แบบ #MediaLab เมืองนอกมี Lab เพื่อทดลองพัฒนาสื่อเป็นร้อย หลากประเด็นเน้น ประเด็นขับเคลื่อน และโจทย์ที่หลากหลายของรูปแบบสื่อ #มันต้องเกิดในไทยด้วยเช่นกัน เพื่อหาคำตอบว่า

จะพัฒนาสื่ออย่างไร 


แบบมีคำอธิบาย #ที่สำคัญมีได้หลายแบบ #หลากหลาย #เกิดจากลักษณะความร่วมมือ #เจาะจงได้แต่ละareaสื่อที่อยากพัฒนา

3) Media Knowledge Tank ที่รวบรวมองค์ความรู้พัฒนาสื่อต้องเกิด

ขอบคุณ อ.Asawin Nedpogaeo ที่ต่อยอดประเด็นให้เน้นความยืดหยุ่นของนวัตกรรม เกิดจากการข้ามศาสตร์ จะทำให้เกิด hybrid ของการพัฒนานวัตกรรมสื่อได้จริง และอ.Mana Treelayapewat ที่เน้นว่า นวัตกรรมคือทำของใหม่ ไม่ใช่แค่เอาของเก่ามาทดลองซ้ำ

ขอบคุณ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่วันนี้ สิ่งที่เคยเสนอไป ถูกนำมาขับเคลื่อนให้ความสำคัญบ้างแล้ว ...

Channarong Vongvichai

รายงาน https://drive.google.com/…/1T7HYlSNI4M0ZcojN_F2YPkxP2u…/view


https://drive.google.com/file/d/1T7HYlSNI4M0ZcojN_F2YPkxP2uFSf2YQ/view?fbclid=IwAR1rSnuFS3w9L7ir-C0QYTfDv5UP8hE0wpocNmy7lpKbsH1RbpKTU5Js43U

พระศิษย์เก่า'มจร'อนุศาสนาจารย์พุทธคนแรกม.ทัฟส์สหรัฐอเมริกา



วันที่ 26 ก.พ.2562 เพจ องค์กรภาคประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา ได้โพสต์ข้อความว่า #พระพุทธศาสนากำลังแผ่ไพศาล อนุโมทนากับ #อนุศาสนาจารย์ทางพุทธคนแรก ของ #มหาวิทยาลัยทัฟส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา #พระปริยา สรามาน #ชาวบังคลาเทศ #บวชตั้งแต่อายุ11 ปี จบปริญญาตรีหลักสูตรพระพุทธศาสนาที่ #มจร. ประเทศไทย แล้วไปเรียนต่อที่ #ฮ่องกง และ #ฮาร์เวิร์ด #สอนพุทธศาสนา และ #จัดปฏิบัติธรรมทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยได้เยี่ยม ได้รับความสนใจจากนักศึกษามาก
เครดิตทวิตเตอร์ siri@siriice

“ศรัทธา 5.0” ในบริบทสังคมไทย



วันที่ 26 ก.พ.2562 เพจ Uthit Siriwan ได้โพสต์ความว่า บทความวิชาการ “ศรัทธา 5.0” ตีพิมพ์เผยแพร่ใน นิตยสาร MBA Magazine, No. 218, Vol. 21, Jan-Feb 2019, pp. 42-45 นำเสนอแนวคิดใหม่ “ศรัทธา 5.0” เพื่อบูรณาการ พุทธศาสนา ไสยศาสตร์ กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทันสมัย ในบริบทสังคมไทย













เจ้าคณะนราธิวาสลงพื้นที่สร้างศาสนสัมพันธ์ไทยพุทธ-มุสลิม



วันที่ 26 ก.พ.2562 พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา นายชัยรัตน์ สุขสมคิด ปลัดตำบลสุไหงปาดี ร.ต.สุรวิทย์ ชาญอาวุธ รอง.ผบ ร้อย.ทพ.4805 ร่วมเดินทางไปเยี่ยมเยียน นายอาเบาะ อายุ 89 ปี อายุ 89 ปี ชาวบ้าน บ.โต๊ะนอ ม.4 ต.มะนังตายอ ซึ่งบุคคลซึ่งทั้งสองรู้จัก ให้ความเคารพ นับถือกันมานาน เพื่อพูดคุย สอบถามสารทุกข์สุขดิบ แสดงความห่วงใยที่มีต่อกัน โดยไม่มีการแบ่งแยก ชนชาติ ศาสนา ณ บ.โต๊ะนอ ม.4 ต.มะนังตายอ อ.เมือง จ.นราธิวาส 



ต่อจากนั้นพระเทพศีลวิสุทธิ์ พร้อมด้วยคณะและนายอาเบาะ   เดินทางไปโรงเรียนสมานมิตรวิทยา เพื่อเยี่ยมชมคัมภีร์-อัลกุรอ่าน และพระไตรปิฎก ใบลาน โดยมี อาจารย์มาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ผู้บริหารสถานศึกษาสอนศาสนาอิสลาม ให้การต้อนรับ แนะนำ พูดคุยบรรยายให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บของล้ำค่าทั้งหมดไว้เพื่ออนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรม คือ พุทธ มุสลิม ให้เป็นศูนย์รวมที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน เข้าใจกัน เพื่อเดินหน้าสู่สันติภายให้เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ใกล้เคียง ณ ร.ร.สมานมิตรวิทยา ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส

Cr.สำนักงาน คปต.ส่วนหน้า

ใช้ ม.กรุงเทพธนบุรีทดสอบสมรรถภาพ บก.น 7-สน.ธรรมศาลา 250 นาย


วันที่ 26 ก.พ.2562 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา (  BTU. SPORTS  COMPLEX) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  พล.ต.ต.บุญฤทธิ์  รอดมา   ผบก.น.7  พ.ต.อ.เมธี   รักพันธุ์  รอง. ผบก.น.7  พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์   ก่อสกุล   รองผบก.ฝอ. บก.น.7 พ.ต.อ.ภูมิธัช  โฆษิตวณิชพงศ์  ผกก.สน.ธรรมศาลา พ.ต.ท.ณัฐพล   จำบุญมา รองผกก.( ป ) สน.ธรรมศาลา 



ได้รับนโยบายจาก  พล.ต. อ.จักรทิพย์    ชัยจินดา   ผบ.ตร. ให้นำตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล  7  (บก.น.7). และ  สน.ธรรมศาลา จำนวน 250 คน เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ม.กรุงเทพธนบุรี  เพื่อให้ตำรวจทุกนายตื่นตัวในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดี  ร้างกายแข็งแรง  ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ และจะทำให้ตำรวจทุกนายมีการทำงานในหน้าที่ได้อย่างดีมีคุณภาพ เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน

ในการทดสอบครั้งนี้มี ดร.ประกิต  พงส์แสนยาธรรม   คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ม.กรุงเทพธนบุรี. ให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกในการทดสอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณาสุข  67  เขตทวีวัฒนา   ศ.นพ.สารเนตร์  ไวคกุล  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิชัย   สามแยกไฟฉาย  เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ม.กรุงเทพธนบุรี จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา  ร่วมให้คำแนะนำในการออกกำลังกายอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายจากการออกกำลังกายได้ การทดสอบครั้งนี้มีลุกนั่ง. ยึดพื้น   การวิ่ง และการเดินเร็ว เป็นต้น  ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทำได้เป็นอย่างดี  เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดีมากด้วย

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

กกต.ยันไม่ขัด กม. เลือกตั้ง! "ไพบูลย์"ใช้พระพุทธเจ้าหาเสียงได้


จากกรณีที่องค์กรชาวพุทธแห่งชาติ ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เรียกร้องให้ตรวจสอบการกระทำผิด และตัดสิทธิเลือกตั้ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งโดยระบุคำว่า“พระพุทธเจ้า”อันอาจสื่อความหมายว่าเป็นการ นำเอาพุทธศาสนามาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น โดยในวันนี้ (26 ก.พ.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการศูนย์ประสานงานองค์กรชาวพุทธแห่งชาติชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561หรือระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 

มส.เปิดสัมมนาโครงการ'วัด ประชา รัฐ สร้างสุข'ที่'มจร'




วันที่ 26 ก.พ.2562 พระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนโครงการ "วัด ประชา รัฐ สร้างสุข" ทั้งนี้พระราชปริยัติกวี, ศ.ดร.อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมผู้บริหาร มจร ถวายการต้อนรับ ที่หอประชุม มวก. 48 พรรษา มจร ซึ่งจัดโดยคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข 



เริ่มด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้กล่าวมอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด, ต่อด้วย พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข บรรยาย หัวข้อ “แนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ” พระราชวรมุนี รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บรรยาย หัวข้อ “แผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา กับ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข”, จากนั้น พระสุธีรัตนบัณฑิต รศ.ดร. ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บรรยาย หัวข้อ “แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการฯ” ต่อด้วย การเสวนา หัวข้อ “แนวทางการรายงานผลการดำเนินงานโครงการฯ” โดย ผู้แทนคณะอนุกรรมการโครงการฯ พร้อมด้วยคณะวิทยากร 5 ส และผู้แทนวัดที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงท้าย ผู้แทนโครงการวัดบันดาลใจ บรรยาย หัวข้อ “แนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในวัด” 



ทั้งนี้พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข กล่าวรายงานว่า การประชุมสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ในครั้งนี้ เป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมของโครงการตามหลัก 5 ส ให้เกิดการปรับพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และความสะอาดภายในวัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ เพื่อให้ทราบแนวทางการปฏิบัติการหรือดำเนินการที่ถูกต้องตามขั้นตอนของโครงการฯ และเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศในระดับจังหวัด 

คณะอนุกรรมการโครงการฯ ได้ตั้งเป้าหมายให้เกิดการขยายเครือข่ายวัดทั่วประเทศในระยะเวลา 4 ปี ตามแผนแม่บทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของมหาเถรสมาคม (พ.ศ.2560-2564) โดยรูปแบบกิจกรรมได้ประสานความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมบูรณาการการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ภายในการประชุมสัมมนาฯ ยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับกรณีตัวอย่างการขับเคลื่อนดำเนินงานของคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี, องค์ความรู้จากกรมส่งเสริมคุณภาสิ่งแวดล้อม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), โครงการวัดบันดาลใจ, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และศูนย์นวัตกรรมรักษ์วัด รักษ์สิ่งแวดล้อมฯ เป็นต้น

สำหรับโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข นั้น มีฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม ดูแลรับผิดชอบโครงการฯ มีสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุภาพ (สสส.), กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, บริษัทเอกชน และองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ร่วมดำเนินการฯ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 

1) เพื่อพัฒนารูปแบบและนำแนวคิดของ 5 ส ซึ่งประกอบไปด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย ลงสู่บริบทของวัด 2) เพื่อส่งเสริมให้วัดเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ การเรียนรู้ และจิตใจ 3) เพื่อให้การขยายผลแนวคิดของ 5 ส หลักสัปปายะ และหลักความความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ประชาชน โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง 4) เพื่อพัฒนาจัดระบบฐานข้อมูลความรู้ในการพัฒนาวัดเพื่อส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตวิญญาณ และเพื่อเป็นเครื่องมือในการออกแบบและปรับปรุงกายภาพของวัดให้เป็นสัปปายะสถาน และการพัฒนาสู่วิถีแห่งอารยชน 5) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในสังคมไทยรวมถึงกลุ่มวิชาชีพ ตื่นตัวเรื่องการช่วยเหลือสังคม การมีจิตอาสา ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้เกิดสังคมสุขภาวะและความยั่งยืน ๖) เพื่อส่งเสริมให้วัดมีผังแม่บทและแผนการพัฒนา สู่ความเป็นสัปปายะและพื้นที่การเรียนรู้ เพื่อสร้างเสริมคุณภาพทางจิตวิญญาณให้กับสังคมไทย โดยผู้สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ ผ่านช่องทาง Fanpage @WatPraChaRa

NT ชูธงย้ำนโยบายสิ่งแวดล้อม พร้อมหนุนไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่สากล ตามแนว BCG เชื่อมโยง SEP

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้นำหลักการและแนวคิดในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม แ...