แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ทหารนครพนมนำชาวบ้านทำปุ๋ยอินทรีย์หลังน้ำลด




ทหารนครพนมร่วมกับผู้นำชุมชน ส่งเสริมชาวบ้านทำปุ๋ยอินทรีย์ หมักจากจุลินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี หวังลดต้นทุนหลังน้ำลด



เมื่อวันที่  30 ส.ค.2560 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.นครพนม(กกล.รส.จว.น.พ.) สังกัดมณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210)  ร่วมกับผู้นำชุมชน และชาวบ้านวังโพธิ์ หมู่ 12  ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม รวมจำนวน 31 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรมการทำปุ๋ยอินทรีย์และส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยหมักจากจุลินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการริเริ่มของ มทบ.210 ที่ต้องการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมไร่นา และเป็นการลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยเคมีซึ่งมีราคาแพงและช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม


โดยหน่วย มทบ.210 ได้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้กับผู้เข้ารับการอบรมฯ ในการทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ โดยประกอบด้วยกากมัน มูลไก่ แกลบเผา และอีเอ็ม  สามารถทำปุ๋ยได้ทั้งสิ้นจำน 545 กระสอบๆละ 25 ก.ก. รวมน้ำหนัก 13,825 ก.ก. ณ ศาลาประชาคม บ้านกลาง ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน และศาลากลางบ้าน ม.12 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

มส.ลงพื้นที่เอง!ช่วยน้ำท่วมภาคอีสานที่อุบลฯ

มหาเถรสมาคมพร้อมคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ มส. ลงพื้นที่ช่วยวัดและผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานที่จังหวัดอุบลราชธานี มจร เสร็จภารกิจระยะสอง


วันที่ 24 ส.ค.2560 พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม นำคณะกรรมการฝ่ายสาธารณเคราะห์ อาทิ พระเทพกิตติเวที เจ้าคณะภาค 17 วัดเบญจมบพิตร พระเทพวิสุทธิโมลี รักษาการเจ้าคณะภาค 10 วัดจักรวรรดิราชาวาส  พระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม วัดพระธาตุพนม  พระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี พระราชปัญญาสุธี รักษาการเจ้าคณะภาค 11 วัดสร้อยทอง พร้อมด้วยนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติศาสนกิจลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี


พระพรหมวชิรญาณ กล่าวว่า จากการที่มีการประชุมมหาเถรสมาคม โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธาน ทรงห่วงใยพระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ จึงได้มติมอบให้เป็นผู้แทนของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์ นำคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม เจ้าคณะพระสังฆาธิการในพื้นที่ และผู้แทนรัฐบาล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือคณะสงฆ์และชาวอีสาน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ รวมทั้งยังได้มอบปัจจัยเพื่อเป็นกองทุนเยียวยาพระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้ประสบภัยอีกด้วย


​พระมงคลวชิรากร เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ในนามของฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้ประสานกับทางคณะสงฆ์และหน่วยงานภาครัฐระดมสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้วก่อนหน้านี้รวม 16  ครั้ง ประกอบด้วยจังหวัดสกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี โดยในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17  และมีกำหนดจะเดินทางให้ความช่วยเหลือและให้กำลังพระภิกษุสามเณรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่างวันที่ 24 - 26  สิงหาคม 2560


ขณะที่พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ เปิดเผยว่า หลังจากพระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต  กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบประสานงานในเรื่องที่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบภัยน้ำท่วมก็ได้วางแผนจะช่วยใน สามระยะ คือ ระยะที่1 การช่วยเหลือแบบเร่งด่วนให้ทันเหตุการณ์


ระยะที่ 2 คือระยะกลาง คือเมื่อน้ำท่วมผ่านไปแล้วสักระยะ และระยะที่ 3 คือหลังน้ำลด โดยทั้งหมดให้ทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและแสวงหาองค์กรร่วมและสุดท้ายให้สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้ทั้งในทางกายภาพและจิตใจโดยด้าน ปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภคนั้นได้รับการช่วยเหลือจากคณะสงฆ์และองค์กรต่างๆ อาทิ พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระวิสิฐคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดมงคลชัยพัฒนา รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าคณะอำเภอในเขตจังหวัดสระบุรีทุกอำเภอ (เจ้าคณะอำเภอหลายรูปลงพื้นที่น้ำท่วมร่วมกับพระวิสิฐคณาภรณ์) และคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี ครอบครัวการุญยศิริและครอบครัวตั้งชัยวรรณา พระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์ เจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี คณะสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์จังสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประสานงานโดย ผศ.ดร.พิเชฐ ทั่งโต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มูลนิธิเศรษฐีเรือทอง คณะศิษย์หลวงปู่แบน โดยพระโสภณพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพุน้อย เจ้าคณะอำเภอหนองม่วง จ.ลพบุรี พระเดชพระคุณพระเทพเมธี เจ้าคณะภาค 9 รักษาการเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ เป็นต้น


ครั้งแรกได้รวบรวมจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภคลงพื้นที่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร วันที่ 6 สิงหาคม 2560 คณะได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว มีทั้งนั่งรถและลอยเรือเข้าไป สิ่งที่ได้พบได้เห็นคือวัดวาอารามหลายแห่งถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้บาลดาลอย่างชนิดที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาพบมาเจอสภาพจริงๆแบบนี้น้ำสูงท่วมอุโบสถ ท่วมศาลาในหลายที่หลายวัด ในส่วนของหมู่บ้าน ก็แทบจะร้างไร้ผู้คน เกือบจะทุกหมู่บ้าน เพราะล้วนแต่จมอยู่ใต้น้ำ นี่คือ สภาพวัดและบ้าน ที่ปรากฏให้เห็นจริงในแต่ละพื้นที่


ในส่วนของนาข้าว ก็ต้องเสียหายหลายแสนไร่ ทุ่งนาที่เคยเป็นทุ่งข้าวเขียวขจี ข้าวกำลังเขียว กำลังงาม ชาวนาที่เพิ่งได้ชื่นชมในผลิตผล ที่ปีหนึ่งๆ จะมีออกมาสักครั้งหนึ่ง แต่ในเวลานี้ท่องทุ่งกลับขาวโพลนไปด้วยน้ำจำนวนมหาศาล ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ไหลเข้าท่วมขังเต็มทุ่งนาไปหมด และไม่มีทีท่าว่าจะลดหรือไหลลงไปที่แม่น้ำใหญ่เลย ไม่มีเลยจริงๆ


ชาวบ้านต่างวิตกกังวล ระทมทุกข์ แต่ละคนล้วนเศร้าหมอง ในแวววตาของชาวบ้าน สื่อสารให้เห็นตรงกันว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่แบบนี้เคยประสบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2521 จนกลายเป็น ฝันร้ายของเกษตรกร ที่ไม่นึกว่าจะต้องมาประสบพบเจออีกในปีนี้ คณะได้เข้าไปภายในหมู่บ้าน มอบปัจจัยและสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ให้กับชาวบ้าน รวมไปถึงถวายสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับพระและวัดที่ต้องประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ทุกคนรับทราบ ความรู้สึกของชาวบ้านดีว่า ชาวบ้านต่างมีความหวังลึกๆ ร่วมกันว่า น้ำน่าจะลดลงในเร็ววัน ต้นข้าวน่าจะยังไม่เน่าเปื่อย ยังน่าจะพอฟื้นฟูได้ นี่คือความหวัง ทั้งของชาวนาที่ประสบภัยพิบัติ และพระสงฆ์ที่ไปมอบสิ่งของในวันนั้น นี่คือ ความหวังร่วมกัน ในวันนั้น


จาก การได้ที่ได้พบเห็นความทุกข์ยากของชาวบ้านที่ต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างแสนสาหัส หลังจากลงพื้นที่ครั้งแรก เมื่อกลับมาถึงที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยา ทำให้ต้องเร่งรวบรวมจตุปัจจัยและสิ่งของต่างๆ เพื่อไปช่วยชาวบ้าน ช่วยชาวนา ในระยะที่ 2 คือระยะกลาง และนี่คือความผูกพัน ที่เกิดขึ้นลึกๆ หลังจากได้เห็นสภาพที่เกิดขึ้นจริงในแต่พื้นที่


ช่วงระยะเวลานี้ คือช่วงระยะเวลา ที่มีโอกาสบอกเล่าและอธิบายความกับผู้คน พร้อมกับการรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ หลายรูปหลายท่านก็ตั้งคำถามพร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องน้ำท่วมนี้น่าจืดไปแล้วกระมัง เพราะเวลานี้มันล่วงเลยมาหลายอาทิตย์แล้ว น้ำคงจะลดลงหรือแห้งหายไปหมดแล้ว



พระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี พระธรรมปิฎก วัดพระพุทธบาท เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พระเทพเมธี เจ้าคณะภาค 9 รักษาการเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวรารามกรุงเทพฯ พระโสภณพัฒนคุณ เศรษฐีเรือทอง วัดพุน้อย เจ้าคณะอำเภอหนองม่วง ลพบุรี ครอบครัวการุญยศิริ ครอบครัวตั้งชัยวรรณา กลับไม่คิดเช่นนั้น ท่านทั้งหลายมั่นใจว่าในพื้นที่จริงๆ น่าจะมีหลายพื้นที่ ที่ยังต้องทนทุกข์กับน้ำท่วม หรือแม้ว่า น้ำอาจจะลดลงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังควรที่จะช่วยเหลือเยียวยา



22-23 สิงหาคม 2560 ก็ได้รวบรวมปัจจัยและสิ่งของกลับลงไปในพื้นที่อีกครั้ง ตามที่ได้รับนโยบายจากพระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต อธิการบดี คณะที่ลงไปในครั้งนี้มีเวลาไปสำรวจพื้นที่มากขึ้น สิ่งที่น่าแปลกใจมากคือ น้ำยังคงไม่ลด  ย้ำอีกที น้ำยังคงไม่ลด  ในทางกลับกัน น้ำกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  มองไปทางไหน ก็ไม่สามารถดูได้ว่าตรงไหนเป็นวัด ตรงไหนเป็นหมู่บ้าน และตรงไหนคือส่วนของแม่น้ำ ลำน้ำชี , ลำน้ำยัง เพราะทั้งหมดได้รวมกันกลายเป็นทะเลสาบขาวโพลนไปทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตอำเภอจังหาร เชียงขัวญ โพธิ์ชัย ทุ่งเขาหลวง เสลภูมิและทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ดและอีกหลายอำเภอในเขตจังหวัดยโสธร เช่นอำเภอคำเขื่อนแก้วและอำเภอรอบๆ เป็นต้น


อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าเคยมีความหวังลึกๆ ร่วมกันกับชาวบ้านว่า นาข้าวที่เป็นเสมือนความหวังในอนาคตของชาวบ้านในภาคอีสาน เพราะเป็นทั้งอาหารและเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่า ในการที่จะช่วยให้ชาวบ้านยังชีพ และสามารถเปลี่ยนเป็นเงิน สำหรับส่งลูกหลานศึกษาเล่าเรียนและอื่นๆ น่าจะยังจะพอทนกับสภาพน้ำท่วมชั่วคราวไหว ยังน่าจะพอมีหวังในนาข้าวที่ปักดำลงไป แต่บัดนี้ความหวังนั้นแทบจะไม่มีแล้ว  ไม่มีชาวนาคนไหนในพื้นที่ สงสัยอีกแล้ว ชัดเจนว่าน้ำเริ่มเน่าเหม็น


ตลอดเส้นทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ด ผ่านเรื่อยไปถึงอำเภอเชียงขัวญ ผ่านไปตามเส้นทางบ้านแก่งข่า คุยขนวน บุ่งค้า คุยค้อ จะพบภาพ ชาวบ้านพร้อมลูกเด็กเล็กแดง สัตว์เลี้ยง และพระสงฆ์ ขึ้นมารวมกันเป็นสหสามัคคี รวมกันอยู่ข้างถนน ยึดเอาข้างถนน ตั้งที่พักพิงชั่วคราว เป็นที่อยู่อาศัยหลับนอน จนมีสภาพไม่ต่างจากศูนย์อพยพ


พวกเขาต้องจำใจ ละทิ้งหมู่บ้านที่จมอยู่ ใต้บาดาลมารวมกันอยู่ข้างถนนกลายเป็นหมู่บ้านเกิดใหม่ สำหรับบ้านแก่งข่า อำเภอเชียงขวัญ ได้อพยพมาอยู่ข้างถนน 100 % เต็ม
แต่สิ่งที่น่าประทับใจของชาวบ้านแก่งข่า แห่งนี้คือความผูกพันที่แนบแน่นระหว่างบ้านกับวัด  ความผูกพัน ระหว่าง พระสงฆ์กับชาวบ้าน แม้จะอยู่ในภาวะเดือดร้อนทั้งคู่ แต่ก็ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างวัดข้างถนนชั่วคราว เพื่อให้พระสงฆ์ประจำหมู่บ้านมาจำวัด จำพรรษา ในหมู่บ้านอพยพชั่วคราวแห่งนี้


วัดนี้ น่าจะเป็นวัดที่เล็กที่สุดในโลก ศาลาการเปรียญมีเตียงไม้ไผ่สองเตียงประกบมัดรวมกัน กุฎิก็เป็นเตียงสองเตียงติดกัน มีผ้าใบที่สามารถหาได้ในท้องถิ่นเป็นหลังคา สรุปว่า วัดนี้มีความกว้างยาวประมาณ 4 X 6 เมตรเท่านั้น ที่ดินของวัดก็คือข้างถนนสาธารณะ ที่สัญจรไปมาของผู้คนนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือชาวบ้านแม้จะลำบาก จนแทบไม่มีกินกันแล้ว แต่ก็ยังได้เวียนกันไปทำบุญตักบาตร ฟังธรรมและสวดมนต์กันอยู่เป็นประจำ


นอกจากนั้นพวกเขายังคงรักษาฮีตคองของชาวอีสานอย่างเคารพ เช่น ยังคงตักบาตรไม่ขาดในแต่ละวัน และ เมื่อไปวัด คือวัดที่เล็กที่สุดในโลกนี้ก่อนใส่บาตรพระสงฆ์ พวกเขายังคงใส่บาตรพระพุทธ ด้วยการใส่ในขันกระหย่อง การใส่ข้าวในขันกระหย่องนี้จะต้องใส่ข้าวเหนียวก้อนเล็กๆ พร้อมดอกไม้และเทียนเล่มเล็กๆ ชาวนาภาคอีสานวันนี้แม้ตัวเองจะลำบาก ทุกข์ยาก แต่ยังคงผูกพันและมั่นคงในพระพุทธศาสนา และรักษาฮีตคองไว้ เพื่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานอีสานได้สืบทอดกันต่อไป


วัดสว่างอารมณ์ บ้านคุยขนวน อำเภอเชียงขัวญ ชาวบ้านนิมนต์พระทั้ง 5 รูปในวัดออกบิณฑบาตทางเรือ แทนการเดินในวันที่หมู่บ้านปกติ ที่น้ำยังไม่ท่วม พระท่านบอกว่า ไม่ได้บิณฑบาตเอาข้าว แต่บิณฑบาตเพื่อให้กำลังใจชาวบ้าน ที่ต้องประสบทุกข์ภัย


วันนี้ 23 สิงหาคม 2560 กลับถึงกรุงเทพฯ เวลา 22.40 น.นั่งคิด นั่งนึกถึงชาวนาอีสาน ที่กำลังโดนน้ำท่วมอย่างหนัก ขณะท่วมมาแล้วกว่าเดือน แม่ใหญ่บ้านคุยขนวน บอกว่า น่าจะประมาณเดือน พฤศจิกายน โน้นแหละน้ำจึจะลด ช่วงนี้เป็นช่วงน้ำขึ้น ไม่ใช่เวลาของน้ำที่จะลด อนิจจาชาวนาไทย


พระเมธีธรรมาจารย์  กล่าวด้วยว่า วันนี้แม้ว่าน้ำจะท่วม ชาวนาจะทุกข์ยากลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือ วิถีขีวิตของพวกเขา วิถีชีวิตที่มีสายใยถักทอร้อยรัดมาจากพระพุทธศาสนา น้ำใจไมตรี สายตาและรอยยิ้มจากการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ระหว่างวัด พระสงฆ์กับชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ เรายังพบเห็นได้กับ พี่น้องชาวนาอีสาน แม้ในวันที่ยังต้องทุกข์หนักอยู่ก็ตาม เป้าหมายครั้งต่อไปคือการช่วยเหลือในระยะที่ 3 ตามนโยบายท่านอธิการบดี พ่อใหญ่ แม่ใหญ่บ้านเฮา รอกำหนดวันแล้วพ้อกันเด้อ


.............................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กพระมหาวีรพล ธรรมะอารมณ์ดี)

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สกลนครน้ำยังท่วม!หลวงปู่ภูพานลงเรือช่วยโยม

สกลนครน้ำยังท่วม!หลวงปู่ภูพานลงเรือช่วยโยม
 วันที่ 18 ส.ค.2560 ขณะนี้บางพื้นที่ของจังหวัดสกลนครยังมีน้ำท่วมอยู่ อย่างเช่นบ้านท่าเรือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม  โดยชาวบ้านทำการประมงหางเขื่อน น้ำท่วมบ้านเสียหายมาก แม้ว่าน้ำเริ่มลดมากแล้วก็ตาม แต่ประสบปัญหาน้ำเน่าเพราะต้นไม้ตายและหอยเชอรี่ตายเกลื่อน พระอาจารย์เจนยุทธนา จิรยุทฺโธ หรือหลวงปู่ภูพาน  วัดโนนสวรรค์ (ภูดินแดง) บ้านโนนสวรรค์ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร พร้อมคณะได้ลงเรือนำยาและข้าวของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้ชาวบ้าน




....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Peacelocalprang Srisaketprang )

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เจ้าคณะสตูลลุยน้ำ 2 กม.ช่วยพระใต้ปกครองน้ำท่วม

เจ้าคณะสตูลลุยน้ำ 2 กม.ช่วยพระใต้ปกครองน้ำท่วม

วันที่ 17 ส.ค.2560 สืบเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลให้น้ำท่วมหลายจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสตูล พระครูโสภณปัญญาสาร  เจ้าอาวาสวัดนิคมพัฒนาราม เจ้าคณะอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ประธานเครือข่ายพระธรรมทูตอาสาจังหวัด  ต้องตัดสินใจลุยน้ำ ระยะทาง 2 กิโลเมตร เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้ง ไปถวายพระสงฆ์ ผู้อยู่ใต้ปกครอง ที่พักสงฆ์ถ้ำระฆังทอง ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล เนื่องจากเส้นทางถูกตัดขาดด้วยน้ำ เส้นทางเข้าออกรถไม่สามารถไปได้ ลุยน้ำอย่างเดียว ไฟฟ้าดับ





...........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊กวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร)

คณะสงฆ์โคราชช่วยภัยน้ำท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด

คณะสงฆ์โคราชช่วยภัยน้ำท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด สมเด็จพระวันรัตกัปปิยภัณฑ์เจ้าคณะจังหวัดสกลนครทั้งสองนิกาย

วันที่ 17 สิงหาคม 2560 พระครูศีลวราภรณ์ (หลวงพ่อเฉลิม) คณะสงฆ์วัดโนนเมือง โรงเรียนมัธยมพุทธเกษตรโนนเมือง อำเภอขามสะแกแสง จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับองค์การเครือข่ายสังฆพัฒนาแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ช่วยภัยน้ำท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด ถวายเครื่องสมณบริโภคพระภิกษุสามเณร และประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่วัดดอนเกลือ อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด


ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่  และนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี  ร่วมบริจาคปัจจัยเพื่อสมทบกองทุนจัดกิจกรรมธรรมะเยียวยาใจ พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 6,752 บาท ในโครงการธรรมะเยียวยาใจ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ภาคอีสาน โดยจะลงพื้นที่น้ำท่วม อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด จัดกิจกรรม 18-20 สิงหาคม 2560 


ขณะเดียวกันสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีบัญชาให้เจ้าคณะจังหวัดสกลนครทั้งสองนิกาย เข้ารับกัปปิยภัณฑ์ในวันที่ 19 สิงหาคม 2560 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อช่วยเหลือวัดที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดสกลนคร

"สกว."ถอดรหัสน้ำท่วมซ้ำซาก-อินเดียโชว์ภาพวาดสาเหตุ

สกว.ถอดรหัสน้ำท่วมซ้ำซาก...สู่ทางออกด้วยงานวิจัย สกว. ขณะนี้เว็บอินเดียโชว์ภาพวาดการ์ตูนแสดงถึงสาเหตุเข้าใจง่าย

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายนักวิจัย จัดเวทีสาธารณะเรื่อง “ถอดรหัสน้ำท่วมซ้ำซาก...สู่ทางออกด้วยงานวิจัย” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 15 อาคาร SM Tower พญาไท กรุงเทพฯ โดยมี ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเชิงพื้นที่ ดร.วิเชียร เกิดสุข นักวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.อนิศรา เพ็ญสุข ติ๊บแก้ว คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง และ ดร.จิระวัฒน์ กณะสุต นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมนำเสนอ แลกเปลี่ยนข้อมูล


อย่างไรก็ตามช่วงที่ประเทศไทยประสบภัยน้ำท่วมอยู้นี้ประเทศอินเดียวก็ประสบเช่นเดียวกันส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่รัฐอัสสัมที่มีคนไทอาหมอาศัยอยู่ รวมถึงวัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี รัฐอุตตรประเทศ  และวัดอื่นในรัฐนี้เนื่องจากน้ำได้ไหลบ่ามาจากภูเขาหิมาลัย อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ Guwahaticity.com ได้เผยแพร่ภาพวาดการ์ตูนซึ่งอธิบายถึงสาเหตุของน้ำท่วมอย่างเช่นใจง่ายๆ


......................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก สกว.และเว็บไซต์ Guwahaticity.com)

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คนไทยในสหรัฐฯจัดงานซับน้ำตาอีสานน้ำท่วม

คนไทยในสหรัฐฯจัดงานซับน้ำตาอีสานน้ำท่วม ภายใต้การดำเนินการ 3 สมาคมคือ สมาคมไทยชาวอีสา สมาคมฌาปนกิจ และสมาคมศิษย์เก่า มจร  สาขาวอชิงตัน,ดี.ซี.

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2560 ตามเวลาท้องถิ่น คนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งประกอบด้วย 3 สมาคมคือ สมาคมไทยชาวอีสาน  มีนางผ่องศรี เพ็นน์  เป็นนายกฯ  สมาคมฌาปนกิจ นางลัดดา แล็ปป์ (หรือป้าตุ๊)  และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) สาขาวอชิงตัน,ดี.ซี. โดยมีนายมิ่ง เพริศพร้าว เป็นนายกฯ  ได้จัดงานรวมพลัง " ซับน้ำตาชาวอีสาน" เพื่อระดมเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสกลนครและใกล้เคียง ได้รับเงินบริจาคมากว่า 16,000 เหรียญสหรัฐฯ



วันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2560

น้ำตานองยามน้ำท่วม!เมื่อรู้เงิน"ในหลวงร.9"ฝากมาให้



เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยจากเฟซบุ๊ก"หลวง พี่" เมื่อคราวที่นำคณะจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมอาสาสมัครของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ นำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสกลนครและนครพนม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วโพสต์ภาพและข้อความว่า


"เงินนี้ไม่ใช่เงินของอาตมา แต่เป็นเงินที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ฝากพวกเราชาวกาญจน์มาให้ยาย เมื่อสิ้นคำพูดลง น้ำตาและเสียงร้องไห้ของยายก็ไหลออกมา
#ขอพระองค์ทรงวางพระราชหฤทัย
#เราคนไทยจะไม่ทิ้งกัน"


หลังจากนั้นได้มีผู้แสดงความเห็นสาธุและกดไลค์แชร์ชมเป็นจำนวนมาก

วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"ชะอวด-เชียรใหญ่"เตรียมพร้อมชุมชนรับมือน้ำท่วม



เครือข่ายผู้ประสบภัยชะอวด-เชียรใหญ่   จับมือกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสงขลา เดินหน้าเตรียมชุมชนรับมือน้ำท่วม ฝึกอ่านพยากรณ์อากาศ



วันที่ 8 ส.ค.2560  ที่ผ่านมา เครือข่ายผู้ประสบภัยชะอวด-เชียรใหญ่ จับมือกับกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสงขลา จัดอบรมให้เครือข่ายผู้ประสบภัย ในการอ่านฟ้า พยากรอากาศ การอ่านข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อชุมชนสามารถพัฒนากระบวนการรับมือภัยพิบัติชุมชน ได้อย่างพร้อมเพรียง


ทั้งนี้มูลนิธิชุมชนไทได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือภัยพิบัติ ไม่ใช่แค่งานเฉพาะหน้า แต่เป้าหมายชุมชนต้องเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน การช่วยเหลือในภาวะวิกฤติ(ขณะเกิดเหตุ)เป็นเพียงการสร้างความสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มาดูกันว่า ภัยพิบัติแต่ละครั้ง มีชุมชนที่เกิดกระบวนพัฒนาเตรียมพร้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มขึ้น กี่พื้นที่
มูลนิธิชัมชนไท มุ่งมั่นที่จะเห็นชุมชนปลอดภัยในชีวิตเมื่อภัยมา


........................

(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊กมูลนิธิ ชุมชนไท)

วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"เวียร์"มาแล้ว!ควง"เบลล่า"ช่วยน้ำท่วมสกลนคร




วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2560 "เวียร์"ศุกลวัฒน์ คณารศ ดารานักแสดงชื่อดังสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 พร้อมเหล่าดาราในค่ายช่อง 7 มี  "เบลล่า"ราณี แคมเปน  เป็นต้นได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านเชียงสือ อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร


ขณะที่สำนักงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมวัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ยังคงเปิดรับบริจาคผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยคณะสามเณรวัดยานนาวา ช่วยกันจัดเตรียมชุดเครื่องสมณบริโภคถวายแก่พระภิกษุสามเณรและเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ


สถาบันพัฒนาพระวิทยากรจัด“ธรรมะเยียวยาใจ”

พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า สถาบันพัฒนาพระวิทยากร และกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม ภายใต้กำกับของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรมฯ นอกจากจะมีภารกิจหลักในด้านอบรมคุณธรรม จริยธรรม ตลอดการส่งเสริม และสร้างพระวิทยากรกระบวนธรรม เพื่อทำงานเผยแผ่เชิงรุกครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ ยังส่งเสริมงานด้านการสาธารณสงเคราะห์ด้วย


ดังนั้นในช่วงที่ประเทศไทยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด  ทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนทั้งทางกาย ด้านความเป็นอยู่ และก็มีความทุกข์ใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถาบันพัฒนาพระวิทยากร และกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม พร้อมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เครือข่ายพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA ได้ร่วมกันจัดโครงการธรรมะเยียวยาใจ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข และมีเครื่องใช้ในการดำรงชีพต่อไป


พระราชกิจจาภรณ์ กล่าวต่อไปว่า แนวทางดำเนินโครงการ เพื่อเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะมีการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน จัดธรรมปรึกษา เยียวยาใจ โดยประยุกต์ใช้กระบวนการจิตวิทยาการให้คำปรึกษาแบบกลุ่ม และรายบุคคล จัดกิจกรรม ธรรมนันทนาการ และนำสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา  พร้อมทั้งมอบสิ่งของเครื่องใช้เพื่อยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับระยะเวลาและพื้นที่ดำเนินโครงการพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม จะประสานจัดกิจกรรมในวัดที่เป็นศูนย์พักพิง หรือสถานที่อื่นๆ ที่จัดเป็นศูนย์พักพิง ตลอดจนบ้านที่พักอาศัยของผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดำเนินโครงการระหว่างเดือนสิงหาคมนี้


สอบถามได้ที่ เฟสบุ๊กเพจ “สถาบันพัฒนาพระวิทยากร” หรือที่ พระใบฎีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม โทร. 09-3414-5226 หรือแจ้งความประสงค์บริจาคได้ที่ สถาบันพัฒนาพระวิทยากร และกลุ่มเพื่อชีวิตดีงาม โทร 09-2402-3123

...................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กSiraporn Wongsingและข้อมูลจากhttps://www.thairnews.com/สถาบันพัฒนาพระวิทยากร-ผ/)

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"มจร"ลงช่วยน้ำท่วมพบ"วัด-นาข้าว"จมบาดาลอื้อ

พระเมธีธรรมาจารย์เผยอธิการบดีมอบแผนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  ขณะสมเด็จช่วงบริจาคอีก 1 ล้านช่วยน้ำท่วมอีสาน สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐฯประชุมกับส.ชาวอีสานหาทุนช่วยอีกทาง

    

วันที่ 7 ส.ค.2560 พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร)  เปิดเผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560 พระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้มอบหมายให้อาตมาและคณะผู้บริหาร คณาจารย์และนิสิต ในส่วนของคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรีพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี มอบหมายให้พระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี  พร้อมด้วยคณะศิษย์เก่า มจร พธบ.รุ่น 36 เดินทางไปมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภตปัจจัย บรรเทาทุกข์ช่วยเหลือวัดและประชาชน เบื้องต้น ช่วยในเขตอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ นั้น

    




จากที่ลงพื้นที่ได้พบข้อเท็จจริงพบว่า วัดและหมู่บ้านพร้อมกับทุ่งนาข้าวที่กำลังเขียวขจีต้องจมอยู่ในน้ำกลายเป็นเมืองบาดาลไปแล้วในเวลานี้ สำหรับชาวนาที่ทำนาเป็นอาชีพนั้น บัดนี้นาข้าวล่มจมเสียหายย่อยยับ จากนี้ไปชาวนาเหล่านี้จะดำรงชีพอย่างไร ต้องซื้อข้าวสารตลอดปีหรือไร เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าใครจะตอบและรับผิดชอบ การที่คณะผู้บริหาร มจร ขึ้นไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นในครั้งนี้ท่านอธิการบดีได้ให้นโยบาย ต่อจากนี้ไป ดังนี้
     

1. ให้ระดมช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นแบบนี้อีกรอบหนึ่งในเร็วๆนี้ (กำลังกำหนดวัน)   2. ในระยะกลางให้ระดมช่วยเหลือวัดที่ถูกน้ำท่วมซึ่งหลายวัดมีความเดือดร้อนมาก 3. มอบหมายให้วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ให้นิสิตลงสำรวจวัดและหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายภายหลังน้ำท่วมเพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือและป้องกันน้ำท่วมแบบถาวรและยั่งยืน(ทำเป็นข้อเสนอเชิงวิชาการเพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้)  4. ให้วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ดเป็นศูนย์กลางในการแสวงหาข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือในระยะยาวเช่น น้ำลดแล้วจะบูรณซ่อมแซมอย่างไร ส่วนใหนภาครัฐ เอกชนหรือวัดอื่นๆจะช่วยเหลือกันได้ ถนนหนทางจะประสานหน่วยงานกับหน่วยงานใดในเข้าไปซ่อมแซมเป็นต้น
      

ทั้งหมดคือบทบาทของคณะสงฆ์และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวในเวลานี้



สมเด็จช่วงบริจาคอีก1ล้านช่วยน้ำท่วมอีสาน


ขณะที่การช่วยเหลือนั้นยังคงมีอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีอายุ 92 ปีแล้ว ได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาทช่วยน้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐฯประชุมกับส.าวอีสานหาทุนช่วย


ทางด้านพระวิเทศรัตนาภรณ์ ประธานอำนวยการวัดไทยกรุงวอชิงตันดีซีและเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริการ่วมประชุมกับสมาคมชาวอีสานแห่งกรุงวอชิงตันดีซีเรื่องการจัดงานหาทุนช่วยเหลือซับน้ำตาชาวอีสานที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนครนครพนมและใกล้เคียง โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานครั้งนี้จะได้มอบผ่านสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเพื่อจะได้นำมอบต่อไปที่สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อจะได้นำไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ต่อไป






สมเด็จช่วงบริจาคอีก1ล้านช่วยน้ำท่วมอีสาน

สมเด็จช่วงบริจาคอีก1ล้านช่วยน้ำท่วมอีสาน พร้อมรับรายงานศูนย์การเรียนรู้ผู้สูงอายุ เเละศีล 5 จาก "มจร" วิทยาเขตสุรินทร์ 

วันที่ 6 ส.ค.2560 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีอายุ 92 ปีแล้ว ได้บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาทช่วยน้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ



ขณะเดียวกันสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เมตตาให้โอกาสพระราชวรมุนี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต เเละพระสุธีรัตนบัณฑิต เป็นผู้แทนกองกิจการนิสิตและสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เข้าถวายรายงานการดำเนินโครงการปฏิบัติศาสนกิจต้นแบบ มจร  วิทยาเขตสุรินทร์ จนสามารถพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ผู้สูงอายุ เเละศีล 5  โดยการนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพได้ สนับสนุนงบประมาณและกระบวนการเรียนรู้ ร่วมกับภาครัฐในพื้นที่ เช่น สนง.สาธารณสุขจังหวัด และ สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัด เป็นต้น


"มจร"ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่อำเภอเสลภูมิ
พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ พธบ.รุ่น  36  พร้อมคณะจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วยพระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี และคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี, คณะสงฆ์จังหวัดร้อยเอ็ด ลงพื้นนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของยังชีพและปัจจัยเพื่อนำไปถวายวัดและประชาชนผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม จุดแรกนำมามอบให้ที่ วัดโพธิ์ตาก,โรงเรียนบ้านโพธิ์ตาก ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560


จุดที่ 2 นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของยังชีพและปัจจัย นำไปถวายวัดและประชาชนผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 300 ครัวเรือน ณ วัดทุ่งสว่างอารมณ์ และวัดป่าธรรมารมณ์ ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด  ซึ่งในวันนี้พื้นที่บริเวณรอบวัดป่าธรรมารมณ์ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ต้องใช้เรือในการสัญจร วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2560 

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ผู้บริหารคณาจารย์ศิษย์เก่าพธบ.รุ่น 36"มจร"ช่วยน้ำท่วมร้อยเอ็ด

วันที่ 6 สิงหาคม 2560 ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และศิษย์เก่า พธบ.รุ่น 36 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมด้วยคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี นำโดยพระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรีและคณะสงฆ์จังหวัดร้อยเอ็ด ลำเลียงสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของยังชีพและปัจจัย ด้วยรถบรรทุก 2 คัน, กระบะ 1 คัน, รถตู้ ๕ คัน จากวัดบุรพาภิราม อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ไปยังวัดบ้านโพธิ์ตาก ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อนำไปถวายวัดและประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอเสลภูมิ  ซึ่งในพื้นที่น้ำท่วม 6 วัด 16 หมู่บ้าน จำนวน 1,175  ครัวเรือน จุดแรกนำไปมอบให้ที่วัดโพธิ์ตาก ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด


คนไทย-สวีเดนถวายอาลัย"ร.9"-บริจาคช่วยน้ำท่วม



"เจ้าคุณสวีเดน" นำคนไทย เอเชีย และสวีเดน ร่วมถวายอาลัยแด่ "ในหลวงร.9" ถวายพระพรชัยมงคลแด่ "พระราชินีและในหลวงร.10" ในงาน "เอเชียติก" โชว์วัฒนธรรมประจำชาติ เตรียมจัดงานวันแม่แห่งชาติ


พระวิเทศปุญญาภรณ์ (บุญทิน) หรือเจ้าคุณสวีเดน  เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศสวีเดน  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองลูเลียว บูเดน ประเทศสวีเดน และใกล้เคียง  ได้ร่วมกันจัดงานเอเชียติกขึ้น ที่ HÄGNAN ซึ่งบริเวณที่จัดงานเป็นทที่รวมเมืองเก่ากว่า 700 ปี โดยรวมกันหลายชาติจากเอเซีย เพื่อนำวัฒนธรรมของแต่ละชาติมาร่วมกันแสดงโชว์ ภายใต้การสนับสนุนคอมมูนลูเลียวสมาคมไทยและวัดพุทธาราม บูเดน  โดยมีการขายสินค้าและอาหารไทยทุกภาค  พร้อมทั้งการแสดงโชว์ต่างๆ ในงานเกิดความประทับใจแต่ชาวนานาชาติ  ซึ่งมีผู้ร่วมงานประมาณ 500 คน กิจกรรมลักษณะนี้ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี


ภายในงานอาตมาได้นำชาวไทยและชาวสวีเดนยืนถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ราชกาลที่ 9  ตามด้วยร้องเพลงสรรญเสริญพระบารมีเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความทราบซึ้งและประทับใจยิ่ง  พร้อมกันนี้ยังได้นำแสดงความเป็นห่วงใยต่อเหตุการณ์น้ำท่วมที่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้ชวนเชิญให้ผู้มาร่วมงานบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย








สำหรับงานไทยที่จะจัดขึ้นในครั้งต่อๆ ไป อย่างเช่น วันที่ 12 สิงหาคม2560 ทางวัดพุทธารามร่วมกับสถานทูตไทยที่กรุงสตอกโฮล์ม จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันแม่แห่งขาติและงานประจำปีของวัดพุทธาราม วาร์มเดอ ซึ่งจะมีพิธีการทางสงฆ์และตลาดไทย พร้อมทั้งมีการแสดงๆ การบันเทิงด้วย ที่ Värmdö bygdegård Hemmesta  ใกล้กรุงสตอกโฮล์ม 


ครั้งต่อไประหว่างวันที่ 23-25 กันยายน  2560  วัดพุทธารามและเทศบาลเมืองบูเดน จะร่วมกันจัดงานไทยขึ้นอีกครั้งที่บริเวณวัดพุทธารามที่เมืองบูเดน ภาคเหนือของประเทศสวีเดน  คาคว่าจะมีชาวไทยชาวสวีเดนและนานาๆ ชาติ ร่วมงานมากกว่าพันคน เพราะภายในงานจะมีการแสดงศิลปวัฒนะธรรมและโชว์ต่างๆ ซึ่งจะมีดารานักร้องจากประเทศไทยเช่น ซ่าร์มาหว้อ ศิลปินสามสิม  และการโชว์มวยไทย นวดไทย และสินค้าโอทอปไทย  ร่วมทั้งการโชว์การตำส้มตำแชมป์โลก ในงานนี้นอกจากจะได้ชมการแสดงต่างๆ แล้วจะได้เข้าชมพิพิธภัณทหารด้วยเนื่องจากบริเวรรอบวัดปัจจุบันยังเป็นศูนย์ราชการและมีการจัดแสดงรถเก่าที่ใช้ในสงครางและกองทับของประเทศสวีเดนให้ชมอีกด้วย


"นอกจากทางศิษยานุศิษย์ อุบาสกอุบาสิกาจึงได้ถือฤกษ์วันที่ 27 เดือนสิงหาคม 2560 เป็นมงคลจัดถวายมุทิตาจิตแก่อาตมา เนื่องในโอกาสที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระวิเทศปุญญาภรณ์   โดยจะเน้นความเรียบง่าย แต่อย่างไรก็ตามทราบว่าจะมีผู้ร่วมมุทิตาจิตในครั้งนี้จากหลายประเทศในยุโรป ร่วมทั้งบรรดานักร้องต่างจากประเทศไทยที่จะมาร่วมแสดงในงานอีกด้วยเช่น คุณเดือนเพ็ญ อำนวยพร เจ้าของเสียงเพลง "เมื่อไรจะพอ"  ที่ดังแบบลูงทุ่งหมอลำอีสาน และยังมีการประชันกลองยาวแบบไทยจากประเทศฟินแลนด์ สวีเดน และนอเวย์อีกด้วย คนไทยที่อยู่ในประเทศแถบยุโรปสามารถร่วมงานในครั้งนี้ได้" พระวิเทศปุญญาภรณ์ กล่าว

แขวงอุดมไชยวิกฤติ!น้ำหลากพัดดินโคลนรุนแรง


วันที่ 5 ส.ค.2560 หลังจากพายุโซนร้อนได้ถล่มประเทศลาวและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่แขวงอุดมไชย ประเทศลาวได้เกิดน้ำหลากถึงขึ้นวิกฤติ

 

วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"668,225บาท"ยอดบริจาคฟุตบอลช่วยน้ำท่วมภาคอีสาน

ยอดบริจาคฟุตบอลนัดพิเศษช่วยน้ำท่วมภาคอีสาน 668,225 บาท สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้สำนักงานเลขานุการฯร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลตั้งจุดบริจาคช่วยอีกทาง


ตามที่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 17.00 น. ที่สนามฟุตบอล กกท.1 ได้มีการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษช่วยน้ำท่วมภาคอีสาน  “คนกีฬาร่วมใจช่วยน้ำท่วมชาวอีสาน” เพื่อนำเงินรายได้จากกิจกรรมครั้งนี้ไปมอบให้ผู้ประสบอุทกภัย หลายจังหวัด ทางภาคอีสาน


โดยกิจกรรมครั้งนี้มี 6 ทีม เข้าร่วม ได้แก่ ทีม วีไอพี กกท.นำทีมโดย “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) , ทีม วีไอพี ส.กีฬาฟุตบอลฯ นำโดย พลตำรวจโท พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, ทีม วีไอพี ของพระมหาสมปอง นำทีมโดยท่านพระมหาสมปอง, ทีม วีไอพี ธ.อิสลาม, ทีม วีไอพี สื่อมวลชน และ ทีม ชมรมคนรักสิงห์ พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ เอกชนสื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง


โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดย พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ และ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบอุทกภัย ทางภาคอีสาน เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ด้วย


นอกจากนี้ ทาง กกท. ได้บริจาคเงินช่วยเหลือเป็นเงิน 500,000 บาท, บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รวมบริจาค 20,000 บาท, บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด ผู้ผลิตชุดแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย โดยคุณ วสุธีร์ กิติปรียาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ร่วมบริจาค 20,000 บาท, พระมหาสมปอง ร่วมบริจาคเงินอีก 10,000 บาท


ทั้งนี้มีผู้ร่วมบริจาคช่วยเหลือรวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 668,225 บาท  โดยเงินทั้งหมดจะนำไปมอบให้กับรัฐบาล เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทางภาคอีสานต่อไป


อย่างไรก็ตามการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมยังมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน่วยงานช่วยรวบรวมรับบริจาคเครื่องอุปโภค เช่น เวชภัณฑ์และยา มุ้ง ตลอดจนเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ เป็นการบรรเทาทุกข์สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ประสงค์จะโดยเสด็จพระกุศล สามารถนำสิ่งของต่างๆ หรือปัจจัยสำหรับจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็น ไปมอบได้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาล (สถานีตำรวจในเขตกรุงเทพมหานคร) ทุกแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร และที่ปะรำภายในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อรวบรวมจัดส่งไปยังจังหวัดสกลนครและนครพนม สำหรับแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงเช้าวันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม 2560  โยขบวนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ จะออกจากวัดราชบพิธ ในเวลาบ่ายวันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม 2560


ขณะที่พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค จำนวน 160  ถุง น้ำดื่ม 110  แพ็ค และเงินจำนวน 5,000 บาท และครอบครัวละ 100 บาท 150  ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 20,000  บาท ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วม ในเขตพื้นที่ ตำบลหนองบอน


ทางด้านมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตขอนแก่นหลังจากเปิดรับบริจาค ได้กำหนดการออกเดินทางไปช่วนภัยน้ำท่วมที่ จังหวัดสกลนคร เวลา 08.00 น. โดยมีจุดช่วยเหลือดังนี้ จุดหมายที่ 1 ที่ อำเภอเจริญศิลป์  จุดหมายที่ 2 ที่ อำเภวานรนิวาส  จุดหมายที่ 3 ที่ ตำบลธาตุ จุดที่โดนน้ำท่วมมาก โดยคำเชิญชวนร่วมขบวนว่า "ป่ะๆ ไปส่งข้าวพี่น้องสกลนคร ถ่าเด้อพี่น้องกำลังไปส่งข้าว ก่องใหญ่อยู่" ขณะที่สมาพันธ์จิตอาสาชาวใต้ก็ลำเลียงถุงยังชีพไปช่วยพี่น้องชาวอีสานเช่นกัน ทางด้านครอบครัวสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยา ซึ่งได้ร่วมกับวิทยาลัยสงฆ์นครนครพนม นำโดยพระครูสิริเจติยานุกิจ และคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิต ร่วมกันจัดแจงสิ่งของเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงพื้นที่ช่วยเหลือช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบมหาอุทกภัยในพื้นที่ วัดท่าลาด ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ในเวลา 10:00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2560นี้






กดไลค์แชร์ชม!ภาพพระลอยคอช่วยน้ำท่วมผู้ประสบภัยอีสานถึงบันไดบ้าน

เหตุการณ์อุทกภัยพิษพายุโซนร้อน "เซินกา" ถล่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสกลนคร หลายภาคส่วนได้ออกมาช่วยเหลือในด้านต่างๆ  ร่วมถึงคณะสงฆ์ทุกระดับได้สั่งการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งให้อาหารทางกายและอาหารใจ พร้อมกันนี้ได้มีการเผยแพร่ภาพผ่านทางสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และมีภาพที่น่าประทันใจยิ่ง คือภาพที่พระสงค์ได้ลอยคอเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถึงบ้าน และมีการกดไลค์ แชร์ ชม ภาพนี้เป็นอย่างมาก จึงขอขอบคุณเจ้าของภาพมาเป็นโอกาสนี้และขออนุโมทนาบุญด้วยที่คนไทยไม่ทิ้งกัน

วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

"พุทธะอิสระ"ป่วยใจอยากช่วยน้ำท่วม-2มส.สั่งการแล้ว

"พุทธะอิสระ"ป่วยใจอยากช่วยน้ำท่วม เหน็บ มส.จะนอนอยู่แต่ห้องแอร์หรือ ขณะที่ 2 มส.ได้สั่งการดำเนินการช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว



วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 เฟซบุ๊กหลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) ได้โพสต์ว่า คนไทยต้องไม่ทิ้งกัน


เห็นข่าวน้ำท่วมที่ภาคอีสานในหลายจังหวัด ทำให้รู้สึกห่วงใย คิดถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องอีสานที่ประสบอุทกภัย ใจอยากจะนำข้าวสารอาหารแห้งหยูกยาและน้ำดื่ม เดินทางไปช่วยเหลือ หรือไม่ก็ไปตั้งโรงครัวทำอาหารเลี้ยง แต่ด้วยสภาพร่างกายที่นอนป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ และโรคเลือดข้น ต้องนอนให้น้ำเกลืออยู่ที่กุฏิ จึงไม่สามารถเดินทางไปด้วยตนเอง

พอดีตั้งแต่เข้าพรรษามา ออกเดินบิณฑบาตทุกวัน ลูกหลานได้ใส่บาตรถวายปัจจัย ให้เณรนับ รวบรวมได้ 200,000 บาทเศษ จึงให้เจ้าออยพี่ชายเจ้าเฉาก๊วยที่พากันมาเยี่ยมอาการป่วยโทรไปหาชูใจ เลขามูลนิธิธรรมอิสระ แจ้งให้ พล.อ.วรเดช เป็นตัวแทนของมูลนิธิ นำเงินไปร่วมบริจาคช่วยน้ำท่วมที่สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท พร้อมน้ำดื่มน้ำใจอีก 1 พันโหล


ความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องภาคอีสานครั้งนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสมาก ใครมีอะไรที่พอจะส่งไปช่วยกันได้ก็ขอให้ช่วยๆ กัน คนไทยจะต้องไม่ทอดทิ้งกัน  พร้อมร่วมกันให้กำลังใจ ขอให้พวกเขาเข้มแข็งยืนหยัด สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ หากฉันสุขภาพดี ใจอยากลงพื้นที่ไปตั้งโรงครัวช่วยเหลือพี่น้องที่เขายากลำบากด้วยตนเอง ยิ่งให้ได้เห็นภาพอันงดงามที่พระภิกษุร่วมด้วยช่วยกันทำอาหาร นำอาหารลุยน้ำไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย เห็นแล้วสบายตาสบายใจยิ่งนัก รู้สึกภูมิใจที่พระสงฆ์ไทยยังมีน้ำใจ ให้สังคมไทยได้พึ่งพา


แล้วพวกกรรมการมหาเถรล่ะ จะนั่งนอนสบายอยู่ในห้องแอร์ ไม่คิดจะช่วยเหลือวัดในภาคอีสานที่ถูกน้ำท่วมกันบ้างหรือ


พุทธะอิสระ"


ขณะที่พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ในเบื้องต้นได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่วัดยานนาวา วัดบรมสถล (ดอน) และวัดพระราม 9 เพื่อเชิญชวนสาธุชนร่วมปันน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย ในเบื้องต้นได้ถวายปัจจัยไปที่กองงานสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร เพื่อดำเนินจัดปรุงภัตตาหารเช้า - เพล และน้ำดื่มถวายพระภิกษุสามเณรและมอบแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ในเร็ววันนี้จะจัดคณะทำงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ลงพื้นประสบอุทกภัยเพื่อเยียวยาและเสริมกำลังใจพระภิกษุสามเณรและผู้ประสบภัยในครั้งนี้


พร้อมกันนี้ พระมงคลวชิรากร เลขานุการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ได้เปิดเผยว่า ขอเชิญสาธุชนร่วมปันน้ำใจ โดยโอนปัจจัยผ่านธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี วัดยานนาวา (ศูนย์สงเคราะห์ฯ) เลขบัญชี 010 - 0 - 45165 - 9 สามารถแจ้งความประสงค์รับอนุโมทนาบัตรได้ที่ กองงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร โทร.02 672 3216


พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา กำลังประสานหน่วยงานราชการ สมาคม หน่วยงานเอกชน เพื่อร่วมพลังในการถวายเครื่องอุปโภค สมณบริโภค ผ้าไตรจีวร แด่พระภิกษุสามเณร และประชาชนทั่วไป หากผู้ใดมีกุศลเจตนาแจ้งศรัทธาได้ที่ 084-455-5855 , 086-220-3181 (ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น http://www.banmuang.co.th/news/region/86927)


ทางด้านพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร., (ประยูร ธมฺนมจิตฺโต) กรรมการมหาเถรสมาคมเช่นกัน  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้มอบหมายคณะทำงาน จัดชุดข้าวสาร อาหาร ยา เวชภัณท์ เป็นหมวดหมู่ เพื่อส่งไปช่วยเหลือ พี่น้องจังหวัดสกลนคร ในวันที่ 1 ส.ค.  (ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น http://www.banmuang.co.th/news/region/86941)

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

รถยนต์จมน้ำท่วม"ช่างจันทร์"แนะผ่อนหนักเป็นเบา


วันที่ 31 ก.ค.2560 จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดสกลนครทำให้มีรถยนต์จมน้ำเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เฟซบุ๊กช่างจันทร์ได้แนะนำการผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาความว่า #รถที่จมน้ำทุกคันมีทางแก้เคยเจอมาแล้ว เมื่อปี 2554  #ช่างจันทร์ขอแนะนำ รถที่จมน้ำในตอนนี้!๚


1. ถอด แบ็ตเตอรี่ ออกหนึ่งข้าง บวก หรือ ลบ ก็ได้  2. เอามือถือ ถ่ายรูปรถทุกจุดที่น้ำเข้า 3. ถ่ายรูปตอนน้ำท่วมสูงสุดจะได้รู้ว่าถึงจุดใหนของรถ 4. พอน้ำลง พอน้ำลงโทรตามปะกันมาซ่อม


5.  ปะกันมาดูรถให้ใส่แบ็ต ขอติดเครื่อง,#ห้ามเด็ดขาด เพราะน้ำเข้าท่อไอดี ไปอยู่ที่หัวลูกสูบ พอติดเครื่อง น้ำก็จะอัดในห้องเครื่องทำให้ก้านสูบคด งอพังในที่สุด ซ่อมใหม่ก็ หลายๆหมื่น เลยทีเดียว  6.  ให้ปะกันลากเข้า 0 บริการ พร้อมทำหนังสือว่าจะรับผิดชอบ ทุกอย่าง ทำให้เหมือนเดิม แล้วเซ็น


7. คนใหน #ไม่มีปะกัน ให้ทำตาม ช่างจันทร์ บอกต่อไปนี้

7.1 ถอดแบ็ต

7.2 เอาลมเป่า ตามปั๊กไฟทุกจุด และถอดกล่อง ECU มาเป่า ,ใช้ลมเป่า เบาๆ หรือไดเป่าผมก็ได้ แล้วตากแดน 20 นาที [กล่องจมน้ำไม่พัง #ถ้าลมเป่าแรงๆพังเลย กล่องพวกนี้เขามีน้ำยาเคลือบมาแล้ว จมน้ำเลยไม่เสีย แต่ใส่แบ็ต ผิดเสียเลย เปลี่ยนใหม่ หลัก หมื่น

7.3 ถ่ายน้ำมันเครื่อง เกียร์ เฟืองท้าย ทิ้ง เติมใหม่

7.4 รถ #เบนชิล ถอดหัวเทียนออก ติดเครื่อง 3 วิ ทำแบบนี้ 3 ครั้ง ครั้งแรกน้ำพุ้งออกรูหัวเทียนมาก #ห้ามลืมถอดหัวเทียน นะ ก้านสูบคด เสีย เงินหมื่น

7.5 #เครื่องดีเชล ถอดหัวฉีด หรือหัวเผาก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วติดเครื่อง 4 วิ ทำ 4 ครั้ง

7.6 ปะกอบคืน ล้างถังน้ำมันเชือเพลง เติมใหม่ แล้วติดเครื่องได้เลย #เย้ๆดีใจ เครื่องติดแล้ว ทำตามที่บอก อย่าข้ามขั้นตอน แค่นี้ ก็ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

7.7 เมื่อเครื่องยนต์ ติดแล้ว เข้าเกียร์ไม่ได้ วิ่งไม่ได้ เพราะ ผ้าครัชติดกับหวีครัช #ไม่ต้องยกเกียร์ให้ลำบาก ทำง่ายๆ นาทีเดียวก็ ดีเยี้ยม #เข้าเกียร์ 2 ติดเครื่อง 8 วินาที ใช้ได้เลย ,ใช้ได้ 2,000 โล เปลี่ยนลูกปืนครัชใหม่ ราคาไม่ถึงพัน


8 มอไซค์ ที่จมน้ำ

8.1 ให้ทำทุกอย่าง เหมือน 7.1ถึง7.6 มอไซค์ ดีอย่าง แบ็ตเตอรรี่ จมน้ำไม่เสีย ,แบตแห้งใง  #คนไหนอ่านจบ คนนั้นเป็นคนดีของสังคม แล้วแชร์ให้เพื่อนๆที่ อยู่ จ.สกลนคร และทุกคนที่รถจมน้ำ อย่างน้อย ช่างจันทร์ ก็ถือว่าได้ช่วย ได้ บุญ,,ส่วน #คนที่กดแชร์ ก็ได้บุญใหญ่ คนไทยช่วยกัน ช่วยกันนะคาบบบบบ

เจ้าคณะสกลนครมอบสิ่งของช่วยชาวคริสต์ท่าแร่


บทบาท"คณะสงฆ์ไทย-ลาว"ซับน้ำตาผู้ประสบภัย"เซินกา" เจ้าคณะสกลนครมอบสิ่งของช่วยชาวคริสต์ท่าแร่


จากอิทธิพลพายุโซนร้อน "เซินกา" ปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือ รวมถึงเพื่อนบ้านอย่างเช่น ลาว กัมพูชา และเมียนมา ส่งผลให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เกิดน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่ ที่หนักสุดคือจังหวัดสกลนคร และขณะนี้มวลน้ำกำลังไหลบ่าเข้าท่วมจังหวัดนครพนมแ ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง


หลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อย่างเช่น วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาได้มีคณะดารา นักร้อง อย่างเช่น "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" "ขวัญดี ขวัญเด่น" "ก้อง ห้วยไร่" และ"โต่โน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์"




พร้อมกันนี้ได้เห็นภาพคณะสงฆ์ได้ออกมาช่วยเหลือตั้งโรงทาน  ทำอาหาร พายเรือไปแจกญาติโยมตามบ้านเรือน พร้อมกันนี้มีการตั้งศูนย์ประสานงานด้านการข่าวสารและรับบริจาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร วัดหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ภายใต้การนำของพระราชวิสุทธินายก เจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะจังหวัดสกลนครฝ่ายธรรมยุต ได้สั่งการให้พระภิกษุและสามเณร รวมถึงญาติโยมให้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากเจ้าอธิการส่งศักดิ์ ขนฺติพโล รักษาการเจ้าคณะอำเภอศรีสงคราม (ธรรมยุต) เจ้าอธิการตุ๊ สุจิตฺโต เจ้าคณะตำบลสามผง พร้อมคณะสงฆ์และญาติโยม ร่วมเดินทางไปทำโรงทานช่วยผู้ประสบอุทกภัยด้วย



และการช่วยเหลือนั้นก็ไม่เลือกชาติชั้นวรรณะ หรือศาสนา วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา พระราชวิสุทธินายก และหลวงพ่อประยงค์ เจ้าอาวาสวัดป่าคำเจริญ ในตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเจริญศิลป์(ธรรมยุต)   พร้อมคณะได้เดินทางไปมอบอาหารและน้ำดื่มแก่ชุมชนบ้านท่าแร่ อ.ท่าแร่  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายเวียดนามซึ่งนับถือคริสตศาสนาอาศัยอยู่


ด้านมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ดำเนินการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มจร วิทยาเขตขอนแก่น ภายใต้การนำของพระโสภณพัฒนบัณฑิต รศ.ดร. รองอธิการบดี  และมีตำแหน่งทางการปกครองคือรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น(มหานิกาย) ได้มอบหมายให้สมัชชาพระนิสิตพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือดำเนินการช่วยเหลือ โดยวันที่ 27 ก.ค.ได้เข้ามอบสิ่งของเร่งด่วนแก่เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายศรีพัชริทนร , กู้ภัยตำรวจทางหลวง , มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ , ศูนย์ข่าวทานตะวันขอนแก่น , มูลนิธิจิตกุศล , ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 และจนท.ผู้เกี่ยวข้อง วันที่ 28 ก.ค. ได้มอบสิ่งของสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหาร โดยมีพันเอกสุจิรชัย มหาธรรม หัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร และวันที่ 30 ก.ค.พระโสภณพัฒนบัณฑิตได้สั่งการให้ตั้งจุดบริจาคเพื่อนำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง


ขณะที่ มจร ส่วนกลางที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระอาจารย์หรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษาระดับป.โท-เอก ได้ประสานพระมหาคาวี เจ้าอาวาสวัดสะพานคำ  อ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาพุทธศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์ ได้ตั้งจุดช่วยเหลือ และทราบว่า ขณะนี้ต้องการน้ำดื่มเป็นจำนวนมาก  จึงได้แจ้งให้นิสิตหลักศูตรสันติศึกษาทุกคนได้ทราบว่า ขณะนี้ พี่น้องเราชาวภาคอีสานเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดสกลนครและใกล้เคียง กำลังประสบมหาอุทกภัยอย่างรุนแรง เพื่อช่วยกันเติมน้ำใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย  หลักสูตรสันติศึกษาจึงมีความประสงค์ที่จะช่วยสนับสนุนน้ำดื่มสันติศึกษาชุดแรก จำนวน 50,000 ขวด  และอาจจะเพิ่มเติมตามความจำเป็นในโอกาสต่อไป


นอกจากนี้ในส่วนต่างๆ ของ มจร ได้เปิดรับบริจาคเพื่อนำสิ่งของไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามจุดต่างๆ เช่นกัน


สำหรับมหาเถรสมาคม โดยพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่วัดยานนาวา วัดบรมสถล (ดอน) และวัดพระราม 9  เพื่อเชิญชวนสาธุชนร่วมปันน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัย วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกาย จ.ปทุมธานี ช่วยกันบรรจุอาหารแห้งกว่า 1,000 ชุด เตรียมลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สกลนคร


พระราชภาวนาโสภณ เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะประธานมูลนิธิเทพารักษ์ ได้นำคณะศิษยานุศิษย์ ผู้มีจิตศรัทธา นำเครื่องอุปโภค บริโภค ปัจจัย ของใช้จำเป็นนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ที่เกิดอุทกภัย ตามหน่วยให้ความช่วยเหลือในเขตจังหวัดสกลนคร เนื่องจากเป็นเขตติดต่อ


พระครูไพศาลธรรมประสุต เจ้าคณะอำเภอทุ่งศรีอุดม พร้อมคณะสงฆ์อำเภอทุ่งศรีอุดม ได้เดินทางลงพื้นที่ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านคำตาว บ้านคำสำราญ ต.ตบหู อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี


คณะสงฆ์วัดหนองแวง พระอารามหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระธรรมวิสุทธาจารย์ ทป.จภ.9 เจ้าอาวาส  พร้อมด้วยโรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา ร่วมส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบอุทกภัยในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์  จังหวัดสกลนคร เป็นถุงยังชีพ..1,600 ชุด


พระครูภาวนากิจจาทร พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบ้านเก่าบ่อออกเยี่ยม ลงเรือและให้กำลังใจญาติโยมบ้านดอนว่าน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ


นอกจากนี้พระลาวก็ได้ส่งกำลังใจช่ายเหลือคนไทย ทั้งๆที่ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน "เซินกา" หนักไม่แพ้ประเทศไทย อย่าเช่นเช่นเฟซบุ๊ก Monk Phongsavanh Anousinh ซึ่งเป็นพระจากวัดหลัก นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว ที่ทำงานที่มูลนิธีช่วยเหลือกคนตกทุกข์ได้ยากแห่ง สปป.ลาว ได้โพสต์ข้อความว่า  "ຂໍປືກສາພໍ່ແມ່ພີ່ນ້ອງອອກຕົນຍາດໂຍມທຸກຄົນ. ขอคำปรึกษาญาติโยมทั้งหลายด้วยนะครับ.อยากเอาน้ำใจจากคนลาวไปช่วยพ่อแม่พี่น้องญาติโยมอยู่ที่จังหวัดสกลนครที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม, จะทำยังไงมีวิธีแนะนำด้วย" และล่าสุดได้โพสต์ว่า "ญาติโยมชาวจังหวัดสกลนครเตรียมรับน้ำใจจากคนลาวทั้งประเทศพบกันในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560"


จะเห็นได้ว่าภาพการบริการสังคมของคณะสงฆ์ไทยและคณะสงฆ์อาเซียนมีภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชนมากขึ้น และเพื่อให้การทำงานมีกระบวนการ แผน มากขึ้น และต้อการสร้างพระสงฆ์รุ่นใหม่ที่มีความพร้อมเป็นนักพัฒนาทั้งทางด้านกาย จิต ปัญญา เเละสังคม ผ่านการอบรมในหลักสูตรการพัฒนาพระสงฆ์นักพัฒนาต้นเเบบสุขภาวะ มีทั้งกิจกรรมเรียนรู้จากพระสงฆ์ต้นเเบบ สัมมนาปฏิบัติการ นำไปสู่การขยายผล ก่อให้เกิดผลต่อสาธารณะในอนาคต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาเเห่งชาติ และ มจร  โดยได้อนุมัติโครงการสังฆพัฒนาวิชชาลัย    โดยมีทีมงานประกอบด้วยพระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ,รศ. ในฐานะหัวหน้าโครงการ,ผศ.ดร.โกนิฏฐ์ศรีทอง นักวิจัย ซึ่งได้มีการประชุมขับเคลื่อนเเผนงานที่จะต้องลงพื้นที่ปกครองคณะสงฆ์ทั้ง 8 ภาค ในช่วงเดือน กันยายน 2560 เป็นต้นไป


อย่างไรก็ตามพระพัฒนาพระสงฆ์นักพัฒนาต้นเเบบสุขภาวะที่มีผลงานปรากฏชัดเป็นรูปธรรมรูปหนึ่งคือพระครูพิพิธสุตาธร (พระมหาบุญช่วย สิรินฺธโร) รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตเชียงใหม่   ซึ่งได้มีผลงานและความเคลื่อนไหวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก"Phramaha Boonchuay Doojai" อย่างต่อเนื่อง



นวัตกรรมออกแบบเรือท้องแบน PVC 10 ฟุต รับมือน้ำท่วม เน้นโครงสร้างเบา-ลอยตัวด้วยโฟม

แนวคิดการประดิษฐ์เรือท้องแบนสำหรับใช้งานในช่วงเกิดอุทกภัยได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้วัสดุหาได้ง่ายและสามารถประกอบได้ในต้นทุนท...