แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565

มหาดไทยโชว์ผลผลิตโคกหนองนาสดจากพื้นที่ ในงาน SX 2022 "พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก" ศูนย์สิริกิติ์

วันพุธที่ 28 กันยายน 2565 เวลา 16.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกิจกรรม Live Action จากในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นภายในงานแสดงนิทรรศการนานาชาติ "การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Sustainability EXPO 2022 หรือ SX 2022 ในระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่ากิจกรรมดังกล่าวได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก และได้มีการดำเนินการถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ Facebook กระทรวงมหาดไทย PR ด้วย 

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กิจกรรมภายในบูธของกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 นิทรรศการผลการดำเนินงาน/โครงการสำคัญที่ทุกกรม รัฐวิสาหกิจ และทุกจังหวัดร่วมดำเนินการ กิจกรรมที่ 2 Live Action จากในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ กิจกรรมที่ 3 การฝึกปฏิบัติ “พึ่งตน เพื่อโลก เพื่อเรา” และกิจกรรมที่ 4 มหาดไทยปันสุข โดยนำผลผลิตเกษตรอินทรีย์ สินค้าจากชุมชน จาก เครือข่าย ปันบุญ ปันน้ำใจ มาร่วมแบ่งปัน ให้กับผู้เข้าร่วมงาน

สำหรับกิจกรรมที่ 2 Live Action จากในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ นั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 11 เรื่อง 65 โครงการ ประกอบด้วย (1) ชุมชน SDGs จำนวน 6 โครงการ (2) โคก หนอง นา จำนวน 5 (3) ผ้าไทยใส่ให้สนุก จำนวน 11 โครงการ (4) OTOP นวัตวิถี จำนวน 6 โครงการ (5) งาน บ ว ร จำนวน 2 โครงการ (6) การจัดการขยะและถังขยะเปียกลดโลกร้อน จำนวน 3 โครงการ (7) คลองสวยน้ำใส จำนวน 4 โครงการ ( อำเภอนำร่อง 4 ภูมิภาค 17 อำเภอ (9) อปท. ต้นเเบบศูนย์บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จำนวน 4 โครงการ (10) สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา จำนวน 5 โครงการ และ (11) จัดที่ดินสาธารณประโยชน์ที่มีการบุกรุกเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ จำนวน 2 โครงการ 


ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจชมงานในส่วนของกิจกรรมที่ 2 Live Action จากในพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ผ่านการถ่ายทอดสดจากพื้นที่จริง ตั้งแต่เวลา 10.30 – 18.00 น. ระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 โดยในแต่ละวันจะมีตารางการถ่ายทอดสดในแต่ละโครงการสลับสับเปลี่ยนและหมุนเวียนกันไปจบครบทุกโครงการ อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่สะดวกเดินทางมายังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็สามารถร่วมรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางเพจ Facebook กระทรวงมหาดไทย PR ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการรับชมกิจกรรม Live Action ดังกล่าว 


นายสุทธิพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การถ่ายทอดสดกิจกรรม Live Action จากสถานที่ Best Practice ต่าง ๆ ข้างต้น ถือเป็นเครื่องเตือนใจ และเป็นการตอกย้ำว่า “คนมหาดไทย ผู้นำท้องที่ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” คือบุคคลสำคัญผู้เสียสละ อุทิศตนเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และนำพาสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งเราขอสัญญาไว้ ณ ที่นี้ว่า จะไม่หยุดการสร้างความสำเร็จไว้เพียงแค่วันที่ 2 ตุลาคม 2565 ในงาน SX2022 แต่เท่านั้น แต่จะยังคงมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งที่จะร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนาไปพร้อมกับพี่น้องภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาและยกระดับภารกิจที่ทำอยู่ในวันนี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้ประเทศไทยได้ก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคน ให้ได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ นำเสนอสร้างการรับรู้ให้กับสาธารณชนและสายตาประชาคมโลกได้รับทราบ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในทุกระดับ 


พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Sustainability EXPO 2022 (SX2022) ในระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมกันแสดงพลังทำให้โลกรู้ว่า คนไทยทุกคนเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และจะร่วมกันขยายผลความสำเร็จ เพื่อ Change for Good สู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาคนในทุกช่วงวัยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บนพื้นฐานวิถีชีวิตที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และผนึกกำลังเป็นภาคีเครือข่ายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมในทุกมิติอย่างยั่งยืน ใน 76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน เพื่อคนไทยกว่า 69 ล้านคน “โลกนี้เพื่อเรา”

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

มหาดไทยพร้อมแล้ว! นำผลผลิตโคกหนองนา ปันสุขกลางกรุงศูนย์สิริกิติ์ 26 ก.ย.-2 ต.ค.นี้

พร้อมแล้วกับกิจกรรม “มหาดไทยปันสุข” สุดปลื้ม “เครือข่าย ปันบุญ ปันน้ำใจ” ฟื้นฟูวิถีการให้ ร่วมส่งผลผลิตจาก โคก หนอง นา ของครัวเรือนและชุมชนต้นแบบ และผลผลิตจากเครือข่ายอีกมากมาย ในงาน SX 2022 ระหว่างวันที่ 26 ก.ย. – 2 ต.ค. นี้


วันที่ 25 กันยายน 2565  เวลา 18.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกิจกรรมมหาดไทยปันสุขของกระทรวงมหาดไทยที่จะจัดขึ้นภายในงานแสดงนิทรรศการนานาชาติ "การขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ในงาน Sustainability EXPO 2022 หรือ SX 2022 ในระหว่างวันที่ 26 ก.ย. – 2 ต.ค. 65 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่าขณะนี้ได้รับผลผลิตจากแปลงโคก หนอง นา และผลผลิตอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมากมาจากภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศแล้ว

 

นายสุทธิพงษ์  กล่าวว่า กิจกรรม “มหาดไทยปันสุข” ของกระทรวงมหาดไทย เป็นกิจกรรมการกุศลผ่าน “เครือข่าย ปันบุญ ปันน้ำใจ” โดยได้รับการสนับสนุนผลผลิตจากแปลงโคก หนอง นา และผลผลิตอื่น ๆ จากภาคีเครือข่าย ทั้งเกษตรกร โคก หนอง นา กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มผู้นำชุมชนต้นแบบ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ มีทั้ง ผัก ผลไม้ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ เช่น น้ำพริกมะขาม กล้วยไส้มะขามอบเทียน สบู่น้ำผึ้งชาโคล ผงถ่านจากไม้ไผ่ เป็นต้น เพื่อให้ทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมงานสามารถนำไปบริโภค รับประทาน หรือนำไปฝากพี่ ๆ น้อง ๆ ญาติผู้ใหญ่ ได้โดยไม่ต้องซื้อ เพียงร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธาแทน ทั้งนี้ขอให้พกถุงผ้ามาด้วย เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก โดยจะนำรายได้จากการร่วมบริจาคทั้งหมด ไปสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ประจำปี พ.ศ. 2565 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เรียกได้ว่า อิ่มทั้งกายและอิ่มทั้งใจ ทั้งจากเครือข่ายผู้ให้ และผู้รับที่เข้าร่วมเยี่ยมชมงาน


ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่กระทรวงมหาดไทย ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมมหาดไทยปันสุข เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่เป็นเสียงสะท้อนจากพื้นที่ ด้วยการแสดงพลังแห่งการให้ตามฐานะและกำลัง มีน้อยให้น้อย มีมากให้มาก ส่งผลผลิตจากแปลงโคก หนอง นา และผลผลิตอื่น ๆ มาแบ่งปันให้กับผู้เข้าชมงาน อาทิ พระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ และที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทยพระนักพัฒนา จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่เป็นพื้นที่มหานครโคก หนอง นา ท่านก็ได้ส่งผลผลิตจากแปลงโคก หนอง นา เข้ามาร่วมในงานครั้งนี้ด้วย 

.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Sustainability EXPO 2022 (SX2022) ในระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 2 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเชิญรับน้ำใจในกิจกรรม “มหาดไทยปันสุข” จากพี่น้องภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “Our Loss is Our Gain ขาดทุน คือ กำไร ยิ่งให้ไป ยิ่งได้มา” และอย่าลืมพกถุงผ้ามาด้วย 


พร้อมแสดงพลังทำให้โลกรู้ว่า คนไทยทุกคนเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และจะร่วมกันขยายผลความสำเร็จ เพื่อ Change for Good สู่เป้าหมายเพื่อการพัฒนาคนในทุกช่วงวัยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บนพื้นฐานวิถีชีวิตที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และผนึกกำลังเป็นภาคีเครือข่ายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมในทุกมิติอย่างยั่งยืน ใน 76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน เพื่อคนไทยกว่า 69 ล้านคน “โลกนี้เพื่อเรา”

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565

"อบจ.สุรินทร์" จัดโครงการตลาดนัดอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงต่อยอดสร้างอาชีพ

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2565 ที่โดมโรงเรียนประสาทวิทยาคาร อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โดยนายพรชัย มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดโครงการตลาดนัดอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการร่วมกับอำเภอปราสาท โดยมีนางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงาน


โดยภายในงานมีการจัดสาธิตอาชีพจำนวนหลากหลายอาชีพให้ประชาชนที่สนใจเข้าไปฝึกอบรมถึง 31 อาชีพ ทั้งทำขนม การจักสาน การทำเปลญวน การเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ การเลี้ยงไก่ การทำอาหารต่างๆ เพื่อที่จะมีทักษะและความรู้ สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพได้ในอนาคตต่อไป ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากประชาชนที่เข้ามมาร่วมมงานกว่า 300 คน มีนักเรียนให้ความสนใจร่วมกิจกรรมและทดลองฝึกทำจำนวนมาก ขณะที่การสาธิตการทำซูชิ ถือเป็นทีเด็ดในงาน ที่นำมาถ่ายทอดการทำให้กับผู้เข้าร่วมงาน สร้างความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก เป็นการทำซูซิจากข้าวหอมมะลิสุรินทร์ การันตีทั้งสีสันความสวยงามแล้ว ยังมีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้กับซูซิต้นตำรับจากข้างญี่ปุ่นเลยทีเดียว ใครผ่านมาก็ต้องขอชิม แล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจริง


ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มการทำซูชิด้วยข้าวหอมมะลิ บอกว่า เคล็ดลับของซูชิที่ทำออกมานั้นถือเป็นการทำซูชิจากข้าวหอมมะลิของจังหวัดสุรินทร์มาทำ ซึ่งจะทำให้เหนียวนุ่มและมีรสชาติที่อร่อยด้วย ส่วนเครื่องปรุงก็ไม่แตกต่างจากซูชิทั่วไป หากสนใจมาเรียนรู้การทำได้เลย พร้อมถ่ายทอดให้ และน่าจะเป็นอาชีพหนึ่งที่ชาวบ้านสามารถนำไปประกอบอาชีพได้เลย


สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดโครงการตลาดนัดอาชีพเศรษฐกิจพอเพียง โดยบูรณาการร่วมกับอำเภอปราสาทขึ้น เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประกอบอาชีพ ที่สามารถนำมาประกอบอาชีพและสนับสนุนปัจจัยต้นทุนในการประกอบอาชีพ ลงไปสู่ประชาชนที่ขาดโอกาส ในการเข้าถึงการให้บริการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นด้านข้อมูลข่าวสารตลาดแรงงาน การให้บริการจัดหางาน ตลอดจนการแนะแนวอาชีพและการอบรมอาชีพเสริมให้กับประชาชน เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการมีอาชีพ มีงานทำของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งการส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย หรือว่างงาน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน


วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกกำลัง โลตัส รับซื้อ "ฟักทอง" จากเกษตรกรในโครงการอมก๋อยโมเดล

เครือซีพี โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจในเครือฯ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส) เข้ารับซื้อ "ฟักทอง" ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรในโมเดลเกษตรมูลค่าสูง จากโครงการ "อมก๋อย โมเดล" ในพื้นที่บ้านผีปานเหนือ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ โดยเป็นกระบวนการรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกร เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการตลาดและสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกรในโครงการฯ โดยในครั้งนี้เป็นผลผลิตล็อตแรก จากเกษตรกรรุ่นที่ 1-2 จำนวน 7.73 ตัน บนพื้นที่ 5 ไร่ โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 110,000 บาท และส่งจำหน่ายที่ศูนย์กระจายสินค้าโลตัส เขตภาคกลาง


นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โมเดลเกษตรมูลค่าสูง เป็นยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็ง ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินงานโครงการ "อมก๋อย โมเดล" สร้างอมก๋อยน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ นอกจากนี้ยังสนับสนุนต่อยอดให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรนำไปสู่กิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ให้มีความยั่งยืนในด้านการดำเนินธุรกิจ สามารถมีรายได้ที่มั่นคง และคืนผลประโยชน์นั้นให้แก่สังคมและชุมชนต่อไป


การดำเนินงานดังกล่าวฯ เครือซีพี ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจโลตัส ในการลงพื้นที่เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมของเกษตรกร ด้วยการให้คำแนะนำการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง รวมถึงรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร รับซื้อและจัดการผลผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร โดย "ฟักทอง" เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ หรือ Good Agriculture Practices (GAP) ตรงตามมาตรฐานที่โลตัสกำหนด ทั้งขนาด น้ำหนัก สีผิว รวมทั้งเนื้อฟักทองสีสวย นอกจากนี้ในเดือนกันยายน 2565 จะมีผลผลิตจากรุ่นที่ 3-4 อีกกว่า 16 ตัน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกกว่า 144,000 บาท


ทั้งนี้ โครงการ "อมก๋อย โมเดล" สร้างอมก๋อยน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนโครงการ เพื่อฟื้นฟู รักษาป่าต้นน้ำในพื้นที่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผลผลิตและเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน


https://siamrath.co.th/n/378252


ศีขรภูมิสุรินทร์ จัดกิจกรรมเชื่อมโยงอาหารปลอดภัย โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร เชื่อมโยงผู้ผลิตกับลูกค้า

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 นายสมพร พูลเพิ่ม พัฒนาการอำเภอศีขรภูมิ มอบหมายให้นางสุนทรี นวนิล นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนางสาวธันยพร แสนปลื้ม นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ ดำเนินโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจกรรมอาหาร กิจกรรมที่ 2 จัดกิจกรรมเชื่อมโยงอาหารปลอดภัย โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม ร้านอาหาร การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับลูกค้า โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อน “ส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย” ระหว่างนายสนิท ตุ้มทอง บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 9 บ้านอำปึล ตำบลตากูก อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ กับกลุ่มเกษตรพอเพียงบ้านบุละลาย โดย นายมานพ เจือจันทร์ ณ ครัวเรือนนายมานพ เจือจันทร์ บ้านเลขที่ 49 บ้านบุละลาย หมู่ที่ 11 ตำบลแตล อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ โดยได้รับเกียรติจากภาคีภาคส่วนในการเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว จากคณะกรรมการเครือข่ายโคก หนอง นาโมเดลตำบลแตล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแตล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแตล บ้านนาท่ม กำนันตำบลแตล เกษตรตำบลแตล ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลแตล ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และราษฎรบ้านบุละลาย หมู่ที่ 11 ตำบลแตล


ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220830205135811

สุรินทร์เตรียมเชื่อมโยงตลาดกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์

วันที่ 30 สิงหาคม 2565 นางพิรุณวรรณน์ จงใจภักดิ์ พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ มอบหมายให้กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ร่วมประชุมการเชื่อมโยงตลาดกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร กิจกรรมการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ และข้าว GAP ครบวงจร ปีการผลิต 2565/66 บรรลุวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดสุรินทร์ โดยได้ร่วมชี้แจงรายละเอียดให้แก่ ผู้ประกอบการค้าข้าวและกลุ่มเกษตรกรให้เข้าใจก่อนทำสัญญาซื้อขายข้าว(MOU) ระหว่างกันในวันที่ 8 กันยายน 2565


ข้อมูลข่าวและที่มา - https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220830192537759

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2565

พช. กระตุ้นเศรษฐกิจ ชวนเที่ยวไทยวิถีใหม่ กับสุดยอด ๑๐๐ ชุมชน OTOP นวัตวิถี

กรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้ดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ภายใต้ชื่องาน “โอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน” ณ : ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ


นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มีกรอบแนวคิด ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการผลิตและบริการให้สามารถแข่งขันได้ เกิดความยั่งยืน ประชาชน มีคุณภาพชีวิต และมีรายได้ที่ดีขึ้น รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน มีแนวทางเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงธุรกิจของภาคบริการ และพันธกิจกระทรวงมหาดไทย ข้อ 4. เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนภารกิจอำนาจหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน ในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถและความเข้มแข็งของชุมชน


กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดทำโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ในการพัฒนาอาชีพ และสร้างอาชีพในชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้เป็นเครือข่ายและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่สร้างความเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่นอันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นในระยะยาว โดยมีกระบวนการขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาบุคลากรด้าน


การท่องเที่ยว 2.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก 3.การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว 4.การเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวแต่ละท้องถิ่น และ 5 .การส่งเสริมการตลาดชุมชนท่องเที่ยวและมีการจัดประเภทชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ออกเป็น 4 ประเภท ได้ ประเภท A (ชุมชนท่องเที่ยวดาวเด่น) ประเภท B (ชุมชนท่องเที่ยวดาวรุ่ง) ประเภท C(ชุมชนโดดเด่นเฉพาะ) ประเภท D (ชุมชนสินค้า OTOP) โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จำนวน 3,680 หมู่บ้าน ทั่วประเทศไทย


โดยในปีงบประมาณ 2565 กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดดำเนินการโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ในชื่อโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้


กิจกรรมแรก ส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยว ลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ซึ่งมีรายละเอียดกิจกรรมย่อย 5 กิจกรรม ได้แก่


1.การพัฒนาศักยภาพการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE)


2.การค้นหาผู้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) ผลิตภัณฑ์เด่นและการทดสอบโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์


3.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE)


4.การยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว


5.ประเมินผลการดำเนินงานแบบเสริมพลัง (Empowerment Evaulation : EE)


กิจกรรมที่สอง ผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์แหล่งชุมชนท่องเที่ยว


กิจกรรมที่สาม จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยว


โครงการฯดังกล่าวมีกระบวนการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวOTOP นวัตวิถี ในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านพัฒนาคน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเพิ่มช่องทางการตลาด โดยกิจกรรมที่สามซึ่งเป็นกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น จึงเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความสำเร็จของการดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมนั่นเอง


กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท่องเที่ยว ภายใต้งานโอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ประชาสัมพันธ์โปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) และ


เพิ่มช่องทางการเข้าถึงชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ผ่านช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศอีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดเชิงบูรณาการ โดยในปีนี้กรมการพัฒนาชุมชน คัดเลือกชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่ผ่านการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน


ท่องเที่ยวด้วยแนวคิดการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D – HOPE) ปี 2565 จำนวน 100 ชุมชน เช่น บ้านศรีดอนมูล จังหวัดลำปาง ที่มีความโดดเด่นเรื่องแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ตั้งอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ,บ้านหนองบัวชุม จังหวัดกาฬสินธุ์ ชุมชนใกล้เขื่อนลำปาว มีกิจกกรมล่องแพ เมนูเด็ดปลาส้มที่ทำจากปลานิลสดๆจากเขื่อนลำปาว ,บ้านพุแค จังหวัดสระบุรี ชุมชนเมืองสมุนไพรใกล้กรุงเทพมหานคร และบ้านทุ่งหยีเพ็ง ชุมชนประมงบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่สามารถเที่ยวชมธนาคารปูได้อีกด้วย


งานโอทอปนวัตวิถี ดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชนกำหนดดำเนินการ ระหว่างวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม – วันศุกร์ 2 กันยายน 2565 ระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยรูปแบบการจัดงานประกอบไปด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่


1. กิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผ่านการพัฒนาตามกิจกรรมที่ 1.4 การยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว จำนวน 200 ผลิตภัณฑ์ และสินค้าจากชุมชนท่องเที่ยว 100 ชุมชน อีกมากมาย


2.กิจกรรมสาธิตโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Champ) จาก 100 ชุมชน การทดลองทำลูกประคบ จังหวัดลำพูน ทำตุ๊กตาไทลื้อ ปิ้งข้าวแค้ป (ข้าวเกรียบ) จังหวัดพะเยา การระบายสีหัวโขนจากจังหวัดอ่างทอง และยาดมสมุนไพรจากไม้หอม จังหวัดปัตตานี เป็นต้น


3. กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เป็นการเชิญหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เช่น บริษัททัวร์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พาโกด้า วิว จังหวัดเชียงใหม่ ,บริษัท โค แวน เคสเซ่ล บางกอก ทัวร์ จำกัด กรุงเทพฯ ,รายการบันทึกท่องเที่ยว ,นิตยสารเที่ยวกันเถอะเรา รวมถึงนักวิชาการที่จะมาเสริมความด้านการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นต้น โดยกรมการพัฒนาชุมขนกำหนดจัดกิจกรรม 5 วันตลอด


การจัดงาน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีได้มีการจับคู่ธุรกิจกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว


4. กิจกรรมการประกวดคลิปวีดิโอ ส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีภายใต้แนวคิด “ชุมชนนวัตวิถี มีดีเกินร้อย” เป็นกิจกรรมที่จุดประกายให้คนในชุมชนหันมาประชาสัมพันธ์ชุมชนของตนเองถ่ายทอดผ่านคลิปวีดิโอสั้นๆ 5 นาที อีกทั้งกรมฯ ยังมีการมอบเงินรางวัล จำนวน 3 รางวัล สำหรับผู้ชนะการประกวดคลิปในงานนี้อีกด้วย


5. กิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดังเวลา 16.30 น. ทุกวันตลอดการงาน เช่น เต๋า ภูศิลป์ พั้นซ์ วรกานต์ ตรี ชัยณรงค์ เป็นต้น


6.กิจกรรมชิงโชค เมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบ 500 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็นทองคำรูปพรรณ มูลค่า 20,000 บาท


7. กิจกรรมการแสดงศิลปะพื้นบ้านจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทย


ซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมคือการที่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีมีพลังในการขับเคลื่อนชุมชนของตนเอง มีทักษะความรู้ด้านการบริหารการท่องเที่ยว มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวโดยการจัดนิทรรศการแบบกระจายที่ผู้บริโภคได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Decentralized Hands – On Program Exhibition : D – HOPE) จนเกิดโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน และการประชาสัมพันธ์ชุมชนของตนให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักในวงกว้างขึ้นอีก ด้วยตัวของคนในชุมชนเอง รวมทั้งการสร้างช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากต่อไปหากสนใจติดตามชุมชน ท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สามารถเข้าไปท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.OTOPTRAVEL.net


ขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมงานโอทอปนวัตวิถีดีเกินร้อย เที่ยวไทยวิถีใหม่ 100 ชุมชน ระหว่างวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม – วันศุกร์ 2 กันยายน 2565 ระหว่างเวลา 08.00 – 18.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 


https://www.innnews.co.th/news/news-general/news_400504/

 


 

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2565

พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ ระดมภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565   ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดบึงกาฬ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นายอดุลย์ ดีอ้อม พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬประธานการประชุมคณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ประมงจังหวัด หอการค้าจังหวัด ประธานเครือข่ายโอทอปจังหวัดบึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอีรายย่อย ในจังหวัดบึงกาฬให้เข้มแข็งสร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายแก่สินค้าชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ในการนี้พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬได้มอบแนวทางการทำงานให้บูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในจังหวัด โดยมีสินค้าผลิตภัณฑ์เด่นที่คัดเลือกทั้ง 3 ด้านคือ ด้านการเกษตร จำนวน 5 กลุ่ม กลุ่มกล้วยหอมทอง หมู่ 10 ตำบลหนองหัวช้าง อ.พรเจริญ กลุ่มแปรรูปยางพาราศรีแก้ว หมู่ 101 ตำบลเหล่าทอง อ.โซ่พิสัย ด้านการแปรรูป 2กลุ่ม? คือกลุ่มทอผ้าแม่บ้านสามหนอง หมู่9 ต.โซ่พิสัย กลุ่มทอผ้าย้อมศรีธรรมชาติบ้านท่าเชียงเครือ หมู่ 2 ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา และด้านการท่องเที่ยวงมีชุมชนบ้านดงสว่าง? เป็นต้น


ข้อมูลข่าวและที่มา- https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826212006638


พช.พะเยา จัดกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดอาหารเกษตรอินทรีย์

วันที่ 26 สิงหาคม 2565 นายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมหลัก ส่งเสริมช่องทางการตลาดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ภายใต้ชื่องาน “ประชารัฐร่วมใจพัฒนาอาหารปลอดภัย สร้างรายได้สู่ชุมชน” ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยาจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ลานโปรโมชั่นห้างสรรพสินค้า ท็อปส์พลาซ่าพะเยา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้สูงขึ้นและสามารถพัฒนาต่อยอดโครงสร้างธุรกิจการเกษตรอินทรีย์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มเน้นเกษตรคุณภาพสูง โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ด้วยกลไกประชารัฐจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานในครั้งนี้

นางอาภัสรา ธงพิทักษ์ พัฒนาการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ทั้งในระดับนโยบาย และระดับพื้นที่ โดยดำเนินงานใน 3 กลุ่มงาน ได้แก่ การเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชนในรูปแบบประชารัฐ ภายใต้แนวคิดวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อให้ได้รับการพัฒนา และสร้างประสิทธิภาพตลอดต้นทาง กลางทาง ปลายทาง อีกทั้งแผนพัฒนาภาคเหนือ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับเป็นฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย เชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง โดยมีแนวทางการพัฒนาให้สนับสนุนการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่เครือข่ายเกษตรอินทรีย์

ดังนั้น จังหวัดพะเยา โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยาจึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมเครือข่ายเกษตรอินทรีย์สู่ช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย รวมถึงเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน มีรายได้ลดลงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการผลิต การจ้างงาน เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทั้งระบบ สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้าผลผลิตเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรและอาหารปลอดภัย นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย จังหวัดพะเยา รวมจำนวน 20 บูธ, การมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดพะเยา ที่มีผลงานเด่น (Best Practice) รางวัล “PRACHARAT PHAYAO AWARD 2022” ประจำปี 2565 , เวทีเสวนา “แนวทางการพัฒนาเครือข่ายอาหารปลอดภัย และอาหารปลอดภัยสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ”, การเจรจาธุรกิจ (Business Matching ) ระหว่างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย ระหว่างบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีพะเยา (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และผู้ประกอบการ 4 ร. (โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม และร้านอาหาร) การประกวดการจัดกระเช้าของฝากของที่ระลึกจากผลผลิตเกษตรอินทรีย์และสินค้าแปรรูปอาหารปลอดภัย จังหวัดพะเยา และการไลฟ์สด/ฝึกปฏิบัติขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และอาหารปลอดภัย

ข้อมูลข่าวและที่มา https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220826204537617


"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...