การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์: นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคการเมืองไทยและพรรคโอกาสใหม่ ในบริบทวิสัยทัศน์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" และสุนทรพจน์ปีใหม่ 2026 ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
1. บทนำ: ภูมิทัศน์ใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงและจุดตัดทางประวัติศาสตร์
การเลือกตั้งทั่วไปของไทยที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย ที่มิใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารตามวาระปกติ แต่เป็นการปะทะสังสรรค์กันระหว่างกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในประเทศ กับพลวัตของระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเข้มข้น
ในขณะที่มหาอำนาจอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนผ่านสุนทรพจน์เนื่องในวาระปีใหม่ 2026 และยุทธศาสตร์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและการพัฒนาสีเขียว
รายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิเคราะห์เจาะลึกถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองไทยในการเลือกตั้งปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่พรรคโอกาสใหม่เป็นกรณีศึกษาหลัก เพื่อตรวจสอบระดับความสอดคล้อง (Alignment) และความขัดแย้ง (Divergence) ระหว่างแนวนโยบายของพรรคกับวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของจีน โดยเฉพาะในมิติของเศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์นี้จะฉายภาพให้เห็นถึงนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบโลกหลายขั้ว
2. บริบทและพลวัตการเลือกตั้ง 2569: สงครามสามก๊กและตัวแปรใหม่
2.1 สภาพแวดล้อมทางการเมืองและเศรษฐกิจมหภาค
บรรยากาศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เต็มไปด้วยความตื่นตัวและความคาดหวังของประชาชน ภายหลังจากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
2.2 โครงสร้างการแข่งขัน: สามพรรคใหญ่และหนึ่งทางเลือก
สนามเลือกตั้ง 2569 ถูกมองว่าเป็นศึกชิงความเป็นผู้นำระหว่างสามขั้วอำนาจหลัก ได้แก่ "พรรคประชาชน" ที่มีฐานเสียงคนรุ่นใหม่และชูธงการปฏิรูปโครงสร้าง "พรรคเพื่อไทย" ที่เน้นนโยบายประชานิยมดิจิทัลและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และ "พรรคภูมิใจไทย" ที่ครองพื้นที่ชนบทด้วยเครือข่ายอุปถัมภ์ที่เข้มแข็ง
ตารางที่ 1: เปรียบเทียบยุทธศาสตร์หลักของพรรคการเมืองสำคัญในการเลือกตั้ง 2569
| พรรคการเมือง | ผู้นำ/แคนดิเดตนายกฯ | ฐานเสียงหลัก | ยุทธศาสตร์หลัก (Grand Strategy) | จุดเน้นนโยบายเศรษฐกิจ |
| พรรคประชาชน | ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ | คนรุ่นใหม่, ชนชั้นกลางในเมือง | Structural Reform: ปฏิรูประบบราชการและโครงสร้างอำนาจ | รัฐแพลตฟอร์ม, ทลายทุนผูกขาด, สวัสดิการถ้วนหน้า |
| พรรคเพื่อไทย | ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ | รากหญ้า, ภาคธุรกิจ | Digital Populism: ประชานิยมดิจิทัลและ Soft Power | Digital Wallet, 30 บาทรักษาทุกที่, Soft Power |
| พรรคภูมิใจไทย | อนุทิน ชาญวีรกูล | เกษตรกร, ท้องถิ่น | Local Patronage: เครือข่ายอุปถัมภ์และการกระจายงบประมาณ | เศรษฐกิจ 10 Plus, พักหนี้, เพิ่มการลงทุนภาครัฐ |
| พรรคโอกาสใหม่ | จตุพร บุรุษพัฒน์ | ข้าราชการ, อนุรักษนิยมสายกลาง | Bureaucratic Professionalism: มืออาชีพภาครัฐและการบริหารนำการเมือง | รัฐสวัสดิการครบวงจร, เศรษฐกิจสีเขียว, แช่แข็งหนี้ |
2.3 กำเนิด "พรรคโอกาสใหม่": รัฐราชการในคราบนักบริหาร
พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการ "เสถียรภาพ" และ "ประสิทธิภาพ" ในการบริหารงานภาครัฐ ภายใต้วาทกรรม "ไม่ใช่สุสานข้าราชการ แต่เป็นคลังสมอง"
แนวทางการเมืองของพรรคโอกาสใหม่สะท้อนถึงอุดมการณ์ "อนุรักษนิยมก้าวหน้า" (Progressive Conservatism) ที่ยึดมั่นในการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบายสวัสดิการสังคมและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย
3. วิเคราะห์สุนทรพจน์สี จิ้นผิง 2026: รหัสลับแห่งมหาอำนาจตะวันออก
เพื่อที่จะประเมินความสอดคล้องทางนโยบาย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถอดรหัสวิสัยทัศน์ของผู้นำจีน ผ่านสุนทรพจน์ในวาระปีใหม่ 2026 และเอกสารยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแกนหลักในการขับเคลื่อนประเทศจีนและระเบียบโลกใหม่ใน 3 มิติสำคัญ:
3.1 กำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces - NQPF)
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจจีนยุคใหม่คือแนวคิด "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตด้วยปัจจัยการผลิตแบบดั้งเดิม (แรงงานและที่ดิน) ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง
3.2 การพัฒนาสีเขียวและอารยธรรมนิเวศ (Green Development & Ecological Civilization)
วาทกรรม "น้ำใสเขาเขียว คือภูเขาทองและภูเขาเงิน" (Lucid waters and lush mountains are invaluable assets) ยังคงเป็นแกนหลักในนโยบายของจีน
3.3 ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันและความมั่นคงโลก (Community with a Shared Future & Global Security)
ในมิติการต่างประเทศ จีนเน้นย้ำถึงการสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ "เป็นมิตร มั่นคง และมั่งคั่ง" โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน
4. การวิเคราะห์ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์: พรรคโอกาสใหม่ในสายตาพญามังกร
จากการวิเคราะห์เนื้อหานโยบายของพรรคโอกาสใหม่ เทียบเคียงกับวิสัยทัศน์ของสี จิ้นผิง พบประเด็นความสอดคล้องและความท้าทายที่น่าสนใจใน 4 มิติหลัก ดังนี้:
4.1 มิติสิ่งแวดล้อม: จุดบรรจบที่สมบูรณ์แบบ (Absolute Convergence)
ความสอดคล้องที่เด่นชัดที่สุดระหว่างพรรคโอกาสใหม่และวิสัยทัศน์ของจีน อยู่ในมิติของนโยบายสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศให้การรับมือกับ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" (Climate Change) เป็นวาระแห่งชาติและนโยบายหลักของพรรค
นโยบายพรรคโอกาสใหม่: เสนอแผนการรับมือภัยพิบัติแบบบูรณาการ การใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและป่าไม้ที่ยั่งยืน รวมถึงแนวคิด "เศรษฐกิจสีเขียว" เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
5 ความสอดคล้องกับจีน: นโยบายนี้สอดรับโดยตรงกับแนวคิด "อารยธรรมนิเวศ" ของสี จิ้นผิง และยุทธศาสตร์ Green Silk Road ของจีน หากพรรคโอกาสใหม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล จะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมจากจีน เช่น การจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management) และพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจีนเป็นผู้นำโลกในด้านนี้ การมีผู้นำพรรคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนี้ ทำให้พรรคโอกาสใหม่มี "ภาษาเดียวกัน" กับจีนในการเจรจาความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่จีนให้ความสำคัญสูงสุดในเวทีโลกยุคใหม่
20
4.2 มิติความมั่นคงและเสถียรภาพ: ภาษาของข้าราชการ (Language of Stability)
จีนให้คุณค่ากับ "เสถียรภาพ" (Stability) เป็นอย่างยิ่งในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับประเทศที่มีพรมแดนใกล้ชิด พรรคโอกาสใหม่ซึ่งมีฐานมาจากกลุ่มข้าราชการระดับสูง (Bureaucratic Elite) มีจุดแข็งในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
นโยบายพรรคโอกาสใหม่: เน้นการเมืองที่ไม่สร้างความขัดแย้ง การปกป้องสถาบันหลัก และการบริหารราชการแผ่นดินที่มีความต่อเนื่อง
6 พรรคพยายามสื่อสารว่าเป็น "โซ่ข้อกลาง" ที่เชื่อมประสานทุกฝ่ายและนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมความสอดคล้องกับจีน: จีนมักมีความสะดวกใจในการปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและคาดเดาได้ (Predictable) มากกว่ารัฐบาลที่มาจากกระแสประชานิยมสุดโต่งหรือกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างอย่างรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคม พรรคโอกาสใหม่จึงอาจถูกมองว่าเป็น "หุ้นส่วนที่ไว้ใจได้" (Reliable Partner) ในสายตาของปักกิ่ง ในแง่ของการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ไม่เหวี่ยงแห
4.3 มิติเศรษฐกิจและเทคโนโลยี: ความท้าทายของ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่"
ในขณะที่มิติสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงมีความสอดคล้องสูง แต่มิติเศรษฐกิจกลับเป็นจุดที่พรรคโอกาสใหม่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐาน "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (NQPF) ของจีน
ช่องว่างทางนโยบาย: นโยบายเศรษฐกิจของพรรคโอกาสใหม่เน้นหนักไปที่ "การประคอง" (Support) และ "สวัสดิการ" (Welfare) เช่น การแช่แข็งหนี้ การดูแลผู้สูงอายุ และสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย
5 แม้จะมีการกล่าวถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI23 แต่เนื้อหายังขาดความชัดเจนในเรื่องการสร้างนวัตกรรมเชิงลึก (Deep Tech) หรือการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมขนานใหญ่ ซึ่งต่างจากพรรคประชาชนที่มีข้อเสนอเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ชัดเจนกว่า13 ความเสี่ยงของการตกรถ: หากพรรคโอกาสใหม่ไม่สามารถนำเสนอโรดแมปที่ชัดเจนในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของไทย ให้สอดคล้องกับห่วงโซ่อุปทานไฮเทคของจีน (เช่น EV, แบตเตอรี่, เซมิคอนดักเตอร์) ประเทศไทยอาจเสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตสำคัญ และกลายเป็นเพียงตลาดรองรับสินค้าจากจีนเท่านั้น การใช้ "ระบบราชการ" นำ "นวัตกรรม" มักเป็นเรื่องยากและเชื่องช้า ซึ่งสวนทางกับความรวดเร็วของ NQPF
4.4 มิติการต่างประเทศ: การทูตสมดุลและการสนับสนุน BRICS
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมถึงการแสดงท่าทีสนับสนุนการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ของไทย
การสนับสนุน BRICS: การที่ผู้นำพรรคแสดงท่าทีสนับสนุน BRICS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของจีนในการสร้างระเบียบโลกใหม่ (Global South) ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ นโยบายนี้สอดคล้องกับความต้องการของจีนที่ต้องการพันธมิตรในการผลักดันวาระพหุภาคีนิยม และลดอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก
21 นัยสำคัญ: การสนับสนุนนี้สะท้อนว่าพรรคโอกาสใหม่อ่านเกมการเมืองโลกขาด และพร้อมที่จะนำพาประเทศไทยเข้าสู่กระแสธารของโลกใหม่ (Global South) โดยไม่ทิ้งความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การทูตแบบ "ไผ่ลู่ลม" ที่ประยุกต์ให้ทันสมัย
5. การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงลึก: นโยบายพรรคโอกาสใหม่ vs พรรคคู่แข่ง
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบนโยบายเฉพาะด้านระหว่างพรรคโอกาสใหม่และคู่แข่งสำคัญ จะช่วยชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อนในบริบทของการแข่งขันและการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์โลก
ตารางที่ 2: เปรียบเทียบนโยบายรายด้านและการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์จีน
| ประเด็นนโยบาย (Policy Domain) | พรรคโอกาสใหม่ (New Opportunity) | พรรคประชาชน (People's Party) | พรรคเพื่อไทย (Pheu Thai) | การวิเคราะห์ความสอดคล้องกับจีน (Alignment Analysis) |
| เทคโนโลยี & AI | Bureaucratic Digitalization: เน้นเตรียมคนสู่ยุค AI, รัฐบาลดิจิทัลแบบราชการ, ใช้ Big Data เพื่อสวัสดิการ | Tech Reform: รัฐแพลตฟอร์ม, Open Data, AI ตรวจจับชายแดน, ปราบสแกมเมอร์ด้วย Tech | Digital Economy: AI แห่งชาติ, Smart City, เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ, Blockchain | พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มีความชัดเจนและก้าวหน้ากว่าในเชิงเทคนิค ซึ่งสอดคล้องกับ NQPF ของจีนมากกว่าพรรคโอกาสใหม่ที่เน้นการตั้งรับ |
| สิ่งแวดล้อม (Green) | Climate Resilience: จัดการภัยพิบัติ, ทรัพยากรน้ำ, ป่าไม้, ลดความเหลื่อมล้ำด้วย Green Economy | Structural Green: พ.ร.บ.อากาศสะอาด, ปฏิรูปพลังงาน, ลดการผูกขาดพลังงาน | Carbon Market: ตลาดคาร์บอนเครดิต, เศรษฐกิจสีเขียวภาคอุตสาหกรรม | พรรคโอกาสใหม่ มีจุดแข็งเรื่อง "ทรัพยากรธรรมชาติ" ที่สอดคล้องกับแนวคิด "เขาเขียว" ของจีนมากที่สุด ในขณะที่พรรคประชาชนเน้นการแก้โครงสร้างกฎหมาย |
| สวัสดิการสังคม | Womb to Heaven: ดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย, บูรณาการกองทุน, เบี้ยผู้สูงอายุ | Universal Welfare: สวัสดิการถ้วนหน้า, เงินอุดหนุนเด็กเล็ก, บำนาญพื้นฐาน | Opportunity Creation: สร้างโอกาสสร้างรายได้, OFOS (1 ครอบครัว 1 Soft Power), 30 บาทรักษาทุกที่ | ทุกพรรคเน้นสวัสดิการ แต่แนวทาง "รัฐสวัสดิการแบบอุปถัมภ์" ของพรรคโอกาสใหม่ อาจเข้ากันได้ดีกับแนวคิด "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" (Common Prosperity) ของจีนที่เน้นบทบาทรัฐ |
| Soft Power | Cultural Heritage: ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรม, อาหารหมักดอง (Probiotics) | Creative Freedom: เสรีภาพทางศิลปะ, ปลดล็อกกฎหมายเซ็นเซอร์ | Creative Industry: THACCA, สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 11 สาขา, กองทุนภาพยนตร์ | พรรคเพื่อไทย มีความโดดเด่นที่สุดในเรื่องนี้ แต่พรรคโอกาสใหม่พยายามเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche) ซึ่งอาจร่วมมือกับตลาดจีนได้ในระดับวัฒนธรรมพื้นบ้าน |
บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: กรณีศึกษา "Soft Power" และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย THACCA และ OFOS เป็นเรือธงในการขับเคลื่อน Soft Power
6. ข้อสังเกตเชิงวิชาการ: กับดักความสำเร็จและทางออก
6.1 กับดัก "รัฐราชการ" ในยุคดิจิทัล
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของพรรคโอกาสใหม่ คือการก้าวข้าม "กรอบคิดแบบราชการ" (Bureaucratic Mindset) ที่มักเน้นระเบียบและขั้นตอน มากกว่าผลลัพธ์และความรวดเร็ว ในยุคที่จีนและโลกกำลังวิ่งด้วยความเร็วของ AI และควอนตัม การบริหารงานแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ พรรคต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า "คลังสมอง" ที่มีอยู่นั้น สามารถผลิตนวัตกรรมทางนโยบายที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่การผลิตเอกสารทางราชการ
6.2 ความเสี่ยงของนโยบายประชานิยมจำแลง
นโยบาย "แช่แข็งหนี้" และสวัสดิการ "เกิดจนขึ้นสวรรค์"
7. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนราษฎร แต่เป็นการเลือก "ทิศทางอนาคต" ของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก
พรรคโอกาสใหม่ นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเมืองไทย ด้วยการผสมผสานระหว่าง "ความเก๋าเกม" ของระบบราชการ กับ "ความตระหนักรู้" ในปัญหาสมัยใหม่ เช่น สิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณาผ่านเลนส์วิสัยทัศน์ปี 2026 ของสี จิ้นผิง พบว่าพรรคโอกาสใหม่มีความสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญในมิติของ ความมั่นคง (Stability) และ สิ่งแวดล้อม (Green Development) ซึ่งเป็นสองเสาหลักที่จีนให้ความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ "กำลังการผลิตคุณภาพใหม่" (New Quality Productive Forces) อย่างแท้จริง พรรคโอกาสใหม่จำเป็นต้อง:
ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์: จากการเป็นผู้กำกับดูแล (Regulator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ทางเทคโนโลยี
บูรณาการดิจิทัล: นำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปแบบเอกสาร
สร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์: ใช้จุดแข็งด้านความสัมพันธ์และการทูต ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวและเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีน เพื่อยกระดับโครงสร้างการผลิตของไทยให้พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
ในท้ายที่สุด หากพรรคโอกาสใหม่สามารถผสานจุดแข็งด้านเสถียรภาพเข้ากับวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีได้ ก็มีโอกาสที่จะเป็น "กุญแจดอกสำคัญ" ในการไขประตูสู่ความร่วมมือยุคใหม่ระหว่างไทยและจีน สร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้กับประชาชนไทยตามที่ได้หาเสียงไว้
รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยการสังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ข่าวสาร และเอกสารทางวิชาการที่ปรากฏต่อสาธารณะ ณ เดือนมกราคม 2026 เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและวิเคราะห์ทิศทางการเมืองและยุทธศาสตร์ชาติ



