แนวคิดการประดิษฐ์เรือท้องแบนสำหรับใช้งานในช่วงเกิดอุทกภัยได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้วัสดุหาได้ง่ายและสามารถประกอบได้ในต้นทุนที่ไม่สูง ล่าสุดมีการนำเสนอแบบโครงสร้างเรือท้องแบนขนาดความยาว 10 ฟุต หรือประมาณ 3 เมตร และกว้าง 3 ฟุต หรือประมาณ 90 เซนติเมตร โดยต่อยอดจากโครงสร้างแกนกลางที่ใช้ท่อ PVC ขนาด 4 หุน ร่วมกับแผ่นโฟมและผ้ายางพลาสติก
แบบเรือดังกล่าวออกแบบให้มีความสูงกราบเรือประมาณ 1-1.5 ฟุต หรือ 30-45 เซนติเมตร เพื่อช่วยป้องกันน้ำกระฉอกเข้าสู่ตัวเรือ ขณะที่โครงขวางหรือ “กงเรือ” ควรติดตั้งเป็นระยะทุกประมาณ 1.5-2 ฟุต หรือ 45-60 เซนติเมตร ตลอดความยาว เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและลดการแอ่นตัวของโครงท่อ
โครงสร้างใช้ท่อ PVC เป็นแกนกลาง
โครงสร้างหลักเริ่มจากการประกอบ “กระดูกงู” ด้วยท่อ PVC ขนาด 4 หุน ความยาวประมาณ 10 ฟุต วางเป็นแนวแกนกลางของเรือ และติดตั้งข้อต่อสี่ทางเป็นช่วง ๆ เพื่อใช้เป็นจุดเชื่อมต่อกับกงเรือ โดยแนะนำให้เลือกใช้ท่อที่มีความหนามากขึ้น เช่น Class 13.5 หากต้องการเพิ่มความทนทาน
ส่วนพื้นเรือจะต่อท่อออกจากข้อต่อสี่ทางไปทางซ้ายและขวา ด้านละประมาณ 1.5 ฟุต ทำให้ได้ความกว้างรวมประมาณ 3 ฟุต ก่อนติดตั้งข้อต่อสามทางบริเวณขอบพื้นเพื่อเชื่อมต่อกับโครงกราบเรือ
สำหรับกราบเรือ จะต่อท่อในแนวตั้งหรือแนวเฉียงขึ้นจากขอบพื้นให้มีความสูงประมาณ 1-1.5 ฟุต จากนั้นติดตั้งท่อแนวยาว 10 ฟุตเป็น “ขอบกราบเรือด้านบน” หรือ Top Rail เพื่อเชื่อมและล็อกโครงสร้างทั้งสองด้านให้มีความแข็งแรงเป็นชุดเดียวกัน
ส่วนหัวเรือและท้ายเรือสามารถปรับปลายโครงให้เชิดขึ้น โดยใช้ข้องอประมาณ 45 องศา เพื่อให้รูปทรงลู่ไปตามแนวน้ำและช่วยลดแรงปะทะเมื่อเรือเคลื่อนตัว
เสริมโฟม เพิ่มแรงลอยตัว
อีกองค์ประกอบสำคัญคือการใช้แผ่นโฟม EPS ความหนาประมาณ 1-2 นิ้ว กรุบริเวณพื้นเรือ รวมถึงด้านข้างหากสามารถติดตั้งได้ โดยตัดโฟมให้พอดีกับช่องว่างระหว่างโครงท่อ แล้วใช้เคเบิลไทร์ยึดเข้ากับโครงสร้าง
โฟมมีหน้าที่สำคัญทั้งในด้านการรองรับน้ำหนักและเพิ่มแรงลอยตัว โดยแนวคิดของโครงสร้างนี้ต้องการให้โฟมช่วยพยุงเรือ แม้เกิดความเสียหายหรือการรั่วของผ้ายางหุ้มตัวเรือ
จากนั้นจึงหุ้มโครงสร้างด้วยผ้ายางพลาสติกหรือผ้าใบกันน้ำชนิด PE ขนาดประมาณ 4 x 6 เมตร โดยกางผ้าจากด้านล่างของตัวเรือ ดึงขึ้นคลุมกราบเรือ และพับขอบเข้าด้านใน ก่อนใช้เคเบิลไทร์รัดกับขอบกราบเรือด้านบนให้แน่นตลอดแนว ทั้งนี้ควรดึงผ้าให้ตึงและพยายามไม่ให้เกิดรอยย่นบริเวณท้องเรือ เพื่อลดแรงต้านขณะเคลื่อนที่ในน้ำ
เตือน PVC 4 หุนรับแรงจำกัด ต้องทดสอบก่อนใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม แบบเรือดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านความแข็งแรง เนื่องจากท่อ PVC ขนาด 4 หุนมีความยืดหยุ่นและสามารถรับแรงกดหรือแรงกระแทกได้จำกัด โดยเฉพาะเมื่อต้องรับน้ำหนักคนและสัมภาระ รวมถึงแรงจากกระแสน้ำ
แนวทางหนึ่งในการเพิ่มความแข็งแรงโดยไม่เปลี่ยนขนาดท่อ คือการสอดวัสดุเสริม เช่น ท่ออะลูมิเนียม ลำไม้ไผ่ หรือไม้ที่มีขนาดเหมาะสม เข้าไปภายในท่อ PVC โดยเฉพาะบริเวณพื้นเรือส่วนกลางและขอบกราบเรือด้านบน ซึ่งเป็นส่วนที่มีโอกาสรับแรงมาก
ทั้งนี้ เรือที่ประกอบจากวัสดุชั่วคราวควรผ่านการทดสอบการลอยตัว ความมั่นคง และการรับน้ำหนักในพื้นที่น้ำตื้นและปลอดภัยก่อนนำไปใช้งานจริง โดยไม่ควรนำต้นแบบที่ยังไม่ได้ทดสอบไปใช้ในน้ำเชี่ยว น้ำลึก หรือพื้นที่ที่มีกระแสน้ำแรง
แนวคิดเรือท้องแบนขนาด 10 x 3 ฟุต จึงเป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้วัสดุพื้นฐานอย่างท่อ PVC โฟม และผ้ายางพลาสติก เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นในสถานการณ์น้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของผู้ใช้งานต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด และควรมีการคำนวณน้ำหนักบรรทุกและทดสอบโครงสร้างอย่างเป็นระบบก่อนนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจริง
นี่คือแบบโครงสร้างเรือท้องแบนขนาด 10 ฟุต x 3 ฟุต โดยต่อยอดจากโครงสร้างแกนกลางในรูป 49688.jpg
1. รายละเอียดและสัดส่วนโครงสร้าง
ความยาว (Length): 10 ฟุต (ประมาณ 300 ซม.)
ความกว้าง (Width): 3 ฟุต (ประมาณ 90 ซม.)
ความสูงกราบเรือ (Depth): 1 - 1.5 ฟุต (ประมาณ 30-45 ซม.) เพื่อป้องกันน้ำกระฉอก
ระยะห่างกงเรือ (Rib Spacing): ควรวางโครงขวาง (กงเรือ) ทุกๆ 1.5 - 2 ฟุต (ประมาณ 45-60 ซม.) ตลอดความยาวเรือ เพื่อกระจายน้ำหนักและลดการแอ่นตัวของท่อ 4 หุน
2. วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพิ่ม
ท่อ PVC 4 หุน (Class 8.5 หรือ 13.5): แนะนำให้ใช้ความหนา 13.5 เพื่อความทนทานต่อแรงดันน้ำ
ข้อต่อ PVC:
ข้อต่อสี่ทาง (กากบาท) สำหรับแกนกลาง
ข้อต่อสามทาง สำหรับขอบด้านข้าง
ข้องอ 90 องศา และ ข้องอ 45 องศา สำหรับทำมุมกราบเรือ
แผ่นโฟม (EPS Foam): ความหนา 1 - 2 นิ้ว สำหรับกรุเป็นพื้นและด้านข้างเพื่อเพิ่มแรงลอยตัว (Buoyancy)
ผ้ายางพลาสติก (ผ้าใบกันน้ำ/ผ้าพลาสติก PE): ขนาดประมาณ 4 x 6 เมตร
กาวทาท่อ PVC, สายรัดเคเบิลไทร์ (Cable Ties), และเทปกาวกันน้ำ
3. ขั้นตอนการประกอบโครงสร้าง
ประกอบแกนกลาง (กระดูกงู): ต่อท่อแนวตรงยาว 10 ฟุตตรงกลาง โดยคั่นด้วย "ข้อต่อสี่ทาง" ทุกๆ 1.5 - 2 ฟุต (ตามลักษณะในรูป
49688.jpg)เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อกงเรือ ประกอบพื้นเรือ: ต่อท่อออกจากข้อต่อสี่ทางซ้ายและขวา ฝั่งละประมาณ 1.5 ฟุต จะได้ความกว้างรวม 3 ฟุต ปลายท่อแต่ละด้านให้ใส่ "ข้อต่อสามทาง" เพื่อเตรียมทำกราบเรือ
ประกอบกราบเรือ (ด้านข้าง): ต่อท่อตั้งฉากหรือทำมุมเฉียงขึ้นจากข้อต่อสามทางที่ขอบพื้นเรือ ให้มีความสูงประมาณ 1 - 1.5 ฟุต
จากนั้นรวบปลายท่อด้านบนสุดเข้าด้วยกันโดยใช้ท่อยาว 10 ฟุตตีขนานเป็นขอบกราบเรือ (Top Rail) เพื่อล็อคโครงสร้างทั้งหมดให้แน่นหนา ทำหัวเรือและท้ายเรือ: ดัดแปลงปลายท่อแกนกลางให้เชิดขึ้นด้วยข้องอ 45 องศา
แล้วเชื่อมต่อกับขอบกราบเรือด้านบน เพื่อให้ลู่คลื่นน้ำและลดแรงปะทะ
4. การประกอบโฟมและหุ้มผ้ายาง
การกรุโฟม: ตัดแผ่นโฟมให้พอดีกับช่องว่างระหว่างกรอบท่อ PVC บริเวณพื้นเรือ (และกราบเรือถ้าเป็นไปได้) แล้วยึดเข้ากับโครงท่อด้วยเคเบิลไทร์ โฟมจะทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นกระดานรับน้ำหนักและเป็นทุ่นพยุงไม่ให้เรือจมแม้ผ้ายางรั่ว
การหุ้มผ้ายาง: กางผ้ายางพลาสติกวางทาบจากด้านล่างของตัวเรือ ดึงขึ้นมาคลุมกราบเรือด้านบน พับขอบผ้ายางเข้าด้านในเรือให้ตึงที่สุด และรัดด้วยเคเบิลไทร์เข้ากับขอบกราบเรือด้านบนให้แน่นหนาตลอดแนว ระวังอย่าให้มีรอยจีบย่นที่พื้นด้านล่างเพื่อลดแรงต้านน้ำ
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย: ท่อ PVC ขนาด 4 หุน มีความยืดหยุ่นสูงและรับแรงกดทับได้ค่อนข้างจำกัด เมื่อประกอบเสร็จ โครงสร้างจะอยู่ได้ด้วยการช่วยรับน้ำหนักของ "แผ่นโฟม" เป็นหลัก หากต้องการเพิ่มความแข็งแรงของโครงท่อโดยไม่ต้องเปลี่ยนขนาดท่อ แนะนำให้สอดท่ออลูมิเนียม ลำไม้ไผ่ หรือเศษไม้ที่มีขนาดพอดีเข้าไปในแกนกลางของท่อ PVC โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นพื้นเรือตรงกลางและขอบกราบเรือด้านบน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น