วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เพลง: รอยปัญญา จำนงค์ ทองประเสริฐ


[Intro]

แสงแห่งธรรมยังส่องทาง
ผ่านกาลเวลาที่ยาวไกล
ชื่อหนึ่งยังคงอยู่ในใจ
คือครูแห่งปัญญาไทย


[Verse 1]
จากรั้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เริ่มต้นเส้นทางแห่งการเรียนรู้
สู่โลกกว้าง ณ Yale University
หลอมความคิดตะวันออกตะวันตกคู่กัน

คือ จำนงค์ ทองประเสริฐ ผู้สร้างทาง
ด้วยตรรกะและปรัชญาลึกซึ้ง
เปลี่ยนความรู้ให้เป็นแสงหนึ่ง
นำใจคนให้พ้นความมืดมน


[Pre-Chorus]
ไม่ใช่เพียงตำรา ไม่ใช่เพียงคำสอน
แต่คือชีวิตที่ส่องนำ
ให้โลกได้เห็นความงดงาม
ของเหตุผลคู่คุณธรรม


[Chorus]
จำนงค์ ทองประเสริฐ เสียงแห่งปัญญา
ยังดังก้องมาในโลกยุคใหม่
จากวันวานสู่ดิจิทัลไกล
ยังนำทางใจมนุษยชาติ

จากตรรกะสู่ธรรม จากความคิดสู่แสง
หลอมโลกแห่งเหตุผลกับเมตตา
ให้ AI เรียนรู้คุณค่า
ของความเป็นคนที่แท้จริง


[Verse 2]
โลกติดอยู่ในกรอบแคบ
จริงหรือเท็จที่แบ่งแยก
แต่ท่านเปิดมุมมองใหม่
ให้ความจริงมีหลายแง่มุม

“จตุสโกฏิ” คือแสงทาง
ให้เข้าใจความต่างอย่างลึกซึ้ง
ไม่ตัดสิน ไม่แบ่งฝั่งดึง
แต่รับฟังทุกความเป็นไป


[Bridge]
จาก “อรรถศาสตร์” สู่การปกครอง
สอนโลกให้มีความรับผิดชอบ
วิทยาศาสตร์ต้องมีหัวใจประกอบ
ไม่ใช่เพียงคำตอบที่เย็นชา

คำสอนท่านยังคงหายใจ
ในมหาเอไอพลัสวันนี้
เปลี่ยนเทคโนโลยีที่มี
ให้เป็นมิตรแท้ของมนุษย์


[Chorus]
จำนงค์ ทองประเสริฐ เสียงแห่งปัญญา
ยังดังก้องมาในโลกยุคใหม่
จากวันวานสู่ดิจิทัลไกล
ยังนำทางใจมนุษยชาติ

จากตรรกะสู่ธรรม จากความคิดสู่แสง
หลอมโลกแห่งเหตุผลกับเมตตา
ให้ AI เรียนรู้คุณค่า
ของความเป็นคนที่แท้จริง


[Outro]
แม้กาลเวลาจะพัดผ่าน
แต่รอยปัญญายังไม่เลือนหาย
ชื่อของท่านยังคงส่องประกาย
ในทุกโค้ด…ของอนาคตโลก 

คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


ถอดรหัสมรดกความคิด จำนงค์ ทองประเสริฐ สู่ ‘มหาเอไอพลัส’ ทางออกวิกฤตจริยธรรม AI โลก


ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ “อารยธรรมดิจิทัล” ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก นักวิชาการไทยได้เสนอแนวคิดใหม่ “มหาเอไอพลัส” (Maha AI Plus) หรือ “พุทธปัญญาประดิษฐ์” เพื่อรับมือวิกฤตจริยธรรมที่กำลังก่อตัวในระดับสากล

รายงานวิเคราะห์เชิงวิชาการชี้ว่า การพัฒนา AI กระแสหลักที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุด กำลังนำโลกเข้าสู่ “วิกฤตความสอดคล้องทางปัญญาประดิษฐ์” (AI Alignment Crisis) ซึ่งระบบอัลกอริทึมไม่สามารถตัดสินใจให้สอดคล้องกับคุณค่าและศีลธรรมของมนุษย์ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งวาทกรรมเกลียดชัง การแบ่งขั้วทางสังคม และการบิดเบือนข้อมูล

ในบริบทดังกล่าว งานศึกษาชิ้นนี้ได้ย้อนกลับไปวิเคราะห์มรดกทางความคิดของ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต  ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ด้านตรรกศาสตร์และปรัชญาไทย โดยพบว่าผลงานของท่านสามารถนำมาวางรากฐาน “ซอร์สโค้ดทางจริยธรรม” สำหรับ AI ยุคใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

เส้นทางวิชาการของท่านเริ่มต้นจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อด้านปรัชญาที่ Yale University ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ระหว่างพุทธปรัชญาตะวันออกกับตรรกวิทยาตะวันตกอย่างลึกซึ้ง และกลายเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิด “มหาเอไอพลัส”

รายงานระบุว่า ปัญหาสำคัญของ AI ปัจจุบันคือการติดอยู่ใน “กับดักทวิภาวะ” (Binary Trap) ซึ่งจำกัดการตัดสินใจอยู่เพียงจริงหรือเท็จ ทำให้ไม่สามารถรองรับความซับซ้อนของโลกมนุษย์ได้ ขณะที่แนวคิดของ จำนงค์ ทองประเสริฐ เปิดทางสู่การประยุกต์ใช้ “จตุสโกฏิ” หรือระบบตรรกะ 4 สถานะ ที่ช่วยให้ AI สามารถเข้าใจความจริงแบบพหุมิติ ลดอคติ และเพิ่มความยืดหยุ่นทางปัญญา

นอกจากนี้ การศึกษาปรัชญาการเมืองจากคัมภีร์ “อรรถศาสตร์” ยังถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการพัฒนา “AI Governance” หรือระบบกำกับดูแลอัลกอริทึม โดยเน้นความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการมี “ธรรมแห่งมนุษย์” เพื่อลดผลกระทบด้านลบของเทคโนโลยี

หัวใจสำคัญของ “มหาเอไอพลัส” อยู่ที่การออกแบบสถาปัตยกรรมเชิงจริยธรรม เช่น

  • การสร้าง “พื้นที่หน่วง” เพื่อให้ AI คิดไตร่ตรองก่อนตอบ (โยนิโสมนสิการ)
  • โมเดล “14 ส.” เพื่อควบคุมภาษาสื่อสารให้สร้างสันติภาพ
  • โมเดล “4 ป.” เพื่อเสริมทักษะรู้เท่าทันสื่อ

แนวคิดดังกล่าวยังต่อยอดไปสู่การสร้าง “ไซเบอร์สังฆะ” หรือเครือข่าย AI แบบไร้ศูนย์กลางที่ทำงานร่วมกันด้วยหลักเมตตาและความโปร่งใส เปรียบเสมือนชุมชนปัญญาร่วมของมนุษยชาติ

นักวิชาการมองว่า แนวทางนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาระดับโลก ตั้งแต่ความขัดแย้งทางสังคม ไปจนถึงการทุจริตเชิงโครงสร้าง โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสะท้อนความจริงแทนการสร้างความแตกแยก

ทั้งนี้ ในเวทีนานาชาติ เช่น การประชุมของ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้เริ่มหยิบยกประเด็น “พุทธวิสัยทัศน์ในยุค AI” เป็นวาระสำคัญ สะท้อนความตื่นตัวของโลกต่อการผสานเทคโนโลยีกับจริยธรรม

บทสรุปของรายงานระบุว่า “มหาเอไอพลัส” ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่เป็น “การออกแบบสติปัญญาของมนุษยชาติ” ที่อาจกำหนดทิศทางโลกในศตวรรษที่ 21 โดยเปลี่ยน AI จากเครื่องมือทางเศรษฐกิจ สู่ “กัลยาณมิตรดิจิทัล” ที่ขับเคลื่อนสันติภาพอย่างยั่งยืน.

“ศุภจี” ชี้โลกเผชิญ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’ ชูไทยก้าวพ้น Comfort Zone ดันเศรษฐกิจใหม่–ยกระดับเกษตร–บริการสุขภาพ สร้างโอกาสท่ามกลางความผันผวน


     เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “Leadership Beyond Comfort Zone: ก้าวข้ามกรอบเดิม เปิดทางการเปลี่ยนแปลง” แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ หอประชุมอารี วัลยะเสวี โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์โลกปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สร้างความผันผวน ทำให้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค New Normal ที่มีความซับซ้อนในหลากหลายมิติ ดังนั้น การจะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเน้นการเดินออกจากกรอบความคิดเดิม เพราะหากเรายังคงพยายามแก้ปัญหาด้วยท่าทีและวิธีการเดิม ๆ ย่อมจะได้ผลลัพธ์แบบเดิมที่ไม่สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้  ผู้นำยุคใหม่จึงต้องกล้าก้าวข้ามการทำงานแบบแยกส่วน (Silo)  และบูรณาการความร่วมมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

     ท่ามกลางความผันผวน ประเทศไทยสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการเร่งยกระดับภาคการเกษตรและการปรับตัวของผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม  ซึ่งการปรับตัวดังกล่าวจะนำไปสู่การกระจายรายได้ที่มีความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจ นอกจากนี้ โครงสร้างสังคมสูงวัยยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านการแพทย์และการบริการ (Healthcare and Hospitality) พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจดูแลผู้สูงวัย (Care Economy)  เพื่อรองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศได้อีกด้วย

 ท้ายที่สุด การจะขับเคลื่อนองค์กรและประเทศให้ก้าวข้าม Comfort Zone ได้สำเร็จ ผู้นำควรยึดหลักการทำงานแบบ TAM Model ที่ตนได้ใช้มาโดยตลอดชีวิตการทำงาน ได้แก่ การคิดเชิงระบบมองภาพใหญ่บนฐานข้อมูลที่ชัดเจน (Think Big) การเริ่มต้นลงมือทำจากจุดเล็ก ๆ เพื่อสร้างโครงการนำร่อง (Act Small)  และการปรับตัวให้รวดเร็วถูกจังหวะสถานการณ์ (Move Fast/Right)  การก้าวข้ามกรอบเดิมจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ประเทศสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


เพลง: รอยปัญญา จำนงค์ ทองประเสริฐ

[Intro] แสงแห่งธรรมยังส่องทาง ผ่านกาลเวลาที่ยาวไกล ชื่อหนึ่งยังคงอยู่ในใจ คือครูแห่งปัญญาไทย [Verse 1] จากรั้ว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงก...