วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

"เศรษฐา" อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ จากสนามหลวงสู่จังหวัดเชียงใหม่



นายกรัฐมนตรี อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากมณฑลพิธีท้องสนามหลวง กลับยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อเตรียมความพร้อมอัญเชิญต่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๒๑.๐๐ น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากมณฑลพิธี ท้องสนามหลวง กลับยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อเตรียมความพร้อมอัญเชิญต่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร 



ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมได้เปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ - ๓ มีนาคม ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง 

หลังจากนี้จะอัญเชิญไปประดิษฐานใน ๓ จังหวัดให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าสักการบูชา ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ ๕ - ๘ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี และภาคใต้ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่ หลังจากนั้นวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗ จะจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุส่งมอบคืนให้แก่สาธารณรัฐอินเดีย


รัฐบาลลุยส่งเสริม ฮาลาลไทย สู่ ASEAN Halal Hub ภายในปี 2571 ตั้งเป้า ภายใน 5 ปี



​“รัดเกล้า” ย้ำรัฐบาลลุยส่งเสริม ฮาลาลไทย สู่ ASEAN Halal Hub ภายในปี 2571 ตั้งเป้า ภายใน 5 ปี จ้างงานเพิ่ม 1 แสนคนต่อปี จัดงาน Kick off การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย มีนาคม 2567 นี้

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ด้วยเป้าหมายที่จะยกกระดับอุตสาหกรรมฮาลาลไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลในภูมิภาค หรือ ASEAN Halal Hub ภายในปี 2571 นั้น  กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหรรม ได้วางแนวทางการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาล  เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลในภูมิภาค โดยการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างการรับรู้และการยอมรับในผลิตภัณฑ์ฮาลาลของประเทศไทยผ่านการเชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลให้ยังคงมีอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นเพื่อเป็น กลไกขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของไทยไปในตัว ควบคู่กับการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ กระจายรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็ง และความมั่นคงให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยังเตรียมลดข้อจำกัดและแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรครวมทั้งบูรณาการทำงานหน่วยงานต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ฮาลาล โดยผลิตภัณฑ์และบริการ อาหารฮาลาล เป้าหมายในระยะแรกที่ถูกต้องตามบทบัญญัติศาสนาอิสลามประกอบด้วยอาหารฮาลาลเช่นเนื้อสัตว์อาหารทะเลอาหารแปรรูปอาหารพร้อมรับประทานอาหารฮาร้านโดยธรรมชาติอาหารมุสลิมรุ่นใหม่เช่น Snack bar / แฟชั่นฮาลาล เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ รองเท้าและเครื่องหนัง / ยาสมุนไพรและเครื่องสำอางฮาลาล / โกโก้ฮาลาล สินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง / บริการและท่องเที่ยวฮาลาล

 “ในระยะยาว เราตั้งเป้าว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 หรือ 55,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีในขณะเดียวกันแรงงานในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจำนวน 100,000 คนต่อปีต่อเนื่องจนถึงปี 2571 และในแผนระยะสั้นนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนที่จะจัดงานเปิดตัว Kick off การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย วางแผนไว้ว่าจะจัดในช่วงเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งจะมีการเชิญหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เอกอัครราชทูตหรือผู้แทนทางการทูตของประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพเข้าร่วมงานด้วย  ขอให้ประชาชนให้กำลังใจคนทำงานและจับตาดูงานที่สำคัญงานนี้” รองโฆษกรัดเกล้าฯ กล่าว


เข้าชมฟรี! งานแสดงสินค้าสุขภาพ โภชนาการ อาหารสัตว์ Health & Nutrition Asia 2024 12-14 มี.ค.นี้



หากธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับสุขภาพ โภชนาการ อาหารสัตว์ นี่คืองานแสดงสินค้าที่คุณไม่ควรพลาด!! Health & Nutrition Asia 2024  12-14 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:00-18:00 น. ณ EH 100-102 BITEC กรุงเทพฯ

ลงทะเบียนเข้าชมงาน ฟรี! ได้ที่ https://www.databadge.net/viah2024/reg/?card=10010382 / https://vivhealthandnutrition.nl

งานแสดงสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์-โภชนาการสัตว์แห่งภูมิภาคเอเชีย มุ่งเน้นการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชีย จัดโดยทีมงานเดียวกับ VIV Asia งานปศุสัตว์อันดับ 1 ของภูมิภาค จัดพร้อมกันกับงาน VICTAM Asia งานแสดงสินค้าและการประชุมชั้นนำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์

ไฮไลท์สำคัญที่คุณไม่ควรพลาด




• พบ 250+ ผู้ประกอบการ มากกว่า 400 แบรนด์ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ล่าสุด อาทิ การดูแลสัตว์ในฟาร์มผ่านระบบอัตโนมัติ เพื่อได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม / การผสมพันธุ์และพันธุศาสตร์เพื่อตัดแต่งต่อเติมและเพิ่มความแข็งแกร่งของสายพันธุ์ / สารเติมแต่งอาหารและส่วนผสมอาหารสัตว์เพื่อทดแทนและเสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพ / เทคโนโลยีขั้นสูงด้านสุขภาพสัตว์ / อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ / เภสัชกรรม กระบวนการผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์และสัตวแพทยศาสตร์ ฯลฯ

• รวมสุดยอดแบรนด์ชั้นนำจากนานาชาติไว้ในที่เดียว อาทิ 

China Animal Husbandry Industry Co.,Ltd. (China), Amorvet, Aniamor Nutrition, BiomiXin, Buhler, Catalysis S.L., Daesung Microbiological Labs Co. Ltd., EW Nutrition Pacific Pte. Ltd., Famsun , Green Cross Veterinary Product Co., Ltd., Huali, Intracare B.V., Korea Thumvet Co., Ltd., Median Diagnostics, MK Bio Science Co., Ltd., Solton Biochem Inc., Union Pharma Lab Pvt. Ltd., Vetnostrum Animal Health Co., Ltd., Yantai Oriental Protein Tech Co., Ltd., Zoeuticals LLC และอีกมากมาย

ค้นพบโอกาสทางธุรกิจใหม่จากหน่วยงานสมาคมทั้งในไทยและต่างประเทศเพื่อหาคู่ค้าให้ตรงความต้องการ อาทิ Korea Animal Health Products Association (KAHPA) and Korea Feed Ingredients Association (KFIA), Animal Health Products Association (AHPA), Thailand, Faculty of Veterinary Medicine (KU), Federation of Asian Veterinary Association (FAVA), National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards (ACFS), National Science and Technology Development Agency (NSTDA), Thai Society of Animal Nutrition ฯลฯ เช็ครายชื่อผู้ประกอบการได้ที่ https://www.viv.net/events/38a3a1c4-a91d-4c15-a586-4475e6e375d1?tab=companies 



• เต็มอิ่มไปกับงานประชุม งานสัมมนา งาน Networking และงาน Business Pitching มากกว่า 50+ หัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ

12 มีนาคม 2567

- Experience in Conducting Research on Thai Herbal Medicine Trials in the Swine Industry- By LiLy FoodAnSci Ltd

- Probiotics, Prebiotics and Beyond as Substitutes of Antibiotics - By: AFOB and TSB

- FAVA's One Health Approach on Sustainable Food Security in Asia Pacific - By: FAVA-TVMA

- Healthier Farms for Healthier Futures: Towards a More Resilient Livestock Value Chain - By: FAO 

- TCA-NSI, an ideal quality indicator of fermented soybean meal - By: DaBomb Protein Biotech Corp

13 มีนาคม 2567

- Introducing Axxess XY: Full Flexibility for Feed Performance - By EW Nutrition

- The Most Accurate, Portable, and Cost-Effective NIR Spectrometer Solutions - The All-In-One Platform For All Feed Mills

- Climate Journey: Steering Collaborative Change along the Animal Protein Value Chain - By: UOB

- Build My Feedmill Conference - By: Perendale Publishers Ltd

- Insects for Health and Nutrition: Updates from the Asian Industry by Asian Food and Feed Insect Association (AFFIA)

- Feed Strategy Seminar: Sustainable Feed, Nutrition Solutions to Support Antibiotic Reductions - By: WATT Global Media

14 มีนาคม 2567

- Health and Nutrition Asia 2024 Start-Up Pitching by VNU-KUVA

สำรวจตารางงานสัมมนาเพื่อจับจองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ https://vivhealthandnutrition.nl/visit/conference-program ห้ามพลาดโอกาสที่จะอัปเดตความรู้และเทรนด์ที่สำคัญของอุตสาหกรรม

ลงทะเบียนเข้าชมงาน ฟรี! ได้ที่ https://www.databadge.net/viah2024/reg/?card=10010382  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://vivhealthandnutrition.nl / โทร. 02-1116611 ต่อ 330/335 แล้วพบกันที่งาน Health & Nutrition Asia 2024 | 12-14 มีนาคม 2567 ณ EH 100-102 BITEC กรุงเทพฯ จัดโดย VNU Asia Pacific#VIV #HealthAndNutritionAsia #Livestockmarket #AnimalNutrition #AnimalFeed #TradeFair #VNUAsiaPacific 


วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

พบนวัตกรรมเครื่องคั่วกาแฟ ดีไอวายจากชิ้นส่วนจักรยาน ผลงานร.ร.สาธุกิจประชาสรรค์ รัชมังคลาภิเษกเวียงสาน่าน โชว์งานส่องฮีตต๋ามฮอยวิถีน่าน



วันที่ 1 มีนาคม 2567 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Symposium ส่องฮีต ต๋ามฮอย วิถีน่าน ผ่าน Soft Power ส่งเสริมพหุปัญญา พัฒนาทักษะอาชีพอย่างยั่งยืน” ณ ข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน  ในการนี้ ร.ร.สาธุกิจประชาสรรครัชมังคลาภิเษก อ.เวียงสา ได้โชว์ผลงานนวัตกรรมไอศกรีมใบไผ่ และเครื่องคั่วกาแฟ ดีไอวายจากชิ้นส่วนจักรยาน


@siampongshop #เทรนด์วันนี้ พบนวัตกรรมเครื่องคั่วกาแฟดีไอวายจากชิ้นส่วยจักรยาน ผลงาน #โรงเรียนสาธุกิจประชาสรรค์รัชมังคลาภิเษก โชว์งาน #ส่อวฮีตต๋ามฮอย ♬ เสียงต้นฉบับ - siampongshop

https://www.tiktok.com/@siampongshop/video/7341775110132550930 

พบนวัตกรรมไอศกรีมใบไผ่ ผลงานร.ร.สาธุกิจประชาสรรค์ รัชมังคลาภิเษกเวียงสาน่าน โชว์งานส่องฮีตต๋ามฮอยวิถีน่าน



วันที่ 1 มีนาคม 2567 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Symposium ส่องฮีต ต๋ามฮอย วิถีน่าน ผ่าน Soft Power ส่งเสริมพหุปัญญา พัฒนาทักษะอาชีพอย่างยั่งยืน” ณ ข่วงเมืองน่าน จังหวัดน่าน  ในการนี้ ร.ร.สาธุกิจประชาสรรครัชมังคลาภิเษก อ.เวียงสา ได้โชว์ผลงานนวัตกรรมไอศกรีมใบไผ่

@siampongshop #เทรนด์วันนี้ พบนวัตกรรมไอศกรีมใบไผ่ ผลงาน #ร.ร.สาธุกิจประชาสรรครัชมังคลาภิเษก เวียงสาน่าน โชว์งาน #ส่องฮีตต๋ามฮอยวิถีน่าน ♬ เสียงต้นฉบับ - siampongshop

 https://www.tiktok.com/@siampongshop/video/7341771320704781575

สสส. สานพลังเทศบาลเมืองน่าน UDC ม.แม้โจ้ หนุน “จ.น่าน” เป็นจังหวัดแรก ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ


 
สสส. สานพลังเทศบาลเมืองน่าน UDC ม.แม้โจ้ หนุน “จ.น่าน” เป็นจังหวัดแรก ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ภายใต้นโยบาย “เมืองสุขภาพดี” หรือ blue zone ของกระทรวงสาธารณสุข ชู “ชุมชนน้ำล้อม เทศบาลเมืองน่าน” ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรเพื่อผู้สูงอายุและทุกคน จัดทีมช่างชุมชนออกแบบ ปรับปรุงบ้านคนสูงอายุ คนพิการ ที่อยู่เพียงลำพัง     

วันที่ 2 มี.ค. 2567 ที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ และผศ.ดร.วุฒิกานต์ ปุระพรหม หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (UDC) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การออกแบบและปรับปรุงบ้านพักของผู้สูงอายุตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน ในพื้นที่ที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและทุกคน

@siampongshop #เทรนด์วันนี้ #สสส. นำลงพื้นที่รณรงค์เปิดเมือง #อารยสถาปัตย์ ♬ เสียงต้นฉบับ - siampongshop

(https://www.tiktok.com/@siampongshop/video/7341588337460923655)

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จ.น่านเป็นจังหวัดแรกที่ดำเนินส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ภายใต้นโยบาย “เมืองสุขภาพดี” หรือ blue zone ของกระทรวงสาธารณสุข โดย สสส. ร่วมกับศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (UDC) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการขับเคลื่อนให้ จ.น่าน เป็น 1 ในจังหวัดต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรกับทุกคน มุ่งพัฒนาพื้นที่สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สาธารณะต้นแบบ รวมถึงที่พักอาศัยของผู้สูงอายุและคนพิการ ให้มีสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ และทุกคน ภายใต้แนวคิด “การออกแบบเพื่อทุกคน” หรือ Universal Design (UD)  ซึ่งจะเอื้อให้คนกลุ่มนี้สามารถดำเนินชีวิต และออกจากบ้านมาใช้ชีวิต ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนในชุมชนได้อย่างอิสระ สะดวก ปลอดภัย ถือเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่การมีสุขภาวะดีขอ'คนกลุ่มนี้ 

“การขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรใน จ.น่าน มีชุมชนน้ำล้อม เป็นพื้นที่นำร่อง 1 ใน 31 ชุมชนของเทศบาลเมืองน่าน โดดเด่นในการสร้างต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยในอนาคตมีแผนการสร้างที่อยู่อาศัยแบบหมุนเวียนสำหรับผู้สูงอายุและพิการยากไร้ด้วย เพราะมีสัดส่วนผู้สูงอายุอยู่คนเดียวจำนวนมาก ซึ่งการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม มีส่วนช่วยให้เกิดการสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ เป็นส่วนหนึ่งของการรองรับสังคมสูงวัยและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย และเตรียมขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไป” นพ.พงศ์เทพ กล่าว 

นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สสส. สนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ตามแนวคิด UD ทั้งในส่วนของที่พักอาศัย สถานที่สาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยว โดยสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ Universal Design Center ในมหาวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ความรู้เรื่องการออกแบบ Universal Design แก่หน่วยงาน ประชาชน ที่สนใจ และให้คำปรึกษาในการปรับสภาพบ้านไปแล้วกว่า 785 หลัง จัดอบรมช่างชุมชนให้มีความรู้ในประเด็น UD สามารถไปดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมในส่วนบ้านพักและสถานที่สาธารณะ รวมทั้งสนับสนุนมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล เพื่อพัฒนาทูตอารยสถาปัตย์กว่า 300 คน มีทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ สามารถเป็นตัวแทนในการให้ข้อมูลและร่วมขับเคลื่อนประเด็นการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามแนวคิด UD ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

ผศ.ดร.วุฒิกานต์ ปุระพรหม  หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (UDC) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า จ.น่าน เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มเป็น 32%ของประชากรในพื้นที่ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่เพียงลำพัง แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิต จึงเริ่มต้นลงพื้นที่และได้เห็นศักยภาพของคนในท้องถิ่น แต่ยังขาดที่ปรึกษา และช่างชุมชนที่มีความรู้ด้าน Universal จึงริเริ่มดำเนินการพัฒนาให้ จ.น่านเป็นต้นแบบเมืองที่เป็นมิตรของภาคเหนือ โดยความร่วมมือของศูนย์ UDC  จากสถาบันการศึกษา 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยนเรศวร   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพะเยา โดยร่วมกับโรงพยาบาลน่าน  เทศบาลเมืองน่าน ชมรมผู้สูงอายุ ภาคเอกชน มีกระบวนการรับฟังความเห็นจากคนในพื้นที่ รวบรวมความเห็นส่งต่อให้กองช่างไปดำเนินงานตลอดการทำงาน 2 ปีจนเห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.วุฒิกานต์  กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน จ.น่าน มีการปรับภูมิทัศน์ ได้แก่ 1.ที่ชุมชนบ้านน้ำล้อม ต.ในเวียง อ.เมือง มีการจัดสภาพแวดล้อมบ้านผู้สูงอายุกลุ่มยากไร้และอยู่เพียงลำพัง โดยปรับปรุงห้องน้ำ บันได พื้นบ้าน จัดระเบียบของใช้ และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก 2.ศาสนสถาน มีการปรับปรุงพื้นที่ และอาคารสาธารณะ เช่น แก้ไขพื้นผิวทาง เพิ่มราวจับ 3.ตลาดชุมชนบ้านพระเนตร มีการปรับห้องน้ำสาธารณะ เพิ่มราวจับ 4.เตรียมสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงวัย แบบไปเช้า-เย็นกลับ (DAYCARE) ที่โรงพยาบาลน่าน มีเนื้อที่ใช้สอย 700 ตารางเมตร เพื่อลดความแออัดในในโรงพยาบาล โดยออกแบบให้เป็นสถานบริบาลให้ผู้สูงอายุมาตรวจเช็คร่างกาย ทำกายภาพบำบัด รับยา และจัดร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมทำนอกบ้าน ไม่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง ช่วยลดความกังวลของบุตรหลาน 

นายณกรณ์ ศิริรัตน์พิริยะ รองนายกเทศบาลเมืองน่าน กล่าวว่า เทศบาลเมืองน่านได้ปรับปรุงสถานที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ ได้แก่ อาคารจามจุรี อาคารพญานาคของศูนย์ท่องเที่ยวเมืองน่าน และอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน และยังบูรณาการทำงานกับหลายฝ่ายในการสำรวจชุมชนเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมตามความต้องการของประชาชน โดยเทศบาลเมืองน่านได้ส่งทีมประเมินบ้านของผู้สูงอายุ คนพิการ เป็นประจำ และมีทีมอนุกรรมการลงพื้นที่สำรวจเยี่ยมบ้านทุกวันพุธ เพื่อนำข้อเสนอต่างๆของประชาชนนำไปวางแผนการพัฒนาให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ โรงพยาบาลน่าน จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย สมาคมสถาปัตย์ภาคเหนือ และวิทยาลัยชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงาน UD ในจ.น่าน ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง 


"หมอชลน่าน" ยกระดับน่าน จับมือ "คุนหมิง-เวียงจันทน์" บ้านเมืองพี่เมืองน้อง เสริมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ



“หมอชลน่าน” ยกระดับน่าน Kick off เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล ด้าน สสส. เดินหน้าผลักดัน “น่านโมเดล” 1 ใน 10 เมืองต้นแบบสุขภาพ ที่มีอารยสถาปัตย์ สภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับ ผู้สูงวัย คนพิการ ตามแนวคิด Universal Design : UD​

วันที่ 1 มี.ค. 2567 ที่ลานข่วงเมืองน่าน วัดภูมินทร์ จ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน ทัวร์อารยสถาปัตย์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดน่าน “เปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดน่าน” พร้อมด้วย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล จังหวัดน่าน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เทศบาลเมืองน่าน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และภาคีเครือข่าย เพื่อเดินหน้าสนับสนุน “น่านโมเดล” เมืองต้นแบบสุขภาพ ที่มีอารยสถาปัตย์ มีสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับ  ผู้สูงวัย คนพิการ ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design (UD) 

@siampongshop #เทรนด์วันนี้ #หมอชลน่าน ใช้ #น่าน #คุนหมิง #เวียงจันทน์ ♬ เสียงต้นฉบับ - siampongshop

​

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ด้วยจำนวนผู้สูงอายุกว่า 13 ล้านคน คิดเป็น 20 %ของประชากรไทย และมีคนพิการมากกว่า 2.1 ล้านคน คิดเป็น 3% ของประชากรไทย กิจกรรมเปิดเมืองอารยสถาปัตย์ เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล จังหวัดน่าน ถือเป็นโครงการที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ในการส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub and Wellness) และระบบโลจิสติก เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์ และการบริการด้านสุขภาพการรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชีย มีเป้าหมาย 4 ด้าน 1.ขับเคลื่อนเมืองสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) 2.ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) 3.การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ของจังหวัดน่าน 4.ส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมของคนพิการรองรับสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว

“นักท่องเที่ยวในกลุ่มเป้าหมายนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พักฟื้นสุขภาพ กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มคนพิการ และกลุ่มที่ต้องการได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น สตรีมีครรภ์ เด็กเล็กต้องใช้รถเข็น ดังนั้นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จึงจำเป็นต้องพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้ด้วย แนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ UD  จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวก และเพื่อความปลอดภัยของคนกลุ่มนี้” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากสถานการณ์ประชากรผู้สูงอายุไทยในปี 2565 มีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 12.69 ล้านคน คิดเป็น 19.21% ถือเป็นการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ผู้สูงอายุจำนวนมากมีบ้านที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม และไม่ปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิต  และจากข้อมูลปี 2564 มีผู้สูงอายุ 853,390 คน ระบุว่าเคยหกล้มในบริเวณบ้าพักมากที่สุด ผู้สูงอายุ 216,078 คน ที่เคยหกล้มภายในตัวบ้าน เป็นการหกล้มในห้องน้ำมากที่สุด รองลงมาคือ ห้องนอน ระเบียงบ้าน และบันได ตามลำดับ ขณะที่ข้อมูลคนพิการ ปี 2566 มีคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการทั่วประเทศ 2.18 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางในการดำเนินชีวิต จากความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัยของผู้สูงอายุ และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ และการเข้าถึงสถานที่สาธารณะ

“สสส. สนับสนุนให้ผู้สูงอายุและคนพิการได้ออกมาใช้ชีวิตในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีอิสระ สะดวก และปลอดภัย โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการออกแบบเพื่อทุกคน ปรับปรุง พัฒนา อาคาร สถานที่ ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการและคนทั้งมวล ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งแหล่งท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ เกิดเป็นพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวอารยสถาปัตย์ใน 10 จังหวัด ซึ่ง จ.น่าน เป็น 1 ใน 10 พื้นที่ต้นแบบที่ได้ขับเคลื่อนและพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกตามแนวคิด UDในสถานที่สาธารณะ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว วัดภูมินทร์ และวัดสวนตาลซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งมวลได้” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

นายกฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ปี 2566 จ.น่าน มีนักท่องเที่ยว 1,570,213 คน แบ่งเป็น คนไทย 1,554,216 คน ชาวต่างชาติ 15,997 คน  สร้างรายได้ 4,415 ล้านบาทโดยเริ่ม Kick off ที่วัดภูมินทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล เพราะเป็นสถานที่สำคัญที่อยู่คู่เมืองมามากกว่า 400 ปี นำแนวคิดอารยสถาปัตย์ ปรับบริเวณจุดทางลาดให้ถูกต้องหรือแพลตฟอร์มลิฟต์สำหรับขึ้นวิหาร ชมจิตรกรรมปู่ม่านย่าม่าน ปรับปรุงทางลาดบริเวณฟุตบาทรอบวัดและทำทางลาดจุดเชื่อมต่อต่างๆ ให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์เข้าถึงได้ สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ตามหลักอารยสถาปัตย์ 7 ประการ คือ 1.ความเสมอภาค ทุกคนใช้งานได้ ไม่เลือกปฏิบัติ 2.ความยืดหยุ่น ใช้งานได้กับผู้ที่ถนัดซ้ายและขวา หรือปรับสูงต่ำได้ตามความสูงของผู้ใช้ 3.เรียบง่ายและเข้าใจได้ดี เช่น มีภาพ คำอธิบาย สัญลักษณ์สากล สำหรับทุกกลุ่มไม่ว่าจะมีความรู้ระดับไหน อ่านหนังสือออกหรือไม่ 4.เข้าใจง่าย มีข้อมูลคำอธิบายหรือรูปภาพประกอบการใช้ 5.ปลอดภัยขณะใช้งานทนทาน 6.ทุ่นแรง สะดวก 7.มีขนาด-สถานที่ที่เหมาะสม ออกแบบคิดเผื่อสำหรับคนร่างกายใหญ่โต คนที่เคลื่อนไหวร่างกายยาก ในอนาคตจะปรับสถานที่สำคัญต่างๆ ใน จ.น่านและเตรียมขยายผลไปยัง จ.อุดรธานี จ.ระยอง จ.พิษณุโลก จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี และจ.สงขลา ต่อไป



เพลง: แสงแห่งสติชนะกาม หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา สัตตกนิบาต

เพลง: แสงแห่งสติชนะกาม หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา สัตตกนิบาต [ท่อนที่ 1] เมื่อกามเข้ามาเหมือนคลื่นลม หัวใจอย่าหลง อย่าปล่อยตาม สิ่งสวยงาม...