การผลักดันให้หนังสือเดินทางของพระภิกษุสงฆ์มีอายุจาก 5 ปีเป็น 10 ปี มิใช่เพียงเรื่องของเอกสารราชการ หากแต่มีความหมายต่อพระภิกษุผู้ทำหน้าที่พระธรรมทูต ซึ่งต้องเดินทางข้ามประเทศเพื่อเผยแผ่พระธรรม ปฏิบัติศาสนกิจ สร้างเครือข่ายพระพุทธศาสนา และนำหลักธรรมไปสู่พุทธศาสนิกชนในดินแดนต่าง ๆ
เมื่อหนังสือเดินทางมีอายุยาวขึ้น ภาระในการจัดทำเอกสารย่อมลดลง และทำให้การวางแผนปฏิบัติศาสนกิจระยะยาวมีความพร้อมมากขึ้น ส่วนการได้รับวีซ่าระยะยาวนั้นยังขึ้นอยู่กับกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ มิได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการมีพาสปอร์ต 10 ปี
หากมองในมิติแห่งพระพุทธศาสนา การช่วยลดอุปสรรคในการเดินทางของพระธรรมทูต จึงเป็นการเปิดทางให้พระธรรมสามารถเดินทางไปถึงผู้คนได้กว้างขึ้น และเมื่อพระธรรมเดินทางไปถึงผู้คนมากขึ้น โอกาสที่ผู้คนจะได้ศึกษา ปฏิบัติ และถ่ายทอดธรรมะต่อไปก็ย่อมเพิ่มขึ้นด้วย
พระพุทธศาสนามีคติเรื่อง “รัตนะ 7” ของพระเจ้าจักรพรรดิ ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว
ในบรรดารัตนะเหล่านี้ มีรัตนะ 4 ประการที่เกี่ยวข้องอย่างเด่นชัดกับการเคลื่อนที่ พลัง อานุภาพ และการแผ่ขยาย ได้แก่ แก้วมณี (มณีรัตนะ) ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ) ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ) และจักรแก้ว (จักรรัตนะ) ซึ่ง อาจสอดคล้องกับอานิสงส์ของการขยายพาสปอร์ตจาก 5 ปีเป็น 10 ปีเพื่อการเดินทาง
แก้วมณี (มณีรัตนะ) ตามอรรถกถามีอานุภาพในการส่องสว่าง โดยกล่าวถึงแก้วมณีที่สามารถให้แสงสว่างได้ถึงหนึ่งโยชน์ในความมืด ทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นและดำเนินกิจการต่าง ๆ ได้ราวกับเป็นเวลากลางวัน อานุภาพของแก้วมณีจึงเป็นเรื่องที่คัมภีร์อรรถกถากล่าวไว้อย่างชัดเจน มิใช่เพียงความหมายเชิงสัญลักษณ์
นอกจากนี้ คติเรื่องอุตตรกุรุทวีปก็ปรากฏอยู่ในเรื่องรัตนะของพระเจ้าจักรพรรดิ โดยอรรถกถากล่าวถึง นางแก้ว ว่านางอาจเป็นพระอัครมเหสีเดิม หรือเป็นหญิงที่มาจากอุตตรกุรุทวีป หรือจากแคว้นมัททะ ทั้งนี้จึงต้องแยกให้ชัดเจนว่า “นางแก้วมาจากอุตตรกุรุทวีป” เป็นรายละเอียดของนางแก้ว มิใช่คุณสมบัติของแก้วมณีโดยตรง
ส่วน ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ) อรรถกถากล่าวถึงช้างเผือกที่มีอานุภาพ สามารถเหาะไปในอากาศได้ และสามารถพาบริษัทติดตามไปทั่วชมพูทวีปแล้วกลับถึงพระนครก่อนเวลาอาหารเช้า รายละเอียดนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเดินทางอย่างรวดเร็วและกว้างขวางของช้างแก้วตามคติรัตนะ 7
ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ) ก็มีอานุภาพในการเดินทางอย่างรวดเร็วเช่นกัน อรรถกถากล่าวว่ารายละเอียดของม้าแก้วมีลักษณะเช่นเดียวกับช้างแก้วในเรื่องการเดินทาง จึงเป็นรัตนะที่ช่วยให้พระเจ้าจักรพรรดิสามารถเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วน จักรแก้ว (จักรรัตนะ) เป็นรัตนะสำคัญของพระเจ้าจักรพรรดิ มีบทบาทในการนำพระราชาเดินทางไปยังทิศต่าง ๆ พระสูตรและอรรถกถากล่าวถึงจักรแก้วที่เคลื่อนไปทางตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือ และในที่สุดสามารถเดินทางข้ามดินแดนที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรทั้งหลายได้ ก่อนกลับมายังพระนครของพระเจ้าจักรพรรดิ
ในอรรถกถายังมีภาพที่กว้างยิ่งขึ้น กล่าวถึงจักรแก้วที่พาพระเจ้าจักรพรรดิขึ้นไปบนอากาศในระดับสูง เพื่อทอดพระเนตรโลกธาตุที่ประกอบด้วยมหาทวีปทั้งสี่ ได้แก่ ปุพพวิเทหทวีป อุตตรกุรุทวีป อปรโคยานทวีป และชมพูทวีป พร้อมเกาะบริวารจำนวนมาก รายละเอียดนี้สะท้อนขอบเขตของโลกตามจักรวาลวิทยาในคัมภีร์อย่างชัดเจน
ดังนั้น หากกล่าวถึงอานุภาพของรัตนะตามคัมภีร์ เราสามารถกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า ช้างแก้วสามารถเดินทางทางอากาศได้ ม้าแก้วมีความรวดเร็วในการเดินทาง แก้วมณีมีอานุภาพส่องสว่าง และจักรแก้วสามารถนำพระเจ้าจักรพรรดิเดินทางไปยังทิศต่าง ๆ จนถึงดินแดนที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร
เมื่อพิจารณารัตนะเหล่านี้โดยตรงตามคัมภีร์ จะเห็นว่าความสามารถในการเดินทางมิใช่เรื่องเล็กในคติพระเจ้าจักรพรรดิ เพราะการเดินทางคือองค์ประกอบหนึ่งของการขยายพระราชอำนาจและการปกครองด้วยธรรม จักรแก้วนำไปสู่ทิศต่าง ๆ ช้างแก้วและม้าแก้วช่วยให้พระราชาเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ส่วนแก้วมณีทำหน้าที่ให้แสงสว่าง
คติรัตนะดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อผู้มีบุญบารมีมี “พาหนะ” และ “เครื่องมือ” ที่เหมาะสม การเดินทางและการทำภารกิจย่อมสามารถขยายออกไปได้กว้างไกล
ในยุคปัจจุบัน พระธรรมทูตก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือของโลกยุคใหม่ในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ หนังสือเดินทางจึงเป็นหนึ่งในเอกสารพื้นฐานที่ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศเกิดขึ้นได้ และเมื่อหนังสือเดินทางมีอายุยาวขึ้นจาก 5 ปีเป็น 10 ปี ย่อมช่วยเพิ่มความพร้อมสำหรับการเดินทางระยะยาว
หากผู้หนึ่งมีส่วนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยเจตนาเพื่อสนับสนุนพระธรรมทูตและพระพุทธศาสนา บุญกุศลที่ควรกล่าวถึงจึงเป็นลักษณะเดียวกันคือ เปิดทางให้ผู้อื่นทำงานพระศาสนาผู้ผู้อานิสงส์แห่งการเปิดทางพระธรรม ขยายงานพระพุทธศาสนา ได้มากขึ้นดังการขยายพาสปอร์ต 5 ปีสู่ 10 ปี เสมือนอานุภาพแห่งรัตนะพระเจ้าจักรพรรดิ
การผลักดันให้หนังสือเดินทางของพระภิกษุสงฆ์มีอายุจาก 5 ปีเป็น 10 ปี มิใช่เพียงเรื่องของเอกสารราชการ หากแต่มีความหมายต่อพระภิกษุผู้ทำหน้าที่พระธรรมทูต ซึ่งต้องเดินทางข้ามประเทศเพื่อเผยแผ่พระธรรม ปฏิบัติศาสนกิจ สร้างเครือข่ายพระพุทธศาสนา และนำหลักธรรมไปสู่พุทธศาสนิกชนในดินแดนต่าง ๆ
เมื่อหนังสือเดินทางมีอายุยาวขึ้น ภาระในการจัดทำเอกสารย่อมลดลง และทำให้การวางแผนปฏิบัติศาสนกิจระยะยาวมีความพร้อมมากขึ้น ส่วนการได้รับวีซ่าระยะยาวนั้นยังขึ้นอยู่กับกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละประเทศ มิได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการมีพาสปอร์ต 10 ปี
หากมองในมิติแห่งพระพุทธศาสนา การช่วยลดอุปสรรคในการเดินทางของพระธรรมทูต จึงเป็นการเปิดทางให้พระธรรมสามารถเดินทางไปถึงผู้คนได้กว้างขึ้น และเมื่อพระธรรมเดินทางไปถึงผู้คนมากขึ้น โอกาสที่ผู้คนจะได้ศึกษา ปฏิบัติ และถ่ายทอดธรรมะต่อไปก็ย่อมเพิ่มขึ้นด้วย
พระพุทธศาสนามีคติเรื่อง “รัตนะ 7” ของพระเจ้าจักรพรรดิ ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว
ในบรรดารัตนะเหล่านี้ มีรัตนะ 4 ประการที่เกี่ยวข้องอย่างเด่นชัดกับการเคลื่อนที่ พลัง อานุภาพ และการแผ่ขยาย ได้แก่ แก้วมณี (มณีรัตนะ) ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ) ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ) และจักรแก้ว (จักรรัตนะ)
แก้วมณี (มณีรัตนะ) ตามอรรถกถามีอานุภาพในการส่องสว่าง โดยกล่าวถึงแก้วมณีที่สามารถให้แสงสว่างได้ถึงหนึ่งโยชน์ในความมืด ทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นและดำเนินกิจการต่าง ๆ ได้ราวกับเป็นเวลากลางวัน อานุภาพของแก้วมณีจึงเป็นเรื่องที่คัมภีร์อรรถกถากล่าวไว้อย่างชัดเจน มิใช่เพียงความหมายเชิงสัญลักษณ์
นอกจากนี้ คติเรื่องอุตตรกุรุทวีปก็ปรากฏอยู่ในเรื่องรัตนะของพระเจ้าจักรพรรดิ โดยอรรถกถากล่าวถึง นางแก้ว ว่านางอาจเป็นพระอัครมเหสีเดิม หรือเป็นหญิงที่มาจากอุตตรกุรุทวีป หรือจากแคว้นมัททะ
ส่วน ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ) อรรถกถากล่าวถึงช้างเผือกที่มีอานุภาพ สามารถเหาะไปในอากาศได้ และสามารถพาบริษัทติดตามไปทั่วชมพูทวีปแล้วกลับถึงพระนครก่อนเวลาอาหารเช้า รายละเอียดนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเดินทางอย่างรวดเร็วและกว้างขวางของช้างแก้วตามคติรัตนะ 7
ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ) ก็มีอานุภาพในการเดินทางอย่างรวดเร็วเช่นกัน อรรถกถากล่าวว่ารายละเอียดของม้าแก้วมีลักษณะเช่นเดียวกับช้างแก้วในเรื่องการเดินทาง จึงเป็นรัตนะที่ช่วยให้พระเจ้าจักรพรรดิสามารถเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ส่วน จักรแก้ว (จักรรัตนะ) เป็นรัตนะสำคัญของพระเจ้าจักรพรรดิ มีบทบาทในการนำพระราชาเดินทางไปยังทิศต่าง ๆ พระสูตรและอรรถกถากล่าวถึงจักรแก้วที่เคลื่อนไปทางตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือ และในที่สุดสามารถเดินทางข้ามดินแดนที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรทั้งหลายได้ ก่อนกลับมายังพระนครของพระเจ้าจักรพรรดิ
ในอรรถกถายังมีภาพที่กว้างยิ่งขึ้น กล่าวถึงจักรแก้วที่พาพระเจ้าจักรพรรดิขึ้นไปบนอากาศในระดับสูง เพื่อทอดพระเนตรโลกธาตุที่ประกอบด้วยมหาทวีปทั้งสี่ ได้แก่ ปุพพวิเทหทวีป อุตตรกุรุทวีป อปรโคยานทวีป และชมพูทวีป พร้อมเกาะบริวารจำนวนมาก รายละเอียดนี้สะท้อนขอบเขตของโลกตามจักรวาลวิทยาในคัมภีร์อย่างชัดเจน
ดังนั้น หากกล่าวถึงอานุภาพของรัตนะตามคัมภีร์ เราสามารถกล่าวได้อย่างชัดเจนว่า ช้างแก้วสามารถเดินทางทางอากาศได้ ม้าแก้วมีความรวดเร็วในการเดินทาง แก้วมณีมีอานุภาพส่องสว่าง และจักรแก้วสามารถนำพระเจ้าจักรพรรดิเดินทางไปยังทิศต่าง ๆ จนถึงดินแดนที่ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร
เมื่อพิจารณารัตนะเหล่านี้โดยตรงตามคัมภีร์ จะเห็นว่าความสามารถในการเดินทางมิใช่เรื่องเล็กในคติพระเจ้าจักรพรรดิ เพราะการเดินทางคือองค์ประกอบหนึ่งของการขยายพระราชอำนาจและการปกครองด้วยธรรม จักรแก้วนำไปสู่ทิศต่าง ๆ ช้างแก้วและม้าแก้วช่วยให้พระราชาเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ส่วนแก้วมณีทำหน้าที่ให้แสงสว่าง
คติรัตนะดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อผู้มีบุญบารมีมี “พาหนะ” และ “เครื่องมือ” ที่เหมาะสม การเดินทางและการทำภารกิจย่อมสามารถขยายออกไปได้กว้างไกล
ในยุคปัจจุบัน พระธรรมทูตก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือของโลกยุคใหม่ในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ หนังสือเดินทางจึงเป็นหนึ่งในเอกสารพื้นฐานที่ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศเกิดขึ้นได้ และเมื่อหนังสือเดินทางมีอายุยาวขึ้นจาก 5 ปีเป็น 10 ปี ย่อมช่วยเพิ่มความพร้อมสำหรับการเดินทางระยะยาว
หากผู้หนึ่งมีส่วนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วยเจตนาเพื่อสนับสนุนพระธรรมทูตและพระพุทธศาสนา บุญกุศลที่ควรกล่าวถึงจึงอยู่ที่การ เปิดทางให้ผู้อื่นทำงานพระศาสนาผู้ผู้ผลักดันพาสปอร์ตพาสปอร์ต 5 ปีสู่ 10 ปี นี้จึงเป็นบุญใหญ่ เพราะเมื่อพระธรรมทูตเดินทางไปต่างประเทศ พระธรรมก็เดินทางไปพร้อมกับท่าน เมื่อพระธรรมถูกเผยแผ่ ผู้คนก็ได้รับโอกาสศึกษา เมื่อผู้คนศึกษาแล้วเกิดศรัทธาและนำไปปฏิบัติ ผลแห่งความดีก็สามารถขยายต่อไปอีกหลายชั้น
ดังนั้น การเปิดทางให้พระธรรมทูตเดินทาง จึงมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเนื่องในลักษณะของ “บุญที่ส่งต่อบุญ”
จากผู้ผลักดันไปสู่พระธรรมทูต
จากพระธรรมทูตไปสู่พุทธศาสนิกชน
จากพุทธศาสนิกชนไปสู่ครอบครัวและชุมชน
และจากชุมชนหนึ่งไปสู่เครือข่ายพระพุทธศาสนาในประเทศต่าง ๆ
เมื่อพิจารณาด้วยหลักนี้ การผลักดันพาสปอร์ต 10 ปีจึงสามารถนำไปสู่การสร้างบารมีต่อได้อีกมาก เพราะความสำเร็จด้านเอกสารไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการทำงานที่ใหญ่กว่า นั่นคือการส่งเสริมพระธรรมทูตให้สามารถทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง
หากจะกล่าวถึงรัตนะทั้ง 4 ตามคติพระเจ้าจักรพรรดิ ก็สามารถกล่าวได้ว่า
แก้วมณี (มณีรัตนะ) มีอานุภาพแห่งแสงสว่าง
ช้างแก้ว (หัตถิรัตนะ) มีอานุภาพและกำลังในการเดินทาง
ม้าแก้ว (อัสสรัตนะ) มีความรวดเร็วในการเดินทาง
จักรแก้ว (จักรรัตนะ) นำการเดินทางไปสู่ทิศต่าง ๆ และดินแดนอันกว้างไกล
เมื่อพิจารณาร่วมกันแล้ว รัตนะเหล่านี้จึงเกี่ยวข้องกับ “แสงสว่าง พลัง ความรวดเร็ว และการเดินทางไปทั่วทิศ” ตามรายละเอียดที่ปรากฏในคัมภีร์
ส่วนผู้ที่ช่วยเปิดทางให้พระธรรมทูตเดินทางในโลกปัจจุบัน แม้ไม่ได้มีรัตนะเหล่านั้นเป็นของตนเอง ก็สามารถสร้างเหตุแห่งกุศลด้วยการสนับสนุนให้พระธรรมเดินทางได้สะดวกขึ้น
อานิสงส์จึงควรอยู่ที่เจตนาและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การยึดติดว่าผู้กระทำจะต้องได้รับรัตนะเป็นวัตถุจริง เพราะกรรมย่อมมีเหตุปัจจัยละเอียดกว่านั้น
แต่หากบุญนั้นถูกนำไปต่อยอดด้วยการสนับสนุนพระสงฆ์ การศึกษา การเผยแผ่ธรรม การปฏิบัติธรรม และการสร้างเครือข่ายพระพุทธศาสนา ก็ย่อมเป็นการสร้างเหตุแห่งบารมีอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดแล้ว การเปิดทางให้พระธรรมทูตเดินทางก็คือการช่วยเปิดทางให้พระธรรมไปถึงผู้คน
พาสปอร์ต 10 ปีจึงเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งของโลกปัจจุบัน แต่คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่สิ่งที่พระธรรมทูตสามารถนำติดตัวไปด้วย นั่นคือพระธรรม คำสอน ปัญญา เมตตา และหนทางแห่ง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น