วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

เพลง: เชียงตุง มรดกแห่งแผ่นดิน


 
เพลง: เชียงตุง มรดกแห่งแผ่นดิน

[ท่อนที่ 1]

บนดอยสูงมีเรื่องราว
ผ่านคืนหนาวผ่านกาลเวลา
เจดีย์เก่ากับศรัทธา
บอกคุณค่าของวันวาน

จากเชียงแสนถึงเชียงตุง
เสียงลมพัดข้ามภูผา
เชียงรายกับเมืองริมธารา
ร่วมค้นหาความเป็นมา

[ท่อนก่อนฮุก]

ไม่ใช่เพียงก้อนอิฐเก่า
ไม่ใช่เรื่องเล่าที่เลือนหาย
แต่คือรากของผู้คนมากมาย
ที่ควรรักษาไว้ให้ยั่งยืน

[ฮุก]

เชียงตุงเอ๋ย เชียงตุง
ขอให้รุ่งด้วยคุณค่าประวัติศาสตร์
ให้โลกได้เห็นร่องรอยวันวาน
ให้ตำนานสืบไปไม่สูญสิ้น

ไทย เมียนมา ลาว ร่วมเรียนรู้
เปิดประตูด้วยใจที่ถวิล
อนุรักษ์มรดกแห่งแผ่นดิน
ให้ลูกหลานได้ยินเรื่องราวเดิม

[ท่อนที่ 2]

ริมโขงมีเรือเคยล่อง
มีเสียงร้องของคนเดินทาง
มีภาษาและหนทาง
มีเรื่องราวต่างวัฒนธรรม

เมืองต้นผึ้งถึงห้วยทราย
มีความหมายให้ค้นหา
เชียงแสน เชียงราย เชียงตุงมา
ศึกษาด้วยหลักฐานที่เป็นจริง

[ท่อนก่อนฮุก]

จะเชื่อมโยงต้องค้นคว้า
ใช้ปัญญาพิจารณา
ไม่ด่วนสรุปตามศรัทธา
ให้หลักฐานนำทางความเข้าใจ

[ฮุก]

เชียงตุงเอ๋ย เชียงตุง
ขอให้รุ่งด้วยคุณค่าประวัติศาสตร์
ให้โลกได้เห็นร่องรอยวันวาน
ให้ตำนานสืบไปไม่สูญสิ้น

ไทย เมียนมา ลาว ร่วมเรียนรู้
เปิดประตูด้วยใจที่ถวิล
อนุรักษ์มรดกแห่งแผ่นดิน
ให้ลูกหลานได้ยินเรื่องราวเดิม

[ท่อนสะพาน]

รักษาเมือง รักษาวัด
รักษารอยจารึกที่มีความหมาย
รักษาภาษาและหัวใจ
ของผู้คนที่สืบทอดกันมา

ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงใคร
แต่เพื่อให้ความจริงมีคุณค่า
ให้ชุมชนร่วมรักษา
ให้มรดกอยู่คู่แผ่นดิน

[ฮุกสุดท้าย]

เชียงตุงเอ๋ย เชียงตุง
ขอให้รุ่งในสายตาชาวโลก
ให้ความรู้เป็นทางคลายทุกข์โศก
ให้ความร่วมมือเชื่อมใจผู้คน

ไทย เมียนมา ลาว ร่วมสืบสาน
เรียนรู้วันวานอย่างมีเหตุผล
รักษามรดกเพื่อปวงชน
ส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป

[ท่อนจบ]

หนึ่งลุ่มน้ำ หลายเรื่องราว
หนึ่งรากเหง้า หลายวิถี
เชียงตุงยังมีคุณค่ามากมาย
รอให้โลกเรียนรู้ด้วยหัวใจ

“ณพลเดช” เดินหน้าผลักดัน “เชียงตุงสู่มรดกโลก” เชื่อมเชียงแสน–เชียงราย–ลาว สร้างเครือข่ายมรดกวัฒนธรรมข้ามพรมแดน

เสนอจัดทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ตามหลักเกณฑ์ยูเนสโก มุ่งค้นหาคุณค่าโดดเด่นของเชียงตุง พร้อมสร้างความร่วมมือไทย–เมียนมา–ลาว เพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ที่วัดเชียงยืน เมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่ม 16 ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬา จังหวัดเชียงราย และเลขาธิการชมรมคนรักษ์มรดกโลก เปิดเผยแนวทางผลักดันการศึกษาประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของเชียงตุงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้จัดทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอเชียงตุงเป็นแหล่งมรดกโลก พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์กับเชียงแสนและเชียงรายของประเทศไทย ตลอดจนเมืองสำคัญในลุ่มแม่น้ำโขงของประเทศลาว

นายณพลเดชระบุว่า การดำเนินงานควรมุ่งค้นหาและประเมินคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเชียงตุงจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม ศาสนสถาน ศิลปกรรม จารึก เอกสารโบราณ ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อให้เห็นพัฒนาการของเมืองและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับอาณาจักรล้านนาและเมืองประวัติศาสตร์อื่นในภูมิภาค

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรวบรวมเรื่องราวในอดีต แต่เป็นการวางรากฐานการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ พร้อมศึกษารูปแบบการเสนอขึ้นทะเบียนที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก ความพร้อมของแต่ละประเทศ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่

1. ผลักดันเชียงตุงสู่มรดกโลก เริ่มจากการศึกษาคุณค่าโดดเด่น

เชียงตุงเป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญในรัฐฉาน มีเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการของเมือง ศาสนา สถาปัตยกรรม ประเพณี และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับพื้นที่โดยรอบ จึงควรได้รับการศึกษาศักยภาพอย่างจริงจัง เพื่อประเมินว่ามีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ที่สามารถนำเสนอในกระบวนการพิจารณามรดกโลกได้หรือไม่

แนวทางสำคัญประกอบด้วยการรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี จัดทำบัญชีแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม สำรวจโบราณสถานและศาสนสถาน ศึกษาเขตเมืองเก่าและภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม ตลอดจนจัดทำแผนอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่ในระยะยาว

นอกจากนี้ ควรประสานความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมียนมา เพื่อกำหนดขั้นตอนการศึกษาและแนวทางดำเนินงานที่เหมาะสม โดยเคารพอธิปไตย กฎหมาย และอำนาจหน้าที่ของประเทศเจ้าของพื้นที่ ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกลไกที่กำหนดไว้ในอนุสัญญามรดกโลก โดยประเทศที่เกี่ยวข้องมีบทบาทตามสถานะและกระบวนการของตน

2. ใช้เชียงแสนเป็นฐานองค์ความรู้ เชื่อมประวัติศาสตร์ล้านนาสู่เชียงตุง

นายณพลเดชเสนอให้ใช้เชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาเปรียบเทียบหลักฐานทางประวัติศาสตร์กับเชียงตุง โดยพิจารณารูปแบบสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมทางศาสนา จารึก เอกสารโบราณ ประเพณี และพัฒนาการของชุมชน เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองเหล่านี้อย่างรอบด้าน

การศึกษาดังกล่าวจะช่วยตอบคำถามว่า เชียงตุงมีลักษณะเฉพาะทางประวัติศาสตร์อย่างไร มีความเชื่อมโยงกับล้านนาในด้านใด และมีคุณค่าใดที่สามารถนำเสนอให้ประชาคมโลกเห็นความสำคัญได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ไม่ควรหมายความว่าทุกเมืองจำเป็นต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งเดียวกัน เพราะแต่ละพื้นที่อาจมีคุณค่าโดดเด่น เงื่อนไข และแนวทางการอนุรักษ์แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาจากหลักฐานและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

3. ขยายเครือข่ายสู่ลาว ศึกษาเมืองต้นผึ้งและเมืองริมโขง

ข้อเสนอดังกล่าวยังครอบคลุมการศึกษาพื้นที่ในประเทศลาว โดยให้ความสำคัญกับเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว และเมืองห้วยทราย ซึ่งอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงและมีความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์กับพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

พื้นที่เหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับศึกษาประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน การค้า การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมตามแนวแม่น้ำโขง โดยควรเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านวัฒนธรรมของลาวเข้ามามีส่วนร่วม

หากผลการศึกษาพบหลักฐานที่แสดงถึงคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลและความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน จึงค่อยพิจารณารูปแบบการเสนอขึ้นทะเบียนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเสนอแหล่งมรดกโลกแยกกัน หรือการศึกษาแนวทางมรดกโลกแบบเชื่อมโยงข้ามพรมแดนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

4. เสนอจัดตั้งคณะทำงานวิชาการ รวบรวมหลักฐานก่อนขับเคลื่อนระดับนานาชาติ

เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ควรพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรม การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเข้าร่วมตามความเหมาะสม

ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การรวบรวมพงศาวดาร จารึก ภาพถ่าย และเอกสารทางประวัติศาสตร์ การจัดทำแผนที่และฐานข้อมูลแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างเชียงตุง เชียงแสน เชียงราย และเมืองประวัติศาสตร์ในลุ่มน้ำโขง ตลอดจนการประเมินคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลและเปรียบเทียบกับแหล่งมรดกโลกที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

คณะทำงานควรจัดทำข้อเสนอด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศไทย อาจพิจารณาบทบาทของกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านมรดกโลก เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้และประสานความร่วมมือภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

5. ใช้มรดกวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมไทย–เมียนมา–ลาว

นายณพลเดชเห็นว่า การผลักดันเชียงตุงสู่มรดกโลกควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์และความร่วมมือทางวิชาการ มากกว่าการสร้างข้อสรุปทางประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ โดยให้ความสำคัญกับการเคารพอธิปไตย กฎหมาย และกระบวนการตัดสินใจของแต่ละประเทศ

ความร่วมมือสามารถเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การจัดประชุมทางวิชาการ การพัฒนาฐานข้อมูลร่วม และโครงการอนุรักษ์ที่ทุกฝ่ายเห็นชอบ ขณะเดียวกัน ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยเชื้อสายไทยใหญ่และผู้มีบรรพบุรุษจากเชียงตุงมีส่วนร่วมในการรวบรวมประวัติศาสตร์ครอบครัว ภาษา ประเพณี และความทรงจำของชุมชน เพื่อให้การบันทึกมรดกทางวัฒนธรรมมีความรอบด้านและสะท้อนมุมมองของคนในพื้นที่

เป้าหมายระยะยาว มุ่งให้เชียงตุงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

นายณพลเดชกล่าวว่า การผลักดันเชียงตุงสู่มรดกโลกควรเริ่มจากการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังและจัดทำแผนงานที่ชัดเจน โดยใช้เชียงแสนและเชียงรายเป็นฐานองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ก่อนขยายการศึกษาไปยังเมืองที่มีความสัมพันธ์กับภูมิภาคล้านนาและลุ่มแม่น้ำโขง

เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้เชียงตุงได้รับการศึกษาและเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ในระดับนานาชาติ พร้อมประเมินแนวทางการเสนอขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์สากล โดยไม่ด่วนสรุปผลก่อนผ่านการศึกษาหลักฐานและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

หากดำเนินการอย่างเป็นระบบ ข้อเสนอนี้อาจช่วยต่อยอดการอนุรักษ์โบราณสถานและวัฒนธรรมของเชียงตุง ตลอดจนสร้างความร่วมมือด้านประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมระหว่างไทย เมียนมา และลาว เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้คนรุ่นใหม่ และรักษามรดกของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Maha AI Plus: Wisdom Lights the Way

[Verse 1 — The Stūpa of Faith] Long ago, they raised a sacred shrine, With faithful hearts and a purpose bright. Together they built, togeth...