เพลง : มาฆสูตรฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุข
ใต้แสงดาวในคืนสงัด
เทพผู้หนึ่งยืนกลางแสงจันทร์
มาฆเทวบุตรนั้น เข้ามากราบพระศาสดา
ถามด้วยใจที่ค้นหา
ทางดับทุกข์แห่งชีวา
[Pre-Chorus]
“ฆ่าอะไรหนอ จึงอยู่เป็นสุข
ฆ่าอะไรหนอ จึงพ้นความทุกข์
สิ่งใดเล่า ที่ควรละวาง
เพื่อใจไม่อ้างว้างอีกต่อไป”
[Chorus]
ฆ่าความโกรธลงเสียเถิด
แล้วชีวิตจะงดงาม
เหมือนสายฝนชโลมหัวใจ
ดับไฟร้อนที่เผาผลาญ
อริยะเจ้าทั้งหลาย
สรรเสริญทางแห่งธรรม
เพราะผู้ใดดับความโกรธได้
ผู้นั้นย่อมไม่เศร้าโศกเลย
[Verse 2]
ความโกรธมีรากเป็นพิษ
แต่ปลายกลับหวานลวงใจ
ทำให้คนหลงผิดไป
เผาตัวเองอยู่ข้างใน
พระพุทธองค์ทรงชี้ทาง
มิใช่ฆ่าด้วยอาวุธใด
แต่คือการชนะใจ
ด้วยเมตตาและอภัย
[Bridge]
เมื่อใจปล่อยวางความแค้น
โลกทั้งใบจะเปลี่ยนไป
จากศัตรูกลายเป็นมิตร
จากความมืดกลายเป็นแสงไฟ
[Final Chorus]
ฆ่าความโกรธลงเสียเถิด
ปล่อยหัวใจให้เป็นอิสระ
ไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องร่ำไห้
เพราะธรรมะเยียวยาหัวใจ
ผู้ใดดับไฟแห่งโทสะ
ผู้นั้นพบสุขนิรันดร์
ดั่งคำสอนแห่งพระพุทธองค์
ส่องโลกงามทุกคืนวัน
[Outro]
ฆ่าความโกรธ...มิใช่ฆ่าคน
แต่คือการปลดปล่อยตน
ให้พ้นทุกข์...พ้นกังวล
สู่หนทางแห่งสันติธรรม ๚
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง
มาฆสูตรที่ ๓ [๒๒๔] ... อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น มาฆเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณอันงามยิ่งนัก ยัง พระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๒๒๕] มาฆเทวบุตรยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า บุคคลฆ่าอะไรสิ จึงจะอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรสิ จึงจะไม่เศร้า โศก ข้าแต่พระโคดม พระองค์ทรงพอพระทัยการฆ่าธรรม อะไร ซึ่งเป็นธรรมอันเดียว ฯ [๒๒๖] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลฆ่าความโกรธแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข ฆ่าความโกรธแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ดูกรท้าววัตรภู อริยะทั้งหลาย สรรเสริญ การฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน เพราะว่า บุคคลฆ่าความโกรธนั้นแล้วย่อมไม่เศร้าโศก ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น