วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ภูริปัญหาชาดกว่าด้วยคนไม่ดี ๔ จำพวก

    ช่วยเขียนบทความทางวิชาการ  เรื่องวิเคราะห์ ภูริปัญหาชาดก   ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  19  ขุททกนิกาย  ชาดก ทสกนิบาตชาดก     ที่ประกอบด้วย  

 ๑๔. ภูริปัญหาชาดกว่าด้วยคนไม่ดี ๔ จำพวก

             [๑๔๖๓] ดูกรท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกะกล่าวนั้น

                          เป็นความจริง ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคง

                          แม้ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงเช่นนั้น

                          ก็ป้องกันความเข้าถึงอำนาจแห่งความฉิบหายไม่ได้ ท่านจึงต้องกินข้าว

                          แดงไม่มีแกง.

             [๑๔๖๔] เราทำความสุขเดิมของเราให้เจริญได้ด้วยความยาก เมื่อพิจารณากาล

                          อันควรและไม่ควร จึงหลบอยู่ตามความพอใจ เปิดช่องประโยชน์ให้แก่ตน

                          ด้วยเหตุนั้น เราได้ยินดีด้วยข้าวแดง.

             [๑๔๖๕] ก็เรารู้จักกาลเพื่อกระทำความเพียร ยังประโยชน์ให้เจริญด้วยความรู้ของ

                          ตนเอง อาจอยู่ เหมือนความองอาจแห่งราชสีห์ ฉะนั้น ท่านจักได้เห็น

                          เราพร้อมด้วยความสำเร็จนั้นอีก.

             [๑๔๖๖] ก็บุคคลบางพวก แม้จะมีความสุขก็ไม่ทำบาป บุคคลอีกพวกหนึ่งไม่

                          ทำบาป เพราะเกรงกลัวต่อการเกี่ยวข้องด้วยความติเตียน ท่านเป็นคน

                          สามารถ มีความคิดกว้างขวาง เหตุไร จึงไม่ทำทุกข์ให้เกิดแก่เรา?

             [๑๔๖๗] บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ประพฤติกรรมอันเป็นบาป เพราะเหตุแห่งความสุข

                          ของตน ถูกทุกข์กระทบแล้ว แม้จะพลาดพลั้งลงไปก็สงบอยู่ได้ ไม่

                          ละทิ้งธรรมเพราะความรักและความชัง.

             [๑๔๖๘] บุคคลควรถอนตนผู้เข็ญใจขึ้น ด้วยเพศที่อ่อนแอหรือแข็งแรงอย่างใด

                          อย่างหนึ่ง ภายหลังจึงประพฤติธรรม.

             [๑๔๖๙] บุคคลนอน หรือนั่งที่ร่มเงาแห่งต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งแห่งต้นไม้

                          นั้น เพราะบุคคลผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า.

             [๑๔๗๐] บุรุษรู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลาย กำจัด

                          ความสงสัยของบุรุษนั้นนั่นและ ชื่อว่าเป็นดังเกาะหรือเป็นที่พึ่งพา ของ

                          บุรุษนั้น คนมีปัญญาไม่พึงละมิตรภาพ กับอาจารย์เช่นนั้น.

             [๑๔๗๑] คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิต ผู้ไม่สำรวม

                          ระวัง ไม่ดี พระราชาไม่ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วประกอบราชกิจ

                          ไม่ดี บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี.

             [๑๔๗๒] ข้าแต่พระราชา กษัตริย์ควรพิจารณาก่อน แล้วจึงค่อยประกอบราชกิจ

                          ไม่พิจารณาก่อนไม่ควรประกอบราชกิจ พระยศและพระเกียรติ ย่อม

                          เจริญแก่พระราชาผู้ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงประกอบราชกิจ.

ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ ภูริปัญหาชาดก  ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  19  ขุททกนิกาย  ชาดก    ทสกนิบาตชาดก

วิเคราะห์ ภูริปัญหาชาดก ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม และการประยุกต์ใช้

บทนำ

ภูริปัญหาชาดกเป็นชาดกที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาตชาดก ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรมและความฉลาดรอบรู้ในการดำรงชีวิต รวมถึงการพิจารณาก่อนการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงหลักพุทธสันติวิธี (Buddhist Peace Approach) ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติภาพผ่านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

สาระสำคัญของภูริปัญหาชาดก

ภูริปัญหาชาดกว่าด้วยบุคคล 4 ประเภทที่ไม่ดี ได้แก่

  1. คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ แต่เกียจคร้าน

  2. บรรพชิตผู้ไม่สำรวม

  3. ผู้บริหารไม่พิจารณาก่อนปฏิบัติภารกิจ

  4. บัณฑิตผู้มักโกรธ

ชาดกนี้เน้นการใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต การรู้จักพิจารณาก่อนตัดสินใจ และการรักษาความเป็นธรรม โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันความผิดพลาดในการดำรงชีวิตและการบริหารบ้านเมือง

หลักพุทธสันติวิธีในภูริปัญหาชาดก

พุทธสันติวิธีเป็นแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับเนื้อหาของภูริปัญหาชาดกในหลายแง่มุม ได้แก่:

1. ปัญญาและการพิจารณาก่อนการตัดสินใจ

  • พระราชาควรพิจารณาก่อนดำเนินราชกิจ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและป้องกันข้อผิดพลาด ซึ่งเป็นหลักการที่สามารถนำไปใช้ในการบริหารประเทศและการปกครองด้วยธรรมาธิปไตย

2. ความอดทนและการควบคุมอารมณ์

  • บัณฑิตไม่ควรเป็นผู้มักโกรธ เพราะความโกรธเป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง การฝึกสมาธิและสติสามารถช่วยให้บัณฑิตสามารถรักษาความสงบและใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างสันติ

3. การไม่เบียดเบียนและการรักษามิตรภาพ

  • บุคคลไม่ควรประทุษร้ายมิตร เช่นเดียวกับไม่ควรหักรานกิ่งไม้ที่ให้ร่มเงาแก่ตนเอง ซึ่งเป็นหลักธรรมที่สะท้อนถึงเมตตาและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์

4. การดำเนินชีวิตโดยยึดหลักศีลธรรม

  • บรรพชิตควรสำรวมในศีล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม และคฤหัสถ์ควรใช้ปัญญาในการดำเนินชีวิต ไม่ปล่อยให้ความเกียจคร้านทำลายโอกาสในการพัฒนาตนเอง

การประยุกต์ใช้หลักธรรมจากภูริปัญหาชาดกในบริบทปัจจุบัน

  1. ด้านการบริหารและการเมือง

    • ผู้นำควรพิจารณานโยบายอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อประชาชน

    • การใช้เหตุผลและสติปัญญาแทนอารมณ์โกรธในการตัดสินใจทางการเมือง

  2. ด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร

    • ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เน้นการคิดวิเคราะห์และพิจารณาก่อนลงมือปฏิบัติ

    • ปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เยาวชน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

  3. ด้านสังคมและวัฒนธรรม

    • การสร้างความเข้าใจระหว่างกันผ่านการสื่อสารด้วยสันติวิธี

    • ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการอดทนและการให้อภัย เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม

บทสรุป

ภูริปัญหาชาดกเป็นชาดกที่มีเนื้อหาลึกซึ้งและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในแง่ของพุทธสันติวิธี หลักธรรมจากชาดกนี้สามารถช่วยสร้างสังคมที่สงบสุขและเป็นธรรม โดยเน้นที่ปัญญา ความอดทน และการพิจารณาก่อนการตัดสินใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาและการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เปิดวิสัยทัศน์ "Thailand Vision 2035" ถอดรหัสยุทธศาสตร์ "ยศชนัน" ชูสร้างรายได้สูงด้วยตำแหน่งสูงสุด

การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกจับตามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ท่ามกลางบริบทวิกฤตซ้อนวิกฤต หรือที่นักวิชาการเรียก...