เพลง: นักเดินทางแห่งชีวิต หลักธรรมจากอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรค
[บทที่ ๑]
ชีวิตคือทางยาวไกล
เราทุกคนต่างเดินไปบนเส้นทาง
บางครั้งพบสุข บางครั้งอ้างว้าง
อย่าลืมปลายทางที่ใจต้องการ
[บทที่ ๒]
เดินทางด้วยสติ อย่าหลงความฝัน
อย่าวิ่งตามสิ่งนั้น จนลืมตัวเอง
มีบ้านมีทรัพย์ ใช้ชีวิตให้เก่ง
อย่าให้สิ่งที่มี ขังใจเราไว้
[บทที่ ๓]
อย่าตระหนี่กับสิ่งที่มี
แบ่งปันความดี แบ่งปันน้ำใจ
ความรู้และโอกาส มอบให้กันไป
สิ่งที่แบ่งปันไว้ งอกงามในใจ
[บทที่ ๔]
คบคนด้วยรักและความจริงใจ
อย่าคบใคร เพียงหวังผลตอบแทน
มีทรัพย์ก็ใช้ ให้เกิดความดีแทน
อย่าให้เงินเป็นเจ้านายของใจ
[บทที่ ๕]
กินอย่างพอดี มีสติทุกครา
ถามใจทุกครั้ง ก่อนจะตามความอยาก
สิ่งใดเกื้อกูล สิ่งใดเป็นทุกข์ยาก
ใช้ปัญญาพิจารณา ก่อนเลือกเดิน
[ท่อนฮุก]
เราเป็นนักเดินทางแห่งชีวิต
เดินด้วยความคิด และสติที่มั่นคง
ปล่อยความยึดติด ให้ใจปลดปลง
ก้าวไปอย่างมั่นคง ด้วยธรรมในใจ
เราเป็นนักเดินทางแห่งชีวิต
ไม่หลงทางเพราะความอยากที่ยิ่งใหญ่
มีทรัพย์ มีคน มีบ้าน มีปัจจัย
แต่หัวใจยังเป็นอิสระ
[บทส่งท้าย]
ทางไกลเพียงใด หากใจมีธรรม
ทุกก้าวที่ย่ำ ย่อมมีความหมาย
จากความหลงใหล สู่ความเข้าใจ
จากการแสวงหา สู่ความสงบในใจ
“ทีฆจาริกวรรค” เตือนผู้เดินทางไกลในชีวิต ต้องรู้จักวางตัว–วางใจ–วางทรัพย์ สร้างความพอดีและปัญญาในการดำรงชีวิต
หลักธรรมจากพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ ทีฆจาริกวรรค
พระไตรปิฎกใน ทีฆจาริกวรรค ประกอบด้วยพระสูตร ๑๐ สูตร ได้แก่ ทีฆจาริกสูตรที่ ๑ ทีฆจาริกสูตรที่ ๒ อภินิวาสสูตร มัจฉรสูตร กุลุปกสูตรที่ ๑ กุลุปกสูตรที่ ๒ โภคสูตร ภัตตสูตร สัปปสูตรที่ ๑ และสัปปสูตรที่ ๒ ซึ่งสะท้อนหลักธรรมเกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม การไม่ยึดติด ความตระหนี่ การใช้ทรัพย์ ความสัมพันธ์กับครอบครัวและผู้คน ตลอดจนการรู้จักประมาณในการบริโภคและการดำรงชีวิต
แม้ชื่อ “ทีฆจาริก” จะสื่อถึงการเดินทางอันยาวนาน แต่ในเชิงธรรมสามารถมองได้ว่า ชีวิตมนุษย์เองคือการเดินทางระยะยาวที่ต้องอาศัยสติและปัญญา หากเดินทางโดยไม่รู้จุดหมาย ย่อมเหน็ดเหนื่อยโดยไม่เกิดประโยชน์ แต่หากรู้จักกำหนดเป้าหมายและวางใจอย่างถูกต้อง การเดินทางก็กลายเป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้และพัฒนาตน
ทีฆจาริกสูตรที่ ๑ และที่ ๒ : เดินทางอย่างมีเป้าหมาย
ทีฆจาริกสูตรทั้งสอง ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเดินทางและพฤติกรรมของผู้เดินทาง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์กับชีวิตร่วมสมัยได้ว่า การเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หมายความว่าชีวิตกำลังก้าวหน้า
มนุษย์อาจเดินทางไกลเพื่อแสวงหาทรัพย์ ชื่อเสียง หรือความสำเร็จ แต่หากขาดสติและปัญญา การเดินทางนั้นอาจกลายเป็นเพียงการวิ่งตามความต้องการไม่รู้จบ
หลักสำคัญจึงอยู่ที่ เดินให้เป็น อยู่ให้เป็น และรู้ว่ากำลังเดินไปเพื่ออะไร
อภินิวาสสูตร : ระวังการยึดติดกับที่อยู่และสิ่งที่คุ้นเคย
อภินิวาสสูตร ชวนให้พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับการอยู่อาศัยและสิ่งที่ตนคุ้นเคย
บ้าน เมือง ทรัพย์สิน และสภาพแวดล้อมอาจเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต แต่เมื่อจิตยึดมั่นจนเกินพอดี สิ่งที่ควรเป็นเพียง “ที่พัก” ก็กลายเป็น “เครื่องผูกใจ”
ข้อคิดสำคัญคือ มีที่อยู่ได้ แต่อย่าให้ที่อยู่ครอบครองจิตใจ
มัจฉรสูตร : ความตระหนี่เป็นกำแพงของการแบ่งปัน
มัจฉรสูตร เน้นเรื่อง “มัจฉริยะ” หรือความตระหนี่ ความไม่อยากให้ผู้อื่นได้รับสิ่งที่ตนมี
ความตระหนี่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทรัพย์สิน แต่ยังอาจปรากฏในรูปของการหวงความรู้ หวงโอกาส หวงตำแหน่ง หรือไม่ต้องการเห็นผู้อื่นเจริญก้าวหน้า
ตรงกันข้าม การให้และการแบ่งปันช่วยเปิดใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม
ทรัพย์ที่เก็บไว้เพียงเพื่อความหวง อาจสร้างกำแพง แต่ทรัพย์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ ย่อมสร้างสะพาน
กุลุปกสูตรที่ ๑ และที่ ๒ : ความสัมพันธ์กับครอบครัวและผู้คน
กุลุปกสูตรทั้งสอง สะท้อนเรื่องการเข้าไปสู่ตระกูลหรือครอบครัว ซึ่งชี้ให้เห็นความสำคัญของการวางตัวต่อผู้คน
การเข้าสังคมไม่ใช่เพียงการแสวงหาประโยชน์ แต่ต้องมีความเหมาะสม รู้จักกาลเทศะ และไม่ทำให้ความสัมพันธ์กลายเป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
ในสังคมปัจจุบัน หลักธรรมนี้สามารถประยุกต์ใช้กับการสร้างเครือข่ายทางสังคมได้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีต้องตั้งอยู่บนความจริงใจ มิใช่ผลประโยชน์เพียงด้านเดียว
โภคสูตร : ทรัพย์ควรเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เจ้านายของชีวิต
โภคสูตร ชี้ให้เห็นคุณค่าของทรัพย์และการใช้ทรัพย์อย่างเหมาะสม
ทรัพย์มีประโยชน์เมื่อถูกนำไปใช้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ช่วยเหลือผู้อื่น และสร้างประโยชน์ที่เหมาะสม แต่หากมนุษย์ตกเป็นทาสของทรัพย์ ความมั่งคั่งก็อาจกลายเป็นต้นเหตุแห่งความวิตกและความยึดติด
หลักคิดสำคัญคือ มีทรัพย์ได้ แต่อย่าให้ทรัพย์มีอำนาจเหนือจิตใจ
ภัตตสูตร : รู้จักประมาณในการบริโภค
ภัตตสูตร ให้ข้อคิดเกี่ยวกับอาหารและการบริโภค ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับหลัก “ความพอดี” ในชีวิตประจำวัน
การบริโภคอย่างมีสติช่วยให้มนุษย์รู้จักประมาณ ไม่ปล่อยให้ความอยากเป็นผู้กำหนดพฤติกรรม
หลักธรรมจึงไม่ได้สอนเพียงว่า “กินอะไร” แต่ยังชวนให้ถามว่า กินเพราะความจำเป็น หรือกินเพราะความอยาก
สัปปสูตรที่ ๑ และที่ ๒ : ใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งที่เกื้อกูล
สัปปสูตรทั้งสอง สามารถนำมาเป็นข้อคิดเรื่องการพิจารณาสิ่งที่เกื้อกูลหรือไม่เกื้อกูลต่อชีวิต
สาระสำคัญคือ มนุษย์ไม่ควรตัดสินสิ่งต่าง ๆ จากรูปลักษณ์หรือความชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ปัญญาพิจารณาผลที่จะเกิดขึ้นตามมา
การดำรงชีวิตที่ดีจึงต้องมีทั้ง ความรู้ ความรอบคอบ และการรู้จักเลือก
ทีฆจาริกวรรคกับ “การเดินทางของชีวิต”
เมื่อพิจารณาทั้ง ๑๐ พระสูตรร่วมกัน จะเห็นภาพของมนุษย์ที่กำลังเดินทางผ่านชีวิต ต้องพบทั้งการเดินทาง การอยู่อาศัย ความสัมพันธ์ ครอบครัว ทรัพย์สิน อาหาร ความอยาก และความยึดติด
ธรรมะในวรรคนี้จึงอาจสรุปเป็นหลักสำหรับ “นักเดินทางแห่งชีวิต” ได้ว่า
เดินทางด้วยสติ
อยู่อาศัยด้วยความไม่ยึดติด
คบหาด้วยความจริงใจ
ใช้ทรัพย์ด้วยปัญญา
แบ่งปันโดยไม่ตระหนี่
บริโภคด้วยความพอดี
และเลือกสิ่งต่าง ๆ ด้วยปัญญา
หากมนุษย์สามารถฝึกเช่นนี้ได้ การเดินทางของชีวิตจะไม่ใช่เพียงการเดินจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่ง แต่เป็น การเดินทางจากความหลงไปสู่ความเข้าใจ จากความยึดติดไปสู่ความพอดี และจากการแสวงหาภายนอกกลับมาพบความสงบภายใน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น