วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562

อานิสงส์สร้างศาลา! อำนาจเจริญน้ำท่วม2เมตร ชาวบ้านต้องหนีนอนวัด


อานิสงส์สร้างศาลา! อำนาจเจริญน้ำท่วม2เมตร ชาวบ้านต้องหนีนอนวัด ตั้งโรงครัวหลวงพ่อพระพุทธชินราชพิษณุโลกแจก ขณะที่ 'มจร' ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเหนืออีสาน

วันที่ 3 กันยายน 2562 ชาวอำนาจเจริญ 150 ครัวเรือน ต้องมาอาศัยนอนพักแรมที่วัดพระศรีเจริญและอีกหลายวัดในอำเภอหัวตะพาน เนื่องจากน้ำไหลเข้าท่วมบ้าน สูงกว่า 2 เมตร จนอาศัยไม่ได้

นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า นาข้าวของเกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ จมอยู่ใต้น้ำ หลายแสนไร่ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจ และ เตรียมการช่วยเหลือภายหลังน้ำลด จึงคาดว่า ชาวบ้าน ต้องอาศัยนอนในวัดอีกหลายวัน เพราะปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลางวันและกลางคืน

ตั้งโรงครัวหลวงพ่อพระพุทธชินราชพิษณุโลกแจก

พระพุทธิวงศมุนี รักษาการรองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร มอบหมายให้ พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก นำคณะสงฆ์จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้ตรวจราชการ ปฏิบัติราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แจกข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 1 พันกว่าชุด ณ ตำบลชัยนาม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม


'มจร'ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเหนืออีสาน

พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พระราชปริยัติกวี อธิการบดี ได้มอบหมายให้วิทยาลัยสงฆ์ วิทยาเขตในสังกัดในเขตภาคเหนือ ภาคอีสานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ เบื้องต้นให้เร่งแก้ไขช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าไปก่อน โดยได้ระดมปัจจัย สิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ พระนิสิตออกไปลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือรวมทั้งปลุกปลอบใจในภาวะวิกฤติในครั้งนี้ด้วย

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวต่อว่า สำหรับในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น พระโสภณพัฒนคุณ ประธานมูลนิธิเศรษฐีเรือทองในนามคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี พระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี  และอาตมาได้ร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กำหนดลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือวัด พระสงฆ์และประชาชนในวันที่ 3-4 กันยายนนี้

โดยมีเป้าหมายในเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เสลภูมิ ธวัชบุรี จังหาร เชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ในหลายวัดหลายหมู่บ้าน เช่น วัดท่าเยี่ยม วัดบ้านหนองขุ่น วัดบึงตาลสามัคคี วัดสว่างคงคา วัดบ้านท่าโพธิ์ วัดชัยมงคล  วัดจันทร์ศิริมังคลาราม  วัดดอนประดิษฐาราม  วัดเลิงท่าส่าง  วัดบ้านนาวี  วัดโนนหนามแท่ง  เป็นต้น     

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับท่านผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมกุศลกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อจะได้นำไปถวายวัด พระสงฆ์และมอบให้ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้สอบถาม​รายละเอียด​ได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วิทยาลัย​สงฆ์​ร้อยเอ็ด​ มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​ ตำบลนิเวศน์​ อำเภอ​ธวัชบุรี​ จังหวัดร้อยเอ็ด​ โทร 043569517, 0872307662​ และ 0832683820 หรือบริจาคผ่านทางธนาคารทหารไทย​ เลขที่ 368-2-29007-1 ชื่อบัญชี​ วิทยาลัย​สงฆ์​ร้อยเอ็ด​

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

'หญิงหน่อย'นำคณะลุยน้ำท่วมแล้ว โอบกอดชาวร้อยเอ็ดจี้แก้ไขยั่งยืน



เมื่อเวลา 09.30น.วันที่ 3 ก.ย.2562 ที่ตำบลนาแซงอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ อาทิ นายฉลาด ขามช่วง นางสาวจิราพรสินธุไพร นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร  นายการุณ โหสกุล นายชูวิทย์พิทักษ์พรพัลลภ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เดินทางมาให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ที่ประสบอุทกภัย ซึ่งตลอดเส้นทางการสัญจรหลายช่วงมีน้ำท่วมขังสูง เพราะในพื้นที่น้ำยังท่วมเป็นวงกว้าง รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะเดียวกันพบว่า ในพื้นที่อำเภอเสลภูมิสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง 

ที่วัดศรีมงคล บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ ตำบลนาแซงอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดประสานงานรับบริจาคสิ่งของจำเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ ได้พบปะพี่น้องประชาชน พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสวมกอดให้มีกำลังกาย กำลังใจต่อสู้กับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น  โดยได้ย้ำว่าการเดินทางมาในพื้นที่เห็นสภาพน้ำท่วมจริง จึงเข้าใจว่าประชาชนยากลำบากเพียงใด พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ตนเอง ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่ยิ่งกว่าญาติมิตร จึงขอยืนยันว่าหากประชาชนมีความเดือดร้อนที่ใด พรรคเพื่อไทยจะไปช่วยเหลือ 

พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งภายในเวลาเพียง 25 วัน จากประสบภัยแล้งกลับกลายเป็นต้องประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจว่าพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ก็ได้รับความเสียหาย"พี่น้องมีทุกข์ที่ไหนเพื่อไทยทุกข์ด้วย วันนี้เรามาย่ำน้ำด้วยกัน" 

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์และคณะเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมอบสิ่งของจำเป็น ทั้งข้าวสารอาหารแห้งให้กับพี่น้องประชาชน แต่ละหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน 

ต่อมา เมื่อเวลา10.45น. ที่ ศาลาประชาคม บ้านคอกควาย ตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมคณะ เดินทางมาให้กำลังใจ ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่าในช่วงที่ประสบภัยแล้ง ก็ต้องการให้ฝนตกแต่ไม่ได้ขอให้น้ำมามากแบบนี้ แต่เมื่อต้องประสบอุทกภัยแล้ว ก็ขอให้กำลังใจ ขอให้ผ่านพ้นสถานการณ์เช่นนี้ไปให้ได้  โดยย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่ทิ้งกัน เราจะมาหาพี่น้องทุกครั้งที่พี่น้องได้รับความยากลำบาก พร้อมยืนเคียงข้างแม้วันนี้จะไม่สามารถทำอะไรให้พี่น้องได้อย่างเต็มที่ แต่ขอให้กำลังใจ นำสิ่งของจำเป็นมาให้ ผู้ประสบอุทกภัย และเมื่อน้ำผ่านพ้นไปแล้วยืนยันจะมาช่วยหาแนวทางแก้ไขฟื้นฟู
โดยในพื้นที่ดังกล่าวพี่น้องประชาชน ได้ยื่นหนังสือ เพื่อให้ผลักดัน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาชลประทานทั้งระบบอย่างยั่งยืนไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น

"มาดามเดียร์"เอาจริงเสนอตัวกลางรับฟังความเห็นไม่ใช่ดีแต่พูด 

​น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ประกาศเชิญชวนผู้สนใจมีความรู้เรื่องการบริหารน้ำว่าเหตุใดไม่สามารถปฏิบัติได้เอง  โดยยืนยันว่า ตนมีเจตนาที่จะให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ด้วยการอาสาเป็นตัวกลางในการรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชน ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดควา ร่วมมือกันในการช่วยกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการแก้ปัญหาแบบบูรณาการทำงานหลายภาคส่วน ใช้องค์ความรู้ที่หลากหลายเพื่อช่วยกันหาทางออก ซึ่งหลังจากนี้ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อพรรคพลังประชารัฐและหาวิธีผลักดันผ่านกระบวนการรัฐสภาเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้

​“คงไม่มีใครเกิดมาแล้วเก่งทุกเรื่อง แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะรู้จักที่จะค้นคว้าพร้อมเปิดใจรับฟังและเริ่มลงมือทำหรือไม่”น.ส.วทันยากล่าว

น.ส.วทันยา กล่าวด้วยว่า นี่คือเวลาที่ประชาชนของประเทศกำลังได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบที่เกิดจากพายุหน้าที่ของ ส.ส. คือตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เวลามานั่งตั้งคำถามหรือโต้เถียงกันในเรื่องที่เป็นอาเจนด้าของตนเอง


​

โฆษกรัฐเข้าวัดร่วมถกฟื้นทวารวดีศึกษา หวังเป็นฐานช่วยลดยากจนเหลื่อมล้ำยั่งยืน





โฆษกรัฐเข้าวัดร่วมถกฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณทวารวดี หวังเป็นฐานช่วยลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน ด้านพระพรหมบัณฑิตแนะใช้หลักฐานคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาอาทิ จามเทวีวงศ์ ชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นเครื่องมือ


เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2562 ที่ผ่านมา วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2 เรื่อง "ฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณทวารวดี" วัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย ที่เป็นองค์ความรู้ในสาขาพระพุทธศาสนา ปรัชญา ศิลปวัฒนธรรม สาขาสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โบราณคดี มานุษยวิทยา และสาขาสหวิทยาการ ของอาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วประเทศ 

พระพรหมเวที รักษาการเจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง "ฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณทวารวดี : จากสายใยพระพุทธศาสนาสู่คุณค่าวัฒนธรรมที่ไม่เลือนหาย" และปาฐกถาพิเศษโดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง "นโยบายรัฐกับการขับเคลื่อนประเทศเพื่อลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน" ตามด้วยการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อนำเสนอผลงานทางวิชาการของอาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา ที่ได้รับการคัดเลือก 



จากนั้นพระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "เส้นทางพระพุทธศาสนา : ความเชื่อมโยงของพระพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ และคติความเชื่อโบราณ"  ในการปาฐกถาครั้งนี้พระพรหมบัณฑิตได้เสนอประเด็นใหม่ในทางประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิหลายประการ โดยเน้นใช้หลักฐานคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่ประพันธ์โดยพระเถระชาวล้านนา ดังเช่น จามเทวีวงศ์ ชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นต้น  



กิจกรรมทางวิชาการปิดท้ายเป็นการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "ฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณทวารวดี" คณะผู้ร่วมเสวนา ศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย  สายสิงห์    นพ.บัญชา พงษ์พานิช  และ ผศ.ดร.กังวล คัชฌิมา



ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นต่อประเด็นการประชุมครั้งนี้ ศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นำเสนอว่า "ทวารวดี" หมายถึงกลุ่มของนครรัฐ ไม่ใช่ราชอาณาจักร มีนครรัฐร่วมสมัยหลายแห่ง เช่น ละโว้ อู่ทอง คูบัว เป็นต้น และควรศึกษาธรรมจักรที่เป็นภูมิปัญญาที่เป็นจิตวิญญาณของทวารวดี ส่วน นพ.บัญชา พงษ์พานิช  กล่าวว่า "ทวารวดี" ก่อตัวในลักษณะของนครรัฐ ที่มีชุมชน เมือง นคร และรัฐต่างๆ ยังไม่อาจรับรองได้ถึงขั้นว่าเป็นอาณาจักร ก่อตัวในลุ่มแม่น้ำท่าจีน และพบหลักฐานโดยกระจายอยู่ในลุ่มแม่น้ำต่างๆ หลักฐานที่บ่งบอกว่าทวารวดีกำลังรุ่งเรือง คือ ธรรมจักร ที่นครปฐม ถ้าจะฟื้นชีวิตคืนจิตวิญญาณ ต้องนิยามให้ได้ก่อน  และความเห็นของศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย  สายสิงห์  กล่าวว่า "ทวารวดี" ควรฟื้นฟูในมุมมองศิลปะ โดยการใช้หลักฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรมในการกำหนดอายุ และตีความ เพื่อเป็นการศึกษาของคนรุ่นหลัง ต่อไป

นอกจากกิจกรรมทางวิชาการประเภทการบรรยาย การเสวนาทางวิชาการแล้ว ในงานมีการแสดงนิทรรศการลูกปัดสมัยทวารวดี อู่ทอง ละโว้ และศรีวิชัย ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสสิ่งล้ำค่า โดยได้รับความอนุเคราะห์ลูกปัดโบราณจาก นพ.บัญชา พงษ์พานิช มูลนิธิสวนโมกข์กรุงเทพฯ

'มจร'ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเหนืออีสาน




วันที่ 2 ก.ย.2562 พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พระราชปริยัติกวี อธิการบดี ได้มอบหมายให้วิทยาลัยสงฆ์ วิทยาเขตในสังกัดในเขตภาคเหนือ ภาคอีสานจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกพื้นที่ เบื้องต้นให้เร่งแก้ไขช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้าไปก่อน โดยได้ระดมปัจจัย สิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ พระนิสิตออกไปลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือรวมทั้งปลุกปลอบใจในภาวะวิกฤติในครั้งนี้ด้วย      

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวต่อว่า สำหรับในเขตพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น พระโสภณพัฒนคุณ ประธานมูลนิธิเศรษฐีเรือทองในนามคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี พระวิสิฐคณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ในนามคณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี  และอาตมาได้ร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสานวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กำหนดลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือวัด พระสงฆ์และประชาชนในวันที่ 3-4 กันยายนนี้

โดยมีเป้าหมายในเขตอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เสลภูมิ ธวัชบุรี จังหาร เชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ในหลายวัดหลายหมู่บ้าน เช่น วัดท่าเยี่ยม วัดบ้านหนองขุ่น วัดบึงตาลสามัคคี วัดสว่างคงคา วัดบ้านท่าโพธิ์ วัดชัยมงคล  วัดจันทร์ศิริมังคลาราม  วัดดอนประดิษฐาราม  วัดเลิงท่าส่าง  วัดบ้านนาวี  วัดโนนหนามแท่ง  เป็นต้น
       
พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับท่านผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมกุศลกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเพื่อจะได้นำไปถวายวัด พระสงฆ์และมอบให้ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้สอบถาม​รายละเอียด​ได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วิทยาลัย​สงฆ์​ร้อยเอ็ด​ มหา​วิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​ ตำบลนิเวศน์​ อำเภอ​ธวัชบุรี​ จังหวัดร้อยเอ็ด​ โทร 043569517, 0872307662​ และ 0832683820 หรือบริจาคผ่านทางธนาคารทหารไทย​ เลขที่ 368-2-29007-1 ชื่อบัญชี​ วิทยาลัย​สงฆ์​ร้อยเอ็ด​

สมเด็จพระสังฆราชทรงเปิดพิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนาเขตประเวศ



วันที่ 2 ก.ย.2562 เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์ข้อความว่า วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงเปิดพิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา มูลนิธิธรรมทานกุศลจิต เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2559  โดยหลวงปู่เปลี่ยน  ปัญญาปทีโป   บนถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เป็นอาคาร 4 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 4,000 ตร.ม.  โดยแบ่งเนื้อที่ชั้น 1 และ 2  เนื้อที่รวมประมาณ 2,000 ตร.ม. มาตั้งเป็น “พิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา”




จุดประสงค์ของการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อที่เป็นศูนย์รวบรวมความรู้ด้านต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา โดยมีเป้าหมายที่จะให้เป็น “พิพิธภัณฑ์แห่งพุทธปัญญา” ดังนั้นเนื้อหาที่จัดแสดง จำเป็นต้องครอบคลุมด้านสำคัญๆ ดังนี้

1. ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าตั้งแต่ก่อนการประสูติ จนกระทั่งปรินิพพาน (โซน A, B, C, D) (โซน 1)

2. ความรู้เกี่ยวกับพระธรรมและพระศาสนา (โซน 2, 5, 9, 10 และ 11) โดยเฉพาะพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร? (อริยสัจสี่)

3. ความรู้เกี่ยวกับพระสงฆ์ (โซน 3, 7, 8 และ 12) - 80 มหาสาวก และ 20 สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ - 18 เกจิอาจารย์ และ 29 พระอรหันต์

4. ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนทางด้านปริยัติ (ทฤษฎี) (โซน 2, 5 และ 9)

5. ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนทางด้านปฏิบัติ (ปฏิบัติ) (โซน 3, 10 และ 12)

6. ความรู้เกี่ยวกับ “สวรรค์-นรก” หรือสังสารวัฏ 31 ภูมิ หรือภูมิที่ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิด (โซน 5)   ทำไมจึงไปนรกหลังความตาย? ทำไมจึงจะได้ไปสวรรค์หลังความตาย? รวมเรียกว่า “โลกียภูมิ”

7. ต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะไม่ต้องไปนรก แต่ได้ไปเกิดบนสวรรค์ หรือบนพรหมโลก (โซน 5)

8. ความรู้เกี่ยวกับ “โลกุตตรภูมิ” ภูมิที่ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด (โซน 5, 9, 10 และ 11)

9. ต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะได้ไป “โลกุตตรภูมิ” (โซน 5, 9, 10, 11 และ 12)

10. จุดมุ่งหมายสำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนาคืออะไร? (โซน 5, 9, 10, 11 และ 12)

ความรู้ทั้ง 10 เรื่องข้างต้น คือเป้าหมายของการศึกษาพระพุทธศาสนาของพิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเป็น“พิพิธภัณฑ์แห่งพุทธปัญญา”



ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา เปิดให้ประชาชนผู้สนใจสามารถจัดกลุ่มเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ฯ โดยจัดกลุ่มตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เข้าชมได้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยพิพิธภัณฑ์ฯเปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9:00 น. - 17:00 น. โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ พิพิธภัณฑ์จรรโลงพุทธศาสนา - Museum for Sustainable Buddhism

'ยิ่งลักษณ์'โพสต์ให้กำลังใจ ผู้ประสบอุทกภัยเหนืออีสาน



วันที่ 2 ก.ย.2562 เพจ Yingluck Shinawatra ได้โพสต์รูปและข้อความว่า เห็นข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือและอีสาน ทำให้คิดถึงพี่น้องประชาชน เข้าใจความรู้สึกดีว่าเดือดร้อนแค่ไหน ขอส่งกำลังใจไปให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน หวังว่าเหตุการณ์จะผ่านพ้นไปโดยเร็ว และขอให้กำลังใจทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วยค่ะ

หญิงหน่อยสะอื้น!นาร้อยเอ็ดแล้ง ห่างไม่ถึงเดือนกลายเป็นทะเล



วันที่ 2 ก.ย.2562 เพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan “เพื่อไทยช่วยไทย รวมใจช่วยน้ำท่วม”

พรุ่งนี้ขอไปให้กำลังใจพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยที่ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และขอนแก่นนะคะ

เมื่อเดือนก่อน วันที่ 5 สิงหาคม ดิฉันและทีมเพื่อไทยอีกหลายสิบชีวิตได้มีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์สัญจรของพรรค “เพื่อไทย สร้างไทย”​ ครั้งที่ 1

เราตั้งใจไปให้กำลังใจ และดูปัญหาภัยแล้งที่หนักที่สุดในรอบหลาย 10 ปีซึ่งส่งผลกระทบไม่ใช่เฉพาะแต่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ภาคอีสานเกือบทั้งภาคได้รับผลกระทบจากภัยแล้งรุนแรงครั้งนี้ ซึ่งก็พบว่ารัฐบาลแก้ปัญหาได้ไม่ทันใจชาวบ้าน ทั้งไม่พูดความจริงกับพี่น้อง และทั้งยังไม่ยอมจ่ายเงินเยียวยา ให้ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง

มีภาพหนึ่งติดตาจำได้ดี ในวันที่ไปลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เรานั่งรถเดินทางข้ามอำเภอหลายอำเภอ ตลอดระยะทางเป็นร้อยๆกิโลเมตร เราได้เห็นภาพทุ่งนาสองข้างทางเป็นสีนำ้ตาล ข้าวยืนต้นแห้งตาย พื้นดินแห้งแตกระแหง

อดีตรัฐมนตรีศักดา คงเพชร และทีม ส.ส.ร้อยเอ็ดของเรา ได้พาไปดูแม่น้ำลำเสียวใหญ่ซึ่งเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงทุ่งกุลาร้องไห้ มีความยาวถึง 245 กิโลเมตร ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเราคือลำน้ำแห้งผาก จน วัว ควายสามารถลงไปหาหญ้ากินที่ท้องลำน้ำได้

อย่าว่าแต่น้ำเพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรมเลย น้ำที่จะใช้สำหรับดื่มกินของชาวบ้านก็แทบจะไม่มีเหลือแล้ว ภารกิจหลักของ ส.ส. เพื่อไทยในเวลานั้น คือวิ่งวุ่นหานำ้กินมาช่วยชาวบ้าน

ในวันนั้นชาวบ้านได้เข้ามาหาดิฉัน พวกเขาร้องไห้แล้วเล่าถึงความทุกข์ยากจากความพยายามปลูกข้าวถึง 2-3 รอบ ที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมามากมาย แต่ข้าวต้องยืนต้นตายทั้งหมดเพราะขาดน้ำ

แต่ไม่น่าเชื่อมาถึงวันนี้ วันจันทร์ที่ 2 กันยายน เวลาห่างกันเพียงราว 28 วัน จากวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ดิฉันได้ไปเยี่ยมพี่น้องที่ร้อยเอ็ด

สภาพพื้นที่ของจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดอื่นๆในอีสาน ได้เปลี่ยนสภาพจากผืนนาที่แห้งแล้งดินแตกระแหง กลายเป็นทะเล ทุกแห่งทุกที่เต็มไปด้วยน้ำ น้ำท่วมหนักมาก ทั้งที่นาและที่อยู่อาศัย

หนักไปกว่านั้น คือน้ำตาของประชาชนที่ทุกข์ซ้ำสองรอบ แล้งก็แล้งหนัก ท่วมก็ท่วมหนัก ไม่มีเวลาให้ตั้งตัว

ดิฉันรู้สึกเห็นใจและสงสารชาวบ้านที่ต้องประสบภัยแล้งและต้องมาเจอน้ำท่วมซ้ำเติมอยู่ในขณะนี้อย่างยิ่ง

ดิฉันเข้าใจความทุกข์จากภาระหนี้สินที่ต้องกู้เงินมาปลูกข้าวในปีนี้ถึง 2-3 รอบ แต่ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ และยังต้องมาถูกน้ำท่วมบ้านและที่นาของตนเองอีกในปีนี้ พี่น้องประชาชนกำลังแบกความทุกข์อยู่บนบ่าด้วยความหนักอึ้ง ทั้งหมดเงินทองที่จะซื้อข้าวกิน ทั้งปัญหาหนี้สินที่พอกพูน

พี่น้องคะ วันพรุ่งนี้ ดิฉันและทีมเพื่อไทย ขอไปให้กำลังพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัยทั้งที่ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และขอนแก่น เราได้นำสิ่งของที่เราเปิดรับบริจาค จากศูนย์ประสานพรรคเพื่อไทย และศูนย์ประสานงาน ส.ส.ในทุกเขตเลือกตั้งของประเทศไปมอบให้พี่น้องประชาชนด้วย และสามารถร่วมบริจาค​เงิน​ช่วยเหลือ​ผู้ประสบภัย​ได้ที่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาไทยซัมมิท ชื่อบัญชี เพื่อไทยช่วยไทย ร่วมใจช่วยน้ำท่วม เลขที่บัญชี 493-​1-08065 -​7 แล้วพบกันนะคะ

เราจะจับมือสู้ไปด้วยกันนะคะ

#เพื่อไทยช่วยไทย
#รวมใจช่วยน้ำท่วม
#เพื่อไทยยุคใหม่
#หัวใจคือประชาชน

Song: A Roof That Keeps the Rain Away Inspired by The Khuddaka Nikaya, Theragatha Vagga, Dukanipata, First Vagga

[Verse 1] Nothing in this world will stay forever, All things arise, then fade away. The more we cling, the more we suffer, Wisdom teach...