วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เพลง: อัสสาทสูตรเห็นทั้งคุณ ทั้งโทษ แล้วปล่อยวาง (See the Benefit, Know the Danger, Let It Go)



เพลง: อัสสาทสูตรเห็นทั้งคุณ ทั้งโทษ แล้วปล่อยวาง (See the Benefit, Know the Danger, Let It Go)

[Verse 1]
ทุกสิ่งมีด้านที่งดงาม
ทุกสิ่งมีความเปลี่ยนแปลงซ่อนอยู่
สุขเพียงชั่วคราว มิอาจคงทน
หากยึดไว้มากเกิน ย่อมก่อทุกข์ในใจ

[Pre-Chorus]
มองให้ครบทั้งคุณและโทษ
ปัญญาจะเปิดทางแห่งอิสรภาพ

[Chorus]
เห็นทั้งคุณ เห็นทั้งโทษ
เรียนรู้ที่จะปล่อยวางด้วยหัวใจ
ไม่ยึดติด ไม่แบ่งแยกใคร
สันติภาพจะเริ่มต้นในวันนี้

[Verse 2]
เมื่อโลกเลือกปัญญาแทนอาวุธ
เมื่อเมตตาอยู่เหนือความหวาดกลัว
ทุกชนชาติจะจับมือกัน
สร้างวันพรุ่งนี้ที่งดงามกว่าเดิม

[Bridge]
อย่าให้ความโลภครอบงำชีวิต
อย่าให้ความโกรธเผาผลาญหัวใจ
ปล่อยอัตตา ปล่อยความหลงใหล
แล้วโลกจะสดใสด้วยสันติธรรม

[Final Chorus]
เห็นทั้งคุณ เห็นทั้งโทษ
นี่คือหนทางแห่งการตื่นรู้
ปล่อยวางด้วยปัญญาอันงดงาม
ให้โลกทั้งโลก...ก้าวสู่สันติภาพ

[English Chorus]

See the good, know the cost,
Do not cling to what is lost.
Wisdom lights the peaceful way,
Let compassion lead today.

"อัสสาทสูตร" ชี้หนทางสร้างสันติภาพโลก ด้วยการรู้เท่าทันคุณ โทษ และการปล่อยวางขันธ์ ๕

พระธรรมคำสอนใน อัสสาทสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ 17 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 9 สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ข้อที่ 1 ได้สะท้อนหลักธรรมสำคัญเกี่ยวกับการรู้เท่าทัน คุณ (อัสสาทะ) โทษ (อาทีนวะ) และอุบายเครื่องสลัดออก (นิสสรณะ) แห่งขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาปัญญาและสามารถประยุกต์ใช้กับการสร้างสันติภาพโลกในยุคปัจจุบัน

พระพุทธองค์ตรัสว่า ปุถุชนผู้ยังไม่ได้สดับธรรม ย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริงถึงคุณ โทษ และอุบายแห่งการสลัดออกจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ จึงตกอยู่ในความยึดมั่น ความหลง และการแสวงหาความสุขจากสิ่งที่ไม่เที่ยง

ตรงกันข้าม อริยสาวกผู้ได้สดับพระธรรม ย่อมพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงว่า ขันธ์ ๕ แม้จะมีด้านที่ให้ความพึงพอใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความไม่เที่ยง ความแปรปรวน และความทุกข์ พร้อมทั้งรู้หนทางแห่งการปล่อยวาง ไม่ยึดติด จนเกิดความหลุดพ้นจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวง

เมื่อนำหลักธรรมดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับการสร้างสันติภาพโลก จะพบว่าความขัดแย้งในสังคมและประชาคมโลกจำนวนมากเกิดจากการยึดติดในผลประโยชน์ อำนาจ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง อัตลักษณ์ และอุดมการณ์ โดยมองเห็นเพียง "คุณ" หรือผลประโยชน์ที่ได้รับ แต่ละเลย "โทษ" ที่ตามมา ทั้งความแตกแยก ความรุนแรง และความสูญเสีย

อัสสาทสูตรจึงเสนอแนวคิดแห่ง "ปัญญาสมดุล" คือ การพิจารณาทุกสิ่งอย่างรอบด้าน เห็นทั้งประโยชน์และผลกระทบ พร้อมแสวงหาวิธีคลี่คลายความยึดมั่นอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ด้วยการทำลายล้าง หากแต่ด้วยการเจรจา ความเข้าใจ และการปล่อยวางอคติ

นักสันติศึกษามองว่า หากผู้นำประเทศ นักการเมือง ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วโลกต่างฝึกฝนการมองเห็นทั้งคุณ โทษ และหนทางออกจากความยึดติด การตัดสินใจจะตั้งอยู่บนปัญญามากกว่าอารมณ์ ลดการแข่งขันที่นำไปสู่ความขัดแย้ง และเพิ่มความร่วมมือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

อัสสาทสูตรจึงมิใช่เพียงหลักธรรมเพื่อการพ้นทุกข์ของปัจเจกบุคคล หากยังเป็นกรอบความคิดสำหรับการบริหารความขัดแย้งในระดับสังคมและนานาชาติ ชี้ให้เห็นว่าสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้ เมื่อมนุษย์เรียนรู้ที่จะมองเห็นทั้งคุณ โทษ และรู้จักปล่อยวางความยึดมั่นในขันธ์ ๕ ด้วยปัญญาอันถูกต้อง อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ ความเมตตา และสันติสุขที่ยั่งยืนของมวลมนุษยชาติ

The Assāda Sutta: Understanding Benefits, Dangers, and Liberation from the Five Aggregates as a Path to World Peace

The Assāda Sutta, found in the Samyutta Nikaya of the Pali Canon, presents a profound teaching on understanding the benefit (assāda), danger (ādīnava), and escape (nissaraṇa) concerning the Five Aggregates. This wisdom provides an important foundation for personal awakening and offers meaningful guidance for building lasting world peace.

The Buddha explained that ordinary people who have not deeply understood the Dhamma fail to recognize the true nature of form, feeling, perception, mental formations, and consciousness. They become attached to temporary pleasures and overlook the suffering and instability hidden within conditioned existence.

In contrast, noble disciples clearly understand both the attractive aspects and the inherent limitations of the Five Aggregates. More importantly, they know the path of release through non-attachment, thereby attaining freedom from suffering.

Applied to the modern world, this teaching highlights that many global conflicts arise because individuals, organizations, and nations focus only on immediate benefits—such as wealth, power, status, identity, or ideology—while ignoring the long-term dangers that accompany attachment, including division, violence, injustice, and suffering.

The Assāda Sutta therefore encourages balanced wisdom: seeing both advantages and disadvantages before making decisions, and seeking liberation from excessive attachment rather than domination over others. Such an approach promotes dialogue, mutual understanding, compassion, and peaceful conflict resolution.

Peace researchers suggest that if world leaders, policymakers, businesses, and citizens cultivate this balanced perspective, decisions will be guided by wisdom instead of greed or anger. Cooperation will replace confrontation, and sustainable peace will become more achievable.

Ultimately, the Assāda Sutta teaches that genuine peace begins with inner wisdom. By understanding benefits, recognizing dangers, and practicing the path of letting go, humanity can build a future founded on compassion, justice, mutual respect, and enduring world peace. 

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]

๑. อัสสาทสูตร

ว่าด้วยคุณโทษและอุบายสลัดออกแห่งขันธ์ ๕
[๑๔๙] พระนครสาวัตถี ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว ย่อมไม่ รู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งคุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป ฯลฯ แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนอริยสาวก ผู้ได้ สดับแล้ว ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริง ซึ่งคุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป ฯลฯ แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

วัดสระเกศฯ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย "สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว)" ครบรอบวันมรณภาพปีที่ 13 เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมรำลึกคุณูปการ 10 สิงหาคมนี้

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กำหนดจัด พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร ป.ธ.9) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้า...