วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง"นำเพื่อไทย สร้างแพลตฟอร์มการเมืองไทยใหม่



"หมอเลี้ยบ-หมอมิ้ง"นำเพื่อไทยดึงคนรุ่นใหม่ ระดมสมองผ่าน"แฮกกาธอน"สร้างแพลตฟอร์มการเมืองไทย มีปชช.เป็นศูนย์กลาง  

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 พรรคเพื่อไทย เปิดตัวโครงการ  “The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” (people-centric)  ผ่านกิจกรรม  “แฮกกาธอน”  (Hackathon) หรือการสร้างนวัตกรรมแบบเร่งด่วน  มาใช้ในการพัฒนาทางการเมืองจัดการเรียนรู้ผ่าน Interactive workshops หรือการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แก้โจทย์ทางการเมือง  โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ 100 คน  เข้าร่วมกระบวนการออกแบบนโยบายร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมลงพื้นที่จริงกับ ส.ส. ในพื้นที่ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานจริงตั้งแต่เริ่มเสนอปัญหา  ไปสู่โปรเจคทดลอง (Pilot Project) เพื่อแก้ปัญหาระดับชาติได้จริงในอนาคต   

“The Change Maker : นวัตกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง”  เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดโดย “ทีมคิดเพื่อไทย แพลตฟอร์มใหม่ของพรรคเพื่อไทย”  ซึ่งเป็นการระดมสรรพกำลังของผู้มากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงประเทศ เข้ามาร่วมมือกันพัฒนาประเทศผ่านวิธีการต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต   

นายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  โครงการ The Change Maker เป็นอีกก้าวหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยจะ Disrupt ตัวเอง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของพรรคอีกครั้ง  นับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่  เชื่อว่าโครงการนี้จะได้บุคคลและนโยบายใหม่ ๆ มาพัฒนาประเทศ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคยังคงแข็งแกร่ง และยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิมที่เป็นสมองของประเทศ  ด้วยบุคลากรทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ และผู้มากประสบการณ์  ที่จะร่วมกันนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤตและพัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ได้ 

ดร. คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการทีมคิดเพื่อไทย และโครงการ The Change maker  กล่าวว่า โครงการนี้จะเป็นการปลุกความหวังของคนในสังคมไทยให้กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง  ผ่านแพลตฟอร์มทางการเมืองครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีคนรุ่นใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เข้ามาร่วมผนึกกำลังกับทางพรรคที่มี ส.ส. , นักการเมืองที่มากประสบการณ์  และ Ecosystem ที่พร้อมสำหรับสถาบันทางการเมือง เพื่อสรรหานโยบายที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาของยุคสมัยได้ 

นพ. สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ที่ปรึกษาและ Mentor ของโครงการ The Change Maker กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเผชิญกับมหาวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดในศตวรรษและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวม 5 ด้านและเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ได้แก่ 1.วิกฤติการเมือง รัฐธรรมนูญ และความขัดแย้งแบ่งข้างในสังคม 2.วิกฤติเศรษฐกิจที่หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งเพราะกระทบทุกคนในสังคม 3. วิกฤติทางสังคม ความเหลื่อมล้ำมากขึ้นทุกที การศึกษาที่อ่อนด้อย 4. วิกฤติโรคระบาดซึ่งกระทบทั้งโลก สร้างความเสียหายยิ่งกว่าสงครามโลก และ 5. วิกฤติการดิสรัปต์ของเทคโนโลยี ทำให้เกิดภาวะชนชั้นไร้ประโยชน์ การตกงานอย่างกว้างขวาง  ซึ่งมหาวิกฤติในครั้งนี้ ผู้รับผิดชอบไม่มีการเตรียมการรองรับแรงกระแทกอย่างเพียงพอและจริงจัง   จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องช่วยเหลือพวกเรากันเอง ซึ่งโครงการ The Change Maker จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันคิดหาทางออกจากวิกฤติ และเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยให้แข็งแรงขึ้น มีภูมิต้านทานในการรับมือกับทุกเรื่องที่เข้ามาได้ 

นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ที่ปรึกษาด้านหลักสูตรของโครงการ The Change Maker กล่าวว่า สถาบันการเมืองเปรียบเสมือนที่พึ่งที่หวังของประชาชนในการแก้ไขปัญหาของประเทศ พรรคเพื่อไทยซึ่งมีเบ้าหลอมมาจากพรรคไทยรักไทย ถือเป็นพรรคการเมืองสามารถครองใจประชาชนมาตลอด 20 ปี โดยมี “เคล็ดลับครองใจประชาชน” 3 ชุด ได้แก่ 1.คน คิด เคลื่อน โดยพรรคไทยรักไทยสามารถรวบรวมบุคคลที่มีความสามารถ มุ่งมั่น ร่วมกันคิดเสนอนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาที่ทำได้จริง เพราะคิดแนวทางการปฏิบัติไว้ถูกต้อง 

2. ICE : โดย I (Inclusive) ระดมความเป็นเจ้าของและการมีส่วนร่วม ส่วน C (Collaborative) ร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ประสานประโยชน์อย่างเหมาะสม และ E (Empower) ทำให้ประชาชนมีอำนาจ มีสิทธิ์ มีศักดิ์ศรี ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเท่าเทียม เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และการปรับทัศนคติว่าข้าราชการไม่ใช่ “นาย” แต่เป็น “ผู้ให้บริการ” เป็นต้น   

และเคล็ดลับข้อที่ 3. คือ 3C ซึ่งเป็นพลังแห่งความสร้างสรรค์ โดย C ตัวแรกคือ Creative คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ คนรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สูงกว่า ผู้ใหญ่ต้องรับฟังและเลือกเป็น , Communication เลือกสาระ เข้าใจเจตนาร่วม จึงจะบริหารประเทศ สำเร็จ และ Contest การแข่งขัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดพลังที่สร้างสรรค์และท้าทาย  โดย นพ.พรหมินทร์เชื่อว่า  หากนำเคล็ดลับนี้นำไปสร้างสรรค์โครงการ  เพื่อระดมคน ความคิด และความร่วมมือ จะช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ 

โครงการ The Change Maker เปิดรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ช่องทาง Google Form ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ โดยสามารถติดตามรายละเอียดของการรับสมัครเพิ่มเติมและความคืบหน้าของโครงการได้ที่ Facebook, Instagram, Twitter และ Telegram  “THINKPHEUTHAI”

โครงการ THE CHANGE MAKER - คิด เพื่อ ทำ 

ปรากฏการณ์ทางการเมืองจากภาคประชาชนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาคือหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลง การแสดงออกของคนรุ่นใหม่ที่จริงแล้วคือการแสดงออกถึงวิสัยทัศน์และแนวคิดที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ

แพลตฟอร์ม THINK – คิด เพื่อไทย โดยพรรคเพื่อไทย เตรียมพื้นที่ทางความคิดขนาดใหญ่ พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ด้วยโครงการ ‘THE CHANGE MAKER’ ที่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ผู้มีอุดมการณ์  และต้องการแก้ปัญหาบ้านเมืองได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิสัยทัศน์อย่างเปิดกว้าง เพื่อแสวงหาอนาคตของประเทศร่วมกัน ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน

สิ่งที่จะได้รับจากโครงการนี้ คือ โอกาสในการได้ร่วมระดมความคิดกับผู้เข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศ วงสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับนักการเมืองผู้ประสบความสำเร็จ และท้ายที่สุด คือ การแปรความคิดสู่นโยบายที่ปฏิบัติได้จริงร่วมกับพรรคเพื่อไทย ที่พร้อมสนับสนุนทรัพยากรทุกรูปแบบ

เงื่อนไขและคุณสมบัติในการเข้าร่วมโครงการ The Change Maker

1. เป็นคนสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป

2. สนใจแนวคิดเชิงนโยบาย และ ปรารถนาจะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง

4. มีมนุษย์สัมพันธ์ สามารถทำงานร่วมกับผู้ที่มีความคิดแตกต่างได้

5. พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมตามที่โครงการกำหนด

ผู้ที่สนใจหรือเข้าไปกรอกรายละเอียดประวัติส่วนตัว ช่องทางการติดต่อ พร้อมแนบคลิปแนะนำตนเองใน YouTube (ความยาวไม่เกิน 3 นาที) ลงใน Google Form ข้างล่างนี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 7-28 กุมภาพันธ์ 2564  https://forms.gle/1JAAiqg5WXqfk6Ms6

ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว และถนนแห่งความคิดจะต้องทอดยาวสู่การลงมือทำเพื่ออนาคตอันจับต้องได้

#THINKเพื่อไทย #TheChangeMaker

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"วัดลาดปลาเค้า"ปันสูข! มอบข้าวถุงพยุงชีวิตสู้ภัยโควิด



"วัดลาดปลาเค้า"เปิดโครงการ"มอบข้าวถุง พยุงชีวิต"สู้ภัยโควิด "ณพลเดช" ระบุหากวัดทั่วประเทศทำเช่นนี้วัดจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชนในอนาคต สังคมไทยจะดีขึ้นด้วยศีลธรรม-ก้าวสู่ศูนย์กลางค้าขายอย่างแน่นอน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564  ที่วัดลาดปลาเค้า แขวงจรเข้บัว กทม. ดร.ณพลเดช มณีลังกา เลขานุการกลุ่มป้องกันประเทศ คลังสมอง วปอ.ฯ เปิดเผยว่า ตนได้เข้ามากราบพระมหาเขมานันท์ (ฉลอม) ปิยสีโล ป.ธ.9 เจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า เจ้าคณะเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เนื่องจากทราบว่าวัดลาดปลาเค้า มีโครงการช่วยเหลือชาวบ้าน "มอบข้าวถุง พยุงชีวิต"  โดยจากปกติวัดจะให้ร่วมทำบุญถวายภัตาหาร ทำบุญหลังคาโบสถ์ สร้างวิหาร ต่างๆ แต่ที่วัดลาดปลาเค้าใช้โอกาสยามสถานการณ์ โควิด-19 ยามที่ประเทศเกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองนี้ เปิดรับบริจาคเงินเพื่อนำไปซื้อข้าวสาร โดยให้ร่วมบุญ 100 บาทต่อข้าวสารหนึ่งถุง และยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานธนาคาร มาเปิดจุดช่วยเหลือผู้ขับ Taxi มาลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าโครงการเราชนะ

พระมหาเขมานันท์ กล่าวว่า เป็นโครงการที่วัดอยากจะเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ ยุคนี้อาตมาต้องขอบอกว่าเป็นยุค "ข้าวยากหมากแพง" จริงๆ ประชาชนยากไร้ หลายๆ บ้าน ไม่มีแม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อ อาตมาจึงคิดว่าคนที่พอจะมีเงินนั้นยังพอมีอยู่ หากประชาสัมพันธ์ "ให้ผู้ที่มีทรัพย์"  นำเงินมาบริจาค แล้วช่วยเหลือคนยากไร้ที่ไม่มีจะกิน คงจะช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจนลดปัญหาฉกชิงวิ่งราว ลดปัญหาอาชญากรรม การฆ่าตัวตายด้วยพิษเศรษฐกิจไปได้บ้าง จึงได้ริเริ่มโครงการ "มอบข้าวถุง พยุงชีวิต"  ดังกล่าว ปรากฏว่าหลังจากประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ได้ผลเกินคาด ทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ หน่วยงานราชการ ต่างร่วมบริจาคเงิน เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อข้าวถุง มาตั้งไว้ ก็จะมีผู้ยากไร้มารับข้าวสารจากมืออาตมาโดยตรง บ้างก็เดินมา บ้างก็ขี่จักรยานมา บริจาคทุกวัน บางวันร่วม 100 ถุงหรือมากกว่า แต่การบริจาคก็มีมาอย่างไม่ขาดสาย อาตมาได้เท่าไหร่ ก็บริจาคเท่านั้น ก็หมดทุกวัน ก็ถือเป็นโอกาสดีที่อาตมาเป็นพระสงฆ์เล็กๆ แต่ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือประชาชน ได้ช่วยเหลือประเทศชาติ

ดร.ณพลเดช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนเชื่อว่า จากเหตุการณ์ โควิด-19 นี้ มีประชาชนส่วนมากที่เห็นความทุกข์ยากของพี่น้องร่วมประเทศและมีจิตกุศลที่จะช่วยเหลือ บ้างก็บริจาคทรัพย์ บ้างก็บริจาคสิ่งของ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตนเห็นว่าสิ่งนี้คล้ายกับเหตุการณ์ของประเทศในอดีต ในสังคมไทยเชื่อกันว่า "ยิ่งให้ ก็ยิ่งได้"  และ "ทำบุญด้วยอะไรก็ได้สิ่งนั้น"  ปลูกถั่วก็ได้ถั่วปลูกงาก็ได้งา ตนคิดว่าสิ่งนี้ยังฝังแน่นในจิตใจคนไทย การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเกื้อกูลนี้ จะส่งผลให้ประเทศฝ่าฟันภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองไปได้ด้วยกัน จากที่ตนมาสัมผัสวัดลาดปลาเค้า วัดก็มีโอกาสได้กลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชน ได้มีโอกาสเป็นที่พึ่งยามท้องหิว ส่งผลให้ได้มีโอกาสในการนำหลักธรรมคำสอนมาสอนให้ประชาชน "รู้จัก ผิดชอบชั่วดี"  อาจมีผลให้ท้องถิ่นประกอบสัมมาอาชีวะ 

ดร.ณพลเดช กล่าว กล่าวด้วยว่า หากวัดทั่วประเทศมีรูปแบบเช่นวัดลาดปลาเค้า วัดจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของชุมชน การเรียนการสอนจะเริ่มจากจิตใจที่ดีเป็นรากเหง้า ตนเชื่อว่าหากจิตใจของประชาชนดี เราจะเป็นประเทศที่มั่งคั่ง ดังมีประวัติศาสตร์ ดังสมัย "อาณาจักรตามพรลิงค์" แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ที่มีเงิน "นะโม" เป็นสกุลเงินหลักในการค้าขายภายในและต่างประเทศ สมัยนั้นแผ่นดินไทยถือเป็นศูนย์กลางการเงินการธนาคารและศูนย์กลางการค้าโลกแห่งหนึ่ง และอีกสมัยไม่นานมานี้ ก็เช่นสมัยสุโขทัย และกรุงศรีอยุธยา หากจะดูตามประวัติศาสตร์และความยิ่งใหญ่ของบ้านเมืองแล้ว เรามีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ศิลปะและวัฒนธรรม อย่างโดดเด่น โดยมีจุดเชื่อมโยงจุดเล็กๆ ที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งมีการปรึกษาหารือกันในแต่ละชุมชน นั่นก็คือ "วัด" นั้นเอง ตนมองว่าหากวัดกลับมามีบทบาทเป็นศูนย์กลางชุมชนอีกครั้ง จะส่งผลให้ประเทศมั่งคั่งและส่งผลดีให้ประเทศชาติได้ในหลายอีกมิติ

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พระมหาไพรวัลย์ด่าชาวพุทธโง่ ไหว้พญานาคมันคือสัตว์เดรัจฉาน



วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 พระมหาไพรวัลย์วรวณฺโณ  โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ในตำนานความเชื่อของพุทธศาสนา พญานาคมันคือสัตว์เดรัจฉานนะ ย้ำว่า มันคือสัตว์เดรัจฉาน แล้วคนพุทธบ้านเมืองนี้มันเป็นอะไรกันนักหนา ถึงพากันไปกราบไหว้บูชาสัตว์เดรัจฉานอยู่ได้          

มันช่วยอะไรบ้างพญานาคเนี่ย อาตมาสงสัย หมาที่บ้านยังมีคุณมากกว่าอีกนะ อันนี้พูดแบบไม่เกรงใจ คืออย่างน้อยหมาก็ช่วยเฝ้าบ้านให้โยมได้นะ พญานาคมันเฝ้าบ้านให้โยมได้หรือเปล่า ? ถ้าจะบูชาพญานาค บูชาหมาที่บ้านเถอะ มันซื่อสัตย์ด้วย รักเจ้าของด้วย          

มันตลกมาก ที่พระพุทธศาสนาสอนว่า การเกิดเป็นมนุษย์นี่ดีที่สุดแล้ว บำเพ็ญศีล บำเพ็ญทาน จะปฎิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ก็ได้ (สัตว์เดรัจฉานบรรลุธรรมไม่ได้)          

โยมรู้ไหม ทั้งเทวดาทั้งพญานาคเนี่ย เวลาเขาบำเพ็ญบุญและอธิษฐาน เขาอธิษฐานเพื่อต้องการที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์ทั้งนั้นเลย เพราะมนุษย์โลกมันเป็นสุคติภูมิของเหล่าเทวดาและสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย          

เสียท่ามากนะ ถ้าได้เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งทีแล้วยังพากันไปกราบไหว้ไปหวาดกลัวอาถรรพ์จากสัตว์เดรัจฉานอยู่

วิทยากรต้นแบบสันติภาพลงพื้นที่ ถวายความรู้พระวิปัสสนาจารย์ นำวิธีแก้ขัดแย้งภายในสู่แก้ปัญหาภายนอก


วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 วันที่ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร.  อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา  วิทยากรต้นแบบสันติภาพ พระวิปัสสนาจารย์แห่งประเทศไทยรุ่นที่ 30   และเลขานุึการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า ตามที่รับนิมนต์เป็นวิทยากรกระบวนการฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์รุ่นที่ 49  จำนวน 110 รูป ณ ศูนย์วิปัสสนาจารย์เคลื่อนที่แห่งประเทศไทยณ ศูนย์วิปัสสนาเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย วัดสุวรรณประสิทธิ์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เป็นหลักสูตรระยะยาว 3 เดือน 

ประกอบด้วย การพัฒนาด้านวิปัสสนากรรมฐาน 1  เดือน ด้านทฤษฎีในพระไตรปิฎก 1  เดือน และด้านทักษะการปฏิบัติการสื่อสารธรรมเป็นวิทยากรต้นแบบ นักเทศน์ นักบรรยาย นักปาฐกถาธรรม 1  เดือน 

ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นที่ 30  ผ่านมา 19  ปี ได้เตรียมมาเติมเต็มเครื่องมือให้พระวิปัสสนาจารย์เพื่อนำต่อยอดในการสื่อสารธรรมในยุคปัจจุบันต่อไป  โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี อุบาสก อุบาสิกาจากทั่วประเทศ ภายใต้โครงการพระวิปัสสนาจารย์แห่งประเทศไทย ในหัวข้อ วิทยากรต้นแบบ : การสื่อสารธรรมะอย่างไรให้โดนใจคนยุคดิจิทัล  

พร้อมกันนี้ยังได้นำวิทยากรต้นแบบสันติภาพที่ผ่านการอบรมรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 6  ลงพื้นที่ภาคสนามฝึกปฏิบัติเป็นวิทยากรต้นแบบสันติภาพ หนทางเดียวที่ทำให้ทฤษฎีสำเร็จคือลงมือทำเท่านั้น ถือว่าเป็นการวิจัยเชิงพัฒนา ให้รูปแบบมีความมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

พระปราโมทย์ กล่าวต่อว่า วิทยากรต้นแบบสันติภาพได้สะท้อนการเรียนรู้การออกแบบกิจกรรมเพื่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป มีความใจกว้างเพื่อการพัฒนาในความเป็นวิทยากรต้นแบบสันติภาพ ยกระดับเป็นวิทยากรสร้างมากกว่าวิทยากรเสพเท่านั้น ทุกสิ่งที่เราลงมือทำงานสักหนึ่งชิ้นย่อมมีผู้คนเคยเฝ้ามองแบบให้กำลังใจ แบบความห่วงใยเสมอ ซึ่งจะมี 2 มิติเสมอ คือ ชื่น กับ แช่ง ทุกครั้งที่เราเจอคำชื่นจะต้องไม่พองโตหลงไปว่าเราดีที่สุด และทุกครั้งที่เจอคำแช่งเราต้องไม่แฟบเช่นกัน นั่นคือบทเรียนที่สอนเรา เป็นการฝึกเรียนรู้โลกธรรมอย่างดีเมื่อเราลงมือทำอะไรบางอย่าง เราจึงต้องฝึกทำงานที่ทรงพลัง บางคนมองผลงาน บางคนมองภายนอก สุดแล้วแต่ใครจะมองอย่างไร ? แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำ จงทำให้ดีที่สุด ทำไม่ดีจงอย่าทำ แม้จะทำดีที่สุดแล้ว มีกัลยาณมิตรบอกว่าจะต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เรายินดีเสมอเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด      

การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะเป็นดั่งทฤษฏีขนนก #เบาบางแต่รุนแรง โดยเฉพาะการสื่อสารที่กระทบความรู้สึกทำให้เกิดความรู้สึกลบ ในยามนี้จึงควรสร้างการสื่อสารความรู้สึกบวก #Positive_Feeling พลังแห่งความรู้สึกเป็นบวกเป็นเครื่องมือเยียวยาที่ดีที่สุด จึงต้องระวังการสื่อสารที่ขาดสติจะนำมาซึ่งความเสียหายให้กับตนเองและบุคคลอื่น เหมือนเรื่องราวของการซุบซิบมันเป็นแค่ความเห็นไม่ได้ไปทำร้ายใครแต่มันเลวร้ายกว่าการขโมย      

ชีวิตจริงเราไม่มียางลบ ถ้าเราทำผิดพลาด ทางออกมีแค่.... เราจะเผชิญปัญหา และพยายามแก้มันอย่างเต็มที่ เมื่อเราทำเต็มที่แล้ว เราควรยอมรับ แล้วก้าวข้ามผ่านมันไป สุดท้าย สิ่งที่เราควรมีในชีวิต คือ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความไม่สมบูรณ์แบบนั่นเอง  แค่เพียงห้องเรียนไม่มียางลบ หรือ อุปกรณ์ลบคำผิด เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้หลายอย่าง

1) #คิดก่อนลงมือทำ  ถ้าเรามียางลบ เราจะเขียน และวาดอย่างไม่ระมัดระวัง ถ้าเราไม่มีมัน เราจะตั้งใจ คิดก่อนทำ และพยายามระวังในการเขียนและวาดในแต่ละครั้งมากขึ้น

2) #แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและฝึกความยืดหยุ่น ถ้าเรามียางลบ เราจะไม่มีโอกาสฝึกแก้ปัญหา เพราะเราจะลบมันทิ้ง แทนที่จะคิดว่าเราจะวาดหรือเขียนปรับแก้เป็นอย่างไรแทน

3) #เรียนรู้ข้อผิดพลาดและไม่ทำมันผิดซ้ำ ถ้าเรามียางลบ เราจะลบข้อผิดพลาดของเราไป แล้วเราไม่ได้กลับมาทบทวนข้อผิดพลาดของเราในอนาคต เช่น ถ้าเราเขียนผิด แล้วเราลบมัน เมื่อมองกลับมา เราจะไม่รู้ว่า เรามักผิดพลาดที่คำไหน หรือ วาดตรงไหน แต่ถ้าเราทิ้งร่องรอยเอาไว้ เราจะได้กลับมาทบทวนมันในอนาคต

4) #ยอมรับในข้อผิดพลาดและก้าวต่อไป เพื่อให้เรายอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง จุดเล็กที่ทำผิดพลาดบนกระดาษ เราต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาด แล้วมองภาพรวมมากกว่าจะจับจ้องแค่ข้อผิดพลาดนั้น

5) #ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับสิ่งที่เรามีสิ่งที่เราเป็นและปัจจุบันที่เราอยู่      

ห้องนี้ไม่มียางลบจึงฝึกให้เรามีสติทุกลมหายใจ เราอย่ามัวแต่เอาเวลามานั่งประจานคนอื่น แต่เราจงเอาเวลามานั่งประจำสร้างสรรค์ผลงานให้ดีที่สุด เพราะถ้าพูดดีเกี่ยวกับคนอื่นไม่ได้จงอย่าพูดอะไรเลยดีกว่า ซึ่งจงระวังคำพูดมันเป็นดั่งเช่นเศษกระดาษที่ปลิวไป จงมองให้ลึกว่า ทุกพฤติกรรมของผู้คนย่อมมีเหตุผลเสมอ และความรู้สึกเสมอ จงอย่าเป็นตัดสินโดยไม่รู้ไม่เข้าใจในบริบทของสิ่งนั้นๆ จงใช้ตำแหน่งที่มีสร้างสรรค์ผลงาน      

พระปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ชีวิตจริงอาจจะไม่มียางลบ จงกล้ารับคำสะท้อนอย่างไม่กระเทือนเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เพราะผู้ที่ยิ่งใหญ่ล้วนผ่านกระบวนการสะท้อนกลับเชิงสร้างสรรค์จากกัลยาณมิตร ถือว่าชี้ขุมทรัพย์ เป็นเสน่ห์ของรูปแบบการพัฒนาวิทยากรต้นแบบสันติภาพผ่านภาวนามยปัญญาคือ ลงมือทำอย่างสร้างสรรค์ จึงขออนุโมทนากับประธานรุ่นที่ 3  และวิทยากรต้นแบบสันติภาพรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 6   

 

มท.สั่งทุกจังหวัดตั้งกก.ขับเคลื่อนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดความยั่งยืน



มหาดไทยแจ้งทุกจังหวัดประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เดินหน้าขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดความยั่งยืน 

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ภารกิจ และบริบทการพัฒนาของพื้นที่ในปัจจุบัน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงมหาดไทย มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า เพื่อให้การขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัดมีความประสานสอดคล้องกันและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัด ให้เป็นปัจจุบัน มีความคล่องตัว สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ และหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งสามารถพิจารณาตั้งคณะทำงานในมิติต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของพื้นที่และประสิทธิผลการทำงาน 

พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการ ดูแลรักษา รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดความยั่งยืน โดยใช้กลไกคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัด เพื่อสนับสนุนและกำกับติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสามารถกำหนดกลไกหรือแนวทางการขับเคลื่อนและขยายผลในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมให้เป็นไปตามบริบทและภูมิสังคมของพื้นที่อีกด้วย 

 

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พระพรหมบัณฑิตแนะวิธีฝึกสติ "นั่งอยู่ตรงนี้ให้ใจมันอยู่ตรงนี้"



วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563  เพจคติธรรม วาทะธรรม พระพรหมบัณฑิต  ได้โพสต์ข้อความว่า ตัวอยู่ที่ไหนใจอยู่ที่นั่นให้เป็นปัจจุบันนั่นแหละคือสติ ไม่ยาก นั่งอยู่ตรงนี้ให้ใจมันอยู่ตรงนี้เรื่องอื่นรอได้ฝึกอยู่เสมอ เป็นยังไงเพราะมันฝึกไม่ยากแต่ที่ยากคือไม่ฝึกเพราะ ชอบคิดฟุ้งซ่านสติวิ่งไปโน้นไปนี่ไม่อยู่กับปัจจุบันและ

ถ้าสติอยู่กับปัจจุบันเกิดพลังเรียกว่าสติพละ กำลังสติ เพื่อเกิดกำลังสติคือฝึกบ่อยๆเราจะอยู่นิ่งกับปัจจุบัน

ใครมาทำให้วอกแวกคิดเรื่องอื่นเราก็ไม่คิดใจหนักแน่นนี่แหละ เรียกว่ากำลังสติเมื่อมีกำลังสติหนักแน่นอยู่ตรงไหนแสดงว่า เราฝึกบ่อยไงเหมือนกับคนที่เดินหรือวิ่งออกกำลังกายเดิน ทุกเช้าวิ่งทุกเช้าร่างกายแข็งแรงคนที่ฝึกสติหัดให้ใจ อยู่กับตัวอยู่เสมอๆสติจะแข็งแรงจะมีกำลังแล้วถ้ามีสติแข็งแรง มีกำลังมันจะมีอานิสงค์คือผลตามมาเห็นได้ชัด

------ 

คติธรรม วาทะธรรมพระพรหมบัณฑิต รายงาน

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

อนุกมธ.พุทธสภาฯเปิดมิติใหม่! ไหว้พระเจริญจิตภาวนาก่อนประชุม



อนุกมธ.พุทธสภาฯเปิดมิติใหม่! ไหว้พระเจริญจิตภาวนาก่อนประชุม ผลทำให้พิจารณาสำเร็จ 27 เรื่องรวมยกวัดร้างบางใหญ่เป็นวัดมีพระอยูจำ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เวลา 9.30 น ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข 306 ชั้น 3 อาคารรัฐสภาเกียกกาย คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎร ได้ประชุมพิจารณาเรื่องขอให้มีการพิจารณาการยกวัดกระทาโหง (ร้าง) ขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยนิมนต์ บุคคล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมได้แก่ ตัวแทนเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี , เจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ , เจ้าคณะตำบลเสาธงหิน , ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี , ตัวแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนนทบุรี , ตัวแทนนายอำเภอบางใหญ่ , ตัวแทนนายกเทศมนตรีตำบลบางเลน


โดยก่อนมีการประชุมอนุกรรมาธิการฯ พุทธศาสนาฯ และผู้เข้าร่วมประชุม ได้มีการสวดมนต์บทบูชาพระรัตนตรัย ทั้งนี้ ดร.เพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ เผยว่า ถือว่าเป็นวัฒนธรรมชาวพุทธ ที่ก่อนจะมีการเริ่มการประชุม ก็จะมีการสวดมนต์เจริญภาวนา เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมไทยแต่โบราณ ทั้งนี้หากศึกษาในประวัติในสมัยพุทธกาล ตนขอยกที่มาขอบบทสวด "นะโมตัสสะ" โดยมียักษ์ที่เป็นภุมเทพยดา อันมีนามตามที่อยู่ว่า สาตาคิรียักษ์ มีหน้าที่เฝ้าทางเข้าหิมวันต์ ทางทิศเหนือ เป็นบริวารของท้าวเวสสุวัณ สาตาคิรียักษ์ได้มีโอกาสสดับ พระสัทธรรมจากพระบรมศาสดา จนมีจิตเลื่อมใสศรัทธา เปล่งคำยกย่องบูชาด้วยคำว่า "นะโม" หมายถึง พระผู้มีพระภาค ทรงเป็นใหญ่กว่า มนุษย์ เทพยดา พราหมณ์ มาร ยักษ์ และสัตว์ทั้งปวง

อานิสงส์การสวดมนต์บทนมัสการพระพุทธเจ้า มีดังนี้

1. น้อมใจจนให้เกิดความกตัญญูกตเวที รู้อุปการคุณที่พระพุทธเจ้ามีต่อตน ให้รู้สึกว่าตนได้ดิบได้ดี อยู่เย็นเป็นสุข ไกลทุกข์เดือดร้อน ก็เพราะมีพระพุทธเจ้าสอนไว้ ให้มีใจปฏิบัติตาม

2. ให้รู้สึกว่าได้คบหาสมาคมกับพระพุทธเจ้าด้วยใจ มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของใจ นึกถึงพระพุทธเจ้าครั้งใด พระพุทธเจ้าก็ปรากฏที่ใจทุกครั้ง

3. ให้การปฏิบัตินั้นสำเร็จเป็นปฏิบัติตามพระพุทธองค์ ย่อมได้เป็นผู้เบิกบาน หายงมงาย ชนเหล่าใดระลึกถึงพระพุทธเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืน ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นสาวกของพระโคดมบรมศาสดา ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการฯ ก็เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาได้สวดมนต์เจริญภาวนาตามความเชื่อของแต่ละศาสนา ที่ผ่านมาจากการทำงานด้วยการเริ่มต้นจากการสวดมนต์นี้ กรรมาธิการฯ ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้ทำงานประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นผลสัมฤทธิ์ในปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา เช่น

1.ที่ดินพุทธมณฑล จ.เชียงราย ค้างคาจาก ห้าสิบปี ทำให้สำเร็จและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 45 วัน

2.ผันข่วงหลวงเวียงแก้ว จ.เชียงใหม่ (ใต้ดินของพ่อขุนเม็งรายกลางเมืองเชียงใหม่) เป็นที่คุกมานา ปรับปรุงให้มีการบูรณะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ค้างคากว่า 20 ปี

3.วัดหินดาด จ.ระนอง จะตั้งเป็นวัดไม่ได้ค้างคา 50 ปี เคลียร์จบในวันเดียว

4.วัดถ้ำเขาวง จ.นครราชสีมา ปิดช่องโหว่กรณีพระธาตุปลอม ให้พระเสียหาย

5.วัดปราสาท จ.นนทบุรี แก้ปัญหาผนังสมัยอยุธยาหลุดล่อนเพราะความชื้น สำเร็จใน 1 อาทิตย์ พร้อมบรรจุงบเร่งด่วนจากกรมศิลป์

6.วัดอัปสรสวรรค์ อาคารศาลาการเปรียญในสมัยรัชกาลที่ 5 ค้างคาขอบูรณะ ผลักดันการของบ 30 ล้าน

7.เจดีย์ใหญ่ สมุทรปราการ ผสานกรมศิลป์เปิดช่องอนุมัติให้ อบจ. สมุทรปราการ ปรับปรุงได้

8.ร่างพระราชบัญญัติพุทธศาสนา 4 ฉบับ ผ่านในชั้นอนุกรรมาธิการฯ และกรรมาธิการใหญ่ ใน 3 เดือน

9.ประตูปิดเปิดถนนวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เพื่อความปลอดภัยเจดีย์หลวงตามหาบัวฯ ในหนึ่งอาทิตย์ และผลักดันการขอที่ดินภายหลัง

10.ไฟฟ้าขึ้นดอยสุเทพ ค้างคามานาน ได้งบจากทางหลวงชนบทมาสร้างไฟฟ้าโซล่าเซลล์เป็นที่เรียบร้อย


11.เคลียร์ปัญหาพระเข้ากรงสุนัข จ.อ่างทอง ให้พระระดับชั้นปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน เข้าใจพระที่เปิดเสียงธรรมเทศนา เข้าใจกันดีในภายหลัง

12.เคลียร์ปัญหาโยมนุ่งกระโจมอก ในวัด จ.ชัยนาท ให้โยมออกพื้นที่ปิดเกมคาใจชาวพุทธ สร้างความบริสุทธิ์ให้เจ้าอาวาส

13.เดินสายพบ มหาเถรฯ สำนักพุทธฯ อธิบดีป่าไม้ อุทยาน กรมที่ดิน เพื่อสร้างความสมานฉันท์

14.ผลักดันงบประมาณ พ.ร.บ.พระปริยัติธรรม (พ.ร.บ.ใหม่)

15.ของบและจัดหาอุปกรณ์ Ai และ ioT โดยของบของสถาบันราชมงคลสุวรรณภูมิ นำไปติดตั้งเช็คความชื้นที่วัดปราสาท นนทบุรี และขออนุมัติกรมศิลป์ให้ติดตั้งอย่างถูกระเบียบราชการ

16.แก้ปัญหาข้อพิพาทย์ กรณีค้าขาย ที่ วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) จ.นครศรีธรรมราช

17.ของบเครื่องตรวจเช็คความชื้น ให้ห้องสมุดข่อย (หนังสือบุด-หนังสือโบราณ) จ.นครศรีธรรมราช

18.ติดตามพระถูกฆาตกรรมขณะเดินจงกรม จ.ชัยภูมิ

19.ฟันธงวัดแค จ.นครปฐม ค้างคาเรื่องเช่าที่ดินระหว่าง อบต. และวัดแค จบด้วยดีทั้งสองฝ่าย

20.สนับสนุนงบประมาณการข่าวในแง่สร้างสรรค์ พร้อมมันสมองและวิสัยทัศน์ใหม่


21.เวียงกุมกามเชียงใหม่ ค้างคากว่า 20 ปี สำเร็จใน 30 วัน

22.ผลักดันสร้างพุทธมณฑลเชียงใหม่

23.แก้ปัญหาการเช่าที่ศาลากลางเก่าเชียงรายของ มจร.เชียงราย ทำเป็นตัวอย่างให้ทุกจังหวัดได้ปฎิบัติ

24.ผลักดันให้สำนักสงฆ์-ที่พักสงฆ์ 5,459 แห่งที่สร้างในพื้นที่ป่าไม้ ให้สามารถจัดตั้งวัดได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

25.แก้ปัญหาระหว่างชาวบ้าน-กรมศิลปากร-ท้องถิ่นที่ปราสาทหินพิมาย

26.ผลักดันวิชาศีลธรรม-หน้าที่พลเมืองให้กลับมาบรรจุในภาควิชาบังคับ ส่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการ

27.แก้ปัญหาเยียวยาพระสงฆ์ที่ได้รับผลกระทบโควิด ทั้งครั้งที่1-2

และอื่นๆ อีกมากมาย

ดร.เพชรวรรต กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ตนอยากให้หน่วยงานต่างๆ หากนับถือพุทธศาสนา ลองพิจารณาสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ก่อนประชุมหรือทำงาน ซึ่งนอกจากถือปฏิบัติตามประเพณีโบราณกาล ก็ยังสร้างอานิสงส์สร้างขวัญกำลังใจให้กับองค์กรให้สร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น ด้วยการเพิ่มความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ก่อนทำงาน



เพลง: แสงประทีปแห่งศรัทธา หลักธรรมจากขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค อนุรุทธเถราปทาน

เพลง: แสงประทีปแห่งศรัทธา หลักธรรมจากขุททกนิกาย อปทาน พุทธวรรค อนุรุทธเถราปทาน [เกริ่นนำ] ใต้ร่มไม้ในคืนสงบ พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญฌาน ผู้มีศรั...