วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

อ.ป.อ.และ อ.ป.ต. คณะสงฆ์อำเภอนางรองบุรีรัมย์ เป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรมสรีระพระพรหมวชิรโมลี



 (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ ป.ธ. ๙,ดร.) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ อดีตเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดศาลาลอย และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์             

วันพฤหัสบดีที่ ๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗  แรม ๙ ค่ำ เดือน ๕  ณ วัดศาลาลอย ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์   พระครูปริยัติภัทรคุณ(เสนอ สิริภทฺโท ป.ธ.๕,M.A.)เจ้าคณะอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์   ในนามคณะสงฆ์อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  ประธานอำนวยการศาสนกิจคณะสงฆ์อำเภอ ประธานอำนวยการศูนย์ประสานงานศาสนกิจคณะสงฆ์อำเภอนางรอง ประธานอำนวยการคณะทำงานขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ในระดับพื้นที่ และประธานคณะกรรมการอำนวยการอบรมประชาชนประจำอำเภอ (อ.ป.อ.) อำเภอนางรอง



พร้อมด้วย  พระเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการทุกระดับ เจ้าคณะตำบลทุกตำบล ประธานกรรมการหน่วยอบรมประชาชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) ๑๗ ตำบล พระคิลานุปัฏฐาก (พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด-อสว.คณะสงฆ์อำเภอนางรอง-คณะทำงานทุกรูป) ในนามเจ้าอาวาสวัดทุกวัด ในเขตพื้นที่อำเภอนางรองและพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอนางรอง    เป็นเจ้าภาพ สวดพระอภิธรรมสรีระ  พระพรหมวชิรโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ ป.ธ. ๙,ดร.) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ อดีตเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดศาลาลอย และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์  โดยมอบกัปปิยภัณฑ์ เข้ากองกลางในการบำเพ็ญกุศล พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ในครั้งนี้เป็นจำนวนเงิน ๒๕,๐๐๐.๐๐บาท(สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) 

ในการนี้มีการแสดงพระธรรมเทศนา โดย พระธรรมวชิรบัณฑิต(สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ ป.ธ.๙,ศ.ดร.) รองเจ้าคณะภาค  ๕ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ รองแม่กองบาลีสนามหลวง อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  พระสงฆ์ ๔ รูป สวดพระอภิธรรม  คณะสงฆ์อำเภอลำดวน  นำโดย พระครูศรีสุนทรสรกิจ(เริงศักดิ์ เขมวีโร ปธ.๖,ผศ.ดร.)เจ้าคณะอำเภอลำดวน และคณะ



   อนึ่ง การร่วมบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระ พระพรหมวชิรโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ ป.ธ. ๙,ดร.) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ อดีตเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดศาลาลอย และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับหลักการที่ว่าด้วยหลักกิจกรรมเสาหลัก ตามกรอบการดำเนินงานที่กำหนดไว้ ๘ ด้าน(ด้านกตัญญูกตเวทิตาธรรมและด้านสามัคคีธรรม) ของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) และ (อ.ป.อ.) คณะสงฆ์อำเภอนางรอง 

โดยภาพรวม ที่แสดงออกถึงความเคารพและร่วมถวายความอาลัยรำลึกในจริยาวัตรโดยพระเดชพระคุณเป็นพระมหาเถระผู้ถึงพร้อมด้วยรัตตัญญู รู้ราตรีนานมีประสบการณ์เชี่ยวชาญ ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์นำคณะสงฆ์ให้ปรากฎโดดเด่นเป็นต้นแบบแห่งสังฆโสภณ  เป็นพระมหาเถระที่งดงามด้วยศีล มีข้อวัตรปฏิบัติ จริยาวัตรงดงามทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด เป็นพระเถระที่ถึงพร้อมด้วยพหูสูต เป็นผู้ใฝ่เรียนสำเร็จเปรียญธรรม ๙ ประโยคและสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต(ปริญญาเอก-พธ.ด.สาขาวิชาพระพุทธศาสนา) เป็นพระมหาเถระผู้ยังศรัทธาให้ถึงพร้อม เป็นนักเผยแผ่ธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ นับเป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติ พระศาสนาและสังคมส่วนรวมเป็นอเนกประการฯลฯ ด้วยคุณูปการและกุศลจริยาสัมมาปฏิบัติที่พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ ป.ธ. ๙,ดร.) ได้บำเพ็ญไว้ดีแล้วย่อมปรากฎเป็นทิฏฐานุคติแก่ชนรุ่นหลังสืบต่อไป 

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ศน. เสริมสร้างเครือข่าย หนุนหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ

 


กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคมไทยขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมคุณธรรมด้วยมิติศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการนำหลักธรรมไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สังคมมีความสงบ มีความร่มเย็นในใจ ซึ่งการเสริมสร้างศีลธรรมคุณธรรมจริยธรรม ให้เกิดแก่คนในชาตินั้น นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทุกภาคส่วนทั้งวัด ส่วนราชการ สถานศึกษาและองค์กรต่างๆ ต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งและจริงจัง

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) เปิดเผยว่า กรมการศาสนาได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้ง “หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา”หรือ นศพ. ตามระเบียบกรมการศาสนา ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2563  ขึ้น ประกอบด้วย วัด  ส่วนราชการ สถานศึกษา และนิติบุคคล เพื่อดำเนินกิจกรรมเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรม เผยแผ่หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาให้สามารถนำไปประพฤติปฏิบัติให้เป็นคนดีมีศีลธรรม และมุ่งให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมเป็นสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเผยแพร่คุณธรรมจริยธรรมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปประพฤติ ปฏิบัติตนให้เป็นคนดีมีศีลธรรม ซึ่งหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาเหล่านี้ ได้ดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเผยแพร่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสู่ประชาชนได้อย่างกว้างขวาง ได้แก่ วันสำคัญของชาติ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันสำคัญทางสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดทั้งวันสำคัญทางประเพณีไทย และประเพณีของท้องถิ่น

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ 566 แห่ง ประกอบด้วย ส่วนกลาง 20 แห่ง และส่วนภูมิภาค 546 แห่ง โดยมีหน่วยเผยแพร่ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนาทั่วประเทศ ซึ่งได้สนับสนุนงบประมาณโครงการหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาส่วนภูมิภาค 69 จังหวัด ผ่านสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จำนวน 185 หน่วย เป็นศูนย์กลางเชื่องโยงกับภาคีเครือข่ายผ่านพลังบวร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในพื้นที่ เป็นแหล่งปลูกฝังและเผยแพร่ศีลธรรมสู่สังคม เพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในกระบวนการหลากหลายตามความเหมาะสมของบริบทในพื้นที่ อาทิ  - หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาโรงเรียนบ้านหนองต่อ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม “ลานธรรมนำชีวี สร้างคนดีให้สังคม” ที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักธรรมผ่านการทำกิจกรรม การสวดมนต์ทำนองสรภัญญะ การบรรยายธรรม ร้องเพลงคุณธรรม เล่านิทานคุณธรรม และโครงงานคุณธรรม ผ่านงานนิทรรศการ เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม 

- หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาวัดใหม่สุขเกษม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมการแสดงธรรมะผ่านออนไลน์ โดยเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับหลักธรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เยาวชนปฏิบัติตนในสังคมได้อย่างเหมาะสม  - หน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาวัดไตรภูมิ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร จัดกิจกรรม โครงการค่ายพุทธบุตร มีการอบรมบรรยายธรรม สวดมนต์ เจริญภาวนา และแบ่งกลุ่มเข้าฐานเรียนธรรม เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาหลักธรรมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรมในหลายรูปแบบ ทำให้เกิดความหลากหลายในการส่งเสริมศีลธรรมในสังคม ที่ต้องการหล่อหลอมบ่มเพาะเด็กและเยาวชน และส่งเสริมให้ประชาชน  ให้เป็นคนดีมีศีลธรรมคุณธรรมจริยธรรม  เพื่อสร้างชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกองค์กรในสังคม กรมการศาสนาจึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายเครือข่ายหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการการดำเนินการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมร่วมกับทุกภาคส่วน ให้ทุกภาคส่วนมีความสำคัญและมีบทบาทในการเผยแพร่ศีลธรรม ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โดยยึดถือเด็ก เยาวชน และประชาชนเป็นผู้ที่มีบทบาทนำแห่งการพัฒนา และให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอย่างทั่วถึงทั้งแผ่นดิน ทั้งนี้ องค์กรหน่วยงาน สถานศึกษา และวัดที่สนใจสามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา ในส่วนกลางติดต่อที่ สำนักพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม กรมการศาสนา  ส่วนภูมิภาคติดต่อได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-209-3728 และเว็บไซต์กรมการศาสนา www.dra.go.th 


"อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี" นำนิสิตลงพื้นที่แก้ไขปัญหาชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้



เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2567     สืบเนื่องจากโครงการพัฒนานักนิติศาสตร์ ให้มีคุณลักษณะวิศวกรสังคม กิจกรรมสร้างนักนิติศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น : แก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน วันที่ 20 มี.ค. 2567 หมู่ 11 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ผ่านมานั้น นำเข้าสู่การพบปัญหาการไม่มีไฟฟ้าใช้ ที่เกิดจากการพูดคุยกับผู้ใหญ่ไชยะ ลักษณะปิยะ หมู่ 15 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง 



ผศ.ดร.ภูภณัช รัตนชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จึงเดินทางขอคำแนะนำจากคุณพีรพงษ์ คชโสภณ ผู้จัดการไฟฟ้าสาขาท่าฉาง พร้อมด้วย ผศ.สมชาย บุญคงมาก ดร.ธนสาร เดชนะ(นักวิชาการอิสระ) ผู้ใหญ่ไชยะ และผู้ใหญ่จารึก คุ้มจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.หนองไทร อ.พุนพิน สุราษฎร์ธานี จากการพูดคุยในลักษณะกัลยาณมิตร การร่วมวงเจรจาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์สาธารณะที่เป็นแนวคิดที่เห็นสอดคล้องตรงกันทุกคนและได้คำตอบที่ชัดเจนเพื่อนำไปปฏิบัติและหวังผลสำเร็จ นำประโยชน์สู่พี่น้องประชาชนต่อไป


สันติศึกษา"มจร"เทรนสุดยอดผู้นำภาคเอกชนและภาครัฐไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมืออาชีพ


 

วันที่ ๒   พฤษภาคม   ๒๕๖๗๒   พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร.โค้ชสันติ  กระบวนกรธรรมะโอดี วิทยากรต้นแบบสันติภาพ  Buddhist Peace Facilitator ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท  มจร เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ ๒- ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ หลักสูตรสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มจร ร่วมกับ บริษัท เลิร์นนิ่ง  แฮปปี้ไลฟ์ เซ็นเตอร์ จำกัด มุ่งพัฒนาผู้นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอย่างเป็นมืออาชีพ ภายใต้หลักสูตร “ผู้นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมืออาชีพ : Leadership in Professional Dispute Mediation” มุ่งสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสามารถเป็นผู้นำการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็น สามารถคลี่คลายความขัดแย้งอย่างเป็นมืออาชีพก่อนฟ้องและฟ้องร้องไปแล้ว และสามารถนำไปสู่ใจจบคดีจบ เป็นการเรียนรู้เครื่องมือเพื่อป้องกันความขัดแย้งและป้องกันความรุนแรง 

โดยเป็นหลักสูตร ๔ วัน ๓๒ ชั่วโมง เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. เน้นฝึกการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยพัฒนาและฝึกอบรม ณ ห้องพุทธเมตตา หลักสูตรสันติศึกษา ชั้น ๔ อาคารเรียนรวม (ฝั่งคณะพุทธศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเปิดการเรียนรู้โดย พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  โดยย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้คือผู้ผ่านการฝึกอบรมต้องสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นตามขั้นตอนต่างๆ สามารถเป็นผู้นำในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสามารถเข้าใจในกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นต่างๆ 

โดยมุ่งกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย ๑)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางแพ่ง  ๒)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางอาญา  ๓)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นอัยการ ๔)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนการฟ้องคดี ๕)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีและล้มละลาย ๖)วิธีการปฏิบัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแบบพุทธสันติวิธี ๗)วิธีการบริหารคณะทำงานศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนต้นแบบ ๘)เทคนิควิธีการประสบการณ์การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่มีความหลากหลาย จึงเป็นหลักสูตรที่มีความเข้มข้นในแนวทางปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี โดยมีเป้าหมายประกอบด้วย ๑)ต้องสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็น  ๒)สามารถเป็นผู้นำในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นต่างๆ  ๓)สามารถมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นต่างๆ ๔)สามารถมีทักษะในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไปถึงระดับใจจบคดีจบ ได้ จึงขออนุโมทนาขอบคุณกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ประกอบด้วย

๑)นางวีรา น้ำแก้วเงิน 

ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

๒)อาจารย์ ผศ.เฉลิมวุฒิ สาระกิจ

รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

๓)อาจารย์ ผศ.กฤษฎา ใจแก้วทิ 

รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

๔)อาจารย์ณรงค์ ศรีระสันต์ 

อัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือกฎหมายและรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด 

๕)ว่าที่ร้อยโท ชีวีวัฒน์ หวานอารมณ์

นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม 

๖)ทนายพิชัย วรินทรเวช 

ผู้บริหารสำนักงานกฎหมายวินเทจ ลอร์ ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายอาสา และคณะทำงานด้านความขัดแย้ง


วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

"ดร.มหานิยม เวชากามา" ยื่นแล้วหนังสือขอตั้งวัดปัญญาวุโธ (วัดคำปลาฝา) สว่างแดนดินสกลนคร ต่ออนุกมธ.ศาสนา พร้อมช่วยเคลียร์ปัญหากับอบต.



เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ดร.นิยม เวชกามา อดีตสส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่งและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และในฐานะอนุกรรมาธิการศาสนา สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมาธิการที่ห้องประชุม ซีเอ 303 โดยมีนายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ รองประธานกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรมในฐานะประธานอนุคณะกรรมาธิการเป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งมีวาระการประชุมหลายหัวข้อ

 โดยก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม  ดร.นิยม เวชกามา ได้ยื่นหนังสือที่ได้รับการร้องเรียนจาก พระอาจารย์สลา  สีลจิตโต ประธานสำนักสงฆ์ปัญญาวุโธ หรือ วัดป่าคำปลาฝา บ้านดอนธงชัย หมู่ 15 ตำบลสว่าง อำเภอสว่างแดนดินจังหวัดสกลนคร ต่อนายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สส.ศรีสะเกษในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ เพื่อให้คณะอนุกรรมมาธิการศาสนา หา ทางช่วยเหลือต่อไป 

 ทั้งนี้ สำนักสงฆ์ปัญญาวุโธ มีพื้นที่คาบเกี่ยวกับ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีการยื่นฟ้องศาลว่า สำนักสงฆ์ดังกล่าว ได้ตั้งอยู่ในที่ดิน ของ อบต.คำสะอาด และ ศาลจังหวัดสว่างแดนดินมีคำพิพากษาให้รื้อถอน กุฎิและอาคารที่ตั้งในที่ดินดังกล่าวออกไป เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 และให้มีการบังคับคดีด้วย  ต่อมา พระอาจารย์สลา สีลจิตโต ได้มีหนังสือขอให้สำนักงานป่าไม้ที่ 6 สาขาจังหวัดนครพนม ให้ตรวจสอบเขตพื้นที่ดินที่มีปัญหาตามศาลสั่ง  ปรากฏว่าหลังจากการตรวจสอบแล้ว ฝ่ายงานจัดการป่าไม้ที่ 6 สาขาจังหวัดนครพนมได้มีหนังสือแจ้งมาที่ อบต.คำสะอาด ว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงจีนและป่าดงเชียงไม ตามพิกัดยูทีเอ็มที่ได้ทำการพิสูจน์แล้ว   ดังนั้น ที่ตั้ง สำนักสงฆ์ปัญญาวุโธ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดคำปลาฝา ไม่ได้ตั้งอยู่บนที่ดินของ นสล.แต่วัดตั้งอยู่บนที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติซึ่งทางสำนักสงฆ์ได้ขอใช้ถูกต้องตามกฏหมายแล้ว       

 ดร.มหานิยม  กล่าวว่า อบต.คำสะอาด ยื่นฟ้องโดยคิดว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดิน นสล.แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้นจึงไม่สามารถบังคับคดีได้จึงมีการประนีประนอมกัน แต่ก็ยังไม่สามารถตั้งวัดได้เพราะยังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่เพราะความจริงปรากฏขึ้นภายหลัง จากศาลมีคำพิพากษาแล้วดังนั้นเรื่องนี้ต้องคุยกันในหลักการของทั้งสองฝ่ายที่มีปัญหากันต่อไป


"เจ้าคุณประสาร"มองคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่จะมากำกับดูแลสำนักพุทธฯ



เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้ปรับครม.เศรษฐา 1/1 ในการปรับครั้งนี้มีทั้งรัฐมนตรีที่ถูกปรับออก เข้าใหม่และสลับตำแหน่งหลายคน และในส่วนของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับ ดูแลและสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้นคนเดิม(นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด)ก็ทำหน้าที่ได้ดี มีผลงานและทำงานเชิงรุกกับพระสงฆ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่มาใหม่ 3 คนนั้นล้วนแล้วแต่มีความรู้ความสามารถและเหมาะสม แต่ถ้าจะแยกตามความถนัดในบางงานบางมุมจะเห็นได้ว่า นายพิชิต ชื่นบาน ทำงานใกล้ชิดวัดวาอาราม รู้จักพระสงฆ์และองค์กรพุทธมากทีเดียว นาวสาวจิราพร สินธุไพร เป็นคนในอนาคต เป็นคนรุ่นใหม่ เก่ง ครบเครื่อง งานด้านเศรษฐกิจ มวลชน การสื่อสารถือว่ามีผลงานให้เห็นชัด นายจักรพงษ์ แสงมณี รอบรู้งานเศรษฐกิจและการต่างประเทศ

" ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยหลังจากที่มีการปรับครม.ในครั้งนี้องค์กรพุทธได้พูดคุย ปรึกษาหารือกันโดยพิจารณาว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านใดที่จะมาขับเคลื่อนงานพระศาสนา งานคณะสงฆ์ภายในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้เดินหน้าไปได้ด้วยดีนั้น ในส่วนนี้ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี เพียงแต่อยากให้นายกฯได้คำนึงถึงความถนัด ความเหมาะสมเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาด้วยงานจะได้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล" พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย


"เจ้าคุณเสียดายแดด" ถ่ายทอดสุดยอดเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายพลังงาน สามเณรโซล่าร์เซลล์



เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567  เพจพระปัญญาวชิรโมลี นพพร ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า สุดยอดเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายพลังงาน สามเณรโซล่าร์เซลล์ เข้าคอร์สฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ วิชาเคลื่อนย้ายรังสีสุริยะ

หลังจากเข้ามาศึกษาอบรมอยู่ในสำนักศรีแสงธรรม ณ โคกอีโด่ยเป็นสัปดาห์สุดท้ายก่อนลาสิกขา มีรายวิชาโซล่าร์เซลล์ที่เปิดเป็นหลักสูตรสอนนักเรียนแบบ Project based Learning จึงแบ่งมาสอนการทำระบบไฟฟ้าแบบพกพาไปตามสถานที่ต่าง เช่นน้ำท่วม โคลนถล่ม หรือภัยพิบัติอื่น ๆ ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ได้ หรือในบางพื้นที่ไม่มีไฟแสงสว่างเลยก็ยังส่งไปเป็นร้อยชุด เรียกว่าชุดกู้ภัย เป็นชุดฝึกสอนวงจรไฟฟ้าเบื้องต้น เทคนิคการตัด การต่อ การเข้าสวิตช์ การต่อหลอดไฟ หรือการนำไปใช้งานอื่น ๆ พร้อมการคำนวณหาค่าพลังงานที่จัดเก็บแล้วนำไปใช้ได้

เป็นกิจกรรมการสอนระยะสั้นให้สามเณรได้สัมผัสแล็ปโซล่าร์เซลล์ อันเป็นเคล็ดลับวิชาเคลื่อนย้ายพลังงานแบบไม่ต้องอิงนิยาย แถมสร้างงานสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้เหมือนทีมงานช่างขอข้าวที่นำเคล็ดวิชาการติดตั้งไปประกอบอาชีพ และสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาพึ่งพาตนเองด้านพลังงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาด และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของระบบสุริยรังสี เช่นแดดที่ร้อนจัด ๆ อย่างทุกวันนี้จะทำให้กำลังการผลิตลดลง ยิ่งร้อนมากยิ่งลดลงมาก หากจะไปด่าเจ้าหน้าที่ศึกษาข้อมูลไปดี ๆ ค่อยด่ากัน แต่ความเป็นจร้งเจ้าหน้าที่ก็ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงกัน เพียงแต่มีหน้าที่ทำตามนโยบายรัฐ ต่อให้เราไปด่าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมีแต่จะสร้างความแตกแยกในสังคม ทางที่ดีปรึกษาหารือ “แสวง จุดรุ่วม สงวน จุดต่าง” เพื่อเดินหน้าประเทศไทยจะดีกว่ามาย่ำอยู่กับที่เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง เป็นเครื่องมือให้นักการเมืองชั่วหรือที่เรารู้ว่าเป็น ”มิจฉาชีพที่มีกฎหมายรับรอง“

การบวชภาคฤดูร้อนถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลครบ 6 รอบ 72 พรรษา กำลังจะปิดโครงการลง รายวิชาพุทธประวัติ ศาสนพิธี มงคลชีวิต และโซล่าร์เซลล์ ก็ได้สอนตามหลักสูตรที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน หวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อสามเณรที่เข้าร่วมโครงการ และเป็นบุญกุศลแก่ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง 


ขออนุโมทนาขอบคุณมา ณ โอกาสนี้


เพลง: สัตตตินิบาตชาดก ปัญญานำใจ กตัญญูนำทาง หลักธรรมจากขุททกนิกาย

  เพลง: สัตตตินิบาตชาดก ปัญญานำใจ กตัญญูนำทาง  หลักธรรมจากขุททกนิกาย  [ท่อนที่ 1] เจ้ากุสราชเดินทางไกล ด้วยหัวใจที่รักมั่น แม้ต้องทุกข์แม้โศ...