วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

ชัยทิศชาดก ว่าด้วย โปริสาทมนุษย์กินคน

    ช่วยเขียนบทความทางวิชาการ  วิเคราะห์ ชัยทิศชาดก   ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  19  ขุททกนิกาย  ชาดก ติงสตินิบาตชาดก  ที่ประกอบด้วย  

 ๓. ชัยทิศชาดก ว่าด้วยโปริสาทกับพระเจ้าชัยทิศ

             [๒๒๙๖] ในเวลาที่เราบริโภคอาหารในวันที่ ๗ ภักษาหารเป็นอันมากเกิดขึ้นแล้ว

                          แก่เรา ในวันนี้ นานนักหนอ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอก

                          ขอท่านจงบอกถึงชาติตระกูลตามที่รู้กันเถิด?

             [๒๒๙๗] เราเป็นพระเจ้าปัญจาลราช มีนามว่าชัยทิศ ถ้าท่านได้ยินชื่อก็คงรู้จัก

                          เราออกมาล่าเนื้อ เที่ยวมาตามข้างภูเขา และป่า ท่านจงกินเนื้อกวางนี้

                          เถิด ขอจงปล่อยเราเสียในวันนี้เถิด.

             [๒๒๙๘] พระองค์ เอาของของข้าพระองค์เองมาแลกเปลี่ยน กวางที่พระองค์

                          ตรัสถึงนั้นเป็นอาหารของข้าพระองค์ ข้าพระองค์กินพระองค์แล้ว อยาก

                          จะกินเนื้อกวาง ก็จักกินได้ในภายหลัง เวลานี้ ไม่ใช่เวลาขอร้อง.

             [๒๒๙๙] ถ้าความพ้นของเราย่อมไม่มีด้วยการแลกเปลี่ยน ขอให้เราได้กลับไปยัง

                          พระนครเสียก่อน เราผลัดไว้แก่พราหมณ์ว่า จะให้ทรัพย์ เราจักรักษา

                          คำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.

             [๒๓๐๐] ดูกรพระราชา พระองค์ใกล้จะถึงสวรรคตอยู่แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึง

                          กรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์อาจจะ

                          อนุญาตให้เสด็จกลับไปก่อนได้?

             [๒๓๐๑] ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูก

                          มัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะเราผลัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ เรา

                          จักรักษาคำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.

             [๒๓๐๒] ความหวังในทรัพย์ พระองค์ได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อ

                          ผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะได้ผัดเพี้ยนไว้แก่พราหมณ์ว่า จะ

                          พระราชทานทรัพย์ พระองค์จงรักษาคำสัตย์ไว้เสด็จกลับมาอีกเถิด.

             [๒๓๐๓] ก็พระเจ้าชัยทิศนั้น หลุดพ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท แล้วรีบเสด็จ

                          กลับไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ เพราะได้ทรงผัดเพี้ยนไว้แก่

                          พราหมณ์ว่า จะพระราชทานทรัพย์ ได้รับสั่งให้หาพระราชโอรสพระนาม

                          ว่าอลีนสัตตุ ตรัสว่า เจ้าจงอภิเษกปกครองรัฐสีมา ในวันนี้ จงประพฤติ

                          ธรรมในรัฐสีมา และในประชาชนทั้งหลาย บุคคลไม่ประพฤติธรรม อย่า

                          ได้มีในแว่นแคว้นของเจ้า เราจะไปในสำนักโปริสาท.

             [๒๓๐๔] ขอเดชะ ข้าพระองค์ได้ทำความไม่พอพระทัยอะไรในใต้ฝ่าพระบาท

                          ข้าพระองค์ปรารถนาจะได้สดับความที่พระองค์จะให้ขึ้นครองราชสมบัติ

                          ในวันนี้ ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาแม้ราชสมบัติเว้นจากใต้ฝ่าพระบาท

                          เลย.

             [๒๓๐๕] ลูกรัก พ่อไม่ได้นึกถึงความผิดทางกายกรรม และวจีกรรมของเธอเลย

                          แต่พ่อได้ทำความตกลงไว้กับโปริสาท พ่อรักษาคำสัตย์ จึงต้องกลับ

                          ไปอีก.

             [๒๓๐๖] ข้าพระบาทจักไปแทนเอง ขอใต้ฝ่าพระบาท จงประทับอยู่ ณ ที่นี้ การที่จะ

                          รอดชีวิตหลุดพ้นจากสำนักนายโปริสาทนั้นไม่มีเลย ข้าแต่พระราชบิดา

                          ถ้าใต้ฝ่าพระบาทจะเสด็จไปจริงๆ แม้ข้าพระบาทก็จะตามเสด็จไปด้วย

                          เราทั้งสองจะไม่ยอมอยู่.

             [๒๓๐๗] ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษโดยแท้จริง แต่เมื่อไร นายโปริสาทข่มขี่

                          ทำลายเผาเธอกินเสียที่โคนไม้ นั่นเป็นความด่างพร้อยของพ่อ ข้อนี้

                          แหละ เป็นทุกข์ยิ่งกว่าความตายของพ่อเสียอีก.

             [๒๓๐๘] ข้าพระบาท ขอเอาชีวิตของข้าพระบาทแลกพระชนมชีพของใต้ฝ่าพระบาท

                          ไว้ ใต้ฝ่าพระบาทอย่าเสด็จไปในสำนักของโปริสาทเลย ข้าพระบาท

                          จะขอเอาชีวิต ของข้า พระบาท แลกพระชนมชีพ ใต้ฝ่า พระบาทนี้ แหละไว้

                          เพราะฉะนั้น ข้าพระบาทขอยอมตายแทนใต้ฝ่าพระบาท พระเจ้าข้า.

             [๒๓๐๙] ลำดับนั้นแล พระราชโอรสผู้ทรงพระปรีชา ถวายบังคมพระยุคลบาท

                          พระชนกชนนี พระชนนีทรงเสียพระทัยล้มลง ณ พื้นปฐมพี พระชนก

                          ทรงยกพระพาหาทั้ง ๒ คร่ำครวญอยู่.

             [๒๓๑๐] พระชนกทรงทราบว่า พระโอรสเสด็จล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทรงประคอง

                          อัญชลีกราบไหว้เทวดาทั้งหลายทรงอ้อนวอนว่า ขอโสมราชา วรุณราชา

                          พระปชาบดี พระจันทร์ และพระอาทิตย์ช่วยคุ้มครองเจ้า ขอให้เจ้าได้

                          รับอนุญาตจากสำนักของนายโปริสาทกลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกรัก.

             [๒๓๑๑] มารดาของบุรุษชื่อว่ารามะ ผู้ไปสู่นครของพระเจ้าทัณฑกิราชได้คุ้มครอง

                          ทำความสวัสดีแก่บุรุษผู้เป็นบุตรอย่างใด แม่ขอทำความสวัสดีอย่างนั้น

                          แก่เจ้าด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้เจ้าได้รับอนุญาต

                          กลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกเอ๋ย.

             [๒๓๑๒] ข้าพเจ้าระลึกไม่ได้เลยว่า เคยคิดร้ายในที่แจ้ง หรือในที่ลับในพระเชฏฐา

                          อลีนสัตตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้พระเชฏฐา

                          ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.

             [๒๓๑๓] ข้าแต่พระสวามี พระองค์ไม่เคยประพฤตินอกใจหม่อมฉันเลย ฉะนั้น

                          จึงเป็นที่รักของหม่อมฉันด้วยใจจริง ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วย

                          คุ้มครอง ขอให้พระองค์ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.

             [๒๓๑๔] ท่านผู้มีร่างกายอันสูงใหญ่ มีหน้าอันงดงามมาจากที่ไหน ท่านไม่รู้จัก

                          เราผู้ดุร้าย ซึ่งอยู่ในป่านี้มีนามว่าโปริสาทดอกหรือ ใครที่ไม่รู้จักความ

                          สวัสดีของตนดอก จึงได้มา ณ ที่นี้?

             [๒๓๑๕] ดูกรท่านพราน เรารู้ว่าท่านเป็นผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร แต่ไม่รู้ว่าท่าน

                          อยู่ในป่านี้ เราเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ วันนี้ ท่านจงกินเราแทน

                          เพื่อปลดเปลื้องพระชนกให้พ้นไป.

             [๒๓๑๖] เรารู้ว่าท่านเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ พระพักตร์และผิวพรรณของท่าน

                          ทั้ง ๒ คล้ายๆ กัน กรรมที่ท่านผู้ยอมตายแทนเพื่อปลดเปลื้องพระชนก

                          ให้พ้นไปทำแล้วนี้ เป็นของทำได้ยากยิ่งนัก.

             [๒๓๑๗] กรรมที่บุคคลยอมตายแทน เพื่อปลดเปลื้องบิดา หรือเพราะเหตุแห่ง

                          มารดาในโลกนี้ เป็นเหตุให้ไปสู่ปรโลก ทั้งจะเพรียบพร้อมด้วยความสุข

                          และอารมณ์อันงามเลิศ เราไม่เห็นว่าจะทำได้ยากสักน้อยเลย.

             [๒๓๑๘] เราระลึกไม่ได้เลยว่า เราจะกระทำความชั่วเพื่อตนเองทั้งในที่แจ้ง และ

                          ที่ลับ เพราะว่า เราเป็นผู้มีชาติและมรณะอันกำหนดไว้แล้วว่า ในโลกนี้

                          ของเรา ฉันใด ในปรโลก ก็ฉันนั้น. ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก เชิญท่าน

                          กินเนื้อเรา ในวันนี้ เสียบัดนี้เถิด เชิญท่านทำกิจเถิด สรีระนี้เราสละแล้ว

                          เราจะทำเป็นพลัดตกมาจากยอดไม้ ท่านชอบใจเนื้อส่วนใดๆ ก็เชิญ

                          ท่านกินเนื้อส่วนนั้นๆ ของเราเถิด.

             [๒๓๑๙] ดูกรพระราชโอรส เรื่องนี้ท่านเต็มใจจริง ท่านจึงสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้อง

                          พระชนกได้ เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจงรีบไปหักไม้มาก่อไฟเถิด.

             [๒๓๒๐] ลำดับนั้น พระราชโอรสผู้มีปัญญา ได้นำเอาฟืนมาก่อไฟกองใหญ่ขึ้น

                          แล้ว แจ้งให้ยักษ์ทราบว่า บัดนี้ ได้ก่อไปเสร็จแล้ว.

             [๒๓๒๑] เมื่อกี้นี้ ท่านทำการขู่เข็ญว่า จะกินเราในวันนี้ ทำไมหวาดเกรงเรามอง

                          ดูอยู่บ่อยๆ เราได้ทำตามคำของท่านเสร็จแล้ว เมื่อพอใจจะกินก็เชิญกิน

                          เสียซิท่าน.

             [๒๓๒๒] ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม มีวาจาสัตย์ รู้ความประสงค์ของผู้ขอเช่นท่าน ใครจะ

                          นำมากินเป็นภักษาหารได้ ผู้ใดกินผู้มีวาจาสัตย์เช่นท่าน ศีรษะของผู้นั้น

                          ก็จะพึงแตกออก ๗ เสี่ยง.

             [๒๓๒๓] ดูกรยักษ์ สสบัณฑิตสำคัญท้าวสักกะนี้ว่า เป็นพราหมณ์ จึงยอมให้พัก

                          อยู่เพื่อจะให้สรีระของตน ด้วยเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตร จึงมีภาพ

                          กระต่ายปรากฏสมประสงค์ของโลกอยู่ทุกวันนี้.

             [๒๓๒๔] พระจันทร์ พระอาทิตย์ พ้นแล้วจากปากแห่งราหู ย่อมไพโรจน์ใน

                          วันเพ็ญ ฉันใด ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็ฉันนั้น หลุดพ้นไป

                          จากเราผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารแล้ว ยังพระชนกชนนีให้ปลื้มพระทัย

                          จงรุ่งโรจน์ในกบิลรัฐ อนึ่ง พระประยูรญาติของท่านจงยินดีกันทั่วหน้า.

             [๒๓๒๕] ลำดับนั้นแล พระราชโอรสอลีนสัตตุผู้มีพระปัญญา ทรงประคองอัญชลี

                          ไหว้ยักษ์โปริสาท ได้รับอนุญาตแล้ว มีความสุขสวัสดี หาโรคมิได้

                          เสด็จกลับมายังกบิลรัฐ.

             [๒๓๒๖] ชาวนิคมชนบทถ้วนหน้า ทั้งพลช้าง พลรถ และพลเดินเท้าต่างพากัน

                          มาถวายบังคมพระราชโอรสนั้น พร้อมกันกราบทูลขึ้นว่า ข้าพระองค์

                          ทั้งหลายขอถวายบังคมพระองค์ พระองค์ทรงทำกิจซึ่งยากที่ทรงทำได้.


ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ ชัยทิศชาดก  ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  19  ขุททกนิกาย  ชาดก   ติงสตินิบาตชาดก

วิเคราะห์ชัยทิศชาดกในพระไตรปิฎก

1. บทนำ ชัยทิศชาดกเป็นหนึ่งในชาดกที่ปรากฏในพระไตรปิฎก เล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ติงสตินิบาตชาดก ว่าด้วยเรื่องของพระเจ้าชัยทิศกับโปริสาท ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคุณธรรมของผู้ปกครอง ความซื่อสัตย์ และการเสียสละ ชาดกเรื่องนี้ให้ข้อคิดสำคัญในด้านศีลธรรมและการปกครอง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมปัจจุบันได้

2. เนื้อหาสำคัญของชัยทิศชาดก ชัยทิศชาดกกล่าวถึงพระเจ้าชัยทิศ กษัตริย์แห่งแคว้นปัญจาละที่ออกล่าสัตว์และถูกโปริสาท ซึ่งเป็นมนุษย์กินคนจับตัวไว้ พระองค์พยายามขอให้ปล่อยตัว โดยเสนอเนื้อกวางแทน แต่โปริสาทปฏิเสธ พระเจ้าชัยทิศจึงขอเวลานำทรัพย์ไปมอบให้พราหมณ์ตามที่ทรงสัญญาไว้แล้วจะกลับมาให้โปริสาทกิน เมื่อพระองค์กลับถึงเมือง ทรงตั้งพระราชโอรสอลีนสัตตุขึ้นครองราชย์ก่อนจะเสด็จกลับไปยังโปริสาทเพื่อรักษาสัจจะ

พระราชโอรสอลีนสัตตุทรงตัดสินพระทัยไปแทนพระราชบิดา ทำให้เกิดฉากสะเทือนใจระหว่างพระบิดา พระมารดา และประชาชน ในที่สุด เมื่อโปริสาทเห็นความเสียสละและความซื่อสัตย์ของทั้งสองพระองค์ จึงปล่อยตัวกลับมาอย่างปลอดภัย

3. วิเคราะห์เนื้อหา

3.1 ประเด็นด้านศีลธรรมและคุณธรรม ชัยทิศชาดกแสดงให้เห็นถึงคุณธรรมสำคัญของพระเจ้าชัยทิศ ได้แก่

  • ความซื่อสัตย์ (สัจจะ): พระองค์ยึดมั่นในคำพูด แม้จะต้องเสี่ยงชีวิต

  • ความเสียสละ (ทานบารมี): พระองค์พร้อมเสียสละเพื่อรักษาคำสัตย์

  • ความเมตตาและความกตัญญู: พระราชโอรสอลีนสัตตุแสดงความกตัญญูต่อพระบิดาด้วยการอาสาไปแทน

3.2 บทบาทของตัวละคร

  • พระเจ้าชัยทิศ เป็นตัวแทนของกษัตริย์ผู้ทรงธรรมและรักษาคำพูด

  • พระราชโอรสอลีนสัตตุ เป็นตัวแทนของบุตรที่มีความกตัญญูและมีคุณธรรมสูง

  • โปริสาท เป็นตัวแทนของอธรรมและความโหดร้าย แต่สุดท้ายกลับสำนึกในคุณธรรมของผู้อื่น

3.3 บทเรียนที่ได้รับ

  • การรักษาคำมั่นสัญญาเป็นคุณธรรมสำคัญของผู้นำ

  • ความเสียสละและกตัญญูนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้อื่น

  • ความเมตตาและคุณธรรมสามารถเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตรได้

4. การประยุกต์ใช้ในบริบทปัจจุบัน

  • ด้านการปกครอง: ผู้นำควรมีความซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อคำพูดของตน

  • ด้านครอบครัวและสังคม: การเสียสละและกตัญญูเป็นคุณธรรมที่ช่วยสร้างสังคมที่ดี

  • ด้านจริยธรรมและธุรกิจ: การรักษาสัจจะและซื่อสัตย์เป็นหลักสำคัญของความสำเร็จ

5. บทสรุป ชัยทิศชาดกเป็นชาดกที่ให้ข้อคิดลึกซึ้งเกี่ยวกับคุณธรรมของผู้ปกครองและความเสียสละที่แท้จริง เรื่องราวของพระเจ้าชัยทิศและพระราชโอรสอลีนสัตตุสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของสังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ กตัญญู และการรักษาคำมั่นสัญญา ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกยุคสมัย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

โมเดลใหม่ “ศรัทธา–เศรษฐกิจ–เอไอ” จุดประกายฐานรากไทย ดันตลาดกิน Green สู่ความยั่งยืนยุคดิจิทัล

ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะ Climate Change เศรษฐกิจผันผวน และการเติบโตของ Artificial Intelligence ประเทศไทยกำลังเห็น “ต้นแบบใหม่” ของการพัฒน...