ช่วยเขียนบทความทางวิชาการ วิเคราะห์ ภิสชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาตชาดก ที่ประกอบด้วย
๕. ภิสชาดก ว่าด้วยผู้ลักเอาเหง้ามัน
[๑๙๒๑] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงได้ม้า
วัว เงิน ทอง และภรรยาที่น่าชอบใจ จงพร้อมพรั่งด้วยบุตรและภรรยา
มากมายเถิด.
[๑๙๒๒] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงได้ทัด
ทรงระเบียบ ดอกไม้ ลูบไล้กระแจะจันทน์ แคว้นกาสี จงเป็นผู้
มากไปด้วยบุตร จงกระทำความเพ่งเล็งอย่างแรงกล้าในกามทั้งหลายเถิด.
[๑๙๒๓] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงเป็น
คฤหัสถ์มีธัญชาติมากมาย สมบูรณ์ด้วยเครื่องกสิกรรม มียศ จงได้บุตร
ทั้งหลาย มั่งมีทรัพย์ ได้กามคุณทุกอย่าง จงอยู่ครองเรือนอย่างไม่เห็น
ความเสื่อมเลย.
[๑๙๒๔] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจง
ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์บรมราชาธิราช มีกำลัง มียศศักดิ์ จงครอบ
ครองแผ่นดินมีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขตเถิด.
[๑๙๒๕] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงเป็น
พราหมณ์มัวประกอบในทางทำนายฤกษ์ยาม อย่าได้คลายความยินดีใน
ตำแหน่ง ท่านผู้เป็นเจ้าแคว้น ผู้มียศ จงบูชาผู้นั้นไว้เถิด.
[๑๙๒๖] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอชาวโลกทั้งมวล
จงสำคัญผู้นั้นว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญเวทมนต์ทั้งปวง ผู้เรืองตบะ ชาว
ชนบททั้งหลายทราบดีแล้ว จงบูชาผู้นั้นเถิด.
[๑๙๒๗] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงครอบ
ครองบ้านส่วย อันพระราชาทรงประทานให้ เป็นบ้านที่มั่งคั่ง สมบูรณ์
ด้วยเหตุ ๔ ประการ ดุจท้าววาสวะพระราชทานให้ อย่าได้คลายความ
ยินดีจนกระทั่งถึงความตายเถิด.
[๑๙๒๘] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงเป็น
นายบ้าน บันเทิงอยู่ด้วยการฟ้อนรำขับร้องในท่ามกลางสหาย อย่าได้
รับความพินาศอย่างใดอย่างหนึ่งจากพระราชาเลย.
[๑๙๒๙] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ หญิงใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้พระมหา-
กษัตริย์ผู้ทรงเป็นเอกราช ทรงปราบปรามศัตรูได้ทั่วพื้นปฐพี ทรงสถาปนา
ให้หญิงนั้นเป็นยอดสตรีจำนวนพัน ขอหญิงนั้นจงเป็นมเหสีผู้ประเสริฐ
กว่านางสนมทั้งหลายเถิด.
[๑๙๓๐] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ หญิงใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้หญิงนั้น
จงเป็นทาสีไม่สะดุ้งสะเทือน กินของดีๆ ในท่ามกลางคนทั้งปวงที่มา
ประชุมกันอยู่ จงเที่ยวโอ้อวดลาภอยู่เถิด.
[๑๙๓๑] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ผู้ใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ผู้นั้นจงได้
เป็นเจ้าอาวาสในวัดใหญ่ๆ จงเป็นผู้ประกอบนวกรรมในเมืองกชังคละ
จงกระทำหน้าต่างตลอดวันเถิด.
[๑๙๓๒] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ช้างเชือกใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ช้าง
เชือกนั้น จงถูกคล้องด้วยบ่วงบาศตั้งร้อย จงถูกนำออกจากป่าอันน่า
รื่นรมย์มายังราชธานี จงถูกทิ่มแทงด้วยประตักและสับด้วยขอเถิด.
[๑๙๓๓] ข้าแต่ท่านพราหมณ์ ลิงตัวใดลักเอาเหง้ามันของท่านไป ขอให้ลิงตัว
นั้นมีพวงดอกไม้สวมคอ ถูกเจาะหูด้วยดีบุก ถูกเฆี่ยนด้วยไม้เรียว
เมื่อฝึกหัดให้เล่นงู เข้าไปใกล้ปากงู ถูกมัดตระเวนเที่ยวไปตามตรอก
เถิด.
[๑๙๓๔] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ผู้ใดแกล้งกล่าวถึงของที่ไม่หายว่าหายก็ดี หรือผู้ใด
สงสัยคนใดคนหนึ่งก็ดี ขอให้ผู้นั้นจงได้บริโภคกามทั้งหลาย จงเข้าถึง
ความตายอยู่ในท่ามกลางเรือนเถิด.
[๑๙๓๕] สัตว์ทั้งหลายในโลก ย่อมพากันเที่ยวแสวงหากามใด เป็นสิ่งที่น่า
ปรารถนา น่าใคร่ น่ารัก น่าฟูใจของสัตว์เป็นอันมาก ในชีวโลกนี้
เพราะเหตุไร ฤาษีทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญกามเลย.
[๑๙๓๖] ดูกรท่านผู้เป็นจอมภูต เพราะกามนั่นแล สัตว์ทั้งหลายจึงถูกประหาร
ถูกจองจำ เพราะกามทั้งหลาย ทุกข์และภัยจึงเกิดเพราะกามทั้งหลาย
สัตว์ทั้งหลายจึงประมาทลุ่มหลงกระทำกรรมอันเป็นบาป สัตว์เหล่านั้น
มีบาป จึงประสบบาปกรรม เมื่อตายไปแล้วย่อมไปสู่นรก เพราะเห็น
โทษในกามคุณดังนี้ ฤาษีทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญกาม.
[๑๙๓๗] ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ข้าพเจ้าจะทดลองดูว่า ฤาษีเหล่านี้ยัง
น้อมไปในกามหรือไม่ จึงถือเอาเหง้ามันที่ฝั่งน้ำไปฝังไว้บนบก ฤาษี
ทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีบาป นี้เหง้ามันของท่าน.
[๑๙๓๘] ดูกรท้าวสหัสนัยน์เทวราช ฤาษีเหล่านั้นมิใช่นักฟ้อนของท่าน และมิใช่
ผู้ที่ท่านจะพึงล้อเล่น ไม่ใช่พวกพ้องและสหายของท่าน เพราะเหตุไร
ท่านจึงมาดูหมิ่นล้อเล่นกับฤาษีทั้งหลาย?
[๑๙๓๙] ข้าแต่ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ผู้มีปัญญากว้าง ท่านเป็นอาจารย์และ
เป็นบิดาของข้าพเจ้า ขอเงาเท้าของท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าผู้พลั้ง-
พลาด ขอได้โปรดอดโทษครั้งหนึ่งเถิด บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่มีความ
โกรธเป็นกำลัง.
[๑๙๔๐] การที่พวกเราได้เห็นท้าววาสวะผู้เป็นจอมภูต นับเป็นราตรีเอกของพวก
เราเหล่าฤาษีซึ่งอยู่กันด้วยดี ท่านผู้เจริญ ทุกคนจงพากันดีใจเถิด เพราะ
ท่านพราหมณ์ได้เหง้ามันคืนแล้ว.
[๑๙๔๑] เราตถาคต สารีบุตร โมคคัลลานะ กัสสปะ อนุรุทธะ ปุณณะและ
อานนท์ เป็น ๗ พี่น้อง ในครั้งนั้น อุบลวรรณาเป็นน้องสาว ขุชชุตตรา
เป็นทาสี จิตตคฤหบดีเป็นทาส สาตาคีระเป็นเทวดา ปาลิเลยยกะเป็น
ช้าง มธุทะผู้ประเสริฐเป็นวานร กาฬุทายีเป็นท้าวสักกะ ท่านทั้งหลาย
จงทรงชาดกไว้ ด้วยประการฉะนี้แล.
ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ ภิสชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาตชาดก
วิเคราะห์ภิสชาดกในพระไตรปิฎก เล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาตชาดก
บทนำ
ภิสชาดกเป็นหนึ่งในชาดกที่บรรจุอยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาตชาดก ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่มีคติธรรมแฝงอยู่ เนื้อหาของภิสชาดกกล่าวถึงการลักขโมยและผลที่ตามมาในรูปแบบของคำอวยพรและคำสาปแช่งที่มีนัยยะทางศีลธรรม บทความนี้จะวิเคราะห์ภิสชาดกในแง่ของโครงสร้างเรื่อง ธรรมะที่แฝงอยู่ และความหมายเชิงเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดทางพุทธศาสนา
โครงสร้างของภิสชาดก
ภิสชาดกมีเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสอนศีลธรรมแก่ผู้อ่าน โครงสร้างของชาดกแบ่งออกเป็นส่วนหลักดังนี้:
บทนำ - กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพราหมณ์ผู้สูญเสียเหง้ามัน
คำอวยพรและคำสาปแช่ง - ผู้ที่ขโมยเหง้ามันได้รับคำอวยพรที่ฟังดูเป็นสิ่งดี แต่ในความเป็นจริงแฝงนัยยะของผลกรรมที่อาจเกิดขึ้น
ข้อสรุป - แสดงให้เห็นถึงหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับกิเลสและกามคุณ
ธรรมะที่แฝงอยู่ในภิสชาดก
ภิสชาดกสะท้อนหลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนาดังต่อไปนี้:
หลักกรรม (กัมมวาทะ) - การกระทำของบุคคลส่งผลต่อชีวิตในอนาคต คำอวยพรในชาดกแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ทำผิดอาจได้รับผลลัพธ์ที่ดูเหมือนเป็นสิ่งดี แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความทุกข์
ความยึดมั่นในกามคุณ - ภิสชาดกแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลสและกามคุณจะนำไปสู่ความทุกข์และความไม่พ้นจากวัฏสงสาร
หลักบัณฑิตและพาล (พาลสูตร) - แสดงความแตกต่างระหว่างบัณฑิตที่มีปัญญาและพาลที่ลุ่มหลงในสิ่งล่อใจของโลก
ความหมายเชิงเปรียบเทียบและสังคมวิทยา
การใช้คำอวยพรแทนคำสาปแช่ง - การที่พราหมณ์กล่าวคำอวยพรแก่ผู้ขโมย แทนที่จะสาปแช่งโดยตรง เป็นการเสียดสีและสะท้อนให้เห็นถึงวิธีการเตือนสติในเชิงสัญลักษณ์
การสะท้อนโครงสร้างสังคม - ภิสชาดกสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างสังคมอินเดียโบราณที่มีชนชั้นพราหมณ์เป็นผู้รักษาจารีตและศีลธรรม
แนวคิดเรื่องความพอเพียง - การขโมยเหง้ามันแสดงถึงความโลภ ซึ่งตรงข้ามกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการมีอยู่และพอใจในสิ่งที่มี
การเปรียบเทียบกับสังคมปัจจุบัน - ชาดกนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของความโลภและการใช้ปัญญาในการตัดสินใจ หากเราหลงใหลในสิ่งล่อใจโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา ก็อาจนำไปสู่ความทุกข์และปัญหาในชีวิต
ข้อสรุป
ภิสชาดกเป็นชาดกที่แฝงคติธรรมและคำสอนเกี่ยวกับกรรม กิเลส และความหมายของชีวิต คำอวยพรที่พราหมณ์กล่าวเป็นเสมือนกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลก และเป็นบทเรียนที่ช่วยเตือนสติให้แก่ผู้ที่ยังตกอยู่ในวัฏสงสาร การศึกษาเรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจถึงแนวคิดทางพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของมนุษย์และแนวทางแห่งการหลุดพ้นจากความทุกข์ อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทและมีสติอยู่เสมอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น