เพลง: ทุกขนิโรธสูตรดับตัณหาดับทุกข์
(Intro)
โลกหมุนเวียนด้วยเหตุและผล
ใจผู้คนล่องลอยในกระแส
สุขและทุกข์เกิดขึ้นเปลี่ยนแปร
ตามกระแสแห่งธรรมที่เป็นไป
(Verse 1)
ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง
จมูกดมกลิ่นเคียง ลิ้นลิ้มรสไป
กายสัมผัส ใจคิดเรื่องใด
วิญญาณเกิดขึ้นในทุกคราว
เมื่อสามสิ่งมาประชุมพร้อม
ผัสสะย่อมเกิดตามเรื่องราว
เวทนาเกิดขึ้นชั่วคราว
สุขหรือร้าวก็ล้วนไม่เที่ยง
(Pre-Chorus)
แต่เมื่อใจเผลอไผลยึดถือ
อยากครอบครองสิ่งนั้นไม่หลีกเลี่ยง
ตัณหาเกิดเป็นโซ่ร้อยเรียง
พาชีวิตวนเวียนในทุกข์ตรม
(Chorus)
ทุกข์เกิดเพราะตัณหาในใจ
ยึดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยลม
เกิดอุปาทาน ภพ ชาติระทม
ชรา มรณะทับถมดวงใจ
เมื่อรู้ทันเวทนาที่ผ่าน
ไม่ติดหวาน ไม่ผลักสิ่งใด
ตัณหาดับ อุปาทานสลาย
กองทุกข์ทั้งหลายก็ดับตาม
(Verse 2)
เสียงที่ผ่านก็เพียงเสียงหนึ่ง
รูปที่ตรึงก็เพียงรูปงาม
กลิ่นและรสที่เคยติดตาม
สุดท้ายล้วนผ่านตามกาลเวลา
ใจที่รู้ไม่หลงไปยึดมั่น
เห็นทุกสิ่งนั้นตามสภาวะ
เกิดแล้วดับตามธรรมดา
ไม่ไขว่คว้าสิ่งใดให้ร้อนรน
(Bridge)
เมื่อไฟแห่งความอยากมอดลง
ใจมั่นคงดุจสายนทีใส
ภพดับ ชาติดับจากภายใน
ความอาลัยค่อยคลายเลือนหาย
โศกและเศร้า ทุกข์และกังวล
หมดเหตุผลจะเกาะเกี่ยวไว้
แสงแห่งธรรมส่องกลางดวงใจ
นำทางไปสู่ความสงบเย็น
(Final Chorus)
ทุกข์ดับเพราะตัณหาสิ้นไป
ปล่อยวางได้ด้วยปัญญาเห็น
ผัสสะ เวทนา เป็นเช่นที่เป็น
ไม่จำเป็นต้องยึดเอาไว้
จากตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เรียนรู้ความจริงภายใน
เมื่อเหตุแห่งทุกข์ดับสิ้นไป
นิรันดร์สุขย่อมปรากฏเอง
(Outro)
รู้เหตุแห่งทุกข์ รู้ทางดับทุกข์
ตามรอยพุทธองค์ผู้ทรงแสดง
ปล่อยตัณหาให้ดับสิ้นแสง
เหลือเพียงใจที่สงบและเป็นอิสระ
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๓. ทุกขนิโรธสูตร [๑๖๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงเหตุเกิดแห่งทุกข์ และความดับแห่งทุกข์ ท่านทั้งหลายจงฟัง จงทำไว้ ในใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ฯ [๑๖๒] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความเกิด ขึ้นแห่งทุกข์เป็นไฉน เพราะอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ ความประชุม แห่งธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา เพราะ เวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา ภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เพราะอาศัยหูและเสียง ... เพราะอาศัยจมูกและกลิ่น ... เพราะอาศัยลิ้นและรส ... เพราะอาศัยกายและโผฏฐัพพะ ... เพราะอาศัยใจและธรรม จึงเกิดมโนวิญญาณ ความประชุมแห่งธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา ภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความเกิดขึ้นแห่ง ทุกข์ ฯ [๑๖๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความดับแห่งทุกข์เป็นไฉน เพราะอาศัย จักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ ความประชุมแห่งธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา เพราะตัณหานั้นเทียวดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชราและมรณะ โสกปริเทว- *ทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการ อย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความดับแห่งทุกข์ เพราะอาศัยหูและเสียง ... เพราะอาศัยจมูกและกลิ่น ... เพราะอาศัยลิ้นและรส ... เพราะอาศัยกายและ โผฏฐัพพะ ... เพราะอาศัยใจและธรรม จึงเกิดมโนวิญญาณ ความประชุมแห่ง ธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงเกิดเวทนา เพราะเวทนา เป็นปัจจัย จึงเกิดตัณหา เพราะตัณหานั้นเทียวดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะ ชาติดับ ชราและมรณะโสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสจึงดับ ความดับแห่ง กองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นความดับ แห่งทุกข์ ฯจบสูตรที่ ๓

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น