เพลง : จันทิมสูตรแสงจันทร์พ้นราหู
ในคืนฟ้ามืดมน
เมื่อราหูเข้ากลืนดวงจันทร์
เสียงแห่งศรัทธา
จึงดังขึ้นกลางจักรวาล...
[Verse 1]
โอ้องค์พระสัมมาสัมพุทธ
ผู้บริสุทธิ์เหนือโลกา
เมื่อข้าต้องทุกข์หนักหนา
ในห้วงแห่งภัยมืดมน
ราหูเข้าจับดวงจันทร์
บดบังแสงแห่งกมล
ข้าขอถึงพระผู้ทรงธรรม์
โปรดช่วยดวงใจที่ร้อนรน
[Pre-Chorus]
ในคืนที่ฟ้าไร้แสง
ยังมีแรงแห่งศรัทธา
ผู้หลุดพ้นจากกิเลสา
คือที่พึ่งแห่งชีวี
[Chorus]
ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
ผู้แกล้วกล้าเหนือธุลี
เมื่อชีวิตถูกความมืดกลืนกินฤดี
ขอพระองค์ทรงเมตตา
เพียงเอ่ยนามแห่งพระตถาคต
ราหูยังสะท้านฟ้า
แสงแห่งธรรมชนะมารา
ดวงจันทร์จึงพ้นภัย
[Verse 2]
พระพุทธองค์ตรัสก้อง
สะเทือนทั่วแดนอสูร
“ราหูเอ๋ย จงปล่อยเสียเถิด
ผู้ถึงพระธรรมอันจำรูญ”
เสียงพระธรรมดั่งสายฟ้า
ผ่ากลางห้วงอธรรม
ราหูผู้ยิ่งใหญ่ยังพรั่น
ยอมปล่อยจันทร์คืนฟ้าไกล
[Bridge]
เพราะผู้ใดมีพระรัตนตรัย
เป็นแสงส่องกลางหัวใจ
แม้ถูกมารใดหมายทำลาย
ย่อมรอดพ้นเภทภัยทั้งปวง
[Chorus ซ้ำ]
ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า
ผู้แกล้วกล้าเหนือธุลี
เมื่อชีวิตถูกความมืดกลืนกินฤดี
ขอพระองค์ทรงเมตตา
เพียงเอ่ยนามแห่งพระตถาคต
ราหูยังสะท้านฟ้า
แสงแห่งธรรมชนะมารา
ดวงจันทร์จึงพ้นภัย
[Outro]
คืนใดใจถูกกลืนกิน
จงระลึกพระพุทธองค์ไว้
แสงธรรมจะนำทางหัวใจ
ให้พ้นราหูแห่งชีวิต...ตลอดกาล
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง
จันทิมสูตรที่ ๙ [๒๔๑] พระผู้มีพระภาคประทับ ... เขตพระนครสาวัตถี ก็โดยสมัย นั้น จันทิมเทวบุตรถูกอสุรินทราหูเข้าจับแล้ว ครั้งนั้นจันทิมเทวบุตรระลึกถึงพระ ผู้มีพระภาค ได้ภาษิตคาถานี้ในเวลานั้นว่า ข้าแต่พระพุทธเจ้า ผู้แกล้วกล้า ขอความนอบน้อมจงมีแด่ พระองค์ พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ข้าพระ- องค์ถึงเฉพาะแล้ว ซึ่งฐานะอันคับขัน ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่ง แห่งข้าพระองค์นั้น ฯ [๒๔๒] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงปรารภจันทิมเทวบุตรได้ตรัส กะอสุรินทราหูด้วยพระคาถาว่า จันทิมเทวบุตร ถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ ว่าเป็นที่พึ่ง ดูกรราหู ท่านจงปล่อยจันทิมเทวบุตร พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้อนุเคราะห์แก่โลก ฯ [๒๔๓] ลำดับนั้นอสุรินทราหู ปล่อยจันทิมเทวบุตรแล้ว มีรูปอันกระ- *หืดกระหอบ เข้าไปหาอสุรินทเวปจิตติถึงที่อยู่ ครั้นแล้วก็เป็นผู้เศร้าสลด เกิด ขนพอง ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๒๔๔] อสุรินทเวปจิตติ ได้กล่าวกะอสุรินทราหู ผู้ยืนอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ด้วยคาถาว่า ดูกรราหู ทำไมหนอ ท่านจึงกระหืดกระหอบปล่อยพระจันทร์ เสีย ทำไมหนอ ท่านจึงมีรูปสลด มายืนกลัวอยู่ ฯ [๒๔๕] อสุรินทราหูกล่าวว่า ข้าพเจ้าถูกขับด้วยคาถาของพระพุทธเจ้า หากข้าพเจ้าไม่พึง ปล่อยจันทิมเทวบุตร ศีรษะของข้าพเจ้าพึงแตกเจ็ดเสี่ยง มีชีวิตอยู่ ก็ไม่พึงได้รับความสุข ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น