วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2567

มิตรภาพสันติภาพสองศาสนา ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ หยุดเพิ่มคนไม่มีศาสนา



เมื่อวันที่ ๔  มีนาคม  ๒๕๖๗ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา ระดับปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) และพระอาจารย์วีระศักดิ์ ชยธมฺโม ร่วมสันติสนทนาและถอดบทเรียนมิติของศาสนาคริสต์ในโลกยุคใหม่ที่มีการปรับตัวให้สอดรับกับโลกที่มีความเปราะบางผ่านการสังเคราะห์คนในชุมชนและสังคมอย่างเป็นระบบ ณ The Salvation Army Kroc Center Dayton  เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา โดยได้รับการต้อนรับและสันติสนทนาพร้อมเดินชมกิจกรรมผ่านศาสนาคริสต์ที่เป็นวิถีชีวิต ซึ่งสอดรับกับรายวิชาในระดับปริญญาโท ประกอบด้วย ขันติธรรมทางศาสนา การสื่อสารอย่างสันติ สุนทรียเสวนา ฐานสำคัญคือเคารพกันแม้จะมีความแตกต่างกัน เห็นต่างกันในบางเรื่องจะต้อง "เคารพกัน"

จากการสันติสนทนา เป็นการนำเสนอของศาสนาคริสต์มีความเป็นวิถีชีวิตผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้านศิลปะ การเล่นดนตรี  การร้องเพลง  กิจกรรมเคลื่อนไหว การกีฬา การออกกำลังกาย การฝึกสติแบบเคลื่อนไหว ด้านการศึกษา ด้านการช่วยเหลือคนไร้บ้าน มีห้องที่มีความเป็นสัปปายะที่เหมาะแต่ละช่วงวัย มีห้องสมุดให้ศึกษาค้นคว้าตามความต้องการในการเรียนรู้ โดยเคารพในการตัดสินใจของบุคคล โดยเป้าหมายสูงสุดคือสันติภาพในการอยู่ร่วมกัน นับว่าเป็นการออกแบบการนำเสนอศาสนาในรูปแบบใหม่ที่ทุกคนมองว่าเป็นวิถีชีวิต โดยมุ่งไปที่ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ 

จึงมองว่ายิ่งแตกต่างยิ่งต้องมีสันติเพราะพุทธคริสต์มิตรภาพมายาวนาน  จึงต้อง Interfaith for Peace เพราโลกนี้มีศาสนาเดียวไม่ได้ จึงสร้างมิตรภาพสันติภาพสองศาสนา โดยมีสมณะกระทรวงศาสนสัมพันธ์แห่งนครรัฐวาติกัน โดยสมณะกระทรวงศาสนสัมพันธ์แห่งนครรัฐวาติกันเพื่อการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างทางศาสนา เคยกล่าวตอนที่วาติกันว่า "เราจะสร้างสันติภาพระหว่างศาสนา และมุ่งสันติภาพในศาสนาแต่ละศาสนา ศาสนาสร้างสันติภาพจึงเป็นมิตรที่แท้จริง"  โดยสันติภาพมิตรภาพระหว่างสองศาสนามีความเข้มแข็งอย่างยิ่งยาวนาน  จึงมุ่งการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างจึงต้องทำความเข้าใจระหว่างศาสนา 

ศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์สามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งจะทำร่วมกันในการสร้างสันติภาพร่วมกัน โดยมอง คำว่า Interfaith for Peace จึงมีความสำคัญ โดยปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ผ่านแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างใจกว้าง โดยปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ในฐานะทำงานเกี่ยวกับสันติศึกษา จึงมุ่ง  Interfaith for Peace เป็นการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ทุกศาสนาควรเป็นผนึกกำลังเพื่อป้องกันการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ซึ่งรูปแบบของ Interfaith for Peace ควรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้จะทำงานด้านสันติภาพจะต้องเข้าใจในInterfaith อย่างลึกซึ้งจึงมีวิชาหนึ่งของผู้เรียนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก มจร 

พระปราโมทย์ วาทโกวิโท ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ระดับปริญญาโท มจร เสนอมุมมองกระบวนการพัฒนาขันติธรรมทางศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะขันติธรรมเป็นฐานของการสร้างความเข้าใจกัน ถือว่าเป็นกระบวนการในการสันติสนทนาผ่าน Interfaith for Peace ระหว่างศาสนา ซึ่งใช้ฐานขันติธรรมทางศาสนา คือ เคารพ เรียนรู้ ยอมรับ ให้เกียรติ ท่ามกลางความแต่งต่าง

ถือว่าเป็นการป้องกันความขัดแย้งที่ดีที่สุด สิ่งหนึ่งในการทำงานด้านสันติภาพจะต้องมีความอดทน ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Tolerance หมายถึง “ความอดทน การยอมรับความแตกต่าง ขันติธรรม การทนกันได้” การยอมรับความแตกต่างของแต่ละบุคคลเป็นพื้นฐานของการป้องกันความขัดแย้งและการอยู่ร่วมกันโดยสันติ พระพุทธเจ้าทรงยึดอุดมการณ์ของการเผยแผ่ด้วยการมีขันติธรรมซึ่งพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งขันติวาทีจึงต้องศึกษา“ขันติธรรมทางศาสนากรณีพุทธศาสนา:Religious Tolerance A Case of Buddhism”  ให้ความหมายของขันติธรรม (Tolerance) หมายถึง “The ability or willingness to tolerate something,in particular, the  existence of opinions or behavior that one does not necessarily agree with.” และ “a fair and permissive  attitude toward  those  whose opinions, practices,race,religion,nationality,etc., differ from one’s own.” ส่วนความหมายของขันติธรรมทางศาสนา (Religious Tolerance) หมายถึง Religious tolerance is the willingness to accept and permit religious beliefs and  practices which disagree with one’s own. For individuals, religious tolerance generally means acceptance of other people’s religions. It does not mean believing that other religions are equally true, but that others have the right to hold and practice their beliefs. With a nation or ethnic  group, it is acceptance  of the right to hold  beliefs  that  differ  from  the  dominant religion, worship freely according to these  beliefs and attempt to peacefully convince  others to convert  to that faith.  

โดยองค์ประกอบสำคัญของขันติธรรมทางศาสนาประกอบด้วย ๑)การอนุญาต (Permission) ๒)การอยู่ร่วม (Coexistence) ๓)การเคารพ (Respect)๔)การยอมรับ (Appreciation/Acceptance)”

ขันติธรรมทางศาสนาในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นหนึ่งเดียวกับทางแห่งความหลุดพ้น เพราะความใจแคบทางศาสนาขัดขวางหนทางแห่งความหลุดพ้น การเบียดเบียนทางศาสนาขัดขวางหนทางแห่งความหลุดพ้น ซึ่งหากไร้ขันติธรรมทางศาสนาย่อมไร้ความหลุดพ้นแต่ถ้ามีความหลุดพ้นก็มีขันติธรรมทางศาสนาเป็นของคู่กัน ความเป็นชาวพุทธวัดกันที่ขันติธรรมตามหลักโอวาทปาติโมกข์

กล่าวว่า “ขันติคือความอดได้ทนได้เป็นตบะอย่างยิ่ง นิพพานเป็นบรมธรรม ผู้ทำร้ายผู้อื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต ผู้เบียดเบียนคนอื่นไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ” ขันติธรรมจึงเป็นความใจกว้างทางศาสนาพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถึงคนพวกอื่นจะพึงกล่าวติเตียนเรา กล่าวติเตียนพระธรรม กล่าวติเตียนพระสงฆ์ พวกเธอไม่ควรผูกอาฆาตแค้นเคืองขุ่นใจคนพวกนั้น ถ้าพวกเธอโกรธเคืองหรือไม่พอใจพวกเขา พวกเธอก็จะประสบอันตรายเพราะความโกรธเคืองนั้น”  

ขันติธรรมทางศาสนาจึงไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลายเขาด่า ก็ไม่ด่าตอบ เขาเสียดสี ก็ไม่เสียดสีตอบ เขาประหาร ก็ไม่ประหารตอบอย่างนี้แหละสมณะจึงจะชื่อว่าตั้งอยู่ในสมณธรรม” 

โดยพระพุทธเจ้าตรัสกับพระปุณณะว่า“ปุณณะมนุษย์ชาวสุนาปรันตะนั้น มีความดุร้าย รุนแรง เมื่อท่านไปอยู่ถ้าเขาจะด่าจะบริภาษท่าน ท่านจะทำอย่างไร พระปุณณะตอบว่า ถ้าเขาด่า ข้าพระองค์จะคิดว่าก็ยังดีที่เขาด่า ไม่ถึงกับเอามือทุบตี”และความใจกว้างทางศาสนากรณีพระเจ้าอโศกมหาราช ข้อความว่า “บุคคลผู้กระทำการเคารพบูชาลัทธิศาสนาอื่นด้วยเช่นนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ส่งเสริมลัทธิศาสนาของตนให้เจริญด้วย และทั้งในเวลาเดียวกันก็เป็นการเอื้อเฟื้อต่อลัทธิศาสนาอื่นด้วย แต่เมื่อกระทำด้วยวิธีตรงกันข้าม ย่อมชื่อว่าเป็นการทำลายลัทธิศาสนาของตนเองด้วยและเป็นการทำร้ายแก่ลัทธิศาสนาของคนอื่นด้วย”

หลักขันติธรรมทางพระพุทธศาสนายึดความเป็นสากล ๓ อย่าง ประกอบด้วย ๑) ความจริงสากล (Universal Reality) ๒) ความเป็นมนุษย์สากล (Universal Man) ๓) ความรักสากล (Universal Love) ถือว่าเป็นสันติสนทนา หรือ Peace Dialogue หมายถึง การสื่อสารรูปแบบหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมานั่งคุยและฟังกันจริงจังว่าอีกฝ่ายคิดและรู้สึกอย่างไร และเพราะเหตุใดจึงคิดและรู้สึกเช่นนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้นซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆต่อไป อาจจะเรียกต่างกันคือ สุนทรียสนทนา การสนทนาชำระใจ การสื่อสารภายใต้การกำกับควบคุม การแก้ไขความขัดแย้งโดยมีผู้อำนวยการพูดคุย การแก้ไขปัญหาด้วยการสื่อสารระหว่างกัน สานเสวนา เป็นการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ในสันติสนทนาเจตนาไม่ใช่เอาชนะ  แต่เพื่อสอบถาม ไม่ใช่โต้แย้ง แต่เพื่อเรียนรู้ ไม่ใช่ให้คนอื่นเห็นตามเรา 

แต่เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ซึ่ง Dialogue สามารถแบ่งออก ๔ ประการ คือ ๑)Dialogue of Action ๒)Dialogue of Theological  Exchange ๓)Dialogue of Religious Experience ๔)Dialogue of Life ซึ่ง Dialogue สามารถทำให้เราพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน ด้วยการใส่ใจซึ่งกันและกัน หัวใจของสันติสนทนา คือ การสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจของตนและรับฟังสิ่งที่อยู่ในใจของผู้อื่น "ด้วยการฟังด้วยหัวใจ" ถือว่าเป็นมิติอันดีในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขต่อไป   

ดังนั้น การเดินทางมาThe Salvation Army Kroc Center Dayton  ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการถอดบทเรียนเพื่อการเรียนรู้มิติการนำเสนอของศาสนาคริสต์ยุคใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมุ่งกิจกรรมที่สอดรับกับวิถีชีวิตโดยไม่แยกศาสนาออกจากวิถีชีวิต สอดรับกับคำว่า  "ศาสนาคือชีวิต ชีวิตคือศาสนา" จะทำให้คนยังมีศาสนาต่อไป  


"เศรษฐา" หารือ "นายกฯลาว" เผย พ.ค.นี้ เริ่มเดินรถหนองคาย-เวียงจันทน์แล้ว สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ คืบหน้า 90% แล้ว



เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 เวลา 11.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเร็วกว่าไทย 4 ชั่วโมง) วันที่ 5 มี.ค.ที่ Melbourne Convention and Exhibition Centre (MCEC) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พบหารือกับนายสอนไซ สีพันดอน (His Excellency Mr. Sonexay Siphandone) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในช่วงระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์

โดยนายกฯ กล่าวเชิญนายกฯสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ยินดีที่ไทยและ สปป. ลาว ได้เริ่มโครงการเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนแล้ว ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่หน่วยงานของฝ่ายลาว โดยทางฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนฝ่ายลาวเพิ่มเติม ทั้งนี้ ประเด็นหารือทั้งสองฝ่ายหารือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเเละการเดินทางระหว่างกัน โดยนายกฯ ผลักดันแนวคิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 6 ประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนแคมเปญ “ปีแห่งการท่องเที่ยวลาว (Visit Laos Year 2024)” โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือในรายละเอียดต่อไป และขอให้ฝ่ายลาวเร่งรัดการกำหนดที่ตั้งของ Common Control Area (CCA) ในฝั่งลาว เพื่อลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายในการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยฝ่ายไทยเห็นควรว่าให้ตั้งที่บริเวณมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) เป็นที่แรก

นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตามที่ฝ่ายลาวมีคำขอ ไทยยินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการซ่อมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) และไทยพร้อมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ของสะพานในปีนี้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศอีกด้วย ส่วนด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติด และการฉ้อโกงออนไลน์

จากนั้นเวลา 08.50 น. นายกฯ ทวิตข้อความผ่าน X ระบุว่า หารือกับนายกฯลาวส่วนในเรื่องการเชื่อมต่อ ( Connectivity)ระหว่างสองประเทศ เดือนพฤษภาคมนี้ จะเริ่มการเดินรถจากหนองคาย ไปเวียงจันทน์แล้วครับ ทั้งนี้ยังได้พูดคุยกันถึงการสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่ตอนนี้คืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว น่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในปีนี้ ทั้งนี้ ไทยเราได้เริ่มศึกษา ออกแบบสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางใน 5-6 ปีข้างหน้า

นายกฯ ระบุอีกว่า ที่สำคัญ ตนได้นัดหมายกับท่านนายกฯ ไปร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 ซึ่งจังหวัดหนองคาย นครหลวงเวียงจันทน์ และออสเตรเลีย จะร่วมกันจัดในวันที่ 21 เม.ย.นี้ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกันด้วย.


สศร.จับมือไอคอนสยาม จัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพฯ (BAF) ครั้งที่ 9



สุดเอ็กซ์คลูซีฟ  เปิดพื้นที่การเรียนรู้นำมิติทางวัฒนธรรมร่วมสมัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่การเป็นศูนย์กลางเทศกาลศิลปะนานาชาติ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ร่วมกับไอคอนสยาม (ICONSIAM) และเครือข่ายฯ จัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Art Festival (BAF) ครั้งที่ 9 ระยะที่ 2 ขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม 2567 เวลา 16.00–22.00 น.ณ ริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ และนำการแสดงศิลปะร่วมสมัย ที่หาชมได้ยากมาสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งจำหน่ายผลงานศิลปะส่งเสริมอัตลักษณ์ไทย โดยศิลปิน ศิลปาธร นักออกแบบผลิตภัณฑ์ และเครือข่ายฯ ผ่านกิจกรรม Workshop และการแสดงร่วมสมัยที่น่าสนใจ เช่น การทำพัดสานจากวัสดุ upcycling /การทอผ้าด้วยกี่จิ๋ว /“Stone Painting with Oracle card”/การ Paint ผ้าจากสีธรรมชาติ/เทคนิคการวาดภาพสีน้ำและการจัดสวนในขวดแก้ว เป็นต้น  พร้อมด้วยการแสดงร่วมสมัย “Art Rock Performance” โดย ประมินทร์ ตั้งมี /“ธำรงคงรากไทย” โดย นายธนาธิป บริพันธ์ /มรดกใหม่ผลิใบบิ๊กแบนด์ โดย บทละคร จันทร์เรือง / “เปิดวงส่งไหเอ้ดอกคูน” โดย นายกิติศักดิ์ เผ่าดิษฐ์/Mime & Object Theatre โดย คณะละคร ทาเล่นโชว์ เธียเตอร์ /“ยลศิลป์ถิ่นล้านนา” โดย นางสาวณัฐธันยา ฮาดิ /Handpan & Electric Koto Set โดย Annmanee & Baankjork / “สวรรค์อันดามัน” โดย นายธัญธร ทรัพย์สมบูรณ์ 

นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีร่วมสมัย Feroci Philharmonic Light Orchestra โดย ดำริห์ บรรณวิทยกิจ/ Mini concert บทเพลงลูกกรุงสุดคลาสสิค "กรุงเทพ..เมืองฟ้าอมร" และการแสดงหุ่นละครเล็ก ตอน "จับนาง" โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร /การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย ชุด "The Movement"  โดย นายมานพ มีจำรัส ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง /การแสดงหุ่นละครเล็กร่วมสมัย ชุด "จับลิงหัวค่ำ" /การแสดงร่วมสมัย “Contemporary of Thai Dance” โดย นายสิทธิโชค อบเชย /การแสดงนาฏมวยไทยและ มินิคอนเสิร์ต มนต์รักลูกทุ่ง เป็นต้น

ขอเชิญทุกท่านมาร่วมกัน“ชม ช็อป ชิล”และค้นหาแรงบันดาลใจ ในงานเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพฯ (BAF) ครั้งที่ 9” วันที่ 6-10 มีนาคม 2567 เวลา 16.00–22.00 น. ณ ริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม


"พวงเพ็ชร" ตอบกระทู้ สว. ปม "พระทำผิดธรรมวินัย" สั่งสำนักพุทธฯ จับตา สนับสนุนมหาเถรสมาคมใกล้ชิด



เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567  เวลา 11.00 น. ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้คำถามทั่วไป ของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา เรื่อง "การแก้ไขปัญหาการดำเนินคดีความกับพระสงฆ์ที่ต้องขาดสมณเพศ ในระหว่างดำเนินกระบวนการยุติธรรม" รวมถึงเสนอแนะแนวทางการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 

โดย พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสงฆ์ ที่ทำผิดพระธรรมวินัยเป็นจำนวนมาก จนชาวบ้านหมดศรัทธา ไม่อยากร่วมทำบุญด้วย จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง โดยเสนอให้มีการจัดตั้งอาสาสมัครของสำนักพุทธฯ เพื่อสนองงาน สอดส่อง ดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดพระธรรมวินัยในแวดวงสงฆ์

ด้าน ดร.พวงเพ็ชร ชี้แจงว่ามาตรการในการแก้ไขปัญหากรณีพระภิกษุกระทำความผิด เป็นไปตามมหาเถรสมาคมได้ออกกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง มติ ต่างๆ ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้บูรณาการกับ กอ.รมน. และพระวินยาธิการ ในการสอดส่อง ดูแล มิให้พระสงฆ์มีการกระทำความผิด โดยมีสายด่วนความมั่นคง 1374 ในการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหา กรณีพบเห็นพระภิกษุกระทำความผิด ตลอด 24 ชั่วโมง และยังได้สนับสนุนข้อมูลให้เจ้าคณะผู้ปกครองในการดำเนินการสอบสวนและพิจารณาโทษตามความผิดแห่งพระธรรมวินัย ขณะเดียวกันสำนักพุทธฯ ยังได้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลพระกับทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อตรวจสอบตัวตนของผู้บวชเป็นพระ รวมถึงประวัติอาชญากรรม ป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสมในแวดวงคณะสงฆ์ 

“ต้องขอขอบคุณข้อเสนอแนะแนวทางในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งปัจจุบัน รัฐบาลกำลังดำเนินการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงศาสนา โดยมีการพัฒนาวัดรองรับการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงข้อมูลวัดกับทาง ททท. ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางสถานที่ปฏิบัติธรรมของโลก” ดร.พวงเพ็ชร กล่าว


วธ.แถลงเปิดตัว "แอนโธเนีย" นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗



วธ.แถลงเปิดตัวแอนโธเนีย “นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗” และเพลงสงกรานต์ ภาษาต่างประเทศ ให้ชาวต่างชาติได้มีส่วนร่วม พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศ

วันที่ ๔ มี.ค. ๖๗ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าว เปิดตัวนางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๗ และเพลงสงกรานต์ ฉบับภาษาต่างประเทศ  ในโอกาสที่ องค์การยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ พร้อม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางอติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ เจ้าของและผู้จัดการวงดนตรีสุนทราภรณ์  รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   นายพหลยุทธ กนิษฐบุตร รองอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และ นางนฤมล เลี้ยงรักษา รองประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าว ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย



นายเสริมศักดิ์ ประธาน กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ด้านเฟสติวัลและด้านการท่องเที่ยวรองรับ Thailand Creative Content Agency (THACCA) และในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดนโยบายภายใต้ซอฟต์พาวเวอร์ “สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก” เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ โดยประเพณี “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year Festival)” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

“ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นประเพณีแห่งความสุข ความอบอุ่น อ่อนโยน เต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู ความสนุกสนาน ความเอื้ออาทรและการให้เกียรติ เคารพซึ่งกันและกัน โดยใช้ “น้ำ” เป็นสื่อในการสร้างสัมพันธไมตรี ในปี ๒๕๖๗ นี้รัฐบาล โดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนกำหนดจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival : ประเพณีสงกรานต์ไทย หมุดหมายนักท่องเที่ยวทั่วโลก” ในช่วงเดือนเมษายน โดยมีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) และส่วนภูมิภาค จึงขอเชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกร่วมงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ และร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ อันทรงคุณค่าของประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป นายเสริมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ในโอกาสที่ประเพณี “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year Festival)” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก ได้แก่ การจัดทำบทเพลงสงกรานต์ ฉบับภาษาต่างประเทศ จำนวน ๔ ภาษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาฝรั่งเศส เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้รับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เป็นการสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศเพื่อยกระดับและพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ ให้แก่ประเทศไทย

นายโกวิท กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้แต่งตั้งนางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว รองนางงามจักรวาลอันดับ ๑ ประจำปี ๒๐๒๓ เป็น “นางมโหธรเทวี” นางสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ เพื่อร่วมถ่ายทอดคุณค่าสาระและแสดงอัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ไทย สำหรับกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ในปีนี้ สวธ.มีการจัดกิจกรรมทั้งในส่วนกลางกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค จึงขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศร่วมงานดังกล่าวเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ภายหลังช่วงแถลงข่าวประธานได้มอบจักรและตรีศูล สัญลักษณ์ของนางสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗ และมอบเกียรติบัตร ให้แก่นางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว รองชนะเลิศอันดับ ๑ มิสยูนิเวิร์ส ๒๐๒๓ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “นางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗” ต่อด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม ชุด “ตำนานนางสงกรานต์” โดยแอนโทเนีย โพซิ้ว และการแสดงบทเพลง “เริงสงกรานต์” ฉบับภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ โดยคณะนักร้องคลื่นลูกใหม่ของวงดนตรีสุนทราภรณ์  จากนั้น เป็นการแสดงบทเพลง “สงกรานต์” (เพลงแต่งใหม่โดย รศ.ดร.จารุณี หงส์จารุ) ฉบับภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ บรรเลงโดยวงดนตรีเฉลิมราชย์  และการแสดงขับร้องบทเพลงเริงสงกรานต์ ฉบับภาษาจีน โดย ส.ว.ประเสิรฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ร่วมกับคณะเม้ง ป.ปลา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม สรงน้ำพระพุทธรูป การสาธิตการจัดประเพณีสงกรานต์ จากสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดภูเก็ต อีกด้วย

 ทั้งนี้ สวธ. ขอเชิญร่วมกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๗ ประกอบด้วย 

-งานรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๗  -นิทรรศการ สงกรานต์ไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ๑๐ - ๑๒ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ณ ลานกลางแจ้งหน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร (BACC)  -งานสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ระหว่าง ๑๒ - ๑๖ เมษายน ๒๕๖๗  และ กิจกรรมการแสดงสืบสานประเพณีสงกรานต์ ในงานใต้ร่มพระบารมี ๒๔๒ กรุงรัตนโกสินทร์ 

ในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๗ ณ เวทีการแสดง สังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นต้น

 


วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

สธ. จัดระบบดูแลพี่น้องชาวไทยมุสลิม 7,781 คน สร้างความปลอดภัยทางสุขภาพในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์


  

       กระทรวงสาธารณสุข จัดระบบดูแลสุขภาพชาวไทยมุสลิม 7,781 คน ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ปีนี้ บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นและไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง 

ส่งทีมแพทย์ดูแลระหว่างประกอบศาสนกิจ และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับ ผู้แสวงบุญในจังหวัดต่างๆ ติดต่อรับบริการได้ที่สถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2567

         วันนี้ (4 มีนาคม 2567) ที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเปิดโครงการป้องกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ปี 2567 โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค Mr. Mohammed Alkhudhayri ผู้แทนเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย และผู้เดินทางแสวงบุญร่วมพิธี

          นายแพทย์ชลน่านกล่าวว่า ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย มีความสัมพันธ์กันมายาวนานซึ่งไทยให้ความสำคัญในการยกระดับความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี ส่งเสริมการขยายความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และด้านการสาธารณสุขโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ให้การดูแลสุขภาพของพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปแสวงบุญอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโครงการป้องกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละปีจะมีคนไทยมุสลิมได้รับโควตาเข้าร่วมการประกอบพิธีฮัจย์ประมาณ 13,000 คน สำหรับปีนี้ ดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด HEALTH FOR HAJJ เป็นการจัดระบบดูแลเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ด้วยการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามที่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียกำหนดให้กับผู้แสวงบุญทุกคน พร้อมออกหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 จัดส่งทีมแพทย์พยาบาลไปดูแลระหว่างการประกอบพิธี และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพหลังเดินทางกลับอีก 14 วัน

          ด้านนายแพทย์โอภาส กล่าวว่า การประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ประจำปี 2567 หรือฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) 1445 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 19 มิถุนายน 2567 ในปีนี้มีชาวไทยมุสลิมที่ลงทะเบียนพร้อมเดินทางไปประกอบพิธี จำนวน 7,781 คน ซึ่งผู้แสวงบุญทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วัน โดยวันนี้มีผู้มารับบริการฉีดวัคซีนที่ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,494 คน สำหรับพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ และอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง และฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้ที่สถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2567

พระสงฆ์กับการดูแลจิตใจผู้สูงอายุบทบาทที่สำคัญ



เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 พระครูปลัดอุทัย พลเทโว,ดร.กพร้อมด้วยพระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ,ผศ.ดร. อาจารย์ ประจำคณะครุศาสตร์ มจร เดินทางไปเยี่ยมผู้สูงอายุ เขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี  อายุ 94 ปี เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นเจ้าภาพสร้างอุโบสถและเสนาสนะให้กับวัดและสาธารณะประโยชน์ เป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ คณะสงฆ์ศูนย์ปฏิบัติธรรมอาศรม มจร จึงเดินทางมาสนทนาธรรมนำปฏิบัติสวดมนต์และเจริญภาวนา ชิ่งเป็นบทบาทของพระสงฆ์ที่พึ่งปฏิบัติต่ออูบาสกอุบาสิกา ตามพุทธะนโยบายที่ว่า.."จรถะ ภิกขเว จาริกัง พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ” แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จงจาริกไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลต่อชนหมู่มาก เพื่อความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์ต่อชาวโลก"

เพลง: แสงแห่งสติชนะกาม หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา สัตตกนิบาต

เพลง: แสงแห่งสติชนะกาม หลักธรรมจากขุททกนิกาย เถรคาถา สัตตกนิบาต [ท่อนที่ 1] เมื่อกามเข้ามาเหมือนคลื่นลม หัวใจอย่าหลง อย่าปล่อยตาม สิ่งสวยงาม...