สภา"ป่วน วุ่น เดือด เละ ตีรวน" นี้เป็นอารมณ์การพาดหัวหนังสือพิมพ์หัวสีที่สะท้อนบรรยาการการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ฉบับที่ว่าด้วยกลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้เกิดเหตุประท้วงวุ่นวายขึ้นตลอดทั้งวัน ถึงขั้นต้องให้ตำรวจรัฐสภา เชิญ ส.ส.ฝ่ายค้าน ที่ลุกยืนประท้วงออกจากห้องประชุม และสั่งพักการประชุมหลายครั้ง
โดยเฉพาะช่วงที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุม ถึงกับระเบิดอารมณ์ตัดสินนำค้อนทุบบนบัลลังก์ 3 ครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณให้ยุติความไม่สงบ พร้อมสั่งให้ตำรวจรัฐสภาเข้ามาในห้องประชุมเพื่อนำตัวสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ยอมนั่งลง และไม่อยู่ในความสงบออกจากห้องประชุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาคุ้มกันนายสมศักดิ์ และพยายามเข้าไปนำตัว ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนส่งเสียงดัง ออกไปจากห้อง
ทั้งนี้เพราะส.ส. ประชาธิปัตย์เกือบทุกคนได้ลุกขึ้นยืนประท้วงและมีการตะโกนว่า "สภาทาส", "เผด็จการ", "ขี้ข้าทักษิณ" ขณะที่นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำกระดาษที่มีข้อความว่า "สภาทาส" ขึ้นมาชูต่อหน้าบัลลังก์ ส่วนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า "ประชุมต่อไปเลยจะได้รางวัล ทักษิณดูอยู่"
และความวุ่นวายดำเนินไปตลอด 12 ชั่วโมง ด้วยกลยุทธ์ของพรรคประชาธิปัตย์พยายามขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ที่มีการกล่าวขานกันว่าเปิดโอกาสให้มีสภาผัวสภาเมียขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องเกิดคำถามว่าเป็นสิทธิ์หรือไม่ เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ กับการขัดขวางเช่นนั้น
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป 1 วัน นายสมศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระหว่างเตรียมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ต้นแบบคนพอเพียงวิถีประชาธิปไตย ที่ห้องโถงรัฐสภา ถึงการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม และถูกสมาชิกรัฐสภาประท้วงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้การประชุมเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.เป็นไปด้วยความวุ่นวาย ว่า “ไม่ปวดหัว มีเหนื่อยเล็กน้อย แต่โคตรเบื่อเลย” จากนั้นได้ส่งยิ้ม ก่อนเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวเพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป
ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสภาของบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างๆ โดยเฉพาะที่ระบุว่า "ทำให้เสือมเสียไปทั่วโลก" เข้าลักษณ์ชี้หน้าด่าฝ่ายตรงข้ามเช่นเดิม ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่เสือมเสียนั้นจริงหรือไม่หรือเพียงยกขึ้นมาด่าฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้น เพราะว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายในสภาเช่นนี้ในประเทศต่างๆเช่นเกาหลี ไต้หวัน ยูเครน ก็เกิดเหมือนกัน
ความวุ่นวายในสภานะดีแล้วดีกว่าไปวุ่นวายนอกสภา และที่วุ่นวายนั่นแหละประชาธิปไตย ส่วนสภาเงียบๆมีแต่สภาเผด็จการเท่านั้น จึงไม่เข้าใจว่าผู้ที่วิจารณ์นั้นเข้าใจหลักปรัชญาการเมืองและหลักประชาธิปไตยดีหรือไม่ หรือรู้แต่อัตตาธิปไตยหรือคณาธิปไตยเท่านั้น ขณะเดียวกันสื่อต่างประเทศเขาดูที่เนื้อหาโดยเฉพาะกรณีมีตำรวจปราบจลาจลโผล่ที่รัฐสภาได้อย่างไร เท่ากับเอกสิทธิ์ ส.ส.ไม่มีความหมาย
คำกล่าวของนายสมศักดิ์ในงานมอบรางวัลต้นแบบคนพอเพียงวิถีประชาธิปไตยนั้นน่าสนใจเช่นกัน เพราะนายสมศักดิ์ได้ยกหลักธรรมขึ้นมาสื่อให้ผู้รับรางวัลและสังคมได้ทราบรวมถึงพื้นฐานของตัวนายสมศักดิ์เองเป็นเช่นใดเช่น
"เรามีความพอเพียงก็จะส่งผลให้กิเลส โลภ โกรธ หลง น้อยลง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดและดัชนีวัดความดีของคน โดยได้มีการพิสูจน์มาแล้ว ด้วยการได้คนดี 77 คนมานั่งตรงนี้ และ 2. หลักการประชาธิปไตย ที่สำคัญคือการมีสำนึกของพลเมืองในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ถ้าเป็นคนดีต้องมีสำนึกหน้าที่พลเมืองด้วย ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยการส่งเสริมให้มีคนดีมาเป็นตัวแทนทำหน้าที่แทนพวกเรา และยังมีอีกหลายอย่างที่คนดีต้องมีสำนึกพลเมืองกระทำทุกโอกาสทุกเวลา
ตามหลักพระพุทธศาสนาคือละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องแผ่ว ซึ่งการละชั่วทำดีมันเหมือนนามธรรมที่สัมผัสยาก แต่การทำจิตใจให้ผ่องแผ่วนั้นยากยิ่งกว่า เพราะถ้าไม่ปฏิบัติก็ยากที่จะเข้าถึง หรือที่เรียกว่า “ดวงตาเห็นธรรม” ตนเคยไปปฏิบัติธรรมในช่วงที่มีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 โดยการหลบไปบวชกับพี่น้องและครอบครัว ไปนั่งวิปัสสนาที่จ.พิษณุโลกเป็นจำนวน 10 วัน โดยไม่ได้มีการมองหน้าหรือพูดคุยกับพี่น้องที่ร่วมบวชด้วยเลย เพราะจะทำให้เกิดกิเลส ซึ่งตนสามารถทำได้
สิ่งที่ผมได้มาคือการมีสติปัญญาทางธรรม อย่างน้อยก็ได้ดวงตาเห็นธรรมในระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นกำไรชีวิต จะสังเกตว่าหลายคนมาถามผมถึงการทำหน้าที่ว่ามีอารมณ์โกรธหรือไม่ ซึ่งผมก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีบ้าง เพราะถ้าโกรธไม่เป็นก็บ้าแล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะข่มอารมณ์ได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นไม่ต้องห่วงเพราะผมได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ไม่มีตบะแตก นิ่งเสียอย่างไม่มีแพ้ ขอให้ทุกคนช่วยกันขยายให้มีคนดีเพิ่มมากขึ้น เพราะประเทศต้องการคนดีจริงๆ ไม่เอาแล้วพวกดีปลอมเพราะมีเยอะแล้ว"
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.นั้นสะท้อนให้เห็นว่านายสมศักดิ์จะต้องหาโอกาสนั่งวิปัสสนาเพิ่มขึ้น เพราะกิเลสข้อโมหะหรือความหลงหรืออวิชชานั้นละยากที่สุด ต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานขั้นสูงถึงจะ "บรรลุธรรม" ไม่ใช่ได้ "ดวงตาเห็นธรรม" หรือ "บรรลุธรรม" แค่ลมปากเท่านั้น
................
(หมายเหตุ : สภาป่วน!'สมศักดิ์'ตบะแตกดวงตาเห็นธรรมช่วยไม่ได้ : กระดานความคิด โดยสำราญ สมพงษ์รายงาน)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace
The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
วันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 8.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มี...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น