ลมหนาวพัดผ่านคืนเพ็ญ
แสงเดือนเด่น…แต่ใจอ่อนล้า
(Verse 1)
มาฆบูชาพาเศร้าโศก
ความวิปโยคมาให้เห็น
หวุดหวิดน้ำตากระเด็น
หัวใจลำเค็ญดังเช่นวันวาน
โลกหมุนผ่านความเปลี่ยนผัน
ทุกคืนวันมีร้าวราน
ดั่งคลื่นซัดเข้าฝั่งฝัน
ทิ้งรอยสะท้านในดวงฤทัย
(Pre-Chorus)
แต่ในความมืดมน
ยังมีแสงหนึ่งส่องทางไป
(Chorus)
นึกถึงธรรมคำสอนพระพุทธ
ช่วยยื้อยุดฉุดใจไว้
ให้สุขศรีแม้มีน้ำตาไหล
ประคองใจให้มั่นคง
ผ่านพ้นเคราะห์โศกศัลย์
ที่ย่ำยีจนใจลุ่มหลง
พบแสงสว่างดำรง
นำชีวิตให้พ้นภัย
(Verse 2)
รอดทุกข์เข็ญด้วยบารมี
ศรัทธามีเป็นแรงใจ
แม้โลกพรากสิ่งใด
ธรรมยังอยู่ไม่จากลา
ทุกลมหายใจที่เหลือ
ขอเชื่อในแสงศรัทธา
แม้คืนหนาวจะยาวนานนักหนา
รุ่งอรุณจะมาแน่นอน
(Bridge)
หยดน้ำตาที่ร่วงหล่น
คือบทเรียนของใจอ่อน
เมื่อมองเห็นความไม่เที่ยงสะท้อน
จึงวางถอนความยึดมั่น
(Chorus ซ้ำ / ปรับสูงขึ้น)
นึกถึงธรรมคำสอนพระพุทธ
ช่วยยื้อยุดฉุดใจนั้น
ให้ผ่านพ้นคืนอ้างว้างพลัน
พบแสงธรรมอันอำไพ
ผ่านพ้นเคราะห์โศกศัลย์
ที่เคยทับถมดวงใจ
มาฆบูชาแม้พาโศกไป
แต่ทิ้งไว้ซึ่งแสงธรรม
(Outro เบา ๆ)
ในคืนเพ็ญที่เคยหม่นหมอง
หัวใจได้ครองความหมาย
จาก “มาโศก” กลับกลาย
เป็น “มาสุข” ในทางธรรมเอย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น