กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรม นวดไทยและการแพทย์แผนไทย ครั้งใหญ่ หวังยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สร้างฐานข้อมูลดิจิทัล และเชื่อมโยงเศรษฐกิจสุขภาพทั้งระบบ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลาง Medical & Wellness Hub ของโลก รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเวลเนสที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แนวคิดดังกล่าวถูกขับเคลื่อนภายใต้การกำกับของ นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยมุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสุขภาพไทยทั้งระบบ ตั้งแต่มาตรฐานวิชาชีพ การพัฒนากำลังคน กลไกเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม
เศรษฐกิจเวลเนสโลกโตแรง ไทยมีศักยภาพสูง
รายงาน Global Wellness Economy Monitor ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสโลกมีแนวโน้มขยายตัวจาก 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 7.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 และอาจแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2029 หรือคิดเป็นกว่า 7% ของ GDP โลก
ในประเทศไทย อุตสาหกรรมการนวดไทยและบริการสุขภาพมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 200,000 ล้านบาทต่อปี โดยราว 75% มาจากภาคบริการ และอีก 25% หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท มาจากห่วงโซ่อุปทานสินค้า เช่น สมุนไพร น้ำมันนวด เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์สปา
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งปัญหาภาพลักษณ์จากธุรกิจแอบแฝง มาตรฐานวิชาชีพที่ไม่สม่ำเสมอ และการขาดแคลนบุคลากรหลังวิกฤตโควิด-19
ขาดแคลนแรงงานนวดไทย เร่งผลิตกำลังคนใหม่
ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ระบุว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 บุคลากรในธุรกิจนวดและสปาหายไปจากระบบประมาณ 30,000–50,000 คน ขณะที่สายการรักษาทางคลินิกยังขาดอีกกว่า 20,000 คน
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ภาครัฐจึงนำโมเดล Hybrid Training มาใช้ โดยเปิดให้ผู้เรียนศึกษาทฤษฎีผ่านระบบออนไลน์ และฝึกทักษะจริงในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ตั้งเป้าเร่งอบรมหมอนวดไทยเพิ่ม 5,000 คนภายใน 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดตั้ง “วิทยาลัยนวดไทยแห่งประเทศไทย” เพื่อทำหน้าที่กำกับมาตรฐานวิชาการและวิชาชีพ พร้อมจัดระดับผู้ให้บริการออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
ระดับส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการอบรมขั้นต่ำ 150 ชั่วโมง
ระดับเฉพาะทาง สำหรับการรักษา 7 กลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก
ระดับวิชาชีพ ผู้จบปริญญาตรีด้านการแพทย์แผนไทย
โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ปรับค่าตอบแทน–ใช้แนวคิด Value-based Healthcare
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนหมอนวดเฉพาะทางผ่านระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเพิ่มค่าบริการจาก 250 บาทต่อชั่วโมง เป็นประมาณ 450 บาทต่อชั่วโมง
นโยบายดังกล่าวสะท้อนแนวคิด Value-based Healthcare หรือการจ่ายค่าบริการตามคุณภาพและทักษะ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพพัฒนาทักษะ เพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน และลดการไหลออกของบุคลากรจากระบบสุขภาพ
สร้าง Digital ID หมอนวดไทย ยกระดับความโปร่งใส
การปฏิรูปยังรวมถึงการพัฒนา Digital ID หมอนวดไทย ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลกลางของประเทศสำหรับตรวจสอบคุณวุฒิ การอบรม และสถานะใบอนุญาตของผู้ให้บริการแบบเรียลไทม์
ในอนาคต ประชาชนจะสามารถใช้แอปพลิเคชันสแกนตรวจสอบประวัติหมอนวดก่อนรับบริการ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดปัญหาธุรกิจสีเทาในอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
เปิดแพลตฟอร์ม “สยามมณี” หนุนเศรษฐกิจสมุนไพรไทย
ในภาคเศรษฐกิจฐานราก กรมการแพทย์แผนไทยฯ เตรียมเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ “สยามมณี” (Siam Manee) เพื่อเป็นตลาดกลางสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอางคุณภาพจากผู้ผลิตไทย
จุดเด่นของแพลตฟอร์มคือ ไม่มีการเก็บค่า GP หรือค่าธรรมเนียมการขาย ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในสินค้าสมุนไพรไทย
ดัน “นวดไทยสีขาว” เป็น Soft Power โลก
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการสร้างเครือข่าย “นวดไทยสีขาว” (White Thai Massage) เพื่อยกระดับภาพลักษณ์นวดไทยให้เป็นศาสตร์การบำบัดทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
ภาครัฐประเมินว่าตลาดต่างประเทศมีความต้องการแรงงานนวดไทยมากกว่า 10,000 คนต่อปี โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตไทยทั่วโลก เพื่อพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานหมอนวดไทยในต่างประเทศ
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026
การปฏิรูปทั้งหมดจะถูกนำเสนอในเวทีระดับโลก Global Wellness Summit 2026 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2026
งานดังกล่าวจะมีผู้บริหาร นักวิจัย และนักลงทุนจากกว่า 70 ประเทศ เข้าร่วม และถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางเวลเนสของโลก
ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็น ตลาดเวลเนสที่เติบโตเร็วอันดับ 7 ของโลก และภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยเติบโตสูงถึง 36.4% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบสามเท่า
ปักหมุดไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพโลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากการปฏิรูปดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างตลาดสมุนไพร ไปจนถึงการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม จะช่วยยกระดับนวดไทยจากอุตสาหกรรมบริการพื้นบ้าน สู่ อุตสาหกรรมสุขภาพระดับโลก
พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาลให้กับประเทศ และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ดินแดนแห่งความสมดุลทางสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของโลก” ในอนาคต.


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น