วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"ส.ส.ฝ่ายค้าน"เอาด้วย! ลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.พุทธต่อสภาฯ

 


วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ส.ส.ดร.นิยม  เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย   เปิดเผยว่า ตนได้เสนอต่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมกันเข้าชื่อจำนวนมากถึง 25 ชื่อ เพื่อนำเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย  1.ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ.... 2.ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา พ.ศ.. 3.ร่างพระราชบัญญัติธนาคารพุทธแห่งประเทศไทย พ.ศ.. 4.ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเดินทางไปพุทธสังเวชนียสถาน พ.ศ....

ส.ส.ดร.นิยม กล่าวต่อจากว่า จะเป็นการแก้ไขปัญหาประเทศในระยะยาว จากความเหลื่อมล้ำของการออกกฎหมายเพียงบางศาสนา ซึ่งจะส่งผลให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบกันในหมู่ปวงชนชาวไทยด้วยกัน ทั้งนี้ด้วยกฎหมายของพุทธศาสนา ที่จะนำไปสู่การส่งเสริมอุปถัมถ์และคุ้มครอง อันนำไปสู่การสร้างสภาองค์กรพุทธศาสนา รวมถึงการที่ส่งเสริมการเงินการธนาคาร ซึ่งในขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยี Cryptocurrency (คริปโตเคอร์เรนซี) มาใช้ 

"ทั้งนี้ด้วยพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์ มีผู้คนจำนวนมากนับถือ หากมีธนาคารพุทธก็จะนำมาสู่การเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก ดังในอดีตที่แผ่นดินสุวรรณภูมินี้ ก็เคยมีสกุลเงินนโมที่เมืองนครศรีธรรมราชมาแล้ว อีกทั้งการส่งเสริมให้พุทธบริษัท 4 ได้เดินทางไปพุทธสังเวชนียสถาน ก็จะสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนา ส่งเสริมประชาชนให้รู้จักผิดชอบชั่วดี" ส.ส.ดร.นิยม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ส.ส.ดร.นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ได้มีการเข้าชื่อเพื่อนำเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา จำนวน 4 ฉบับดังกล่าว รัฐสภา จาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล

"อดีตผู้สมัคร ส.ส.พปชร." หนุนแนะปรับวิชาพุทธสอนใน "ร.ร." เสริมด้วยหลักธรรมศาสนาอื่น พร้อมวิชาสันติศึกษา



ดร.สันติศึกษา เสนอวิชาพระพุทธศาสนาเข้มข้น เพิ่มคำสอนศาสนาอื่นเพื่อความเท่าเทียมในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมเสริมวิชาสันติศึกษา

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาได้มีกระแสข่าวดังถึงกรณีที่โรงเรียนแห่งหนึ่งได้ออกมาเสนอปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และเพื่อให้นักเรียนได้นำความรู้ไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

"โดยส่วนตัวนั้นดิฉันมองว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่จะขอเสนอเพิ่มเติมว่าหากจะมีการปรับเปลี่ยนสิ่งใด ควรคำนึงอยู่เสมอว่าประเทศไทยมีสถาบันหลักสำคัญของชาติ ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจ ที่นำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคงปลอดภัย และความเจริญก้าวหน้าและเป็นเอกราชมาอย่างช้านาน  ดังนั้นหากจะมีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาหลักสูตรใด ดิฉันขอเสนอให้เริ่มจากวิชาพระพุทธศาสนาก่อน  โดยพัฒนาหลักสูตรให้เข้มข้น ให้ความรู้ถึงที่มาที่ไปและแก่นแท้ มีการปฏิบัติธรรม ฝึกสติ  และเนื้อหาการเรียนที่เข้าถึงหลักธรรมอย่างเป็นเหตุเป็นผลโดยง่าย สอดรับกับบริบทสังคมไทยในปัจจุบัน จะได้หักล้างข้อคิดที่กล่าวอ้างว่า วิชาพระพุทธศาสนาไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพราะความเป็นจริงแล้วศาสนาพุทธนับเป็นศาสนาสากลที่อาศัยสติปัญญาและความรู้ที่ถูกต้องเพื่อพ้นทุกข์ หลักธรรมมีเหตุมีผลสามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยการตรวจสอบธรรมชาติตามความเป็นจริง ไม่ใช่ความเชื่อความศรัทธาที่กล่าวอ้างลอยๆ"  ดร.บุณณดา  กล่าวและว่า 


ดังนั้นหากมีการเสริมความรู้ด้านพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งจะเป็นการสร้างสติปัญญาให้กับนักเรียน เมื่อนักเรียนมีสติปัญญาเป็นพื้นฐาน ก็จะนำไปสู่การพัฒนาตนเองและประเทศชาติต่อไป และสิ่งที่ขอเสนอเพิ่มเติมคือการเรียนรู้ศาสนาคริสต์ อิสลาม และศาสนาอื่นๆ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในหลักการและคำสอนของแต่ละศาสนา เพราะทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่อาจมีหลักคิดและวิธีการที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างความเท่าเทียมในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างประเทศไทย รวมถึงการเสริมวิชาสันติศึกษาให้เป็นวิชาพื้นฐานในการเรียนการสอน มิใช่เพื่อให้นักเรียนมาสร้างสันติภาพให้กับโลกแต่อย่างใด  แต่เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการสร้างสันติให้กับตัวเองได้ก่อน (inner peace) เมื่อมีสันติภายในแล้ว การสร้างสันติต่อผู้อื่น สังคม ประเทศชาติ และโลก หรือที่เรียกว่าการสร้างสันติภายนอก (outer peace) จะเกิดขึ้นตามมา และความวุ่นวานขัดแย้งรุนแรงต่างๆ จะลดลง ความสุขสงบจะเกิดขึ้นกับตนเองและสังคมอย่างแน่นอน อย่าให้คำว่าสันติที่เราได้ยินบ่อยๆ เป็นเพียงแค่คำพูดโลกสวย ถึงเวลาที่ต้องปลูกฝังอย่างจริงจัง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความแตกแยกและขัดแย้งในสังคมที่ต้นเหตุ 

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล “เข้าชื่อ” ยื่นร่าง พ.ร.บ.พุทธศาสนาฯ ต่อสภาฯ หวังสร้างความเสมอภาค

 


วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565  ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการการการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ดร.นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท  ได้มีการเข้าชื่อเพื่อนำเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา จำนวน 4 ฉบับ ต่อรัฐสภา จาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย

1.ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ....

2.ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา พ.ศ..

3.ร่างพระราชบัญญัติธนาคารพุทธแห่งประเทศไทย พ.ศ..

4.ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเดินทางไปพุทธสังเวชนียสถาน พ.ศ.... 

ทั้งนี้ ดร.นพดล กล่าวว่า หากกฎหมายดังกล่าวทั้ง4ฉบับได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่งต่อไปยังวุฒิสภาและหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ก็จะออกเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเสมอภาคระหว่างศาสนา ซึ่งมีศาสนาอื่นมี พ.ร.บ.แล้ว และเกิดความยุติธรรมสำหรับพุทธศาสนาที่มีผู้นับถือในประเทศกว่า 95% อีกทั้งจะเป็นการทำนุบำรุงและคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นจุดเชื่อมโยงกับศิลปะวัฒนธรรมไทยที่มีการเชื่อมโยงกันมาอย่างยาวนาน อันจะส่งผลต่อ เศรษฐกิจ การเมือง สังคม การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศในอนาคต

"ทิดสมปอง" จบแจงขัดแย้ง "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ทำงานไลฟ์สดโปรโมทสิ้นค้าต่อ


เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565  เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565  ผู้สื่อข่าวรายงายว่า นายสมปอง นครไธสง หรือ "อดีตพระมหาสมปอง หลังจากสึกออกมาอัพเดทชีวิตลุยงานเต็มที่พร้อมเผยอาศัยอยู่ที่บ้านพักของ "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล- พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย"  ได้โพสต์คลิปในเพจ "สมปอง นครไธสง" พร้อมแคปชั่นว่า "แถลงข่าวครับผม" โดยมีใจความสรุปว่า "วันนี้ขอชี้แจง รายการ 'อย่างถึงไหนถึงกัน' ทางช่อง 5, รายการ 'มาหาพาสนุก' ทางช่อง9 และรายการ 'โทรติดทิดตอบ' ทางทีวีพูลออนไลน์ ตนไม่ได้มีส่วนร่วมแล้ว  ส่วนตัวขอขอบคุณที่ทักคนติดตามมาตลอด ยังไงฝากติดตาม 3 รายการของตนด้วย

ต่อมา "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล"แถลงข่าวชี้แจงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น  และช่วงท้าย "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล"  บอกว่า ตนอโหสิกรรมให้สมปองแล้ว ไม่อยากฟ้องร้องให้เป็นคดีความ แต่ถ้าอันไหนจำเป็นต้องฟ้องก็ต้องฟ้องร้องกันต่อไป  หลังจากนั้น นายสมปอง ก็ได้มีการไลน์มายังคนสนิทเจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ว่า "ปองคิดถึงแม่ยุตลอดนะ เด่วคุยกัน"

หลังจากนั้นอดีตพระสมปอง ได้ไลฟ์สดขอชี้แจงทีละประเด็นผ่านเพจ "สมปอง นครไธสง" ดังนี้

เรื่องเข้าไปอยู่ที่บ้าน เริ่มต้นตั้งแต่ตอนเป็นพระ พูดคุยกันไปมา พี่เค้าก็เลยบอกว่ามีบ้านให้อยู่นะ มีออฟฟิศอะไรต่างๆ เราก็สนใจ ไปถึงช่างกำลังทำ รีโนเวทต่างๆ มีห้องประชุม ก็รู้สุกว่าโชคดีได้มีที่อยู่ แต่ถามว่าไปขอไหม ไม่ได้ไปขออย่างนั้น ก็เห็นว่ามีน้ำใจเสนอมา ทางผมก็ได้ครับ สำหรับเรื่องนี้ก็ขอบคุณ ผมอาจจะมีวาสนาได้อยู่เดือนเดียว แต่อาจจะไมได้อยู่บ่อย เรื่องงานเรื่องอะไรต่างๆ ขอบคุณสำหรับประเด็นนี้

เรื่องที่สอง เรื่องเสื้อผ้าที่บอกว่า 8 หมื่นกว่าบาท ผมก็ไม่ได้รู้ขนาดนั้นว่าอะไรถูก อะไรแพง สำหรับคือใส่อะไรก็ได้ ผมใส่อะไรก็ได้ ฉะนั้นวันนั้นแล้วแต่เลย จัดอะไรให้ผมยังไง ยี่ห้อไหน แล้วแต่สะดวก เพราะมีทีมงานทางนั้นไปด้วย ก็ช่วยเลือกให้ผมเลย ซึ่งในวันนั้นทางผมก็ได้ไลฟ์ให้ด้วย

ส่วนเรื่องหนี้สิน ผมพูดมาตลอด ถึงแม้จะโดนทีมงานดุว่าไม่ต้องพูด ผมอยากจะพูดเพราะให้รู้ว่า ผมไม่ได้เอาเงินออกจากพุทธศาสนาเลย และเมื่อเป็นหนี้เป็นสิน ผมต้องรับผิดชอบ พูดตรงๆมีคนเคยเป็นหนี้ผมด้วย แต่ผมก็ยกให้เลย ใช้มาส่วนหนึ่ง อะ ยกให้เลยก็มี แต่สำหรับผมเป็นหนี้ใคร ผมต้องใช้หนี้ท่านเหล่านั้น ผมถึงย้ำประเด็นเรื่องนี้ แต่เมื่อโดนมองว่าเน้นเรื่องเงินเหลือเกิน ก็แน่นอนครับ มันก็ต้องมีเงินเพื่อไปใช้หนี้ ผมไม่ชอบการได้เงินมาเปล่าๆ ตั้งแต่เป็นพระ คือผมอยากทำงาน ทำอะไร ทำประโยชน์ให้เค้าก่อน ไปบรรยายก่อน ไปทำอะไรให้เค้าก่อนได้เงินมา เมื่อผมมีหนี้ก้อนใหญ่ขนาดนั้นอะ ผมก็ต้องทำงานใช้หนี้อยู่แล้ว ผมจะไม่ให้คนมาใช้หนี้ให้ผม .... ผมเนี่ยเพิ่งทราบจากผู้จัดการผมเองว่า ผมไม่ได้ใช้เงินเลย เขาโอนไปใช้หนี้เลย และขอชี้แจงว่าพี่สาวท่านนั้นไม่ได้ใช้หนี้ให้ผมนะครับ นั่นคือเงินทำงาน....

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 19.30น. ทิศสมปอง ได้ไลฟ์สดผ่านเพจ "สมปอง นครไธสง" พร้อมระบุข้อความว่า ก็ได้ทำงานกันต่อครับ !! Life S Plus จะเยียวยาทุกอย่างเอง Reiko oki  BY P Plus


วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"ทิดสมปอง" โบกมือลา 3 รายการ"เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล" ยังอ้อนฝากติดตามผลงาน



เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565  ผู้สื่อข่าวรายงายว่า นายสมปอง นครไธสง หรือ "อดีตพระมหาสมปอง หลังจากสึกออกมาอัพเดทชีวิตลุยงานเต็มที่พร้อมเผยอาศัยอยู่ที่บ้านพักของ "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล- พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย"  ได้โพสต์คลิปในเพจ "สมปอง นครไธสง" พร้อมแคปชั่นว่า "แถลงข่าวครับผม" โดยมีใจความสรุปว่า "วันนี้ขอชี้แจง รายการ 'อย่างถึงไหนถึงกัน' ทางช่อง 5, รายการ 'มาหาพาสนุก' ทางช่อง9 และรายการ 'โทรติดทิดตอบ' ทางทีวีพูลออนไลน์ ตนไม่ได้มีส่วนร่วมแล้ว  ส่วนตัวขอขอบคุณที่ทักคนติดตามมาตลอด ยังไงฝากติดตาม 3 รายการของตนด้วย

ต่อมา "เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล"แถลงข่าวเปิดเผยว่า ทางทีวีพูลไม่เคยไปทาบทาม หรืออยากได้ตัวเขา (ทิดสมปอง) มาร่วมงานเลย ส่วนตัวเห็นใจเขาเหมือนเห็นลูกนกหลงทาง ไม่มีที่อยู่ จึงรับมาอยู่ในบ้านและเป็นคนในครอบครัว เพราะรู้จักกันตอนอีกฝ่ายเป็นพระ ประกอบกับตอนนี้ ตนเองมุ่งหน้าทางสายบุญและให้ลูกชายเข้ามาดูธุรกิจ

บ้านเรามีห้องว่างเยอะ จึงให้เขาเข้ามาอยู่ด้วย ช่วยรีโนเวทบ้าน และห้องเล็กที่จะทำเป็นสำนักงานของเขา หมดเงินไปประมาณ 7 แสนบาท และตอนที่เขาสึกมา ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้า จึงโทรไปหามาให้ 3 ถุงใหญ่ โดยเขาเลือกแต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมอย่าง Lacoste ซึ่งเขาเลือกผ้าไปประมาณแสนกว่าบาท

ตนคาดหวังให้ “สมปอง” เข้าเป็นมาเป็นเพื่อนแสวงบุญ แต่เมื่อเขามีความคิดอีกแบบ จึงอยากช่วยให้เขาเป็นนักพูดระดับประเทศ แต่อีกฝ่ายอยากเลือกเส้นทางนักร้องลูกทุ่งแทน

โดยระหว่างที่เข้ามาอยู่ในบ้าน มีคนสนิทพูดเตือนตลอดว่า ระวังถูกหลอก แต่ตนเองเห็นเขาเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง ทำงานกลับมาดึกๆ ก็ทำไข่เจียวให้กินเอง ถ้าปวดเมื่อย จะหาคนมานวดให้

สมปองเป็นคนมีความฝันเยอะ เป็นพวกทะเยอทะยานอยากรวยเร็ว ซึ่งเราจะเตือนเขาเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องปลูกตั้งแต่เมล็ดเล็กๆ กว่าจะโต กว่าจะดูแลให้ต้นไม้ใหญ่โตได้ ซึ่งตัวสมปองไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจเลย เหมือนเป็นแค่เด็ก

สมปอง  มาพร้อมกับปัญหาเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินกว่า 10.9 ล้านบาท ตนเคยถามว่าเป็นพระทำไมมีหนี้เยอะแบบนี้ โดยเขาบอกว่าเป็นหนี้จากการซื้อที่ดิน 300 ไร่ ทำสวนยางพารา และต้องดูแลครอบครัวมีค่าใช้จ่ายเดือนละแสนกว่าบาท

นอกจากนี้ สมปอง ยังเข้าไปพัวพันวงการเงินสีเทา ติดหนี้นอกระบบอีก โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 3 แสนบาท ด้วยความเป็นห่วง จึงพยายบามช่วยเหลือด้วยการว่าจ้างเดือนละ 2.5 แสนบาท ให้ทำรายการ 3 รายการ โดยลูกชายของตนเองช่วยกันวางแผนต่างๆโดยคาดว่า “สมปอง” จะมีรายได้ปีละ 3 ล้านและจะชดใช้หนี้ได้ภายใน 1-2 ปี

ช่วงท้าย เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล บอกว่า ตนอโหสิกรรมให้สมปองแล้ว ไม่อยากฟ้องร้องให้เป็นคดีความ แต่ถ้าอันไหนจำเป็นต้องฟ้องก็ต้องฟ้องร้องกันต่อไป 

ทั้งนี้หลังจากที่ เจ๊ติ๋มทีวีพูลแถลงข่าวเสร็จ ได้มีการไลน์มายังคนสนิทติ๋มทีวีพูล ว่า ปองคิดถึงแม่ยุตลอดนะ เด่วคุยกัน

ขอบคุณเพจ ทีวีพูล TVPool,https://www.tvpoolonline.com/content/1930036

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสนับสนุนหมู่บ้านช่อสะอาด สร้างพลังสะอาดสู่ชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน

 


เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2565  ที่หมู่บ้านช่อสะอาด ตำบลสวาย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  ดร.มนูญ ใจซื่อ นายมนูญ ใจซื่อ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง นำทีมงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งส่วนกลางและเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ ลงพื้นที่สานเสวนากับผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลสวาย เพื่อแสวงหาแนวทางในการพัฒนาเพื่อยกระดับหมู่บ้านช่อสะอาด และตำบลช่อสะอาด ให้ตระหนักรู้และเห็นคุณค่าของสุจริตวัฒนธรรม

 พระครูปลัดปัญญาวรวัฒน์  (พระมหาหรรษา ธัมมฺหาโส) ปธ.6 ศ.ดร.  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น กรุงเทพฯ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา มจร   ในนามที่ปรึกษามูลนิธิต่อต้านการทุจริต เปิดเผยว่า ก่อนที่มูลนิธิต่อต้านการทุจริต นำโดยศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ กำลังจะลงนามความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนผู้ภูมิภาค (นายศุภชัย เอกอุ่น) ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อดำเนินโครงการ PEA หมู่บ้านช่อสะอาด ทีมงานฝ่ายปฏิบัติการด้าน CSR จึงได้ลงพื้นที่หมู่บ้านช่อสะอาดเพื่อกำหนดกรอบการพัฒนาร่วมกันภายใต้ 4 เสา คือ กายสะอาด พฤติกรรทสะอาด จิตสะอาด และปัญญาสะอาด

รายละเอียดของโครงการนั้น ประกอบด้วยไฟฟ้าพอเพียงที่กระตุ้นให้ชุมชนรู้จักประหยัด การเปลี่ยนหลอดไฟฟาประหยัดพลังงาน การสนับสนุน Green Energy ไฟฟ้าโซลาเซลล์ รวมถึงการพัฒนาหมอไฟประจำหมู่บ้าน และการพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพในการดูแลไฟฟ้าในครัวเรือนของตนเองด้วย

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

"หมอสุริยเดว" มองระบบนิเวศยุวชนไทยไร้ไอดอลวิถีคุณธรรม หนุนวิจัยนิสิต "สันติศึกษามจร" พัฒนาผู้นำเยาวชนต้นแบบด้านคุณธรรม

 


วันที่ ๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๕ พระปราโมทย์  วาทโกวิโท,ดร. อาจารย์ที่ปรึกษา  อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่  ๓๑  มกราคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา มีการสนทนากลุ่มเฉพาะงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรสันติศึกษา มจร จำนวน ๓ เรื่องร่วมระยะ ๑๐ ชั่วโมง ซึ่งในภาคเช้าโฟกัสรูปแบบการพัฒนาผู้ประนีประนอมต้นแบบสันติภาพ  ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิระดับผู้พิพากษาผู้เชี่ยวชาญทำงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทร่วมสะท้อน  ภาคบ่ายโฟกัสรูปแบบการพัฒนาผู้นำกระบวนกรต้นแบบสันติภาพ ซึ่งเป็นงานสันตินวัตกรรมมีผู้ทรงวุฒิระดับโค้ช วิทยากร ผู้นำกระบวนกร นักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านพระพุทธศาสนารวมถึงพุทธสันติวิธีร่วมสะท้อน ซึ่งจะยกระดับเป็นงานวิจัยขึ้นห้าง เปิดหลักสูตรพัฒนาในอนาคตต่อไป  

ในภาคเย็นมีการโฟกัสรูปแบบการฝึกอบรมผู้นำเยาวชนด้านคุณธรรม โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศช่วยสะท้อนอย่างดียิ่ง หนึ่งในนั้นคือ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี   ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม สะท้อนด้วยความห่วงใยยุวชนในประเทศว่า แท้จริงเป็นวัยรุ่นไม่ได้มีปัญหาแต่ระบบนิเวศของเด็กแย่กว่าตัวเด็ก วิถีแห่งคุณธรรมไม่มีหาต้นแบบไม่เจอ ถือว่าเป็นวิกฤตที่ท้าทายมาก ซึ่งยุวชนวัยชั้น ม.๑-๓ เป็นจุดเปลี่ยนของเด็ก ถ้าดีจะดีเลยถ้าไม่ดีหนักเลย ทำให้เห็นตัวชี้วัดคุณธรรมในปี ๒๕๖๔ ด้านวินัยและด้านความซื่อสัตย์ติดสีส้มทั่วประเทศ ในบางภูมิภาคติดสีแดง  จึงต้องเติมในด้านการจัดการอารมณ์ มีหิริโอตตัปปะ ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป  กระบวการพัฒนาต้องไม่ใช้รูปแบบวังวนแห่งคววามล้มเหลว หมายถึง ฝึกอบรมและสั่งสอนเท่านั้น แต่ต้องทำให้เป็นวิถี ผู้นำเยาวชนต้นแบบด้านคุณธรรมจึงต้องเป็นวิถีชีวิต จึงมองว่างานวิจัยของนิสิตสันติศึกษาพัฒนาผู้นำเยาวชนต้นแบบด้านคุณธรรม ถือว่าเป็นประเด็นร้อนของประเทศ  

สำหรับการสนทนากลุ่มในครั้งทำให้ผู้วิจัยได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เพราะมุมมองในการเปลี่ยนแปลงจะเกิดจาก ๒ วิธี คือ วิธีที่ ๑ คือ #การช็อก (Shock) คือ การทำให้เกิดการกระทบกับระดับจิตใต้สำนึกของเราอย่างรุนแรง รวดเร็ว ฉับพลัน ไม่สามารถตั้งตัวได้ ทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย ลักษณะนี้สามารถเปลี่ยน Mindset ระดับจิตใต้สำนึกได้ทันที ส่วนใหญ่จะเป็นอุบัติเหตุหรือเรื่องสะเทือนใจขั้นรุนแรง เช่น แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคร้าย คนนั้นจะเปลี่ยนMindset เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตทันที หรือ พ่อทิ้งแม่ไปมีภรรยาใหม่ แฟนนอกใจ ลูกตายเหตุการณ์แบบนี้ทำให้เกิดการช็อกได้ทั้งนั้น

ส่วนวิธีที่ ๒ คือ #การทำซ้ำ (Repetition) เมื่อเราคิด จินตนาการ พูด ทำ อะไรซ้ำๆ สมองเราจะเก็บบันทึกเอาไว้ ซ้ำจนเพียงพอที่สมองรับรู้แล้วว่า สิ่งที่เราทำซ้ำๆ คือส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา การทำซ้ำจึงต้องอาศัยหลักธรรมอิทธิบาท ๔ ในการมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  จึงมีคำกล่าวว่า #ถ้าเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้เราจะควบคุมชีวิตไม่ได้เพราะ ๙๕% ในการตัดสินใจของมนุษย์ใช้อารมณ์นำเสนอ  Cristino Ronaldo จึงกล่าวย้ำว่า "พรสวรรค์ที่ปราศจากการฝึกฝนอย่างหนักนั้นสูญเปล่า"  :Talent without working hard is nothing  จึงขอให้กำลังใจทุกท่าน โดยการนำสิ่งที่ผู้ทรงสะท้อนมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วมาบูรณาการต่อไปให้เป็นงานของเราให้ได้ต่อไป  

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...