วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เพลง : ชาณุสโสณิสูตรเหนือคำว่ามีและไม่มี



เพลง : ชาณุสโสณิสูตรเหนือคำว่ามีและไม่มี

[บทนำ]

ใต้ร่มไม้แห่งพระเชตวัน
มีคำถามหนึ่งนั้นดังก้องในใจ
พราหมณ์ผู้แสวงหาความจริงอันไกล
เดินเข้ามาถามด้วยใจใฝ่รู้

[ท่อนที่ 1]

เขาถามว่าโลกนี้มีอยู่จริงหรือ
ทุกสิ่งที่ยึดถือดำรงอยู่หรือไม่
หรือแท้จริงแล้วไม่มีสิ่งใด
เกิดขึ้นและสลายไปไร้ความหมาย

พระศาสดาทอดพระเนตรอย่างเมตตา
แล้วตรัสด้วยปัญญาอันยิ่งใหญ่
คำว่ามี หรือไม่มีนั้นไซร้
ล้วนเป็นสุดปลายแห่งความคิดมนุษย์

[ท่อนก่อนฮุก]

อย่าติดอยู่กับถ้อยคำ
อย่าหลงอยู่กับเงาความเห็น
จงมองความจริงที่ซ่อนเร้น
ผ่านเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวโยงกัน

[ท่อนฮุก]

เหนือคำว่ามี และเหนือคำว่าไม่มี
ความจริงอยู่ตรงนี้ ในกฎแห่งเหตุผล
เมื่อเหตุเกิด ผลก็เกิดตามตน
เมื่อเหตุดับลง ผลนั้นย่อมดับไป

เพราะอวิชชา จึงมีการปรุงแต่ง
เกิดกระแสแห่งชีวิตหมุนเวียนไม่รู้จบได้
แต่เมื่อปัญญาส่องแสงในหัวใจ
กองทุกข์ทั้งหลายย่อมดับลง

[ท่อนที่ 2]

สังขารก่อให้เกิดวิญญาณ
วิญญาณสืบสานเรื่องราวมากมาย
ทุกอย่างเชื่อมโยงเป็นสาย
ดั่งสายน้ำไหลจากต้นธารเดียวกัน

มิใช่มีอยู่โดยลำพัง
มิใช่สูญสลายอย่างไร้ความสัมพันธ์
ทุกสิ่งดำเนินไปตามเหตุปัจจัยนั้น
เป็นความจริงที่ไม่เอนเอียง

[สะพานเพลง]

ดุจหงายของที่คว่ำไว้
ดุจเปิดสิ่งที่ปิดบังมานาน
ดุจประทีปส่องทางกลางความมืดมน
ให้ผู้คนได้มองเห็นหนทาง

พราหมณ์ผู้เคยแสวงหาคำตอบ
พบความสงบในใจอันสว่าง
เกิดศรัทธาในพระธรรมอันกระจ่าง
และวางใจไว้ในพระรัตนตรัย

[ท่อนฮุก]

เหนือคำว่ามี และเหนือคำว่าไม่มี
ความจริงอยู่ตรงนี้ ในกฎแห่งเหตุผล
เมื่อเหตุเกิด ผลก็เกิดตามตน
เมื่อเหตุดับลง ผลนั้นย่อมดับไป

เพราะอวิชชา จึงมีการปรุงแต่ง
เกิดกระแสแห่งชีวิตหมุนเวียนไม่รู้จบได้
แต่เมื่อปัญญาส่องแสงในหัวใจ
กองทุกข์ทั้งหลายย่อมดับลง

[ท่อนจบ]

วันนี้ยังมีผู้คนมากมาย
หลงอยู่ในคำถามเดิมไม่รู้สิ้น
แต่คำตอบแห่งพระผู้ทรงธรรมยิน
ยังส่องแสงอยู่ทุกถิ่นทุกกาล

มิใช่ยึดว่ามี มิใช่ยึดว่าไม่มี
แต่เห็นตามวิถีแห่งเหตุปัจจัย
เมื่อรู้ความจริงตามที่เป็นภายใน
ใจย่อมเป็นอิสระจากทุกข์ทั้งปวง

เหนือคำว่ามี...
เหนือคำว่าไม่มี...
คือทางแห่งปัญญาที่พาใจ
สู่ความสงบอันนิรันดร์

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]

๗. ชาณุสโสณิสูตร
[๑๗๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชาณุสโสณีเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัย พอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง ฯ [๑๗๓] ครั้นนั่งเรียบร้อยแล้วชาณุสโสณีพราหมณ์ได้ทูลถามพระผู้มี- *พระภาคว่า พระโคดมผู้เจริญ สิ่งทั้งปวงมีอยู่หรือหนอแล ฯ ภ. ดูกรพราหมณ์ โวหารนี้ว่า สิ่งทั้งปวงมีอยู่ เป็นส่วนสุดที่หนึ่ง ฯ ชา. พระโคดมผู้เจริญ ก็สิ่งทั้งปวงไม่มีอยู่หรือ ฯ ภ. ดูกรพราหมณ์ โวหารนี้ว่า สิ่งทั้งปวงไม่มีอยู่ เป็นส่วนสุดที่สอง ดูกรพราหมณ์ ตถาคตแสดงธรรมโดยสายกลาง ไม่เข้าใกล้ส่วนสุดทั้งสองนั้น ดังนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ ฯลฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ก็ เพราะอวิชชาดับด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ สังขารจึงดับ เพราะสังขารดับ วิญญาณ จึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ [๑๗๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ชาณุสโสณีพราหมณ์ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระธรรมเทศนาแจ่มแจ้งยิ่ง นัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระธรรมเทศนาแจ่มแจ้งยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดม ผู้เจริญ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คน หลงทาง หรือตามประทีปไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ฉันใด พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงท่านพระโคดมกับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอท่านพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
จบสูตรที่ ๗

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Scholars Propose “Maha AI Plus” as a New Ethical Framework for the Digital Age, Integrating Levinasian Ethics to Promote Global Peace

  As artificial intelligence (AI) continues to expand rapidly and nations compete to lead the next wave of technological innovation, scholar...