วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
เปิดนักกวีลาวซิวโล่'สุนทรภู่'คู่'เนาวรัตน์'
เป็นที่ทราบกันดีว่าวันที่ 26 มิ.ย.เป็นวันสุนทรภู่กวีเอกของประชาชนชาวไทยและได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในปี พ.ศ.2529 และมีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านเพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคคลเจริญรอยตามเป็นประจำทุกปี
ขณะเดียวกันในปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านงานกวีนิพนธ์ จึงร่วมมือจากสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ริเริ่มที่จะมอบรางวัลสุนทรภู่ระดับอาเซียนขึ้นหรือเรียกว่า "Sunthorn Phu Award " ให้แก่กวีดีเด่นขอประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเป็นอนุสรณ์และเผยแพร่เกียรติคุณของสุนทรภู่ให้กว้างขวางออกไป อีกทั้งเป็นการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านงานกวีนิพนธ์ รวมถึงมีความหวังให้เทียบชั้นรางวัลซีไรท์
มีหลักเกณฑ์การคัดเลือกโดยจะดูจากคุณสมบัติของกวี ได้แก่ 1.เป็นกวีผู้มีสัญชาติประเทศสมาชิกอาเซียนและยังมีชีวิตอยู่ 2.เป็นกวีผู้มีผลงานโดยองค์รวมแสดงความเชี่ยวชาญเชิงวรรณศิลป์และมีคุณธรรมเหมาะสมที่จะเป็นกวีของชาติ และ3.เป็นกวีผู้สร้างสรรค์ มีพัฒนาการที่ต่อเนื่องและโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการกวีนิพนธ์ของประเทศ
สำหรับประเทศไทยนั้น วธ.ได้ประกาศเชิญผู้สนใจเสนอชื่อกวีเข้ารับการคัดเลือกเป็น "กวีรางวัลสุนทรภู่" คนแรก ประจำปี 2555 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2555 เป็นต้นมา และมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกนักกวีจากจำนวนทั้ง 27 คนที่ส่งผลงานเข้าประกวดเข้าสู่รอบสุดท้ายมีดังนี้ 1.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 2.นายไพวรินทร์ ขาวงาม 3.นายสุจิตต์ วงษ์เทศ 4.นายสถาพร ศรีสัจจัง 5.นายอดุลจันทรศักดิ์
และขณะนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกคัดเลือกให้เหลือเพียง 1 รายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อเข้ารับรางวัลในวันที่ 26 มิ.ย.ที่จะถึงนี้
โอกาสที่มูลนิธิสโมสรมิตรภาพวัฒนธรรมสากล โดยมีนายสมชาย เสียงหลาย อดีตปลัดวธ. เป็นประธานกรรมการ ได้จัดกิจกรรม "ร่องรอยกาลเวลา : ลาว เพื่อนบ้านอาเซียนวัฒนธรรมร่วมสองฝั่งโขง"วันที่ 30 พฤษภาคม ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย และเรียนรู้เพื่อนบ้านประชุมร่วมนักเขียนไทย – ลาวภาคสนาม ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน ที่มีนักเขียนและผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ 100 คน
ในการนี้นายทองแถม นาถจำนง เลขาธิการมูลนิธิสโมสรมิตรภาพวัฒนธรรมสากล หนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือก "กวีรางวัลสุนทรภู่" ได้เปิดเผยในระหว่างพบปะกับนักเขียนลาวที่หอวัฒนธรรมแห่งชาตินครหลวงเวียงจันทน์ว่า ขณะนี้สมาคมนักประพันธ์ลาวได้แจ้งว่าได้คัดเลือกนักกวีชาวลาวเพื่อเข้ารับรางวัลสุนทรภู่เป็นที่เรียบร้อยแล้วคือนางดารา กันละยา โดยใช้นามปากกาว่า "ดวงจำปา" ซึ่งเป็นบุตรสาวของมหาสิลา วีระวง นักวรรณกรรมเอกของลาว นับเป็นคนลาวคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้เช่นเดียวกับประเทศไทยคือนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
"ส่วนรายชื่อนักกวีอาเซียนที่เหลือที่ผ่านการคัดเลือกในแต่ละประเทศเพื่อเข้ารับรางวัลสุนทรภู่ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ คาดว่ามีการแจ้งให้ทางวธ.ทราบหมดแล้วและคงจะมีการเปิดเผยในเร็วๆนี้" นายทองแถมระบุ
ขณะที่นางผิวลาวัน ทิดาจัน รักษาประธานสมาคมนักประพันธ์ลาว กล่าวว่า คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกจากผลงานของนักประพันธ์ที่ส่งเข้าประกวดซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และเห็นว่าผลงานของนางดาราจากกวีเรื่องสั้นเรื่อง "รักดอกจึงมาบอก" มีความโดดเด่น ซึ่งเป็นการรวบรวมบทกวีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตของคนลาวในแต่ละช่วงเป็นอย่างดี
ด้านนางดาราได้กกล่าวในโอกาสที่คณะเข้าชมหอสมุดมหาสิลาว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลนี้ ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่าได้รับการถ่ายทอดจากพ่อที่ให้ตนนั้นอ่านหนังสือให้แม่ฟังตั้งอายุ 8 ขวบทำให้เกิดความชอบและฝึกหัดเรื่อยมา
พร้อมกันนี้นางดาราได้พาชมหอสมุดที่เก็บรวบรวบผลงานของมหาสิลาตั้งแต่อดีตที่เป็นคนชาวร้อยเอ็ดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯบวชเรียนจนสอบได้เปรียญธรรมได้ชื่อว่า "เป็นมหา" และมีความสนใจด้านงานวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนไทยอีสานและคนลาว อย่างเช่นเรื่อง "ท้าวฮุ่งท้าวเจือง" ที่คัดลอกต้นฉบับจากหอสมุดแห่งชาติ สังข์ศิลป์ชัยหรือสินไซ จำปาสี่ต้น เป็นต้น
นางดาราได้เปิดเผยว่า มีแนวความที่จะส่งผลงานของพ่อเรื่อง "ท้าวฮุ่งท้าวเจือง" ให้ยูเนสโกประกาศให้เป็นผลงานสำคัญแห่งความทรงจำโลกร่วมกับประเทศไทย
รางวัลสุนทรภู่ระดับอาเซียนคงจะเป็นอีกรางวัลหนึ่งที่เป็นน้ำเลี้ยงดุจแม่น้ำโขงเลี้ยงนักกวีนักประพันธ์ โดยเก็บอัต(ตา)ลักลักษณ์ของตัวเองไว้ในวงเล็บบ้าง สร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้อาเซียนและโลกสงบสุขเกิดสันติภาพต่อไป
.....................
(หมายเหตุ : เปิดนักกวีลาวซิวโล่'สุนทรภู่'คู่'เนาวรัตน์' : สำราญ สมพงษ์รายงานเผยแพร่เว็บไซต์คมชัดลึกวันที่ 2 มิ.ย.2556)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace
The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
วันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 8.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มี...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น