เพลง : ทีฆลัฏฐิสูตรแสงแห่งความไม่เกิด
[Intro]
ใต้แสงดาวแห่งเวฬุวัน
มีเสียงธรรมดังกังวานในคืนสงัด
เมื่อจิตตื่นรู้เหนือโลกและตัวตน
ความสงบแท้จริง...จึงปรากฏ
[Verse 1]
ราตรีสงบ ณ เวฬุวัน
แสงแห่งเทวานั้นส่องมาไกล
ทีฆลัฏฐิผู้มีจิตเลื่อมใส
เข้าเฝ้าพระศาสดาด้วยศรัทธา
พระวิหารสว่างกลางราตรี
ดุจแสงธรรมที่ปลุกชีวา
เสียงคาถาดังก้องทั่วพนา
เตือนดวงตาให้เห็นความจริง
[Pre-Chorus]
ชีวิตนี้เกิดขึ้นแล้วดับไป
โลกหมุนไหวไม่เคยหยุดนิ่ง
ผู้ใดเห็นตามความเป็นจริง
ย่อมทอดทิ้งความหลงแห่งใจ
[Chorus]
เพ่งพินิจจนจิตหลุดพ้น
หลุดจากวนแห่งทุกข์ทั้งหลาย
รู้โลกเกิด รู้โลกสลาย
ไม่ยึดมั่นในสิ่งใดอีกเลย
ตัณหาและทิฐิที่เคยเกาะเกี่ยว
ค่อยจางหายดั่งหมอกลอยล่วงเลย
เหลือเพียงใจอ่อนโยนเปิดเผย
สู่ทางเฉลยแห่งนิพพาน
[Verse 2]
ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้ยั่งยืน
แม้คืนวันก็ผ่านเลยผัน
สุขและทุกข์ล้วนแปรเปลี่ยนกัน
ดังคลื่นฝันที่ลอยจากไป
ภิกษุผู้เฝ้าดูจิตตน
ไม่ดิ้นรนตามแรงผลักไส
ย่อมสัมผัสความว่างภายใน
เหนือความใคร่และความยึดครอง
[Bridge]
เมื่อใจไม่อิงตัณหา
เมื่อปัญญาไม่ติดกรอบมุมมอง
ความสงบจะค่อยเรืองรอง
ดุจแสงทองก่อนอรุณ
[Final Chorus]
เพ่งพินิจจนจิตหลุดพ้น
ไม่เวียนวนในทุกข์เพิ่มพูน
รู้ความเกิดและความสูญ
อย่างผู้ตื่นจากมายา
ใจเป็นอิสระเหนือโลกทั้งปวง
ไม่ถูกลวงด้วยตัณหา
ผู้เห็นธรรมด้วยปัญญา
ย่อมพบทางแห่งความไม่เกิด
[Outro]
ใต้แสงธรรมแห่งเวฬุวัน
เสียงคาถานั้นยังดังก้องเสมอ
ผู้ใดเห็นโลกตามความเป็นจริง
ผู้นั้นย่อมสงบ...เหนือการเวียนว่ายฯ
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง
ทีฆลัฏฐิสูตรที่ ๓
[๒๕๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อันเป็นที่ ให้เหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น ทีฆลัฏฐิเทวบุตร เมื่อ ราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณอันงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเวฬุวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๒๕๗] ทีฆลัฏฐิเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าว คาถานี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงเป็นผู้มีปกติเพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้นแล้ว พึงหวัง ความไม่เกิดขึ้นแห่งหทัย รู้ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป แห่งโลกแล้ว มีใจดี อันตัณหาและทิฐิไม่อิงอาศัยแล้ว มี คุณข้อนั้นเป็นอานิสงส์ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น