วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ลาวลุ้นสุดๆชุดประจำชาติเวทีมิสแกรนด์ที่เวียดนาม
แฟนนางงามทั่วโลกลุ้นตัวโก่งทีเดียวสำหรับการประกวดนางงามโลก มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2017 รอบ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ประเทศเจ้าภาพโดยรัฐบาลเวียดนาม และ สถานีโทรทัศน์ เลท เวียด ทีวี จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ แกรนด์ ฮอลล์ ซัน สปา รีสอร์ท เมืองกว่าง บินห์ ประเทศเวียดนาม ถ่ายทอดสดทั่วประเทศเวียดนาม ผ่านสถานีโทรทัศน์ เลท เวียด ทีวี โดยทั่วโลกสามารถรับชมพร้อมกันทาง fanpage/facebook/missgrandinternational ในเวลา 20.00 น.
สำหรับการคัดเลือกชุดประจำชาติยอดเยี่ยมนั้นตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค 2560 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป) ทางกองประกวดฯ ได้เปิดโอกาสให้แฟนนางงามทุกประเทศทั่วโลก ร่วมโหวตชุดประจำชาติที่ชื่นชอบเข้ามาอีก 15 ชุด ชุดที่ผลโหวตสูงสุดจะนำมารวมกับคณะกรรมการเป็น 25 ชุด จากนั้นจะทำการคัดเลือกเหลือ 10 ชุดสุดท้าย ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม เพียงหนึ่งเดียวในค่ำคืนรอบตัดสิน 25 ตุลาคม 2560 เวลา 20.00 น จึงฝากเชิญชวนให้แฟนนางงามทั่วประเทศร่วมโหวตกันได้ผ่านทาง fanpage/facebook/missgrandinternational
อย่างไรก็ตามจากผลโหวตล่าสุดสาวงามจากประเทศลาวและประเทศอินโดนีเชียคะแนนสูสีกันตลอด ส่งผลให้ประชาชนลาวต่างลุ้นสุดๆ รวมถึงประชาชนคนไทยด้วย เพราะถือว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้อง โดยมีการเชิญชวนร่วมโหวตผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ
วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560
มนุษย์สากลหัวใจสู่สังคมพหุวัฒนธรรมสันติภาพที่แท้จริง
ศาสนาเป็นทางรอดของสังคม ร้อยเรียงให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข : พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน
หลักสูตรการพัฒนาความเป็นผู้นำศาสนายุคใหม่ ณ สถาบันพัฒนาผู้นำศาสนาอิสลาม สำนักจุฬาราชมนตรี โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีการจัดเสวนาการอยู่ร่วมกันในพหุวัฒนธรรม โดยเสวนาภายใต้หัวข้อว่า " สังคมพหุวัฒนธรรม มุมมองต่างศานิกชน " เมื่อวันที่ ๑๔ ต.ค.๒๕๖๐ ที่ผ่านมา โดยร่วมเสวนา ๓ ท่านคือ
๑) พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รศ.ดร. ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ และผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา ในฐานะผู้แทนพระพรหมบัณฑิต ศ.ดร.อธิการบดีมหาจุฬาฯ และผู้แทนสถาบันการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา กล่าวว่า ต้องมี ๔ สากล เพราะธรรมชาติอย่างไรก็สากล เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
๑)" มนุษย์สากล" ๒)"เมตตากรุณาสากล" ๓) "ปัญญาสากล" ๔) "สันติภาพสากล"
๒) มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย ผู้แทนศาสนาคริสต์ กล่าวว่า การเสวนาเป็นสื่อสารจาก ๒ ฝ่าย เพื่อนำไปสู่ " การพูดการฟัง การให้ การรับ มิตรภาพ " มุสลิมจากประเทศตูนีเชีย มูฟตี มูฮัมหมัด ทาลบี กล่าวว่า " เมื่อใดก็ตามถ้าหากปากกาของพวกเราหัก สิ่งที่เหลืออยู่ มีเพียงอย่างเดียวคือ มีดพก "
๓) พระดุษฏี เมธังกุโร ผู้แทนพระพุทธศาสนา กล่าวว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่มีอิทธิพลมากสำหรับคนปัจจุบัน วัตถุนิยมครอบงำคนในสังคมปัจจุบัน ในเทคโนโลยียากจะหาความจริงใจ สามารถตั้งชื่อปลอมได้ ไร้ซึ่งความจริงใจ เพราะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากัน
สรุปว่า ถ้าเราไม่มีความเมตตา เราจะไม่ได้รับความเมตตาเช่นกัน ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาเกิดมาจากรากหญ้า ควรเน้นการอยู่ร่วมกันโดยยกกุฏีจีน ๓ ศาสนา ๔ ความเชื่อ เป็นต้นแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
มีคำกล่าวว่า "ฝูงสุนัขที่มีสิงโตนำ ย่อมดีกว่า ฝูงสิงโตที่มีสุนัขนำ"ผู้นำต้องใส่ต่อคนต่องาน ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตรัสว่า " สังคมเราต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง " โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ผู้นำต้องทำหน้าที่แบบชาวสวน หมายถึง ทำงานกับสิ่งมีชีวิต กับดักของผู้นำ คือ หลงตัวเอง ท่านปรีดี พนมยงค์ "เมื่อข้าพเจ้ามีอำนาจ ข้าพเจ้าขาดประสบการณ์ เมื่อถึงเวลาที่ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ ข้าพเจ้าไร้ซึ่งอำนาจ " มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กล่าวว่า " อำนาจนั้นเหมือนยาเสพติด ถ้าได้มาย่อมวางไม่ลงและต้องการอยู่เสมอ ไม่มีวันที่จะวางลงได้ " ทางคริสต์จึงสอนว่า "รักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง จงปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนดังที่ท่าน ต้องการให้เขาปฏิบัติต่อท่าน "พระเยซูคริสต์ขอให้คริสชนเป็นผู้นำในการรับใช้ผู้อื่นด้วยความรัก to be servant " เรามาในโลกนี้เพื่อรับใช้ "ผู้นำต้องจับแมลงวันด้วยน้ำผึ้ง คือ ฟังอย่างนุ่มนวลมิใช่ไปฆ่าหรือใช้ความรุนแรง
ฉะนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเอื้อเฟื้อเกื้อกูลทุกศาสนา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะบอกเสมอว่า เวลาไปต่างจังหวัดต้องไปหาพระก่อนแสดงความเคารพ ทำอย่างไรเราจะมีเวทีให้เยาวชนพุทธ คริสต์ อิสลาม มีกิจกรรมร่วมกันเพื่อเรียนรู้ เราไม่อยากให้มีหลักสูตรเฉพาะศาสนาเดียว แต่เราควรมีหลักสูตรพัฒนาผู้นำระหว่างศาสนา สมเด็จสังฆราชตรัสกับท่านจุฬาราชมนตรี ว่า เราคือครอบครัวเดียวกัน ต้องหาโอกาสปรึกษาหากัน ถึงเวลาองค์กรศาสนาจะต้องร่วมมือกัน สร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เราต้องจับมือกันร่วมมือกันทุกศาสนา จงมีเมตตาต่อบุคคลที่อยู่ใต้ฟ้า บุคคลที่อยู่บนฟ้าจะเมตตาแก่เรา
วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560
มหาจุฬาฯพร้อมแล้ว!เปิดป.ตรีนานาชาติ
วันที่ 13 ต.ค.2560 พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ(IBSC) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. รองอธิการบดี มจร ฝ่ายวิชาการ ได้ประชุมคณะกรรมการยกร่างหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาพระพุทธศาสนา (หลักสูตรนานาชาติ) เพื่อเร่งเปิดการศึกษาในระดับปริญญาตรีให้ทันปีการศึกษา 2561
"เนื่องจากปัจจุบันนี้ วิทยาลัยได้เปิดการศึกษาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาเท่านั้น การเปิดระดับปริญญาตรีจะทำให้ผู้สนใจในทวีปยุโรป อเมริกา ทวีปเอเซีย ประชาคมอาเซียน และทวีปอื่นๆ รวมถึงมหาวิทยาลัย และวิทยาลัยต่างๆ ที่อยู่ภายใต้สมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนานานาชาติ สามารถเลือกมาศึกษา ณ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติได้ การเปิดหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก เป็นการดำเนินการภายใต้แผนพัฒนาวิทยาลัยที่มีวิสัยทัศน์มุ่งไปสู่การเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
พร้อมกันนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา คณะกรรมการอำนวยการประกันคุณภาพการศึกษา ได้ประชุมเพื่อรับรองผลการประกันประคุณภาพการศึกษาภายในของส่วนงานจัดการศึกษาทั้ง 33 แห่งของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติเป็นสวนงานจัดการศึกษาที่มีผลคะแนนเป็นอันดับที่ 1 ซึ่งมีการประเมินในระดับ "ดีมาก" โดยมีค่าน้ำหนักคะแนนอยู่ที่ 4:68 จากค่าน้ำหนัก 5.0
"สำหรับปีหน้าวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติจะพัฒนาตัวเองไปสู่การประเมินด้วยระบบ EdPEx (Education Criteria for Performance Excellence) ซึ่งเป็นการประเมินโดยใช้เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ เชื่อมั่นว่า ระบบการประเมินแบบ EdPEx จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนา IBSC ไปสู่การเป็น Smart College เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยที่จะก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติอย่างแท้จริงต่อไป" ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ กล่าวและว่า
ส่วนตัวมีความเชื่ออย่างมาดมั่นว่า "EdPEx" จะเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถนำพาวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติไปสู่การเป็น "Smart College" เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติได้ แน่นอนว่า ธรรมะจะให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำในสิ่งที่เชื่อ และผู้ที่เชื่อในสิ่งที่ทำเสมอ
หมู่บ้านช่อสะอาดบำเพ็ญกุศลถวายในหลวงร.9
หมู่บ้านช่อสะอาดบำเพ็ญกุศลถวายในหลวงร.9 บ้านท่าคอยนางเตรียมจัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานถวายระหว่าง 24-29 ตุลาคมนี้
วันที่ 13 ต.ค.2560 พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดี มจร ฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ เปิดเผยว่า บ้านท่าคอยนาง ต.สวาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เป็นหมู่บ้านต้นแบบหมู่บ้านช่อสะอาด ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยราชการ ท้องที่ ท้องถิ่น ได้ร่วมกันบำเพ็ญพระราชกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลถวาย ในโอกาสครบรอบ 1 ปีวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
"ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งบ้าน วัด และโรงเรียนได้ร่วมพลังจิตอาสาพัฒนาหมู่บ้าน ทั้งการปลูกต้นไม้ การความสะอาดถนนหนทางในหมู่บ้าน วัดวาอาราม และโรงเรียน และร่วมพลังแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และตั้งมั่นในสุจริตธรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจในชุมชน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
ขณะเดียวกัน วัด โรงเรียน บ้านท่าคอยนาง กำลังเตรียมความพร้อมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และพิธีทอดถวายผ้ากฐินสามัคคีสมทบทุนสร้างศาลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ปฐมนิเทศนิสิตใหม่ และศึกษาดูงาน ซึ่งจัดโดยหลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มจร ระหว่าง 24-29 ตุลาคม 2560
วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ผู้แทนรบ.เป็นสักขีหนุนสร้างพุทธมณฑลปัตตานี
พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ร่วมประชุมฟังความคิดเห็นจากชาวปัตตานี เสียงส่วนใหญ่หนุนสร้าง "พุทธมณฑลปัตตานี" หวังเป็นพื้นที่สร้าง "สันติภาพ-ปรองดอง" ระหว่างศาสนา
เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก สำนักงาน คปต.ส่วนหน้า ได้รายงานว่า ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาเขตปัตตานี พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พร้อมด้วยพระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี และคณะสงฆ์ในจังหวัดปัตตานี รวม 43 รูป พร้อมด้วยชาวไทยพุทธ จำนวนทั้งสิ้น 244 คน เข้าร่วมประชุมสรุปเตรียมการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดปัตตานี ในประเด็นการเลือกพื้นที่ การออกแบบ และการก่อตั้งมูลนิธิ
ทั่งนี้ได้ใช้วิธีการ ลงมติจากผู้ออกเสียงจำนวนทั้งสิ้น 224 คน มีผู้เห็นด้วย 214 คน ไม่เห็นด้วย 9 คน และงดออกเสียง 1 คน โดยกำหนดพื้นที่ก่อสร้าง บริเวณที่ดินข้าง มจร วิทยาเขตปัตตานี เพื่อเป็นศูนย์รวมใจชาวพุทธ ทั้งในจังหวัดปัตตานี ทั่วประเทศและทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับพี่น้องจากศาสนิกชนอื่น เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พระสงฆ์-แม่ชีเมียนมาดูงานสันติภาพ"มจร-มหิดล"
พระสงฆ์-แม่ชีเมียนมาดูงานสันติภาพ"มจร-มหิดล" แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นความขัดแย้งและความรุนแรงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้และโลกที่กำลังเผชิญหน้ากัน
วันที่ 11 ต.ค.2560 เสมสิกขาลัย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อรับใช้สังคม ได้นำคณะดูงานจากประเทศเมียนมาจำนวน 20 รูป/คน ซึ่งประกอบด้วยพระสงฆ์และแม่ชี รวมถึงผู้ประสานงานชาวไทย 1 คน เพื่อดูงานที่หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย(มจร) ในการนี้พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดี มจร ฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ เป็นวิทยากรพูดคุยแลกเปลี่ยนในหัวข้อ ‘บทบาทพระสงฆ์ต่องานพัฒนาสังคมด้านสันติภาพ’ โดยคณาจารย์และนิสิตสันติศึกษาได้ให้ความสนใจรับฟังด้วย
พระมหาหรรษา กล่าวว่า นับเป็นสะพานพามวลหมู่สาวกของพุทธองค์หลังจากออกพรรษา แล้วรอนแรมจาริกจากประเทศพม่า มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต และประสบการณ์ทำงานทำงานรับใช้เพื่อนมนุษย์ ในนามหลักสูตรสันติศึกษา และมูลนิธิพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ เป้าหมายของการพัฒนารูปนามจะเป็นไปเพื่อประโยชน์อันใดมิได้ ถ้าไม่ใช่เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข และเพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับสภาวะการเกิด แก่ เจ็บ และตายในสังสารวัฏนี้
ต่อจากนั้นเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2560 มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีปได้นำคณะ เดินทางไปที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหายวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และแนวทางการทำงานด้านสันติภาพของสถาบันฯ ในพื้นที่ความขัดแย้ง โดยมี ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการฯ พร้อมด้วย อาจารย์งามศุกร์ รัตนเสถียร อาจารย์ประจำสถาบัน เป็นต้น
พิธีเปิดสมาคมพระพุทธศาสนาอาเซียนที่เมียนมา
วันที่ 12 ต.ค.2560 ที่ Karaweik Palace กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา มีพิธีเปิดสมาคมพระพุทธศาสนาอาเซียน โดยมีชาวพุทธนานาชาติเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก อาทิ ชาวพุทธจากประเทศเมียนมา ไทย เกาหลีใต้ เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ และศรีลังกา ในการนี้มีพระมหาสันติ ธีรภทฺโท,ดร. เลขานุการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร)ร่วมงานในนามตัวแทนจาก มจร
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีการประชุมศาสนาสัมพันธ์ที่สนามกีฬาเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลังจากเกิดปัญหาปะทะระหว่างกลุ่มมุสลิมโรฮิงญากับเจ้าหน้าที่เมียนมาที่รัฐยะไข่ ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาต้องอพยพไปในพื้นที่ต่างๆ
ทั้งนี้ผู้คนต่างศาสนาหลายหมื่นชีวิต รวมตัวชุมนุมกันที่สนามฟุตบอลในนครย่างกุ้ง วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงออกถึงความเป็นหนึ่งเดียวในประเทศที่กำลังประสบปัญหาจากเหตุความรุนแรงที่เกิดต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาในบริเวณชายแดนด้านตะวันตกของประเทศ ทั้งพระสงฆ์ ชาวพุทธ คริสต์ ฮินดู และมุสลิมต่างรวมตัวกันเพื่อแสดงการสนับสนุนรัฐบาลพม่าในการจัดการวิกฤตในรัฐยะไข่ หลังพื้นที่ชายแดนดังกล่าวประสบต่อเหตุความรุนแรงในช่วงปลายเดือน ส.ค. เมื่อผู้ก่อการร้ายโรฮิงญาเปิดฉากโจมตีด่านตำรวจหลายแห่ง ส่งผลให้ทหารต้องตอบโต้ด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรงจนทำให้ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมมากกว่าครึ่งล้านชีวิตต้องหลบหนีออกจากบ้านของตนเอง
การรวมตัวของผู้ที่นับถือต่างศาสนาราว 30,000 คน ในวันนี้ (10) เป็นการชุมนุมเพื่อให้การสนับสนุนนางอองซาน ซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่หลายคนชูภาพซูจีหรือสวมเสื้อที่มีรูปของซูจี ทั้งนี้นางอองซาน ซูจี ถูกต่างชาติตำหนิอย่างหนักจากความล้มเหลวที่จะแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจต่อชาวโรฮิงญาที่ต้องอพยพหลบหนีความรุนแรงออกจากประเทศ และถูกกลุ่มสิทธิมนุษยชนตำหนิที่ไม่กล่าวประณามการปราบปรามของทหาร
“นี่เป็นพิธีที่แสดงให้โลกเห็นว่า ผู้คนจากทุกศาสนาในประเทศของเราล้วนเป็นมิตรต่อกันและรักกัน เรารู้สึกเสียใจอย่างมากต่อปฏิกิริยาของประเทศต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากข่าวสารซึ่งไร้ความจริง” วิน หม่อง นักการเมืองของพรรค NLD ที่ช่วยจัดการชุมนุมครั้งนี้ กล่าว
ในคำกล่าวปราศรัยต่อฝูงชน พระคาร์ดินัลชาร์ล หม่อง โบ ของพม่า กล่าวปกป้องซูจีอย่างหนักแน่น โดยย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ซูจีอยู่ในฐานะนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร
“เธอไม่เคยร้องขอรางวัลโนเบลสันติภาพ ตอนนี้โลกมองพม่าว่าเป็นเหมือนประเทศที่ไร้หัวใจ แต่แท้จริงแล้วศาสนาสากลของชาวพม่าคือความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจ” พระคาร์ดินัลชาร์ล หม่อง โบ กล่าวตอบโต้ถึงการเรียกร้องการปลดรางวัลโนเบลของซูจี
...........
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กบัณฑิตนิวส์)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
เพลง: เดินเดี่ยวดั่งนอแรด หลักธรรมจากขุททกนิกาย จูฬนิทเทส ปารายนวรรค ขัคควิสาณสุตตนิทเทส
เพลง: เดินเดี่ยวดั่งนอแรด หลักธรรมจากขุททกนิกาย จูฬนิทเทส ปารายนวรรค ขัคควิสาณสุตตนิทเทส [Verse 1] วางอาชญา อย่าเบียดเบียนใคร ไม่สร้างแผลไ...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดรายการ “กู๊ด มันเดย์” (Good Monday) ประจำทุกวันจันทร์ โดยจันทร์นี้ หัวข้อเรื...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...






