วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เพลง: ปิณฑิกสูตรมารเฝ้าที่ปัญจสาลคามตรัสปีติเป็นภักษา


เพลง: ปิณฑิกสูตรมารเฝ้าที่ปัญจสาลคามตรัสปีติเป็นภักษา

[อินโทร]

ยามรุ่งเช้าแห่งปัญจสาลคาม
สายลมพัดผ่านท่ามกลางแสงทอง
พระศาสดาทรงถือบาตรดำเนินครรลอง
ด้วยใจผ่อง…สงบเหนือโลกา


[Verse 1]
เด็กน้อยต่างยินดีในงานบุญ
ผู้คนคุ้นกับเสียงแห่งเฮฮา
แต่มารแอบแฝงเข้าดลจิตชาวประชา
ให้เมตตา…เลือนหายไปจากใจ

พระองค์เสด็จด้วยบาตรอันว่างเปล่า
ไร้ข้าวปลา ไม่มีผู้ใดถวาย
แต่พระพักตร์ยังผ่องใสไม่เสื่อมคลาย
ไม่มีความหมาย…แห่งทุกข์ในดวงธรรม


[Pre-Chorus]
โลกอาจพรากสิ่งภายนอกไป
แต่อาจพรากใจที่รู้ธรรมไม่ได้
ผู้ตื่นรู้แม้ไร้สิ่งใด
ก็ยังสุขได้…ด้วยธรรมภายใน


[Chorus]
พวกเราไม่มีความกังวล
ย่อมอยู่เป็นสุขทุกแห่งหน
มีปีติเป็นดั่งอาหารหล่อเลี้ยงกมล
ดุจเทพบน…พรหมอาภัสสร

แม้บาตรจะว่างเปล่าในวันนี้
แต่ใจไม่มีความทุกข์ร้อนเลยสักตอน
ผู้รู้ธรรมย่อมไม่หวั่นไหวต่อมาร
เพราะความเบิกบาน…อยู่เหนือสิ่งใด


[Verse 2]
มารนั้นคิดว่าชัยชนะมีจริง
เมื่อทำให้ใครขาดสิ่งที่หวังไว้
แต่พระตถาคตทรงเห็นความเป็นไป
ว่าบาปนั้นไซร้…ย่อมย้อนคืนผู้ทำ

บุญไม่ใช่เพียงข้าวในบาตร
แต่คือใจสะอาดและงามล้ำ
แม้ไม่ได้สิ่งใดมายึดจำ
ผู้มีธรรม…ย่อมอิ่มเอิบภายใน


[Bridge]
ความสุขไม่อยู่ที่การครอบครอง
แต่อยู่ที่ใจมองโลกอย่างเข้าใจ
เมื่อปล่อยวางความอยากทั้งหลายไป
แม้มือว่างเปล่า…หัวใจก็เต็มบริบูรณ์


[Chorus ซ้ำ]
พวกเราไม่มีความกังวล
ย่อมอยู่เป็นสุขทุกแห่งหน
มีปีติเป็นดั่งอาหารหล่อเลี้ยงกมล
ดุจเทพบน…พรหมอาภัสสร

แม้มารจะเฝ้าขัดขวางทางแห่งบุญ
ผู้มีคุณธรรมไม่หวั่นไหว
เพราะความสงบอันเกิดจากภายใน
คือแสงอำไพ…แห่งพระนิพพาน

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

ปิณฑิกสูตรที่ ๘

             [๔๖๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ บ้านพราหมณ์ใน
ปัญจสาลคาม แคว้นมคธ ฯ
             ก็สมัยนั้นแล ที่บ้านพราหมณ์ ในปัญจสาลคาม มีนักขัตฤกษ์แจกของ
แก่พวกเด็กๆ ครั้นรุ่งเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร
เสด็จเข้าไปสู่บ้านพราหมณ์ในปัญจสาลคามเพื่อบิณฑบาต ฯ
             ก็โดยสมัยนั้นแล พราหมณ์ผู้คฤหบดีชาวปัญจสาลคามถูกมารผู้มีบาปเข้า
ดลใจ ด้วยประสงค์ว่า พระสมณโคดมอย่าได้บิณฑบาตเลย ฯ
             พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าสู่บ้านพราหมณ์ในปัญจสาลคามเพื่อบิณฑบาต
ด้วยบาตรเปล่าอย่างใด ก็เสด็จกลับมาด้วยบาตรเปล่าอย่างนั้น ฯ
             [๔๖๘] ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ครั้นแล้ว จึงกล่าวกะพระผู้มีพระภาคว่า สมณะ ท่านได้บิณฑบาตบ้างไหม ฯ
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า แน่ะมารผู้มีบาป ท่านได้กระทำให้เราไม่ได้
บิณฑบาตมิใช่หรือ ฯ
             มารผู้มีบาปกราบทูลว่า ถ้าอย่างนั้น ขอพระผู้มีพระภาคจงเสด็จเข้าไปสู่
บ้านพราหมณ์ในปัญจสาลคาม เพื่อบิณฑบาตครั้งที่สองอีกเถิด พระเจ้าข้า ข้า-
*พระองค์จักกระทำให้พระผู้มีพระภาคได้บิณฑบาต ฯ
             [๔๖๙] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
                          มารมาขัดขวางตถาคต ได้ประสพสิ่งมิใช่บุญแล้ว ดูกรมารผู้มี-
                          บาป ท่านเข้าใจว่า "บาปย่อมไม่ให้ผลแก่เรา" ฉะนั้นหรือ
                          พวกเราไม่มีความกังวล ย่อมอยู่เป็นสุขสบายหนอ พวกเรา
                          จักมีปีติเป็นภักษา ดุจอาภัสสรเทพ ฉะนั้น ฯ
             ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา
พระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นนั่นเอง ฯ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพลง: ปิณฑิกสูตรมารเฝ้าที่ปัญจสาลคามตรัสปีติเป็นภักษา

เพลง: ปิณฑิกสูตรมารเฝ้าที่ ปัญจสาลคามตรัส ปีติเป็นภักษา [อินโทร] ยามรุ่งเช้าแห่งปัญจสาลคาม สายลมพัดผ่านท่ามกลางแสงทอง พระศาสดาทรงถือบาตรด...