วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เพลง : อานันทสูตรดับไฟในใจพระวังคีสะ


เพลง : อานันทสูตรดับไฟในใจพระวังคีสะ

 [Intro]

เมื่อใจล่องลอยไปในเงาแห่งความอยาก
โลกทั้งใบก็ร้อนดั่งไฟเผาไม่สิ้นสุด
แต่เมื่อรู้ทันใจตนเอง
เปลวไฟนั้น…ย่อมดับลงได้


[Verse 1]

ยามรุ่งเช้าใต้เงาเมืองสาวัตถี
พระอานนท์เดินตามวิถีแห่งธรรม
แต่ในใจของพระวังคีสะ
กลับถูกเปลวแห่งกิเลสครอบงำ

ความกระสันดั่งไฟลามเผาใจ
ความกำหนัดดั่งคลื่นไม่หยุดไหว
จึงเอ่ยถามด้วยเสียงอันอ่อนล้า
“ทางดับทุกข์นั้นอยู่แห่งใด”


[Chorus]

ดับไฟในใจ ด้วยแสงแห่งปัญญา
ปล่อยภาพลวงตา ที่พาใจหลงทาง
ทุกสิ่งล้วนผันแปร ไม่จีรังยั่งยืน
อย่ายึดว่าเป็นเรา เป็นของเราอีกเลย

จงเห็นกายนี้ เป็นเพียงธุลี
จงเห็นโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้
เมื่อรู้ทันราคะที่เผาใจ
ความสงบจะผลิบาน…จากภายใน


[Verse 2]

พระอานนท์กล่าวด้วยเมตตา
“จงละนิมิตอันงดงามเสียเถิด
สิ่งทั้งหลายล้วนแปรเปลี่ยน
มีเกิดขึ้น แล้วดับไป”

จงพิจารณากายให้เห็นตามจริง
ไม่งดงาม ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน
เจริญอสุภะให้ใจตั้งมั่น
จนคลื่นแห่งตัณหาค่อยจางหาย


[Bridge]

เมื่อสติตั้งมั่นกลางลมหายใจ
มานะทั้งหลายก็อ่อนแรงลง
ไม่หลงรูป ไม่หลงเงา
ไม่ถูกไฟแห่งกามเผาผลาญอีกต่อไป

ความว่างอันสงบ
ค่อยเปิดทางในหัวใจ
ดั่งจันทร์ส่องฟ้าหลังพายุผ่านพ้น


[Chorus (ท่อนจบ)]

ดับไฟในใจ ด้วยธรรมแห่งพระพุทธองค์
ปล่อยความลุ่มหลง ให้ลอยไปกับสายลม
ชีวิตนี้เป็นเพียงทางผ่าน
ไม่มีสิ่งใดควรยึดมั่นตลอดกาล

เมื่อรู้เท่าทันใจตนเอง
ย่อมพบทางแห่งความสงบงาม
ผู้ดับไฟแห่งราคะได้
ย่อมเดินเดียวดาย…อย่างเป็นสุข


Outro

ไฟกิเลส…ดับได้ด้วยสติ
ใจที่เคยเร่าร้อน…ย่อมคืนสู่ความสงบ

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

อานันทสูตรที่ ๔

             [๗๓๕] สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของ
ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ
             ครั้งนั้นแล ในเวลาเช้า ท่านพระอานนท์นุ่งห่มแล้วถือบาตรและจีวร
เข้าไปเที่ยวบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี มีท่านพระวังคีสะเป็นปัจฉาสมณะ ก็
โดยสมัยนั้นแล ความกระสันได้เกิดขึ้น ความกำหนัดย่อมรบกวนจิตของท่าน
พระวังคีสะ ฯ
             [๗๓๖] ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ด้วย
คาถาว่า
                          ข้าพเจ้าเร่าร้อนเพราะกามราคะ จิตของข้าพเจ้ารุ่มร้อน ขอท่าน
                          จงบอกวิธีเป็นเครื่องดับราคะ เพื่ออนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้าด้วย
                          เถิด ท่านผู้โคดม ฯ
             ท่านพระอานนท์จึงกล่าวว่า
             [๗๓๗] 	จิตของท่านรุ่มร้อน เพราะสัญญาอันวิปลาส ท่านจงละ
                          เว้นนิมิตอันสวยงาม อันเป็นที่ตั้งแห่งราคะเสีย ท่านจงเห็น
                          สังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของแปรปรวน โดยเป็นทุกข์
                          และอย่าเห็นโดยความเป็นตน ท่านจงดับราคะอันแรงกล้า
                          ท่านจงอย่าถูกราคะเผาผลาญบ่อยๆ ท่านจงเจริญจิตใน
                          อสุภกัมมัฏฐาน ให้เป็นจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวตั้งมั่นด้วยดี
                          เถิด ท่านจงมีกายคตาสติ ท่านจงเป็นผู้มากด้วยความหน่าย
                          ท่านจงเจริญความไม่มีนิมิต และจงถอนมานานุสัยเสีย เพราะ
                          การรู้เท่าถึงมานะ ท่านจักเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไป ดังนี้ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพลง : อานันทสูตรดับไฟในใจพระวังคีสะ

เพลง : อานันทสูตรดับไฟในใจพระวังคีสะ  [Intro] เมื่อใจล่องลอยไปในเงาแห่งความอยาก โลกทั้งใบก็ร้อนดั่งไฟเผาไม่สิ้นสุด แต่เมื่อรู้ทันใจตนเอง เปล...