เพลง : วาสุทัตตสูตรมีสติละกิเลสดุจไฟบนศีรษะ
[Intro]
เมื่อไฟกำลังลุกบนศีรษะ
ไม่มีผู้ใดนิ่งเฉยได้
ฉันใด...กิเลสที่เผาใจ
ก็ต้องรีบดับก่อนสายเกินไป
[Verse 1]
วาสุทัตตเทวบุตร
กล่าวคำหยุดใจกลางฟ้าไกล
ภิกษุพึงมีสติไว้
เพื่อละกามในส่วนลึกแห่งตน
กามราคะดั่งเปลวเพลิง
เผาใจคนให้สับสน
เหมือนหอกแหลมทิ่มแทงกมล
ให้ดิ้นรนอยู่ไม่รู้จบ
[Pre-Chorus]
หากศีรษะถูกไฟเผา
ผู้ใดเล่าจะมัวนิ่งเฉย
ฉันใดกิเลสที่คุ้นเคย
ก็ควรละเลยโดยเร็วพลัน
[Chorus]
จงมีสติทุกลมหายใจ
ดับไฟภายในก่อนลุกลาม
อย่าปล่อยกิเลสครอบงำ
จนใจตกต่ำในวังวน
ละความยึดมั่นในตัวตน
ละความหลงจนพ้นทุกข์ทน
ผู้ตื่นรู้ด้วยใจอดทน
ย่อมหลุดพ้นจากเพลิงภายใน
[Verse 2]
พระพุทธองค์ตรัสเตือนอีกครั้ง
ให้ระวังสักกายทิฏฐิไว้
ความยึดว่า “ฉัน” และ “ของฉัน” ในใจ
คือโซ่ใหญ่ที่พันธนาการ
เมื่อยังหลงติดในตัวตน
ใจก็วนในทุกข์เนิ่นนาน
แต่ผู้ใดเห็นธรรมตามอาการ
ย่อมปล่อยวางได้ด้วยปัญญา
[Bridge]
หอกแห่งตัณหาทิ่มแทงโลก
ไฟแห่งความโลภเผาหนักหนา
มีเพียงสติและปัญญา
ที่จะพาใจให้รอดพ้น
[Final Chorus]
จงมีสติทุกคืนวัน
รู้เท่าทันกิเลสสับสน
ดับไฟแห่งความยึดตน
ก่อนชีวิตหม่นเพราะอวิชชา
ละกาม ละหลง ละตัวกู
เปิดประตูสู่แสงปัญญา
เมื่อใจหลุดพ้นจากมายา
ก็พบฟ้าแห่งความสงบเย็น
[Outro]
เหมือนคนถูกไฟไหม้ศีรษะ
ต้องรีบละก่อนสายเกินเห็น
กิเลสก็เช่นไฟลุกเป็นเปลวเด่น
ผู้มีสติเท่านั้น...จึงดับได้ทันฯ
คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง
[๒๖๒] วาสุทัตตเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงมีสติเพื่อละกามราคะ งดเว้นเสีย ประดุจบุคคลถูก แทงด้วยหอก ประดุจบุคคลถูกไฟไหม้ศีรษะอยู่ ฯ [๒๖๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุพึงมีสติเพื่อการละสักกายทิฏฐิ งดเว้นเสีย ประดุจ บุคคลถูกแทงด้วยหอก ประดุจบุคคลถูกไฟไหม้ศีรษะอยู่ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น