เพลง : สีสัจฉินนสูตรศีรษะแห่งสันติ
(Verse 1)
เมื่อพระโมคคัลลานะลงจากคิชฌกูฏไพร
เห็นภาพหนึ่งสะเทือนใจกลางเวหากว้างใหญ่
ร่างไร้ศีรษะล่องลอย น้ำตาแห่งกรรมหลั่งไหล
ตาและปากอยู่ที่อก ร้องทุกข์ไม่รู้คลาย
แร้งกาโผบินจิกทึ้ง
ผลกรรมยังตรึงไม่จางหาย
ผู้เคยพรากชีวิตคนมากมาย
วันนี้ต้องรับผลกรรมของตน
(Pre-Chorus)
ทุกการกระทำย่อมมีเงา
ไม่มีใครหนีพ้นเหตุและผล
ความรุนแรงที่หว่านไว้ทุกหน
ย้อนคืนสู่ตนในสักวัน
(Chorus)
หยุดความแค้น เปลี่ยนเป็นเมตตา
หยุดศัสตรา เปลี่ยนเป็นความฝัน
โลกจะงดงามเมื่อเราแบ่งปัน
ด้วยหัวใจที่ให้อภัยกัน
ศีรษะแห่งสันติอยู่ในปัญญา
มิใช่อำนาจหรือคมดาบนั้น
ยิ่งโลกยุคเอไอเชื่อมโยงทุกวัน
ยิ่งต้องแบ่งปันเมตตาให้กันและกัน
(Verse 2)
เรื่องราวเก่าจากราชคฤห์
ยังเตือนโลกนี้มิให้หลงทาง
ผู้ใช้อำนาจด้วยความอำมหิต
สุดท้ายย่อมพบความทุกข์อ้างว้าง
สงครามไม่เคยมีผู้ชนะ
มีเพียงน้ำตาของผู้คน
ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า
เกิดแก่เจ็บตายเหมือนกันทุกคน
(Bridge)
ให้เทคโนโลยีเป็นแสงแห่งธรรม
มิใช่เครื่องนำความเกลียดชัง
ให้ปัญญาประดิษฐ์คู่คุณธรรม
สร้างโลกที่เต็มด้วยความหวัง
ให้ศีลเป็นรากแห่งสังคม
ให้เมตตาห่มหัวใจมนุษย์
ให้สัจจะเป็นแสงพิสุทธิ์
หยุดวงจรแห่งการเบียดเบียน
(Final Chorus)
จับมือกันสร้างโลกใบใหม่
ไร้สงคราม ไร้การเข่นฆ่า
เปลี่ยนกรรมเก่าเป็นคุณค่า
ด้วยเมตตาและปัญญา
ศีรษะแห่งสันติ คือสติในใจ
เลือกอภัยแทนการทำลาย
เมื่อมนุษย์และเอไอร่วมใจกันก้าวไป
สันติภาพโลกจะส่องประกาย...ตลอดกาล
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๖. สีสัจฉินนสูตร
[๖๕๕] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็นตัวกะพันธ์ไม่มีศีรษะ มีตาและปากอยู่ที่อก ลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง ตัวกะพันธ์นั้น ได้ยินว่า ตัวกะพันธ์นั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นเพชฌฆาตผู้ฆ่าโจร ชื่อว่าหาริก อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น